คนอกหัก [YAOI] [สนพ.Lavender By B2S]

ตอนที่ 25 : -Twenty four-

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 826
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 64 ครั้ง
    26 เม.ย. 63



-Twenty four-



KACHAIN PART :


เร็กซ์ขับรถมายังโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดตามคำบอกของมาวิน พอจอดรถได้พวกเราก็ลงจากรถด้วยความเร่งรีบ แต่ละคนต่างร้อนใจไม่ต่างกัน แล้วเราก็มาเจอคนรู้จักของมาวินกับเร็กซ์ที่หน้าโรงพยาบาล ได้ยินว่าชื่อวิค ถ้าจำไม่ผิดกราฟบอกว่านิลกาฬมาโรงพยาบาลกับมารุตและวิค ผู้ชายคนนี้น่าจะคือวิคคนนั้นนั่นแหละ อีกฝ่ายบอกกับพวกเราว่านิลกาฬอยู่ในห้องผ่าตัด ส่วนมารุตก็รออยู่ที่หน้าห้อง วิคเพิ่งหาที่จอดรถได้เลยตามเข้าไปทีหลัง พวกเราพากันวิ่งมาที่ห้องผ่าตัดอย่างรวดเร็ว เมื่อมาถึงก็เห็นมารุตยืนอยู่ที่หน้าห้องผ่าตัดด้วยสีหน้าที่เคร่งเครียด


“รุต!” คุณรัชช์พอเห็นสภาพแฟนตัวเองก็ร้องเรียกด้วยความตกใจเสียงดัง


“เล็ก” มารุตที่ยืนกุมแขนซ้ายของตัวเองหันมามองตามเสียงเรียก


“เป็นยังไงบ้าง?” คุณรัชช์รีบวิ่งเข้าไปดูมารุต แขนซ้ายของไอ้เด็กนั่นเต็มไปด้วยเลือดที่ไหลออกมาจากบาดแผล มองมารุตแล้วก็หันมามองมาวิน สภาพไม่ได้ต่างกันเลย


“จิ๊บ ๆ แค่มีดบาด” มารุตไหวไหล่เบา ๆ ทำเหมือนเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่หน้ามันซีดมาก ไม่รู้ว่าเพราะเลือดไหลเยอะหรือเจ็บแผลกันแน่


“แล้วนิลกาฬล่ะ?” ผมเอ่ยถามออกไปด้วยความร้อนใจและเป็นห่วงใครอีกคน ถึงแม้จะรู้ว่าเขาถึงมือหมอแล้วแต่ก็ยังอดห่วงไม่ได้


“ก่อนมาหาหมอมันเพิ่งกระทืบคนไป ไม่เป็นอะไรหรอก” มารุตหันมองหน้าผมนิ่ง ๆ คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันเหมือนสงสัยข้องใจอะไรบางอย่าง แต่ผมก็ไม่ได้ถามอะไรออกไป ก็ผมกับไอ้เด็กนี่ถูกกันซะที่ไหนล่ะ เจอหน้าทีไรมีเรื่องกันตลอด มีครั้งนี้นี่แหละที่เหมือนจะคุยกันดีหน่อย


“มึงไปทำแผลก่อนเลยวิน สภาพมึงสยองมาก” เร็กซ์หันไปบอกแฟนตัวเองที่ยังยืนนิ่งอยู่ไม่ไปไหน ผมเห็นสภาพของมาวินกับมารุตแล้วถึงกับต้องเบือนหน้าหนี เหมือนผมอยู่ในหนังสยองขวัญที่มีการฆ่ากันเลือดสาดเลย


“ไปกับกูสิ” มาวินหันไปกระแซะไหล่ใส่แฟนตัวเอง


“เออ” มาวินทำท่าจะยื่นมือมาจับแขนเร็กซ์ แต่อีกฝ่ายก็ขยับหนีพร้อมมองมือที่เปื้อนเลือดของมาวินอย่างไม่สบอารมณ์ซึ่งต่างจากคุณรัชช์ที่เดินเข้าไปดูแผลที่แขนของมารุตแล้วยังประคองคนรักเดินไปทำแผลอีก บอกแล้วไงว่าสองพี่น้องนี้เขานิสัยต่างกันคนละขั้วเลย


เมื่อทั้งสี่เดินออกไปที่หน้าห้องผ่าตัดก็เหลือเพียงแค่ผมกับคนชื่อวิค อีกฝ่ายมองหน้าผมแล้วค้อมหัวให้นิด ๆ เหมือนรู้ว่าผมอายุมากกว่า ผมไม่ได้พูดอะไรแต่ก็พยักหน้ารับตอบไป ผมไม่รู้ว่านิลกาฬเข้าไปในห้องผ่าตัดตั้งแต่ตอนไหน แต่สำหรับผมที่เพิ่งมาถึงและยืนรออยู่ตรงนี้ ผมรู้สึกว่ามันยาวนานมาก ไม่รู้เลยว่าหมอจะเดินออกมาตอนไหน ใจผมร้อนไปหมด อยากให้นิลกาฬออกมาไว ๆ อย่างน้อยก็ให้หมอเดินออกมาบอกว่าเขาปลอดภัยแล้ว ผมยืนรออยู่อย่างนั้นจนมารุตกับคุณรัชช์เดินกลับมาพร้อมกับถุงของจากร้านสะดวกซื้อ คุณรัชช์หยิบน้ำเปล่ามาส่งให้ แต่ผมก็รับมาถือไว้เฉย ๆ ไม่ได้เปิดดื่ม ผมกินอะไรไม่ลงแม้กระทั่งน้ำเปล่า ผ่านไปสักพักเร็กซ์กับมาวินก็เดินกลับมา แล้วตอนนั้นผมก็เพิ่งได้สังเกตมาวินและมารุต ทั้งสองทำแผลเสร็จเรียบร้อยแล้ว แต่ยังใส่เสื้อผ้าชุดเดิมที่เปรอะเปื้อนเลือดเต็มไปหมด ผมขอยืนยันอีกครั้งว่าภาพของทั้งสองสยองติดตามาก


เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ผมก็ไม่รู้ พวกเรายังคงยืนกันอยู่ที่หน้าห้องผ่าตัด ไม่มีใครพูดอะไร ทุกคนดูเคร่งเครียดเหมือนกันหมด แล้วช่วงเวลาที่ผมภาวนาขอให้มาถึงไว ๆ ก็มาถึงแล้ว หมอเดินออกมาจากห้องผ่าตัด เขาบอกว่านิลกาฬโดนยิงที่แขนขวา กระสุนฝังใน แต่ตอนนี้ทำการผ่าตัดเอาหัวกระสุนออกแล้ว หมออยากให้นอนพักรักษาตัวอย่างน้อยก็ 3 วัน ถ้าอาการดีขึ้นเร็วก็สามารถกลับบ้านได้ ระหว่างนี้นิลกาฬจะต้องพักการใช้แขนขวาสักระยะไม่อย่างนั้นแผลอาจจะฉีกได้ ได้ยินคุณหมอว่าอย่างนั้นแล้วพวกเราก็เบาใจขึ้นเยอะ มาวินกับเร็กซ์อาสาไปจัดการเรื่องติดต่อห้องพักฟื้น มารุตกับคุณรัชช์อยู่เป็นเพื่อนผมรอนิลกาฬออกมา รอไม่นานบุรุษพยาบาลก็เข็นเตียงคนไข้ที่มีนิลกาฬนอนหลับหน้าซีดอยู่ออกมา เราเดินตามไปที่ห้องพักฟื้น และก็นั่งรอให้นิลกาฬตื่น ถึงทุกคนจะโล่งใจที่นิลกาฬไม่ได้เป็นอะไรมากแต่ก็อยากจะอยู่รอดูอาการของเขาอีกสักพัก อย่างน้อยก็อยากเห็นนิลกาฬในสภาพที่ตื่นขึ้นมาคุยกับพวกเราได้

 





“นิล” ผมที่นั่งอยู่ข้างเตียงลุกพรวดขึ้นมาด้วยความตกใจเมื่อสังเกตเห็นนิลกาฬเริ่มขยับตัว


“ไม่เป็นอะไรใช่ไหม?” เขาค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมามองผมและทันทีที่เขาเห็นผมก็เอ่ยถามขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่า


“ไม่ เจ็บไหม?” ผมส่ายหน้าเบา ๆ เลื่อนมือไปจับกับมือใหญ่เอาไว้ด้วยความเป็นห่วง


“นิดหน่อย” นิลกาฬระบายยิ้มบางเพื่อให้ผมคลายกังวลลง แต่ผมไม่คิดว่าเขาจะเจ็บแค่นิดหน่อยหรอกนะ


“โดนยิงนะ มันจะเจ็บแค่นิดหน่อยได้ยังไง?” ผมขมวดคิ้วแน่นด้วยความขัดใจ เจ็บขนาดนี้ยังจะห่วงคนอื่นอีก เจ็บก็บอกว่าเจ็บสิ ไม่ใช่เจ็บแต่มาบอกว่าไม่เป็นอะไร พระเอกมากไหม?


“อย่าทำหน้าอย่างนั้นสิ พี่ไม่ได้เป็นอะไร” เขายกมือข้างที่ไม่เจ็บขึ้นมาลูบแก้มผมเบา ๆ ใบหน้าหล่อดูซีดเซียวและมีแววความอ่อนล้า


“ตกใจมากเลยตอนที่รู้ว่าพี่โดนยิง” ผมเอียงใบหน้าเข้าหาฝ่ามืออุ่น ยกมือขึ้นทาบทับมือใหญ่แล้วซึมซับไออุ่นนั้น ผมกลัวมาก มากจนอยากจะร้องไห้ แต่วินาทีนั้นผมกลับร้องไม่ออก มันรู้สึกตื้อที่ลำคอ แค่จะพูดยังพูดไม่ออกเลย


“ขอโทษที่ทำให้เป็นห่วงนะ” เขาทำหน้ารู้สึกผิด


“ไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว” ผมพยักหน้าเบา ๆ ดึงมือของนิลกาฬมากุมเอาไว้


“หมอให้นอนโรงพยาบาลอย่างน้อยสามวัน” เร็กซ์ที่นั่งอยู่ตรงโซฟากับมาวินเอ่ยขึ้นมา


“ไม่เป็นอะไรกันใช่ไหม?” นิลกาฬที่ได้ยินก็หันไปมองทุกคนที่อยู่ในห้อง


“พวกกูปลอดภัยดี มีแต่มึงสามคนนั่นแหละที่ได้เลือดกัน” เร็กซ์เสยผมขึ้นด้วยท่าทางหงุดหงิด ได้ยินมาว่ามาวินก็เย็บไปหลายเข็มเหมือนกัน เร็กซ์เลยหงุดหงิดที่แฟนตัวเองเจ็บตัวมากขนาดนี้ ส่วนมารุต เห็นคุณรัชช์บอกว่าแผลไม่เล็กอย่างที่คิด แผลยาวพอสมควรเลย คุณรัชช์ก็ดูจะเงียบ ๆ ไปหลังพามารุตไปทำแผล ไม่รู้ว่าโกรธไอ้คนทำหรือโกรธแฟนตัวเอง แต่คงไม่ได้โกรธมารุตหรอกเพราะผมยังเห็นไอ้เด็กโข่งนั่งซบไหล่คุณรัชช์อย่างออดอ้อนอยู่เลย


ท่าทางโคตรน่าหมั่นไส้


“พวกมันมากันเยอะ เลยไม่ทันได้ระวัง” นิลกาฬรีบร้องแย้งขึ้นมา มันก็ตลกดีนะครับที่พวกเขาห่วงพวกผมจนไล่ให้ไปรอในสำนักงาน แต่ตัวเองดันมาเจ็บตัวเลือดอาบกันแทน แถมยังได้แผลมาทั้งสามคนเลย แบบนี้ใครน่าเป็นห่วงกันแน่


“เดี๋ยวพวกกูกลับก่อนนะ สภาพมาวินกับมารุตดูไม่จืดเลย” เร็กซ์ลุกขึ้นยืนก่อนจะหันไปสะกิดมาวินที่นั่งหน้าง่วงอยู่


“กูเห็นแล้วนึกว่าหนังสยองขวัญ” มารุตพูดด้วยสีหน้าแหย ๆ ทำท่าทางเหมือนรังเกียจมาวินที่เสื้อเปื้อนเลือดจนกลายเป็นสีเข้ม ผมว่ามาวินคงต้องทิ้งเสื้อตัวนี้แล้วล่ะ เสื้อขาวที่เปื้อนเลือดไปข้างหนึ่งแบบนี้ให้กลับไปซักแล้วเอามาใส่ใหม่ก็คงจะรู้สึกแปลก ๆ หน่อยนะครับ ดีไม่ดีอาจซักเลือดที่เปื้อนอยู่ไม่ออกด้วย


“ปากดี มึงก็เลือดอาบแขนเหมือนกันนั่นแหละ” มาวินตวัดสายตาไปมองมารุตแล้วถลึงตาใส่เคือง ๆ ทั้งสองทำท่าเหมือนจะเข้าไปตีกันทั้งที่ก่อนหน้านี้ก็ยังเห็นดี ๆ กันอยู่ ผมได้แต่มองด้วยความสงสัยและงงใจ สองพี่น้องเร็กซ์รัชช์ก็มองหน้ากันคล้ายเอือมระอา ความจริงแล้วมาวินกับมารุตก็รู้จักกันมานานพอ ๆ กับที่มารุตรู้จักกับเร็กซ์แต่ก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงชอบจะตีกันอยู่เรื่อย คงอย่างที่เร็กซ์บอกนั่นแหละ มีแต่พวกผีบ้า


“กลับไปเลยไป” นิลกาฬเอ่ยปากไล่ก่อนที่จะได้มีมวยกันในโรงพยาบาล สภาพแย่พอกันยังจะหาเรื่องกันอีก ประสาทจริง ๆ เลยพวกนี้



“เออ” เร็กซ์พยักหน้าเบา ๆ แล้วลากแฟนตัวเองเดินนำออกไป คุณรัชช์หันมายิ้มให้ผมกับนิลกาฬก่อนจะจูงมือมารุตเดินออกจากห้องไป


ผมแอบถอนหายใจเบา ๆ เมื่อห้องพักฟื้นของนิลกาฬกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง นั่งกันเงียบ ๆ มาได้ตั้งเป็นชั่วโมงแต่พออ้าปากพูดทีเดียวเท่านั้นแหละแทบจะตั้งการ์ดขึ้นมาสู้กัน ผมเดาไม่ออกเลยว่าก่อนหน้านี้ที่นิลกาฬ มาวิน และมารุตหายไปด้วยกันจะวุ่นวายขนาดไหน


“เป็นอะไร?” นิลกาฬยื่นมือมาแตะที่หลังมือของผมแผ่วเบาทำให้ผมที่นั่งเหม่ออยู่สะดุ้งตกใจเบา ๆ


“เปล่า” ผมส่ายหน้าก่อนจะถอนหายใจออกมาอีกครั้ง จะว่ารู้สึกโล่งใจก็พูดได้ไม่เต็มปาก แต่ก็รู้สึกสบายใจที่เห็นว่านิลกาฬและคนอื่น ๆ ไม่เป็นอะไรมาก เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้มันเกิดขึ้นเร็วมากและมันก็น่ากลัวด้วย ก่อนที่วิคจะกลับไปเขาเล่าให้ฟังว่าพวกนั้นมีทั้งปืน มีดพก ไม้หน้าสามและดาบยาว ทุกคนมีอาวุธครบมือ ช่วงเวลานั้นมันชุลมุนมากจนดูไม่ออกด้วยซ้ำว่าไหนพวกเราไหนพวกมัน ผมฟังแล้วก็แอบเสียวไม่น้อยเลย ไม่แปลกใจแล้วล่ะว่าทำไมทั้งนิลกาฬ มาวินและมารุตถึงได้แผลกลับมากันขนาดนี้


“เชน” อีกฝ่ายร้องเรียกเหมือนไม่เชื่อ


“ผมแค่กลัว” ผมจับมือนิลกาฬขึ้นมากุมแล้วซบหน้าลงไป ผมกลัวมาก ๆ ผมไม่คิดว่าจะต้องมาเห็นนิลกาฬอยู่ในสภาพแบบนี้ อดคิดไม่ได้ว่าเป็นความผิดของตัวเอง ถ้าผมไม่อยากไปสนามแข่งรถ นิลกาฬก็คงไม่ต้องมาเจ็บตัวแบบนี้ ผมรู้มาจากเร็กซ์ว่าก่อนหน้านี้พวกของไอ้ทาโก้เคยเข้ามาก่อความวุ่นวายครั้งหนึ่งแล้ว แต่ที่ไอ้ทาโก้เข้ามาก่อเรื่องในครั้งนี้สาเหตุน่าจะมาจากที่น้องชายมันที่ชื่อทิกก้าโดนจับไปพร้อมกับชิน


“พี่ไม่ได้เป็นอะไรแล้ว ไม่ต้องห่วงแล้วล่ะ”


“อืม” ผมขานรับเบา ๆ มันรู้สึกนอยด์ยังไงก็ไม่รู้


“กอดไหม?” พอผมเงยหน้ามองเขานิลกาฬก็ยกยิ้มถาม


“...” ผมส่ายหน้าปฏิเสธออกไป แม้ว่าในใจจะอยากพุ่งเข้าไปกอดเขาตั้งแต่ครั้งแรกที่ออกมาจากห้องผ่าตัด


“ทำไม?” นิลกาฬมองหน้าผมด้วยความไม่เข้าใจ


“เดี๋ยวโดนแผลพี่” ผมว่าเสียงแผ่ว เห็นผ้าพันแผลที่แขนของอีกฝ่ายแล้วก็อดจะใจเสียไม่ได้ เหตุการณ์ในครั้งนี้กลายเป็นความหวาดกลัวที่เกิดขึ้นในจิตใจ ผมกลัวจริง ๆ นะ กลัวมาก ๆ เลยด้วย


“ขอโทษนะเชน” ใบหน้าหล่อดูเศร้าลงเมื่อได้ยินผมบอกแบบนั้น เขาดึงมือผมเข้าไปกดจูบเบา ๆ เหมือนต้องการปลอบประโลม


“ไม่เป็นไร แต่อย่าทำให้เป็นห่วงแบบนี้อีกนะ” ผมไม่ได้โกรธ ไม่คิดต่อว่าเขา หากทำได้ผมก็อยากจับไอ้คนยิงมาหักมือทิ้ง ไม่ควรมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นกับนิลกาฬ ถ้าเขาเป็นอะไรไปแล้วผมจะทำยังไง ผมไม่รู้ว่านิลกาฬจะหวาดกลัวเหมือนกับผมไหมในตอนที่ผมเข้าโรงพยาบาลเพราะถูกแทง แต่เรื่องนั้นมันไม่สำคัญหรอก ไม่สำคัญเท่ากับที่นิลกาฬยังอยู่ตรงนี้กับผม


“ครับ” เขารับคำเสียงนุ่มรอยยิ้มอ่อนโยนผุดขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลา


“ไม่คิดมากแล้วนะ” เขายกมือขึ้นมาลูบแก้มผมเบา ๆ ดวงตาคู่คมที่ทอดมองมามันเต็มไปด้วยความห่วงใยและรักใคร่


“อือ พี่นอนเถอะ หมอบอกให้พี่พักผ่อนเยอะ ๆ” ผมยกยิ้มรับบางเบา เลื่อนมือไปจัดผ้าห่มให้เข้าที่ ถึงนิลกาฬจะเพิ่งตื่น แต่นี่ยังไม่เช้าเลย และเขาเองก็เพิ่งพักไปได้แค่ไม่นาน หมอบอกว่าเขาอ่อนเพลียเพราะเสียเลือดมาก จำเป็นต้องนอนพักให้เยอะ ๆ ครั้งหนึ่งนิลกาฬเคยนอนเฝ้าผมที่โรงพยาบาล แต่ตอนนี้กลายเป็นผมที่ต้องมานอนเฝ้าเขาแทน ทั้งที่ผมไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นแต่มันก็เกิดขึ้นจนได้


“อืม” นิลกาฬขานรับแผ่วเบาแล้วปิดเปลือกตาลง ผมลุกขึ้นไปปิดไฟแล้วเหลือแค่ไฟตรงหัวเตียงแทน เวลาผ่านไปสักพักนิลกาฬก็หลับสนิท แต่ผมยังคงนั่งอยู่อย่างนั้น นั่งมองดูเขาหลับ ผมบอกให้นิลกาฬนอนแต่กลายเป็นผมเองที่นอนไม่หลับ ผมนั่งเฝ้านิลกาฬอยู่อย่างนั้น ลึก ๆ แล้วใจมันยังมีความหวาดกลัวอยู่ ผมไม่สามารถข่มตาให้นอนหลับ ได้

 







NILLAKAL PART :


เช้ารุ่งขึ้น


ผมรู้สึกตัวตื่นตั้งแต่เช้ามืดเพราะอาการปวดแผลที่โดนยิงเมื่อวาน ตื่นมาผมก็เห็นเชนนอนหลับอยู่ที่โซฟา ผมได้แต่ยิ้มคนเดียวเหมือนคนบ้า ยิ่งเห็นเชนมีท่าทางที่เป็นห่วงเป็นใยผมมากเท่าไหร่ เหมือนภายในใจมันก็ยิ่งเต้นรัวเร็วมากขึ้นเท่านั้น ผมรู้สึกปลื้มในอกที่รู้ว่าเชนใจเสียมากแค่ไหนที่รู้ว่าผมโดนยิง จะว่าโรคจิตก็ได้ แต่ผมชอบที่เชนมีท่าทางอย่างนั้น สายตาเศร้า ๆ สีหน้าหงอย ๆ ทุกอย่างที่เชนแสดงออกถึงความเป็นห่วงผม ผมโคตรรู้สึกดีเลย ผมดีใจที่มีเชนอยู่ตรงนี้กับผม อยู่ในทุกช่วงเวลาไม่ว่าผมจะสุขหรือทุกข์


เมื่อวานผมก็เป็นห่วงเชนมาก แต่เพราะมาวินสั่งให้เร็กซ์พาเชนกับรัชช์เข้าไปหลบในสำนักงาน ผมก็เลยเบาใจได้ว่าเขาจะปลอดภัย แถมทั้งสามคนยังสามารถปกป้องตัวเองได้อีก ผมก็พอจะวางใจได้ว่าพวกเขาจะเอาตัวรอดได้ ไม่มีใครคิดหรอกว่าจะเกิดเรื่องอย่างนี้ขึ้น ขนาดมาวินให้คนคุมทุกพื้นที่ของสนามแข่งรถแล้วแท้ ๆ ตอนที่ผมกำลังยืนคุยเรื่องสำคัญอยู่กับมาวินและมารุตลูกน้องของมาวินที่ชื่อโชก็โทรเข้ามาบอกว่ามีกลุ่มคนแปลก ๆ มาด้อม ๆ มอง ๆ แถวลานจอดรถ มาวินเลยจะไปดูแล้วผมกับมารุตก็จะตามไปด้วย แต่ยังเดินไปไม่ถึงไหนก็มีเสียงปืนดังขึ้น พวกเราเลยรีบวิ่งออกไปดู มาวินที่เห็นเร็กซ์อยู่กับเชนและรัชช์ก็สั่งให้ไปหลบในสำนักงานแล้วพวกเราก็วิ่งไปที่ลานจอดรถ มีกลุ่มคนประมาณสัก 20 คนอยู่ที่ลานจอดรถ ในมือของพวกเขามีทั้งมีดพก มีดยาว ไม้หน้าสาม และบางคนก็มีปืน ลูกน้องหลายสิบคนของมาวินรีบเข้ามาคุมสถานการณ์แต่ก็ยาก สุดท้ายเลยกลายเป็นว่าพวกเราลงไปตะรุมบอลกับพวกนั้น


ผมไม่มีเวลาได้หันไปมองใคร ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วมาก รู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่เสียงปืนดังแล้วผมก็เจ็บที่แขนมาก ทุกคนที่อยู่ตรงนั้นหยุดชะงักแล้วหันมามองที่ผม ตอนนั้นผมถึงได้รู้ตัวว่าถูกยิง หันไปมองมารุตที่อยู่ทางซ้ายมือก็เห็นว่าเลือดอาบแขนไหลเป็นทาง พอหันไปมองทางขวาก็เจอกับมาวินที่เลือดไหลอาบหน้าไปข้างหนึ่ง สภาพของทั้งสองดูไม่สู้ดีเลย แต่สภาพผมแย่กว่า มารุตที่เห็นว่าผมถูกยิงก็วิ่งเข้ามาหา นั่นทำให้ผมแปลกใจมากที่คนที่เกลียดขี้หน้าผมยิ่งกว่าไส้เดือนกิ้งกืออย่างเขาวิ่งเข้ามาดูอาการผมเป็นคนแรก แล้วมาวินก็วิ่งตามเข้ามาติด ๆ เขาตะโกนเรียกหาลูกน้องที่ชื่อวิคแล้วสั่งให้ผมไปโรงพยาบาลพร้อมกับมารุต ระหว่างนั้นลูกน้องของมาวินก็รวบตัวพวกที่ก่อความวุ่นวายได้ แล้วก็มีอีกกลุ่มที่โดนลากออกมาจากในสนาม ผมบอกให้มาวินมาด้วยกัน แต่เขาก็ปฏิเสธ ผมไม่ได้เซ้าซี้อีกฝ่ายเพราะสภาพผมกับมารุตก็แย่พอตัว


พอมาถึงโรงพยาบาลผมก็ไม่รับรู้อะไรอีกเลย ในใจนึกห่วงแต่เชน ไม่รู้ว่าเขาจะเป็นยังไงบ้าง แต่พอตื่นมาแล้วเห็นหน้าเขาเป็นคนแรกมันก็รู้สึกว่าคุ้มแล้วล่ะกับการโดนยิงในครั้งนี้


ผมเอาแต่นอนมองหน้าเชนที่หลับสนิทอยู่อย่างนั้น จนผ่านไปสักเกือบชั่วโมงได้เชนก็รู้สึกตัวตื่น เขาหาวปากกว้างก่อนจะลุกขึ้นมาบิดขี้เกียจนิด ๆ และพอเขาหันมาเห็นผมที่นอนมองเขาอยู่เชนก็ชะงักค้างทำหน้าเหมือนตกใจ ดวงตาสีเข้มกระพริบตารัว ๆ อยู่หลายทีเหมือนคนที่ยังมึนงงกับอะไรสักอย่าง


ไปเข้าห้องน้ำนะเขาลุกพรวดขึ้นพูดรัวเร็วแล้วเดินไว ๆ เข้าไปในห้องน้ำ ผมที่เห็นท่าทางแบบนั้นก็อดที่จะหัวเราะออกมาไม่ได้


เชนโคตรน่ารักเลยว่ะ


ก๊อก ก๊อก ก๊อก


เชนหายเข้าไปในห้องน้ำสักพักก็ยังไม่ออกมาจนกระทั่งที่หน้าประตูมีเสียงเคาะประตูดังขึ้น ประตูถูกเปิดออกแล้วคนที่อยู่หลังบานประตูก็เดินเข้ามา


“รัชช์” ผมยกยิ้มเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเป็นใคร สำหรับผมแล้วในตอนนี้รัชช์เป็นเหมือนน้องชายคนสนิท น้องชายที่แสนดีและน่ารัก


“เอาของมาส่งครับ” เขาว่ายิ้ม ๆ พร้อมชูของในมือให้ดู มีกระเป๋าเป้ที่คาดว่าน่าจะมีเสื้อผ้าของเชนอยู่ในนั้น และในมืออีกข้างก็มีถุงขนมของกินเยอะแยะเต็มไปหมด ดูก็รู้ว่าไม่ได้ซื้อมาให้ผม แต่ซื้อมาให้เชนต่างหาก ขนมพวกนี้ผมกินที่ไหนกันล่ะ รัชช์ก็รู้ดีอยู่แล้ว


“เชนอยู่ในห้องน้ำน่ะ” ผมพูดพร้อมพยักพเยิดหน้าไปทางห้องน้ำ


“เป็นยังไงบ้างครับ?” รัชช์พยักหน้ารับด้วยรอยยิ้มเอาของวางบนโซฟาแล้วเดินเข้ามาหาผม


“ไกลหัวใจ” ผมว่าอย่างสบาย ๆ ถึงจะเจ็บแต่ก็ทนไหวอยู่ ผมก็เพิ่งเคยโดนยิงครั้งแรกด้วยสิ เลยไม่รู้ว่าถ้าโดนตำแหน่งอื่นมันจะเจ็บเหมือนกันไหม


“แน่ล่ะ เพราะหัวใจพี่นิลอยู่กับเชนนี่ครับ” พูดจบก็ฉีกยิ้มกว้างจนตาหยี ท่าทางทะเล้นเสียจนผมอยากจับมาตี ถ้ารู้ว่าโตมาแล้วจะดื้อขนาดนี้ผมน่าจะจับรัชช์สตาร์ฟไว้ก็ดี


“ล้อกันเหรอ?” ผมแสร้งตีหน้าดุ


ผมไม่เคยบอกรัชช์เรื่องของผมกับเชน แต่รัชช์รู้มาตลอด จริง ๆ รัชช์เคยเห็นผมอยู่กับเชนหลายครั้ง แรก ๆ ก็ไม่พูดอะไร แต่หลัง ๆ ก็ทักมาหาผม มีขู่ผมด้วยนะว่าถ้าทำเพื่อนเขาเสียใจจะให้เร็กซ์พาพวกมาตีผม หลายครั้งที่รัชช์ทักมาหาผมแล้วถามเรื่องของผมกับเชน ผมก็บอกไปตามตรง เพราะรู้ดีว่าปิดอีกฝ่ายไม่ได้ คนนี้สายข่าวเขาก็เยอะเอาเรื่องนะ เห็นนิ่ง ๆ เงียบ ๆ แต่รู้หมดทุกอย่างนั่นแหละ ผมก็ถามเรื่องของเชนจากรัชช์ ได้ข้อมูลมาหลายอย่าง ช่วงที่เชนพยายามตีตัวออกห่างจากผมตอนนั้นผมก็แทบสติแตก แต่ก็ได้รัชช์นี่แหละที่พูดให้ใจเย็นลง


ผมรู้ว่ารัชช์รู้สึกผิดกับผม


เขายังคงโทษตัวเองตลอดถึงเรื่องที่เราเลิกกัน ผมกับรัชช์เคยคบกันตอนม.ปลาย แต่ก่อนที่จะคบกับรัชช์ผมเคยชอบเร็กซ์ที่เป็นพี่ชายของรัชช์มาก่อน เรียกว่าเป็นรักแรกเลยก็ว่าได้ แต่เพราะความเป็นเพื่อนกันเลยทำให้ทั้งผมและเร็กซ์ไม่กล้าที่จะก้าวข้ามเส้นแบ่งความสัมพันธ์นั้น จนผมได้มารู้จักกับรัชช์ มันเป็นเรื่องที่ยากมากที่จะบังคับตัวเองไม่ให้เผลอใจไปตกหลุมรักรัชช์ได้ ผมจีบรัชช์และคบกับเขาโดยที่ไม่มีใครรู้ แล้ววันหนึ่งทุกอย่างก็ต้องจบลง เร็กซ์บอกชอบผม และรัชช์ก็ได้ยินมัน รัชช์เสียใจที่มารู้ว่าตัวเองแย่งคนที่พี่ชายรักมา รัชช์คิดว่าตัวเองผิด รัชช์ขอเลิกกับผม เพราะเขาไม่อยากทำให้พี่ชายต้องเจ็บปวด ในความคิดของรัชช์ก็คงจะประมาณว่า จะคบกับคนที่พี่ชายตัวเองชอบได้ยังไง ผมเข้าใจรัชช์ และไม่นึกโทษโกรธเร็กซ์ ความสัมพันธ์ของผมกับรัชช์สิ้นสุดลง ผมเข้าใจทุกอย่าง แต่ผมก็ทำใจไม่ได้ ตลอดระยะเวลาที่เลิกกัน 4 ปี ผมไม่เคยเดินออกจากความทรงจำของเราได้ ผมกับรัชช์ยังคงติดอยู่ในช่วงเวลาและความรู้สึกที่มีให้แก่กัน ผมรู้ดีว่ารัชช์จะไม่กลับมา แต่ผมก็ไม่เคยไปไหน จนทุกอย่างจบลงที่มีมารุตเดินเข้ามาในชีวิตของรัชช์


และเขาทั้งสองคนก็พากันเดินออกจากอดีตของตัวเอง


ผมได้แต่เฝ้ามองพวกเขาอยู่ข้างหลัง จนวันหนึ่งผมก็มีสิ่งที่ให้ความสนใจมากกว่าการจมอยู่กับอดีต การดึงเชนให้เดินออกมาจากความเศร้าเป็นเรื่องที่ทำให้ผมหยุดคิดถึงรัชช์ได้ ความรู้สึกของผมค่อย ๆ แปรเปลี่ยน แล้ววันหนึ่งผมก็ค้นพบว่าตัวเองไม่ได้มองเชนเป็นเพียงแค่รุ่นน้องในคณะหรือน้องรหัสอีกต่อไป ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่ความรู้สึกของผมเปลี่ยนไป รู้สึกตัวอีกทีผมก็ชอบที่จะมีเชนอยู่ในชีวิตทุก ๆ วัน ตื่นมาเจอหน้า ได้ใช้เวลาร่วมกัน พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดหรือสิ่งที่ชอบและไม่ชอบ ผมไม่เคยมองเชนเป็นตัวแทนของใครเพราะผมรู้ดีว่ามันแทนกันไม่ได้ เชนไม่ใช่รัชช์และเขาก็จะไม่มีทางเป็นแบบรัชช์ได้ สำหรับผมแล้วเชนที่เป็นเชนแบบนี้มันดีที่สุดแล้ว


ผมตกหลุมรักเขาจากสิ่งที่เขาเป็น


และมันก็จะเป็นเช่นนี้ไปตลอด


“พูดเรื่องจริงต่างหาก” ขนาดผมทำหน้าดุรัชช์ก็ยังไม่กลัว สงสัยจะมีคนตามใจมากไปเลยดื้อแบบนี้


“เดี๋ยวเถอะ” ผมทำเสียงเข้ม แต่อีกฝ่ายก็ยกยิ้มกว้างตาหยีไม่มีความเกรงกลัวแต่อย่างใด


แสบใช่เล่นเลยล่ะคนนี้


“คุณรัชช์” เชนที่เพิ่งเดินออกมาจากห้องน้ำพอเห็นรัชช์ก็วาดยิ้มกว้างทันที


“เอาเสื้อผ้ากับเสบียงมาส่ง” นิ้วเรียวยาวชี้ไปยังกระเป๋าเป้และถุงของที่วางอยู่บนโซฟาตัวยาวที่เชนใช้นอนเมื่อคืนนี้


“ขอบคุณครับ แล้วมารุตไปไหนล่ะครับ?” เชนเดินเข้าไปรื้อถุงของกินพอเจอของชอบก็ยิ้มไม่หุบเลย รัชช์เป็นคนที่ใส่ใจรายละเอียดเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ เขารู้ดีว่าเพื่อนชอบอะไรและไม่ชอบอะไร รัชช์เป็นคนที่น่ารักมาก ๆ คนหนึ่ง มารุตโชคดีแล้วล่ะที่ได้รัชช์ไปเป็นแฟน


“ยังไม่ตื่นเลย” รัชช์ที่เห็นเชนแกะถุงขนมไม่ได้ก็เดินเข้าไปช่วยแกะ ผมก็เพิ่งสังเกตว่าเวลาเชนอยู่กับรัชช์แล้วมันชวนให้น่ามองยังไงก็ไม่รู้


“อ้าว” เชนร้องเสียงหลงเมื่อได้ยินรัชช์บอกอย่างนั้น ผมเองก็แอบแปลกใจที่รัชช์ออกมาทั้งที่มารุตยังไม่ตื่น ใคร ๆ ก็รู้ดีว่ามารุตติดรัชช์มาก ถามคนครึ่งมหาลัยเขาก็รู้จักหมดนั่นแหละมารุตแฟนคุณรัชช์น่ะ ตัดติดกันตลอด พาเข้าไปนั่งเรียนด้วยกันยังทำมาแล้วเลย ไม่รู้ว่าถ้าเจ้าเด็กนั่นตื่นมาแล้วไม่เจอคุณเล็กของตัวเองแล้วจะหงุดหงิดมากแค่ไหน


ครอบครัวของรัชช์จะมีคำเรียกน่ารัก ๆ กันระหว่างพี่น้อง พี่คนโตชื่อริค จะถูกเรียกว่าคุณใหญ่ เร็กซ์เป็นคนกลางก็จะถูกเรียกว่าคุณกลาง ส่วนรัชช์เป็นน้องเล็ก จะถูกเรียกว่าคุณเล็ก แต่มารุตจะเรียกรัชช์ว่าเล็กเฉย ๆ ไม่ต้องสงสัยว่าทำไมผมถึงรู้เรื่องดีนัก ผมกับรัชช์เรายังคงติดต่อกันได้เหมือนปกติ แต่เปลี่ยนความสัมพันธ์จากคนรักมาเป็นพี่น้อง กับเร็กซ์เองตอนนี้เราก็กลับมาเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันเหมือนเดิมแล้วครับ


“แวะมาแปบเดียว เดี๋ยวจะกลับแล้ว” รัชช์บอกยิ้ม ๆ


“แล้วมารุตเป็นยังไงบ้าง?” เชนเอ่ยถามถึงอาการของมารุต รายนั้นก็โดนมีดยาวฟันแขนมา


“เขาบอกว่าแผลนิดเดียว แค่มีดบาด” รัชช์พูดกลั้วเสียงหัวเราะ ดูไม่ค่อยซีเรียสอะไรกับการที่แฟนตัวเองได้รับบาดเจ็บ หรือมารุตอาจจะไม่เป็นอะไรมาก รัชช์เลยไม่ห่วง


“แต่เลือดอาบแขนเลยนะ” เชนทำหน้าเหยเก ก็เข้าใจได้แหละ สภาพมารุตเมื่อวานก็ดูไม่จืดเลย


“ขี้โม้มากกว่า” ผมกลอกตาไปมา อย่างมารุตพูดอะไรไม่ค่อยน่าเชื่อหรอกครับ น่าจะอยากทำเก่งต่อหน้าแฟนมากกว่า จากที่ดูเมื่อวานแผลของมารุตไม่ได้เล็กเลยนะ น่าจะเย็บหลายเข็มเหมือนกัน


“อย่าว่ากันสิ” รัชช์บ่นหน้างอ แตะต้องไม่ได้เลยนะกับแฟนเขาน่ะ รัชช์จะรู้ไหมว่าตัวเองกับแฟนโดนคนในมหาลัยแช่งให้เลิกกันอยู่ทุกวัน


“หยอกน่า” ผมแกล้งพูดยิ้ม ๆ


“จริงสิ เราเอาหนังสือมาให้เชนอ่านด้วยนะ คิดว่าเล่มนี้น่าจะยังไม่เคยอ่าน” รัชช์ไม่ได้ติดใจอะไรกับการที่ผมว่าแฟนเขา แล้วรัชช์ก็หันไปคุยกับเชน มือขาวรื้อหาอะไรสักอย่างในถุงที่วางกองอยู่บนโซฟาก่อนจะส่งมันให้กับเพื่อนของเขา


“นิยายสยองขวัญ” เชนที่รับหนังสือจากมือรัชช์ก็เบ้หน้าออกมาทันที


“ลองเปลี่ยนดูบ้างสิ เผื่อจะชอบ” รัชช์อมยิ้ม รีบนำเสนอใหญ่


“หาเพื่อนคุยล่ะสิไม่ว่า” ผมอดจะพูดออกไปไม่ได้ ตั้งแต่ที่คบกันแล้ว รัชช์ชอบอ่านนิยายสยองขวัญซึ่งต่างจากผมที่ชอบอ่านหนังสือประวัติศาสตร์ รัชช์เคยเอาหนังสือนิยายมาให้ผมอ่านอยู่เหมือนกัน แต่ผมก็อ่านได้แค่ไม่กี่หน้า รู้สึกว่ามันไม่ใช่แนวจริง ๆ แต่รัชช์เป็นคนที่ชอบอ่านหนังสือ เขาอ่านได้แทบจะทุกแนว บางทีก็เอาหนังสือประวัติศาสตร์ของผมไปอ่านด้วยเหมือนกัน


“พี่นิลน่ะเงียบ ๆ ไปเลยครับ” คนเด็กกว่าตวัดตามามองเคือง ๆ ปากเล็กขมุบขมิบต่อว่าผมออกมา


“เดี๋ยวนี้พูดกับพี่แบบนี้แล้วนะ” ผมแกล้งทำหน้าตกใจกับคำต่อว่าของอีกฝ่าย เดี๋ยวนี้รัชช์พัฒนาขึ้นเยอะ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะมารุตหรือเปล่า


“หยอกเล่นเอง ผมกลับก่อนดีกว่า พี่นิลจะได้พัก” อีกฝ่ายยิ้มเผล่ออกมาในตอนที่เห็นสีหน้าเหวอ ๆ ของผม เห็นแล้วอยากจับมาตีให้หายดื้อเลย


“ขับรถดี ๆ นะรัชช์” ผมไม่ได้ติดใจอะไรกับที่รัชช์ว่าผมไปก่อนหน้านี้ กลับกันกลับรู้สึกดีที่รัชช์ดูมีชีวิตชีวามากกว่าเมื่อก่อน ถึงจะดูดื้อมากขึ้นกว่าเดิมแต่มันก็ให้ความรู้สึกว่ารัชช์เป็นตัวของตัวเองมากขึ้น


“ครับ” หันมายิ้มตาหยีให้ผมทีหนึ่งได้น่ามันเขี้ยวมาก


“ไว้เจอกันนะคุณรัชช์”


“อื้อ” รัชช์รับคำด้วยรอยยิ้มแล้วเชนก็เดินไปส่งรัชช์ที่หน้าประตูห้อง ทั้งสองยืนคุยกันอยู่สักพักเชนถึงเดินกลับเข้ามาด้วยใบหน้าที่เปื้อนยิ้ม


“เดี๋ยวนี้ดูดื้อขึ้นเยอะเลยนะ” เข้ามาในห้องได้เชนก็บ่นออกมาอย่างไม่จริงจังนัก แต่จากสายตาแล้วก็ดูจะเอ็นดูอีกฝ่ายไม่น้อยเลย


“มีคนคอยตามใจก็แบบนี้แหละ” ผมว่ายิ้ม ๆ ปกติรัชช์ก็ดื้ออยู่แล้ว แต่พอมีคนตามใจและคอยเอาใจอยู่ตลอดเวลาอย่างมารุตก็ทำเอารัชช์ยิ่งดื้อขึ้นมากกว่าเดิม


“ก่อนหน้านี้พี่เป็นคนมาเฝ้าผม แต่ตอนนี้กลายเป็นผมต้องมาเฝ้าพี่บ้างแล้ว ไม่ดีเลยเนอะ” เชนพึมพำเสียงเบา หน้าตาดูหมองเศร้าลงทั้งที่ก่อนหน้านี้ยังยิ้มกว้างอยู่เลย


“เป็นคนคิดมากเหรอเรา?” ผมยกมือขึ้นวางบนหัวของอีกฝ่ายแล้วโยกไปมาเบา ๆ ผมรู้ว่าเหตุการณ์ในครั้งนี้มันทำให้เชนกลัวและกังวลมาก แต่เราก็ผ่านช่วงเวลานั้นมาแล้ว


ตอนนี้ผมก็ปลอดภัยดีไม่ได้เป็นอะไรมาก และผมก็ไม่อยากให้เชนคิดโทษว่าเป็นความผิดของตัวเองด้วย เชนจะต้องคิดว่าเพราะเขาอยากไปที่สนามแข่งรถเลยทำให้ผมโดนยิงแบบนี้ ถ้าเขาไม่ร้องขอจะไปผมก็คงไม่ต้องมานอนโรงพยาบาลนี้ ผมรู้ว่าเขาจะต้องคิดอย่างนี้แน่ ๆ แต่เชนอาจลืมไปว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นมันอยู่นอกเหนือการควบคุมของเรา ไม่มีใครคิดว่ามันจะเกิดและไม่มีใครอยากให้เกิดด้วย ผมไม่โทษเขา กลับกันผมกลับคิดว่าเป็นแบบนี้ก็ดี มีเชนมาคอยห่วงคอยนั่งเฝ้าอยู่ไม่ห่าง มันตีต่อใจจริง ๆ นะครับ


“ก็ผมไม่ชอบที่เห็นพี่อยู่ในโรงพยาบาลแบบนี้” เขาว่าเสียงหงอย ๆ หน้าตาดูไม่สดใสเลย


“เดี๋ยวพี่ก็ออกจากโรงพยาบาลแล้ว” เลื่อนมือลงมาลูบแก้มนุ่มเบา ๆ เพื่อปลอบประโลมอีกฝ่าย ผมชอบที่จะเห็นเชนยิ้มมากกว่าทำหน้าเศร้าแบบนี้


“ยังไม่ได้บอกแม่เลย” เขายกมือขึ้นจับมือผมพร้อมกับเอียงใบหน้าเข้าหาฝ่ามือแล้วถูแก้มเข้ากับมือผมเบา ๆ


เชนกำลังอ้อนผม


น่ารักว่ะ


“ไม่ต้องบอกหรอก” ผมไม่อยากให้แม่รู้เพราะกลัวแม่จะเป็นห่วง โดนยิงนี่เรื่องใหญ่นะครับ ผมกลัวแม่จะเป็นกังวล แล้วผมก็ไม่คิดที่จะบอกเพื่อนด้วย ผมอยู่โรงพยาบาลอีกแค่ไม่กี่วันเดี๋ยวก็ออกแล้ว


โดนยิงแค่นี้เด็ก ๆ บอกเลย


“แต่พรุ่งนี้ต้องโทรไปคุยกับแม่นะ” เชนทำหน้าจริงจัง พอเป็นเรื่องแม่นี่ไม่ได้เลยนะ ทุกอย่างต้องดีต้องจริงจังจะทำเล่น ๆ ไม่ได้ เชนรักแม่มากผมรู้ ผมดีใจที่มันเป็นอย่างนั้น เชนเป็นมากกว่าคนรักของผม เพราะเขาก็เป็นลูกชายอีกคนของแม่ด้วย ผมพร้อมที่จะเป็นทุกอย่างให้เชน ไม่ว่าจะแฟน คนรัก พี่ชาย เพื่อน หรือแม้กระทั่งครอบครัว ผมรู้ว่าที่ผ่านมาเชนนั้นโดดเดี่ยวและอ้างว้างมากขนาดไหน ผมอยากพาเขาออกมาจากความรู้สึกนั้น ผมอยากเป็นคนที่จะเติมเต็มให้ชีวิตของเชน อยากอยู่ดูแลและปกป้องเขา อยากเป็นคนที่อยู่กับเขาในทุกช่วงเวลาไม่ว่าจะสุขหรือทุกข์ อยากให้เชนหันมาแล้วเจอผมในช่วงเวลาที่เขาอ่อนแอ ผมพร้อมที่จะเป็นทุกอย่างในสิ่งที่เชนต้องการ ไม่ว่าอะไรผมก็เป็นให้ได้หมด และหากเขาต้องการอะไร ผมก็จะเป็นคนหามาให้


“เดี๋ยวบอกแม่ว่าไม่ว่าง ค่อยไปหาอาทิตย์หน้า” ก็ไม่ได้โกหกแม่นะ แต่ไม่ว่างจริง ๆ ติดสายน้ำเกลืออยู่ ไปหาไม่ได้


“อืม” เขาพยักหน้าเบา ๆ แล้วก็เงียบไป เชนยังดูหงอย ๆ ซึม ๆ อยู่ ผมอยากทำให้เขารู้สึกดีขึ้นแต่ก็รู้ว่าช่วงเวลาแบบนี้เชนอาจต้องการที่จะคิดอะไรเพียงคนเดียว ผมเลยเลือกที่จะไม่พูดอะไรและปล่อยให้เขาได้ใช้เวลากับตัวเอง


“พี่อยากได้อะไรไหม?” ผ่านไปสักพักเขาก็เงยหน้าขึ้นมาถามผม


“ไม่ล่ะ เชนไปอาบน้ำเถอะ” ผมยกยิ้มบาง ตอนนี้ผมยังไม่อยากได้อะไร พอได้นอนอยู่นิ่ง ๆ แล้วมันก็รู้สึกดีไปอีกแบบ ปกติเวลาว่างของผมก็มักจะหยิบหนังสือขึ้นมาอ่านตลอด พยายามทำไม่ให้ตัวเองว่าง แต่พอได้มานอนมองเพดานอยู่แบบนี้ก็รู้สึกสบายใจสบายกายดีเหมือนกัน การพักผ่อนของคนเราไม่เหมือนกัน บางคนอาจพักผ่อนโดยการกิน บางคนพักโดยการนอน หรือบางคนพักโดยการอ่านหนังสือที่ชอบสักเล่ม อย่างตอนนี้ที่ผมได้ลองนอนเฉย ๆ สักพักหนึ่ง ผมก็คิดว่ามันเป็นการพักผ่อนที่ดีเหมือนกัน


“อ่านหนังสือรอไปก่อนนะ” เชนพูดพร้อมหยิบหนังสือนิยายสยองขวัญที่รัชช์เอามาให้วางลงในมือของผม


“พี่รอให้เชนอ่านแล้วมาเล่าให้ฟังดีกว่า” ผมหยิบมันขึ้นมาพลิกดูไปมาแล้วก็วางลงข้างเตียง ผมไม่อยากอ่านเอง จริง ๆ จะจับหนังสืออ่านเองก็คงไม่สะดวกนัก เพราะแขนอีกข้างยังขยับไม่ค่อยได้


“ก็ได้” เชนยืนมองหนังสือสลับกับใบหน้าของผมก่อนจะพยักหน้าเบา ๆ ผมยกยิ้มเอ็นดูแล้วส่งหนังสือให้เขาเอาไปเก็บ เชนหยิบหนังสือไปวางที่โต๊ะข้างหัวเตียงแล้วเดินไปรื้อเสื้อผ้าเพื่อเตรียมจะไปอาบน้ำ ผมหันมองเวลา คิดว่าอีกสักพักมื้อเช้าก็คงจะมาแล้ว และหมอก็คงจะเข้ามาดูอาการของผม








-------------------------------------------------------------------








จะจบแล้ว เหลืออีก 1 ตอนกับบทส่งท้าย

ช่วงนี้ไม่ว่างเลย งานล้นมือมาก

แต่เราก็จะเข็นทุกเรื่องให้จบ ทั้งงานใหม่และงานเก่า

แต่จะจบเมื่อไหร่ค่อยว่ากันอีกทีเนอะ

ขอบคุณสำหรับการติดตามค่ะ



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 64 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

144 ความคิดเห็น

  1. #133 Suni-Waew (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 26 เมษายน 2563 / 11:09
    รอๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #133
    0
  2. #132 Anelta (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 26 เมษายน 2563 / 10:40
    จะจบแล้วววว รอนะคะสู้ๆนะคะขอให้เสร็จจากงานเร็วๆนะ รออ่านนะคะ
    #132
    0