คนอกหัก [YAOI] [สนพ.Lavender By B2S]

ตอนที่ 15 : -Fourteen-

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 966
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 108 ครั้ง
    10 ก.พ. 63



-Fourteen-



KACHAIN PART :


เชนเสียงเรียกมาพร้อมการปรากฏตัวของนิลกาฬ


พี่จะเรียกผมทั้งวันเลยหรือไง?” ผมละสายตาจากการตอกตะปูไปตวัดตามองหน้าอีกฝ่ายอย่างไม่พอใจ


เขาคิดจะเรียกผมอีกสักกี่รอบกัน?


ก็ได้นะ เชน เชน เชน…” นิลกาฬไม่ได้สำนึกกับคำที่ผมต่อว่า แต่เขายังทำตัวยียวนกวนประสาทผมกลับมาโดยการเรียกชื่อผมซ้ำ ๆ ไปมาอีกหลายครั้ง


พอ! พี่กวนประสาทผมหรือไง?” ผมวางมือจากงานตรงหน้าแล้วหันไปถลึงตามองอีกฝ่ายให้หยุดพูดสักที


เปล่านี่ ฉันทำอย่างนั้นเหรอ?” เขาทำหน้าตาใสซื่อ ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ทั้งที่เมื่อกี้นี้เขาเพิ่งแกล้งกวนประสาทผมไป


ก็ใช่ไงผมขมวดคิ้วด้วยความขัดใจ ทำไมวันนี้นิลกาฬถึงได้ทำตัววุ่นวายกับผมนัก เขาเป็นอะไรของเขากันเนี่ย


ไม่เห็นรู้ตัวเลยเขาว่าก่อนจะยกยิ้มที่มุมปาก


เลิกกวนประสาทผมได้แล้วยิ่งเขาทำแบบนี้ผมยิ่งหงุดหงิด นิลกาฬทำเหมือนสนุกที่ได้ปั่นหัวผมเล่น


ก็คุยกับฉันดี ๆ สิเขาว่ายิ้ม ๆ แต่ดวงตากลับไม่ได้ยิ้มตามด้วย เขามองผมเหมือนน้อยใจอะไรสักอย่าง


แล้วตอนนี้ไม่ดีตรงไหนผมส่ายหน้าเบา ๆ แล้วหันกลับไปตอกตะปูต่อ มัวแต่คุยกับเขางานไม่เสร็จพอดี


อย่าหลบหน้า อย่าหลบสายตาเขาพูดพร้อมเดินมายืนตรงหน้าผม มือที่กำลังจะตอกตะปูหยุดชะงักลงทันที


พี่นิล ผมเหนื่อยนะ พี่จะมาอะไรกับผมนักหนาผมขมวดคิ้วชักสีหน้าใส่ด้วยความหงุดหงิดและโมโห เขาวอแวกับผมเกินไปแล้ว ยิ่งผมผลักเขาออกห่างเขาก็ยิ่งเข้ามาใกล้ แถมวันนี้เขายังเอาแต่เรียกชื่อผมและตามผมไม่หยุด ไม่ว่าผมจะเดินไปทางไหนเขาก็จะคอยมองและขยับเข้ามาอยู่ใกล้ ๆ เสมอ


ฉันแค่เอาน้ำมาให้เขาว่าพร้อมยื่นขวดน้ำมาตรงหน้าผม


“…” เกิดอาการพูดไม่ออก ความรู้สึกผิดวิ่งขึ้นมาทันที อาการหงุดหงิดโมโหเป็นบ้าหายวับไปกับตา ผมมองขวดน้ำที่อยู่ตรงหน้าแล้วมองไล่ไปยังมือใหญ่ก่อนจะเลื่อนสายตาไปเรื่อย ๆ จนไปหยุดอยู่ที่ดวงตาสีเข้ม และแม้ว่าเขาจะถูกผมทำท่าทีไม่ดีใส่แต่นิลกาฬก็ยังคงมองผมด้วยรอยยิ้มอ่อนโยนและอบอุ่น


วินาทีนั้นผมก็รู้สึกเกลียดตัวเองขึ้นมาทันใด


เอาไปสิ ผ้าเย็นนี่ด้วยเขาบอกแล้วส่งผ้าเย็นมาให้ ที่ริมฝีปากหยักยังคงมีรอยยิ้มติดอยู่ นิลกาฬไม่ได้โกรธหรือถือสากับสิ่งที่ผมทำไปก่อนหน้านี้เลย


ผมแม่งโคตรแย่เลยว่ะ


ขอบคุณครับผมรับน้ำกับผ้าเย็นมาถือไว้อยู่อย่างนั้นนิ่ง ๆ อยู่ดี ๆ ก็เกิดทำตัวไม่ถูกขึ้นมา ผมทำตัวไม่ดีใส่อีกฝ่ายทั้งที่เขาใส่ใจผมมากขนาดนี้ อยากขอโทษเขาแต่ผมก็ปากหนักเกินไป


ฉันไปช่วยงานเวย์ก่อนนะเขาบอกผมด้วยรอยยิ้มบาง ๆ


ครับผมหันไปทางพี่เวย์กับพี่ริวที่กำลังวุ่นอยู่กับการต่อโต๊ะก่อนจะหันกลับมาพยักหน้าตอบรับเขาเบา ๆ


ยิ่งนิลกาฬไม่ถือโทษโกรธเคือง ผมก็ยิ่งรู้สึกผิด ผมเอาแต่คิดถึงตัวเองจนลืมนึกถึงความรู้สึกของอีกฝ่าย นิลกาฬจะรู้สึกแย่แค่ไหนกับการกระทำของผม และเขาไม่ได้ทำอะไรผิดเลย จู่ ๆ ผมก็ไปตึงใส่เขา ไม่พูดไม่คุย ไม่เจอหน้า เพราะคิดแต่จะตัดใจจากเขาจนลืมมองไปว่านิลกาฬเองก็มีความรู้สึก เขาไม่ได้ล่วงรู้ถึงความรู้สึกที่ผมมีให้เขา เขาไม่รู้ว่าผมคิดอะไรและจะทำอะไร การที่ผมพยายามหนีหน้าเขา ทำตัวเฉยชาและเย็นชาใส่ เป็นใครก็ต้องคิดว่าถูกโกรธหรือเผลอไปทำอะไรให้อีกฝ่ายไม่พอใจ นิลกาฬเอาแต่ถามผมซ้ำ ๆ ว่าผมโกรธอะไรเขาหรือเขาทำอะไรผิด คำถามที่ถามว่าผมเป็นอะไรมันมีแต่ความห่วงใย แต่ผมกลับใช้อารมณ์ตอบโต้เขาอยู่ตลอด คิดแต่ว่าอยากผลักเขาให้ออกไปไกลตัว แต่ไม่คิดเลยว่ามันจะเป็นการทำร้ายจิตใจของอีกฝ่ายมากขนาดไหน


ก่อนที่ผมจะเลิกทำตัวเหลวไหล ผมคงต้องเลิกทำตัวแย่ ๆ กับนิลกาฬให้ได้ก่อน


ผมต้องไปขอโทษเขา

 





เชน ไปพักกันเถอะ ได้เวลาอาหารเที่ยงแล้วเสียงเรียกที่คุ้นหูดังขึ้นจากทางด้านหลัง


ครับพอหันไปมองก็ไม่ใช่ใครที่ไหน นิลกาฬยืนมองผมด้วยรอยยิ้มบางเบาอยู่ไม่ไกล ผมวางมือจากงานแล้วเดินเข้าไปหาเขา พี่เวย์กับพี่ริวเดินนำออกไปก่อนแล้ว


เมื่อเช้า…” ระหว่างที่เรากำลังเดินไปรับข้าวนิลกาฬก็เอ่ยขึ้นมา


ผมขอโทษ ผมคงจะเหนื่อยเลยพาลใส่พี่ผมชิงพูดก่อนที่อีกฝ่ายจะได้พูดอะไร ผมรู้สึกผิดกับเขาจริง ๆ การกระทำของผมมันแย่มาก มากจนผมเริ่มเกลียดตัวเองแล้ว


ไม่เป็นไรหรอก แต่ถ้านายมีปัญหาอะไรก็บอกฉันได้นะเขาส่ายหน้าเบา ๆ คล้ายกับไม่ถือสาหาความใด ๆ หนำซ้ำยังหยิบยื่นน้ำใจมาให้ผมอีก


ผมโอเคคิดว่านะ สักวันผมคงทำใจเรื่องนิลกาฬได้ แม้ตอนนี้จะยังไม่รู้ว่าคนที่เขาคุยด้วยคือใครก็เถอะ แต่ถึงรู้แล้วมันจะทำไม ยังไงผมก็เปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้ นิลกาฬกำลังจะเริ่มต้นใหม่กับใครสักคน ผมไม่สามารถไปหยุดไม่ให้เขาไปกับคนอื่นได้


อืมเขาตอบรับเบา ๆ แม้จะดูไม่เชื่อคำที่ผมพูดก็ตาม


พี่ไม่ได้ชวนคุณรัชช์มาค่ายเหรอ?” เพราะอยากรู้ว่าเขายังเหลือเยื่อใยให้คนรักเก่าไหม ผมเลยเอ่ยถามออกไป ทั้งที่รู้ว่าไม่สมควรแต่ผมก็ยังคงทำมัน ความจริงแล้วผมเป็นคนที่นิสัยแย่มาก ๆ เลยล่ะครับ


คนกำลังตัดใจ ใครเขาจะชวนคนรักเก่ามาล่ะนิลกาฬว่ายิ้ม ๆ ท่าทางของเขาไม่ได้ดูโศกเศร้าหรืออาลัยอาวรณ์คนรักเก่าแต่อย่างใด แสดงว่าเขาทำใจเรื่องคุณรัชช์ได้แล้วสินะ อีกไม่นานเขาก็คงคบหากับใครบางคนที่เขากำลังคุยด้วยอยู่ในตอนนี้


ก็จริงคงมีแต่ผมที่ยังไม่สามารถหลุดพ้นจากการเป็นคนอกหักได้


หรือผมจะต้องคงคอนเซ็ปนี้ไว้จนจบเรื่องเลย?


นายเถอะ เอาแต่คิดถึงรัชช์แบบนี้แล้วเมื่อไหร่จะตัดใจได้เขาหันมามองสบตากับผม คงเป็นเพราะมีแต่ผมที่เอาแต่พูดถึงคุณรัชช์ตลอด นิลกาฬเลยคิดว่าผมยังทำใจเรื่องคุณรัชช์ไม่ได้ แต่ความจริงมันไม่ใช่ ตอนนี้ผมมองคุณรัชช์เป็นเพียงเพื่อนสนิทคนหนึ่ง เป็นเพื่อนที่แสนดีที่สุดเท่าที่ผมจะมีได้ ผมไม่ได้มองคุณรัชช์เป็นอย่างอื่นอีกแล้ว ความสัมพันธ์ของเราคือเพื่อนที่ดีต่อกันเท่านั้น คงต้องขอบคุณนิลกาฬที่ดึงผมออกมาจากความรู้สึกเศร้าโศกเสียใจ เขาทำให้ผมตัดใจและทำใจเรื่องคุณรัชช์ได้ เขาทำให้ผมเอาแต่คิดเรื่องของเขา มีเขาอยู่ในความคิดและชีวิตตลอดเวลา แม้สักวันหนึ่งเขาอาจต้องเดินจากไป แต่ผมก็จะยังขอบคุณเขาที่ครั้งหนึ่งเขาพาตัวเองเข้ามาอยู่ในชีวิตผมและทำให้ผมมีความสุข


เรื่องคุณรัชช์ ผมคงทำใจได้เร็ว ๆ นี้แต่เรื่องนิลกาฬ คงต้องใช้เวลาอีกสักพัก ซึ่งผมก็ไม่รู้ว่าต้องใช้เวลาอีกนานเท่าไหร่ อาจจะแค่ไม่กี่เดือนหรืออาจจะหลายปี ไม่รู้สิ ผมรู้สึกว่าความรู้สึกที่ผมมีให้นิลกาฬในตอนนี้มันดูมากกว่าตอนชอบคุณรัชช์ ผมก็ไม่รู้ว่าทำไมมันถึงเป็นแบบนี้ แต่กับเรื่องของนิลกาฬ ผมเจ็บปวดมากกว่าเรื่องของคุณรัชช์


ถ้าเป็นอย่างนั้นได้ก็ดีอีกฝ่ายพึมพำอะไรสักอย่างที่ผมไม่ทันได้ฟังและได้ยินไม่ถนัดด้วย


ครับ?” ผมทวนคำด้วยความสงสัย


ก็นายจะได้ไม่เจ็บอีกไงนิลกาฬนิ่งไปนิดก่อนจะขยับยิ้มแล้วพูดออกมา


อ่า ครับผมงงกับท่าทางของอีกฝ่ายเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้ถามอะไรออกไปอีก


คุยอะไรกันอยู่สองคน? สนใจเพื่อนบ้างเสียงร้องทักของพี่ริวดังขึ้น และในตอนนั้นผมเพิ่งรู้สึกตัวว่าตกเป็นเป้าสายตาของคนที่ยืนกันอยู่รอบข้าง อาจเป็นเพราะคนที่ยืนอยู่กับผมคือนิลกาฬคนเลยให้ความสนใจกับเราทั้งคู่เป็นพิเศษ


ไม่มีอะไรนิลกาฬที่รู้สึกถึงสายตาของคนรอบข้างก็ดันผมให้เดินนำออกไปจากตรงนี้ พี่เวย์กับพี่ริวที่เห็นอย่างนั้นก็เดินตามมาติด ๆ


มีความลับนี่พี่ริวร้องโวย ผมหันไปส่ายหน้าเบา ๆ ให้อีกฝ่ายก่อนจะหันมารับข้าวจากนักศึกษาหญิงที่อาสามาทำอาหารและทำการแจกจ่ายอาหารให้กับทุกคน


เปล่านิลกาฬก็หันไปตอบพี่ริวแล้วหันมารับข้าวของตัวเอง ผมแอบเห็นนะว่าผู้หญิงที่แจกข้างให้พวกเรามองนิลกาฬตาหวานเยิ้มเลย แต่พ่อเทพบุตรของทุกคนกลับหาได้สนใจไม่


หยิ่งเนอะ


มึงก็อย่าไปเซ้าซี้มันเลย กินข้าวเถอะพี่เวย์ว่าตัดรำคาญแล้วดึงคอเสื้อของพี่ริวให้เดินไปหาที่นั่ง


ก็ได้พี่ริวตอบรับอย่างจำยอม


ผมกับนิลกาฬหันมองหน้ากันด้วยความบังเอิญก่อนจะเบือนหน้าหนีแล้วพากันเดินตามสองเพื่อนซี้ที่เดินนำออกไปก่อน พี่เวย์เลือกที่นั่งในการกินมื้อเที่ยงเป็นพื้นหญ้าใต้ต้นไม้ใหญ่ ผมก็ไม่รู้หรอกว่านี่มันคือต้นอะไร เรานั่งลงและกินข้าวของตัวเองมีพูดคุยกันบ้าง แต่ส่วนใหญ่จะจดจ่ออยู่กับการกินมากกว่า หลังจากหมดเวลาพักพวกเราก็กลับมาทำงานกันต่อ ใช้เวลาไม่นานโต๊ะกินข้าวของเด็ก ๆ ก็เสร็จเรียบร้อย มีการทาสีให้ดูสวยงามด้วย พองานต่อโต๊ะเสร็จผมก็ย้ายไปช่วยเขาทาสีโรงอาหาร ทีมซ่อมหลังคาเขาลงความเห็นกันว่าตอนนี้โรงอาหารดูไม่สวยเลย พอซ่อมหลังคาเสร็จเขาเลยเอาสีมาทาโรงอาหารเพิ่ม ผมเดินไปดูทางฝั่งที่ทำห้องสมุดก็เห็นว่างานคืบหน้าไปเยอะพอสมควร ก่อนหน้านี้ได้สาว ๆ มาช่วยกันทำความสะอาดห้องแล้วพวกผู้ชายก็มาช่วยกันทาสีใหม่ ตอนนี้เหลือใส่ประตูและทำหลังคา หลังจากนั้นก็เอาชั้นหนังสือ โต๊ะ เก้าอี้ และหนังสือมาจัดเรียง


งานของวันนี้ถือว่าสำเร็จไปเกือบครึ่งแล้ว แม้ค่ายนี้ผู้ชายจะน้อยกว่าผู้หญิง แต่พวกสาว ๆ ก็เสียสละมาตอกตะปูบ้าง แบกไม้บ้าง เรียกได้ว่าเป็นหญิงแกร่งเลย หลาย ๆ คนนิสัยน่ารักกันมาก ๆ พวกเธอมักเข้ามาถามอยู่บ่อย ๆ ว่าให้ช่วยอะไรไหม งานเล็กงานใหญ่ทำได้หมดไม่มีเกี่ยง อีกนิดก็คงจะปีนขึ้นไปทำหลังคาเองแล้ว หลังจากที่พระอาทิตย์ตกดินพวกเราก็หยุดทำงานกัน เพราะตรงบริเวณนั้นไม่มีไฟเลยทำให้ไม่สามารถทำงานกันต่อได้ กินข้าวเย็นกันเสร็จก็แยกย้ายกันไปนอน


สงสัยใช่ไหมว่าเรานอนกันที่ไหน?


ผู้หญิงนอนที่ศาลากลางของโรงเรียน มันเป็นที่ที่เอาไว้ใช้ประชุมหรือทำกิจกรรมต่าง ๆ ก็เปรียบเหมือนหอประชุมตามมหาลัยหรือโรงเรียนนั่นแหละครับ เพียงแต่ที่นี่ไม่มีแอร์ และพัดลมก็ไม่มี ครูใหญ่คนปัจจุบันเล่าให้ฟังว่าเด็ก ๆ มาช่วยกันทำความสะอาดศาลาประชุมนี้เพื่อที่จะให้พวกเราได้ใช้นอนค้างกัน แต่พวกเราก็มากันเยอะกว่าที่พวกเขาคิด ในศาลาเลยนอนได้แค่พวกผู้หญิง ส่วนพวกผู้ชายก็นอนเต้นท์กัน ก็ตั้งเต้นท์กันกลางสนามหญ้าโรงเรียนนั่นแหละ มันเป็นเต้นท์ใหญ่ที่นอนกันได้หลายคน ผมก็จับกลุ่มนอนกับเพื่อนรุ่นเดียวกัน ก็เพิ่งรู้จักกันตอนมาค่ายนี่แหละ แต่คุยกันแล้วถูกคอเลยลากมานอนด้วยกัน


แต่อาจเพราะแปลกที่หรือยังไม่ง่วงก็ไม่รู้ผมถึงได้นอนไม่หลับแบบนี้ หันมองเพื่อนข้าง ๆ แล้วก็หลุดเสียงถอนหายใจออกมาเบา ๆ หลับกันไปหมดแล้ว เหลือแค่ผมที่ยังตาสว่างอยู่ ผมมองผ่านเต้นท์ออกไปข้างนอกแล้วก็ตัดสินใจลุกขึ้นเดินออกไปข้างนอก อากาศเย็น ๆ ของช่วงเวลากลางคืนทำให้ผมรู้สึกดีไม่น้อยเลย แม้มันจะมืดสนิทจนดูน่ากลัว แต่เมื่อแหงนหน้าขึ้นมองท้องฟ้าเบื้องบนผมก็พบกับดวงดาวที่ลอยเด่นอยู่บนนั้น ยิ่งรอบข้างมืดมากเท่าไหร่ ดวงจันทร์และดวงดาวก็ยิ่งสว่างชัดมากขึ้นเท่านั้น ผมระบายยิ้มบางออกมาเมื่อเผลอคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย


มันจะดีแค่ไหนถ้าเรามีคนมายืนดูดาวด้วยกัน?


ผมก็ไม่รู้หรอกว่าความรู้สึกนั้นมันเป็นยังไง


ผมก็อยากมีโมเม้นท์นั้นบ้างเหมือนกัน แต่ไม่รู้ว่าชีวิตนี้จะมีแบบนั้นหรือเปล่า


คิดแล้วก็ตลกดีนะครับ


พูดตรง ๆ มันยากนักเหรอ?” มีเสียงของผู้หญิงที่ดังมาจากหลังต้นไม้ที่ผมยืนอยู่


“…” ผมหันไปมองด้วยความตกใจ เขาจะคิดว่าผมมาแอบฟังเขาคุยกันหรือเปล่าครับ ผมว่าผมออกไปจากตรงนี้ดีกว่า ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายคุยกับใคร ไม่ได้ยินเสียงพูดของใครอีกคน บางทีเธออาจจะออกมาคุยโทรศัพท์ก็ได้ เห็นคนพูดกันว่าแถวนี้สัญญาณดีที่สุด


นิลกาฬ! แค่พูดว่าชอบ ทำไมมันถึงได้ยากเย็นนัก!” แต่เพราะชื่อของใครบางคนหลุดออกมาจากปากของหญิงสาวที่ผมรู้สึกคุ้นเสียงของเธอยังไงชอบกล ขาที่กำลังจะก้าวเดินออกไปจากที่ตรงนี้ก็หยุดชะงักลง ผมตัดสินใจหันกลับไปทางคนทั้งคู่อีกครั้ง และครั้งนี้ผมก็ได้เห็นว่าคนที่ยืนคุยกันอยู่หลังต้นไม้นั้นเป็นใคร


นิลกาฬกับแองจี้


ฉัน…” นิลกาฬทำท่าจะพูดอะไรบางอย่าง ผมเตรียมที่จะเดินออกไปจากตรงนี้ก่อนที่ใครจะเห็นผม


แกร๊ก!


แต่ผมก็ดันพลาดไปเหยียบกิ่งไม้แห้งที่อยู่บนพื้นเข้าจนเกิดเสียงดังทำให้ทั้งสองคนหันมามองผมด้วยความตกใจ ผมเองก็ตกใจเช่นกัน


ขอโทษครับแต่ผมก็รีบก้มหัวขอโทษแล้ววิ่งหนีออกมาทันทีที่ตั้งสติได้


เชน!” เสียงของนิลกาฬดังไล่ตามหลังมา พอหันไปมองผมก็เห็นคนตัวสูงวิ่งตามผมมาติด ๆ


รอก่อนสิเชนเขาร้องเรียกผมไว้อีกครั้งแต่ผมก็ไม่ฟัง รีบก้าวขาให้ไวขึ้นกว่าเดิม


เชน!” เสียงร้องเรียกมาพร้อมกับฝ่ามือใหญ่ที่พุ่งเข้ามาคว้าจับข้อมือผมไว้


อะไรครับผมหยุดชะงักไม่สามารถวิ่งไปไหนต่อได้เพราะถูกนิลกาฬรั้งข้อมือเอาไว้เลยเลือกที่จะหันกลับไปเผชิญหน้ากับอีกฝ่าย


เมื่อกี้นี้…”


ขอโทษที่ขัดจังหวะครับผมชิงพูดขอโทษก่อนเพราะไม่รู้ว่านิลกาฬจะโกรธหรือเปล่าที่ผมไปแทรกในบทสนทนาของเขากับใครอีกคนแบบนั้น


มันไม่ใช่อย่างนั้น ฉันกับแองจี้ไม่ได้…” นิลกาฬขมวดคิ้วแน่นและพยายามพูดบอกอะไรสักอย่าง


ผมไม่ได้อยากรู้ ปล่อย ผมจะไปนอนแต่ผมก็ปากไวพูดขัดขึ้นจนอีกฝ่ายต้องเงียบไป ผมพยายามจะแกะแขนตัวเองออกแต่นิลกาฬก็จับเอาไว้แน่น


คุยกันให้รู้เรื่องก่อนเชนเขากระชากแขนผมให้เข้าไปหาเขา มืออีกข้างก็ยกขึ้นมาจับไหล่ผมไม่ยอมให้หนีไปไหน


อะไรของพี่อีก ผมจะไปนอนผมใช้แรงที่มีพยายามดึงตัวเองออกจากมือของอีกฝ่าย แต่อย่างที่รู้กันว่าผมตัวเล็กกว่าและแรงก็น้อยกว่า


เป็นอะไร? เป็นแบบนี้มาหลายวันแล้วนะเขาจับไหล่ผมแล้วดึงให้หันมาสบตากันตรง ๆ ใบหน้าของนิลกาฬดูเฉยชาหากแต่ดวงตากลับซ่อนความเคร่งเครียดไว้อยู่


ผมก็บอกแล้วไงว่าไม่ได้เป็นอะไรผมขมวดคิ้วมองหน้าเขาอย่างขัดใจ นิลกาฬจะมาวุ่นวายอะไรกับผมนักหนา คนที่เขาควรจะสนใจก็คือผู้หญิงที่อยู่กับเขาเมื่อกี้ไม่ใช่ผม


โกหก นายรู้ตัวหรือเปล่าว่าเป็นคนที่โกหกไม่เก่งนิลกาฬยืนจ้องหน้าผมนิ่ง เราสบตากัน และแวบหนึ่งที่ผมรู้สึกว่าผู้ชายคนนี้น่ากลัว ผมเดาไม่ได้เลยว่านิลกาฬกำลังคิดอะไรอยู่ เขาดูอ่านยาก และผมไม่สามารถอ่านเขาออกได้


พี่จะมาคาดคั้นอะไรกับผมนักหนา น่ารำคาญว่ะผมชักสีหน้าใส่เมื่อนิลกาฬไม่ยอมปล่อยผมให้กลับไปที่เต้นท์นอนสักที


เชน!” นิลกาฬที่ได้ยินผมพูดจาไม่ดีใส่ก็ตวาดกลับเสียงดัง มือที่จับไหล่และแขนผมบีบแรงขึ้นจนผมเผลอเบ้หน้าออกมาด้วยความเจ็บ


ปล่อย เลิกวุ่นวายกับผมสักที!” ผมกระชากเสียงใส่แล้วพยายามแกะมือของอีกฝ่ายออก และผมก็ทำได้สำเร็จ ผมผลักนิลกาฬให้ออกห่างแล้วหันหลังจะวิ่งกลับไปที่เต้นท์นอน


เชน!”


หมับ!


พลั้ก!


แต่นิลกาฬก็คว้าข้อมือผมไว้ได้ทัน เขากำข้อมือของผมแน่นแล้วกระชากให้หันกลับไปหา แต่พอผมหันไปหาเขาแล้วนิลกาฬก็ดันไหล่ผมไปกระแทกเข้ากับต้นไม้อย่างแรงจนผมเจ็บและจุกไปหมด


โอ๊ย! อื้อ!” ความเจ็บที่หลังแล่นขึ้นมาทันทีแต่ก็ยังช้ากว่ามือของนิลกาฬที่ประกบเข้าสองข้างแก้มของผมและตามมาด้วยใบหน้าหล่อเหลาที่กำลังฉายแววความโกรธออกมา เพียงพริบตาเดียวริมฝีปากหยักที่มักส่งยิ้มให้ผมบ่อย ๆ ก็ประกบแนบชิดลงมากับริมฝีปากของผม ผมนิ่งอึ้งจนทำอะไรไม่ถูก นิลกาฬขบเม้มแผ่วเบาที่ริมฝีปากของผมและเขาก็พยายามที่จะสอดลิ้นเข้ามา


ในตอนนั้นผมถึงได้สติ


ผลั้วะ!


ผมใช้แรงทั้งหมดที่ตัวเองมีผลักอีกฝ่ายออกด้วยความโมโหแล้วปล่อยหมัดใส่ใบหน้าหล่อ ๆ นั่นเต็มแรงอย่างไม่มีการออมมือ ผมไม่รู้ว่านิลกาฬกำลังทำบ้าอะไรอยู่ แต่ผมชักไม่สนุกด้วยแล้วสิ


เขาจะมาจูบผมทั้งที่เขามีคนอื่นแบบนี้ไม่ได้


เชนนิลกาฬที่โดนผมต่อยไปก็เหมือนจะตั้งสติได้ อารมณ์โกรธที่มีก่อนหน้านี้ค่อย ๆ ลดลงจนแทบไม่เหลือ เขาหันมามองหน้าผมด้วยแววตาตัดพ้อ


แต่เขาจะมาตัดพ้ออะไรผมล่ะ


อย่ามายุ่งกับผมอีก!” ผมยกหลังมือขึ้นเช็ดริมฝีปากของตัวเองลวก ๆ ก่อนจะหันไปตวาดใส่เขาเสียงดังแล้วรีบวิ่งออกมาจากตรงนั้น ผมไม่ได้หันกลับไปมองว่านิลกาฬจะมีท่าทีหรือสีหน้ายังไง ผมรู้แค่ว่าตอนนี้ผมไม่โอเคกับสิ่งที่เขาทำมาก ๆ


ก่อนหน้านี้เขาอยู่กับผู้หญิงอีกคน แต่จู่ ๆ เขาก็มาจูบผมนี่นะ


โคตรแย่เลยว่ะ

 







NILLAKAL PART :


นิลเสียงหวานใสดังขึ้นพร้อมกับสัมผัสบางเบาที่แตะลงมาบนไหล่ของผม


เห็นใช่ไหม?” ผมไม่ได้หันไปมองใครอีกคนที่อยู่ด้วยกัน ผมเอาแต่จับจ้องไปยังทิศทางที่เชนเพิ่งวิ่งหนีผมออกไปเมื่อกี้ หมัดหนัก ๆ ที่ซัดลงมาบนหน้าผม ความรู้สึกนั้นยังคงอยู่ไม่จางหาย


หมัดหนักใช้ได้เลย


อืมแองจี้ขานรับแผ่วเบาแล้วก็เงียบไป


โคตรน่าสมเพชเลยผมทิ้งตัวลงนั่งพิงกับต้นไม้อย่างหมดอาลัยตายอยาก เมื่อกี้ผมเป็นบ้าอะไรไปวะ ผมทำแบบนั้นไปได้ยังไง ทั้งที่ผมไม่ควรจะทำให้เชนรู้สึกแย่ แต่ผมก็ทำมัน


เชนคงเกลียดผมไปแล้วแน่ ๆ


ทำไมไม่คุยกันดี ๆ แบบนี้เรื่องมันยิ่งแย่นะเสียงของแองจี้ดังขึ้นเหนือหัวของผม ฝ่ามือเล็กแตะลงที่หัวของผมแล้วลูบไปมาเบา ๆ


จะให้ทำยังไงวะจี้ ฉันยังไม่รู้เลยว่าเผลอทำอะไรให้เชนไม่พอใจ น้องถึงไม่คุยกับฉันเหมือนเมื่อก่อนผมเงยหน้าขึ้นมองสบตากับอีกฝ่ายแล้วพูดระบายความอัดอั้นในใจออกมา ผมไม่รู้เลยว่าทำอะไรผิด เชนถึงได้เปลี่ยนไปมากขนาดนี้ เชนไม่มาเจอ ไม่คุย ไม่เล่น ไม่มองหน้าและไม่สบตา ผมพยายามคิดหลายครั้งว่าเพราะอะไรเชนถึงได้เป็นแบบนี้ แต่ไม่ว่าจะคิดเท่าไหร่ผมก็คิดไม่ออก


ผมไม่รู้และไม่เข้าใจอะไรสักอย่าง


โคตรแย่เลยว่ะ


อาจเพราะสถานะที่ไม่ชัดเจนหรือเปล่า?” แองจี้แหงนหน้าขึ้นมองท้องฟ้าก่อนจะก้มลงมามองสบตากับผมนิ่ง ๆ


เป็นไปไม่ได้หรอก เชนคงไม่ได้คิดอะไรแบบนั้น เธอก็เห็นนี่ว่าเชนต่อยฉันเมื่อกี้ผมส่ายหน้าไปมาเบา ๆ ก่อนจะยกยิ้มเหยียดอย่างนึกสมเพชตัวเอง ถึงเชนจะชอบรัชช์ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเชนจะชอบผู้ชายคนอื่นด้วย และผมคงไม่ได้อยู่ในสายตาของเชน


แหงล่ะ โดนต่อยซะปากแตกขนาดนี้ ใครยังจะหน้าด้านคิดเข้าข้างตัวเองได้


น้องอาจแค่ตกใจ ถ้าเป็นฉัน ฉันก็คงตบหน้าคนที่กระชากฉันเข้าไปจูบเหมือนกันคนตัวเล็กกว่าถอนหายใจยาว แองจี้ทิ้งตัวลงนั่งยอง ๆ ข้าง ๆ แล้วยกมือขึ้นจับใบหน้าของผมให้หันไปมองหน้าเธอ


เชนคงเกลียดฉันไปแล้วตอนนี้ผมยิ้มไม่ออกเลย ผมไม่รู้ว่าควรจะทำยังไงดี เชนจะต้องผิดหวังและเสียความรู้สึกมากที่ผมไปทำแบบนั้นกับเขา โดนตวาดให้เลิกยุ่งกันขนาดนั้น แล้วผมจะมีหน้าไปสู้หน้าเขาได้ยังไง


ทำอะไรของมึงวะนิลกาฬ


งี่เง่าฉิบหาย


ไปคุยกันดี ๆ เถอะมือเล็กยื่นมาบีบบ่าผมอย่างให้กำลังใจ


จะต้องคุยอะไรอีกผมส่ายหน้าเบา ๆ เชนคงไม่อยากคุยอะไรกับผมอีกแล้วล่ะ


บอกน้องไปสิว่านายรู้สึกยังไงแองจี้พูดพร้อมระบายยิ้มบางออกมา


แล้วถ้าเชนไม่ได้คิดอะไรกับฉัน…” ผมพูดแค่นั้นแล้วก็เงียบไป เพราะรู้ดีอยู่แล้วว่าผลลัพธ์มันจะออกมาเป็นแบบไหนหากผมกับเชนไม่ได้คิดเหมือนกัน


ใช่ ผมชอบเชน


ชอบตั้งแต่เมื่อไหร่หรือชอบตอนไหนผมก็ไม่รู้หรอก แต่รู้สึกตัวอีกทีผมก็ชอบที่จะมีเชนอยู่ในชีวิตของผม ชอบที่มีเขาอยู่ด้วยกันในทุก ๆ วัน


นายอาจต้องเสียเชนไปคำพูดของแองจี้ปลุกให้ผมตื่นมาอยู่กับโลกของความเป็นจริงอีกครั้ง


“…” เพราะคำพูดที่จี้แทงใจดำของอีกฝ่ายผมถึงกับพูดอะไรต่อไม่ออกเลย เรื่องนั้นผมรู้ดีอยู่แล้ว รู้ว่าผมจะต้องเสียเชนไปหากผมบอกเขาออกไปว่าผมรู้สึกยังไงกับเขา ตลอดเวลาที่ผ่านมาผมถึงได้เก็บเงียบมาตลอด


สำหรับผมแล้วขอแค่มีเชนอยู่ในทุก ๆ วันก็พอแล้ว ไปกินข้าวเช้าด้วยกัน ไปเที่ยวกันบ้างในบางครั้ง หรือแค่นั่งอ่านหนังสือด้วยกันเงียบ ๆ แค่นั้นก็เพียงพอแล้วสำหรับใจผม ผมไม่ได้คิดอยากจะครอบครองเชน เพราะรู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้ เชนรักรัชช์มาก และที่ผ่านมาเขาก็เสียใจเรื่องรัชช์มาตลอด ผมไม่รู้ว่าต้องใช้เวลาอีกนานแค่ไหนเชนถึงจะทำใจเรื่องรัชช์ได้ ไม่รู้เลยว่าเมื่อไหร่ที่เชนจะเลิกพูดถึงรัชช์ได้สักที


มาถึงขนาดนี้แล้วนะนิล ทำอะไรให้ถูกต้องเสียทีเถอะแล้วสิ่งที่แองจี้พูดก็ทำให้ผมคิดได้


ฉันจะลองดูไหน ๆ ก็จะถูกเกลียดแล้วก็ไปให้สุดเลยก็แล้วกัน เพราะตอนนี้ผมไม่มีอะไรจะเสียแล้ว สิ่งสุดท้ายที่ผมกลัวว่าจะเสียไปก็คือเชน แต่ตอนนี้ผมก็ใกล้จะเสียเขาไปแล้ว หากผมไม่สามารถรั้งเขาไว้ให้อยู่กับตัวได้ ผมก็จะลองเสี่ยงดู หากว่าปลายทางมันเหมือนกัน แล้วผมจะกลัวอะไรอีก


ไปนอนกันเถอะแองจี้ลุกขึ้นยืนพร้อมกับดึงผมให้ลุกตามขึ้นไปด้วย



อืมผมขานรับเบา ๆ แล้วลุกขึ้นยืนตามแรงดึง

ผมเดินไปส่งแองจี้ที่ศาลาที่ใช้เป็นที่นอนของพวกผู้หญิงแล้วถึงเดินกลับไปที่เต้นท์ของตัวเอง แต่ก่อนจะถึงเต้นท์ของผมกับเพื่อน มันจะต้องผ่านเต้นท์ของเชนก่อน ผมไม่รู้ว่าทำไมเชนถึงได้เลือกไปนอนกับเพื่อนใหม่แทนที่จะเป็นพวกผม ผมไม่รู้ว่าเชนกำลังคิดอะไรอยู่ ไม่รู้เลยจริง ๆ









-------------------------------------------------------------------






ฉากตบจูบอะไรไม่มีหรอก มีแต่จูบแล้วต่อย

ฟีลกู๊ดเนอะ

นิลกาฬ นายต้องสู้นะ




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 108 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

144 ความคิดเห็น

  1. #117 Feum23 (@Feum23) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 18 มีนาคม 2563 / 20:54
    น้องก็ไม่ฟังเลยลูกเอ๊ยยยย หวังว่าตอนหน้าพี่นิลจะบอกน้องนะ แง เจ็บหัวใจมาหลายตอยไปแล้วววว T_____T
    #117
    0
  2. #71 lina2123 (@lina2123) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2563 / 18:49

    อิพี่รีบไปบอกน้องก่อนน้องมันจะไปเด้อ
    #71
    0
  3. #70 tiamo_b (@tweety_jirawan) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2563 / 18:39
    อีพี่ บอกน้องไวไวน้า น้องรอ
    #70
    0
  4. #69 Fafa12234 (@Fafa12234) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2563 / 15:57

    มาต่อเร็วหน้า~~~~~
    #69
    0
  5. #68 13148 (@13148) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2563 / 13:51
    บอกไปเลยพี่นิล
    #68
    0
  6. #67 Tann160942 (@Tann160942) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2563 / 13:43
    แงงงงงงงงง สู้ๆพี่นิลลล
    #67
    0
  7. #66 yuki5555 (@yuki352010) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2563 / 13:03
    กู๊ดไม่ออกเลยตอนนี้~~~~
    #66
    0
  8. #65 KK_P1610 (@ktmkww1166) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2563 / 13:03
    โอ้โหยยยยย​

    คุยกันดีดี้​ คนเชียร์ใจจะขาดแล้วจ้าาาาาา
    #65
    0
  9. #64 Anelta (@Anelta) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2563 / 12:54
    โอ้ววววฟิวกู๊ดดดดดมากกกค่ะไรท์
    #64
    0
  10. #63 Suni-Waew (@Suni-Waew) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2563 / 12:44
    แงๆๆๆๆไม่พูดซะทีอ่าาน้องก้อไม่เข้าใจซักทีสิสู้ๆๆน้าาาา
    #63
    0