จีบคนเถื่อน [YAOI] [สนพ.Lavender By B2S] : Spin-Off

ตอนที่ 32 : ตอนพิเศษ : คนของพี่ & บอสของผม (1/2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,785
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 298 ครั้ง
    19 เม.ย. 62






ตอนพิเศษ


คนของพี่ & บอสของผม (1/2)








---------------


คุณ เสียงเรียกที่คุ้นหูดังมาจากหน้าประตูห้องนอน


ครับผมขานรับด้วยความเคยชินโดยที่สายตายังไม่ละไปจากหนังสือในมือ


ฮึ่ย! อย่าครับดิ! เจ้าคนที่โตแต่ตัวร้องเสียงหลงออกมาเสียงดัง


ทำไม?” พอได้ยินอย่างนั้นผมเลยจำต้องเงยหน้าขึ้นมามองคนตัวสูงที่เดินเข้ามาหาด้วยสีหน้าแปลกๆ ที่ดูแล้วมันน่าตลกเป็นอย่างมาก


ใจบางเป็นกระดาษแล้ว แต่ยิ้มเยิ้มเหมือนเมายามากกว่า


บ้า ผมส่ายหน้าอย่างเพลียๆ กับความเยอะสิ่งของอีกฝ่ายแล้วหันกลับมาอ่านหนังสือต่อ แม้จะอ่านมันไม่รู้เรื่องอีกเลยก็ตาม ก็ใครใช้ให้มารุตมาพูดจาแปลกๆ ใส่ผมกันเล่า


เขินแล้วก็อย่ามาด่ากลบเกลื่อนสิครับ รู้ทันอีกแล้ว


เรียกเราทำไม?” สุดท้ายผมก็ต้องปิดหนังสือประมวลกฎหมายลงอย่างยอมแพ้ สติไม่อยู่กับตัวเลย


มารุตชอบมาทำให้ผมเขินอยู่ตลอด


อะ เปลี่ยนเรื่องเก่ง เขาหัวเราะร่วนออกมาแต่พอถูกผมมองดุๆ ก็หุบยิ้มฉับทันที


เมื่อวานผมเห็นในโทรศัพท์คุณ ผมไม่ได้ค้นนะ แค่เปิดไปเจอเฉยๆ เขาว่าออกมาอย่างรนรานเหมือนคนมีความผิด จริงๆ ก็ผิดที่เขาเอาโทรศัพท์ผมไปเล่นโดยไม่ได้บอกก่อน แต่ผมก็ไม่ได้อะไรหรอก ไม่ได้มีอะไรที่เป็นความลับอยู่แล้ว ให้เขาดูก็ดีจะได้ไม่ต้องมานั่งกังวลหรือคิดมากกลัวว่าผมจะมีคนอื่น


เห็นแบบนี้มารุตก็คิดมากพอสมควรเลยนะครับ เขาชอบยัดเยียดโทรศัพท์ตัวเองมาให้ผมดูด้วย แต่ผมไม่ดูหรอก ผมเชื่อใจเขานะ แต่บางทีก็เอามาเปิดๆ ดูเพื่อเอาใจเขาหน่อย เวลาผมไม่เช็คโทรศัพท์เขาแล้วมารุตชอบบอกว่าผมไม่สนใจ ไม่หึงไม่หวงอะไรแบบนี้ ผมก็ไม่รู้จะทำยังไงเลย เอาใจไม่ถูกแล้ว


ยังไม่ได้ว่าอะไรเลย ผมว่าขำๆ เห็นท่าทางเลิ่กลั่กของเขาแล้วมันตลกจริงๆ นะ


ผมเห็นที่คุณคุยกับคนชื่อเจนนี่เรื่องงานถ่ายแบบโปรโมทมหาลัย ขนาดนี้แล้วน่าจะค้นดูหมดเครื่องแล้วล่ะ


อื้อ เจนนี่เป็นรุ่นพี่ที่เรารู้จักตอนประกวดเดือน เขาดูแลพวกกิจกรรมของมหาลัย เขาเลยมาขอให้เราไปถ่ายรูปโปรโมทมหาลัย ก็ไม่ค่อยอยากทำสักเท่าไหร่ แต่ตำแหน่งเดือนมหาลัยเมื่อสองปีก่อนมันค้ำคออยู่ 


คุณตกลงไปแล้ว มารุตเดินมาหมุนเก้าอี้ทำงานของผมให้หันไปหาเขาก่อนจะเท้าแขนยาวๆ ทั้งสองข้างลงมาบนที่วางแขนของเก้าอี้เป็นการกักตัวผมไว้ไม่ให้หนีไปไหน เราสบตากันโดยที่คนตัวสูงมีสีหน้าที่คล้ายกับจะงอนอยู่นิดๆ


เราปฏิเสธไม่ได้ เมื่อก้าวเข้ามาอยู่ตรงจุดนี้แล้วเราก็ต้องให้ความร่วมมือกับงานที่เกี่ยวกับมหาลัยอย่างเต็มที่จนกว่าจะเรียนจบ


คุณเคยปฏิเสธใครบ้าง นอกจากผมเนี่ย? ริมฝีปากได้รูปเบะลงเล็กๆ คล้ายกับเด็กที่ไม่พอใจเวลาโดนขัดใจ


โกรธเหรอ?” เอ่ยถามพร้อมยื่นมือไปรูปแก้มสากเบาๆ ถ้าทำแบบนี้แล้วมารุตจะอารมณ์ดี ผมเคยลองทำอยู่หลายครั้งเวลาเขางอนหรือหงุดหงิด พอทำปุ๊บหายปั๊บเหมือนตั้งค่าอัตโนมัติเอาไว้เลย


เปล่า ผมจะบอกว่าผมก็ถ่ายเหมือนกัน จากใบหน้างอๆ เมื่อกี้ก็เปลี่ยนเป็นยิ้มกว้างขึ้นมาทันที อารมณ์พลิกไปพลิกมายิ่งกว่าสตรีมีครรภ์อีก


อ่า รุตเป็นเดือนคณะปีก่อนนี่ ความจริงมารุตเป็นผู้ชายที่หล่อเหมาะสมกับการเป็นเดือนอยู่พอสมควร ที่เขาพลาดตำแหน่งเดือนมหาลัยไปเพราะการตอบคำถาม ไม่ใช่เขาตอบไม่ดีแต่คนที่ได้ตำแหน่งไปเขาตอบดีกว่า อีกอย่างตอนนั้นมารุตก็มีข่าวที่ไม่ค่อยดีเยอะด้วย เขาเลยพลาดโอกาสนี้ไป แต่ถึงไม่ได้ตำแหน่งเขาก็ยังดังกว่าเดือนมหาลัยตัวจริงอยู่ดี


ใช่ ผมจะคอยดูคุณไม่ให้คลาดสายตาเลย เขาว่าอย่างนั้นพร้อมถลึงตามองผมตาไม่กระพริบ


หวงเก่ง เห็นอย่างนั้นแล้วก็อดมันเขี้ยวไม่ได้เลยยื่นมือไปขยี้หัวอีกฝ่ายเบาๆ ความจริงแล้วมารุตไม่ได้น่ากลัวและไม่ใช่คนที่ไม่น่าหาคบหานะ เผื่อใครอาจไม่รู้แต่ผมจะบอกความลับให้


จริงๆ แล้วมารุตของผมน่ะ น่ารักที่สุดเลย


ก็คุณมีคนเดียวนี่ เกิดหายไปจะไปหาแบบนี้ได้อีกที่ไหน คุณเป็นรุ่นลิมิเต็ดอิดิชั่นเลยนี่ คำพูดติดตลกของเขาทำเอาผมหน้าเห่อร้อนไปถึงลำคอ ก็นั่นเป็นคำพูดแปลกๆ ที่ผมเคยใช้ตอนเข้าไปตีสนิทกับเขาช่วงแรกๆ นี่


ล้อเราทำไม?” น่าอายจะตาย


คิดถึงตอนที่คุณตามจีบผมเนอะ จริงๆ คุณก็น่ารักมาตั้งนานแล้ว ขยันหาเรื่องเข้ามาตีสนิทผมเก่งจริง


พอๆ เลิกล้อได้แล้ว เราหิว ผมดันตัวคนที่คร่อมผมไว้ออกแล้วลุกขึ้นยืนเต็มความสูงทำท่าจะเดินออกไปห้องครัวเพื่อหนีความเขินอายที่ถูกอีกฝ่ายล้อเลียน


ที่รัก คุณเพิ่งกินไป แต่ขาของผมต้องหยุดชะงักลงเมื่อเสียงทุ้มต่ำที่มีเอกลักษณ์ของใครอีกคนลอยมาดักทางเอาไว้ แต่ปัญหามันไม่ได้อยู่ที่เสียงของมารุตสักหน่อย


อย่าเรียกเราแบบนั้น ผมหันขวับไปมองใบหน้าหล่อเหลาอย่างรวดเร็ว แต่กลับต้องเป็นฝ่ายหลบตาแทนเมื่อเห็นว่าคนตัวสูงมองผมด้วยสายตาที่หวานเชื่อมขนาดไหน


เพิ่งรู้ว่าเขินจนตัวจะแตกมันเป็นแบบนี้นี่เอง


แบบไหน?” ขาเรียวยาวก้าวเข้ามาใกล้ผมอย่างเชื่องช้าพร้อมกับใบหน้าหล่อที่ยกยิ้มกริ่มคล้ายกับจงใจแกล้งกัน


คำนั้นน่ะ ผมกลอกตาไปมาอย่างคนทำอะไรไม่ถูกแล้วค่อยๆ ก้าวถอยหลังหนีแบบระแวงนิดๆ ถ้าให้พูดเลยก็คือไม่นิด ผมระแวงมาก เวลาเขายิ้มแบบนี้ทีไรผมโดนเอาเปรียบทุกที


ที่รัก?” คิ้วเข้มเลิกขึ้นสูงพร้อมทวนคำเสียงหวาน


อื้อ พยักหน้ารับเบาๆ แล้วก็ต้องชะงักเมื่อขาก้าวถอยหลังมาจนติดเตียงนอน


ทำไมครับ?” มารุตที่อมยิ้มมุมปากแบบนี้ยิ่งทำเอาผมใจเต้นแรงมากกว่าเดิมอีกหลายเท่าตัว


ห้ามเรียก แฟนเราเรียกได้คนเดียวผมเอนถอยหลังใบหน้าคมที่ยื่นเข้ามาใกล้จนตัวเองเสียหลังลงไปนั่งแหมะอยู่บนเตียงอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว


“แล้วผมไม่ใช่เหรอ?” ส่วนมารุตก็สบโอกาสนี้โน้มตัวลงมาเท้าแขนกักตัวผมไว้กับเตียงนอนทันที


“ยังไม่ได้เป็น” ตอบออกไปพร้อมกับเบี่ยงหน้าหลบปลายจมูกโด่งที่ยื่นมาคลอเคลียอยู่ข้างแก้ม นี่ขนาดยังไม่ได้เป็นแฟนกันผมยังโดนลวนลามขนาดนี้ ถ้าได้เป็นเมื่อไหร่ผมจะเหลืออะไรล่ะครับ?


“ใจร้ายจังครับ” อีกฝ่ายชะงักไปนิดก่อนจะผละใบหน้าออกไปเล็กน้อยแล้วหัวเราะร่วนออกมาอย่างชอบอกชอบใจ ไหนคำว่าสำนึก?


“ใครกันแน่?” ทำมาเป็นว่าคนอื่น ตัวเองนั่นแหละที่ไม่ยอมขอคบสักที


“หึ งอนหรือเปล่า?” ไม่รู้ว่าผมแสดงสีหน้าแบบไหนออกไปเขาถึงได้ถามผมอย่างนั้น


“เปล่า” ช้อนตาขึ้นมองสบกันเพื่อเป็นการยืนยันถึงคำตอบ ผมไม่ได้งี่เง่าขนาดนั้น เรื่องคบไม่คบมันแทบไม่สำคัญแล้วในตอนนี้ ผมกับมารุตตัวติดกันตลอด ไม่ใช่แฟนก็เหมือนแฟน คือไม่รู้ว่าพูดไปแล้วจะมีใครเข้าใจไหมแต่มันเป็นความสัมพันธ์ที่รู้กันดีระหว่างคนสองคน ผมมีสิทธิ์แทบทุกอย่างในตัวมารุต และมารุตเองก็เช่นกัน เขามีสิทธิ์ในตัวผม ไม่ว่าจะหึงหวงหรือบอกคิดถึง เราสามารถกอดจูบและนอนกอดกันได้ การกระทำทุกอย่างมันเกินกว่าคำว่าแฟนไปแล้ว แต่ที่สถานะมันยังเป็นแค่คนคุยก็เพราะเราแค่รอเวลาที่เหมาะสมก็เท่านั้น


“ถึงผมจะยังไม่ได้ขอคุณคบแต่คุณก็รู้ใช่ไหมว่าผมมีแค่คุณ” ทุกวันนี้แทบจะย้ายมาอยู่ด้วยกันแล้ว ผมค้างห้องมารุตบ้าง มารุตไปค้างบ้านผมบ้าง นี่อยู่กับมารุตบ่อยกว่าอยู่กับคุณกลางอีกนะครับ แรกๆ พี่ชายผมก็งอนที่ผมสนใจแต่มารุต แต่ตอนนี้ก็ไม่อะไรแล้วเพราะพี่ชายผมก็สนใจแต่แฟนเหมือนกัน


“อื้อ เหมือนกัน” เขามีแค่ผม ผมเองก็มีแต่เขา


“น่ารัก”


“มีแต่คนบอกว่าเราหล่อ”


“ก็ผมไม่เหมือนคนอื่นนี่ ผมเป็นคนพิเศษของคุณ” เอ่อ ไปต่อไม่ถูกเลยครับ


“พูดเองเออเองอีกแล้ว” ผมตีหน้ายุ่งใส่ นิดๆ หน่อยๆ ก็เอาหมดแหละ


“หรือไม่จริง?”


“จริง” ไม่มีใครพิเศษไปกว่าเขาอีกแล้ว


“เลิกน่ารักเถอะ ผมเหนื่อยแล้ว”


“เป็นอะไร?”


“ใจเต้นแรงจนเหนื่อยไปหมดแล้ว” พูดเองก็เขินเองเนอะ หูแดงไปหมดแล้วมารุต


“จะอ้วก” ถึงจะเป็นคำพูดเลี่ยนๆ แต่ก็ทำผมหน้าเห่อร้อนได้


“ฮ่าๆ” มารุต นี่มันมารุตจริงๆ

 







หนึ่งอาทิตย์ต่อมา


“ตายๆ นี่ฉันอยู่ในดงคนหล่อเหรอเนี่ย? เหมือนตายแล้วเจอเทวดา” เสียงร้องวี้ดว้ายของพี่เจนนี่ดังก้องไปทั่วห้องสตูดิโอของคณะนิเทศน์ศาสตร์ ผมได้แต่ยิ้มแหยๆ ให้กับดาวเดือนทั้งหลายที่ถูกขอยืมตัวให้มาช่วยงานในวันนี้


“อย่างมึงน่าจะอยู่ในนรกมากกว่านะจอห์น


“หยาบคาย! จอห์นห่าอะไร! กูชื่อเจนนี่ พูดอีกกูจับดูดปากเปื่อยแน่”


“มึงแม่งน่ากลัว ระวังน้องมันจะหนีหมดนะ”


“พอๆ เลิกพูดได้แล้ว มาๆ เรามาแนะนำตัวกันดีกว่า” เสียงถกเถียงกันระหว่างพี่จอห์น เอ่อ ผมหมายถึงพี่เจนนี่กับสองแฝดคนดังของมหาลัยเรียกเสียงหัวเราะจากพวกเราและกลุ่มสตาฟได้เป็นอย่างดี แต่ก่อนที่เรื่องจะไปกันใหญ่ก็มีพี่ที่เป็นสตาฟของงานนี้เข้ามาห้ามทัพเอาไว้เสียก่อน


“เริ่มจากมึง” พี่ผู้หญิงตัวเล็กผมสั้นชี้นิ้วไปยังพี่เจนนี่ที่ยืนทำหน้าเหมือนจ้องจะจับสองแฝดคนดังกลืนลงท้องอยู่


“โอเค พี่ชื่อเจนนี่เนอะ บางคนเรารู้จักกันแล้ว พี่เป็นคนดูแลงานนี้ และใช่ค่ะ พี่เป็นกระเทย ใครเหงาก็โทรหาพี่ได้นะคะ ห้องพี่เปิดต้อนรับทุกคน 24 ชั่วโมงค่ะ ยกเว้นชะนี” พี่เจนนี่หันมายิ้มหวานทำตาเยิ้มใส่พวกผมก่อนจะหันกลับไปจิกตาใส่พวกดาวที่ยืนเหวอกันอยู่ข้างๆ ใครที่ไม่เคยรู้จักหรือไม่สนิทกันก็จะรู้สึกตกใจกับอาการดีดของพี่เขาสักเล็กน้อย แต่ผมเจอบ่อยแล้วตั้งแต่ที่รู้จักกันมา แบบนี้ถือว่าปกติสุดแล้วครับ


“พี่ชื่อโอบกอดครับ เป็นตัวแทนปีสี่ อยู่วิศวะโยธา”


โอบอุ้ม ปี่สี่ แพทย์”


สองแฝดคนดังที่เป็นตัวแทนจากปีสี่เอ่ยแนะนำตัวขึ้นมาตามลำดับความอาวุโส ในส่วนของพี่ปีสี่ใช้เป็นเดือนสองคน และไม่มีดาว อันนี้เป็นการรีเควสมาจากเพจของมหาลัย ตามจริงแล้วการถ่ายรูปโปรโมทมหาลัยต้องใช้ดาวเดือนมหาลัยแต่ละรุ่นมาถ่าย มีปีนี้ที่เขาเปลี่ยนให้มาใช้วิธีโหวตกันในเพจ ผมเองก็เพิ่งรู้เมื่อไม่นานมานี้เองว่าทุกคนที่ได้มาถ่ายงานในวันนี้คือพวกที่ได้คะแนนโหวตติดอันดับหนึ่งของแต่ละชั้นปี


“รัชช์ครับ นิติศาสตร์ปีสามครับ” ผมยิ้มทักทายให้กับรุ่นพี่ที่รู้จักกันดีกับรุ่นน้องที่มีทั้งรู้จักและไม่รู้จักบ้าง


เนยค่ะ ตัวแทนปีสามจากศิลปศาสตร์ค่ะ” คนนี้เป็นดาวปีผมครับ เราค่อนข้างสนิทกันถึงแม้จะนานๆ เจอกันทีแต่ก็นับว่าเป็นเพื่อนที่ดีมากคนหนึ่ง


ขิมค่ะ ตัวแทนของปีสองจากคณะพยาบาลค่ะ” คนนี้ถ้าจำไม่ผิดก็น่าจะดาวมหาลัยปีของมารุต


“มารุต ปีสอง เกษตร” ส่วนคนนี้ไม่ใช่เดือนมหาลัยแต่ได้รับคะแนนโหวตที่สูงลิ่ว ต้องยอมให้กับความฮอตของเขาจริงๆ ครับ


นิ้งค่ะ ตัวแทนปีหนึ่งจากบริหารค่ะ” น้องคนนี้ก็น่าจะเป็นดาวมหาลัยปีล่าสุดนะ ผมจำไม่ค่อยได้ด้วยสิ


“ผมชื่อข้าวปั้น เป็นตัวแทนปีหนึ่งจากคณะวิทยาศาสตร์ครับ” คนนี้รู้สึกจะได้รางวัลป๊อปปูล่าร์โหวต น้องเขาไม่ใช่สไตล์สูงหล่อหน้าคมตัวหนาแบบมารุตหรือพวกพี่แฝดโอบกอดโอบอุ้ม แต่เป็นผู้ชายตัวเล็กๆ ผิวขาวตาโตยิ้มสวยหน้าหวาน มาแนวเดียวกับไอริสแหละครับ


พูดถึงไอริสแล้วก็แปลกมากเลยนะครับ ผมไม่เจอไอริสอีกเลย ได้ยินมาว่าเขาย้ายไปเรียนที่อื่น แต่ผมก็ไม่รู้ว่าจริงหรือเปล่า ถามมารุตเขาก็บอกว่าไม่รู้ ถามไทม์ ไทม์ก็เงียบ สรุปคือผมก็ไม่รู้เรื่องของไอริสเลย อ้อ แล้วก็เดี๋ยวนี้ผมก็ไม่ถูกแฟนคลับของมารุตแกล้งแล้วนะครับ ทางนั้นก็เงียบหายไปเลย ผมก็อยากรู้ว่าอีกฝ่ายเป็นใครเหมือนกัน แต่มารุตบอกว่าอย่าไปสนใจเลย หายไปก็ดีแล้ว ผมคิดว่ามารุตน่าจะรู้ แต่เจ้าตัวเขาไม่พูด ผมก็ทำอะไรไม่ได้ เคยพยายามจะสืบดูแล้วแต่โดนมารุตโกรธตั้งสองชั่วโมง ผมเลยต้องปล่อยผ่านไป ไม่อย่างนั้นก็ต้องมาทะเลาะกับเจ้าเด็กโข่งอีก


“ยินดีต้อนรับเด็กๆ นะคะ พี่อยากให้ทุกคนสนิทๆ กันเอาไว้เวลาทำงานก็อยากให้เป็นกันเอง แลกไลน์แลกเบอร์กันเอาไว้เนอะ แต่ถ้าไม่จำเป็นก็ไม่ต้องทักผัวพี่นะคะ พี่หวง” พี่เจนนี่พูดพร้อมยิ้มหวานก่อนจะไล่จิกตามองรอบวงแล้วมาหยุดอยู่ที่ผม จากตาจิกๆ หน้าดุๆ ก็เปลี่ยนเป็นยิ้มหวานอีกครั้ง


อ่า รู้สึกเสียวสันหลังแปลกๆ เลยครับ


“ใครคือผัวพี่เหรอคะพี่เจนนี่?” เนยที่ยืนอยู่ข้างๆ ผมร้องถามด้วยสีหน้าอยากรู้อยากเห็นสุดๆ ผมรู้ว่าเนยรู้ว่าพี่เจนนี่หมายถึงใคร แต่เพราะนิสัยขี้เล่นเลยยอมรับมุกกับพี่เขา


“แหม น้องเนย เราก็รู้ๆ กันอยู่ ผัวพี่มีคนดะ...”


“ทั้งมหาลัยนี่มึงก็เรียกผัวหมดแหละ เห็นใครหล่อก็ทึกทักเอาเองว่าเป็นผัว แต่ไม่เคยถามเขาสักคำ” ยังไม่ทันที่พี่เจนนี่จะได้พูดจบประโยคก็ถูกพี่โอบกอดหนุ่มหล่อจากวิศวะแต่ปากจัด(ว่าเหมือนชิวาว่า)ขัดขึ้นมาเสียก่อน


“ไอ้กอด! หุบปาก! มึงควรจะเงียบๆ เหมือนพี่สี่นาทีของมึง” นิ้วเรียวยาวที่ถูกแต่งแต้มเล็บด้วยสีแดงสดชี้หน้าเดือนวิศวะเมื่อสามปีก่อนอย่างอาฆาตแค้น


“เงียบๆ โอบ เดี๋ยวมึงก็โดนมันจับทำผัว” แฝดพี่ฝั่งหมอก็ไม่น้อยหน้า สะกิดน้องชายยิกๆ แถมยังเอามือป้องปากนินทาระยะเผาขนแบบเสียงดังฟังชัดไปทั้งสตูดิโอ


“โอ๊ย! อีอุ้ม! ปากมึงนี่นะ อีหมอปากเสีย อยู่เงียบๆ ของมึงเหมือนเดิมไปเลย ไม่ต้องปล่อยหมามากัดกู!


“น่ากลัว”


“โว๊ะ! อีหมอ!


“ใจเย็นๆ กันก่อนนะครับ” ผมที่เห็นท่าไม่ดีเลยเป็นคนเอ่ยห้ามทัพเอง ผมกับเนยน่ะชินแล้ว แต่พวกน้องๆ อาจไม่ชิน สองหนุ่มกับหนึ่งสาว(?)เขาเถียงกันแบบนี้เป็นประจำแหละครับ แต่เห็นอย่างนี้พวกเขาสนิทกันมากเลยนะ


“เอาล่ะๆ พี่จะประกาศไว้ตรงนี้เลยนะว่าผัวพี่มีคนเดียว นั่นคือคุณรัชช์ ไม่ว่าใครก็ห้ามยุ่ง โดยเฉพาะ...” ไม่พูดเปล่า พี่เจนนี่ยังเดินเข้ามากอดแขนผมแน่นแสดงถึงความเป็นเจ้าของ ทำเอามารุตถลึงตามองผมใหญ่เลย แต่พี่เขาก็หยุดพูดไปในจังหวะที่หันไปมองมารุตแถมยังชี้นิ้วเจาะจงอย่างชัดเจนอีกด้วย


“ครับ?” คนถูกชี้ขมวดคิ้วขานรับอย่างมึนงง คนอื่นๆ ก็เช่นกัน


“ห้ามเด็ดขาดนะคะน้องมารุต คนนี้ของพี่ พี่ไม่ให้ แต่ถ้าน้องอยากได้ น้องต้องเอาตัวเข้าแลกกับพี่นะ” ท่าทางขึงขังจริงจังจนเกินกว่าจะล้อเล่นทำเอาพวกเราเหวอรับประทานกันไปหมด


“เอ่อ...” แต่คนที่จะหนักหน่อยก็คงไม่พ้นคนที่ถูกบอกให้เอาตัวเข้าแลกนั่นแหละ ผมหลุดคำออกมากับสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกคล้ายถูกบังคับให้กินยาขมของคนตัวสูง


มารุตนี่น่าเอ็นดูจริงๆ เลยนะครับ


“เลิกแกล้งน้องได้แล้วอีผี! เสียเวลาทำการทำงานหมด พี่ชื่อวีวี่นะคะ เป็นผู้ช่วยอีนี่ แต่อำนาจทุกอย่างก็อยู่ที่พี่ ตอนนี้พี่ขอให้น้องๆ ไปแต่งหน้าแต่งตัวเตรียมถ่ายภาพนิ่งโปรโมทได้แล้วค่ะ เชิญ!” รุ่นพี่ปีสี่คนสวยที่ผมคุ้นหน้าคุ้นตาดีเดินเข้ามากลางวงพร้อมกระชากร่างหนาๆ ใหญ่ๆ ของพี่เจนนี่ออกจากตัวผมก่อนจะพูดออกมาอย่างกระฉับกระเฉงตามสไตล์คนทำงานเก่ง


“ครับ/ค่ะ”


เมื่อรับคำกันเสร็จพวกเราก็แยกย้ายกันไปแต่งหน้าแต่งตัวตามห้องที่สตาฟจัดไว้ให้ งานนี้มีปีสี่ลงมาเป็นสตาฟเยอะเพราะแย่งกันเอาผลงานไปลงพอร์ตของตัวเอง แต่เพราะส่วนใหญ่เป็นปีสี่นั่นแหละงานนี้เลยดูจริงจังและมีความเป็นมืออาชีพอยู่ไม่น้อย พอถึงเวลาทำงานทุกคนก็จริงจังกันหมด แต่พอพักพวกเราก็เฮฮาสนิทสนมกันเหมือนเดิม โดยเฉพาะพี่เจนนี่ รายนี้เวลาเล่นก็ไปสุด แต่เวลาทำงานก็จริงจังมากเช่นกัน


“พี่วีวี่นี่เหมือนเดิมเลยเนอะ” แต่คนที่จะไม่พูดถึงเลยไม่ได้ก็คงไม่พ้นพี่วีวี่ อดีตดาวคณะที่ทำได้ทุกอย่างตั้งแต่แบกหินแบกทรายยันแต่งหน้าทำผมและเป็นนางแบบ แต่งานนี้พี่เขาขอบายแล้วผันตัวไปเป็นคนคุมงานช่วยพี่เจนนี่แทน ต้องยอมรับในความสามารถของพี่วีวี่จริงๆ เป็นคนที่เอาอยู่ทุกงานทุกหน้าที่เลยล่ะครับ


“อือ คุมได้หมดทุกอย่าง”


“ไอดอลมาก” เนยว่าพลางมองตามร่างเพรียวบางของพี่วีวี่ไม่วางตา


“ไม่จีบล่ะ” เห็นมองตาหวานเยิ้มหน้าปลื้มปริ่มมาตั้งแต่ปีหนึ่งจนตอนนี้ปีเขาก็จะจบแล้วไม่เห็นทำอะไรสักอย่าง


“ตลก เราไม่ได้ชอบพี่เขาแบบนั้นสักหน่อย” เนยเถียงกลับลิ้นรัว


“เหรอ?” ปากบอกไม่ได้ชอบแต่เขินจนหน้าแดงไปถึงหูแล้ว อยากหยิบกระจกมาให้เพื่อนดูหน้าตัวเองเหลือเกินแต่ก็กลัวเพื่อนอาย


“มาแซวเรา แล้วตัวเองล่ะ กับน้องคนนั้นนี่ยังไง?” คนตัวเล็กเอาไหล่มากระแซะๆ ที่แขนผมพร้อมยิ้มกรุ้มกริ่ม ตากลมเหล่มองไปทางน้องคนนั้นที่กำลังถ่ายแบบเซ็ตแรกร่วมกับดาวปีตัวเองอยู่อย่างล้อๆ


“ก็ไม่ยังไง” ผมตอบกลับโดยที่สายตายังคงจับจ้องอยู่ที่ร่างสูงของใครอีกคน


“คบกันหรือยัง?” เนยยืดตัวขึ้นมาถามผมเพื่อให้ได้ยินกันเพียงแค่สองคน เรื่องของผมกับมารุตมันไม่เชิงเป็นความลับ แต่เราก็ไม่ได้ประกาศ ผมไม่ได้สนอยู่แล้วว่าใครจะมองยังไง แต่ยิ่งคนรู้น้อยก็ยิ่งเป็นจุดสนใจน้อย ผมต้องการความเป็นส่วนตัว แม้คำว่าความเป็นส่วนตัวจะไม่มีอยู่จริงก็เถอะ


“ยัง” ผมตอบออกไปอย่างไม่คิดอะไร


“พูดจริง? นี่เรานึกว่าคบกันแล้วนะเนี่ย” ที่เนยพูดอย่างนี้เพราะเนยเคยเห็นผมกับมารุตอยู่ด้วยกันหลายครั้ง ถึงผมไม่พูดคนฉลาดๆ อย่างเนยก็รู้อยู่ดีแหละ


“ยังไม่ได้คบ”


“แต่ก็คุยกันอยู่”


“ไม่เชิง”


“หมายความว่าไง?”


“ก็คุยกัน เจอกันทุกวัน อยู่ด้วยกัน มันเกินคนคุยไปแล้ว เราก็ไม่รู้ว่าจะเรียกว่าอะไร” ผมไม่สามารถอธิบายถึงความสัมพันธ์ระหว่างผมกับมารุตให้คนอื่นเข้าใจได้ แต่ผมกับมารุตเราเข้าใจในสิ่งที่เป็นในตอนนี้ดี มันเหมือนว่ามีแค่เราที่เข้าใจเพียงเท่านั้น


“โห อิจฉาค่ะ ไม่คบก็เหมือนคบ”


“ก็นั่นแหละ” ขนาดยังไม่คบยังตัวติดกันขนาดนี้ ถ้าคบกันเมื่อไหร่ก็คงแทบจะสิงร่าง


“แต่น้องเขาก็ดีนะ หล่อดี” เนยหันกลับไปมองที่มารุตอีกครั้งอย่างพิจารณา


“อือ แต่เราหล่อกว่า” เป็นจังหวะเดียวกันกับที่มารุตมองมาทางผม เราสบตากันและยิ้มให้กันในช่วงเวลาสั้นๆ ก่อนที่อีกฝ่ายจะหันกลับไปตั้งใจทำงานต่อ


“แหม ทำเป็นพูดดี แต่มองน้องเขาไม่วางตาเลยนะ”


“ทำไมล่ะ?”


“มองจากนอกโลกยังรู้เลยว่ารักมาก”


“เกินไป” ผมว่าผมก็ไม่ได้แสดงออกชัดเจนขนาดนั้นนะ


“น้องเขามองคุณรัชช์ด้วย”


“อื้อ” หันมามองบ่อยแล้ว บ่อยมากจนผมเริ่มจะใจสั่น มารุตที่เป็นมารุตในทุกๆ วันก็หล่อมากแล้ว แต่มารุตในวันนี้ยิ่งหล่อมากกว่าเดิมอีก


“หูย~ หวานมาก สายตานี่หวานจนคนรอบข้างจะเป็นเบาหวานแล้วค่ะคุณ”


“ขยันแซว” อยากจะเถียงแต่ก็เถียงไม่ออก ก็สายตาที่มารุตมองผมมันหวานจริงๆ นี่


“โอเค อีแฝดมาถ่ายต่อ ขอแบบมืออาชีพนะ” เสียงพี่เจนนี่ร้องเรียกคู่ต่อไปให้มาถ่ายแบบเป็นสัญญาณบอกว่าคู่ที่ถ่ายอยู่นั้นเสร็จเรียบร้อยแล้ว


“โอเค” สองแฝดเดินเข้าไปคุยกับพี่เจนนี่อีกนิดหน่อยก่อนถ่ายจริง มารุตกับน้องขิมก็เดินออกมาพัก


“เดี๋ยวเรามานะ”


“จ้า~” ผมที่เห็นมารุตเดินไปนั่งพักที่มุมห้องคนเดียวก็หันไปบอกกับเนยเพื่อที่จะเดินเข้าไปหาใครอีกคน เพื่อนตัวเล็กของผมหันมาตอบรับด้วยรอยยิ้มล้อเลียน ผมเลือกที่จะเมินท่าทางของเนยแล้วเดินไปหามารุตแทน


“คุณ” พอเห็นผมเดินเข้าไปหาใบหน้าคมก็ฉีกยิ้มกว้างจนตาหยีทันที


“ว่าไง?” ผมยื่นน้ำเปล่าที่ไม่เย็นให้กับอีกฝ่าย สิ่งหนึ่งที่ไม่ค่อยมีคนรู้ก็คือมารุตไม่ชอบดื่มน้ำเย็น เห็นอย่างนี้ก็ค่อนข้างจะรักสุขภาพอยู่เหมือนกันนะครับ


“เมื่อกี้ผมหล่อไหม?” เขาร้องถามผมอย่างตื่นเต้นไม่ต่างจากเด็กๆ ที่ร้องถามแม่ของตัวเองว่าผมเก่งไหมเวลาขึ้นโชว์งานโรงเรียน ก็บอกแล้วว่ามารุตน่ะน่ารักจะตายไป


“อื้อ”


“จริงเหรอ?”  


“อือ” ผมปฏิเสธไม่ได้เลยว่าวันนี้เขาหล่อมาก มากจนผมหวง ถ้าภาพเซ็ตนี้ถูกปล่อยออกไปเมื่อไหร่ล่ะก็จะต้องมีสาวๆ มาตามชอบเขาเพิ่มอีกแน่ๆ แต่ผมว่าคงไม่ได้มีแค่ผู้หญิงหรอก ผมเริ่มรู้สึกถึงอะไรบางอย่างได้ แต่ก็ยังไม่แน่ใจ บางทีผมอาจคิดมากไปเองก็ได้


“เมื่อกี้ผมยิ้มให้คุณด้วย คุณเห็นไหม?” กลายร่างเป็นน้องมารุตสามขวบไปแล้ว เชื่อเถอะว่าถ้าอยู่กันตามลำพังเขาต้องพุ่งเข้ามากอดผมแน่ๆ


“เห็นแล้ว” ถ้าไม่เห็นผมจะยิ้มตอบเขาได้ยังไงเล่า


“คู่นั้นน่ะ เลิกจีบกันก่อนค่ะ คุณรัชช์มาถ่ายคู่น้องเนยเลยค่ะ ขอแบบมือโปรเลยนะคะ” เสียงร้องแซวของพี่วีวี่ทำเอาคนทั้งสตูดิโอหันมามองที่ผมกับมารุตเป็นสายตาเดียว ผมกับมารุตหันหน้ามองกันแวบหนึ่งก่อนที่จะเป็นผมเองที่เดินแยกออกมาทำงาน


“ขอแนวแบบเพื่อนสนิทน่ารักๆ นะคะ”


“ได้เลยค่ะพี่วีวี่” เนยหันไปตอบรับกับพี่วีวี่ด้วยรอยยิ้มทะเล้นแล้วหันมาพูดคุยกับผมนิดหน่อยก่อนจะเริ่มโพสท่าไปเรื่อยๆ การทำงานกับเนยไม่ยากเลยครับ เราทำงานร่วมกันมาหลายครั้งแล้ว


 “ดีครับ คู่นี้โปรจริง” ใช้เวลาไม่นานคู่ของผมกับเนยก็ถ่ายเสร็จเรียบร้อย ผมเลยเดินมาขอดูรูปที่เพิ่งถ่ายไป รูปออกมาสวยมากเรียกว่าเป็นที่พอใจของทุกคนเลยทีเดียว


“ผัวขา~ หล่อมากค่ะ”


“ชมหนูบ้างสิคะพี่เจนนี่”


“งั้นๆ แหละ”


“ทำดีแล้วเนย”


“ขอบคุณค่ะ” เนยที่ถูกพี่เจนนี่เบะปากใส่ก็หน้าเหวอไปเลยแต่พอถูกพี่วีวี่ที่ยืนอยู่ข้างๆ เอ่ยชมก็ยิ้มกว้างขึ้นมาได้


“ปีหนึ่งมาเร็วๆ ค่ะลูก ไม่ต้องเกร็งนะ ถ่ายๆ ไปเดี๋ยวก็เสร็จ”


จบจากคู่ผมก็เป็นคู่ของปีหนึ่ง น้องๆ ดูจะเกร็งๆ และกังวลกันนิดหน่อย ผมเข้าใจว่าพวกเขาอาจตื่นเต้น ยิ่งเป็นปีหนึ่งก็คงไม่ค่อยได้ทำอะไรแบบนี้สักเท่าไหร่ ขนาดมารุตเองก็เพิ่งจะได้มาถ่ายแบบเพียงไม่กี่ครั้งเอง แต่ต้องยอมรับว่ามารุตก็ค่อนข้างจะโปรอยู่ เขานิ่งมาก ดูเหมือนชินกับอะไรแบบนี้แล้วผมเลยไม่ค่อยห่วงเขามาก ผมหมายถึงทุกคนเลยไม่ค่อนห่วงเขาเท่าไหร่ มีที่น่าเป็นห่วงก็คงเป็นปีหนึ่ง แต่ถ้าผ่านเซ็ตนี้ไปได้เซ็ตต่อไปก็จะง่ายขึ้น


“โอเค พักก่อนเดี๋ยวถ่ายรวม”


“คุณรัชช์มาคุยกับพี่ทางนี้หน่อยค่ะ” ผมที่กำลังนั่งคุยกับมารุตอยู่หยุดชะงักเพราะเสียงเรียกของพี่เจนนี่


“ครับ” พอหันไปมองก็เห็นว่าพี่เขากำลังมองมาที่ผมด้วยสายตาแปลกๆ ผมไม่ได้สนใจในจุดนั้นแต่ลุกเดินเข้าไปหาอีกฝายที่เดินนำไปยังอีกมุมหนึ่งของห้องแทน


เราโอเคกับงานวันนี้ไหม? คือพี่ไม่ได้บอกเราก่อนหน้านี้ว่ามีมารุตด้วย ขอโทษทีนะ ผมไม่คิดว่านั่นคือสิ่งที่พี่เจนนี่อยากจะพูดกับผมหรอกนะครับ ผมเห็นพี่เขาแซวผมกับมารุตหลายรอบแล้ว ผมว่าพี่เขาน่าจะรู้ดีว่าผมไม่ได้มีปัญหาอะไรกับมารุต สิ่งที่พี่เขาอยากจะถามจริงๆ น่าจะเป็นเรื่องความสัมพันธ์ของผมกับมารุตมากกว่า


ไม่เป็นไรครับ ผมโอเค ถึงพี่เจนนี่ไม่อกผมล่วงหน้า ผมก็รู้จากเจ้าตัวเขาอยู่แล้ว


ก่อนหน้านี้พี่เห็นข่าวชกต่อยกันของเรากับมารุต พี่เลยกังวลว่าเราจะไม่โอเคที่ต้องทำงานร่วมกัน รุ่นพี่คนสนิทว่าออกมาอย่างกังวลและเป็นห่วง แต่สายตากลับเป็นประกายสื่อถึงความอยากรู้อยากเห็นอะไรสักอย่าง


ตอนนั้นผมกับรุตแค่มีเรื่องผิดใจกันนิดหน่อย แต่ตอนนี้ไม่มีอะไรแล้วครับ แต่ไม่ต้องห่วงหรอก ผมไม่หลุดปากบอกเรื่องของผมกับมารุตให้พี่เขารู้แน่ ถ้าพี่เจนนี่รู้คนก็รู้กันทั้งมหาลัยแหละครับ ผมไม่ได้ปิดบังอะไรแต่ผมแค่อยากเซฟตัวเองก็เท่านั้นเอง


แน่ใจนะคะ?”


แน่ใจครับ ผมตอบกลับพร้อมรอยยิ้มที่คิดว่าจะเอาชนะใจพี่เขาได้เป็นการตบท้าย


โอเค ได้ยินอย่างนี้พี่ก็สบายใจ ไปพักเถอะ


ครับ


ผมแทบจะหลุดขำออกมากับสีหน้าเซ็งๆ ของพี่เจนนี่ ก็พี่เขาอยากรู้มากขนาดนั้นจนต้องเรียกผมไปหลอกถาม แต่สุดท้ายก็ไม่ได้อะไรกลับไปเพราะผมไม่ยอมหลุดปาก จะว่าน่าสงสารก็น่าสงสารนะครับ แต่จะบอกว่าน่าขำมันก็ขำแหละ ใช่ว่าคนภายนอกจะดูไม่ออกถึงความสัมพันธ์ของผมกับมารุต การที่พวกเราไปไหนมาไหนด้วยกันบ่อยๆ มันก็ค่อนข้างจะชัดเจนแล้ว แต่ที่พวกเขาสงสัยกันก็คงเป็นสถานะที่แน่ชัดมากกว่า ผมส่งยิ้มให้พี่เจนนี่เล็กน้อยก่อนจะเดินกลับไปหามารุตที่ยังคงนั่งเล่นโทรศัพท์อยู่ที่เดิม แต่ไม่เหมือนเดิมนิดหน่อยก็ตรงที่มีใครบางคนมานั่งแทนที่ผม


“พี่มารุตนี่เก่งจังเลยนะครับ ขนาดไม่ค่อยได้ถ่ายบ่อยยังทำได้ดีเลย ผมน่ะตื่นเต้นมากจนเกร็งไปหมดเลยครับ” ผมแปลกใจนิดหน่อยที่เห็นข้าวปั้นมานั่งอยู่กับมารุตแบบนี้ เพราะก่อนหน้านี้ผมยังเห็นเขานั่งคุยกับน้องนิ้งอยู่เลย


“แรกๆ ก็แบบนี้ ทำๆ ไปเดี๋ยวก็ชิน” คนถูกชวนคุยตอบออกไปทั้งที่สายตายังคงโฟกัสอยู่ที่หน้าจอโทรศัพท์มือถือของผมอย่างตั้งอกตั้งใจ เดิมทีโทรศัพท์ผมไม่มีอะไรหรอก แต่ตอนนี้ก็เต็มไปด้วยเกมของมารุตทั้งนั้น มันเป็นข้ออ้างของคนที่อยากจะเช็คโทรศัพท์คนอื่นครับ ทำเป็นเอาโทรศัพท์ผมไปเล่นเกม แต่ความจริงคือเข้าไปบล็อกแชทของคนที่ทักมาจีบผม


“จริงเหรอครับ? ผมอิจฉาพี่จัง ตัวก็สูงแถมยังหล่ออีก ดูตัวผมสิ เล็กนิดเดียวเอง” ข้าวปั้นยังไม่ละความพยายามในการชวนมารุตคุย ส่วนผมก็ยืนมองอยู่ห่างๆ อยากรู้เหมือนกันว่ามารุตจะมีปฏิกิริยายังไง  ก็ข้าวปั้นน่ะคล้ายกับไอริสมากๆ เลยนี่นา ได้ยินมาจากคุณกลางว่าสเปคของมารุตคือตัวเล็กตาโตผิวขาวหน้าหวานขี้อ้อน ง่ายๆ เลยก็คือไอริสตรงสเปคมารุตสุดๆ แล้ว และตอนนี้ก็มีคนที่ตรงกับสเปคของมารุตอีกคนมานั่งอยู่ข้างๆ เขา


“ก็กินข้าวออกกำลังกายสิ” มารุตยังคงให้ความสนใจกับโทรศัพท์ของผมไม่เลิก เดาเอาว่าน่าจะเล่นเกมอยู่ ยังดีที่เขายังไม่อารมณ์เสีย ปกติเวลาเล่นเกมชอบหัวร้อน ผมไม่ไปยุ่งกับเขาเลยนะเวลาเขาเล่นเกมน่ะ กลัวโดนเหวี่ยงใส่ ถึงแม้ว่ามารุตจะไม่เคยเหวี่ยงใส่ผมเพราะหัวร้อนจากการเล่นเกมก็เถอะ แต่เพื่อนเขาน่ะเจอกันบ่อยจนเป็นเรื่องปกติเลย


“ผมไม่ชอบออกกำลังกาย”


“อืม” เหมือนว่าคนตัวสูงจะเริ่มหงุดหงิดนิดๆ แล้วนะครับ


“เอ่อ...”


“รุต” ผมรีบก้าวเท้าเดินออกจากมุมที่ยืนอยู่เข้าไปหามารุตเมื่อเห็นว่าข้าวปั้นยังคงพยายามที่จะหาเรื่องมาชวนมารุตคุยไม่หยุด ถ้าไม่เข้าไปขัดข้าวปั้นอาจจะแย่เพราะมารุตเริ่มจะไม่พอใจแล้ว เด็กนี่ก็เอาใจยากครับ เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย อารมณ์ล้านแปด ผมยังตามอารมณ์เขาไม่ทันเลย ดีไม่ดีข้าวปั้นอาจโดนมารุตเหวี่ยงกลับก็ได้


“คุณ” พอได้ยินเสียงผมใบหน้าหล่อก็เงยขึ้นมายิ้มรับเสียงเรียกทันที แถมยังกดปิดหน้าจอโทรศัพท์เรียบร้อย


“หิวน้ำ” ผมเหลือบตามองคนตัวเล็กที่นั่งหน้างออยู่ข้างๆ มารุตแวบหนึ่งก่อนจะหันไปอ้อนคนตัวสูงที่กระเด้งตัวลุกขึ้นมาหาผมอย่างรวดเร็ว


“เดี๋ยวผมไปเอาให้” เขาว่าแล้วทำท่าจะเดินไปหยิบน้ำเปล่าที่ทางสตาฟเตรียมเอาไว้ให้


“ไม่เอา” แต่ผมก็เอ่ยขัดขึ้นเสียก่อน


“ครับ?” เขาหันมาทำสีหน้างงๆ ใส่ผม


“บลูฮาวาย” ผมตอบออกไปอย่างไม่ต้องเสียเวลาคิดนาน จู่ๆ ก็รู้สึกอยากกินน้ำหวานๆ เย็นๆ ขึ้นมาอาจเป็นเพราะช่วงนี้อากาศมันร้อนก็ได้ล่ะมั้งครับ


“ฮ่าๆ ครับ ไปด้วยกันไหม?” มารุตที่ได้ยินอย่างนั้นก็หลุดเสียงหัวเราะออกมา


“ไป”


“โอเค เดี๋ยวไปบอกพี่เจนนี่ก่อนเนอะ”


“อื้อ” จริงๆ ผมก็ไม่ได้อยากกินน้ำหวานมากมายถึงขนาดต้องดิ้นรนออกไปซื้อ แต่แค่อยากชวนมารุตออกไปข้างนอกด้วยกันเฉยๆ


“พี่เจนนี่ครับ ผมกับรัชช์จะไปคอฟฟี่ช็อปนะครับ” มารุตพาผมเดินเข้าไปหาพี่เจนนี่ที่ยืนคุยกับพวกสตาฟอยู่


“น้องมารุตคะ ถึงน้องจะหล่อมาก แต่ถ้ามายุ่งกับสามีพี่ พี่ก็ไม่ยอมนะคะ” พี่เจนนี่หันมามองมารุตตาขวางอย่างเอาเรื่องจนคนถูกมองได้แต่ยิ้มแหยๆ


“มึงรีบๆ ไปเถอะ อย่าไปสนใจมันเลย” พี่โอบกอดที่นั่งอยู่ไม่ไกลเอ่ยบอกกับพวกเราปัดความรำคาญ


“ใครจะฝากซื้ออะไรไหมครับ?” ผมหันไปถามเพื่อนร่วมงานคนอื่นๆ


“เราขอชามะนาวนะ”


“หนูขอชานมค่ะ”


“กูกับอุ้มเอาสตอเบอร์รี่ปั่น”


“แดกเหี้ยไรไม่เข้ากับหน้าเลย” พี่เจนนี่หันไปแขวะสองแฝดคนดัง


“เสือก!/เสือก!” แล้วก็ได้รับคำด่ากลับมาอย่างพร้อมเพรียง


“พี่ฝากซื้อน้ำเปล่ามาสักสิบขวดนะ เดี๋ยวมาเอาเงินที่พี่” พี่วีวี่ที่ติดคุยงานอยู่ตะโกนมาจากอีกฝั่งของห้อง


“ครับ มีใครเอาอะไรอีกไหม?”


“เอ่อ ผมขอไปด้วยได้ไหมครับ? คือผมอยากกินขนม แต่ไม่รู้จะกินอะไร เลยอยากไปเลือกเอง” เสียงเล็กที่เอ่ยแทรกขึ้นมาทำให้ผมชะงักหันไปมอง


“ครับ” ผมชั่งใจอยู่แปบหนึ่งก่อนจะพยักหน้ารับแล้วเดินนำออกมาโดยมีร่างสูงใหญ่ของมารุตเดินขนาบข้างและมีข้าวปั้นเดินรั้งท้าย ผมไม่ได้หันไปมองรุ่นน้องตัวเล็กที่เดินอยู่ข้างหลังเพราะในหัวกำลังคิดอะไรบางอย่างอยู่ พอเดินมาถึงรถผมก็หยิบเอากุญแจรถส่งให้มารุตอย่างเช่นทุกที


“นี่รถพี่มารุตเหรอครับ?” ข้าวปั้นที่เข้ามานั่งในรถได้แล้วก็ร้องถามขึ้นอย่างสนใจ


“เปล่า รถรัชช์” คนข้างตัวผมเอ่ยตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง


“เหรอครับ รถสวยดีนะครับ” พอได้ยินคำตอบของมารุต ข้าวปั้นก็มีท่าทีที่เปลี่ยนไป


“รุตเป็นคนเลือกน่ะ” Audi A8 เป็นรถคันใหม่ที่ผมเพิ่งได้มา คันนี้คุณกลางเป็นคนให้มาครับ แต่จริงๆ แล้วเป็นรถจากโชว์รูมของพี่มาวิน คุณกลางมาบ่นผมเรื่องใช้รถเก่าอยากให้ผมได้รถใหม่ๆ แพงๆ ใช้บ้างเลยให้ผมเลือกมาหนึ่งคัน ตอนนั้นผมไม่รู้ว่าจะเอารุ่นไหนดีเลยให้มารุตเลือกให้สุดท้ายก็ได้คันนี้มานี่แหละ


“เอ่อ...”


“รู้หรือเปล่าว่าวันก่อนเร็กซ์ไปที่สนาม?” ข้าวปั้นที่เกิดอาการเดดแอร์ไปก็ถูกมารุตพูดขัดขึ้นมา แต่หัวข้อบทสนทนาที่อีกฝ่ายหยิบยกมานั้นทำให้ผมสนใจเป็นอย่างมาก


“ไปอีกแล้วเหรอ?”


ผมเพิ่งมารู้เมื่อไม่นานมานี้ว่าพี่มาวินเป็นเจ้าของสนามแข่งรถที่ผมเคยไปบ่อยๆ ตอนม.ปลาย และในตอนนี้พี่ชายกับพี่รหัสของผมก็คบกันแล้วเรียบร้อย พี่มาวินไม่ได้หวงคุณกลางถึงขนาดไม่ให้ไปสนามแข่งแต่เพราะครั้งล่าสุดที่ไปคราวก่อนคุณกลางลงแข่งรถแล้วเกิดอุบัติเหตุถึงจะไม่หนักมากแต่ก็ทำเอาพี่มาวินหัวเสียไปหลายวัน หลังจากนั้นคุณกลางก็ถูกห้ามไม่ให้ลงแข่งอีกเลย ผมก็นึกว่าพี่ชายผมจะเชื่อฟังแฟนของตัวเองเสียอีก แต่ที่ไหนได้ ดื้อไม่เปลี่ยนเลย


“อือ ชนะด้วยนะ” เคยแพ้ใครที่ไหน มีแต่ครั้งนั้นแหละที่พลาดเองจนหลุดโค้งลงไปนอนวัดกับพื้นถนน


“แล้วพี่มาวินรู้หรือเปล่า?” ถ้ารู้นี่มีบ้านแตกแน่


“รู้ แต่มารู้ทีหลัง โดนโกรธไปตามระเบียบ”


“สมน้ำหน้า”


“ร้าย”


“ก็จริงนี่ พี่มาวินใจดีจะตาย คุณกลางยังดื้ออีก โดนโกรธบ้างก็สมควรแล้ว” ผมเห็นพี่มาวินตามใจคุณกลางจะตาย อยากได้อะไรอยากทำอะไรเคยโดนขัดใจที่ไหน แต่เรื่องนี้ที่เป็นความปลอดภัยของตัวเองแท้ๆ กลับไม่ห่วงตัวเองเลย


“แต่พี่มาวินเขาเอาอยู่จริงนะ”


“อื้อ เหมาะกันมาก” ดื้อๆ อย่างคุณกลางต้องเจอคนเด็ดขาดแบบพี่มาวินนี่แหละ


คุณเองก็ระวังเถอะ ถ้าผมรู้ว่าแอบไปสนามล่ะก็โดนแน่ ใบหน้าคมหันมามองผมอย่างคาดโทษ


แล้วทำไมผมถึงได้โดนไปด้วยล่ะเนี่ย?


อือ จะไปแบบไม่ให้รู้แน่นอน ผมหันไปฉีกยิ้มกว้างตอบรับอย่างกวนๆ


ให้มันน้อยๆ หน่อยครับคุณ


ลงไปสั่ง ยกมือขึ้นชกไหล่แกร่งเบาๆ เมื่อรถมาจอดที่หน้าร้านแล้วแต่อีกฝ่ายยังคงไม่เลิกแหย่ผม


ครับๆ


ผมเดินเข้ามาในร้านแล้วตรงไปสั่งเมนูที่เคาน์เตอร์ตามที่ทุกคนฝากมา ของผมเองก็เป็นบลูฮาวาย ส่วนมารุตผมสั่งเป็นช็อกโกแลตปั่นให้เขา ไม่อยากให้เขากินพวกกาแฟเยอะมันไม่ดีต่อสุขภาพ


คุณ เงินสดผมไม่พอ ยืมเงินมาจ่ายก่อนเดี๋ยวผมเดินไปกดเงิน มือหนายื่นกระเป๋าเงินของตัวเองมาให้ผมดู ภายในนั้นมีแบงค์ร้อยอยู่เพียงแค่สองใบเท่านั้น


ไม่ต้องไปก็ได้ เอานี่จ่ายไปเลย ผมหยิบแบงค์ห้าร้อยของตัวเองออกมาจากกระเป่าแล้วยื่นให้กับพนักงานไป


ไม่เป็นไร รอแปบนะ เดี๋ยวมา


อือ มารุตรีบวิ่งออกจากร้านไปกดเงินตรงข้างร้านสะดวกซื้อที่อยู่ไม่ไกลเท่าไหร่นัก ผมรับใบเสร็จมาแล้วเดินมานั่งโต๊ะที่ว่างเพื่อรอของที่สั่งไป ข้าวปั้นที่ไม่มีบทบาทมาสักพักแล้วก็เดินมานั่งฝั่งตรงข้ามกับผมโดยที่เจ้าตัวไม่ได้สั่งอะไรเลยนอกจากน้ำส้มปั่นเพียงแก้วเดียว


ไหนบอกว่าจะมาซื้อขนม?


ดูสนิทกันจังเลยนะครับ


หืม?” ผมละสายตาจากการมองสำรวจรอบๆ ร้านมาสบตากับใครอีกคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม


ก่อนหน้านี้ยังมีข่าวต่อยกันกลางโรงอาหารคณะเกษตรอยู่เลย ไม่รู้ว่าผมคิดไปเองหรือเปล่าว่าจู่ๆ บรรยากาศระหว่างผมกับข้าวปั้นก็เปลี่ยนไป มันดูอึดอัดและไม่เป็นมิตร หมายถึงข้าวปั้นมองผมแบบไม่เป็นมิตรน่ะ ก็พอจะเดาๆ ได้อยู่แหละว่าเพราะอะไรแต่ก็ไม่คิดว่าเด็กคนนี้จะกล้าถึงขนาดนี้


แค่เรื่องเข้าใจผิดนิดหน่อยน่ะ ผมกับมารุตมีเรื่องกันเพียงแค่ครั้งเดียว แค่ครั้งเดียวจริงๆ ที่ถึงขั้นลงไม้ลงมือกันขนาดนั้น มันเกิดจากความเข้าใจผิด ความใจร้อนและความไม่ยอมคนของเราทั้งคู่ ผมคิดว่านั่นเป็นบทเรียนที่เราทั้งคู่ต่างจดจำได้ดี นับจากนั้นก็ไม่เคยมีเหตุการณ์แบบนั้นอีก มากสุดก็ขึ้นเสียงเถียงๆ กัน พออารมณ์เย็นก็มาปรับความเข้าใจกัน


แย่จังเลยนะครับที่ต้องคอยวิ่งตามเขาอยู่แบบนี้ มือเล็กยกขึ้นเท้าคางตัวเองพร้อมมองผมด้วยสายตาที่ท้าทาย


ไม่เป็นไรหรอก ปกติมีแต่คนคอยวิ่งตามเลยไม่รู้ว่าอีกฝ่ายรู้สึกยังไง พอลองเปลี่ยนมาเป็นฝ่ายวิ่งตามเองดูบ้างก็เป็นสีสันของชีวิตดี ผมขยับยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย ตาสบตาอย่างไม่ยอมแพ้ ถ้าอีกฝ่ายจะส่งสารท้ารบมาขนาดนี้แล้วผมคงปล่อยผ่านไปเฉยๆ ไม่ได้


คุณดูไม่กังวลเลยนะครับ ดวงตากลมโตเป็นประกายวาวโรจน์ขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นท่าทางนิ่งเฉยของผม


ก็ไม่มีอะไรให้กังวลนี่ถ้าพูดถึงเรื่องของมารุต ผมมั่นใจว่าผมนอนมาเลยล่ะ


จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่ได้คบกันไม่ใช่เหรอ? ไม่คิดว่าควรจะหยุดตื้อเขาได้แล้วบ้างหรือครับ?”


บางความสัมพันธ์ คนนอกก็ไม่ควรเข้ามายุ่งนะ ผมไม่ได้วิ่งตามมารุต และมารุตก็ไม่ได้วิ่งตามผม เราทั้งคู่ต่างจับมือเดินไปพร้อมกันต่างหาก


นี่!...” ข้าวปั้นที่ถูกผมพูดใส่ไปอย่างนั้นก็มีท่าทางที่ไม่พอใจ มือเล็กๆ นั่นทำท่าจะตบลงที่โต๊ะ


เล็กครับ แต่เพราะเจ้าคนต้นเรื่องเดินเข้ามาขัดเสียก่อนพายุลูกเล็กจงสงบลงทันตา


หืม?” ผมหันไปขานรับมารุตโดยไม่ลืมที่จะเหลือบตามองท่าทีของเด็กตรงหน้าไปด้วย ก็โกรธจนหน้าแดงแต่ทำอะไรไม่ได้แหละครับ


มีร้านอาหารเกาหลีเปิดใหม่ คุณสนใจไหม?” เขาว่าพลางชี้ไปยังตำแหน่งของร้านที่อยู่อีกฝั่งหนึ่งของถนน


สน แต่รุตไม่ชอบอาหารเกาหลีนี่ ผมมองอย่างพิจารณาแล้วก็นึกขึ้นได้ว่าอีกฝ่ายไม่ค่อยชอบกินอาหารเกาหลีสักเท่าไหร่ เห็นเจ้าตัวเขาบอกว่ามันเละๆ แหยะๆ ผมก็เข้าใจนะ คือถ้าคนไม่ชอบนี่ก็จะไม่ชอบเลย


แต่ถ้าคุณอยากไป ผมพาไปได้ ใจดีอีกแล้ว


ไม่เป็นไร เอาไว้ให้คุณกลางพาไปก็ได้ ผมไม่อยากให้มารุตต้องมาฝืนตัวเองแม้มันจะเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ไม่อยากให้เขาตามใจผมมากจนลืมไปว่าตัวเองก็อยากทำในสิ่งที่ตัวเองชอบ จริงอยู่ที่ความชอบบางอย่างเราอาจไม่เหมือนกัน แต่เราก็ไม่จำเป็นต้องบังคับให้อีกฝ่ายมาชอบเหมือนเราหรือทำในสิ่งที่เราชอบแต่เขาไม่ชอบนี่ครับ


ตามใจคุณแล้วกัน ฝ่ามือใหญ่ยกขึ้นมาขยี้หัวของผมเบาๆ อย่างมันเขี้ยว ตกลงใครโตกว่ากันแน่?


เอ่อ ของได้ครบแล้ว รีบกลับกันเถอะครับ เดี๋ยวทุกคนรอนาน มารุตชะงักไปนิดแล้วตวัดตาไปมองข้าวปั้นอย่างไม่พอใจจนคนถูกมองหน้าซีดไปเลย ผมที่เห็นอย่างนั้นเลยต้องยกมือขึ้นแตะแขนแกร่งเอาไว้ให้เขาใจเย็นลง


ถึงมารุตจะดูใจเย็นกับผมมากแต่นั่นก็ไม่ใช่กับคนอื่น มารุตยังเป็นมารุตคนเดิมที่เจอกันในวันแรก เขาหัวร้อนง่ายและขี้หงุดหงิด แน่นอนเลยว่าเขาไม่ไว้หน้าใครแน่ ถ้าจะพูดให้ถูกจริงๆ ก็คือเขาไม่เคยสนใครหน้าไหนอยู่แล้ว


เป็นเด็กที่นิสัยเสียสุดๆ เลยล่ะครับ








----- to be continued -----






ไม่ว่างนะ แต่เห็นคนถามหาตอนพิเศษเลยเอามาลงให้

เราก็คิดถึงคู่นี้เหมือนกัน

อยากเขียนภาค 2 อยากเขียนเรื่องของพี่มาวินกับคุณกลาง

อยากเขียนคู่ของนิลกาฬด้วย

แต่เราไม่ว่างเลย เราติดปิดต้นฉบับอีก(หลาย)เรื่อง เราเรียนใกล้จะจบแล้วด้วย

ตอนนี้วุ่นวายมาก แล้วเราก็ป่วยอยู่ต้องใช้เวลารักษายาวๆ

แต่เราชอบเวลาที่ได้แต่งนิยายนะ ถ้าไหวเมื่อไหร่จะมาลงต่อให้

ฝากเม้นหรือไปติด #จีบคนเถื่อน ด้วยนะ

เราอยากอ่านคอมเม้นเยอะๆ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 298 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

569 ความคิดเห็น

  1. #536 OoNuizqBk (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2562 / 11:51
    ขอภาค2จ้าาาาเป็นกำลังใจให้ไรทจ้า
    #536
    0
  2. #502 ENJOY_EVERYDAY (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2562 / 10:30
    มาจากหลุมไหน กลับไปหลุมนั้นเลยนะข้าวปั้น ที่นี่ไม่ใช่ที่ของเธอย่ะ เค้าผ่านอะไรด้วยกันมาตั้งมากมาย ไม่เหลือที่ว่างให้เธอมาแทรกตรงกลางได้หรอกนะ จำไว้ (อินมาก 55555)
    #502
    0
  3. #488 dang24 (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2562 / 18:00

    ชอบแนวคุณแปลกแหวกแนวดี

    #488
    0
  4. #483 akazegot7 (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2562 / 14:29
    มารุตทำไมละมุนได้ขนาดนี้ อยากมีมารุตเป็นของตัวเองงงง
    #483
    0
  5. #458 primo xxii (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 23 เมษายน 2562 / 16:22
    มารุตไม่น่ารักน้อยลงเลยยยยยย ฮือออออออออรออออนะคะ
    #458
    0
  6. #457 pppndb (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 22 เมษายน 2562 / 15:12
    รอเลยค่ะ นานแค่ไหนก็รอ พูดจริงนะคะ เป็นกำลังใจให้นะคะ สุขภาพแข็งแรงนะคะ ❤️
    #457
    0
  7. #448 shadier (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 20 เมษายน 2562 / 21:00
    เขียนภาค2เลยยย รออ่านนนนน
    #448
    0
  8. #443 เฟยเฟิ่ง (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 20 เมษายน 2562 / 10:19
    รอคร้าาา
    #443
    0
  9. #442 niigv (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 19 เมษายน 2562 / 22:00
    ฮืออออชอบบบบบบ
    #442
    0
  10. #441 Saly_45 (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 19 เมษายน 2562 / 19:06
    โคตรชอบบบบ
    #441
    0
  11. #440 msp_mint (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 19 เมษายน 2562 / 15:22
    ไรท์สู้ๆๆน้าาา คือน่ารักละมุนมากกก
    #440
    0
  12. #439 P A L M M Y (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 19 เมษายน 2562 / 14:20

    น่ารักกกก
    #439
    0
  13. #438 [In_My_DreaM] (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 19 เมษายน 2562 / 13:58

    ทำตัวน่ารักแค่กับคุณเล็กเท่านั้สินะคะ คิคิ คุณเล็กคือข้อยกเว้นทั้งหมดในโลกของมารุต
    #438
    0
  14. #437 My_omyim (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 19 เมษายน 2562 / 10:12
    ชอบบบบบบบ
    #437
    0
  15. #436 BBHPCYKJI (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 19 เมษายน 2562 / 08:01
    สู้ๆนะคะไรท์ เราเป็นกำลังใจให้!!!💓
    #436
    0
  16. #435 Noblesselessa (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 19 เมษายน 2562 / 02:40

    ข้าวปั้น เอ็งมายุ่งไรนักหนากับมารุตห๊ะ!!! ///ไรต์สู้ๆนะ ไม่ต้องเครียดกับเรื่องนิยายมาก รอได้เสมอนะ
    #435
    0
  17. #434 Hyubi (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 19 เมษายน 2562 / 00:44
    พี่นิลจะใครก็ได้นะแต่ห้ามข้าวปั้น555ไม่โอเคค
    #434
    0