(fanfic) ปริศนามายา อัตตานิรันดร์

ตอนที่ 13 : ตอนที่ 13 : เทศกาลแห่งฝัน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 33
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    3 พ.ค. 63





มิติกาเดินตามชายผมแดงไปในที่ที่หนึ่ง เชียรลากคนหน้าสวยข้ามสะพานไม้ตรงไปยังป่าไผ่ข้างหน้า


ป่าไผ่ขึ้นต้นเรียงรายไปตามทาง ซึ่งดูร่มรื่นและเงียบสงบ มีเสียงนกร้องราวกับกำลังทำเพลง


“ เป็นไง หายโกรธรึยัง.. หือ.. ” ชายหนุ่มถามเด็กสาวผมม่วงที่เดินอยู่เคียงข้าง “ อารมณ์ดีขึ้นรึเปล่า ”


เด็กสาวไม่ได้ตอบอะไร เพียงแต่เดินมองวิวรอบๆ ไปเงียบๆ เธอกำลังสงสัยว่าที่นี่คือที่ไหน...


“ นาย... พาฉันมาทำไม ” เด็กสาวเอ่ยถาม ทั้งที่ยังมองรอบข้างอยู่


ชายหนุ่มขยับยิ้มมุมปากเล็กน้อย ก่อนจะตอบคำถาม “ ก็เธออารมณ์เสียไม่ใช่หรอ ฉันเคยได้ยินมาว่า ถ้าเห็นของสวยๆ งามๆ คนเราจะอารมณ์ดีขึ้นน่ะ ”


“ นายก็เลยคิดว่าฉันจะอารมณ์ดีขึ้นว่างั้นเถอะ.. เฮ้อ.. ” คนหน้าสวยทำเป็นถอนหายใจยาวๆ ทั้งที่ตอนนี้ตัวเองไม่มีอารมณ์โกรธอยู่แล้ว แต่ก็ยังแสดงสีหน้าหงุดหงิดอยู่


“ ใช่.. แต่ถ้าตอนนี้เธอยังไม่หาย ฉันก็มีอีกหลายอย่างให้เธอไปดู ” ชายหนุ่มว่า ก่อนจะพาเด็กสาวเดินตรงไปที่ประตูข้างหน้า


“ หลายอย่าง.. ”


“ ใช่.. หลายอย่าง ” ชายผมแดงหัวเราะในลำคอ “ เธอหนะ เที่ยวกับลัลทริมามาแล้ว คราวนี้.. เธอลองมาเที่ยวกับฉันดูนะ ”


“ รับรองว่า.. เธอจะยิ้มไม่หุบเลยล่ะ ” มิติกามองใบหน้าหล่อของคนตรงข้าม พินิจดูซักพักแล้วจึงพยักหน้าตอบรับ


คนทั้งสองจึงเดินผ่านเข้าไปในประตู..... 


เชียรขยับยิ้ม ที่แห่งนี้คือป่าเนรมิต ที่เขาพาเธอมาที่นี่ก็เพราะ ที่แห่งนี้อยู่ในโลกแห่งฝัน จะไม่มีใคร ตามหาพวกเขาเจอ หลังจากเหตุการณ์ดรามาวันนี้ เชียร.. จึงอยากจะรู้จักตัวตนของมิติกามากขึ้น ชายหนุ่มไม่เข้าใจตัวผู้หญิงคนนี้ ทั้งสายตา ท่าทาง นิสัย และผมสีประหลาด ความหลังของเธอ 


ชายหนุ่มได้ยินการินพูดว่า มิติกามีอดีตที่เลวร้าย ซึ่งเขาเองก็อยากจะรู้ ว่าอดีตที่ว่า มันจะเลวร้ายมากมายซักแค่ไหน


เด็กสาวผมม่วงเดินผ่านประตู ตามสะพานหินอ่อนมาเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงปลายสะพาน เธอเห็นผู้คนมากมายกำลังสนุกสนานกับเทศกาลตรงหน้า ซึ่งไม่รู้ ว่ามันคือเทศกาลอะไร แต่ดูจากรอยยิ้มแจ๋มใสเหล่านั้น แสดงให้เห็นว่า ทุกคนกำลังมีความสุข


“ นี่คืองานฉลองวันแห่งความฝัน ” ชายผมแดงเริ่มต้นอธิบาย “ งานฉลอง ที่รวมเรื่องเล่าทั้งฝันร้าย และฝันดีของทุกคน เราไปเที่ยวงานนั้นกันเถอะ ”


ชายผมแดงยื่นมือมาตรงหน้าเด็กสาว พร้อมกับส่งยิ้มให้ คนหน้าสวยมองสักพัก ก่อนจะทำท่าทีฮึดฮัดเดินหนีไม่ได้รับไมตรีที่เชียรส่งให้ มันช่างเป็นกิริยาที่ไม่น่ารัก แต่ทว่า ชายหนุ่มกลับเห็นว่าคนอย่างเธอน่าสนุก หากคุณหนูเย็นชานิสัยเสียแบบมิติกา เจอค้นใจจะเป็นอย่างไร .......

........... ว่าแต่ เขาจะค้นยังไง


ชายหนุ่มยิ้มเลศนัย ในเมื่อเธอไม่ยอมรีบไมตรีจากเขา เขาจึงทำได้เพียงแค่เดินตามเด็กสาวเท่านั้น เดินตามไป สมองก็คิดถึงแผนสนุกๆ ที่เตรียมไว้สำหรับมิติกา วันนี้เขาจะพาเธอไปเที่ยวให้ลืมความเศร้าไปเลย 



.............

.....



มุกดามองเด็กสาวและเด็กหนุ่มผ่านกระจกมองหลัง หญิงสาวอาสาให้การินและลัลทริมาติดรถมาที่กรุงเทพฯ ด้วย เพื่อที่จะถามเรื่องของน้องสาวในขณะนั่งรถมาด้วยกัน เธอจึงให้ทัพขับช้าๆ


หญิงสาวมองวัยรุ่นทั้งสองที่อยู่เปาะหลัง ก่อนจะเริ่มตั้งคำถาม “ เธอสองคนน่ะ พี่ขอถามอะไรอีกหน่อยได้มั้ยจ๊ะ ”


การินได้แต่นั่งนิ่งท่าทีเฉยชา มีเพียงลัลทริมาเท่านั้นที่พยักหน้าตอบรับหญิงสาว


“ มิติมาสมัครเรียนที่นิศาพาณิชย์ ตั้งแต่เมื่อไหร่ พวกเธอรู้มั้ย ” มุกดาถามเด็กทั้งสองด้วยเสียงนุ่มนวล


“ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ” ลัลทริมากำลังจะตอบ แต่การินตอบแทนขึ้นมาก่อน


“ หรอ... ว่าแต่ มิติทำตัวยังไงหรอ ตอนที่มาอยู่ที่นี่ ” หญิงสาวถามอีกคำถามที่เธออยากรู้ที่สุด ปกติเวลาที่มิติกาอยู่กับเธอ มักจะเงียบ ไม่ก็โวยวายหงุดหงิด หรือเป็นเพราะ มิติกาไม่ปลื่มเธอก็ไม่รู้


“ พี่มิติก็น่ารักดีนิคะ ถึงจะไม่ค่อยยิ้มก็เถอะ ” ลัลทริมาตอบ 


“ ใช่... แถมชอบใช้กำลังต่อยตีอีกต่างหาก ยัยคิงคองนั้น ” การินตอบแทรกขึ้นมาด้วยความแค้น เขาไม่ลืมง่ายๆ แน่ ที่มิติกาต่อยเขาเสียคล่ำวันนั้น


“ เอ่อ.. ” หญิงสาวลังเลอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจพูดขึ้นมา “ พี่ขอร้องนะ พวกเธอช่วยทำยังไงก็ได้ ให้มิติกลับไปที ”


“ เธอเป็นพี่ไม่ใช่หรอ ทำไมไม่เอายัยนั่นกลับไปล่ะ ” เด็กหนุ่มถาม หญิงสาวเงียบไป ก่อนจะพูดต่อ


“ มิติไม่เคยฟังพี่ พี่บังคับมิติไม่ได้มาตั้งแต่เด็กๆ แล้วล่ะจ๊ะ ” มุกดายิ้มแหยๆ แล้วว่าต่อ “ นะ ช่วยพี่หน่อยนะ ทำยังไงก็ได้ ให้มิติกลับไป เพราะมิติก็มีงาน มีหน้าที่ของตัวเองเหมือนกัน ”


“ การที่มิติหายตัวมาแบบนี้ ทำให้ทุกคนกังวลหากันชุลมุนเลย ” หญิงสาวก้มหน้าถอนหายใจ


“ หน้าที่ หน้าที่อะไรของเธอ ” การินหันมาย่นคิ้วถาม ไม่รู้ทำไมเขาถึงมาสนใจในเรื่องแบบนี้ด้วย


“ มิติมีหน้าที่... ดูแลอนาคตจ๊ะ ” มุกดายิ้มตอบ เธอไม่อาจปฏิเสธได้ว่าตัวเองภูมิใจแค่ไหนที่มิติกาประสบความสำเร็จมากมาย เธอไม่ใช่แค่เจ้าของคอนโด หรือโรมแรม หรือห้างสรรพสินค้า แต่เธอยังเป็นผู้ดูแลอนาคตของชาติทั้งหลายด้วย


“ อนาคต..?? ” ลัลทริมารำพึง อนาคตอะไร ของใคร..


“ จ๊ะ อนาคต ” มุกดาย้ำ “ เธอรู้มั้ย มิติหนะ นอกจากจะเป็นคุณหนูทายาทของตระกูลคนสุดท้ายแล้ว ”


“ เธอยังเป็น.. ” หญิงสาวเว้นวรรคไป “ ผู้อำนวยการโรงเรียนจินดาวิทยา และเป็นเจ้าของด้วยนะ ”


“ ห่ะ.... !!!! ” การินอุทานเสียงดัง “ เธอว่ายังไงนะ เจ้าของโรงเรียน ผู้อำนวยการโรงเรียน ”


“ ชะ... ใช่จ๊ะ ” มุกดาตอบ สงสัยในท่าทีของเด็กหนุ่ม ซึ่งลัลทริมาเอง ก็สงสัยไม่แพ้กัน ถึงจะอึ่งเรื่องมิติกาเป็นถึงเจ้าของโรงเรียนใหญ่นั้น แต่เธออึ่งในท่าทีของการินมากกว่า


“ นายเป็นอะไรไปหนะการิน ” เด็กสาวจับแขนการิน ท่าทีตกใจของการินทำให้เธอสงสัยมาก


เด็กหนุ่มทำหน้ามุ้ย กอดอกไม่ตอบลัลทริมา เพียงเหลือบมองเท่านั้น


‘ แกช่วยทำตัวดีๆ หน่อยได้มั้ยการิน ถ้าแกยังทำตัวแบบนี้ พ่อคงต้องเอาแกไปฝากไว้กับผอ.จินดาวิทยาซะแล้วล่ะ ได้ยินว่าโหดมาก น่าจะปราบแกได้.. ’


การินย่นคิ้วคิดถึงคำพูดของนรินทร์ผู้เป็นพ่อ ซึ่งเคยพูดขู่เขาเอาไว้ก่อนจะมาที่นี่


ถ้างั้นไอ้คนที่ไอ้พ่อบ้านั้นจะเอาฉันไปฝากก็เป็น.... ยัยคิงคองงั้นหรอ อึย! ไม่เอา ไม่ไปแน่ๆ


............

....

.

.

.


เจ้าของเรือนผมม่วงสยายยาวเดินนำหน้าชายผมแดงตรงไปนั่งมองฝูงปลาสวยงามในสระน้ำใหญ่ๆ ที่มีไว้โชว์ในเทศกาล


ปลาน้อยตัวสีฟ้า สีส้ม สีเหลือง และสีต่างๆ มากมาย สวยวิจิตรอย่างกับสรรค์สร้าง


“ ชอบปลาสวยงามพวกนี้หรอ ” เชียรมองมิติกา ตาสีม่วงคู่สวยยังมองปลาไม่ละสายตา


“ ฉัน... ” มิติกาเงียบไปครู่หนึ่ง “ เคยอ่านวรรณกรรม ปลาสีรุ่ง ฉันเห็นในภาพวาด มันสวยมากเลยนะ ไม่คิดว่าจะมาเห็นเจ้าพวกนี้ ”


วรรณกรรม..... เชียรพยายามคิดถึงวรรณกรรมที่มีปลาสีรุ่งอย่างที่เด็กสาวว่า แต่นึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออก 


โครกคราก...


ไม่ใช่เสียงฟ้าร้องที่ไหน แต่เสียงที่ดังเมื่อกี้นี้ เป็นเสียงท้องของมิติกาที่กำลังส่งสัญญาณว่าหิว


ชายผมแดงยิ้มมุมปากพูดเป็นเชิงชี้ทางขึ้นมา “ ร้านอาหารตรงนั้นน่าเข้าไปนั่งทานจริงๆ ”


เด็กสาวหันหน้ามองไปตามทางที่ชายผมแดงเลียบบอก ก่อนจะลุกพรึบพรับขึ้นจะเดินตรงไปทางร้านอาหารนั้น


“ เธอจะไปไหนหนะ ” เชียรถาม ทั้งๆ ที่รู้อยู่แล้วว่าเด็กสาวจะไปไหน ทำอะไร แต่ก็ยังจับแขนของมิติกาเอาไว้ไม่ปล่อย


“ ฉะ.. ฉัน.. ” มิติกาสะบัดมือออกจากมือของชายหนุ่ม “ ฉันหิว ”


“ หิวหรอ แต่ฉันว่าเธอน่าจะงดอาหารซักหน่อยนะ ฉันว่าเธอเริ่มท้วม ไม่กลัวอ้วนรึไง ยัยตัวแสบ ” 


“ ไม่กลัว ทำไมฉันต้องกลัวด้วย ฉันจะอ้วนจะผอมมันก็เรื่องของฉันนะ ฉันไม่ต้องไปแต่งตัวเอาใจใครซะหน่อย ไม่เห็นต้องห่วง ” มิติกาตอบ ไม่พอใจเท่าไรนักในคำถามของชายหนุ่ม อ้วนหรอ... ท้วมหรอ.. อย่างเธอเนี่ยนะ


“ ก็ถ้าไม่กลัว งั้นเราก็ไปทานข้าวกันเถอะ ข้าวเช้ายังไม่ได้ทานไม่ใช่รึไง ” 


“ นายก็อย่ามัวแต่พูดสิ พาฉันไปได้แล้ว ฉันหิว ” เด็กสาวเริ่มทำหน้างอเหมือนเด็กๆ “ ถ้านายไปพาฉันไป ฉันจะกินหัวนาย ไอ้หัวสีแดงๆ เหมือนสายไหมสีสดเนี่ย ”


“ เฮ้ยๆ อย่ามายุ่งกับผมฉันยัยตัวแสบ ผมเธอก็เหมือนเส้นข้าวปุ้นสีม่วงเหมือนกันแหละ ” ชายหนุ่มว่า พลางลูบหัวเด็กสาวไปมา “ น่ากินซะมัดเลย ”


“ นี่นาย.... ชริ ” คนหน้าสวยสะบัดผมใส่ชายหนุ่ม แล้วเดินหนีตรงไปยังร้านอาหารทันที



มิติกาเดินมาแต่สายตาก็เหลือบไปเห็นร้านอีกร้านหนึ่ง ร้านก๋วยเตี๋ยวธรรมดาๆ ไม่หรูหราเหมือนร้านที่เธอกำลังจะไป แต่ดูสงบมากกว่า


“ เธอจะไปไหนหนะยัยตัวแสบ ” เชียรเรียกตามเด็กสาวผมม่วง ที่จู่ๆ เธอก็เดินไปอีกทางหนึ่ง 


เด็กสาวเดินเข้ามานั่งภายในร้านก๋วยเตี๋ยวเล็กๆ เพียงแค่ก้าวเข้ามาเจ้าของร้านวัยกลางคนก็รีบมารับเมนูจากลูกค้าสาว


“ จะรับอะไรดีจ๊ะ ” ป้าเจ้าของร้านยิ้มอบอุ่นถามเด็กสาวพลางมองชายหนุ่มสลับไปมา


“ หนูขอก๋วยเตี๋ยวไก่ค่ะ ” มิติกาสั่งแม่ค้า แม่ค้ายิ้มรับแล้วหันมามองชายผมแดงเหมือนจะถาม 


“ ผมขอเหมือนเธอนั่นแหละ ” ชายหนุ่มตอบ แม่ค้าใบหน้าฉายถึงความใจดียิ้มรับ แล้วรีบไปทำอาหารมาให้ทั้งสอง


“ ทำไมเธอถึงมานั่งทานที่นี่ละ ทั้งที่ร้านหรูๆ ใหญ่ๆ ก็มี ” เชียรถามคนหน้าสวย ตรงกันข้าม


“ ฉันเข้าร้านจำพวกนั้นมาเยอะแล้ว ฉันอยากจะลองมาทานอะไรที่มันธรรมดาๆ ดูบ้างหนะ ” เด็กสาวตอบ ยิ้มมุมปากมองชายหนุ่ม


“ ว่าแต่... ทำไมเธอถึงผลักพี่เธอ ทั้งๆ ที่รู้ว่าพี่เธอท้องอยู่ล่ะ ” ชายหนุ่มถาม เขาสงสัยจริงๆ ทั้งๆ ที่รู้ว่ามีอีกชีวิตพ้วงติดอยู่กับพี่เธอ แต่ทำไมเธอถึงยังทำร้ายได้


มิติกาเม้มริมฝีปาก นึกถึงเหตุผลที่เธอผลักมุกดา ใช่.. ยัยนั่น “ ฉัน... ไม่เคย โดนด่า อาจจะโดนว่าบ้าง แต่ไม่เคยเลย... ”


“ ไม่เคยอะไรหรอ ” เชียรถามซ้ำ ทวนคำพูดที่ค้างคาของเด็กสาว


“ ยัยนั่น.. ยัยนั่นตบฉัน ” มิติกาพูด ใบหน้าฉายความโกรธ แต่นัยตากำลังสั่นไหวน้อยใจในอีกฝ่าย “ ยัยนั่นไม่มีสิทธิ์มาตบฉัน ฉันไม่ได้ทำอะไรผิดซะหน่อย ”


“ ฉันว่าพี่เธอ ก็คงกำลังเสียใจอยู่เหมือนกัน ที่ทำแบบนี้กับเธอ ” ชายหนุ่มว่า ยื่นมือไปลูบรอยสีแดงจางๆ ที่เผยอยู่บนแก้มของเด็กสาว หากเป็นเขาที่โดนในแบบเดียวกัน เขาก็คงน้อยใจมาก


“ นายรู้ได้ยังไง ว่ายัยนั่นจะรู้สึกผิด ยัยนั่นอาจจะกำลังด่าฉันอยู่ก็ได้ ” คนขี้น้อยใจยังทำหน้างอขัดแย้งในคำพูดของชายหนุ่ม


“ เธอเห็นตอนที่พี่พยายามขอโทษเธอรึเปล่า ฉันว่าพี่เธอเองก็กำลังรู้สึกผิด ผิดมากด้วย ” เชียรว่า “ จะว่าไป ถ้าฉันเป็นพี่เธอ แล้วจู่ๆ ดันเดินมาเจอฉากจูบของน้องสาว กับผู้ชายที่ไหนก็ไม่รู้ ฉันก็คงฟิวขาดเหมือนกัน ”


“ มันก็แค่การขอบคุณนี่น่า ” เด็กสาวหน้างอพูดเสียงเบาหวิวไร้น้ำหนักจะถ่วงไม่เหมือนก่อน


“ แต่เธอไม่ได้บอกพี่เธอนิ ” ชายหนุ่มว่า ยิ้มมุมปากลูบหัวเด็กสาวขี้น้อยใจเบาๆ 


“ แล้วถ้าฉัน ไปยืนจูบแบบดูดดื่มกับผู้ชายที่ไหนก็ไม่รู้ แล้วนายไปพบ นายจะทำยังไง ” คำถามของมิติกาทำให้เชียรชะงักไปชั่วครู่ ถ้าเขาบังเอิญไปพบเธอยืนจูบอยู่กับคนอื่นอย่างงั้นหรอ 


ชายหนุ่มนึกถึงภาพบ้าๆ นั้น แล้วเขาก็ไม่กล้าปฏิเสธตัวเองขาอาจจะไม่ใช่แค่กระชากเธอออกจากไอ้บ้านั่น แต่จะกระทืบไอ้ผู้ชายคนนั้นซะให้ตายคาเท้า แล้วก็ลงโทษเธอสำหรับความผิดครั้งนี้ซะก็เป็นไปได้ เอะ..! ว่าแต่ เขาจะทำไปทำไมหว่า.. เธอไม่ได้สำคัญขนาดนั้นเสียหน่อย ไม่ๆๆ


“ ไม่ทำ ทำไมฉันต้องเป็นเดือดเป็นร้อนเพราะเธอด้วยล่ะ ” ชายหนุ่มว่า ขยับยิ้มอย่างมั่นใจ เด็กสาวมองหน้าชายผมแดง ก่อนจะยิ้มเหมือนกำลังเขินอายขึ้นมา 


“ ถ้าอย่างงั้นก็ดีเลย ” มิติการำพัน ยิ้มเขินนึกถึงใครคนหนึ่งที่เธอพึ่งเจอมา “ ฉันจะได้ไม่มีปัญหา ”


“ เธอเป็นอะไร บีดไปบีดมาอยู่ได้ ” ชายหนุ่มถามคนตรงหน้า ท่าทางของมิติกาเหมือนคนกำลังเขินอายกับอะไรบางอย่าง


“ ก็ฉันเจอหนุ่มหล่อคนหนึ่งมา เค้าสุภาพ น่ารักมากเลยนะ ดูให้เกียรติฉันมากเลยล่ะ ” มิติกาว่ายิ้มแทบไม่หุบ “ ฉันชอบเขามากๆ เลย คนอะไรก็ไม่รู้ หล่อโดนใจ.. ”


“ อย่าเชื่อคนง่ายสิ มันเป็นพวกแก็งหลอกลวงหรือรึเปล่า ” เชียรแย้ง มองเด็กสาวหน้าสวยนิ่ง


“ ไม่หรอก พ่อเขาฉันก็รู้จัก.. จะเป็นพวกหลอกลวงได้ยังไงล่ะ ” มิติกาตอบ ยังยิ้มไม่หยุด


“ มันอาจจะเป็นพวกไม้ป่าเดียวกันก็ได้นะ พวกนี้มันเก็กเก่งจะตาย ”


“ ไม่น่าใช่นะ เพราะผู้หญิงติดเขาตรึมเลย คนหล่อก็งี้แหละ ขนาดฉันยังชอบเลย.. >_< ” มิติกาว่า หน้าขึ้นสีจนคนตรงข้ามกำหมัดแน่น


คะ... ใครกัน ไอ้บ้านั้นมันเป็นใครกัน แล้วคุยกันตอนไหนวะ




••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••



ตอนที่ป๋าเผลอมั้งคะ... คริๆ 

.... ไหนบอกว่าหนูมิติไม่สำคัญไงคร้า ท่านศาสดา




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

54 ความคิดเห็น

  1. #11 Mascher (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2563 / 14:04
    ทำไมรู้สึกว่าที่มิติกาพูดเพราะแกล้งเชียรหว่าา
    #11
    0