คนอกหัก [YAOI] [สนพ.Lavender By B2S]

ตอนที่ 18 : -Seventeen-

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,008
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 113 ครั้ง
    25 ก.พ. 63




-Seventeen-


KACHAIN PART :


กิจกรรมของเช้าวันนี้ไม่ได้มีอะไรมาก แค่ให้พวกนักศึกษาเล่นเกมร่วมกับเด็ก ๆ มีกล่าวขอบคุณและมอบเงินบริจาคกับอุปกรณ์เครื่องเขียนการเรียนรวมไปถึงอุปกรณ์กีฬาด้วย ก่อนที่เฮดกิจกรรมจะปิดยอดเงินบริจาคและส่งมอบเงินบริจาคให้กับทางโรงเรียนผมได้ไปขอยืมเงินนิลกาฬมาอีก 5 พันเพื่อบริจาคเงินเพิ่ม ผมไม่ได้พกเงินติดตัวมาเยอะขนาดนั้น ทั้งตัวมีอยู่พันเดียว แต่นิลกาฬพกเงินมาเป็นหมื่น เขาบอกว่าพกเผื่อไว้เวลามีเหตุจำเป็นต้องใช้เงิน ผมก็เห็นด้วยกับเขานะ แต่ผมไม่กล้าพกเงินเยอะขนาดเขาหรอก กลัวโดนฆ่าปาดคอชิงทรัพย์ ปกติพกเงินในกระเป๋าไม่เคยเกิน 5 พันหรอก เพราะผมก็ไม่ค่อยได้ใช้อะไรอยู่แล้วนอกจากเรื่องกิน แถมผมยังกินข้าวที่ไหนก็ได้ไม่จำเป็นต้องเป็นห้างอีก กินข้าวตามร้านอาหารตามสั่งทั่วไปวันหนึ่งก็ใช้ไม่เกิน 200 บาทหรอก


ระหว่างที่กำลังกล่าวขอบคุณกันนิลกาฬก็ส่งข้อความมาเรียกผมให้ไปหาเขาที่ห้องน้ำ ผมก็ไม่รู้ว่าเขามีเรื่องอะไรถึงได้เรียกให้ผมไปหา พอส่งข้อความไปถามเขาก็ไม่ตอบ ผมเลยต้องปลีกตัวออกมา โชคดีที่ทุกคนกำลังให้ความสนใจกับงานตรงหน้าเลยไม่มีใครหันมามองผมที่ลุกเดินตามนิลกาฬออกไป


มีอะไร?” พอเดินมาถึงหน้าห้องน้ำผมก็เจอนิลกาฬยืนรออยู่ ห้องน้ำตอนนี้ที่ร้างไร้ผู้คนมันให้ความรู้สึกน่ากลัวแปลก ๆ นะครับ


นิลกาฬไม่ได้ตอบคำถามผม เขายื่นมือมาจับข้อมือของผมแล้วดึงให้เดินเข้าไปในห้องน้ำ ผมมองเขาด้วยความไม่เข้าใจ จะเอ่ยปากถามแต่นิลกาฬก็แทรกตัวเข้ามาในห้องน้ำห้องเดียวกัน


อะ อืม~” ผมกำลังจะว่าอีกฝ่ายแต่นิลกาฬก็ดึงตัวผมเข้าไปหาแล้วประกบริมฝีปากลงมาอย่างรวดเร็ว ด้วยความตกใจผมจะผละหนีแต่มือใหญ่ก็ยกขึ้นมาจับที่หลังคอผมไว้ไม่ให้หันหนีไปไหนได้ พอยกมือขึ้นจะผลักเขาออกก็ถูกมือใหญ่รวบข้อมือไว้เหนือหัวทั้งสองข้าง


ท่าทางมันดูอีโรติกนะว่าไหม?


เสียงจูบดังขึ้นแผ่วเบาสลับกับเสียงครางต่ำในลำคออย่างพึงพอใจของอีกฝ่าย นิลกาฬขบเม้มริมฝีปากของผมหนักเบาสลับกันก่อนจะค่อย ๆ สอดเรียวลิ้นร้อนเข้ามาในโพรงปากของผม อีกฝ่ายส่งลิ้นเข้ามาทักทายกับลิ้นของผม ผมเลยตวัดลิ้นตอบเขากลับไป นิลกาฬดูท่าจะพึงพอใจกับการตอบโต้ของผม เราจูบกันอย่างนั้นอยู่สักพักก่อนจะผละออกจากกัน


เป็นบ้าอะไรวะ?” ผมขมวดคิ้วมองใบหน้าหล่อเหลาที่มีรอยยิ้มบางเบาที่มุมปากอย่างเคือง ๆ


อยากจูบเขาตอบกลับมาแค่นั้น แต่รอยยิ้มกรุ้มกริ่มของเขามันดูน่าหมั่นไส้มาก


ประสาทผมว่าแล้วทำท่าจะเปิดประตูออกไป แต่ก็ถูกอ้อมแขนของใครอีกคนโอบรัดรอบเอวไว้แน่น


พี่นิลผมเอ่ยเรียกเสียงนิ่ง เขาคิดอะไรอยู่ก็ไม่รู้ มาทำแบบนี้ถ้ามีคนเข้ามาเห็นเข้าจะทำยังไง


คืนนี้ไปค้างด้วยกันนะเสียงทุ้มนุ่มที่ดังอยู่ข้างใบหูทำเอาผมขนลุกซู่ ยิ่งในตอนที่ริมฝีปากของอีกฝ่ายเฉียดโดนใบหูของผมอย่างตั้งใจ ผมยิ่งเกร็งไปหมดทั้งตัว


ปล่อยผมก่อนผมพยายามจะดึงเอาแขนที่กอดเกี่ยวเอวตัวเองออก


บอกมาก่อนว่าจะไปค้างด้วยกันนิลกาฬไม่ยอมปล่อยผมไปง่าย ๆ ยิ่งผมอยากให้เขาปล่อยมากเท่าไหร่ เขายิ่งรัดเอวผมแน่นมากขึ้นเท่านั้น แค่นั้นยังไม่พอ จมูกโด่งของอีกฝ่ายยังคลอเคลียอยู่ที่ผิวแก้มของผมอีกด้วย


ผมไปค้างกับพี่ก็ได้ ปล่อยผมได้แล้วสุดท้ายก็เป็นผมที่ต้องยอมรับปากอย่างจำยอม ขืนไม่ตอบรับแล้วถ่วงเวลาก็มีแต่ผมที่จะเสียเปรียบ


กลัวฉันทำอะไรหรือไง?” นิลกาฬยอมคลายอ้อมกอดออก เขาจับไหล่ผมให้หันกลับไปหาเขา


เลิกเล่นได้แล้ว เราออกมานานแล้วนะผมขมวดคิ้วตีหน้ายุ่ง ถ้ามีคนรู้ว่าเราหายไปเดี๋ยวได้เป็นเรื่องแน่ ได้ตกเป็นขี้ปากของคนอีก


โอเค ๆอีกฝ่ายยกมือขึ้นทั้งสองข้างเหมือนยอมแพ้


ผมตวัดสายตามองเขาดุ ๆ ก่อนจะหันหลังเปิดประตูห้องน้ำแล้วเดินอออกไป พอกลับมาถึงที่ลานกว้างทุกคนก็กำลังเตรียมตัวจะเก็บของขึ้นรถกลับกรุงเทพฯ พอดี ผมเลยเดินไปหยิบกระเป๋าของตัวเองบ้าง ไม่นานนิลกาฬก็เดินมาหยิบกระเป๋าของเขา เขาหันมามองหน้าผมแต่ผมก็หันหน้าหนี พอถึงเวลาขึ้นรถผมก็รีบเดินไว ๆ ขึ้นไปเป็นคนแรก ๆ


“หน้าบูดเป็นตูดเลยมึง” เมื่อพี่ริวขึ้นมาบนรถแล้วเห็นผมนั่งกอดอกอยู่ข้างกระจกรถเขาก็เอ่ยทักขึ้นมาทันที


“ก็เพื่อนพี่...” ผมหุบปากฉับลงทันทีที่เห็นนิลกาฬเดินตามหลังพี่ริวมาติด ๆ


“ไอ้นิลทำอะไรอีกล่ะ?” พี่ริวที่เห็นผมเงียบไปก็หันไปมองตามสายตาของผม เขารอให้นิลกาฬเดินเข้าไปนั่งที่ของตัวเองก่อนจะหันมาคุยกับผมด้วยเสียงที่เบาลง


“เปล่า” ผมปฏิเสธแล้วเบือนหน้าหนีออกไปทางหน้าต่าง ผมจะพูดได้ยังไงว่าเมื่อกี้นี้นิลกาฬลากผมไปจูบในห้องน้ำน่ะ โรแมนติกมากมั้ง ห้องน้ำแคบ ๆ โทรม ๆ กับผู้ชายตัวสูงร้อยแปดสิบกว่าสองคน


“รอยที่คอนั่นน่ะเหรอ?” พี่ริวพูดพร้อมพยักพเยิดหน้ามาทางผม


“พี่!” ผมร้องเรียกอีกฝ่ายด้วยความตกใจ เผลอยกมือขึ้นจับคอตัวเองทันที ก่อนหน้านี้เขาเห็นมันด้วยเหรอ? ผมมั่นใจเรื่องการปกปิดของรองพื้นราคาแพงของแองจี้มาก และผมก็ดูแล้วว่ามันเนียนไปกับผิว แสดงว่าพี่ริวต้องเห็นมันก่อนหน้านี้สินะ


“เป็นไง? เคลิ้มเลยดิ” พี่ริวยกยิ้มยักคิ้วกวน ๆ ส่งสายตาล้อเลียนมาให้


“เคลิ้มบ้าอะไรของพี่วะ” ผมตีหน้ายุ่งสบถออกมา จะให้ผมตอบว่าอะไร เคลิ้มมากเลยได้รอยนี้มาเหรอ?


“ไอ้นิลมันหล่อ” พี่ริวว่ายิ้ม ๆ เรื่องความหล่อของนิลกาฬผมไม่ปฏิเสธหรอก


“ผมก็หล่อ” ถึงจะหล่อสู้เขาไม่ได้ก็เถอะ


“เออ น่าเสียดายแทนสาว ๆ ที่ชอบพวกมึงเนอะ คนหล่อแม่งแดกกันเองหมดแล้ว” พูดจบก็หัวเราะร่วนออกมา


“พูดอะไรของพี่?” ผมขมวดคิ้วมองหน้าอีกฝ่ายด้วยความเคร่งเครียด อย่าบอกนะว่าพี่ริวรู้เรื่องของผมกับนิลกาฬน่ะ


“อย่าคิดว่ากูไม่รู้ เมื่อคืนพวกมึงสารภาพรักกันแล้ว” อีกฝ่ายกรีดยิ้มร้ายที่มุมปากจ้องหน้าผมราวกับจะมองให้ทะลุไปถึงไส้ใน


“พี่รู้ได้ไง?” อดที่จะตกใจไม่ได้ เขารู้เรื่องเมื่อคืนได้ยังไง? หรือว่านิลกาฬบอกเพื่อนของเขาเหรอ?


“ระดับกูแล้วอยากรู้อะไรก็ไม่ใช่เรื่องยาก” พี่ริวว่าด้วยท่าทางที่ดูเหนือกว่า ผมชักกลัวเขาแล้วนะ


“เสือกเก่ง” ผมกลอกตาไปมาอย่างเบื่อหน่าย ขอชีวิตความเป็นส่วนตัวหน่อย ให้ชีวิตผมมีความลับบ้างเถอะ


“กูจะถือว่านั่นเป็นคำชม” อีกฝ่ายไม่ถือสาหาความอะไรที่ผมพูดจาหยาบคายใส่ ผมว่าเขาคงได้ยินคำนี้มาบ่อยแล้วล่ะ น่าจะชินได้แล้ว สมกับที่พี่เวย์บอกว่าพี่ริวรู้ทุกเรื่องจริง ๆ


“ผมไม่คุยกับพี่แล้ว นอนดีกว่า” ผมตัดบทหยิบหูฟังออกมาจากกระเป๋าเสียบเข้ากับโทรศัพท์เตรียมนอนตลอดการเดินทางกลับ


“เมื่อคืนไม่ได้นอนหรือไง?” ยังไม่ทันได้เปิดเพลงอัดใส่หู เสียงกวน ๆ ของพี่ริวก็ลอยเข้าหูมา


“พี่ริว” ผมตวัดตามองอีกฝ่ายอย่างเอาเรื่อง จะไม่หยุดพูดใช่ไหม?


“เออ ๆ นอนไป ๆ” เขาว่าพร้อมดันหัวผมให้เอนไปพิงกระจกรถ ผมส่งเสียงขัดใจในลำคอก่อนจะเปิดเพลงฟังแล้วหลับตาลง เมื่อคืนกว่าผมจะได้นอนก็ดึกแล้ว เพราะนิลกาฬนั่นแหละ เพราะเขาคนเดียวเลย ผมเลยได้นอนน้อย ง่วงแล้วง่วงอีก ทำกิจกรรมกับคนอื่นก็จะหลับตลอด ขึ้นรถมาหวังจะได้หลับสบาย ๆ ก็โดนพี่ริวล้ออีก


เป็นนายคเชนทร์นี่โคตรน่าสงสารเลย

 





“เชน”


“...”


“เชน ตื่น”


“...”


“คเชนทร์” เสียงเรียกที่ดังขึ้นข้างหูพร้อมกับแรงเขย่าเบา ๆ ทำให้ผมรู้สึกตัวตื่น


“อือ พี่นิล” ผมค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมองสภาพแวดล้อมรอบตัว แล้วก็ต้องผงะถอยหนีเมื่อเห็นใบหน้าหล่อเหลาของใครบางคนเข้า


นี่ผมนอนซบไหล่นิลกาฬตั้งแต่เมื่อไหร่?


ไม่สิ ผมมานอนซบไหล่นิลกาฬได้ยังไง?


“เข้าห้องน้ำไหม?” นิลกาฬยกยิ้มบางพร้อมยื่นมือมาจัดผมของผมให้เป็นทรง


“อะ อือ” ผมชะงักไปกับการกระทำที่ดูอ่อนโยนของอีกฝ่าย ผมไม่ชินเลยที่นิลกาฬเป็นแบบนี้ ผมปรับตัวตามไม่ถูก นิลกาฬพอเห็นท่าทางของผมก็หัวเราะออกมาเบา ๆ เขาขยับลุกขึ้นยืน ผมเลยลุกตามแล้วเดินลงจากรถมา บนรถเหลือแค่ผมกับนิลกาฬเท่านั้น คนอื่นลงไปข้างล่างกันหมดแล้ว


“หิวหรือเปล่า?” ระหว่างที่เดินไปเข้าห้องน้ำเขาก็หันมาถาม


“นิดหน่อย” ก่อนออกมาจากโรงเรียนพวกเราก็กินขนมปังกันมาแล้ว ผมเลยยังไม่ค่อยรู้สึกหิวเท่าไหร่ แต่อีกสัก 2-3 ชั่วโมงต่อจากนี้น่าจะเริ่มหิวหนักแล้วล่ะ


“เข้าห้องน้ำแล้วไปหาอะไรกินกัน” เป็นสิ่งที่ผมเองก็กำลังคิดอยู่เหมือนกัน


“ครับ” ผมพยักหน้ารับเบา ๆ


เราทั้งคู่เดินเข้าห้องน้ำแล้วต่างทำธุระของตัวเอง พอเสร็จเราก็พากันเดินมาที่ร้านสะดวกซื้อที่อยู่ในปั้ม พอเดินเข้ามาในร้านก็เจอกับพี่ริวและพี่เวย์ยืนเลือกขนมกันอยู่


“ไงไอ้น้อง หลับสบายเลยสิท่า” พี่ริวที่หันมาเห็นผมกำลังเดินเข้าไปหาก็ร้องทักเสียงดังแถมยังยิ้มล้อเลียนอีก


พอเถอะ กูอาย


“ทำไมพี่นิลถึงมานั่งแทนพี่?” ผมขมวดคิ้วมองอีกฝ่ายเคือง ๆ


“อ๋อ พอดีกูรักเพื่อนเลยอยากให้เพื่อนสมหวังดังใจหมาย” พี่ริวว่าพร้อมฉีกยิ้มกว้างอย่างน่าหมั่นไส้


“มึงก็บอกมันไปสิว่าโดนไอ้นิลจ้างให้ย้ายที่” พี่เวย์เอ่ยขัดขึ้นมาทำเอาผมชะงัก ตวัดสายตาไปมองคนต้นเรื่องที่ยืนคุยกับเพื่อนต่างคณะอยู่หน้าร้านสะดวกซื้อเคือง ๆ แม้อีกฝ่ายจะไม่เห็นก็ตาม


“เฮ้ย มึงก็พูดเกินไป คนอย่างกูเงินซื้อไม่ได้” พี่ริวร้องแย้งด้วยท่าทางที่ขึงขังจริงจัง


“ถ้าไม่มากพอ” แล้วก็มีพี่เวย์เป็นตัวตบมุขให้


“ถูก!” ผมกลอกตามองบนเซ็ง ๆ กับคู่เพื่อนสนิทสองคนนี้ โบ๊ะบ๊ะกันมากไหม แต่นั่นก็ทำให้ผมได้รู้อีกอย่างหนึ่งว่าคนอย่างพี่ริวมันเชื่อใจไม่ได้ อย่าคาดหวังอะไรกับผู้ชายคนนี้ เพราะมันจะทำให้คุณผิดหวัง!


“คุยอะไรกัน?” นิลกาฬที่แวะคุยกับเพื่อนเมื่อกี้นี้เดินเข้ามาหาพวกเราพร้อมเอ่ยถามด้วยความสงสัย


“ก็คุยไปเรื่อย” ผมไหวไหล่เบา ๆ แล้วหันไปส่งสายตาข่มขู่ให้คู่เพื่อนซี้เงียบปาก


“ไม่ต้องมองกูแบบนั้นก็ได้จ้ะพ่อ” พอถูกมองด้วยสายตาคาดคั้นจากนิลกาฬ พี่ริวก็ยกยิ้มแหยออกมา


“กวนตีน” โดนนิลกาฬถลึงตาดุใส่ไปที


“ไปหาอะไรกินกันเถอะ” ผมหันไปชวนคนตัวสูงเมื่อรู้สึกว่าการยืนอยู่ตรงนี้มันเริ่มจะไร้สาระและเสียเวลาชีวิตมาก


“อืม” เขาพยักหน้าเบา ๆ แล้วเดินตามผมมา


“เชื่องมาก” แต่เดินออกมายังไม่ทันถึงสองก้าวเสียงของพี่ริวก็ดังตามหลังมาติด ๆ


“ยังไม่ทันไรก็เห็นเค้าลางมาแล้ว” ตามมาด้วยพี่เวย์ที่พูดเสียงดังไม่ต่างกัน ทำเอาผมกับนิลกาฬก้าวขากันไม่ออกเลย


“พวกมึงจะหยุดได้ยัง?” นิลกาฬหันไปตวัดสายตาพร้อมทำหน้านิ่งใส่


“ขอโทษจ้ะพ่อ” สองเพื่อนซี้รีบยกมือไหว้ทันที นิลกาฬยกนิ้วชี้คาดโทษเพื่อนตัวเองแล้วหันมาพยักหน้าให้ผมเดินไปเลือกของกิน


“เอาอะไรบ้าง?” พอเดินมาตรงหน้าตู้แช่ผมก็ยืนมองมันอยู่สักพักใหญ่แต่ก็ยังเลือกของที่จะกินไม่ได้ ผมว่าทุกคนก็น่าจะมีความรู้สึกนี้


“เลือกไม่ถูก” แฮมเบอร์เกอร์ก็ดี ข้าวก็น่ากิน ขนมจีบก็น่าลอง  ไหนจะไส้กรอกแล้วก็แซนวิชอีก ทุกอย่างมันดีต่อใจไปหมดจนเลือกไม่ถูกเลย


“หยิบ ๆ ไปเถอะ เอาไปเผื่อพวกนั้นด้วย” นิลกาฬที่ยืนรออยู่นานหันมาบอกพร้อมยื่นตะกร้ามาให้ผม


“ผมไม่เห็นพี่แองจี้เลย” หันมองรอบ ๆ แล้วก็ไม่เจอคนสวยของคณะเราเลย ไม่รู้หายไปไหน


“คงไม่ได้ลงมามั้ง” อีกฝ่ายว่าอย่างไม่แน่ใจ


“แล้วพี่จะกินอะไร?” ผมมองตู้แช่ของตรงหน้าแล้วหันไปถามคนข้างตัว


“หยิบอะไรมาก็ได้” นั่นคือโจทย์ที่ยากที่สุดเลยนะรู้เปล่า?


“อันนี้?” ผมหยิบเบอร์เกอร์ไก่ขึ้นมาให้เขาดู


“เอาอันนี้ก็ได้” นิลกาฬพยักหน้าเบา ๆ


ผมเลือกของให้เขาอีกสองอย่างแล้วก็หันมาเลือกของตัวเองบ้าง ผมหยิบไปเผื่อสองเพื่อนซี้เวย์ริวด้วยนะครับ หยิบของมาทั้งหมดสิบกว่าอย่างได้ ของที่เลือกมาก็มีแต่ที่ผมอยากกินทั้งนั้น ไม่รู้ว่าพี่เวย์กับพี่ริวจะชอบหรือเปล่า แต่ถ้าพวกพี่เขาไม่กินผมกินเองก็ได้ พอผมหยิบของกินเสร็จก็เดินไปเลือกน้ำ ถึงเวลาจ่ายเงินนิลกาฬก็เอาไปจ่ายเองทั้งหมด ผมจะช่วยจ่ายครึ่งหนึ่งเขาก็ไม่ยอม ยืนรอของเวฟอีกสักพักเพราะของเยอะมาก กว่าจะได้เดินออกจากร้านสะดวกซื้อท้องผมก็ร้องพอดี


“มึงไปนานมากพ่อ นึกว่ามึงจะเหมาทั้งร้าน” เดินขึ้นมาบนรถพี่ริวก็ร้องทักทันที เขาหนีไปนั่งคู่กับพี่เวย์แล้วเหลือที่ข้าง ๆ ผมไว้ให้นิลกาฬ


“ก็เหมาได้นะ กูรวย ซื้อร้านเงินยังเหลือเลย” นิลกาฬไหวไหล่เบา ๆ ทำท่าทำทางเหมือนเป็นเรื่องเล็ก ๆ สบาย ๆ สำหรับเขา แต่ทั้งคำพูดและท่าทางโคตรน่าหมั่นไส้เลย


“แรงมากพ่อ” พี่เวย์เบ้หน้าใส่ด้วยความหมั่นไส้


“พี่นิลให้ซื้อมาเผื่อพวกพี่ด้วย” ผมส่งถุงของกินไปให้พี่ริว ตอนแรกผมก็ไม่เข้าใจว่าจะซื้อมาเผื่อทำไมในเมื่อพวกพี่เขาก็เข้าไปซื้อของเหมือนกัน แต่ตอนนี้ผมเข้าใจแล้ว สองเพื่อนซี้คู่หูคู่ฮาซื้อแต่ขนมซอง ๆ ไร้สาระมานั่งกินกัน แต่ไม่มีของกินที่จะทำให้อิ่มท้องได้เลย แถมยังซื้อน้ำอัดลมขวดใหญ่มากินกันอีก


“ทำดี พ่อประเสริฐ มึงเกาะมันให้แน่น ๆ นะไอ้น้อง หนูตกถังข้าวสารเลยนะเว้ย” พี่ริวรับของไปแล้วฉีกยิ้มกว้างหันมายกนิ้วโป้งให้นิลกาฬด้วยใบหน้าแป้นแล้น


“หล่อมาก รวยมาก อยากเป็นเมีย” คำพูดของพี่เวย์โคตรน่ากลัวเลย นี่พี่เขาคิดจริงหรือเปล่า?


“กูว่าตำแหน่งนั้นคงไม่ว่างแล้วแหละ” พี่ริวยกมือขึ้นกอดคอพี่เวย์แล้วทั้งสองก็จ้องมองมาที่ผมด้วยสายตาล้อเลียน


มองแบบนี้หมายความว่ายังไงครับ?


“กูเป็นเมียน้อยก็ได้ สนใจกูไหมนิลกาฬ?” พูดจบพี่เวย์ก็ส่งจูบให้นิลกาฬด้วยท่าทางหลอน ๆ ไม่ขายก็เสพล่ะลักษณะนี้


“อย่าให้ต้องตัดเพื่อนเลย” นิลกาฬถอนหายใจด้วยสีหน้าที่เอือมระอาและเบื่อหน่ายเต็มทน


“จะอ้วกว่ะ” ผมเบ้หน้าด้วยความสยอง ลองคิดเล่น ๆ ว่านิลกาฬกับพี่เวย์เป็นแฟนกันสิ


โอโห ยังไม่ทันได้กินอะไรก็จะขย่อนของเก่าออกมาแล้ว


“เมียหลวงหยามมึงแล้ว มึงยอมเหรอ?” พี่ริวหันไปสะกิดพี่เวย์ยิก ๆ แถมยังพยักพเยิดหน้ามาทางผมอีก


อะไรคือการบอกว่าผมเป็นเมียหลวงนะ?


“เออ กูยอม มึงดูกล้ามมัน รัดคอกูตายนะ” พี่เวย์ทำหน้าแหย ๆ จ้องมาที่ต้นแขนของผม นิลกาฬหัวเราะออกมาเบา ๆ เหมือนชอบอกชอบใจคำพูดของเพื่อนตัวเอง


ตลกตายล่ะ


“สาว ๆ ต้องร้องไห้เพราะพวกมึงแน่” พี่ริวส่ายหน้าไปมาเบา ๆ พร้อมทำหน้าประมาณว่าไม่น่าเลย


“จบคู่มารุตคุณรัชช์ก็มาต่อคู่นิลกาฬคเชนทร์” พี่เวย์ก็ทำท่าทางเดียวกันกับพี่ริวเป๊ะ


“ที่สุดเลยเว้ยแก” สองเพื่อนซี้หันไปเอนซบกันด้วยสีหน้ากระอักกระอ่วน


“พวกมึงพูดมากว่ะ” นิลกาฬที่ทนฟังเพื่อนพูดจาไร้สาระอยู่นานว่าออกมาหน้าเซ็ง ๆ


“กลับที่กันเถอะ” ผมส่ายหัวเบา ๆ ให้กับความบ้าบอของรุ่นพี่แล้วเดินไปนั่งที่ของตัวเอง


“ทำมาเป็นเมิน หมั่นไส้ว่ะ” เสียงพี่เวย์ดังตามมา แต่ผมกับนิลกาฬก็ไม่ได้หันไปสนใจ ขืนหันไปโต้เถียงกับอีกฝ่ายวันนี้ก็คุยกันไม่จบหรอก ยิ่งคุยกับคนเพี้ยนยิ่งประสาทแดก


“เพื่อนพี่เป็นแบบนี้กันตลอดเลยเหรอ?” พอนั่งลงในที่ของตัวเองแล้วผมก็หันไปถามคนข้างตัวด้วยความสงสัย


สองคนนั้นบ้าเป็นปกติอยู่แล้วหรือเปล่า?


“มันคงเรียนกันหนักไป” นิลกาฬทำหน้าเพลีย สงสัยจะเจอแบบนี้บ่อย แต่ผมก็แอบเห็นด้วยกับเขานะ บางทีการอ่านประมวลกฎหมายอาจทำให้คนเป็นบ้าก็ได้


“ทำไมพวกเขาคิดว่าผมจะอยู่ในตำแหน่งเมียของพี่?” ยังไม่ทันไรก็มาตัดสินกันแล้วเหรอ คิดว่าผมจะยอมตกเป็นรองนิลกาฬหรือไง ไม่มีทาง


“ก็ถูกแล้วไง” อีกฝ่ายกระตุกยิ้มที่มุมปากอย่างเจ้าเล่ห์


“ไม่คิดว่าพี่จะเป็นเมียผมบ้างเหรอ?” ผมกอดอกจ้องหน้าอีกฝ่ายเขม็ง ถึงผมจะเตี้ยกว่า(นิดหน่อย)และตัวบางกว่า(พอสมควร) แต่โพสิชั่นไม่ได้วัดกันที่รูปลักษณ์ภายนอกเสียหน่อย ส่วนสูงไม่มีผลในแนวราบ และขนาดตัวก็ไม่ได้วัดความเป็นผัวเมีย


“คิดว่าทำได้ก็ลองดู” เขาว่าอย่างท้าทาย ท่าทางและแววตาดูเจ้าเล่ห์ไม่น้อยเลย ผมรู้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ นิลกาฬกับผมมีส่วนที่คล้ายกันหลายอย่าง เพราะฉะนั้นผมเดาความคิดของเขาได้หมดนั่นแหละ


“อย่าท้านะ” ผมขมวดคิ้วด้วยความขัดใจ โดนสบประมาทไม่พอยังมาโดนท้าทายอีก คิดว่าผมจะทนอยู่เฉยได้หรือไง ถึงจะรู้ว่านิลกาฬคิดอะไรและต้องการอะไรแต่ผมก็ปล่อยเรื่องนี้ผ่านไปไม่ได้


“คืนนี้วัดกันเลยไหมล่ะ?” อีกฝ่ายยักคิ้วกวน ๆ คำพูดคำจานี่รู้เลยนะว่าเป็นคนแบบไหน


“พี่แม่ง” โคตรร้ายเลย เขาหวังอะไรทำไมผมจะไม่รู้


“ไม่กล้าล่ะสิ” พูดแบบนี้มันหยามกันชัด ๆ


“กล้า คืนนี้ก็วัดกันไปเลย” คนอย่างนายคเชนทร์ไม่เคยกลัวอะไรอยู่แล้ว ในเมื่อเขาท้ามาผมก็กล้ารับคำท้า แล้วผมจะพิสูจน์ให้นิลกาฬได้เห็นว่านายคเชนทร์แน่สักแค่ไหน


นายคเชนทร์คนนี้ ฆ่าได้แต่หยามไม่ได้


“หึ” แต่แค่เสียงหัวเราะเบา ๆ ในลำคอกับดวงตาที่เป็นประกายวาววับก็ทำเอาผมหายใจไม่ทั่วท้อง อยู่ดี ๆ ก็รู้สึกเสียวสันหลังแปลก ๆ หรือนี่จะเป็นลางไม่ดี? แต่ผมถอยกลับไม่ได้แล้วนะ มีแต่ต้องเดินหน้าอย่างเดียว


คืนนี้เดี๋ยวได้รู้กัน








-------------------------------------------------------------------







ท้าทายอะไรกันแบบนี้คะคุณขา  ใจแม่ไม่ดีเลยค่ะ

คุณคิดว่านิลกาฬสามารถร้ายได้มากถึงขนาดไหนคะ?

ต้องกด 99 เป็นกำลังใจให้นายคเชนทร์หรือเปล่านะ?

มาร่วมพิสูจน์ไปด้วยกันในตอนหน้านะคะ




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 113 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

144 ความคิดเห็น

  1. #120 Feum23 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 18 มีนาคม 2563 / 22:22
    พี่นิลร้ายยยยยยยย ;-;
    #120
    0
  2. #92 lina2123 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2563 / 22:39

    น้องคเชนท์ของแม่เสร็จพี่เค้าแน่ๆ ดูก็รุ้พี่มันร้ายซะขนาดนั้น
    #92
    0
  3. #91 Suni-Waew (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2563 / 20:45
    นว้องคเชนท์ของแม่เสร็จพี่เค้าแน่ๆๆ
    #91
    0
  4. #90 BB-Ghow (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2563 / 15:26
    สรุปไปวัดนี้หมายถึง วัด ที่มีเมรุนะจะขำให้
    #90
    0
  5. #89 Thingyib (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2563 / 12:17

    มใำวำสำมกก

    ตายเเหล่วววว อิชั้นกำลังจะตายยอ้ากกกก
    #89
    0
  6. #88 Anelta (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2563 / 12:11
    พี่นิลมันร้ายยยย
    #88
    0
  7. #87 yuki352010 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2563 / 12:09
    ชี้โพรงให้กระรอกมากจ่ะน้องงงง
    #87
    0
  8. #86 ktmkww1166 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2563 / 11:53
    ยังไงนะ!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
    ไรท์มาต่อเลยได้มั้ยคะ​ มันค้าง​ มันอยากรวู้

    ว่า

    น้องเชนจิทำยังไง​

    อีพี่มันเจ้าเล่ห์หน่าาาา
    #86
    0