(fanfic) ปริศนามายา อัตตานิรันดร์

ตอนที่ 24 : ตอนที่ 24 : เรื่องเล่าของเด็กสาว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 21
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    15 พ.ค. 63




อีกาขนสวยจ้องตอบ ความจริงเจ้ากาตัวนี้เป็นสัตว์ติดตามของมิติกา หากมีข่าวใด มันจะรีบบินมาหานายเพื่อแจ้งข่าว.....

 ........ทางกระแสจิต


เมื่อแจ้งข่าวเสร็จ เจ้ากาก็ก้มเหมือนจะนอบน้อมผู้เป็นนาย มิติกาจึงจะยื่นมือไปแตะตามปกติ แต่...


“ อย่า..!! ” เสียงร้องห้ามของชายผมแดงดังขึ้น ก่อนเจ้าตัวจะเดินเข้ามาไล่อีกาไป


“ เธอบ้ารึเปล่า จะไปแตะมันทำไม อีกามันไม่ใช่สัตว์เชื่องนะ อยากโดนมันจิกรึไง ” เชียรตะคอกใส่คนหน้าสวยด้วยความหงุดหงิด เขามาทันเห็นเธอกำลังยื่นมือจะไปแตะอีกา ไม่รู้ว่าเพราะความอยากรู้อยากเห็นหรืออะไร ถึงอยากจะแตะมัน


มิติกามองชายผมแดงอยู่สักพัก ก่อนจะถอนหายใจตอบ “ มันก็ดูเชื่องดี ฉันก็แค่อยากจะลองจับดูก็แค่นั้นเอง ”


“ เธอเข้าใจคำว่ากลัวมันจิกมั้ย ” เชียรแยกเขี้ยวใส่คนหน้าสวย ที่ดูแววตาเธอจะยังไม่ฟังเขา “ ถ้าอยากมีนกเอาไว้เล่นสักตัว เดี่ยวฉันหาให้ ดีมั้ยยัยตัวแสบ ”


“ ชริ ” มิติกาไม่ตอบอะไร แต่เดินผ่านชายผมแดงไปอย่างไม่พึงพอใจ เขายุ่งกับเธอจนเธอรำคาญทั้งๆ ที่ทีเขาเธอยังไม่ว่าสักคำ


.... เธอยังเด็กเกินกว่าจะเข้าใจเขา ชายผมแดงรู้ ท่าทีฮึดฮัดไม่พอใจเหมือนเด็กๆ ของเธอเขาเห็นชัด และเข้าใจในทันที 


“ มิติ ” เสียงครูประจำชั้นเรียกเด็กสาวผมม่วง “ มิติกามาที่นี่เร็ว ”


“ มีอะไร... คะ ” คนตัวสูงถามผู้หญิงที่อายุมากกว่าที่เดินเข้ามาหาเธอ


“ ได้เวลาที่เธอจะต้องไปเล่าเรื่องของเธอแล้วจ๊ะ ” ครูหญิงพูด “ อีก 5 นาทีเจอครูที่หลังเวทีนะ ”


“ คะ ” คนหน้าสวยตอบ มองตามครูสาวจนลับตา ก่อนจะเหลือบไปมองชายผมแดงทางด้านหลัง และฮึดฮัดเดินเข้าไปในงาน


เอ๋... โกรธอะไรของเค้านะ

ยัยเด็กคนนี้เข้าใจยากจริงๆ.....



มิติกาเดินเข้ามาที่ที่นั่งซึ่งมีกลุ่มของการินนั่งอยู่ ซึ่งลัลทริมาและเด็กหนุ่มสวมแว่นมีนั่งแทนที่เธอแล้ว นัยตาสีหม่นมองไปยังการินที่กำลังเอนหลังขมวดคิ้วหลับตาอยู่บนโซฟาอีกด้านของลัลทริมา


คนหน้าสวยขยับยิ้ม เธอไม่คิดว่าการินผู้ปากเก่งจะคออ่อนขนาดนี้ เลยบังคับให้ดื่มด้วย


“ มาทางนี้จ๊ะมิติกา ” เด็กสาวมองไปตามเสียงเรียก ก่อนจะเดินขึ้นเวทีไปตามที่ครูบอก



บนเวที


พิธีกรชายหญิงถือไมค์ยิ้มแย้มอยู่บนเวทีกลางสนามกว้าง พิธีกรชายยิ้มรับสคริปมาจากทีมงานแล้วรีบกล่าวทันที “ ต่อไปจะเป็นการเล่าเรื่องของนักเรียนผู้น่ารักแห่งนิศาพาณิชย์ครับ ”


“ ขอเชิญรับฟังได้เลยครับ ” พิธีกรผายมือเชิญคนเล่าเรื่อง ก่อนจะเดินลงจากเวทีไป


ร่างอรชรเดินออกมาจากหลังม่านสู่สายตาของคนในงาน นัยตาสีม่วงหม่นกวาดตามองผู้คนรอบๆ ก่อนจะพูดขึ้นมาปากเปล่าโดยไม่ใช้ไมค์


“ สวัสดี ฉันมีนามว่ามิติกา วันนี้ฉันจะมาเล่าขานเรื่องราวของฉัน ให้กับทุกท่านรับฟัง ” เด็กสาวเอ่ย “ ขอเชิญทุกท่านสนุกกับมันเถอะ ”


เมื่อคนหน้าสวยพูดจบ ไฟบนเวทีและทั้งงานก็ดับวูบลง มีเพียงแค่เสียง.... ดนตรีเบาๆ ที่กำลังบรรเลงด้วยทำนองน่าขนลุก


พลันสปอร์ตไลท์สีขาวก็ส่องไปยังร่างอรชรผู้รับหน้าที่เล่านิทานในค่ำคืนนี้


...


ฉันมีนามว่ามิติกา เด็กหญิงที่ถือกำเนิดท่ามกลางกองเงินกองทองและความอบอุ่นอันแสนน่าเบื่อของครอบครัว


ฉันถูกเลี้ยงมาอย่างดีโดยพ่อแม่และพี่เลี้ยงมากมาย ฉันโตมาภายในคฤหาสน์วัชรจินดา คฤหาสน์เก่าซึ่งตอนนี้ผุพังไปตามกาลเวลา


และ ณ ที่แห่งนั้นมีเรื่องราวอันน่าสลด สยด สยองเกิดขึ้น ซึ่งเรื่องราวของมันถูกปิดตายจากผู้คนภายนอกมานาน.. หลายปี


เรื่องราวอันน่าสะเทือนใจนั้นเริ่มต้นในวันเสาร์ของฤดูฝน...


ในตอนนั้นฝนตกหนักราวกับฟ้ารั่ว สายฟ้าแสบแปลบปลาบไปทั่วท้องฟ้า เวลานั้นฉันยังเป็นเด็กอายุเพียง 8 ขวบ ที่นั่งเหม่อมองผนังเงียบๆ หลบแม่อยู่ใต้โต๊ะเครื่องแป้งตัวงามในห้อง


ข้างๆ ฉันมีสัตว์เลี้ยงแสนรู้ของฉันเข้าไปอยู่ด้วย วันนั้นแม่จะหัดให้ฉันแกะสลักผลไม้เหมือนผู้หญิงไทยสมัยก่อนๆ ซึ่งฉันไม่ชอบ


ฉันนั่งเหม่อลูบขนเจ้าสัตว์แสนรู้สักพัก ฉันก็ได้ยินเสียงเหมือนมีอะไรบางอย่างหล่นลงมาปักที่พื้นมากมาย... ซึ่งจู่ๆ ยัยมุกดาก็ถูกใครบางคนผลักเข้ามาหลบบางอย่างใต้โต๊ะเครื่องแป้งกับฉัน


แม่ถกผ้าคลุมโต๊ะเครื่องแป้งขึ้น มองฉันกับยัยมุกดาสักพัก ก่อนจะสั่งให้เราอยู่เงียบๆ


แต่ผ้าคลุมโต๊ะปกลงไม่ดี จึงมีช่องให้ฉันเห็นเหตุการณ์อยู่ ฉันเห็นพ่อกับแม่ของฉันยืนดันประตูเพื่อกันอะไรซักอย่างเข้ามาในห้อง


ในตอนนั้น จู่ๆ ก็มีมีดสั้นสีเงินดูคมแวววาวถูกปาทะลุประตูเข้ามาปักอกซ้าย ตัดขั่วหัวใจพ่อฉัน จนล้มลงไปตายคาที่ ประตูจึงถูกเปิดออกอย่างง่ายดาย แต่ไม่มีร่างของผู้กระทำเดินเข้ามา มีแค่มีดสั้นอีกอันที่ถูกปาเข้ามา เสียบเข้าไปที่คอ.. ตัดผ่านหลอดลมแม่ฉัน เธอดิ้นทรมานตาเหลือกถลน ทุรนทุรายพยายามสูดอากาศหายใจอยู่ราวๆ 2 นาที ก็แน่นิ่งไป


น้ำอุ่นๆ สีแดงไหลนองเข้ามาที่ที่ฉันนั่งอยู่ มันคาวคลุ้งจนน่าอาเจียน นั่นเป็นครั้งแรกที่ฉันได้สัมผัสกับเลือดมนุษย์.. สดๆ


ตอนนั้นฉันยังไม่รู้จักเลือดหรือความตายเลยด้วยซ้ำ ทันนั้นพี่เลี้ยงวัย 41 ปีของฉันก็ถกผ้าคลุมโต๊ะเครื่องแป้งที่ฉันกับยัยมุกอยู่ออก จากนั้นก็จะพาเราหนี 


แต่ยังไม่ทันได้ออกจากห้อง มีดสั้นอีก 3 เล่มก็ถูกปามาจากที่ไหนซักแห่ง พุ่งเข้าเสียบแทงร่างของพี่เลี้ยงคนนั้น เสียงร้องโหยหวนดังซักพัก ก็หยุดไป...


จากนั้นเสียงหัวเราะของใครสักคนที่ฉันไม่เห็น ก็ดังขึ้น ก้องไปทั่วทั้งคฤหาสน์ ในตอนนั้นเองที่ฉันรับรู้ได้ถึงความตายที่ใกล้เข้ามา


.....เพราะฉันยังอยากหายใจ อยากมีชีวิตอยู่ ฉันถึงต้องหนี


ฉันและยัยมุกวิ่งหนีไปตามทางของคฤหาสน์ มีดถูกปาเฉียดหัวฉันไปแค่นิดเดียว มันปักอยู่บานประตูทางออกทางหน้าฉัน บนมีดมีตัวอักษรเป็นภาษาขอมโบราณ สลักเอาไว้ว่า..


‘ จงรอดเพื่อวันพรุ่งนี้ จงยินดีที่ได้พบกับความจริงของโลก ’


ฉันเก็บมีดนั้นไว้ ก่อนจะวิ่งออกมาจากบ้านพร้อมๆ กับยัยมุก ไม่สิ มันไม่ใช่บ้าน มันคือสุสานแห่งความจริงอันน่าสังเวชของโลก


ไม่มีใครเข้าไปในคฤหาสน์เลือดหลังนั้นอีก ในตอนนี้ไม้เถาและความสกปรกเกาะกรึงตามกาลเวลาบนเริ่มผุพัง


และเพราะไม่มีใครเข้าไป ภายในบ้านจึงยังมีซากของศพไร้ชีวิตนอนเกรื่อนอยู่ในสุสานนั้น...


และมันจะยังคงอยู่ตลอดไป จนกว่าจะมีใครสักคน เข้าไปลิ้มลองกับคฤหาสน์แห่งนั้น


.....


รอยยิ้มเย็นแสยะยิ้ม นัยตาสีม่วงหม่นกวาดสายตามองผู้ฟังด้านล่าง ที่กำลังจับจ้องและตั้งใจฟังเธออยู่อย่างเงียบเชียบ “ นี่คือเรื่องที่แสนจะน่าสะเทือนใจของฉัน เรื่องราวที่ทำให้ฉันรับรู้ถึงความโสมมในจิตใจและด้านมืดอันไม่รู้จบของมนุษย์ ”


“ และโลกอาถรรพ์แสนหวานที่ฉันสนใจอยากลิ้มลอง พอๆ กับจิตใจอันแปลกแยกของสัตว์ที่ขึ้นชื่อว่าประเสริฐแบบคน หึหึหึ ” มิติกาว่า สาวน้อยแสยะยิ้มเลศนัยจนคนฟังต่างพากันกลืนน้ำลาย


“ ส่วนเรื่องที่น่าประทับใจในชีวิตของฉันที่ผ่านมานั้น..... ไม่มี ” เด็กสาวผมม่วงแดงว่า ก่อนจะโค้งเล็กน้อยเคารพผู้รับฟัง แล้วเด็กสาวจึงเดินหายเข้าม่านสีแดงเพลิงไป


ก่อนไฟที่เปิดสลัวจะติดขึ้นมาสว่างตาเหมือนก่อนที่คนหน้าสวยจะทำการจัดโชว์ของเธอ




ทางด้านหลังเวที


“ ขอบคุณพี่ๆ คุมไฟมากเลยนะคะ ที่ช่วยทำให้ที่นี่เข้ากับบรรยากาศเรื่องเล่าของน้องบนเวทีนะคะ ” ครูหญิงกล่าวขอบคุณชายหนุ่มสองสามคนที่ควบคุมไฟเวทีอยู่อย่างซาบซึ้งในน้ำใจ


ชายคุมไฟมองหน้ากันงงงวยระคนสงสัยกึ่งประหลาดใจ ก่อนจะตอบครูหญิงด้วยเสียงแผ่วเบา “ เอ่อ..... ครูไม่ต้องขอบคุณพวกผมหรอกครับ ”


“ อ้าว.. ไม่ขอบคุณพวกคุณแล้วจะให้ฉันขอบคุณใครละคะ ก็ในเมื่อพวกคุณเป็นคนคุมไฟ ช่วยทำให้ไฟในงานดับ และทำให้เข้าบรรยากาศกับเรื่องเล่านิคะ ” ครูหญิงยังงงงวยกับสิ่งที่ชายทั้งสามพูด ต่างคนต่างมองหน้ากันอึกอักไม่ยอมพูดจนครูหญิงรำคาญใจ


“ เอ่อ.. บอกตรงๆ เลยนะครับคุณครู ว่าไม่ต้องขอบคุณ เพราะ.. ” ชายคุมไฟเว้นจังหวะพักหนึ่ง “ ผมกับเพื่อนไม่ได้เป็นคนทำครับ ”


“ อ้าว.. ถ้าไม่ได้ทำ แล้วใครเป็นคนทำมันละคะ ” ครูหญิงเบิกตาโตถามชายหนุ่มทั้งสามด้วยท่าทีตกใจ ขนกายเริ่มลุกเกรียว


“ พวกผมเองก็สงสัยครับ เพราะเมื่อกี้แผงควบคุมไฟมันดับหมดเลย แต่ไฟเวทียังติด และสปอร์ตไลท์ทำงานเองด้วย... ผมว่าเรา.. เจอผีหลอกแล้วละครับ ”




••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••



อดีตของมิติกา..... น่าเศร้าจังเลย

..... แค่ 8 ขวบต้องเจอกับเรื่องที่โคตรจะดาร์กเลยจริงๆ 




แต่... แน่ใจหรอ ว่าอดีตอันแสนหวาน มันจะหมดเพียงแค่นี้..



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

54 ความคิดเห็น

  1. #22 Mascher (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2563 / 14:07
    รอตอนต่อไปเด้อออ
    ปล.แน่นอนว่าเรื่องมันคงจะไม่จบเท่านั้นแน่นอนเราเชื่ออ
    #22
    0