คนอกหัก [YAOI] [สนพ.Lavender By B2S]

ตอนที่ 21 : -Twenty-

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,009
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 85 ครั้ง
    15 มี.ค. 63



-Twenty-



KACHAIN PART :


เชนระหว่างที่ผมนอนเล่นโทรศัพท์อยู่บนเตียง นิลกาฬที่เข้าไปอาบน้ำก็เดินออกมาเรียกผม


อือผมขานรับโดยไม่หันไปมอง นิลกาฬอยู่ในสภาพเปลือยท่อนบน และท่อนล่างของเขามีเพียงแค่ผ้าขนหนูสีขาวปกคลุมเอาไว้ อย่ามาผ้าหลุดตรงนี้นะ ไม่อย่างนั้นเรื่องนี้คงติดเรทเยอะแน่ แค่นี้ก็เรท 18+ แล้ว


วันนี้เข้าไปหาแม่นะ แล้วพรุ่งนี้ค่อยไปย้ายของเข้าห้องนิลกาฬเดินมายืนข้างเตียงพร้อมกับดึงโทรศัพท์ของผมออกจากมือเพื่อเรียกให้ผมหันไปสนใจเขา


จะบอกแม่เหรอ?” ผมหันไปมองใบหน้าหล่อด้วยความตกใจ ไม่ได้ตกใจที่เขาดึงโทรศัพท์ผมไป แต่ตกใจกับคำพูดของเขามากกว่า


อืม บอกให้แม่รับรู้อีกฝ่ายพยักหน้าเบา ๆ ท่าทีของนิลกาฬดูนิ่งสงบ ไม่มีแววกังวลฉายออกมาให้เห็น


แล้วถ้าแม่รับไม่ได้ล่ะ?” แต่กลายเป็นว่าผมเองที่กังวลจนเริ่มกลัว


ได้สิ แม่ใจดีจะตายนิลกาฬระบายยิ้มบางเบามาให้ผม เขาทิ้งตัวลงนั่งบนเตียงข้าง ๆ ผมแล้วดึงมือของผมไปกุมเอาไว้ 


แน่ใจเหรอ?” ถึงแม่จะใจดี แต่เรื่องระหว่างผมกับนิลกาฬเป็นเรื่องใหญ่ ไม่ใช่ทุกคนที่จะรับได้ แล้วเขาก็เป็นลูกชายคนเดียวด้วย แม่อาจตั้งความหวังไว้กับเขา แม่อาจทำใจยอมรับเรื่องแบบนี้ไม่ได้


เชน ไม่ต้องกลัว พี่อยู่ตรงนี้ ทุกอย่างมันจะดีเองเขาบอกเสียงนุ่มพร้อมกับเกลี่ยนิ้วโป้งที่หลังมือของผมก่อนจะยกขึ้นมากดจูบเบา ๆ


อือเพราะการกระทำของนิลกาฬ ผมเลยรู้สึกเกร็งขึ้นมา เขาทำผมเขินอีกแล้ว ผู้ชายคนนี้มักทำอะไรที่เป็นอันตรายต่อหัวใจของผม เขาทำให้ผมหวั่นไหวซ้ำแล้วซ้ำเล่า ผมติดบ่วงที่นิลกาฬสร้างขึ้นมาจนไปไหนไม่ได้แล้ว ขนาดยังไม่ได้คบกันผมยังเป็นขนาดนี้ แล้วคิดสภาพตอนคบกันสิ เขาคงทำผมเขินทุกวันแน่ ๆ


ไปอาบน้ำไป เดี๋ยวแวะซื้ออะไรเข้าไปกินกับแม่เขาบอกแล้วปล่อยมือของผมให้เป็นอิสระ ยกมือขึ้นโยกหัวผมไปมาเบา ๆ ก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วยื่นมือมาตรงหน้าผม


บอกแม่หรือยังว่าจะเข้าไป?” ผมมองมือใหญ่ตรงหน้าก่อนจะวางมือลงไปแล้วลุกขึ้นยืนตามแรงฉุดของอีกฝ่าย


 บอกแล้วเขาพยักหน้าเบา ๆ พร้อมส่งสายตาให้ผมรีบไปอาบน้ำ


อือผมขานรับในลำคอแล้วเดินไปหยิบผ้าเช็ดตัวก่อนจะเดินเข้าไปอาบน้ำ


หลังจากที่แต่งตัวกันเสร็จเรียบร้อยแล้วเราก็ออกเดินทางไปที่บ้านของนิลกาฬทันที แต่ก่อนจะเข้าบ้านเราก็คุยกันว่าจะแวะซื้ออาหารเข้าไปกินกับแม่ จะได้ไม่ต้องให้แม่ทำ พวกเราไม่อยากให้แม่เหนื่อยหรือต้องมาลำบากทำอาหารให้พวกเรากิน แต่ตอนนี้เราก็ยังตกลงกันไม่ได้ว่าจะซื้ออะไรเข้าไปกินกับแม่ดี


นิลผมหันไปเรียกคนข้างตัวที่กำลังตั้งใจขับรถอยู่ก่อนจะหันกลับมามองวิวข้างทางเพื่อหาร้านอาหาร


ว่าไง?” อีกฝ่ายหันมามองผมแวบหนึ่ง


แม่ชอบกินอะไร?” ผมเอ่ยถามในขณะที่สายตาก็สอดส่องหาร้านอาหารไปด้วย ถึงผมจะเจอกับแม่ของนิลกาฬบ่อยแต่ผมก็ยังไม่รู้ว่าท่านชอบกินอะไร นิลกาฬไม่เคยเล่าให้ฟัง และก่อนหน้านี้ผมก็ไม่เคยถาม


แม่ชอบทุกอย่างนิลกาฬว่ายิ้ม ๆ


จริงจัง?” พอเห็นเขายิ้มผมก็อดที่จะยิ้มตามเขาไม่ได้ เวลาพูดถึงแม่ นิลกาฬจะดูอ่อนโยนขึ้นมาก และเขาก็เป็นผู้ชายประเภทที่ดูอบอุ่นมาก ๆ เลยด้วย


จริง แม่กินได้หมด ไม่มีของชอบเป็นพิเศษเขาพยักหน้าเบา ๆ รอยยิ้มยังคงไม่จางหายไปจากใบหน้าหล่อเหลา


นิล ถ้าเรามาอยู่ด้วยกัน แม่ก็ต้องอยู่คนเดียวสิผมเอนหัวพิงกับเบาะพลางคิดบางอย่างไปด้วย ถ้าผมกับนิลกาฬย้ายมาอยู่คอนโดฯ ด้วยกัน แล้วแม่ของเขาล่ะ? แม่ก็ต้องอยู่คนเดียวใช่ไหม?


หรือจะย้ายเข้าบ้านเขาหันมายักคิ้วกวน ๆ


จะบ้าเหรอ?” ผมค้อนขวับใส่อีกฝ่ายทันที พูดออกมาได้นะ


ได้นะ แม่จะได้ไม่เหงาได้ทีเขาก็ลอยหน้าลอยตาพูดต่อ


น่าหมั่นไส้ชะมัด


อย่าเยอะน่านิลกาฬผมกลอกตาไปมาอย่างเอือมระอา เขาคิดอะไรอยู่ถึงได้พูดออกมาอย่างนี้ เรื่องใหญ่เลยนะนั่นน่ะ แค่เขาจะบอกแม่เรื่องความสัมพันธ์ของเราผมยังกลัวเลย ไม่รู้ว่าแม่จะมีปฏิกิริยายังไงกับเรื่องของเรา มันไม่ใช่ว่าทุกคนจะยอมรับเรื่องแบบนี้ได้นะครับ ยิ่งนิลกาฬเป็นลูกชายคนเดียวแล้วด้วย ผมว่ายิ่งยาก


ทำไมล่ะ?” เขาเอ่ยถามเหมือนไม่เข้าใจ แต่ผมรู้ว่าเขาแกล้งทำไม่เข้าใจไปอย่างนั้นแหละ


นี่ขนาดยังไม่ได้คบนะอดจะบ่นไม่ได้ นอกจากจะเอาเปรียบผมแล้วเขายังคิดจัดแจงนั่นนี่เองไปหมด เขาทำเหมือนทุกอย่างเป็นเรื่องง่ายอย่างนั้นแหละ


ก็ทดลองอยู่ก่อนแต่งไงเขาหันมายกยิ้มกรุ้มกริ่ม แววตาดูเจ้าเล่ห์ไม่น้อยเลย ยิ่งนิลกาฬทำท่าทางแบบนี้ ผมยิ่งทำตัวไม่ถูก จะว่าเขินก็คงใช่ ก็ฟังคำพูดของเขาสิ ทดลองอยู่ก่อนแต่งอะไร ยังไม่ได้คบกันเลยด้วยซ้ำ นี่เขาคิดการไกลไปถึงไหนแล้ว


ประสาทผมพึมพำต่อว่าเขาพร้อมหันหน้าหนีออกไปมองนอกรถ ยังไงวิวข้างทางก็คงไม่ทำให้ผมเขินเท่าสายตาของนิลกาฬหรอก หน้าร้อนที่ไม่ใช่ฤดู แอร์ในรถเสียหรือเปล่า ทำไมหน้าผมถึงร้อนไปหมดแบบนี้นะ

 





กว่าเราจะตกลงกันได้ว่าจะซื้ออะไรไปกินกันก็ทำเอาเสียเวลาไปเยอะพอสมควร แต่สุดท้ายก็เลือกเป็นอาหารจีนมา ผมไม่รู้ว่าแม่จะชอบหรือเปล่า แต่นิลกาฬบอกว่าแม่ไม่ได้กินอาหารจีนนานแล้ว ผมก็ตามใจเขาแหละ แม่เขานี่ ลูกชายก็ต้องรู้อยู่แล้วว่าแม่เขาชอบอะไรไม่ชอบอะไร ก็ไม่รู้ว่านิลกาฬจะซื้อไปให้แม่หรือเขาอยากกินเอง แต่ผมก็ไม่ได้มีปัญหา ผมกินได้หมดแหละ พอซื้อเสร็จก็รีบขับเข้าบ้านทันทีเพราะนี่มันบ่ายโมงกว่าแล้ว แม่น่าจะหิวข้าวแล้วล่ะ เมื่อถึงบ้านนิลกาฬก็ให้ผมเดินนำเข้ามาก่อน ส่วนเขาจะถือของตามเข้ามาทีหลัง ผมจะช่วยถือเขาก็ไม่ยอม แม้จะขัดใจผมอยู่ไม่น้อยแต่ผมก็เลือกที่จะปล่อยผ่านไป เขาอยากทำอะไรก็ตามใจเขาเถอะ เดี๋ยวก็ได้ทะเลาะกันเพราะเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ หรอก


แม่ครับเดินเข้ามาในบ้านก็เห็นแม่นั่งดูทีวีอยู่ในห้องนั่งเล่นของบ้าน ผมเดินเข้าไปพร้อมเอ่ยเรียกแม่


อ้าว มากันแล้วเหรอ?” พอแม่หันมาเห็นผมก็ยกยิ้มใจดีส่งมาให้


สวัสดีครับแม่ผมยกมือไหว้แล้วเดินเข้าไปหาท่าน


เชน เป็นยังไงบ้างลูก?” แม่ลุกขึ้นมากอดผมก่อนจะเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วงเป็นใย


สบายดีครับผมยกยิ้มตามแม่ พอเจอแม่แล้วผมก็สบายใจขึ้นเยอะเลย น่าแปลกที่ความกังวลก่อนหน้านี้มันหายไป อาจเพราะแม่ใจดีกับผมมาก ผมถึงได้คิดว่าแม่จะรับเรื่องของเราได้


แม่ครับ พวกเราซื้อของกินมาเพียบเลยนิลกาฬเดินตามเข้ามาพร้อมกับถุงอาหารในมือ เขายิ้มกว้างให้แม่อย่างอารมณ์ดี


มา เดี๋ยวแม่ไปจัดใส่จานแม่หันไปพยักหน้าให้ลูกชายของท่านแล้วยื่นมือออกไปจะรับถุงอาหารมาจัดการเอง


ให้พวกเราทำเถอะครับ แม่นั่งรอกินอย่างเดียวก็พอ นิลกาฬเอาถุงอาหารหลบจากมือของแม่ ผมเองก็ยื่นมือไปจับมือแม่ไว้ เพื่อที่จะห้ามไม่ให้แม่แย่งถุงอาหารมาได้


จะเอาใจแม่กันเหรอ?” แม่ที่เห็นท่าทางของเราทั้งคู่ก็ยกยิ้มเอ็นดู


พวกเราไม่อยากให้แม่ลำบากครับผมบอกพร้อมลุกขึ้นเดินไปหานิลกาฬเพื่อเตรียมจะเอาอาหารไปจัดใส่จาน นิลกาฬที่กลัวแม่จะเข้ามาแย่งหน้าที่ก็เดินหนีเข้าครัวไปก่อนแล้ว


ไม่ลำบากหรอกแม่หลุดเสียงหัวเราะออกมาเบา ๆ กับท่าทีของลูกชายเพียงคนเดียวของตนเอง ผมเองก็อดที่จะยิ้มออกมาไม่ได้


แม่ลูกคู่นี้น่ารักดีนะครับ


ผมเดินตามนิลกาฬเข้ามาในครัวก็เห็นเขากำลังเอาอาหารเทใส่จานอย่างตั้งอกตั้งใจ ที่นี่มีแม่บ้าน แต่จะทำงานเป็นเวลา เพราะไม่ได้อยู่ที่นี่ เห็นนิลกาฬบอกว่าแม่อยากจะเลิกจ้างแม่บ้านเพราะอยากทำทุกอย่างเอง แต่คนลูกไม่ยอม ไม่อยากเห็นแม่เหนื่อยเลยไม่ยอมเลิกจ้างแม่บ้าน แต่แม่ก็เป็นหญิงแกร่งจริง ๆ นะ งานนอกบ้านก็ต้องทำ แล้วยังจะมาทำงานในบ้านอีก ยิ่งลูกชายไม่ได้อยู่บ้าน แม่ก็มักจะแย่งงานแม่บ้านทำประจำ แถมยังสั่งให้แม่บ้านเข้ามาทำงานแค่ 3 วันต่ออาทิตย์อีกด้วย


นิล จะบอกแม่จริง ๆ เหรอ?” ผมที่เห็นนิลกาฬกำลังตั้งใจจัดจานอาหารอยู่ก็เอ่ยถามขึ้นมา ถึงจะรู้ว่าแม่ใจดี แต่ผมก็ยังไม่วางใจ ยอมรับว่ากลัวหากผลลัพธ์ออกมาไม่เป็นอย่างที่คาดหวัง ถ้าผมไม่มีนิลกาฬยืนเคียงข้างเหมือนอย่างในตอนนี้ ผมก็ไม่รู้ว่าจะอยู่ได้ยังไง


บอกสิ ต้องบอกเขาหันมามองสบตากับผมด้วยสายตาจริงจังและหนักแน่น


แต่แม่...” ผมกลัวว่าแม่จะทำใจยอมรับไม่ได้


ไม่ต้องกลัว อย่าคิดมาก เชื่อใจพี่ไหม?” นิลกาฬยกมือขึ้นจับไหล่ทั้งสองข้างพร้อมมองสบตากับผมด้วยแววตาอ่อนโยน


อืมผมพยักหน้ารับเบา ๆ ผมเชื่อใจนิลกาฬ ช่วงเวลาต่อจากนี้ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เราก็ต้องผ่านมันไปให้ได้


ออกไปหาแม่กันเถอะอีกฝ่ายระบายยิ้มบางออกมา


อื้อผมขานรับแล้วยกจานที่นิลกาฬเทอาหารใส่เรียบร้อยแล้วออกไปวางเรียงที่โต๊ะกินข้าว ส่วนเขาก็จัดการกับถุงอาหารที่ยังไม่ได้เท


ซื้ออะไรกันมาเยอะแยะเนี่ยลูกแม่ที่เดินเข้ามาเห็นจานอาหารวางเรียงอยู่เต็มโต๊ะก็ร้องทักขึ้นมาทันที


ไม่เยอะหรอกครับ นิดเดียวเองนิลกาฬยกจานที่เหลือออกมาแล้วนั่งลงข้าง ๆ แม่ ส่วนผมก็นั่งอีกฝั่ง


เชนกินเยอะ ๆ นะลูก นี่เราผอมลงหรือเปล่า?” ลงมือกินกันไปได้ไม่นานแม่ก็หันมาคีบติ่มซำใส่จานของผม


นิดหน่อยครับแม่ผมเอ่ยขอบคุณเบา ๆ แล้วนั่งกินต่อ ผมไม่ค่อยได้กินอาหารจีนหรือติ่มซำอะไรพวกนี้ก็ไม่ได้กินบ่อย พอกินแล้วก็รู้สึกว่ามันอร่อยดีเหมือนกัน เห็นนิลกาฬบอกว่าร้านนี้เปิดมานานแล้ว เป็นร้านดังที่ขึ้นชื่อเรื่องติ่มซำอร่อย เมื่อก่อนแม่กินบ่อยมาก แต่เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยได้กินเพราะแม่ขี้เกียจขับรถไปซื้อ


กินเยอะ ๆ นะ เดี๋ยวโดนนิลแย่งหมดแม่ว่ายิ้ม ๆ แล้วคีบเอาขนมจีบปูมาใส่จานผมอีก


ผมจะแย่งอะไรล่ะครับแม่ เห็นแม่กับเชนกินผมก็อิ่มแล้วนิลกาฬว่าเสียงนุ่ม เขามองมาทางผมด้วยสายตาหวานชื่น


น่าขนลุกชะมัดเลย


ปากหวานนะคนนี้ เจ้าชู้หรือเปล่า?” แม่พูดพร้อมยื่นมือไปหยิกแก้มลูกชายอย่างมันเขี้ยวหรือหมั่นไส้ก็ไม่แน่ใจ


ไม่เจ้าชู้ครับแม่ รักเดียวใจเดียวปากพูดกับแม่แต่ตามองผม แววตาที่สื่อออกมาถึงความรู้สึกที่อยู่ภายในใจของอีกฝ่ายทำเอาผมนั่งไม่ติดที่ นิลกาฬทำให้ผมเขินอีกแล้ว ผมรู้ว่าเขาจงใจพูดแบบนี้ใส่ผม ชอบแกล้งว่ะ นิสัยเสียชะมัด


ให้มันจริงเถอะแม่หรี่ตามองอย่างจับผิดก่อนจะอมยิ้มขำ


จริงสิครับแม่เขาหันไปยกยิ้มให้แม่ก่อนจะหันมาสบตากับผมอย่างสื่อความนัย ผมชะงักเมื่อเผลอสบตาเข้ากับอีกฝ่าย


นิลกาฬเก่งจริง ๆ ที่ทำให้ผมเขินได้มากขนาดนี้


หลังกินข้าวเสร็จผมกับนิลกาฬก็ช่วยกันเก็บโต๊ะแล้วเอาจานไปล้าง เราให้แม่ไปนั่งดูทีวีรอก่อน ระหว่างนั้นผมก็อดที่จะกังวลไม่ได้ นิลกาฬบอกว่าล้างจานเสร็จเขาจะบอกแม่เรื่องของเรา ไม่รู้สิ ผมอธิบายความรู้สึกตอนนี้ไม่ถูกเลย ใจหนึ่งก็คิดว่าแม่น่าจะรับได้ แต่อีกใจมันก็นึกกลัวไปก่อน ใช้เวลาสักพักผมกับนิลกาฬก็ล้างจานเสร็จเรียบร้อย เราสองคนมองหน้ากันอยู่พักหนึ่งก่อนจะพากันเดินกลับไปที่ห้องนั่งเล่นที่มีแม่นั่งดูทีวีอยู่


แม่ครับนิลกาฬเดินเข้าไปหาก่อนจะนั่งลงที่พื้นแล้วซบหน้าลงกับตักของแม่


ว่าไงลูก?” แม่ที่เห็นการกระทำของลูกชายก็ระบายยิ้มบางเบาออกมา ผมว่านิลกาฬน่าจะได้ความอ่อนโยนมาจากแม่ของเขาแบบเต็มเปี่ยมเลยล่ะ คนที่เติบโตมาพร้อมกับความรักของแม่แบบนี้ช่างโชคดีจริง ๆ นิลกาฬเป็นคนที่น่าอิจฉาจริง ๆ นั่นแหละ


พวกเรามีเรื่องสำคัญจะบอกแม่ครับนิลกาฬผละตัวออกมามองหน้าแม่ด้วยรอยยิ้มอบอุ่น ผมทิ้งตัวนั่งลงข้างนิลกาฬพร้อมกับมองใบหน้าสวยของแม่ไปด้วย ในใจได้แต่ภาวนาให้ทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยดี


อะไรเหรอ?” แม่หันมองหน้าพวกเราสลับกันไปมาด้วยความสงสัย


พวกเราสองคนกำลังคบหาดูใจกันอยู่ครับคนตัวสูงนิ่งไปพักหนึ่งเหมือนต้องการสมาธิและทำใจก่อนพูดออกมาด้วยแววตาและท่าทางที่จริงจังไร้ซึ่งแววล้อเล่นใด ๆ ทั้งสิ้น


หมายถึง...นิลกับเชนเหรอ?” แม่ชะงักคล้ายกับตกใจกับสิ่งที่ได้ยิน ท่านหันมามองหน้าผมแล้วหันกลับไปถามนิลกาฬเพื่อความแน่ใจอีกครั้ง


ครับนิลกาฬตอบกลับทันทีโดยไม่ต้องหยุดคิด


แม่ครับ...” ผมที่เห็นแม่เงียบไปก็เริ่มใจเสีย จะยื่นมือไปจับมือแม่ก็ชะงักเพราะไม่กล้า


ขอบใจนะที่มาบอกแม่แม่ยกยิ้มอ่อนโยนพร้อมยกมือขึ้นมาลูบหัวผมกับนิลกาฬคนละข้าง


ครับ?” ผมขานรับงง ๆ นิลกาฬก็มีท่าทีไม่ต่างกัน ถึงเราจะรู้ว่าแม่ใจดีมาก แต่นี่มันก็เหนือความคาดหมายไปเยอะ


ดีแล้วล่ะที่มาบอกแม่อย่างนี้ แม่จะได้ไม่ต้องเป็นห่วง ทั้งคู่เลยแม่ขยับเข้ามากอดเราทั้งคู่เอาไว้แผ่วเบา แม้มันจะเป็นเพียงช่วงเวลาสั้น ๆ แต่ผมกลับรู้สึกถึงไออุ่นจากอ้อมกอดนั้นได้อย่างชัดเจน


นี่สินะ สัมผัสของคนเป็นแม่


แม่...รับได้เหรอครับ?” นิลกาฬถามย้ำเพื่อความแน่ใจ ผมเองก็เงียบเพื่อรอฟังแม่พูด ใจผมเต้นถี่รัวจนรู้สึกว่าเสียงหัวใจเต้นมันดังก้องอยู่ในหู


ตื่นเต้นชะมัดเลย


ได้สิ ทำไมจะไม่ได้ล่ะแม่พูดยิ้ม ๆ


แม่ครับผมยกมือขึ้นไปจับมือของแม่มากุมไว้ที่กลางอก


ไม่ต้องคิดมากนะลูก เรื่องแค่นี้เอง แม่เข้าใจและรับได้ท่าทาง สีหน้าและแววตาของแม่ดูสบาย ๆ ไม่ได้กังวลหรือคิดมากอะไร ผมรู้แล้วล่ะว่าแม่ไม่ได้แค่พูดให้เราสบายใจ แต่แม่รับได้จริง ๆ แม่ยอมรับกับความสัมพันธ์ของเราทั้งคู่ได้


ขอบคุณครับทั้งผมและนิลกาฬยกมือขึ้นกราบลงที่ตักของแม่พร้อมกัน แม่ยกมือขึ้นลูบหัวเราทั้งคู่แผ่วเบา สัมผัสของแม่ยังคงติดตรึงไม่จางหาย ผมที่ไม่ได้รับสัมผัสแบบนี้มานานแล้ว ก็รู้สึกตื้นตันจนพูดไม่ออก เหมือนน้ำตามันจะเอ่อคลอขึ้นมาเสียอย่างนั้น ผมไม่รู้ว่าตัวเองดีใจกับเรื่องไหน เรื่องที่แม่ยอมรับกับความสัมพันธ์ของเราได้ หรือเรื่องที่ผมได้มีแม่ที่แสนดีแบบนี้


ดูแลน้องดี ๆ นะนิลแม่มองหน้าผมก่อนจะหันไปพูดกับนิลกาฬ หัวใจผมเต้นแรงมากขึ้นกว่าเดิมเมื่อได้ยินคำพูดของแม่ มันเหมือนกับว่าใคร ๆ ก็มองออกว่านิลกาฬจะต้องเป็นฝ่ายดูแลผม ไม่ใช่ผมที่ต้องไปดูแลเขา


มันเขิน ๆ แปลก ๆ นะครับ


ครับแม่นิลกาฬรับคำเสียงหนักแน่น ผมหันไปมองเขาและมันก็เป็นจังหวะเดียวกันกับที่นิลกาฬหันมามองผมพอดี เพียงเสี้ยววินาทีที่เราสบตากันมันก็ทำเอาหน้าของผมร้อนผ่าวไปหมด ผมเขินทุกสิ่งที่เป็นนิลกาฬ ไม่ว่าจะคำพูด น้ำเสียง ท่าทาง แววตา หรือสีหน้า ทุกอย่างที่เป็นนิลกาฬเหมือนสะกดผมเอาไว้ให้จับจ้องแค่เพียงเขา


ผมตกอยู่ในบ่วงที่นิลกาฬสร้างขึ้นมาเข้าอย่างจัง


ผมคิดว่าหลังจากนี้คงไม่สามารถพาตัวเองออกมาจากนิลกาฬได้แล้วล่ะ


บรรยากาศระหว่างแม่กับลูกของพวกเราเป็นไปอย่างเรียบง่ายและให้ความรู้สึกที่สบายใจ ผมรู้สึกผ่อนคลายลงมากหลังจากที่ได้พูดคุยกับแม่ ก็อย่างที่นิลกาฬบอกนั่นแหละ แม่รับได้ ท่านใจดีกับผมมาก ผมคิดว่าตัวเองโชคดีไม่น้อยเลยที่ได้มารู้จักกับนิลกาฬ เขาไม่ได้แค่ฉุดให้ผมเดินออกมาจากความรักที่ไม่สมหวัง แต่เขายังพาผมเดินออกมาจากโลกอันอ้างว้างและเดียวดาย เขาไม่ได้เป็นแค่คนรักของผม แต่เขายังเป็นครอบครัวให้กับผมด้วย ผมนึกไม่ออกเลยว่าถ้าวันหนึ่งต้องเสียนิลกาฬไปผมจะอยู่ได้ยังไง อย่างตอนนั้นที่คิดจะตีตัวออกห่างจากเขา ผมยังเจ็บปวดมากขนาดนั้น ถ้านิลกาฬหายไปจากชีวิตผมจริง ๆ ผมจะต้องเจ็บปวดและทรมานมากแน่ ๆ


หายกังวลแล้วใช่ไหม?” หลังจากที่แม่ขอตัวขึ้นไปนอนก่อนภายในห้องนั่งเล่นก็เหลือเพียงแค่ผมกับนิลกาฬสองคนเท่านั้น


ผมคงกลัวมากไปหน่อยผมว่าเสียงแผ่วเบา พอมาอยู่กันเพียงตามลำพังแบบนี้แล้วผมก็รู้สึกทำตัวไม่ถูก มันเก้อเขินแปลก ๆ


พี่เข้าใจนะเชน ใคร ๆ ก็มีความกลัวกันทั้งนั้น เชนกลัวได้ ไม่ผิดหรอก แต่จำไว้นะว่าทุกครั้งที่เชนหวาดกลัวให้หันมาหาพี่ พี่จะอยู่ข้าง ๆ เชนเองเขายกมือขึ้นประคองสองข้างแก้มของผมไว้แล้วยื่นหน้าเข้ามาใกล้ ใบหน้าหล่อเหลามีรอยยิ้มอบอุ่นประดับอยู่ และนั่นยิ่งทำให้ใจของผมเต้นแรงมากขึ้น


ขอบคุณนะพี่นิลผมยกมือขึ้นวางทาบทับกับฝ่ามือใหญ่ เพียงแค่เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่นิลกาฬก็ทำให้ผมรู้สึกว่ามันเป็นสิ่งที่พิเศษขึ้นมาได้


ถ้ามีเรื่องอะไรที่ไม่สบายใจก็บอกพี่ เชนไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวเหมือนที่ผ่านมาแล้วนะ เชนมีพี่ และมีแม่สายตาที่มองมายังคงเต็มไปด้วยความอ่อนโยนและรักใคร่ ผมทำใจกล้ามองสบตากับเขาทั้งที่หัวใจเต้นระรัวเร็วจนเหมือนจะหลุดออกมาอยู่ข้างนอก น่าตลกตรงที่ผมไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน กับคุณรัชช์ก็ยังไม่อาการหนักขนาดนี้ ผมไม่ได้ตอบอะไรเพียงแค่ยกยิ้มแล้วพยักหน้ารับเบา ๆ เรามองสบตากันอยู่อย่างนั้น แล้วนิลกาฬก็เลื่อนใบหน้าเข้ามาใกล้ ใกล้จนปลายจมูกของเราชนกัน และในเวลาไม่นานริมฝีปากของเราทั้งคู่ก็ประกบเข้าหากัน นิลกาฬไม่ได้ทำอะไรไปมากกว่าการจูบผมแผ่วเบา ไม่นานเราก็ผละออกจากกัน


จูบของนิลกาฬยังเป็นสิ่งที่ผมชื่นชอบเช่นเคย และนิลกาฬก็ยังคงเป็นผู้ชายที่ผมชอบมาก ๆ เหมือนเดิม


ผมทนสบตากับนิลกาฬไปมากกว่านี้ไม่ได้เลยเลือกที่จะหลบสายตาของเขาโดยการเอนตัวเข้าไปหาเขาแล้วซบใบหน้าลงกับไหล่กว้าง ยิ่งสบตากันใบหน้าของผมก็ยิ่งร้อนผ่าว นิลกาฬทำผมเสียอาการมาตั้งกี่ครั้งแล้วผมก็จำไม่ได้ แต่ยิ่งอยู่กับเขาผมก็ยิ่งไม่เป็นตัวของตัวเอง โดยเฉพาะเวลาที่ผมเขินเขา


นิลผมผละตัวออกมามองหน้าเขาเมื่อนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้


หืม?” อีกฝ่ายขานรับเสียงนุ่ม


ก่อนหน้านี้ก็อยู่กับแม่ไม่ใช่เหรอ? แล้วทำไมถึงไปอยู่คอนโดฯ ล่ะ?” ตั้งแต่ที่รู้จักนิลกาฬในฐานะพี่รหัส ผมก็รู้ว่าเขาขับรถไปกลับบ้านกับมหาลัยทุกวัน ถึงจะมีคอนโดฯ แต่ก็แทบจะไม่ได้อยู่ นาน ๆ ถึงไปค้างที่คอนโดฯ สักที แต่ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่เขามาอยู่ที่คอนโดฯ แทนขับรถกลับบ้าน


ยิ่งเรียนปีสูงก็ยิ่งเรียนหนัก ไหนจะงานอีก ถึงจะขับรถไปกลับได้ แต่มันก็เหนื่อยเดินทางคำตอบของเขาก็เป็นสิ่งที่เข้าใจได้ง่าย การเดินทางไปไหนมาไหนในกรุงเทพฯ เป็นสิ่งที่เหนื่อยล้ามาก บางครั้งผมก็คิดว่าขับรถออกต่างจังหวัดยังไม่เหนื่อยเท่าขับรถในกรุงเทพฯ เลย


อ๋อ ถ้าเรียนจบก็จะกลับมาอยู่กับแม่ใช่ไหม?” ผมจำได้ดีว่าก่อนหน้านี้นิลกาฬบอกว่าที่ต้องอยู่บ้านเพราะไม่อยากปล่อยแม่ให้อยู่คนเดียว เขาเป็นผู้ชายที่รักแม่มาก เพราะมีกันอยู่แค่สองคนแม่ลูกเท่านั้น


ใช่ ทำไมเหรอ?”


เปล่า กลัวแม่เหงาน่ะผมส่ายหน้าเบา ๆ ผมเข้าใจดีว่าการอยู่ตัวคนเดียวมันเหงามากขนาดไหน ยิ่งกับคนเป็นแม่ การที่ลูกออกไปอยู่ที่อื่นมันไม่ใช่แค่ความเหงา แต่ยังมีความห่วงใยอีกด้วย


ไว้เสาร์อาทิตย์เรามาค้างที่บ้านไหม?” เขาถามยิ้ม ๆ


ได้เหรอ?” ผมร้องถามด้วยความดีใจ ผมชอบเวลาที่ได้อยู่กับแม่ มันเป็นความรู้สึกที่ผมไม่สามารถหาได้จากที่ไหนอีกแล้ว


ผม...ก็แค่อยากได้ความรักจากแม่ อยากที่จะอยู่กับแม่ แม้ไม่ใช่แม่แท้ ๆ แต่ผมก็รักและเคารพท่านเหมือนแม่ของตัวเอง หรือไม่ก็อาจจะรักมากกว่าแม่ตัวเองด้วยซ้ำ


ได้สิ วันธรรมดาเราก็อยู่คอนโดฯ พอวันหยุดก็มาอยู่กับแม่ ดีไหม?” เขาถามด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มน่าฟังและรอยยิ้มที่อ่อนโยน


อื้อผมพยักหน้ารับเบา ๆ ถ้าเป็นแบบนี้ แม่ก็จะไม่เหงา ผมเองก็ได้เจอแม่บ่อยขึ้นและมีเวลาอยู่กับท่านมากกว่าเดิม


นิลกาฬไม่ได้พูดอะไรต่อ แต่เขายกมือขึ้นขยี้หัวผมเบา ๆ เหมือนมันเขี้ยว เรานั่งคุยเล่นกันต่ออีกสักพักถึงพากันกลับมาที่ห้องนอน ผมให้นิลกาฬเข้าไปอาบน้ำก่อน ส่วนตัวเองก็นอนเล่นบนเตียง พออีกฝ่ายเดินออกมาจากห้องน้ำผมก็เข้าไปอาบน้ำบ้าง ใช้เวลาไม่นานสำหรับการอาบน้ำ แต่แน่นอนว่าผมอาบสะอาดแม้จะใช้เวลาไม่มาก เดินออกมาก็ไม่เจอนิลกาฬอยู่ในห้อง ผมเลยเดินไปดูที่ระเบียงแล้วก็เห็นเขายืนอยู่ตรงนั้น


นิลผมเดินเข้าไปหาพร้อมกับสอดแขนเข้าไปที่เอวของอีกฝ่าย


หืม?” นิลกาฬเอี้ยวตัวมามองผมอย่างแปลกใจ ปกติผมทำแบบนี้ที่ไหน ไม่รู้สิ จู่ ๆ ก็รู้สึกอยากแสดงความรู้สึกของตัวเองออกมาบ้าง ยังไงผมกับนิลกาฬก็ทำมากกว่ากอดหรือจูบกันไปแล้ว ผมแค่อยากกอดเขา ผมก็เลยกอด นิลกาฬดูไม่เข้าใจกับการกระทำของผม แต่สายตาเขากลับฉายชัดถึงความพึงพอใจที่มี


ขอบคุณนะผมซบหน้าลงกับไหล่ของอีกฝ่าย นิลกาฬสูงกว่าผม ถึงจะดูเหมือนไม่เยอะ แต่พอมายืนใกล้กันแบบนี้ก็เห็นชัดพอสมควรเลย


เรื่องอะไร?” นิลกาฬยกมือขึ้นลูบแขนของผมที่กอดรัดเขาอยู่เบา ๆ


ทุกเรื่องเลยผมไม่รู้ว่าควรขอบคุณเขาเรื่องไหนดี เขาทำให้ผมมาเยอะมาก แต่ผมกลับทำตัวงี่เง่าใส่เขา


นิสัยไม่ดีเลยเนอะ


ขอบคุณเหมือนกันเขาพลิกตัวหันมาหาผมพร้อมยกยิ้มบางเบาที่มุมปาก


ขอบคุณอะไร?” ผมถามอย่างไม่เข้าใจ ผมไม่รู้จริง ๆ ว่าเขาขอบคุณผมเรื่องอะไร ไม่คิดว่าตัวเองจะมีเรื่องไหนให้เขาขอบคุณ


ก็ขอบคุณที่เชนอยู่ตรงนี้กับพี่ไงนิลกาฬพูดพร้อมตวัดแขนขึ้นโอบรอบเอวของผมแล้วดึงเข้าหาตัวเบา ๆ


อืมผมกัดริมฝีปากล่างด้วยความประหม่า พอต้องมาสบตากันตรง ๆ แบบนี้มันก็ทำเอาผมเขินไม่น้อยเลย และผมก็ได้เขินมากกว่าเดิมเมื่อนิลกาฬแนบหน้าผากของเขาลงมาติดชิดกับหน้าผากของผม เขายกยิ้มที่มุมปากก่อนจะกดจูบลงมาที่ริมฝีปากของผมแผ่วเบา


หวานกว่าน้ำตาลก็นิลกาฬนี่แหละ









-------------------------------------------------------------------







รักกันเหลือเกิน หมั่นไส้!

ยังไม่ทันไรก็วางแผนอนาคตกันแล้ว

ไปรักกันไกล ๆ เลย ไป๊!


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 85 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

144 ความคิดเห็น

  1. #121 Mellowpink (@mildmind19) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 19 มีนาคม 2563 / 00:27
    หวานมากแม่
    #121
    0
  2. #107 lina2123 (@lina2123) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 15 มีนาคม 2563 / 21:39
    โอ้ยยยย เขินไม่ไหวแล้ว นิลกาฬโคตรอบอุ่น
    #107
    0
  3. #106 yuki5555 (@yuki352010) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 15 มีนาคม 2563 / 19:30
    ทางเราก็คือหลงอยู่ในวังวนของคู่นี้จ่ะะะ
    #106
    0
  4. #105 AUN-KEN (@AUN-KEN) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 15 มีนาคม 2563 / 16:57
    โอ๊ยย~ เขินไม่ไหวแล้ว~~😳😍
    #105
    0
  5. #104 Anelta (@Anelta) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 15 มีนาคม 2563 / 16:40
    เขินเลยพี่นิล​ เชนกลายเป็นเด็กตัวเล็กตัวน้อยทันที~~~
    #104
    0