จีบคนเถื่อน [YAOI] [สนพ.Lavender By B2S] : Spin-Off

ตอนที่ 31 : THE END

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,870
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 441 ครั้ง
    3 มี.ค. 62






THE END




---------------


“อืม~” ผมส่งเสียงในลำคออย่างขัดใจเมื่อรู้สึกว่ามีบางสิ่งบางอย่างหายไปจากข้างกาย ดวงตาที่ปิดสนิทฝืนลืมขึ้นมองในความมืด กระพริบตาอยู่หลายครั้งเพื่อปรับสายตาให้ชินกับแสงที่มีอยู่น้อยนิดภายในห้องนอน ข้างตัวของผมว่างเปล่าทั้งที่ก่อนหน้านี้มันมีใครอีกคนจับจองอยู่ทั้งคืน กวาดสายตามองทั่วห้องก็ไม่เจอกับร่างโปร่งบางที่คุ้นตา


หายไปไหนของเขานะ?


“เล็ก” ผมลองเอ่ยเรียกออกไปเผื่อว่าอีกฝ่ายจะอยู่ในห้องน้ำหรือแอบไปทำอะไรอยู่ในห้องตู้เสื้อผ้า


“...” ไม่มีเสียงตอบรับกลับมา แสดงว่าไม่ได้อยู่ในห้องนอนแน่ๆ เอื้อมไปหยิบโทรศัพท์มาดูเวลาก็พบว่ามันเพิ่งจะตีห้าเอง แล้วคนดีของผมหายไปในตั้งแต่ฟ้ายังไม่สางล่ะเนี่ย?


“เล็กครับ” ผมตะโกนเรียกอีกครั้งโดยที่ตัวเองก็ยังนอนติดเตียงอยู่ บอกเลยว่านี่ไม่ใช่เวลาที่ผมควรจะตื่น


“...” เงียบ เอาแล้วไง ตอนนี้ผมต้องเลือกแล้วล่ะระหว่างเตียงนอนกับสุดที่รักของผม ใจหนึ่งก็อยากนอนต่อแต่อีกใจก็ร้อนรนที่(ว่าที่)แฟนหายไปตั้งแต่เช้ามืดแบบนี้


“คุณเล็กครับ” ร้องเรียกอีกครั้งให้ดังกว่าครั้งก่อนหน้า คิดว่าถ้ารอบนี้ยังไม่มีเสียงตอบรับกลับมาอีกผมก็จะลุกออกไปหาแล้วนะ


แอ๊ด~


“เสียงดังแต่เช้าเลย” ประตูห้องนอนถูกเปิดออกพร้อมร่างผอมสูงน่ามองเดินเข้ามาอย่างกับภาพสโลโมชั่น แต่เพราะขายาวๆ นั่นเลยทำให้ก้าวเพียงไม่กี่ก้าวก็ประชิดถึงเตียงที่ผมนอนอยู่แล้ว


“หายไปไหนมา?” ผมรีบดึงหน้าตึงถามเสียงแข็งทันที ใจหายหมดนึกว่า(ว่าที่)เมียหนีไปไหน


“เราจะออกไปวิ่ง” พอได้ยินอย่างนั้นผมก็เพิ่งสังเกตเห็นว่าอีกฝ่ายอยู่ในชุดแบบไหน เสื้อยืดสีดำตัวบางกับกางเกงวอร์มสีเดียวกัน เออ All Black Style ไปอีก หล่อฉิบหายเลย


แต่จำไว้ หล่อแค่ไหนก็เป็นเมีย เพราะผัวตัวจริงอยู่นี่!


ทำได้แค่คิดในใจแหละครับ พูดออกไปไม่ได้ เดี๋ยวโดนถีบตกเตียง ไม่เคยจะอ่อนโยนกันหรอก เห็นหน้าใสๆ ท่าทางนิ่งๆ แต่ความจริงคือดุฉิบหาย ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมถึงรอดมาได้ทั้งที่เมื่อก่อนมีเรื่องต่อยตีออกจะบ่อยแท้ๆ  

“ตอนนี้นี่นะ?” ผมคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดเวลาให้เขาดู ตีห้าสิบนาที ฟ้ายังมืดอยู่เลย


“อื้อ วิ่งตอนเช้าไง อากาศดีออก” ก็ถูกของเขาแหละ ใกล้ๆ คอนโดผมมีสวนสาธารณะอยู่ มีคนไปวิ่งทุกเช้าและเย็น แต่รัชช์จะชอบไปวิ่งตอนเช้ามากกว่าเพราะอากาศดีกว่าแถมคนก็ไม่ค่อยเยอะเท่าตอนเย็นด้วย


“ไม่ให้ไป หวง” ว่าแล้วก็ตวัดแขนโอบเอวบางๆ เข้ามากอดเอาไว้แน่น รัชช์ที่ไม่ทันได้ตั้งตัวก็เซมาหาผมทันที


“อีกแล้ว ช่วงนี้เราไม่ได้ออกกำลังกายเลยนะ” มือเรียวยกขึ้นจับที่ไหล่ของผมไว้เป็นหลักยึดกันล้ม เมื่อทรงตัวได้ก็บ่นออกมาเสียงเบา แต่ถึงอย่างนั้นผมก็ได้ยินอยู่ดี


รัชช์เป็นพวกที่ค่อนข้างจะดูแลตัวเองดี ช่วงที่ผ่านมาเจ้าตัวเขาก็บ่นว่าตัวเองเนื้อเหลวเพราะผมชอบชวนไปกินไม่หยุด แต่ก็เพราะผมคิดว่าเขาผอมไปนั่นแหละเลยหาเรื่องพาไปกินบ่อยๆ เวลาจับเวลากอดก็เหมือนตัวบางๆ นั่นจะหักให้ได้ ผมอยากให้ตัวรัชช์มีไขมันบ้าง มันจะได้นุ่มๆ ไง ผ่านไปไม่กี่วันรัชช์ก็มาบอกว่าจะเลิกกินของหวานกับพวกขนมหรืออาหารที่ทำให้อ้วนง่าย แถมยังหนีออกไปวิ่งมาตั้งหลายครั้งแล้ว แต่ผมมันเป็นพวกขี้เกียจไง ตื่นสาย นอนเหมือนซ้อมตาย บางทีก็ไม่รู้หรอกว่าสุดที่รักออกไปวิ่งตอนไหน


“ก็ผมบอกแล้วไงว่าให้มาออกกำลังกายกับผม บนเตียงนี่เรียกเหงื่อดีนะ ลองเปล่า?” แกล้งเลื่อนมือไปลูบๆ จับๆ ตามช่วงเอวกับต้นขาพร้อมส่งสายตาเชิญชวนเต็มที่ ไม่ได้คิดจะทำจริงหรอกแค่แหย่เล่นไปอย่างนั้นเอง เพราะถึงรัชช์จะยอมให้ผมลวนลามแต่ก็ไม่ได้ยอมให้ผมทำถึงขั้นนั้นได้ เอาเข้าจริงจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่ได้คบกันเลย


ไม่ใช่ว่าผมกั๊กไม่ขอรัชช์คบสักที แต่มันเหมือนเราเองก็พอใจกับสถานะในตอนนี้ เรามีความสุขและสนุกที่ได้ใช้ชีวิตด้วยกันเลยไม่ได้ไปโฟกัสเรื่องสถานะมากนัก ไม่คบก็เหมือนคบแหละ ทุกวันนี้ผมแทบจะเอากาวมาทาตัวรัชช์ให้ติดอยู่กับผม อย่างที่เห็นอยู่นี่เราก็อยู่ด้วยกันตลอด ถึงรัชช์จะยังไม่ได้ย้ายมาอยู่กับผมถาวรแต่ก็อยู่กับผมบ่อยกว่าบ้านตัวเองแล้ว ในตู้เสื้อผ้าผมเกือบครึ่งหนึ่งก็มีเสื้อผ้าของรัชช์อยู่


เพี๊ยะ!


“ทะลึ่ง!” ดวงตาคู่สวยถลึงมองผมอย่างเอาเรื่อง มือนุ่มนิ่มที่ผมชอบจับมาหอมบ่อยๆ ก็ฟาดลงมาที่หัวไหล่ผมเต็มแรงอย่างไร้ความปราณี


ดุจริงโว้ย!


“มันเรื่องธรรมชาติน่า” ผมยังคงแกล้งหยอกต่อไม่เลิก ยิ่งได้เห็นหน้าแดงๆ ของคนตรงหน้าแล้วยิ่งได้ใจ รัชช์เวลาเขินน่ะถึงจะตีหน้านิ่งยังไง แต่แก้มขาวๆ ของเขาก็มักจะทรยศขึ้นสีเข้มให้ได้เห็นอยู่ตลอดเลย


น่ารักฉิบหายเลย


“ไม่คุยด้วยแล้ว” เขาพยายามดันตัวเองออกจากอ้อมกอดของผม แต่บอกเลยว่ามันไม่ง่ายขนาดนั้นหรอกนะ


“ไม่ให้ไป” ผมยอมคลายอ้อมกอดออกแล้วเปลี่ยนไปจับที่ข้อมือบางแทน ออกแรงกระตุกเบาๆ คนที่ยังไม่ทันได้ระวังตัวก็เซถลามาใส่ตัวผม คนที่เตี้ยกว่าผมถึง 5 หรือ 6 เซนฯ ลงมานั่งบนตักแกร่งได้อย่างพอดิบพอดีโดยที่ผมแทบไม่ต้องทำอะไรมากเลย


“รุต” ตวัดมองตาดุไม่พอยังมาเรียกเสียงเข้มอีก ถามว่าน่ากลัวไหม ก็ไม่ แต่ก็แอบเกรงใจนิดหน่อย


“ครั้งก่อนคุณไปวิ่งก็มีคนเข้ามาจีบคุณ ไม่ให้ไปแล้วนะ หวงมากๆ เลย” โอบกระชับร่างที่เล็กกว่าเอาไว้แน่น แสร้งทำเนียนซุกหน้าลงไปที่ซอกคอหอม แอบสูดดมกลิ่นที่คุ้นเคยเบาๆ เพื่อเป็นกำไรให้กับตัวเอง แสดงท่าทีงอแงหน่อยๆ เผื่ออีกฝ่ายจะนึกเอ็นดูขึ้นมาบ้าง


เห็นอีกฝ่ายใส่สร้อยคอที่ผมซื้อให้เป็นรางวัลหลังแข่งบาสฯ ชนะติดตัวตลอดเวลาแล้วมันรู้สึกดีจนบอกไม่ถูก หัวใจพองโตเป็นลูกบอลลูนเลย


“ถ้าหวงก็ไปด้วยกันสิ” แอบยิ้มกริ่มเมื่อสัมผัสแผ่วเบาลูบไปมาที่หัว แม้จะดูเหมือนไม่ค่อยสนใจกันแต่จริงๆ แล้วรัชช์ก็แคร์ผมมาก มากพอๆ กับที่ผมแคร์เขา รัชช์ไม่ใช่สายหวาน ไม่ใช่คนที่จะมาอ้อนกันบ่อยๆ แต่เขาก็มีวิธีแสดงความรักในแบบของเขา ซึ่งผมเองก็เหมือนกัน


“ขี้เกียจ” ว่าแล้วก็รัดแขนที่กอดอีกฝ่ายอยู่ให้แน่นขึ้นกว่าเดิม ให้ลุกจากที่นอนตอนตีห้ากว่านี่เป็นอะไรที่ยากมากจริงๆ นะ แล้วรัชช์ไปวิ่งทีก็นาน อย่างครั้งก่อนพอวิ่งเสร็จก็เดินเล่นชมนกชมไม้ต่อไม่ขึ้นห้องมาสักทีจนผมต้องลงไปตามแล้วก็เจอเขาถูกผู้ชายตัวเล็กหน้าหวานที่โบกหน้ามาซะลอยเด่นปากแดงแจ๋เห็นชัดในระดับร้อยเมตรชวนคุยอยู่ เห็นทางฝ่ายนั้นโม้ว่าเป็นรุ่นน้องที่มหาลัย แถมยังเป็นแฟนคลับรัชช์อีกด้วย ผมก็ไม่ได้อะไรนะถ้าอีกฝ่ายไม่ทำเนียนแตะเนื้อต้องตัวรัชช์ไปด้วย ท่าทางก็สะดีดสะดิ้งจนน่าหมั่นไส้ แถมยังมองผมเหยียดๆ เหมือนไม่ชอบขี้หน้าอีก ดีที่รัชช์ขอตัวแยกออกมาก่อน ไม่อย่างนั้นก็เกือบได้เตะคนแล้ว


“มารุตครับ” เสียงทุ้มติดหวานที่ดังอยู่ข้างหูเป็นดั่งสัญญาณเตือนให้กับผม


“โอเค ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าแปบ” ผมผละใบหน้าออกจากซอกคอขาวอย่างเสียดาย แต่ก็ต้องยอมรับว่าผมแพ้เวลาที่รัชช์เรียกผมแบบนั้น แน่นอนว่าเขารู้ดีว่าผมน่ะมีจุดอ่อนตรงไหนบ้าง โคตรไม่ยุติธรรมเลย


“คนเก่ง”


จุ๊บ!


คำชมสั้นๆ มาพร้อมกับสัมผัสหนักๆ ที่ประทับลงมาตรงมุมปากไวๆ ก่อนจะหายไปพร้อมร่างนุ่มนิ่มที่ลุกขึ้นไปยืนอยู่ข้างเตียงนอน ทิ้งให้ผมนั่งค้างอยู่กับที่ สมองลอยไปกลางอากาศเพราะถูกแอคแทคอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว


“คุณ!” กว่าจะตั้งสติได้ก็กินเวลาไปเกือบสิบวิฯ


“อย่ามัวแต่เขิน เดี๋ยวสายนะ” คนสร้างเรื่องก็ใช่ว่าจะสำนึก ไม่ได้รู้สึกรู้สาอะไรกับอาการเขินอายประหนึ่งหญิงสาววัยแรกแย้มกำลังมีความรักของผมเลย


“ฝากไว้ก่อนเถอะ ตัวช้ำแน่” ผมขู่ทิ้งท้ายไว้อย่างไม่ยอมแพ้ คอยดูเถอะผมจะเอาคืนให้คุ้มเลย


“กลัวที่ไหน” คิ้วเรียวได้รูปเลิกขึ้นสูงอย่างกวนประสาท มุมปากบางกระตุกยิ้มน้อยๆ เพิ่มความร้ายกาจเข้าไปด้วย จากใบหน้าซื่อๆ ที่มีเพียงความหล่อใสในลุคคุณชายตอนนี้กลายเป็นพวกแบดบอยไปแล้ว


แต่ขอโทษนะ หล่อแล้วไง ก็เป็นเมียอยู่ดีนั่นแหละ! จำไว้!

 







“อากาศดีจัง” เสียงทุ้มนุ่มที่ฟังสบายหู ไม่ว่าจะฟังกี่ครั้งก็ไม่เคยรู้สึกเบื่อดังขึ้นอยู่ข้างๆ ผมหันมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของรัชช์แล้วก็เผลอใจเต้นแรงออกมา


ผมไม่รู้ว่าอะไรที่ทำให้ผมหลงรักผู้ชายคนนี้ได้มากขนาดนี้ จากความไม่ชอบกลายมาเป็นรู้สึกดี แล้วก็ขยับขึ้นไปเรื่อยๆ จนก้าวเข้าใกล้คำว่ารัก ทั้งที่เราต่างก็ดูเหมือนว่าจะเข้ากันไม่ได้ ผมไม่ใช่คนในแบบที่รัชช์ชอบและรัชช์ก็ไม่ใช่คนในแบบที่ผมสนใจ แต่ตอนนี้เรากลับสามารถยืนเคียงข้างกันได้ แม้จะมีเรื่องที่ไม่เข้าใจกันบ้าง หรือแตกต่างกันเกินไป แต่เราต่างก็ซึมซับตัวตนของอีกฝ่ายเข้ามาในชีวิต ทำความเข้าใจและปรับตัวเข้าหากัน ในตอนแรกผมคิดว่าเรื่องของเรามันน่าจะเป็นไปได้ยาก แต่เอาเข้าจริงมันก็ไม่ได้ยากเย็นอะไร อาจเป็นเพราะเราต่างก็ไม่ได้เข้าหากันในแบบที่เอาส่วนดีให้อีกฝ่ายได้เห็น แต่กลับเป็นด้านที่ติดจะแย่นิดๆ มันเลยทำให้เราเห็นด้านที่ไม่ดีของกันและกันมาแล้ว ตอนนี้ก็มีแต่ด้านดีๆ ที่แสดงออกมาให้กันเท่านั้น ถึงรัชช์จะไม่เคยพูดหรือขอให้ผมปรับเปลี่ยนตัวเอง แต่ผมก็รู้ดีว่าถ้าเราจะคบกันผมต้องดีมากกว่านี้ ต้องเป็นคนที่เหมาะสมกับรัชช์ และไม่ให้ใครมาว่ารัชช์ได้


จะไม่ยอมให้ใครมาพูดว่าเจ้าชายไม่สมควรมาอยู่กับคนเถื่อนอีกแล้ว


เพราะคนเถื่อนคนนี้นี่แหละที่จะดูแลเจ้าชายให้ดีที่สุดเอง


“วันนี้จะไปไหนไหม?” กำลังลอบมองอีกฝ่ายเพลินๆ ก็ต้องสะดุ้งเมื่อใบหน้าหล่อติดหวานหันมามองด้วยความแปลกใจคล้ายกับรู้ตัวว่าถูกจ้องมองอยู่ ผมเลยต้องรีบหาเรื่องชวนคุยออกไปเพื่อกลบเกลื่อนอาการเก้อเขินที่ถูกจับได้


น่าอายชะมัด


“เหมือนของใช้ในห้องจะใกล้หมดแล้วนะ” คนถูกถามทำหน้านึกอยู่พักหนึ่งก่อนจะพยักหน้าเออออกับตัวเองออกมาเหมือนคุยกับแม่ซื้อ


“ถ้าอย่างนั้นสักเที่ยงๆ ไปห้างกัน ไปหาอะไรกินที่นั่นทีเดียว” ยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดูเวลาแล้วก็กะเวลาให้พอดีกับการหามื้อเที่ยงกินด้วย แต่มื้อเช้านี่คงตรงเดินไปหน้าปากซอยเพื่อหาอะไรกินไปก่อน


“อื้อ


ข้อดีของรัชช์อีกอย่างคือเป็นคนง่ายๆ ไม่เรื่องมาก อยู่ง่ายกินง่ายเลี้ยงง่าย วันไหนอารมณ์ดีก็จะเข้ามาคลอเคลีย แต่ถ้าวันไหนอารมณ์ไม่ดีก็จะเมินหนี ผมต้องคอยสังเกตอารมณ์ของรัชช์อยู่ตลอด เพราะรัชช์ค่อนข้างเก็บอารมณ์เก่ง บางทีต้องหาเรื่องกระตุ้นให้ยอมพูดออกมาไม่อย่างนั้นก็เงียบทั้งวันแหละ ข้อเสียของการที่รัชช์มีความเป็นผู้ใหญ่มากเกินไปทำให้เขามักจะไม่แสดงออกว่าคิดหรือรู้สึกยังไง บางทีเครียดเรื่องเรียนเรื่องงานก็ไม่ยอมบอกยอมเล่า เก็บไว้คนเดียว ผมก็โคตรเป็นห่วงเลย แต่พอได้พูดคุยกันก็เข้าใจกันมากขึ้น เอาเข้าจริงเราต่างก็ยังต้องเรียนรู้กันอีกเยอะ

 







11.49 นาฬิกา


“ตื่นได้แล้วเจ้าเด็กโข่ง” เสียงร้องเรียกมาพร้อมแรงเขย่าเบาๆ ที่ต้นแขน


“อือ~ ง่วง” ผมพลิกตัวหนีเอาหน้าซุกหมอนแล้วดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมโปงเพื่อหลบหนีจากการถูกปลุกให้ตื่นโดยสุดที่รักของผมเอง


“ลุกเลย จะเที่ยงแล้ว” รัชช์ไม่ยอมให้ผมได้นอนต่อง่ายๆ ผ้าห่มผืนหนาถูกยื้อแย่งออกไปจากตัวของผมได้สำเร็จ


“อยากนอนจังเลยครับ” ผมกระพริบตาถี่ๆ เพื่อไล่ความง่วงงุนออกไป หลังจากที่กินมื้อเช้าที่ร้านโจ๊กตรงหน้าปากซอยเรียบร้อยเราก็พากันกลับมาที่ห้อง อาบน้ำอาบท่าแล้วก็พักผ่อนตามประสาวันหยุดสุดสัปดาห์ แน่นอนว่าขึ้นชื่อว่าวันหยุดก็ต้องนอนใช่ไหม? ครับ ผมหลับไปอีกรอบเพราะเพลีย ตื่นก็เช้าแถมยังเหนื่อยจากการวิ่งอีก หลับเป็นตายเลย ถ้ารัชช์ไม่เข้ามาปลุกก็น่าจะตื่นอีกทีตอนเย็นนู่น


“ไม่งอแงนะครับ ต้องกินข้าวเที่ยงนะเดี๋ยวปวดท้อง” ฝ่ามืออุ่นเลื่อนมาลูบที่ข้างแก้มของผมอย่างเบามือก่อนจะขยับไปปัดผมที่ตกลงมาปรกหน้าของผมออก


“หอมจัง” ผมใช้โอกาสนี้คว้าเอามือนิ่มมากดจูบสลับกับหอมเบาๆ ที่หลังมือไปด้วย มือรัชช์นี่โคตรมือลูกคุณหนู มันนุ่มนิ่มมาก แถมแฮนด์ครีมที่รัชช์ใช้มันก็หอมสุดๆ รัชช์เคยเอาแฮนด์ครีมตัวเดียวกันมาทาให้ผม แต่ผมกลับรู้สึกว่ามันไม่หอมเท่าตอนอยู่บนมือของรัชช์เลย


“ลุกเร็วๆ เลย ไม่อยากได้รองเท้าแล้วเหรอ?” เขาว่าเสียงเข้ม พยายามตีหน้าดุให้ดูน่ากลัว แต่รัชช์ไม่เคยน่ากลัวในสายตาผมเลยสักครั้งเดียว


รัชช์น่ะ นอกจากน่ารักก็น่าขย้ำเท่านั้นแหละ


“ยอมให้ซื้อแล้วเหรอ!?” ผมกระเด้งตัวขึ้นมานั่งด้วยความตื่นเต้นปนดีใจ


เมื่ออาทิตย์ก่อนมีรองเท้าผ้าใบรุ่นใหม่ออกมา เป็นรุ่นที่ผมอยากได้มากๆ แต่รัชช์ไม่ยอมให้ซื้อเพราะก่อนหน้านั้นผมใช้เงินเกินงบไป อย่าเพิ่งเข้าใจผิดว่ารัชช์เข้ามาวุ่นวายเรื่องการใช้เงินของผม แต่ก่อนหน้านี้เราเคยคุยกันว่าถ้าจะอยู่ด้วยกันอย่างจริงจังเราก็ต้องมีข้อตกลงร่วมกัน หนึ่งในนั้นคือเรื่องการใช้เงิน เราจะมาใช้เงินฟุ่มเฟือยเหมือนเมื่อก่อนไม่ได้ เพราะเราต่างก็ใช้เงินของครอบครัวกันอยู่ การมาอยู่ด้วยกันมันก็มีจุดที่ต้องช่วยเหลือกัน ทุกอย่างจะคูณสองไปหมด ถึงเราจะมีเงินของตัวเองที่ได้มาจากครอบครัวแต่มันก็ละอายแก่ใจหากจะเอามาใช้จ่ายแบบไม่คิด


พวกเราอยู่ในวัยที่ต้องเริ่มช่วยเหลือตัวเองกันแล้ว อาจจะไม่ถึงขั้นต้องออกไปทำงานพิเศษแต่ขอแค่ให้รู้จักคุณค่าของเงินก็พอ อันนี้คนดีของผมบอกมา ผมก็รับฟังและยินดีที่จะทำตาม เรามีเงินกองกลางไว้ใช้จ่ายค่าน้ำค่าไฟรวมไปถึงพวกของใช้และของกินด้วย นอกจากนี้ก็จะมีเงินของใครของมันที่สามารถใช้จ่ายได้ตามอัธยาศัย แต่จะอยู่ในวงเงินที่จำกัดเผื่อเหตุฉุกเฉินเงินกองกลางไม่พอใช้ ความจริงเราขอที่บ้านเพิ่มก็ได้ แต่พอมาคิดอีกที มันเหมือนเป็นการฝึกความรับผิดชอบของตัวเราเอง รับผิดชอบทั้งตัวเองและคนที่อยู่ด้วยกัน


เรื่องเงินกองกลางไม่น่าห่วงเพราะรัชช์บริหารจัดการได้ดี แต่ที่น่าห่วงก็เงินผมนี่แหละ ล่าสุดเพิ่งทุ่มไปกับการทำรถจนเต็มวงเงินที่ตกลงกันไว้ พอจะซื้อรองเท้าก็เลยถูกเบรคเอาไว้ แต่ตอนนี้ผมกำลังตื่นเต้นกับสิ่งที่รัชช์เพิ่งพูดไป


“ถ้าทำตัวดีก็จะยอมให้ซื้อนะ” ใบหน้าหล่อพยักหน้าเบาๆ


ฟอด!


“จะเป็นเด็กดีที่หนึ่งของคุณเล็กเลย” โถมตัวเข้าไปกอดอีกฝ่ายเอาไว้แน่นก่อนจะยื่นหน้าไปหอมแก้มนิ่มฟอดใหญ่แรงๆ ด้วยความดีใจ


ใจดีที่หนึ่งเลยคุณเล็กของผมน่ะ


“เด็กโข่งล่ะสิ ไปล้างหน้าไป”


“ครับ~” โดนหยิกแก้มไปทีแต่บอกเลยว่าไม่โกรธ เพราะตอนนี้อารมณ์ดีมาก

 







หลังจบจากมื้อเที่ยงที่เป็นอาหารญี่ปุ่นร้านดังแล้วเราก็พากันมาเดินดูพวกของใช้กันต่อ ก็เป็นพวกของใช้ทั่วไป ยาสีฟัน แชมพู ครีมอาบน้ำอะไรพวกนี้ อ้อ แล้วเดี๋ยวก็จะซื้อพวกของสดไปใส่ตู้เย็นด้วย ในส่วนตรงนี้เราจะใช้เงินกองกลางจ่ายทั้งหมด จะซื้ออะไรแต่ละอย่างรัชช์ก็จะคิดคำนวณราคาเอาไว้คร่าวๆ ถ้าเงินจากเดือนนี้เหลือก็จะเก็บรวมกับของเดือนก่อน เก็บเอาไว้เผื่อเหตุจำเป็นในอนาคต หรือถ้าเงินขาดก็จะเอาเงินที่เหลือจากเดือนก่อนมาใช้จ่าย


“พวกแชมพูกับครีมอาบน้ำนี่ใช้กลิ่นเดิมไหม?” สุดที่รักของผมเอ่ยถามทั้งที่สายตายังคงจับจ้องอยู่บนชั้นโชว์สินค้า พวกเครื่องอาบน้ำผมจะใช้เป็นแบรนด์เฉพาะแล้วก็เป็นกลิ่นเดิมตลอดซึ่งบังเอิญที่รัชช์ก็ใช้แบรนด์เดียวกันกลิ่นเดียวกัน เวลามาซื้อของก็ง่ายต่อการเลือกซื้อมากๆ


“อื้อ” จากที่ชอบอยู่แล้วผมก็ยิ่งชอบข้าไปใหญ่ ประทับใจกับสินค้าแบรนด์นี้ตรงที่กลิ่นมันค่อนข้างจะติดผิว เวลารัชช์อาบน้ำเสร็จใหม่ๆ ผมชอบเข้าไปอยู่ใกล้ๆ เขา ยิ่งหลังจากที่เขาทาพวกครีมทาผิวต่างๆ แล้วผมยิ่งติดเขาแจเลย


โคตรหอม


“ครบหรือยัง?”


“น่าจะครบแล้วนะ”


“เย็นนี้กินอะไรดี?” จบจากพวกของใช้ก็เปลี่ยนเป้าหมายไปทางของกินต่อ ชีวิตก็จะวนๆ กันอยูุ่กับเรื่องกินนี่แหละ เพราะเรื่องกินเป็นเรื่องใหญ่ในชีวิต


“ปัญหาโลกแตกมากๆ” ผมกลอกตาไปมาอย่างเบื่อหน่าย คิดว่าทุกคนน่าจะต้องเคยพบเจอกับปัญหานี้กันทั้งนั้นไม่ว่าจะคนโสดหรือคนมีคู่ก็ตาม


“นั่นสิ” คนข้างตัวผมว่าอย่างไม่จริงจัง ถึงจะกินง่ายอยู่ง่ายแต่บางทีมันก็เบื่ออาหารเหมือนกันนะครับ ทำไมคนเราต้องมานั่งคิดเมนูอาหารที่จะกินทุกวัน วันละสามเวลาด้วย


“มีร้านก๋วยเตี๋ยวเป็ดเปิดใหม่แถวคอนโดไปลองกินกันไหม?” ผมลองเสนอความคิดเห็นออกไปหลังจากที่ใช้เวลาคิดอยู่พักใหญ่ จำได้ว่าใกล้ๆ คอนโดเพิ่งมีร้านก๋วยเตี๋ยวเป็ดร้านใหญ่มาเปิดใหม่ แต่ดูจากร้านแล้วน่าจะแพงอยู่พอสมควร


“ก็ได้นะ” บอกแล้วว่าคนดีของผมกินง่ายไม่เรื่องมาก อะไรก็ได้ขอแค่ไม่เผ็ดก็พอ


“เล็กครับ” ผมเอ่ยเรียกคนที่กำลังเพลิดเพลินอยู่กับการเดินดูพวกของสดไว้ไปตุนใส่ตู้เย็น จะว่าไป ผมกับรัชช์นี่ไม่ต่างจากคู่สามีภรรยาที่เพิ่งแต่งงานใหม่เลยว่ะ รัชช์ดูแลและจัดการเรื่องภายในบ้านได้ดีหมดทุกอย่าง ไม่เหมือนลูกคุณหนูที่ถูกคนทั้งบ้านโอ๋เลย มีความเป็นคุณภรรยาที่ดีสุดๆ ไปเลย ปลื้มว่ะ


“ครับ” อีกฝ่ายหันมาขานรับด้วยรอยยิ้มหวาน


“ครับอีกแล้ว” ผมบ่นพึมพำกับตัวเองเบาๆ เมื่อได้ยินเสียงขานรับนั้น ผมแพ้คำว่าครับของรัชช์ แพ้รอยยิ้มหวานๆ นั่นด้วย แพ้มากๆ แพ้ทุกอย่างที่เป็นรัชช์เลยว่ะ


“เขินเหรอ? อ่อน” คิ้วเรียวเลิกขึ้นสูงอย่างหยอกล้อก่อนจะตบท้ายด้วยการกระตุกยิ้มที่มุมปากกวนๆ หนึ่งที แถมยังมาทำลอยหน้าลอยตาใส่อีก


“เดี๋ยวเถอะ” น่ามันเขี้ยวจนอยากจับมาฟัดแรงๆ ให้ร้องไม่ออก กวนเก่งดีนัก


“เรียกทำไม?” คนดีของผมหลุดหัวเราะจนตาหยีก่อนจะพาผมกลับเข้าประเด็นก่อนหน้านี้


“บลูเบอร์รี่ชีสเค้ก...” ผมอึกอักเล็กน้อยกับการที่จะพูดถึงสิ่งที่ตัวเองคิดมาตลอด หลายคนน่าจะจำได้ว่าผมชอบบลูเบอร์รี่ชีสเค้ก และรัชช์เองก็เคยทำมาให้ผม แต่ตอนนั้นผมมันผีบ้าพาลใส่เขาจนทำให้เค้กที่เขาทำมาให้มันเละเทะจนกินไม่ได้ พูดแล้วก็รู้สึกผิดไม่หาย ยิ่งคนดีของผมบอกว่าไม่เป็นไรผมก็ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองแม่งโคตรแย่


“อยากกินเหรอ? ร้านเค้กข้างล่างน่าจะมีนะ” รัชช์มองผมงงๆ ท่าทางอ้ำๆ อึ้งๆ ของผมทำให้เขาตีความไปว่าผมอยากกินเค้ก ซึ่งก็ใช่ ผมอยากกินบลูเบอร์รี่ชีสเค้กจริงๆ แต่ไม่ใช่จากร้านในห้างนี้


“ทำให้กินหน่อย” ผมอ้อมแอ้มตอบกลับไปไม่เต็มเสียงนัก มันเขินแปลกๆ ที่มาขอให้อีกฝ่ายทำอะไรแบบนี้ให้ จะว่าไงดีล่ะ ก็ตั้งแต่ที่รัชช์ทำเค้กมาให้ครั้งนั้นมันเป็นครั้งแรกและครั้งเดียวที่เขาทำให้ หลังจากนั้นก็ไม่มีอะไรแบบนี้อีกเลย


“หืม?” อีกฝ่ายขานรับด้วยหน้าตามึนๆ


“อยากให้คุณทำให้กิน ได้ไหม?บอกตามตรงว่าผมอยากกินเค้กฝีมือรัชช์ แล้วก็อยากอ้อนเขาด้วย


“อะ อืม เดี๋ยวเดินไปดูวัตถุดิบกัน” รัชช์ชะงักไปนิดแต่ก็ยอมพยักหน้ารับอย่างตามใจ ใบหน้าเนียนหันหนีไปอีกทางหนึ่งไม่ยอมสบตากันตรงๆ เพื่อหลบซ่อนอาการเขินอายและผิวแก้มแดงๆ ของตัวเอง แต่ผมก็ตาไวพอที่จะเห็นภาพเหล่านั้นอยู่ดี น่ารักจังโว้ย!


“ครับ!” แมนๆ อ้อน(ว่าที่)เมียน่ะ รู้จักเปล่า?







 

หลังจากที่ซื้อข้าวของต่างๆ ตามที่ต้องการได้ครบแล้วเราก็เตรียมที่จะกลับคอนโดกัน แต่ก่อนกลับรัชช์ก็ไม่ลืมทำตามสัญญาที่ให้ไว้ จำได้ไหมว่าก่อนออกมาเขาบอกกับผมว่าเขาจะยอมให้ผมซื้อรองเท้าที่ผมอยากได้น่ะ


ตกลงจะเอาสีไหน?” และตอนนี้เราก็อยู่ในร้านรองเท้าแบรนด์ดังที่ผมหมายตาเอาไว้


ชอบสองสีเลยทำไงดี?” มองรองเท้าตรงหน้าอย่างลำบากใจ รุ่นนี้ออกมาสามสี ขาว ดำ เทา แต่ที่ผมชอบมีอยู่สองสีคือดำกับเทา ใจนี่อยากซื้อมันทั้งสองคู่ แต่ถ้าทำอย่างนั้นต้องโดนสวดแน่


เลือกสักสีรุต นั่นไง พูดยังไม่ทันขาดคำ คนดีของผมก็บอกเป็นนัยแล้วว่าให้ซื้อได้แค่คู่เดียว


อืม...เดี๋ยวนะ ผมพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ แต่แล้วก็ต้องหยุดคิดเมื่อผมนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้


มีอะไร?” รัชช์หันมามองผมด้วยความสงสัย


ผมใช้เงินของเดือนนี้ไปเต็มจำนวนแล้ว แล้วคุณจะให้ผมเอาเงินที่ไหนจ่ายล่ะ? ใช้บัตรได้ไหม?” แต่ถ้าใช้บัตรก็เท่ากับว่าผมใช้เงินเกินตามที่เราตกลงกันไว้ ตั้งแต่ที่ตกลงเรื่องเงินกันมานี่ก็สองเดือนแล้วแต่ผมไม่เคยมีเงินเหลือถึงสิ้นเดือนเลย อย่างเดือนก่อนก็หมดตั้งแต่อาทิตย์แรกของเดือน ส่วนเดือนนี้อยู่ได้มาถึงอาทิตย์ที่สามแต่สุดท้ายก็เทไปกับการแต่งรถ ใครที่รักรถก็น่าจะเข้าใจ ไม่ได้ทำอะไรมากแต่ของมันแพงไง ทำนั่นนิดนี่หน่อยเงินก็หมดแล้ว


รัชช์สบตาผมนิ่งก่อนจะหันไปมองพนักงานขายที่ยืนอยู่ไม่ไกล เหมือนอีกฝ่ายจะรู้ว่าพวกเราต้องการความเป็นส่วนตัวเขาเลยยอมเดินออกไปทิ้งให้ผมกับรัชช์อยู่กันตามลำพัง


รุต ถ้าอยากได้เราจะซื้อให้ เดือนนี้เงินเรายังเหลืออยู่ เดือนก่อนก็ไม่ค่อยได้ใช้ ถ้าอยากได้สองคู่เราก็จะซื้อให้ แต่อยากให้จำเอาไว้ว่านี่จะเป็นครั้งสุดท้ายที่เราจะทำแบบนี้ เราไม่อยากตามใจรุตมาก ไม่อยากให้ใช้เงินแบบไม่คิดอีก บ้านพวกเรารวยก็จริง แต่กว่าจะหาเงินได้แต่ละบาทก็ไม่ง่ายนะ เราอยากให้รุตคิดให้เยอะกว่านี้ก่อนจะใช้จ่ายอะไร เราไม่ห้ามเรื่องความชอบของรุต เราเคารพสิทธิ์ตรงนี้ของรุตนะ แต่บางครั้งก็ต้องดูว่ามันจำเป็นมากไหม ต้องซื้อในทีเดียวเลยหรือเปล่า? รอเดือนหน้าหรือเดือนอื่นได้ไหม? หรือควรจะจัดการกับเงินที่มียังไง?”


รัชช์ว่าออกมาอย่างใจเย็น ไม่มีแววความโกรธหรือไม่พอใจที่ต้องพูดเรื่องนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทั้งที่ก่อนหน้านี้เราก็เคยคุยเรื่องนี้กันแล้วและตกลงกันดิบดีแต่ผมก็ไม่เคยทำได้เลย ผมมักตามใจตัวเองอยู่เสมอ ผมรู้ว่าหลายคนก็เคยเป็นแหละ ใช้เงินอย่างไม่คิด มันจะเป็นชั่ววูบหนึ่งที่เราเหมือนขาดสติไป พอเสียเงินไปแล้ว ผ่านไปสักพักนั่นแหละถึงเพิ่งจะคิดได้ แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังจะปลอบใจตัวเองว่าเงินที่เสียไปมันก็ใช้อย่างคุ้มค่านะ มันมีประโยชน์ หรือไม่ก็มีคุณค่าต่อจิตใจอะไรแบบนี้


คุณเล็ก…” ผมเหมือนคนโง่เง่าที่พูดอะไรไม่ออก รู้ดีว่าที่รัชช์ทำแบบนี้ก็เพราะหวังดี ผมเป็นอีกคนหนึ่งที่โตมากับเงิน พ่อแม่ผมไม่ค่อยมีเวลาให้ เพราะอย่างนั้นเงินจึงกลายมาเป็นสิ่งทดแทนจากสิ่งที่ผมขาดหายไป ตอนที่มีปัญหากับพ่อจนตัดสินใจหนีออกจากบ้านตอนนั้นส่วนหนึ่งก็มาจากการที่พ่อแม่ไม่มีเวลาให้ด้วย ลึกๆ แล้วผมก็เป็นเด็กที่มีปัญหาคนหนึ่งเลยแหละ ผมไม่ค่อยได้รู้คุณค่าของเงินเท่าไหร่ รู้แค่ว่ามีก็ใช้ เงินจะเป็นสิ่งเดียวที่ซื้อความสุขได้ อย่างตอนที่ออกจากบ้านก็ไม่ได้ลำบากอย่างที่คิด ตอนนั้นก็มีเพื่อนแถมยังไปแข่งรถที่สนามของพี่ชายพี่มาวินอีก เงินมันเลยหาได้ไม่ยาก เสี่ยงนิดหน่อยแต่ก็คุ้ม พอได้มาก็ใช้ เงินหมดก็แค่ไปแข่งรถใหม่


เออ พอพูดถึงพี่มาวินแล้วก็นึกขึ้นได้ ผมเพิ่งมารู้ตอนรัชช์ออกจากโรงพยาบาลแล้วว่าพี่มาวินเป็นพี่รหัสของรัชช์ แถมยังเป็นคนที่เร็กซ์คอยให้ตามดูแลรัชช์มาตั้งแต่ปีหนึ่งอีกด้วย แต่น่าแปลกตรงที่ผมไม่เคยเจอพี่มาวินเลย เกือบลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่าเราเคยรู้จักกัน แต่พอได้คุยกันแล้วก็เข้าใจได้ว่าที่อีกฝ่ายไม่เคยโผล่มาให้เห็นเพราะกลัวผมถามหาเร็กซ์ ก็นะ เร็กซ์มันก็เป็นพวกประสาทแดก คิดมากเรื่องในอดีตจนไม่กล้ามาเจอหน้าน้อง เอาแต่คอยดูน้องอยู่ห่างๆ พระเอกมากมั้ง   


ไม่ได้ดุนะครับ แต่อยากให้ลองเก็บไปคิดดู รัชช์ที่เห็นผมเงียบไปนานก็ยกมือขึ้นมาประคองสองข้างแก้มของผมให้หันไปมองสบตากัน แววตาที่มองกันนั้นไม่มีแววของความตำหนิหรือโกรธเคืองเลยแม้แต่น้อย


รัชช์ยังคงเป็นรัชช์ เป็นรัชช์ที่ใจดีและใจเย็น เป็นรัชช์ที่เข้าอกเข้าใจและเห็นใจคนรอบข้างอยู่เสมอ


และเป็นรัชช์ที่ทำให้ผมตกหลุมรักได้ในทุกๆ วัน


ถ้าอย่างนั้นผมไม่เอารองเท้าแล้วก็ได้ พอมาคิดๆ ดู ก็คงจริงอย่างที่รัชช์ว่า ของบางอย่างมันก็ไม่ได้จำเป็น ที่ผมอยากได้รองเท้าก็แค่เพราะมันออกมาใหม่และสวยก็เท่านั้น ทั้งที่ผมเองก็มีรองเท้าหลายคู่ แต่ละคู่ก็ยังไม่เก่าเลย แถมราคาก็แพงๆ ทั้งนั้น แต่ละคู่ที่ใช้ไปยังไม่คุ้มกับเงินที่เสียไปเลย


ไม่ครับ ครั้งนี้เราซื้อให้ เพราะรุตเป็นเด็กดีของเรา เรารู้ว่ามันยาก ค่อยๆ ปรับตัวไปนะ อดทนมาได้เกินครึ่งเดือนก็ถือว่าเก่งแล้ว รอยยิ้มใจดีปรากฏขึ้นบนใบหน้าหล่อติดหวานพร้อมคำพูดปลอบโยนที่แสนน่ารัก มีใครเคยบอกไหมว่ารอยยิ้มของรัชช์มันสวยมาก และเขาก็เหมาะกับรอยยิ้มมากจริงๆ


ครับ ขอบคุณครับ ทำเอาผมอดจะยิ้มตามไม่ได้


ก็ต้องยอมรับแหละว่าในหลายๆ เรื่องผมเองก็เด็กกว่ารัชช์มาก แต่ก็ไม่เคยโกรธที่ถูกเขาแนะหรือสอน ผมว่าคนที่จะคบกันมันก็ต้องกล้าที่จะคอยห้ามปรามคอยเตือนกันได้ อะไรถูกก็สนับสนุนกันไปแต่อะไรที่เห็นว่าผิดก็ต้องตักเตือนกัน ซึ่งรัชช์ก็เป็นแบบนั้น และแม้ว่าผมจะอายุน้อยกว่าแต่รัชช์ก็ไม่ได้ทำเหมือนผมเป็นเด็ก ผมเองก็สามารถที่จะพูดบอกพูดเตือนเขาได้เช่นกัน ระหว่างเรามันเป็นความสัมพันธ์ที่ดีนะ อยู่กันด้วยความเข้าใจและมีเหตุมีผล ผมรู้ว่ารัชช์เองก็คงเหนื่อยกับผมไม่น้อยในหลายๆ เรื่อง แต่เราต่างก็ค่อยๆ เข้าใจในตัวตนของกันและกัน


หลังจากที่พูดคุยตกลงกันเข้าใจแล้วก็เดินไปจ่ายเงินซื้อรองเท้าโดยการใช้เงินของรัชช์ เสร็จเรียบร้อยแล้วเราก็พากันเดินกลับมาที่รถ ผมเดินขึ้นมานั่งประจำตำแหน่งคนขับโดยที่ไม่ได้พูดอะไร จริงๆ ก็อดรู้สึกผิดไม่ได้ รัชช์ต้องมาเสียเงินกับเรื่องไม่เป็นเรื่องเพื่อตามใจผม ถึงจะบอกว่าถือเป็นรางวัลที่ผมทำตัวดีก็เถอะ แต่ผมก็รู้ว่าตัวเองยังทำตัวได้ไม่ดีพอ


หงอยเลยเหรอ?” นิ้วชี้เรียวยาวยื่นมาจิ้มที่แก้มของผมเบาๆ อย่างหยอกล้อ ดวงตาคู่สวยจ้องมองมายังผมด้วยสายตาเอ็นดูไม่ต่างจากมองเด็กตัวเล็กๆ ตัวเล็กตัวน้อยมากไหมล่ะผม


ต่อไปจะไม่ทำตัวแบบนี้อีกแล้วครับ หันไปซบหน้ากับฝ่ามือนิ่มอย่างออดอ้อน คนเรามันต้องรู้จักพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาส ตอนนี้แหละได้กำไรคูณสองแน่ๆ


เด็กดี~ โอ๋ๆ นะ รัชช์หัวเราะเสียงใสชอบอกชอบใจ แถมยังแกล้งเกาคางผมเหมือนเล่นกับลูกหมาอีก


เอาสิ เป็นทุกอย่างให้เธอแล้ว ยกเว้นผัว


ต้องจูบปลอบแล้วครับ ขอให้ได้ขอให้โดน


หึ ไม่ต้องมาเจ้าเล่ห์เลย แยกเขี้ยวดุไม่พอยังหยิกหูผมอีก


โธ่! นึกว่าจะได้สักจูบสองจูบ เซ็งเลย!

 







16.54 นาฬิกา


“ผมหลับอีกแล้ว” ผมเดินงัวเงียเข้ามาในห้องครัว เห็นแผ่นหลังเล็กกำลังก้มๆ เงยๆ อยู่ที่หน้าเตาอบ ผมเลยถือโอกาสเดินเข้าไปโอบกอดจากทางด้านหลังแล้วซบหน้าลงกับไหล่ของอีกฝ่าย


“นอนเก่ง” รัชช์เอี้ยวตัวมามองผมเล็กน้อยก่อนจะหันกลับไปเก็บอุปกรณ์ที่ใช้ทำเค้ก เหมือนว่ารัชช์จะทำเค้กใกล้เสร็จแล้ว เหลือแค่รอเวลายกออกจากเตาเพียงเท่านั้น


“ทำไมไม่ปลุก” ผมเกาะรัชช์แน่นไม่ยอมปล่อย เขาเดินไปไหนผมก็เดินตามไปด้วย


“ก็เห็นดูเพลียๆ เลยอยากให้พัก” ก็จริงแหละ วันนี้ผมง่วงทั้งวันเลย หลังจากที่กลับมาจากห้างผมก็ทิ้งตัวลงนอนบนโซฟาหน้าทีวีแล้วเผลอหลับไปตอนไหนก็ไม่รู้ ตอนแรกกะว่าจะมานั่งดูรัชช์ทำเค้กสักหน่อย แต่ก็ไม่ได้ดูเพราะหลับ ตื่นมาเค้กก็อยู่ในเตาอบแล้ว


“หอมจัง” ผมพึมพำออกมาโดยที่สายตาจับจ้องอยู่ที่เสี้ยวหน้าด้านข้างของรัชช์


“เค้ก?” เขาหันมาเลิกคิ้วถาม แต่เพราะผมยังกอดเขาอยู่ แถมยังวางคางอยู่ที่ไหล่ พอเขาหันมาแก้มนิ่มนั่นก็เฉียดเข้ากับปลายจมูกโด่งของผม เออ จังหวะนี้แหละที่ผมเฝ้ารอคอย


“คุณ” ผมตอบกลับพร้อมสบตาอย่างสื่อความนัย บลูเบอร์รี่ชีสเค้กในเตาอบก็หอมดีอยู่หรอก แต่ตอนนี้จมูกของผมรับรู้แค่กลิ่นตัวของรัชช์เท่านั้น ผมไม่แน่ใจว่าเป็นกลิ่นโลชั่นหรือน้ำหอม แต่ที่แน่ๆ เลยคือผมเสพติดกลิ่นนี้ของรัชช์มากๆ


“หึ!” อีกฝ่ายหลุดเสียงหัวเราะออกมาคล้ายกับว่ามันเป็นเรื่องตลกขบขำหรือไม่เขาก็คาดการณ์เอาไว้แล้วว่าผมจะต้องตอบแบบนี้


ฟอด!


“ขอบคุณนะครับที่ตามใจ” ขยับไปกดจมูกเข้าที่ข้างแก้มเนียนหนักๆ หนึ่งที วันนี้รัชช์ใจดีสุดๆ ถึงผมจะทำตัวเอาแต่ใจไปเมื่อเช้าแต่รัชช์ก็ยังตามใจผมอยู่ดี ส่วนเรื่องรองเท้า เราซื้อมาสองคู่ครับ แต่คู่หนึ่งเป็นของผมและอีกคู่เป็นของรัชช์ เอาไว้ใส่เป็นคู่กัน ตอนแรกรัชช์ไม่ยอมเพราะเห็นว่าผมอยากได้สองสี เขาก็อยากซื้อให้ ผมเลยต้องใช้เวลาโน้มน้าวใจอยู่นาน เลยตกลงกันว่าผมจะซื้อให้เขาและให้เขาซื้อให้ผม จะได้ใส่เป็นคู่กัน ไอเทมคู่รักไปอีก แต่ตอนนี้ต้องให้เขาออกเงินไปก่อน พอเดือนหน้าผมก็ค่อยเอาเงินมาจ่ายให้เขา


“ตามใจขนาดนี้แล้วก็อย่าดื้ออย่าซนนะ” รัชช์ว่าติดตลก ฝ่ามืออุ่นยกขึ้นทาบทับกับมือของผมที่โอบกอดเขาอยู่


“เป็นเด็กดีที่หนึ่งเลยนะ” จะเรียกเด็กโข่งเด็กเปรตเด็กอะไรก็ช่างเถอะ แต่ที่แน่ๆ เลยตอนนี้เป็นเด็กดีของคุณรัชช์แล้วนะครับ 


ไม่เชื่อเหรอ? 


ก็แล้วแต่ครับ


“ให้มันจริงเถอะ”


“ไม่ดื้อไม่ซน เชื่อฟังคุณเล็กสุดๆ เลยครับ”


เหมือนได้เมียแถมแม่ว่ะ


แต่จริงๆ ก็คือรัชช์ยังไม่ได้เป็นเมียผม และผมก็ยังไม่ได้เป็นผัวรัชช์


หรือต่อให้คบกันเป็นแฟนแล้วแต่คิดเหรอว่ารัชช์จะยอมผมง่ายๆ


ฮึ! ไม่มีทางหรอก นี่รัชช์ อัศวบุญโชคนะครับ ถ้ายอมง่ายๆ ก็ไม่ใช่คุณรัชช์แล้ว


จุ๊บ!


“เชื่อแล้วครับ”  ริมฝีปากได้รูปกดประทับลงมาบนปากของผมแผ่วเบาก่อนจะผละออกไป เจ้าของการกระทำนั้นยกยิ้มกว้างจนตาหยีอย่างน่ามันเขี้ยว ไม่ได้รู้เลยว่าการกระทำของตนนั้นมีอิทธิพลต่อใจของผู้ถูกกระทำมากขนาดไหน แม้จะเป็นเพียงสัมผัสที่บางเบาและเป็นเวลาแค่ช่วงสั้นๆ แต่ก็ทำเอาผมยืนแทบไม่ติดที่


ไม่ต้องขอเป็นแฟนแล้วได้ไหม ข้ามขั้นเป็นผัวเมียเลยได้หรือเปล่า



---------------




เราไม่ได้เขียนให้มารุตเถื่อนจริงๆ

นิสัยที่แท้จริงของมารุตเราจะมองเห็นผ่านคุณรัชช์มาตั้งแต่ช่วงแรกๆ

น้องแค่เป็นเด็กที่หัวร้อนง่าย เอาแต่ใจ แล้วก็ชอบใช้อารมณ์

เลยถูกมองว่าเป็นพวกเถื่อนถ่อย นิสัยเสียใช้แต่กำลัง

จุดนี้ค่อนข้างสำคัญในเรื่องนิสัยของตัวละครมากๆ

ถ้าใครอ่านข้ามหรือไม่เข้าใจก็จะคิดว่านิยายมันไปไม่สุด

 

ส่วนเรื่องสถานะความสัมพันธ์ของคู่นี้

เราตั้งใจให้จบแบบที่ยังไม่ได้คบ

เราคิดว่าคนสองคนที่เคยมีอดีตคงจะต้องคิดเรื่องการคบหากันอย่างหนัก

มันเป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่ต้องปล่อยให้เวลาเป็นตัวช่วย

ยิ่งคนนิสัยอย่างรัชช์ด้วยแล้ว จะไม่รีบเร่งในความสัมพันธ์

มารุตก็ไม่ได้เดือดร้อนเรื่องการคบหรือไม่คบเพราะทุกอย่างมันลงตัวหมดแล้ว

เราเลยคิดว่าจบแบบนี้แหละดีที่สุด

 

ขอบคุณทุกคนที่ติดตามกันมาจนจบและเป็นกำลังใจให้กันนะคะ

เรื่องนี้เราเขียนมาลองฝึกฝีมือเฉยๆ

หากใครมีอะไรที่อยากจะแนะนำเราก็เม้นบอกเราได้นะ

หรือจะทักไปคุยในเพจก็ได้ค่ะ

เราจะได้ปรับปรุงในเรื่องต่อๆ ไป

แต่หลังจากนี้เราต้องไปปั่นต้นฉบับเรื่องอื่นก่อน

อาจยังไม่ได้เขียนเรื่องของเร็กซ์

เรามีนิยายอีกหลายเรื่อง ถ้าว่างๆ ก็ไปลองอ่านดูกันได้ค่ะ

อย่าลืมคอมเมนต์นะ รัก


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 441 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

569 ความคิดเห็น

  1. #565 CB_ChanBaek:) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2563 / 21:35
    ขอบคุณสำหรับนิยายน่ารักๆแบบนี้นะค้าบ.คู่นี้น่ารักมากๆ><
    #565
    0
  2. #560 LOOKSORN. (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 27 เมษายน 2563 / 09:51
    สนุกมากค่าาาา ตอนแรกๆอาจจะไม่ค่อยชอบใจเรื่องไทม์เท่าไหร่ แต่พออะไรเข้าที่เข้าทางคือสนุกกกกกก5555 ขอบคุณไรท์มากค่าา
    #560
    0
  3. #554 filmfilm12123 (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 18 เมษายน 2563 / 11:37
    ดีมากเลย
    #554
    0
  4. #552 Nyoong (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 15 เมษายน 2563 / 15:01
    คุณรัชช์คนดีที่หนึ่ง อยากมีเป็นของตัวเองเลยค่าาาา
    #552
    0
  5. #535 OoNuizqBk (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2562 / 11:15
    อยากให้มีภาค2,3,4อ่านเเล้วไม่เบื่อไม่อยากวางเลย..เอาใจไปเลยจ้าาา
    #535
    0
  6. #514 ips. (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2562 / 04:24
    โห พอรู้ว่ารักกัน ก็หวานใส่เลยน้า5555
    #514
    0
  7. #501 ENJOY_EVERYDAY (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2562 / 09:59
    ชอบมากกกกก คุณไรท์บรรยายดีมาก ไม่น่าเบื่อเลยค่ะ พลิกไปพลิกมา มีปมให้ได้คิดตลอดเลย สนุกมาก ๆ ค่ะ
    #501
    0
  8. #493 Kamobee (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2562 / 16:51

    ชอบมากๆค่ะ
    ขอบคุณสำหรับนิยายดีๆแบบนี้จะติดตามตลอดนะคะ
    #493
    0
  9. #486 sichul (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2562 / 15:41

    ไรท์เราชอบมากเลยยย ขอบคุณที่แต่งนิยายดีๆแบบนี้ให้อ่านนะคะ สู้ๆนะไรท์เตอร์ผู้น่ารัก
    #486
    0
  10. #433 yayeff (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 27 มีนาคม 2562 / 00:09
    ขออนุญาตเม้นทีเดียวนะคะ ไรต์สุดยอดมากกก คือเราโดนหลอกหลายรอบมากอ่ะ ระแวงไปหมดเลย5555 เขียนดีมากค่ะ ชอบบุคคลิกของทั้ง2คนมาก ขอเป็นfcพี่รัชช์นะคะ ดีมว๊าก ดีเวอร์ๆ ขอบคุณสำหรับนิยายดีๆค่ะ <3
    #433
    0
  11. #429 loveseriesY (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 22 มีนาคม 2562 / 17:49
    ตอนจบบแล้วว ฮือๆๆจะคิดถึงรุตนะคะ ขอบคุณนะคะที่แต่งนิยายดีๆๆมาให้อ่านน love love
    #429
    0
  12. #422 Kim-kibom (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 16 มีนาคม 2562 / 20:40
    น่ารักมากๆๆ
    #422
    0
  13. #421 mmookknnerdd (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 15 มีนาคม 2562 / 18:19
    ชอบบมากๆค่ะ
    #421
    0
  14. #419 Bks Bongkiz (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 10 มีนาคม 2562 / 01:29
    ขอบคึฯค้าบบ
    #419
    0
  15. #417 [ May! Nie! Mo! ] (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 8 มีนาคม 2562 / 20:11
    อ่านรวดเดียวจบเลยค่ะ น่ารักมากกกก
    #417
    0
  16. #409 aiairline (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 7 มีนาคม 2562 / 08:04
    ชอบเรื่องนี้มากนะคะ
    #409
    0
  17. #408 Kronos-Hades (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 7 มีนาคม 2562 / 06:48
    งือออออ
    #408
    0
  18. #407 MayAkk (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 7 มีนาคม 2562 / 00:53
    เป็นนิยายที่สนุกมากค่ะไรท์ บางตอนก็ให้ข้อคิด ขอบคุณที่แต่งนิยายดีๆมาให้อ่านนะคะ^^
    มารุตคุณรัชช์
    #407
    0
  19. #401 manejanb (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 4 มีนาคม 2562 / 05:27

    สนุกมาก
    #401
    0
  20. #400 KYUMIN137 (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 4 มีนาคม 2562 / 00:23
    ขอบคุณนะคะไรเตอร์ เรื่องนี้สนุกกมากเลย
    #400
    0
  21. #398 primo xxii (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 3 มีนาคม 2562 / 19:28
    คุณรัชช์คนดีคนเดิมเพิ่มเติมผัวชมว่าหล่อ ~~~ ขอบคุณนะคะไรท์ รักกกกกกกกก
    #398
    0
  22. #397 jjingg. (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 3 มีนาคม 2562 / 19:12
    แง จบแล้ววว ต่อไปต้องคิดถึงมารุตคุณรัชช์อีกแน่ๆเลย;-; พระเอกของเราก็วอแวเก่งนัก ออดอ้อนเก่งเป็นที่หนึ่ง แหม พ่อคนหลง(ว่าที่)แฟน!5555555555ชอบทุกตัวละครเลย ไม่ดำมืดและไม่ขาวสว่าง ทุกคนมีด้านเทาๆเช่นกัน อยู่ที่เรียนรู้และแสดงออกอย่างไร ขอบคุณที่ไรท์แต่งเรื่องนี้ขึ้นมาจนจบน้า^^
    #397
    0
  23. #396 Noblesselessa (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 3 มีนาคม 2562 / 17:36
    น่ารักที่สุดเลยยยยย ชอบเรื่องนี้มากกก ///แอบหวังว่าจะมีเรื่องของคุณเร็กซ์
    #396
    0
  24. #395 wixx (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 3 มีนาคม 2562 / 17:20
    โอ้โห คุณคนดีของนายเด็กดี น่ารักมากเลยค่ะ แง
    #395
    0
  25. #394 ChaBo Chic (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 3 มีนาคม 2562 / 16:37
    น่ารักสุดแล้วววววว
    #394
    0