คนอกหัก [YAOI] [สนพ.Lavender By B2S]

ตอนที่ 20 : -Nineteen-

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,141
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 110 ครั้ง
    5 มี.ค. 63



-Nineteen-



KACHAIN PART :


เชนเสียงเรียกมาพร้อมกับแรงเขย่าที่ตัวผมเบา ๆ ทำให้ผมรู้สึกตัวตื่นขึ้นมา


อือ มีอะไรพี่?” ผมลืมตาขึ้นมาแล้วก็เห็นใบหน้าของนิลกาฬลอยอยู่ไม่ไกล


สายแล้วนะ ลุกมากินข้าวก่อนเขาบอกพร้อมยกมือขึ้นลูบหัวผมเบา ๆ


ไม่อยากกินผมอยากนอน


ไม่ได้ มื้อเช้า...” เขาว่าเสียงดุ


เป็นมื้อที่สำคัญ ผมรู้หรอกน่าผมพูดแทรกขึ้นมาเพราะจำคำพูดของเขาได้จนขึ้นใจแล้ว ชีวิตนิลกาฬวุ่นวายอยู่แต่กับมื้อเช้าของผมเนี่ย


ถ้าอย่างนั้นก็ลุกมาเขาหัวเราะเบา ๆ ที่ถูกผมว่าก่อนจะยื่นมือมาตรงหน้าเพื่อให้ผมจับ


ครับ~” ผมรับคำเสียงยานคางแล้วยกมือขึ้นจับกับมือที่ใหญ่กว่า แต่พอลุกขึ้นมาแล้วผมก็ชะงักไปจังหวะหนึ่ง


มันเจ็บ


เจ็บไหม?” นิลกาฬที่เห็นผมนิ่งไปก็เอ่ยถามเสียงนุ่ม


ถามอะไรของพี่วะ?” ผมขมวดคิ้วแน่นเพื่อกลบเกลื่อนอาการกระดากอายของตัวเอง ถามออกมาได้ บ้าชะมัดเลย ผมรู้ดีว่าเขาพูดถึงอะไร แต่ใครบ้างจะกล้าพูดน่ะว่าเจ็บหรือไม่เจ็บ ผมก็อายเป็นเหมือนกันนะครับ แม้เมื่อคืนจะทำตัวลืมอายไปแล้วก็เถอะ แต่ขอเถอะ อย่าพูดถึงเรื่องเมื่อคืนเลย พอถูกปลุกเร้าอารมณ์ดิบภายในขึ้นมา ยางอายอะไรก็ไม่มีทั้งนั้นแหละ


ก็เป็นห่วงเขาบอกยิ้ม ๆ ท่าทางไม่ได้ดูสลดกับคำที่ผมต่อว่าเลยแม้แต่น้อย


พี่แม่งผมได้แต่สบถอย่างเขินอาย นิลกาฬทำผมเสียอาการอีกแล้ว


ขอโทษที่หนักมือไปหน่อยนะเขาพูดด้วยสีหน้าที่รู้สึกผิด หากแต่แววตากลับเป็นประกายระยิบระยับกรุ้มกริ่ม


รู้สึกผิดไม่จริงนี่!


เงียบไปเลยผมทำได้แค่ถลึงตามองอีกฝ่าย ใจจริงอยากลุกไปฟาดเขาแรง ๆ แต่ก็ขยับมากไม่ได้ ถึงมันจะไม่ได้เจ็บมากแต่มันก็เจ็บไง พอขยับทีมันก็มีเบียดเสียดกัน ผมเลยพยายามไม่ขยับเยอะ


โกรธเหรอ?” เขายื่นหน้าเข้ามาหา พอผมหันไปเจอหน้าเขาลอยอยู่ใกล้ ๆ ก็ผงะถอยไปด้วยความตกใจ มันใกล้ชนิดที่ว่าเกือบจูบปากกันได้เลยนะ


“...” ด้วยความตกใจผมเลยไม่ได้ตอบอะไรออกไป เอาแต่นั่งจ้องหน้าเขานิ่ง ๆ


เชนเขาเรียกพร้อมยื่นมือข้างหนึ่งมาจับแก้มของผมอย่างแผ่วเบา


ผมอายนะ พี่พูดอะไรก็ไม่รู้ผมหลุบตาลงต่ำแล้วพึมพำเสียงเบา เพราะเราทำเรื่องอย่างนั้นกัน แถมมันยังเป็นครั้งแรกของผมที่เป็นฝ่ายรับให้ใครสักคน ผมเลยรู้สึกแปลก ๆ ทั้งเขินทั้งอาย ไม่เคยคิดเลยว่าในชีวิตนี้จะต้องมาเป็นฝ่ายรับให้ใคร แต่เพราะผู้ชายคนนี้คือนิลกาฬ ผมเลยยอม ยอมแม้ไม่รู้ว่าสิ่งที่ตัวเองเลือกนั้นมันจะดีหรือเปล่า แต่จากเหตุการณ์เมื่อคืนผมก็ได้รู้อย่างหนึ่งว่า การมีเซ็กส์กับคนที่เราชอบมันเป็นอะไรที่โคตรรู้สึกดีเลย ดีมาก ๆ จนผมอยากเก็บช่วงเวลานั้นเอาไว้


อ๋อ ฮะ ๆ ไม่เห็นต้องอายเลย ในนี้มีแค่พวกเรานะเขาหัวเราะแล้วยกมือขึ้นมาขยี้หัวผมเบา ๆ ด้วยใบหน้าและท่าทางที่ดูโคตรจะเอ็นดูผม


แล้วผมต้องทำใจกล้าพูดเรื่องแบบนั้นกับพี่เหรอ?” ผมขมวดคิ้วมองอย่างไม่เข้าใจ ทำไมผมต้องบอกเขาด้วยว่าเจ็บหรือไม่เจ็บ?


ก็เชนอยากกดพี่ไม่ใช่เหรอ? พี่ก็ให้โอกาสเชนแล้วไงอีกฝ่ายว่ายิ้ม ๆ หน้าตาและท่าทางดูกวนประสาทไม่น้อยเลย


หยุดพูดได้แล้วน่าผมยกมือขึ้นปิดปากอีกฝ่ายให้หยุดพูดเสียที เขาไม่รู้สึกอะไรเลยหรือไงถึงได้พูดเรื่องแบบนี้ออกมาหน้าตาเฉย มันก็จริงที่ผมอยากกดเขา ความจริงผมก็พอจะรู้ตัวอยู่แล้วว่าสู้เขาไม่ได้ แต่ใครจะไปคิดล่ะว่านิลกาฬจะตลบหลังผมแบบนี้


ร้ายกาจชะมัด


ไม่ต้องเขินหรอก มันเรื่องปกติของคู่รักนะเขาดึงมือผมออกแล้วกดจูบลงที่หลังมือ หน้าตาของนิลกาฬดูสดใสกว่าก่อนไปค่ายอาสาเยอะเลย


ก็แน่ล่ะ เมื่อคืนเขาเล่นผมซะคุ้มเลย


แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าผมเองก็ชอบเซ็กส์เมื่อคืนนี้มาก นิลกาฬทำให้ผมหลงใหลและมัวเมาอยู่กับเขา ไม่ว่านิลกาฬจะทำอะไร ผมก็รู้สึกดีและชื่นชอบมันไปเสียหมด


พี่นิล ถ้ายังไม่หยุดพูดผมต่อยพี่ปากแตกแน่ตวัดตามองอย่างเอาเรื่อง ยิ่งเขาพูดมากเท่าไหร่ผมก็ยิ่งอายมากเท่านั้น และยิ่งคิดย้อนไปถึงเหตุการณ์เมื่อคืนผมก็อยากจะมุดหน้าแทรกแผ่นดินหนี ผมทำแบบนั้นไปได้ยังไง ทั้งยั่วยวนและเชิญชวนเขา


ไหนวะความหวงตัวก่อนหน้านี้?


พออารมณ์มาก็ลืมหมดแล้วซึ่งความอาย


เชนจะใจร้ายกับพี่ได้ลงคอเหรอ?” นิลกาฬจับมือของผมไปแนบแก้มตัวเองแล้วมองผมด้วยสายตาหวานเยิ้ม


พี่ เดี๋ยวนะ พี่แทนตัวเองว่าพี่เหรอ?” ผมไม่ได้ให้ความสนใจกับท่าทีของอีกฝ่าย กลับกันผมกลับให้ความสนใจกับคำพูดของเขามากกว่าสิ่งอื่น


นิลกาฬแทนตัวว่าพี่เหรอ? ปกติเรียกฉันเรียกนายตลอดนี่


ทำไมล่ะ?” เขายกยิ้มอ่อนโยนพร้อมมองผมด้วยสายตาเอ็นดู


มัน...แปลก ๆผมเม้มปากแน่น ทำตัวไม่ถูกเลย นิลกาฬเวลาแทนตัวเองว่าพี่ดูอ่อนโยนกว่าเดิมตั้งเยอะ เขาแทบจะไม่แทนตัวเองว่าพี่กับใครเลย กับคุณรัชช์เขาก็พูดกูมึงตลอดเพราะดูเหมือนต้องการประชดคุณรัชช์ แต่เดี๋ยวนี้เขาก็กลับมาพูดกับคุณรัชช์ดีเหมือนเดิมแล้ว


ไม่ดีเหรอ?” มันดีเกินไปต่างหาก


ไม่รู้สิผมหลุบตาลงต่ำไม่กล้าสบตากับเขา อยู่ดี ๆ ใจก็เต้นแรงขึ้นมากับเพียงคำเรียกแทนตัวของอีกฝ่าย


เมื่อคืน...” เขาพูดแล้วก็เงียบไป


อะไร?” ผมที่เห็นเขาทำท่าเหมือนอยากจะพูดอะไรสักอย่างก็อดสงสัยไม่ได้


พี่ชอบที่เชนเรียกชื่อพี่นะ


ห๊ะ?” ผมร้องเสียงหลงมองงง ๆ คือยังไงนะ?


ก็ที่เรียกนิลกาฬโดยไม่มีคำว่าพี่น่ะเขาว่าพร้อมยกยิ้มกรุ้มกริ่ม


แล้วยังไง?” ผมไม่เข้าใจ เขาชอบแล้วยังไงต่อ?


เรียกแบบนั้นก็ได้นะ ไม่ต้องเรียกพี่เขาบอกด้วยสายตาเป็นประกายระยิบระยับ


นิล อย่างนี้เหรอ?” ผมลองเรียกเขาดู


อืมพอได้ยินผมพูด นิลกาฬก็ยกยิ้มชอบใจใหญ่


มันไม่ดูแปลก ๆ เหรอ?” ผมขมวดคิ้วมองเขา ถ้าคนอื่นมาได้ยินจะไม่คิดว่ามันแปลกเหรอ?


ซ้อมไว้ เผื่อตอนเป็นแฟนกันจะได้ชินปากคิดการไกลเลยนะ แต่เอาจริง ๆ ตอนนี้ความสัมพันธ์ของเราก็มาไกลกว่าที่คิดไว้เยอะเลยนะครับ ไม่คิดไม่ฝันว่าผมจะมาอยู่ในจุดนี้ได้ เป็นรุกมาทั้งชีวิตแต่ชั่วพริบตาเดียวกลายเป็นรับเฉย ถึงจะรู้สึกขัดใจเล็ก ๆ แต่ผมก็ไม่ได้คิดอะไรมาก เพราะอีกฝ่ายคือนิลกาฬ ผมคิดว่าที่เป็นอยู่ตอนนี้มันก็มีความสุขดี มันไม่สำคัญว่าใครจะเป็นฝ่ายรุกหรือรับ มันสำคัญที่ว่าผมทำกับใครมากกว่า

ผมยอมให้แค่นิลกาฬคนเดียวเท่านั้น


ผมชักไม่อยากคบกับพี่แล้วผมแกล้งพูดออกไป ไม่คบกับเขาก็บ้าแล้ว นิลกาฬดีขนาดนี้


ทำไม?” อีกฝ่ายตีหน้าดุจ้องหน้าผมตาเขม็ง


พี่แม่งแย่ว่ะ


เรื่องเมื่อคืนน่ะเหรอ?”


“...” อยู่ดี ๆ ก็หมดคำพูดขึ้นมา ผมมองหน้านิลกาฬนิ่ง ๆ ยังไงก็จะไม่หยุดพูดเรื่องเมื่อคืนสินะ ผมถึงได้บอกไงว่าเขาน่ะแย่


อะไรกัน พี่อุตส่าห์ให้เชนได้รุกก่อนแท้ ๆ แต่เชนกดพี่ไม่ได้เองนะอีกฝ่ายลอยหน้าลอยตาพูดได้อย่างน่าหมั่นไส้มาก ๆ ไม่ใช่ว่าผมกดเขาไม่ได้ แต่เขาน่ะไม่คิดจะยอมให้ผมกดตั้งแต่แรกแล้ว น่าโมโหชะมัดเลย


นิลกาฬผมเรียกเขาเสียงนิ่ง ทีเรื่องแบบนี้ล่ะพูดเก่งเชียวนะ แถมยังพูดไม่หยุดอีก


อะไร?” เขาเลิกคิ้วถาม ไม่ได้สะทกสะท้านกับสายตาที่ผมมองเขาเลย


พูดมากว่ะอดจะต่อว่าอีกฝ่ายไม่ได้ บางทีก็ทำเหมือนประหยัดคำพูดเหลือเกิน แต่พอทีนี้ล่ะพูดไม่หยุด แล้วก็พูดแต่เรื่องน่าอายด้วย


เขินเหรอ?” อีกฝ่ายยื่นหน้าเข้ามาใกล้พร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์


เปล่าผมหันหน้าหนีไม่ให้นิลกาฬเลื่อนใบหน้าเข้ามาจูบผมได้ แก้มของผมเลยโดนจมูกโด่ง ๆ นั่นสัมผัสแทน


ปากแข็งเขาว่าพร้อมยกมือขึ้นมาบีบปากผมเบา ๆ


ไม่แข็งสักหน่อยตวัดสายตามองอีกฝ่ายเคือง ๆ ขนาดยังไม่ได้เป็นแฟนกันผมยังเปลืองตัวขนาดนี้ เสียตัวก่อนคบอีก ลัดขั้นตอนสุด ๆ


ไหนลองพิสูจน์รอยยิ้มร้ายผุดขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลา ฝ่ามืออุ่นประคองสองข้างแก้มของผมให้หันกลับไปหา แล้วริมฝีปากหยักก็ทาบทับลงมาบนริมฝีปากของผม


อืม~” จูบของนิลกาฬยังคงเป็นจูบที่ให้ความรู้สึกดีทุกครั้งที่ได้สัมผัสกัน อาจเป็นเพราะผมไม่เคยจูบกับคนที่ชอบมาก่อนด้วยล่ะมั้งที่ผ่านมาผมถึงได้รู้สึกว่าจูบของคนอื่น ๆ มันจืดชืดและไร้ความรู้สึก


แข็งไหม?” ผมผละจูบออกมาแล้วมองหน้าเขายิ้ม ๆ นิลกาฬทำหน้าเหมือนขัดใจที่ผมถอนจูบออกมาเร็วไป แต่เขาก็ไม่ได้ว่าอะไร


แข็งแล้วอีกฝ่ายพูดพร้อมดึงมือผมไปสัมผัสกลางกายของเขาที่เริ่มพองตัวขึ้นอีกครั้ง


โรคจิตว่ะผมเม้มปากแน่นทำตัวไม่ถูก จะดึงมือออกนิลกาฬก็จับเอาไว้แน่น เขาจงใจแกล้งผมชัด ๆ ทำไมนิลกาฬถึงได้กล้าทำตัวน่าอายแบบนี้นะ


ก็บอกแล้วไงว่ามันเป็นเรื่องปกติของคู่รักอีกฝ่ายยักคิ้วกวน ๆ พร้อมส่งยิ้มเจ้าเล่ห์มาให้


แต่เรายังไม่ได้เป็นแฟนกันนะผมรีบพูดขัดก่อนที่เรื่องมันจะเข้าตัวผมมากกว่าเดิม


เดี๋ยวก็เป็นแต่นิกาฬก็ยังสามารถตอบกลับมาด้วยท่าทีสบาย ๆ ได้ เขาไม่ได้กังวลหรือคิดมากอะไร นิลกาฬมั่นใจมากว่ายังไงสุดท้ายแล้วผมก็จะคบกับเขา


พี่แม่ง!” ผมเถียงต่อไม่ออก สิ่งที่นิลกาฬพูดมามันไม่ได้ผิดจากความคิดของผมเท่าไหร่นัก


ไม่ใช่แค่นิลกาฬที่นับวันรอเวลาให้เราได้คบกัน ผมเองก็รอวันนั้นเหมือนกัน วันที่พวกเราจะก้าวเดินไปข้างหน้าพร้อมกันโดยไม่มีใครหรืออะไรมาฉุดรั้งให้เรากลับไปจมอยู่กับอดีตอีก

 





หลังจากกินข้าวเช้าแล้วเราก็ไม่ได้ทำอะไรเลยนอกจากนอนเล่นกันอยู่บนเตียง นี่เป็นครั้งแรกที่ผมรู้สึกว่าตัวเองได้พักผ่อนจริง ๆ และแม้ว่าเราจะไม่ได้พูดคุยอะไรกันเลยก็ตาม แต่บรรยากาศระหว่างเรามันไม่ได้น่าอึดอัดอย่างที่กังวล ผมสบายใจที่สามารถเงียบใส่นิลกาฬได้ เราไม่จำเป็นต้องหาเรื่องมาพูดคุยกันตลอดเวลา ผมชอบความรู้สึกแบบนี้นะ มันสบายใจและรู้สึกดีที่ได้อยู่ด้วยกัน เรานอนอยู่ข้าง ๆ กัน ต่างคนต่างก็ใช้เวลากับสิ่งที่ตัวเองสนใจได้โดยไม่ต้องกลัวเลยว่าอีกฝ่ายจะไม่พอใจหรือเปล่า


นิลหลังจากที่นอนมองเพดานพร้อมกับคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยผมก็นึกบางอย่างขึ้นมาได้


หืม?” นิลกาฬขานรับเสียงนุ่ม


ผม...เผลอใจเต้นแรงกับเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ อีกแล้ว


ยืมหนังสืออ่านหน่อยถึงผมจะชอบการนอนอยู่เฉย ๆ แต่ผมก็คิดถึงหนังสือประวัติศาสตร์มากกว่า ช่วงเวลาที่พยายามหลบหนีนิลกาฬผมไม่ได้อ่านหนังสือพวกนี้เลย เพราะกลัวว่าจะทำให้ตัวเองเผลอคิดถึงเขาอีก แต่ตอนนี้ผมอยากอ่านหนังสือประวัติศาสตร์มาก ๆ เลยล่ะครับ


หยิบเอาเลย อยากอ่านเล่มไหนเลือกเลยเขาหันมามองผมก่อนจะมองไปทางชั้นหนังสือที่ตั้งอยู่มุมห้อง


โอเคผมลุกขึ้นเดินตรงไปที่ชั้นหนังสือแล้วยืนมองมันอยู่สักพักก่อนจะหยิบหนังสือประวัติศาสตร์จีนมาหนึ่งเล่ม พอเลือกได้ผมก็เดินกลับมาที่เตียงนอน นั่งพิงหัวเตียงแล้วยืดขาออกไป หยิบหนังสือขึ้นมาอ่านพร้อมจัดท่าที่คิดว่าสบายที่สุด


ไม่รู้ว่าผมใช้เวลากับหนังสือไปนานเท่าไหร่ ผมรู้แค่ว่าผมสนุกและตื่นเต้นกับเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่ถูกเล่าผ่านออกมาจากตัวหนังสือ ผมนั่งอยู่บนเตียงเอาแต่สนใจหนังสือในมือจนลืมไปว่าจริง ๆ แล้วผมไม่ได้อยู่ในห้องนี้เพียงลำพัง


เชนเสียงเรียกที่ดังขึ้นหลังหนังสือที่ถืออยู่ทำให้ผมจำต้องละสายตาออกจากหน้ากระดาษแล้วเลื่อนหนังสือออก


หืม?” ผมขานรับพร้อมยกยิ้มเมื่อเห็นนิลกาฬนอนหนุนตักผมอยู่ ที่หูข้างหนึ่งเสียบหูฟังไว้และในมือของเขาก็มีหนังสือประวัติศาสตร์อียิปต์ ผมไม่รู้ตัวเลยว่านิลกาฬขยับตัวมานอนหนุนตักผมตั้งแต่เมื่อไหร่ ถ้าพูดออกไปเขาจะโกรธผมไหมนะ?


อยากออกไปไหนหรือเปล่า?” เขาถามพร้อมกับดึงมือของผมไปจับเล่น


ไม่ อยากอ่านหนังสือผมส่ายหน้าเบา ๆ


น่าแปลกที่ผมไม่มีความรู้สึกที่อยากจะออกไปไหน แต่ถ้าเป็นเมื่อก่อนผมคงไม่อยากจะอยู่ในห้อง ผมคงจะลุกไปหยิบกุญแจรถยนต์แล้วขับออกไปที่ไหนสักแห่ง ไปไหนก็ได้ที่ไม่ทำให้ผมรู้สึกเหงา แต่ยิ่งอยู่ท่ามกลางผู้คนมากมาย มันก็ยิ่งตอกย้ำถึงความโดดเดี่ยวของตัวผม สำหรับผมแล้ว ชีวิตผมไม่มีใครเลย ชินเป็นครอบครัวเพียงคนเดียวของผมที่เหลืออยู่ แต่เขาก็ทำสิ่งที่ผิดพลาดจนต้องเข้าไปใช้ชีวิตอยู่ในคุกเป็นครั้งที่สอง ผมทำใจที่จะไปเจอหน้าชินไม่ได้ ผมเลยไม่ไปเยี่ยมเขา ผมรู้ว่าสิ่งที่ตัวเองทำมันแย่ ชินเป็นพี่ชายแท้ ๆ ของผม ผมควรไปหาไปเยี่ยมเขาบ้าง แต่ผมก็บังคับตัวเองให้ไปหาเขาไม่ได้ ผมเกลียดการกระทำของชิน ถึงผมเองจะเคยทำเรื่องเลวร้ายอย่างการทำร้ายคน แต่ผมก็ไม่เคยคิดที่จะฆ่าใครเหมือนกับที่ชินทำ


ผมรับไม่ได้


ชินเคยถูกจับไปครั้งหนึ่งแล้ว แต่เขาไม่เคยสำนึก ในใจเขามีแต่ความแค้น จนเขาไม่ได้มองเลยว่าใครกำลังรอคอยการกลับมาของเขา ผมถึงได้เกลียดชิน เกลียดที่เขาไม่สนใจเลยว่าผมรอเขานานแค่ไหน ถึงเราสองพี่น้องจะไม่ใช่คู่พี่น้องที่รักกันหวานชื่น แต่ชินก็เป็นพี่ชายเพียงคนเดียวของผม เป็นครอบครัวเพียงคนเดียวที่ผมเหลืออยู่ แต่เขากลับไม่สนใจ นั่นเลยทำให้ผมต้องเมินเฉยต่อการมีตัวตนอยู่ของเขา และเพราะอย่างนี้ผมถึงไม่ยอมไปเจอหน้าชินอีก ไม่ว่าเขาจะต้องติดคุกอีกกี่ปี ผมก็จะไม่รออีกต่อไปแล้ว


ผมเกลียดชิน


เกลียดที่เขาไม่สนใจคนที่เป็นน้องชายอย่างผม เกลียดที่เขาทิ้งผมให้อยู่เพียงลำพัง แต่ก็ต้องขอบคุณเขา หากผมไม่โดดเดี่ยวก็คงไม่เข้าใจถึงความสำคัญของการมีตัวตนอยู่ของใครสักคน ตอนนี้ผมชอบที่จะอยู่ในห้อง ไม่จำเป็นต้องออกไปไหน ขอแค่มีนิลกาฬอยู่ด้วย แค่นั้นผมก็พอใจแล้ว ความเหงาและความโดดเดี่ยวมันหายไปได้เพราะนิลกาฬ ผมอยากขอบคุณที่เขาเข้ามาในชีวิตของผม อยากขอบคุณที่ทำให้ชีวิตว่างเปล่าของผมมันมีค่ามีความหมายขึ้นมา


คืนนี้ค้างที่นี่อีกนะนิลกาฬว่าเสียงอ้อนพร้อมจับมือผมไปแนบแก้มของตัวเอง


อืม ก็ได้ผมอดที่จะอมยิ้มกับท่าทางของอีกฝ่ายไม่ได้ นิลกาฬทำตัวอ้อนเหมือนเด็ก ๆ ใจผมเต้นแรงไม้หยุดเพราะการกระทำของเขา นิลกาฬเป็นผู้ชายที่หล่อมาก และเป็นคนที่เรียกได้ว่าเพียบพร้อมในทุกด้าน เขาเป็นผู้ชายที่ใครหลาย ๆ คนใฝ่ฝันถึง แถมยังเป็นคนที่เป็นผู้ชายเหมือนกันยังอิจฉาเลย เอาเถอะ เป็นอย่างนิลกาฬไม่ได้ แต่ได้นิลกาฬมาครอบครองแทนก็ไม่แย่เท่าไหร่นัก


อยากย้ายมาอยู่ด้วยกันไหม?” เขาถามด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน แววตดูจริงจังเกินกว่าที่ผมจะคิดว่าเขาล้อเล่นได้


ห๊ะ?” ผมร้องเสียงหลงด้วยความตกใจ ไม่คิดว่าเขาจะถามออกมาแบบนี้ มันฟังดูเหมือนเป็นเรื่องง่าย แต่มันค่อนข้างจะเป็นเรื่องใหญ่สำหรับผม และเป็นเรื่องที่สำคัญมากด้วย


อยู่คนเดียวไม่เหงาเหรอ?” เขาขยับลุกขึ้นมานั่งมองหน้าผมตรง ๆ เราสบตากัน ผมเข้าใจดีว่านิลกาฬต้องการจะสื่ออะไร


เหงาผมพยักหน้าตอบรับไปตามความจริง


ผมยอมรับอย่างไม่อาย ที่ผ่านมาผมเหงามากกับการอยู่ตัวคนเดียว แม้จะมีเพื่อนแต่มันก็ไม่เหมือนกับการอยู่กับครอบครัว ผมนึกอิจฉาทุกคนที่มีพ่อแม่อยู่กันพร้อมหน้า ผมเองก็อยากมีแบบนั้นบ้าง ผมรู้ดีว่ามันคงไม่มีวันเป็นไปได้ แต่อย่างน้อยตอนนี้ผมก็มีนิลกาฬและแม่ของเขา จะผิดไหมหากผมอยากจะเอาตัวเองผูกติดกับนิลกาฬ ผมไม่รู้ว่าวันข้างหน้าระหว่างเราจะเป็นยังไง ผมรู้แค่ว่าตอนนี้ผมสบายใจและมีความสุขที่ได้อยู่กับเขา ผมอยากที่จะมีช่วงเวลาแบบนี้ไปตลอด หากผมจะวางหัวใจของตัวเองเอาไว้ในมือของเขา มันจะได้หรือเปล่านะ


มาอยู่ด้วยกันนะเขาบอกด้วยแววตาจริงจัง มือข้างหนึ่งจับมือผมวางไว้ที่กลางอกของเขา ส่วนมืออีกข้างก็ยกขึ้นประคองข้างแก้มของผมอย่างเบามือ


อืมผมเอียงใบหน้าเข้าหาฝ่ามืออุ่นแล้วหลับตาลงเพื่อซึมซับความอบอุ่นจากอีกฝ่าย พยักหน้าตอบเขาเบา ๆ


พรุ่งนี้ไปย้ายของมานะคำพูดของนิลกาฬทำให้ผมต้องลืมตาขึ้นมามองทันที


ไม่เร็วไปเหรอ?” ขมวดคิ้วน้อย ๆ ด้วยความไม่แน่ใจ ไม่ใช่ว่าผมไม่อยากย้ายหรือไม่แน่ใจในความสัมพันธ์ของเรา แต่ผมคิดว่ามันเร็วไป อย่างน้อยก็ให้เวลาผมได้เก็บข้าวของก่อน อย่างเร็วสุดก็สัก 2-3 วัน แต่ถ้าให้ดี ผมอยากขอเวลาสักหนึ่งอาทิตย์ การย้ายมาอยู่ด้วยกันมันเป็นเรื่องใหญ่และค่อนข้างละเอียดอ่อนมาก หลาย ๆ เรื่องเป็นเรื่องที่อ่อนไหวง่ายสำหรับชีวิตคู่ ผมเองก็ต้องขอเวลาเตรียมตัวสักหน่อย


ไม่เร็วหรอก กำลังดี ทดลองอยู่ด้วยกันก่อนคบจริงไงเขาว่ายิ้ม ๆ แถมยังยักคิ้วกวน ๆ ให้อีก


เออออเองหมดเลยนะผมกัดริมฝีปากล่างของตัวเองด้วยความประหม่า เรื่องอยู่ก่อนคบหรือคบก่อนอยู่มันไม่ใช่ปัญหา เพราะปัญหาจริง ๆ แล้วอยู่ที่ตัวผม ตั้งแต่ที่สารภาพความในใจกันแล้วนิลกาฬก็ดูน่ากลัวขึ้นมาหลายเท่าในสายตาของผม ดูอย่างเมื่อคืนก็น่าจะเข้าใจแล้วว่านิลกาฬร้ายกาจแค่ไหน ผมมีแต่จะเสียเปรียบ ส่วนเขาก็มีแต่ได้กับได้


ฮ่า ๆ แล้วยอมไหม?” เขาหัวเราะจนตาหยี อารมณ์ดีเชียวนะ


ยอมผมเหมือนคนโดนของ อีกฝ่ายพูดอะไรหรือทำอะไรผมก็ยอมไปหมด


อีกสักรอบไหม?” เขาว่าพร้อมขยับขึ้นมาคร่อมตัวผมไว้อย่างรวดเร็ว ดวงตาเป็นประกายเจ้าเล่ห์ หน้าตาไม่ต่างจากหมาจิ้งจอกที่มากด้วยเล่ห์กล


พอแล้วผมยกมือขึ้นดันแผ่นอกกว้างเอาไว้ไม่ให้อีกฝ่ายโถมตัวลงมาทับผมมากกว่าเดิม กลางวันแสก ๆ ก็ยังคิดเรื่องแบบนี้หรือไง


ล้อเล่นน่าเขาว่ายิ้ม ๆ นัยน์ตาคู่คมเป็นประกายระยิบระยับ ดูเหมือนจะสนุกที่ได้แหย่ผมเล่น


คิดจริงใช่ไหม?” ผมขมวดคิ้วเล็ก ๆ แล้วดันเขาให้ลุกออกไปจากตัวผม


ถ้าได้ก็ดีนิลกาฬยอมถอยออกไปแล้วทิ้งตัวลงนอนข้าง ๆ ผมก่อนจะดึงให้ผมล้มลงไปทับเขา


หื่นชะมัดเลยผมยกมือขึ้นตีไหล่อีกฝ่ายแล้วผละตัวออกไป นิลกาฬทำท่าจะยื้อตัวผมไว้แต่ก็ถูกผมถลึงตาใส่ เขาเลยปล่อยให้ผมลุกขึ้นไปนั่งดี ๆ แล้วตัวเองก็นอนหัวเราะชอบอกชอบใจมองผมที่หน้าตายุ่งเหยิงไปหมด


ผู้ชายคนนี้ ร้ายกาจชะมัดเลย

 





เชน จะกินอะไร จะออกไปซื้อข้าวเสียงทุ้มนุ่มที่ดังมาจากปลายเตียงทำให้ผมต้องวางหนังสือในมือลงแล้วมองเลยไปที่นาฬิกาตั้งโต๊ะข้างหัวเตียง จะบ่ายโมงแล้ว เรายังไม่ได้กินข้าวเที่ยงกันเลย ผมก็อ่านหนังสือเพลินจนลืมหิว


โทรสั่งก็ได้นี่ผมมองนิลกาฬที่เดินไปยังตู้เสื้อผ้าเพื่อเลือกชุดที่จะใส่ออกไปข้างนอก


เอาอะไรล่ะ?” พอได้ยินอย่างนั้นเขาก็พยักหน้าแล้วเดินกลับมาหยิบโทรศัพท์ที่วางอยู่บนโต๊ะข้างหัวเตียง


อาหารญี่ปุ่นใช้เวลาคิดไม่นานผมก็ตอบออกไป คิดว่าผมจะสั่งข้าวผัดกะเพราไข่ดาวหรือไง บางทีก็อยากกินอะไรที่ดีกว่าข้าวราดแกงหรืออาหารตามสั่งบ้าง


ไม่เอาอาหารเกาหลีเหรอ?” นิลกาฬเลิกคิ้วถามหน้าตายียวนกวนประสาท


พรึบ!


พูดมากผมหยิบหมอนข้างตัวขึ้นมาปาใส่หน้านิลกาฬเต็มแรง หมั่นไส้ว่ะ รู้หรอกว่าตั้งใจแหย่ผมน่ะ


อะไร แค่นี้ต้องทำร้ายกันเลยเหรอ?” อีกฝ่ายแสร้งทำหน้าตกใจแล้วมองผมด้วยสีหน้าน้อยอกน้อยใจ


แสดงว่ะ ดูออก


อย่ากวนน่าผมจิ๊ปากอย่างขัดใจ


หึ ๆนิลกาฬไม่ได้สะทกสะท้านแม้จะถูกผมมองแรงใส่ เขาหัวเราะเบา ๆ ในลำคอแล้วก้มหน้าลงไปกดโทรศัพท์โทรออกเพื่อสั่งอาหาร ผมได้แต่มองค้อนเคือง ๆ ใส่อีกฝ่ายแล้วหันกลับมาอ่านหนังสือต่อ


นิลกาฬเป็นคนขี้แกล้งได้น่าโมโหไม่น้อยเลย เขารู้ว่าพูดเรื่องไหนแล้วจะสร้างความหงุดหงิดใจให้ผมได้ เขาก็จะหาเรื่องแหย่ทุกครั้งที่มีโอกาส เป็นคนที่นิสัยเสียสุด ๆ เลย









-------------------------------------------------------------------








นิลกาฬ เบาได้ก็เบาเนอะ 

สงสารน้องบ้าง

นิลกาฬไม่อ่อนหัดนะคะ




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 110 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

144 ความคิดเห็น

  1. #103 mildmind19 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 12 มีนาคม 2563 / 12:19
    ชอบมากกก รออยู่นะคะ
    #103
    0
  2. #100 kai_Hathaipat (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 6 มีนาคม 2563 / 14:40

    ชอบมากกกกก
    #100
    0
  3. #99 lina2123 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 5 มีนาคม 2563 / 23:07

    น่ารัพกกกกก
    #99
    0
  4. #98 Anelta (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 5 มีนาคม 2563 / 22:23
    น่ารักมากเลยเชน~~~~
    #98
    0
  5. #97 ktmkww1166 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 5 มีนาคม 2563 / 19:10
    น่ารักกกกกกก
    #97
    0
  6. #96 yuki352010 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 5 มีนาคม 2563 / 19:08
    ไม่อ่อนโยนต่อใจเลยจ่ะะะะ
    #96
    0