(fanfic) ปริศนามายา อัตตานิรันดร์

ตอนที่ 38 : ตอนที่ 38 : วงเวียนกรรม (1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 23
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    9 มิ.ย. 63


" ผีปอบ!!! " เชียรอุทานด้วยความตกใจ เมื่อเขาเห็นภาพที่น่าคลื่นไส้ตรงหน้า


" นาย " เด็กสาวหันมองเจ้าของเสียงอุทาน มิติกาที่มือทั้งสองข้างเปื่อนไปด้วยเลือดเองก็กำลังตกใจชายผมแดงเช่นกัน


" เธอ.... " ชายหนุ่มพูดไม่ออก ตอนที่เขาเข้ามาเขาเห็น มิติกากำลังกินเนื้อของหมาป่าแบบดิบๆ อยู่ มันน่าสะอิดสะเอียดเสียยิ่งกว่าเจอศพเน่าๆ เสียอีก


" อะไร ไม่ต้องมามองฉันอย่างกับเจอผีเลย ฉันหิว ฉันต้องการพลังงาน ฉันก็ต้องกินสิ " มิติกาพูด ก่อนจะทิ้งเศษเนื้อที่ยังกินไม่ทันหมดทิ้งไป


" เธอจะบ้าหรอ เธอกินเข้าไปได้ยังไง นั่นเนื้อหมานะ ดิบๆ อีก แล้วหมาพวกนี้มันกินอะไรมาเธอรู้มั้ย " ชายหนุ่มตะคอก เขาอยากจะบ้าตายที่เห็นภาพเมื่อสักครู่ มันยังติดตาเขาอยู่จนหลอน


" กินศพ " คนหน้าสวยตอบอย่างไม่สะทกสะท้าน ไม่มีทีท่าว่ารังเกียจสิ่งที่พูดออกมาสักนิด


" เธอก็รู้นิ แล้วเธอจะกินมันเข้าไปทำไม มันน่าคลื่นไส้ออก หัดแยกแยะบ้างสิ " 


" ทำไมจะกินไม่ได้ ก็บอกแล้วไงว่าฉันหิว หิวมากน่ะ " เด็กสาวตะคอก ทำไมเธอจะกินไม่ได้ ในเมื่อสิ่งไหนที่ขึ้นชื่อว่าเนื้อ มันก็กินได้ทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเนื้อมนุษย์ก็ตาม


" เธอนี่มัน... จริงๆ เลย " คนมีอายุมากกว่ากำหมัดอย่างข่มอารมณ์ตัวเอง ถึงจะอยากสั่งสอนเธอมากแต่ก็สงบอารมณ์ไว้


" แล้วนายมาที่นี่ได้ยังไง อย่างนายไม่น่าถูกจับมานิ " 


" ฉันมาช่วยเธอ " เขาตอบสั้นๆ คนหน้าสวยแทนที่จะยิ้มดีใจ กลับทำหน้างอยิ่งกว่าตอนเห็นเขาครั้งแรก ก่อนจะถอยหลังหนีเขาหลายก้าว


" นายไปแล้ว นายหันหลังให้ฉันแล้ว นายจะกลับมาช่วยฉันทำไม ทำไมไม่ปล่อยให้ฉันรับชะตากรรมอยู่ที่นี่คนเดียวล่ะ " เด็กสาวว่า ไม่เชิงถาม แต่เป็นเชิงประชดกึ่งน้อยใจเสียมากกว่า


" ไม่ได้หรอก ว่าแต่เธอมีอะไรสำคัญที่จะบอกฉันรึเปล่า " ชายหนุ่มมองคนหน้าสวยเขม็ง อย่างฟังจากปากเธอเองถึงความจริง


" อะไร ฉันไม่มีอะไรจะบอกนายทั้งนั้นแหละ " มิติกาว่า แล้วเสมองไปทางอื่น หลบตาสายหนุ่มด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจคนตรงหน้า


" เธอ... ท้องจริงรึเปล่า " ชายหนุ่มถามเด็กสาวเสียงนิ่ง นัยตาสีชาดจ้องร่างบางรอตำตอบ


ดวงตาคู่สวยหลบสายตาคมอย่างแสดงพิรุธ " ท้องบ้าบออะไร นายมั่วแล้ว ฉันไม่ได้ท้อง "


" ไม่เชื่อ งั้นกล้าพิสูจน์มั้ยล่ะว่าเธอไม่ท้อง ว่าไง " 


" นายจะให้ฉันพิสูจน์ยังไง พูดจาไม่คิดเลยนะนายเนี่ย " เด็กสาวว่า แล้วเดินถอยไปนั่งลงบนเก้าอี้ไม้หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง


'คุณหนู' 'คุณหนู' 'คุณหนู' 'คุณหนู' 'คุณหนู' 'คุณหนู' 'คุณหนู' 'คุณหนู' 'คุณหนู'


" เช็ดมืด เช็ดปากซะ เราต้องไปแล้ว พวกมันมาแล้ว " ชายหนุ่มเดินซากหมาป่าตรงไปจับผ้าปูโต๊ะขึ้นมาเช็ดปากให้เด็กสาวทันที


" อะไรมา? " 


" ผี... เจ้าถิ่น " ชายหนุ่มตอบส่งๆ ก่อนจะดึงให้คนหน้าสวยลุกขึ้นยืน และเดินตามตนมาที่หน้าห้อง


" ผีเจ้าถิ่น คืออะไร " มิติกาถามชายหนุ่มด้วยความอยากรู้ 


" ช่างมันเถอะ เราไปหาที่ซ่อนแถวนี้กันก่อนดีกว่า เท่าที่ฉันดู ห้องประตูเหล็กฝั่งตรงข้าม เป็นห้องอะไร บอกมาซิ " ชายหนุ่มถาม มิติกายืนคิดอยู่สักพัก มันนานพอสมควรทำให้บางส่วนเธอก็จำไม่ได้


" ห้อง... สมุด มันเป็นห้องสมุดเก่าของตระกูลที่ไม่อนุญาตให้คนนอกเข้าไปโดยเด็ดขาด " 


" งั้นก็เข้าไปหลบในนั้นก่อน ไปกันเถอะ " ชายหนุ่มว่า ก่อนจะหายตัว พาเด็กสาวไปยังห้องอีกฝั่ง


'คุณหนู' 'คุณหนู' 'คุณหนู' 'คุณหนู' 'คุณหนู' 'คุณหนู' 'คุณหนู' 'คุณหนู' 'คุณหนู'



..

..

..

.

.

.


ไกรสร ชายชราคุณตาของการินที่กำลังเพลิดเพลินกับการนั่งชมวิวรอบๆ ตัวตามประสาคนวัยชราต้องสะดุ้ง เมื่อจู่ๆ มีเด็กหนุ่มเรือนผมขาวขับรถมายังหน้าบ้านของท่าน ชายชราผู้ไม่มีแขกมาเยี่ยมเยือนนานจึงรีบลุกไปต้อนรับทันที


" อ้าวพ่อหนุ่ม มีธุระอะไรอย่างงั้นหรอถึงมาที่นี่ " ไกรสรถามคนหนุ่มด้วยวาจาอ่อนนุ่ม


" ผมมาตามคำสั่งการินครับ บอกว่าให้มาหาคุณตา งั้นเดี่ยวผมโทรหามันก่อนนะครับ " รุทรขมวดคิ้วหยิบมือถือขึ้นมากดเบอร์โทรหาการินทันที อยากจะบ่นพี่รหัสของเขาว่ามันยากลำบากมากแค่ไหนกับการขับรถมาในเวลากลางคืน


ตรู๊ตตต


เด็กหนุ่มถือสายรออยู่สักครู่ ปลายสายก็กดรับพร้อมกับเสียงด่าจนเขาตกใจ


" แกจะด่าฉันทำไม ก็ฉันมาถึงบ้านตาแกแล้ว ฉันก็โทรหาตามที่แกสั่งเอาไว้ไง " รุทรพูดด้วยเสียงเรียบเฉยไร้อารมณ์


' ก็รู้อยู่หรอกแต่ช่วยโทรมาให้ถูกเวลาหน่อยสิวะ ตอนนี้ฉันต้องพายัยโง่หนีอีกแล้วเนี่ย ให้ตายสิ ' 


" เออ... ขอโทษแล้วกัน งั้นคุยกับตาแกได้ตามสบาย ฉันจะรอฟังคำสั่งอยู่ตรงนี้แล้วกัน " รุทรว่าจบ เขาก็ยื่นมือถือให้กับไกรสรทันที คนชรารับโทรศัพท์มาจากคนหนุ่มอย่างระวัง ก่อนจะนำมาแนบหูรอฟังเสียงหลานชายที่หายหน้าไป


" มีอะไรหรอการิน " ไกรสรถามหลานชายผ่านเครื่องสื่อสารด้วยความใจเย็น


' มาที่คฤหาสน์ผีสิงนี่ด่วนเลย ไม่อย่างงั้นมีคนตายแน่ '


" แกอยู่ไหนน่ะการิน ไปทำเรื่องเดือดร้อนอะไรอีก " คนชราส่งเสียงคาดคั้นผ่านลำโพงมือถือด้วยความเป็นห่วงหลาน


' คราวนี้ฉันบริสุทธิ์นะ เรื่องนี้ต้องโทษเจ้าคนที่เล่นแผลงๆ จับคนมาเล่นเกมส์งี่เง่านี่มากกว่า '


" แกอยู่ที่ไหน " ไกรสรขมวดคิ้ว เหลือบมองรุทรด้วยหางตาอย่างกังวลใจ ห่วงเจ้าหลานชายตัวดีคนเดียวเป็นอันมาก


' ฉันอยู่ที่คฤหาสน์วัชรจินดา ทางมาฉันเขียนสอดไว้ใต้เบาะรถไอ้ขี้เก็ก แล้วอย่าลืมเตรียมตัวมาด้วยล่ะ ดูเหมือนมันจะไม่ทำธรรมดา '


" ภายในนั้นมันมีอะไรบ้าง ไหนลองอธิบายมาซิ ว่าในนั้นมันมีอะไรบ้าง ฉันจะได้เตรียมของไปถูก " ชายชราถามหลานชายอีกครั้ง หากไปสุ่มสี่สุ่มห้าโดยไม่เตรียมตัวใดๆ มันอาจจะกลายเป็นว่าไปตายกันหมดแทน


' ฟังให้ดีนะ ในนี่มีไอ้โรคจิตที่จับคนมาเล่นเกมส์บ้าบอ หุ่นพยนต์ ศพมากมาย แล้วก็ผี ที่ออกมาเดินอย่างกับมดงาน พูดว่าคุณหนูซ้ำไปซ้ำมาจนน่าขนลุก นอกจากนั้นยังมีฉัน ยัยโง่ ยัยคิงคองกับลูก แล้วก็ไอ้หัวแดงด้วยรีบมาล่ะ '


" เข้าใจแล้ว " ชายชราว่า ก่อนคนปลายสายจะตัดสายไป รุทรรับมือถือจากไกรสรคืนมาทันที


" ผีที่ออกมาเดินนั่น...... ไอ้หนุ่ม ที่คฤหาสน์นั่นมีใครเป็นเจ้าของอย่างงั้นหรอ " ชายชราหันไปถามรุทรที่ยืนอยู่ข้างๆ 


" เจ้าของคฤหาสน์ร้างนั่นเป็นรุ่นพี่ผมครับ เธอกับลัลทริมาก็ถูกจับไปเหมือนกัน นั่นทำให้การินกับเชียรต้องตามไปช่วย "


" เชียรงั้นหรอ เจ้านั่นเป็นพวกไม่ดีไม่ใช่รึ ทำไมถึงไปกับการินล่ะ " ชายชราย่นคิ้วถามรุทร ก็จากที่เขาประสบมา ชายผมแดงคนนั้น เป็นคนร้ายกาจอย่างบ้าคลั่ง มีสาวกวิปริตมากมาย ทั้งยังเป็นคู่กัดตลอดกาลกับหลานชายของเขา ทำให้ชายชราสงสัยในความเป็นไปครั้งนี้


" อ่อ... ก็รุ่นพี่คนสวยเจ้าของคฤหาสน์ของผม ดันเอาหัวใจของคนร้ายกาจนั่นไปด้วยนะสิ เค้าเลยต้องตามไปช่วยเธอ " รุทรขยับยิ้ม เหลือบมองชายชรา อยากจะบอกว่าไม่ใช่แค่เชียร ที่ไปตามหัวใจ แต่การินเองก็ไปปกป้องแสงสว่างของตัวเองเหมือนกัน


" ที่นั่นเคยมีคนตายใช่มั้ย "


" ครับ รุ่นพี่ของผม คือคุณหนูเล็กของคฤหาสน์ ที่รอดออกมาจากเหตุฆาตกรรมหมู่ได้ครับ " รุทรตอบเสียงเรียบนิ่ง อยากรู้ว่าชายชราจะทำอย่างไรต่อไปบ้าง 


" *วงเวียนกรรมสินะ " คนชรารำพึงเบาๆ พินิจถึงตำราที่เขาเคยอ่านมาพอสมควร


" วงเวียนกรรม คืออะไรหรอครับ ช่วยบอกผมหน่อยได้มั้ย " เด็กหนุ่มขมวดคิ้วสงสัย


วงเวียนกรรมหรอ....??


" ได้สิ งั้นในระหว่างเตรียมของ ฉันจะอธิบายให้ฟังนะ " ไกรสรว่า ก่อนจะเดินนำขึ้นบันไดบ้านไป


..........

.....

.

.

.

.



" ป่านนี้ พี่มิติจะเป็นยังไงบ้างนะ ฉันอยากรู้จัง " ลัลทริมานั่งกอดเข่า พิงผนังเบาๆ ถึงตัวเองจะเหนื่อยจากการหนีพยนต์ยักษ์นั่นมากเพียงใด แต่ใจก็ยังเป็นห่วงคนที่เป็นเหมือนพี่สาวไม่เปลี่ยน


" ยัยคิงคองไม่เป็นไรหรอกยัยโง่ ยัยนั่นรู้จักทางหนีของที่นี่ดีกว่าเรา ต้องเอาตัวรอดได้อยู่แล้ว " การินเอ่ยเบาๆ เพื่อป้องกันไม่ให้หุ่นพยนต์ได้ยินเสียงที่ตนพูด


" นายคิดว่าเราจะได้ออกจากที่นี่เมื่อไร ฉันคิดถึงคุณน้าแล้ว " ลัลทริมาก้มหน้าลงซบกับเข่าด้วยความคิดถึงเต็มหัวใจ


" อย่าพึ่งยอมแพ้สิยัยโง่ เราเคยผ่านอะไรที่ใหญ่มากกว่านี้มาแล้วนะ เราได้ออกไปแน่ยัยโง่ ฉันไม่ยอมให้เธอตายหรอก " เด็กหนุ่มว่า ก่อนจะขยับร่างเข้าไปประชิดร่างบางของลัลทริมาช้าๆ ลังเลอยู่สักพักก่อนวางมือลงบนไหล่ของคนหน้าหวานเบาๆ


" การิน ขอบคุณนะ " เด็กสาวเงยหน้าขึ้นสบตาเด็กหนุ่ม เธออยากจะขอบคุณเขาเหลือเกิน " ขอบคุณสำหรับทุกๆ เรื่อง ขอบคุณที่ไม่ทิ้งฉัน ขอบคุณนายนะ "


เอ่อ.... พูดบ้าอะไรน่ะ ทำไมต้องทำซึ้งเวลานี้ด้วย


" อะ เอากองไว้ตรงนั้นแหละ " การินกอดอกหน้ามุ้ย เสมองไปอีกทางหลบสายตาคนสาว


" ถ้าอย่างงั้นฉันจะเอากองไว้ตรงนี้ นายอย่าลืมเก็บมันไปด้วยนะ " ลัลทริมาว่า ก่อนจะเอนตัวมาซบไหล่แกร่งของเด็กหนุ่มเบาๆ พลางหลับตาลงอย่างอุ่นใจ


ถึงสถานการ์จะเลวร้ายสักแค่ไหน ขอแค่มีนายอยู่ข้างๆ ฉันเหมือนทุกครั้ง ฉันก็... อุ่นใจแล้ว


เด็กหนุ่มหันมองคนหน้าหวานบนไหล่กว้างของเขาเงียบๆ ถ้าเป็นเมื่อก่อน เขาคงปัด หรือผลักหัวเธอออกไปแล้ว แต่ตอนนี้กลับคิดว่า ปล่อยให้เธอซบมันดูดีกว่า


เห็นว่าอยู่ในสถานการณ์แบบนี้หรอกนะยัยโง่ ฉันจะปล่อยเธอไปวันหนึ่งก็แล้วกัน


ถึงยังไงซะ ไหล่นี้มันก็ไม่มีใครจะหวงอยู่แล้วล่ะ.....



••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••


ในสถานการณ์อันตรายเช่นนี้ พ่อยังจะปากแข็งอีกหรอคะ แหม.... นับถือจริงๆ เจ้าพ่อ..


..

..


*วงเวียนกรรม


วงเวียนกรรม คือชื่อที่ไรท์เป็นคนตั้งขึ้นมาตามความเข้าใจเองค่ะ 


วงเวียนกรรมมันไม่ใช่การเอาตัวตายตัวแทน แต่จะไม่เชิงตายตกไปตามกันค่ะ ในกรณีคฤหาสน์ของมิติกาที่มีผีออกมาเรียกหาคุณหนู มันจะคล้ายกับการ ตาย... ไปด้วยกันซะมากกว่า


' ทีฉันยังตายเลย เธอจะรอดอยู่คนเดียวได้ยังไง ต้องตายเป็นเพื่อนกันสิ ' 


ถึงจะไปเกิดไม่ได้ แต่ก็อยากจะให้คนที่เคยอยู่ด้วยตายไปด้วยกัน ตายเป็นเพื่อนกันอะไรประมาณนี้ ไปอยู่ในวงเวียนของโลกวิญญาณด้วยกัน ถึงแม้ว่าเราจะไม่ได้ไปเกิด แต่ก็อยากให้ตายด้วย 


ซึ่งการทำแบบนี้จะเป็นการเพิ่มกรรมให้กับตัวเองมากยิ่งขึ้นเป็นเท่าตัวเลย ไรท์เลยตั้งว่าวงเวียนกรรม 


มันต่างจากตัวตายตัวแทนที่จะเอาคนไป เพื่อจะได้ไปเกิด 


และการตายตกไปตามกัน ที่จะตามเอาชีวิตคนที่รอดเพื่อไปสู่สุขตินั่นเองค่ะ...


ถ้ามันดูมั่วไปก็ขออภัยด้วยนะ พอดีไรท์เป็นพวกมั่วเก่ง คริๆ (ตอนสอบก็มั่ว)



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

54 ความคิดเห็น

  1. #36 Mascher (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2563 / 12:03
    คาดไม่ถึงว่าจะเป็นมิตินะเนี่ย
    จะพิสูจน์ยังไงน้าา
    #36
    0