จีบคนเถื่อน [YAOI] [สนพ.Lavender By B2S] : Spin-Off

ตอนที่ 26 : จีบคนเถื่อน : 25

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,935
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 403 ครั้ง
    20 ม.ค. 62






25





---------------




Marut Part :


20.56 นาฬิกา


ผมปล่อยมือที่กุมมือเล็กเอาไว้ออกหลังจากที่เห็นว่าคนบนเตียงหลับสนิทไปแล้ว ตั้งแต่ที่ตื่นมาเมื่อเช้ารัชช์หลับไปเพราะฤทธิ์ของยาตอนช่วงบ่ายแค่แปบเดียวแล้วก็ตื่นมาอ้อนเร็กซ์ต่ออีกทั้งวัน ผลของการเข้าโรงพยาบาลครั้งนี้ทำให้ผมได้เห็นอีกมุมหนึ่งของรัชช์ที่ไม่เคยได้เห็นมาก่อน แถมรัชช์ยังหันมาอ้อนผมแบบไม่รู้ตัวตั้งหลายรอบ โคตรดีต่อใจเลย วันนี้ผมกับเร็กซ์อยู่เฝ้ารัชช์กันทั้งวัน ถึงจะเห็นว่าคนตรงหน้าปลอดภัยดีแล้วแต่ถ้าจะให้ไปเรียนพวกผมก็คงไม่มีสมาธิหรอก ผมกะหยุดยาวจนกว่ารัชช์จะออกจากโรงพยาบาล หวังเอาช่วงเวลานี้ทำคะแนนเสียหน่อย รัชช์คงไม่รู้ แต่เร็กซ์น่ะดูออกแน่ๆ


“แล้วนี่มึงจัดการไอ้พวกนั้นยัง?” ผมเดินออกไปหาเร็กซ์ที่ยืนสูบบุหรี่อยู่หน้าระเบียงห้องพักฟื้นของรัชช์โดยไม่ได้สนใจเลยว่าที่นี่คือโรงพยาบาล สูบขนาดนี้ก็แดกแม่งเข้าไปเลยเถอะ


“ยัง รอคุณเล็กไปเคลียร์กับไอ้ตัวน้องมันก่อน เคลียร์กับน้องจบเมื่อไหร่ กูเคลียร์กับพี่มันต่อแน่” ถ้าถามว่าเร็กซ์เป็นคนยังไงก็คงบอกได้คำเดียวว่าโหด เห็นตัวผอมๆ บางๆ แบบนี้แต่แรงควายนะครับ แถมยังเถื่อนมากอีกด้วย


“มึงจะเอายังไง? ขนาดมันติดคุกยังออกมาเอาคืนได้” คนอย่างไอ้ชินมันไม่สำนึกหรอก ต่อให้ติดคุกอีกกี่ครั้งมันก็จะออกมาหาเรื่องเอาคืนอีกจนได้แหละผมว่า ใจจริงผมก็อยากกระทืบมันหนักๆ ให้สาสมกับที่มันทำกับรัชช์แต่เพราะมีเร็กซ์คอยจัดการเรื่องนี้อยู่ผมเลยเข้าไปยุ่งมากไม่ได้ เดี๋ยวทำอะไรไม่ถูกใจอาจเป็นผมแทนที่โดนเร็กซ์กระทืบ


“ก็เหมือนเดิมแหละ ปล่อยให้มันเป็นเรื่องของกฎหมาย แต่ก็แค่ฉากหน้าเท่านั้น” เร็กซ์ว่าพร้อมกรีดยิ้มร้ายออกมาอย่างน่าสยดสยอง


“หมายความว่า?” เวลายิ้มแบบนี้ทีไรจบไม่สวยทุกทีแหละ นี่ผมเตรียมไว้อาลัยให้ไอ้ชินเลย


“กูไม่เอามันตายหรอก คุณเล็กคงรับไม่ได้ แต่กูจะทำให้มันไม่มีโอกาสกลับมาลอยหน้าลอยตาได้อีก” อย่างน้อยก็ยังวางใจได้ว่าชินมันจะยังคงมีลมหายใจอยู่ต่อ


“ยังไงก็ให้มันอยู่ในขอบเขต กูไม่อยากให้เล็กรู้สึกแย่” ผมเอ่ยเตือนอีกครั้ง ต้องย้ำบ่อยๆ เร็กซ์มันเลือดร้อน ใครมาสะกิดอะไรนิดหน่อยก็ไปหมดแล้วสตงสติ เกิดมันพลั้งมือทำอะไรรุนแรงขึ้นมาจะแย่เอา


“กูรู้น่า”


ยังไงก็ฝากด้วย กูไม่ขอเข้าไปยุ่งก็แล้วกัน ยิ่งคนมากก็ยิ่งมากความ ผมเชื่อใจเร็กซ์ผมว่าเขาจะต้องจัดการเรื่องนี้ได้อย่างแน่นอน แต่ก็ต้องภาวนาขออย่าให้มันเกินกว่าเหตุ


มึงไม่ยุ่งน่ะถูกแล้ว ถ้าคุณเล็กมารู้ทีหลังมึงจะได้ไม่ต้องมาเดือดร้อนไปด้วย นั่นแหละประเด็นสำคัญ


ลอยตัวได้เลยกู


ถ้าถึงตอนนั้นกูจะช่วยมึงง้อเล็กเอง


แบบนี้สิค่อยน่าคบหน่อยเขาเรียกว่าอยู่เป็น


มึงกลับไปพักไหม? คืนนี้กูอยู่กับเล็กเอง เมื่อคืนเร็กซ์ก็อยู่เฝ้ารัชช์แล้ว คืนนี้ก็ผลัดให้เป็นผมก็ได้ ผมเต็มใจทำ


อืม ฝากทีนะ ช่วงนี้กูอาจยุ่งๆ หน่อยพูดอย่างนี้ก็รู้แล้วครับว่าจะไปทำอะไร


ไม่ต้องห่วง ดูแลดีกว่านี้ก็แม่แล้ว ทุกวันนี้แทบจะยกขึ้นเหนือหัวบูชาแล้วครับ


เออ







 

Rach Part :


วันอังคาร 07.45 นาฬิกา


“ขอมือหน่อย” ผมยื่นมือไปสะกิดแขนคนที่นั่งอยู่ข้างเตียงของผมเบาๆ เพื่อเป็นการเรียกร้องความสนใจให้อีกฝ่ายหันมามองผมแทนจอสี่เหลี่ยมในมือ


“หืม?” มารุตละสายตาจากหน้าจอโทรศัพท์ขึ้นมามองหน้าผมก่อนจะส่งมือมาให้อย่างงงๆ


“มือใหญ่จัง” ผมทาบมือของตัวเองวางลงบนฝ่ามือที่ใหญ่กว่าด้วยสีหน้ายุ่งๆ มือของมารุตใหญ่กว่ามือของผมอย่างเห็นได้ชัด ทั้งที่เป็นผู้ชายเหมือนกันแท้ๆ แต่เขากลับต่างจากผม ทั้งที่เคยมั่นใจในรูปร่างหน้าตาของตัวเองแต่พอเจอมารุตเข้าก็ถึงได้รู้ว่าเขาเหนือกว่าผมมาก อยู่กับพี่นิลผมยังไม่เสียความมั่นใจขนาดนี้เลยนะ


“ตัวเองมือเล็กเองต่างหาก ดูสิ ผมกุมมือคุณได้มิดเลยนะ” เขาว่าพร้อมแสดงให้ดูเป็นตัวอย่าง มือเล็กๆ ของผมถูกมือใหญ่กุมเอาไว้จนมิดอย่างที่เขาบอกจริงๆ รอยยิ้มทะเล้นปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมทำเอาผมเผลอใจเต้นแรงเป็นครั้งที่เท่าไหร่ของวันแล้วก็ไม่รู้


จุ๊บ!


“ฉวยโอกาส” ผมถลึงตามองอีกฝ่ายดุๆ ที่อยู่ดีๆ เขาก็ดึงมือของผมไปจูบหน้าตาเฉย


“นิดหน่อยเอง” ขนาดถูกผมว่ายังไม่สำนึกเลย ตั้งแต่เมื่อวานแล้วที่ผมถูกเขาเอาเปรียบทุกครั้งที่คุณกลางเผลอ ถึงจะดีใจที่เขามาอยู่เฝ้าแบบนี้แต่โดนตอดเล็กตอดน้อยบ่อยๆ ใจผมก็รับไม่ไหวนะครับ


วันนี้ผมก็ไล่ให้เขาไปเรียน แต่มารุตก็ดื้อแพ่งไม่ยอมไป บอกว่าจะไปหลังจากที่ผมออกจากโรงพยาบาลแล้ว ตอนนี้ผมก็ไม่ได้เป็นอะไรมากแล้วด้วย อาการดีขึ้นเยอะจนใกล้หาย ที่ดูจะหนักหน่อยก็คงเป็นแผลที่ท้อง ยังดีที่ผมไม่ได้ถูกแทงมันแค่เฉี่ยวๆ เท่านั้น ไม่อย่างนั้นผมคงแย่กว่านี้


ก๊อก ก๊อก ก๊อก


เสียงเคาะประตูดังขึ้นดึงความสนใจของเราทั้งคู่ให้หันไปมอง อาจเป็นพยาบาลหรือใครสักคนที่มาเยี่ยมผม มารุตลุกขึ้นไปเปิดประตูห้องก่อนจะเดินกลับเข้ามาโดยที่มีกลุ่มคนที่คุ้นหน้าคุ้นตากันดีเดินตามเข้ามา


“เล็ก เพื่อนมาเยี่ยมน่ะ”


“อืม” ผมพยักหน้ารับตามคำบอกเล่าแล้วหันไปยิ้มให้กับเพื่อนๆ ของตัวเอง


“คุณรัชช์” เชนที่เห็นสภาพของผมก็หน้าเสียไปทันที


“ทำไมถึงเป็นแบบนี้ล่ะคุณรัชช์? ใครทำอะไรคุณรัชช์?” กริชเดินเข้ามาประชิดข้างเตียงแล้วเอ่ยถามด้วยสีหน้าที่เคร่งเครียดข้างกันมีกรินที่มองผมด้วยความเป็นห่วง


“โจทย์เก่าน่ะ” ผมตอบติดตลก


“โจทย์เก่า? ใคร?” ไทม์เอ่ยถามอย่างไม่เข้าใจ ผมเพิ่งมารู้จักไทม์กับเชนตอนเข้ามหาลัยเลยทำให้พวกเขาไม่รู้เรื่องราวในสมัยมัธยมของผมและผมก็ไม่เคยเล่าให้ฟัง


“ชิน” ผมบอกออกไปโดยที่ลอบมองปฏิกิริยาของใครบางคนไปด้วย


“เขาออกจากคุกแล้วเหรอคะ?” กรินที่ได้ยินอย่างนั้นก็ตกใจตาโต กริชเองก็ไม่ต่างกัน


“อืม”


“ใครเหรอ?” ไทม์ยังคงถามต่อผิดกับเชนที่นิ่งไปเสียดื้อๆ


“เอ่อ เขาเคยมีเรื่องกับคุณรัชช์ตอนม.ปลายน่ะ” กริชกับกรินมองหน้ากันอย่างลำบากใจ แล้วก็เป็นกรินที่ตอบออกมากว้างๆ ไม่ได้เจาะประเด็นว่ามีเรื่องอะไรกัน


“เขาคงแค้นที่ถูกพี่ๆ ของคุณรัชช์จับเข้าคุก” กริชวิเคราะห์ออกมาซึ่งมันก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ


“เจ็บมากไหมคุณรัชช์?” เชนที่เงียบฟังอยู่พักหนึ่งก็เดินเข้ามาหาผมพร้อมถามไถ่อย่างห่วงใย


“เอ่อ ไม่ค่อยเจ็บแล้ว” ถ้าเทียบกับเมื่อวานวันนี้ก็ดีขึ้นเยอะ


“คุณรัชช์อยากกินอะไรไหม? พวกเราซื้อของมาเพียบเลยนะ” ไทม์ว่าพร้อมชูถุงของต่างๆ ให้ผมดู ผมพยักหน้ารับเบาๆ แล้วค่อยๆ ขยับลุกขึ้นนั่งโดยมีเชนช่วยประคอง ผมอยากจะเรียกให้มารุตมาช่วย แต่เขาก็หายไปไหนแล้วก็ไม่รู้


“เชน เบาๆ หน่อย มันโดนแผล” ร้องบอกคนที่เข้ามาช่วยประคองแต่เขากลับไปจับโดนตรงที่เป็นรอยช้ำบนตัวของผมเข้าอย่างไม่ได้ตั้งใจ


“อ่า ขอโทษ” เชนรีบปล่อยมือทันทีที่ได้ยินอย่างนั้น สีหน้าของเขาเป็นกังวลอย่างเห็นได้ชัด แต่เมื่อผมส่ายหน้าเบาๆ เป็นเชิงบอกว่าไม่เป็นอะไรเขาก็ดูจะคลายความตึงเครียดลง


ผมนั่งพูดคุยกับกลุ่มเพื่อนอยู่พักใหญ่โดยไร้วี่แววของมารุต ไม่รู้ว่าเขาไปไหน แต่หายไปไม่บอกแบบนี้มันก็น่าโมโหเหมือนกันนะครับ เชนคอยดูแลผมอยู่ไม่ห่างจนคนอื่นๆ แทบจะไม่มีโอกาสได้เข้ามาใกล้ ผมเริ่มรู้สึกอึดอัดนิดหน่อย และดูท่าว่ากรินจะรับรู้ถึงความรู้สึกของผมได้


“ต้องกลับแล้วล่ะ” กรินว่าออกมาพร้อมหันไปสะกิดแฝดน้องของตัวเอง


“เหมือนกัน” ไทม์เองที่หันมองดูนาฬิกาแล้วก็เอ่ยสบทบออกมา


“จะกลับเลยไหมเชน?” กริชที่พอจะมองออกไม่ต่างจากกรินก็ช่วยหาทางออกให้กับผม


“กลับไปก่อน ว่าจะอยู่อีกสักพัก” แต่เชนก็ปฏิเสธที่จะกลับไปพร้อมเพื่อนๆ เขาดูเหมือนมีเรื่องอะไรบางอย่างที่จะพูดกับผม นั่นทำให้ผมไม่มีทางเลือก


“อืม ฝากดูคุณรัชช์ด้วยนะเชน”


“ไปก่อนนะคุณรัชช์”


“ขอบคุณที่มาเยี่ยมนะ”


“หายไวๆ นะ”


“ครับ” ผมยิ้มรับคำบอกลาของทั้งสามด้วยความรู้สึกขอบคุณจริงๆ เห็นกริชบอกว่าจะมาเยี่ยมตั้งแต่เมื่อวานแล้วแต่มารุตอยากให้ผมได้พักผ่อนมากๆ เลยให้ทุกคนมากันวันนี้แทน พอเช้ามาเพื่อนๆ ที่น่ารักของผมก็แห่กันมาแต่เช้าเพราะวันนี้อาจารย์ยกคลาส ส่วนกริชเห็นว่ามีเรียนตอนเย็นเลยขอตามกรินมาด้วย แต่จนถึงตอนนี้ผมก็ยังไม่เห็นมารุตเลย ไม่รู้ว่าหายไปไหน คุณกลางเองก็ยังไม่มาหาผมเลยตั้งแต่เช้า อย่าบอกนะว่าทุกคนจะลอยแพผมน่ะ


“เชน” ผมเอ่ยเรียกใครอีกคนที่ยังคงไม่ได้ไปไหน เชนนั่งเงียบอยู่อย่างนั้นมาพักใหญ่จนผมเริ่มจะรู้สึกอึดอัดจนต้องเป็นฝ่ายเอ่ยทำลายความเงียบนั้นแทน


“อยากได้อะไรหรือเปล่าคุณรัชช์?” เชนยังคงเป็นเชน เขายังคงห่วงใยผมอยู่เสมอ ซึ่งตลอดเวลาที่ผ่านมาผมก็รู้สึกขอบคุณในความหวังดีเหล่านั้นจากใจจริง


“ทำแบบนี้ทำไม?” แต่ผมก็จำเป็นที่จะต้องพูดกับเขาอย่างตรงไปตรงมาเช่นกัน


“อะไร?” เชนนิ่งไปอึดใจหนึ่งก่อนจะเอ่ยถามกลับมาด้วยสีหน้าที่เรียบเฉย เขาอาจไม่รู้ว่าดวงตาของเขานั้นสั่นไหวและเป็นกังวลมากขนาดไหน


“ทำร้ายเราทำไม?” ผมถามย้ำอีกครั้งด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาอย่างคนอ่อนแรง


“พูดอะไรน่ะคุณรัชช์! เราไม่ได้เป็นคนทำร้ายคุณรัชช์นะ ชินมันทำ เราไม่รู้เรื่อง!” ดวงตาเรียวเบิกกว้างด้วยความตกใจก่อนจะโพล่งออกมาราวกับคนสติแตกซึ่งมันต่างจากเชนที่ผมรู้จัก คำพูดของเขาเป็นสิ่งที่ยืนยันได้เป็นอย่างดีว่าที่ผมคิดนั้นถูกต้อง เชนคือน้องชายของชิน


“ไม่ ก่อนหน้านั้น ทั้งรถ ทั้งจดหมายขู่ ไหนจะที่ขังเราไว้ในห้องน้ำอีก แล้วก็เลือดที่สาดในล็อกเกอร์เรา เรื่องที่เกิดขึ้นกับเราทั้งหมด ไหนจะเรื่องที่จับไอริสไปอีก เชนทำทำไม?” ผมส่ายหน้าเบาๆ พร้อมมองสบตากับคนตรงหน้าด้วยแววตาที่ผิดหวัง ทั้งที่ปฏิเสธกับตัวเองตลอดว่าต้องไม่ใช่เขา แต่ตอนนี้ความจริงก็ปรากฏแล้ว


“รู้แล้วเหรอว่าเป็นเรา?” แววตาของเชนเปลี่ยนไป มันดูว่างเปล่าจนผมเองยังแปลกใจ


“ทำไม?” ในตอนนี้ผมไม่อาจรู้ได้เลยว่าเพื่อนของผมคนนี้กำลังคิดอะไรอยู่


“เพราะมารุต” เมื่อชื่อของใครอีกคนหลุดออกมาใบหน้าที่เคยเรียบเฉยก็แปรเปลี่ยนเป็นโกรธแค้น


“มารุตเกี่ยวอะไร?” ผมถามกลับอย่างไม่เข้าใจ เรื่องนี้มันเกี่ยวกับมารุตด้วยเหรอ?


“เพราะคุณรัชช์ให้ความสนใจกับมารุต แต่คุณรัชช์ไม่สนใจเรา คุณรัชช์ชอบมารุตแต่ไม่ชอบเรา!” ผมสะดุ้งตกใจจนตัวโยนที่จู่ๆ ก็ถูกอีกฝ่ายตะคอกใส่เสียงดัง นั่งนิ่งไปพักหนึ่งเพราะพูดอะไรไม่ออก ถึงจะทำใจไว้แล้วแต่ก็ไม่คิดว่าเชนจะมีอารมณ์ที่รุนแรงถึงขนาดนี้


“เลยขู่เราให้เรากลัวแล้วจะได้เลิกยุ่งกับมารุต?”


“ใช่”


“แล้วที่จับตัวไอริสไปล่ะ?” ผมยังไม่ได้คุยกับมารุตเรื่องไอริส ไม่ได้ถามไถ่อาการเลยว่าเป็นยังไงบ้าง ลึกๆ แล้วผมเองก็กลัว กลัวว่าถ้ารู้สภาพของไอริสผมอาจจะมองหน้าเชนไม่ติดอีกเลยตลอดชีวิตก็ได้ ได้แต่หวังว่าเขาจะไม่ได้ทำอะไรที่ร้ายกาจกับไอริส


“เพราะเราจะทำให้คุณรัชช์รู้ไงว่ามารุตมันยังลืมไอริสไม่ได้!” แววตาที่มั่นใจในตัวเองของเชนทำเอาหัวใจของผมสั่นไหวตามไปด้วย


“เชน” ใช่ว่าผมจะไม่รู้ กลับกันผมรู้ดีเลยต่างหาก รู้ว่าอะไรเป็นอะไร รับรู้ถึงความเป็นจริง แต่เป็นผมเองที่แกล้งมองข้าม หากผมอยากจะมีความสุขในความสัมพันธ์นี้ บางครั้งผมก็ต้องแกล้งหูหนวกตาบอด มารุตอาจไม่ได้แสดงออกว่ายังรักหรือคิดถึงไอริส แต่ผมก็รับรู้ได้โดยที่เขาไม่ต้องพูดหรือแสดงออก คนเราน่ะมันจับความรู้สึกของคนได้นะ แล้วผมกับมารุตก็อยู่ด้วยกันตลอด คิดว่าผมจะไม่รู้จริงๆ เหรอ?


แต่ว่านะ สำหรับผมแล้วการกระทำในครั้งนี้ของเชนมันเป็นตัวตัดสินอะไรไม่ได้หรอก สิ่งที่เชนทำมันเหมือนเป็นเกมวัดใจที่ต้องให้มารุตเลือกระหว่างผมกับไอริส แต่ในความเป็นจริงแล้ว ถ้าเราเห็นคนถูกทำร้ายถูกขู่ฆ่าอยู่ตรงหน้า เราจะไม่เข้าไปช่วยได้เหรอ? ในเวลานั้นไม่มีใครมานั่งคิดหรอกว่านี่คือแผนของใครหรือมีคนกำลังเล่นเกมอะไรอยู่ ถ้าต้องให้เลือกก็ต้องเลือกคนที่กำลังถูกทำร้ายอยู่แล้ว มันไม่จำเป็นต้องมาคิดเลยว่าอีกฝ่ายคือแฟนเก่าที่ยังรักมากหรือเปล่า มันเป็นเรื่องของจิตสำนึก เชนใช้ตรงจุดนี้มาเป็นตัวบีบบังคับให้มารุตต้องออกไป ผลของเกมนี้มันเดาได้ไม่ยากนั่นคือยังไงมารุตก็ต้องออกไปช่วยไอริสอยู่แล้ว ไม่ใช่เพราะมารุตเลือกไอริส แต่มันเป็นจิตสำนึก เป็นสิ่งที่ต้องทำ


ใจคนเราน่ะ จะยอมเห็นคนๆ หนึ่งตายได้จริงๆ น่ะเหรอ?


ไม่มีใครรู้ล่วงหน้าว่าผมเองก็จะถูกรุมทำร้ายจนต้องเข้ามานอนโรงพยาบาลอย่างนี้ ถ้ามารุตรู้เขาเองก็คงจะไม่มีทางปล่อยผมไว้คนเดียวแน่ แม้แต่เชนก็ไม่คิดว่าจะถูกพี่ชายตลบหลังแบบนี้ ถ้าเขารู้ว่าชินมันวางแผนซ้อนแผน เขาก็คงไม่เปิดโอกาสให้ชินเข้ามาทำร้ายผมได้หรอก ทุกอย่างมันเป็นเรื่องตลกร้ายที่เอาเรื่องความรู้สึกของคนเรามาเดิมพัน มันคือการเล่นตลกกับความรู้สึกคน


ถ้าผมไม่เข้าใจมารุต ผมกับมารุตก็คงจะต้องแตกหักกันไปตลอดกาล ครั้งนี้คงไม่มีทางต่อกันติดแน่ ยอมรับว่ามันก็มีชั่ววูบหนึ่งที่อ่อนไหว เพราะความสัมพันธ์ระหว่างเรามันเปราะบางมาก แต่พอตั้งสติแล้วคิดทบทวนอีกครั้ง ผมก็เข้าใจและยอมรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้


“แต่มันก็เปล่าประโยชน์ ไอริสไม่ใช่เครื่องมือที่ดีเท่าไหร่นัก” ริมฝีปากบางเหยียดยิ้มออกมาอย่างเย็นชา คำพูดที่ฟังดูโหดร้ายของเขามันยิ่งตอกย้ำถึงสิ่งแย่ๆ ที่เขาได้ทำลงไป


“ใจร้ายเกินไปแล้วเชน” ไม่คิดเลยว่าคนที่ใจดีกับผมมาตลอดตั้งแต่วันแรกที่ได้รู้จักกันจะทำแบบนี้ได้


“แต่คุณรัชช์รู้ไหม? สิ่งที่เราทำมีเพียงอย่างเดียว คือส่งจดหมายขู่ให้คุณรัชช์ นอกนั้นเราไม่ได้ทำ” เขาว่าเสียงหนักแน่นพร้อมมองสบตากับผมอย่างจริงจังหากแต่ก็แฝงไปด้วยความตัดพ้อ


“ถ้าอย่างนั้น...” ใครเป็นคนทำเรื่องพวกนั้นกัน?


“คุณรัชช์จะรับได้เหรอถ้ารู้ความจริง?” เป็นอีกครั้งที่เชนเหยียดยิ้มออกมาอย่างน่ากลัว มันน่ากลัวกว่าครั้งไหนๆ


“หมายความว่ายังไง?” แค่ได้ฟังผมก็เริ่มเป็นกังวลอีกครั้ง คำพูดของเชนทำผมคิดหนัก เขากำลังจะบอกว่าคนที่ทำเรื่องพวกนี้คือคนที่ผมรู้จักดีอย่างนั้นเหรอ? หรือไม่ก็อาจจะเป็นคนใกล้ตัวใช่ไหม?


“เราไม่เคยทำร้ายคุณรัชช์ ไม่เคยคิดร้าย เราไม่ทำอย่างนั้นแน่ คุณรัชช์น่าจะรู้ดี” เสียงทุ้มเอ่ยออกมาแผ่วเบาราวกับคนหมดแรง ฝ่ามืออุ่นร้อนยกขึ้นแตะข้างแก้มของผมอย่างอ่อนโยน นัยน์ตาสีเข้มหม่นแสงลงจนผมอดจะสงสารไม่ได้


“แล้วใคร?” ถ้าไม่ใช่เขาแล้วจะเป็นใครได้อีก? ไม่สิ ผมไม่น่ามองเพื่อนในแง่ร้ายแบบนั้น จริงอย่างที่เขาพูด เชนไม่เคยทำร้ายผม และคงไม่มีวันคิดร้ายด้วย เรื่องแบบนั้นจะเป็นเขาได้ยังไงกัน นี่ผมใจร้ายกับเขาเกินไปหรือเปล่า?


“คุณรัชช์น่ะใจดีเกินไป ความดีของคุณรัชช์มันบังตาหมดแล้ว คนที่ทำก็ใช้ความดีของคุณรัชช์มาเป็นเครื่องมือ”


“เชนรู้ใช่ไหม?” เขาจะต้องรู้แน่ๆ ว่าเป็นใคร


“ถ้ารู้แล้วมันจะทำให้รู้สึกแย่ ก็อย่ารู้เลยดีกว่า”


“...” ยิ่งพูดแบบนี้ผมก็ยิ่งคิดหนักสิครับ


“แล้วนี่มารุตไปไหน?” ดูก็รู้ว่าเขาจงใจที่จะเปลี่ยนเรื่อง แต่ถ้าไม่อยากบอกก็ไม่เป็นไร เอาไว้ผมจะจัดการเรื่องนี้เองทีหลังก็ได้ ผมจะต้องรู้ให้ได้ว่าอีกฝ่ายเป็นใคร ต่อให้จะต้องแตกหักกับใครผมก็ยอม ไหนๆ ตอนนี้อะไรๆ มันก็พังไปเยอะแล้ว ถ้าจะพังอีกสักอย่างสองอย่างจะเป็นอะไรไป


“ไม่รู้”


“ขอโทษที่ทำให้เป็นแบบนี้นะคุณรัชช์ แต่เราคงต้องยอมแพ้แล้วล่ะ เกลียดเราไหม?”


“เราเป็นเพื่อนกัน”


“แต่ก็จะจับพี่เราเข้าคุกอยู่ดีใช่ไหม?”


“เรา...” ถ้าบอกว่าใช่จะถูกเกลียดไหมนะ?


“ไม่ต้องคิดมาก ชินมันก็ทำตัวมันเอง เราเข้าใจคุณรัชช์นะ”


“ขอโทษ” ผมไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าเชนเป็นน้องชายของชิน ผมรู้จักกับชินมาตั้งนานแล้ว ตอนนั้นเห็นชินมักอยู่กับกลุ่มเพื่อนตลอด จำได้ว่าเป็นพวกเด็กมีปัญหา คล้ายๆ ว่ามีปมพ่อแม่ไม่รักหรืออะไรสักอย่างนี่แหละ ส่วนเชนผมมารู้จักตอนปีหนึ่ง ถึงจะอยู่ด้วยกันมาเกือบสามปีแล้วแต่ผมก็ไม่ได้รู้เรื่องราวภายในครอบครัวของเขาเท่าไหร่นัก รู้แค่ว่าพ่อแม่แยกทางกันแต่เขาแยกออกมาพักอยู่เพียงคนเดียว


“ขอโทษทำไม? คุณรัชช์ไม่ผิด อย่าโทษตัวเองสิ” เขาว่าด้วยรอยยิ้มบางเบาพร้อมมือหนาที่ยกขึ้นลูบหัวผมเบาๆ


“อืม” ผมไม่รู้ว่าหลังจากผ่านพ้นวันนี้ไปความสัมพันธ์ระหว่างเราจะยังคงเหมือนเดิมอยู่ไหม? ปากเราอาจพูดได้ว่าเป็นเพื่อนกัน แต่ภายในใจมันจะคิดอย่างนั้นจริงๆ เหรอ?


แอ๊ด~


ประตูห้องถูกเปิดออกพร้อมกับการปรากฏตัวของร่างสูงที่ผมคุ้นตาเป็นอย่างดี มารุตเดินเข้ามาในห้องก่อนจะหยุดชะงักลงเมื่อเห็นมือของเชนที่วางอยู่บนหัวของผม ดวงตากลมโตตวัดมองหน้ารุ่นพี่ต่างคณะอย่างไม่สบอารมณ์นัก


“เขามาแล้ว เรากลับก่อนนะ” เชนได้แต่ยิ้มระอาก่อนจะผละมือของตัวเองออกไป


“อื้อ ขอบคุณที่มาเยี่ยมนะ” อย่างน้อยเชนก็ไม่ได้คิดจะหาเรื่องมารุตเหมือนที่ผ่านมา มันอาจเป็นสัญญาณที่ดีว่าเขาจะถอยกลับไปเป็นเพียงแค่เพื่อนของผมเท่านั้น


เชนเดินออกไปแล้วแต่ข้างเตียงของผมก็ไม่ได้ว่างเปล่า มันถูกแทนที่โดยคนที่ผมกำลังคิดถึงอยู่ ทั้งที่นั่งชะเง้อคอมองหาเขามาตั้งหลายชั่วโมงแล้วแท้ๆ แต่เขากลับเพิ่งกลับมานี่นะ?


“เป็นไงบ้าง?”


“ก็ดี หายไปไหนมา”


“ไปจัดการอะไรนิดหน่อย”


“เรื่องอะไร?” ผมมองหน้ามารุตอย่างไม่เข้าใจ ทำไมใครๆ ก็ชอบพูดจาเป็นปริศนาอยู่เรื่อยเลย? เมื่อกี้เชนก็ทีหนึ่งแล้ว นี่ยังมามารุตอีก หวังว่าเขาจะไม่ได้ไปมีเรื่องกับใครมาหรอกนะ


“เรื่องที่มันกวนใจ” เขาว่าพร้อมกระตุกยิ้มที่มุมปากอย่างร้ายกาจ มันดูดิบเถื่อนจนผมอดแปลกใจไม่ได้ แต่ถึงอย่างนั้นผมกลับเกิดอาการแปลกๆ ที่ไม่ควรจะเกิดขึ้นในเวลาอย่างนี้ขึ้นมาได้


ใจเต้นแรงอีกแล้ว


“หือ?” ยิ่งเขาพูดผมก็ยิ่งไม่เข้าใจ พูดอะไรรู้เรื่องอยู่คนเดียวอีกแล้วนะ


“นอกพักได้แล้ว วันนี้ยังไม่ได้นอนเลยไม่ใช่เหรอ?” ไม่ว่าเปล่า เขายังเข้ามาปรับเตียงให้ผมลงนอนแล้วจัดผ้าห่มให้เสร็จสรรพโดยไม่ถามความคิดเห็นของผมเลยแม้แต่น้อย


“อื้อ ถ้าครอบครัวเรามาหา ปลุกเราด้วยนะ” แต่ว่านอนสักหน่อยก็ดีครับ หมอบอกว่านอนเยอะๆ จะได้หายไวๆ


“ครับ” คนเด็กกว่ารับคำอย่างว่าง่ายแล้วนั่งลงบนเก้าอี้ข้างเตียงอย่างเช่นทุกครั้งที่ผมจะหลับ เขามักจะนั่งอยู่ตรงนี้แล้วดึงมือของผมไปกุมเอาไว้ การกระทำเหล่านั้นมันทำให้ผมยิ้มได้ แม้เขาจะไม่ได้พูดมันออกมาตรงๆ แต่ทุกอย่างที่เขาทำก็ชัดเจนในตัวเองแล้วว่าเขาจะอยู่ตรงนี้กับผม แค่นี้มันก็ทำให้ผมใจชื้นขึ้นมาได้แล้วล่ะครับ

 







Marut Part :


รัชช์หลับไปแล้ว ผมได้แต่นั่งเฝ้ารัชช์อยู่อย่างนั้นไม่ได้ขยับลุกไปไหน เหมือนรัชช์เองก็คงเพลียๆ ด้วยแหละ แผลตามตัวเริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ แผลตรงท้องที่ถูกมีดเฉี่ยวก็ไม่ได้น่าเป็นห่วงมากนัก โดยรวมแล้วอาการของรัชช์ดีขึ้นจนเตรียมออกจากโรงพยาบาลได้แล้ว พรุ่งนี้ครบกำหนดออกพอดี คาดว่าน่าจะได้กลับบ้านช่วงสายๆ วันนี้ครอบครัวของรัชช์ก็จะกลับมาเยี่ยมลูกชายคนเล็กของบ้าน อีกสักพักก็คงจะถึงล่ะมั้ง ผมมองสำรวจใบหน้าขาวที่มีรอยฟกช้ำให้เห็นทั่วใบหน้าทีละส่วนช้าๆ ยิ่งมองก็ยิ่งเกลียดตัวเอง แต่ผมก็คงกลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว ตอนนี้สิ่งที่ทำได้มีแค่ดูแลรัชช์ให้ดีที่สุดเท่าที่คนอย่างผมจะทำได้ รัชช์ไม่ว่าหรือตำหนิผมเลยแม้แต่น้อย ทั้งที่ผมทิ้งเขาไว้คนเดียวจนทำให้เจอเรื่องเลวร้ายแบบนี้ ยิ่งรัชช์ทำเป็นไม่สนใจผมก็ยิ่งรู้สึกผิด อยากดึงตัวคนเจ็บเข้ามากอดแน่นๆ แล้วบอกขอโทษสักพันรอบแต่ก็คิดว่าคงไม่เหมาะนัก รัชช์ยังเจ็บอยู่ เอาไว้ให้หายดีก่อนดีกว่า


จะกอดให้ตัวช้ำเลย


คำถามที่รัชช์ถามผมก่อนหลับไปนั้นยังคงวนเวียนอยู่ไหนหัว ผมไม่ได้อยากโกหกหรือปิดบังรัชช์ แต่จะให้บอกได้ยังไงว่าผมไปเจอไอริสมา ผมไม่คิดว่าเขาจะอยากได้ยินมันหรอกนะ และผมเองก็ไม่อยากให้เขามารับรู้เรื่องนี้ด้วย พอคิดถึงเรื่องนี้แล้วมันก็พาลให้ผมนึกไปถึงบทสนทนาระหว่างผมกับเร็กซ์เมื่อช่วงบ่ายของเมื่อวาน มันเป็นช่วงที่รัชช์หลับไปเพราะฤทธิ์ของยา

 

ช่วงบ่ายของเมื่อวาน


“มารุต” ผมที่กำลังนั่งมองหน้ารัชช์ตอนหลับเพลินๆ ก็ต้องละสายตาออกมามองใครอีกคนที่เอ่ยเรียกผมแทน เร็กซ์ไม่ได้พูดอะไร เขาทำเพียงแค่ส่งซิกออกไปทางหน้าระเบียงห้อง แล้วเดินนำออกไป


“ว่าไง?” ผมที่เห็นอย่างนั้นเลยต้องลุกตามออกไป


“ถ้ามึงจะจริงจังกับรัชช์ มึงต้องรู้เรื่องที่เกิดขึ้นกับรัชช์แล้วก็จัดการมันให้เรียบร้อยซะ” จู่ๆ เร็กซ์ก็พูดเรื่องบางอย่างที่ผมไม่เข้าใจขึ้นมาด้วยสีหน้าจริงจัง


“เรื่องอะไร?”


“รัชช์โดนตามรังควานตั้งแต่ที่เข้าไปยุ่งกับมึง รถของรัชช์โดนปล่อยลมยางและโดนกรีดจนเละทั้งคันเรื่องนี้มึงน่าจะรู้อยู่แล้ว แต่กูว่ายังมีอีกหลายเรื่องที่มึงยังไม่รู้...” เร็กซ์หันไปมองรัชช์ที่ยังคงหลับอยู่ด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง


“...” ผมเลือกที่จะเงียบเพื่อรอฟังเรื่องทั้งหมดต่อ


“ล็อกเกอร์ในโรงยิมของรัชช์ถูกรื้อ ชุดบาสถูกกรีดขาดเละ แล้วก็มีคนเอาเลือดสัตว์ไปสาดใส่ในล็อกเกอร์ รัชช์ถูกขังอยู่ในห้องน้ำของตึกเรียนถึงสองครั้ง ในห้องน้ำโรงยิมอีกหนึ่งครั้ง” เร็กซ์เอ่ยเล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับรัชช์ด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งหากแต่ดวงตากลับมีความคับแค้นใจซ่อนอยู่


“รัชช์ไม่เคยพูดถึงเรื่องนี้” ผมที่ได้ยินอย่างนั้นก็ตกใจและโกรธเป็นอย่างมาก เรื่องรถของรัชช์น่ะผมรู้ แต่ไม่คิดว่ามันจะเกิดจากผมเป็นต้นเหตุ แถมเรื่องอื่นๆ รัชช์ก็ไม่เคยพูดให้ฟังเลยด้วย


“ใช่ รัชช์ไม่พูด แต่กูให้คนตามดูรัชช์อยู่ตลอด และนิลก็รู้เรื่องนี้เพราะรัชช์เล่าให้ฟังทุกครั้งที่เกิดเรื่อง แถมนิลยังเป็นคนไปช่วยรัชช์จากการถูกขังในห้องน้ำที่โรงยิมอีกด้วย” ผมชะงักค้างไปกับคำบอกเล่านั้น


นิลกาฬรู้ทุกเรื่อง แต่ผมกลับไม่รู้อะไรเลย มันน่าน้อยใจจริงๆ เลยนะครับ


“ใครเป็นคนทำ” แต่เรื่องน้อยใจรัชช์น่ะเอาไว้ก่อน ผมว่าผมต้องเคลียร์เรื่องคนที่ทำก่อนแล้วล่ะ


“เอาไปดูเองดีกว่า รูปพวกนี้ได้มาจากกล้องวงจรปิดและจากการเฝ้าดูรัชช์ กูให้เพื่อนที่เป็นรุ่นพี่ในคณะของรัชช์หามาให้ แต่ยังไม่มีใครรู้นอกจากกูกับเพื่อน” ซองเอกสารสีน้ำตาลที่เราเห็นกันได้ทั่วไปถูกยื่นมาตรงหน้าของผม ผมไม่ลังเลที่จะยื่นมือไปรับ


“นี่มัน!” แต่สิ่งที่ได้เห็นกลับทำเอาผมแทบล้มทั้งยืน เพ่งมองภาพมากมายในมือซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพื่อยืนยันกับตัวเองว่าไม่ได้ตาฝาดหรือมองผิดไป แต่ยิ่งมองมันก็ยิ่งแน่ชัด ผมไม่ได้มองผิด และนี่ก็ไม่ใช่ภาพตัดต่อด้วย


“ไปจัดการให้เรียบร้อย เรื่องนี้ต้องจบก่อนที่รัชช์จะออกจากโรงพยาบาล” เร็กซ์สั่งเสียงเด็ดขาด


“อืม” และแม้ผมจะตกใจมากแค่ไหนกับสิ่งที่เพิ่งได้รับรู้ แต่ไม่ว่ายังไงผมก็ต้องจัดการเรื่องนี้ให้เด็ดขาด


นี่จะเป็นครั้งแรกที่ผมได้ทำอะไรเพื่อรัชช์บ้าง

 







วันอังคาร 11.26 นาฬิกา


ผมนั่งกอดอกมองผู้ร่วมโต๊ะที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามด้วยสายตาที่ว่างเปล่า บนโต๊ะสีขาวในร้านคาเฟ่หน้ามหาลัยที่ผมเคยมาอยู่บ่อยครั้ง มีรูปถ่ายหลายใบที่ได้มาจากเร็กซ์วางอยู่ ทำไมผมถึงเลือกเป็นที่นี่น่ะเหรอ? อาจเป็นเพราะอีกฝ่ายคือคนที่ผมรู้จักเป็นอย่างดี  เป็นคนใกล้ตัวที่ผมไม่คิดว่าเขาจะกล้าทำเรื่องแบบนี้ได้ ถึงจะไม่ได้ถึงขั้นมีใครเลือดตกยางออก แต่ทำแบบนี้มันก็เกินกว่าจะรับได้จริงๆ ผมอาศัยจังหวะที่กลุ่มเพื่อนของรัชช์มาเยี่ยมเขาที่โรงพยาบาลปลีกตัวออกมาเพื่อจัดการเรื่องคาใจนี้ให้จบเสีย ผมไม่อยากห่างจากรัชช์ แต่ถ้ามีคนอยู่กับเขาด้วย ผมก็พอจะเบาใจได้


“จะนั่งเงียบอีกนานไหม? อธิบายมาสิ” ตวัดตามองคนตรงหน้าอย่างไม่พอใจหลังจากที่นั่งรอคำตอบมาพักใหญ่


“คะ คือ...”


“ทำเพื่ออะไร?” ผมทวนคำถามอีกครั้ง


“รุตคือ...”


“ตอบเราสิไอริส” ผมกดเสียงต่ำอย่างข่มอารมณ์ ถึงภาพทุกอย่างมันจะชัดเจนแล้วแต่ผมก็อยากได้ยินความจริงจากปากของเขา คนที่ได้ชื่อว่าเป็นคนรักเก่าของผม


“เราขอโทษ เราก็แค่หวงรุต” ไอริสว่าเสียงสั่นไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมาสบตากับผม


“หวงเราทำไม? ไอเป็นคนบอกเลิกเรานะ แล้วตอนที่เราง้อไอ ทำไมไอไม่กลับมา” ผมเลิกกับไอริสก่อนที่รัชช์จะเข้ามาวุ่นวายในชีวิตของผมเสียอีก ตอนนั้นผมพยายามง้อไอริสอยู่ตลอด แต่ก็ถูกปฏิเสธกลับมาทุกครั้ง แต่พอมีรัชช์เข้ามา ไอริสกลับบอกว่าที่เขาทำไปก็เพราะหวงผม มันฟังดูไม่สมเหตุสมผลเสียเลย


“รุตไม่เข้าใจไอหรอก ไอกลับไปไม่ได้ แล้วไอก็ปล่อยรุตไปไม่ได้” ไอริสว่าออกมาด้วยสีหน้าที่อธิบายยาก


“ไอแค่หวงก้าง” ผมไม่เข้าใจเขาหรอก และคิดว่าก็คงไม่อยากจะเข้าใจด้วย เขาบอกให้เราจบกัน ผมก็ยอมจบให้แล้ว แต่ทำไมพอผมจะเริ่มต้นใหม่กับใครสักคน เขาต้องมาทำร้ายคนของผมด้วย ทีผมยังไม่เข้าไปยุ่งเรื่องของเขาเลย


“จะว่ายังไงก็ช่าง แต่เราไม่ชอบที่เห็นรุตอยู่กับคนอื่น!” เสียงทุ้มหวานที่ผมเคยชอบตวาดใส่ผมกลับมาเสียงแข็งเรียกสายตาของคนในร้านให้หันมามองที่เราได้เป็นอย่างดี


“รัชช์ดีกับไอมากเลยไม่ใช่เหรอ?” แม้จะรำคาญสายตาของคนรอบข้างและไม่พอใจที่ถูกขึ้นเสียงใส่ แต่ผมก็ต้องแสร้งทำเป็นใจเย็น ผมต้องการจบเรื่องนี้อย่างสันติ อย่างน้อยคนตรงหน้าก็คือแฟนเก่าของผมเอง ผมคงทำตัวใจร้ายกับเขาไม่ลงหรอกครับ แค่เรื่องที่เขาเจอไปเมื่อไม่กี่วันก่อนก็ดูจะโหดร้ายกับเขามากแล้ว อาจเพราะเหตุนี้น้องชายของไอ้ชินถึงได้ซ้อมไอริสจนช้ำ มันคงเป็นการเอาคืนแทนรัชช์ที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลย


“ก็เพราะเป็นพี่รัชช์นั่นแหละ ไอถึงยอมไม่ได้!” แววตาของไอริสแปรเปลี่ยนไปทันทีที่พูดถึงรัชช์


“ทำไม?”


“ไอชอบพี่รัชช์! ที่ไอเลิกกับรุตก็เพราะไอชอบพี่รัชช์ แต่พี่รัชช์กลับไปชอบรุต! ไอยอมไม่ได้!ไอริสโวยวายออกมาอย่างคนเสียสติ ดวงตากลมแข็งกร้าวขึ้นฉับพลันพร้อมทั้งมองผมอย่างอาฆาตแค้น


“พูดจริงเหรอไอริส?” ผมถามย้ำอย่างไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง


นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันวะเนี่ย?


ใช่! ก่อนหน้านี้เราเคยปลื้มพี่รัชช์ แต่เพราะเราไม่เคยมีโอกาสได้เข้าใกล้พี่เขาเลยสักครั้ง เราเลยทำได้แค่คอยมองอยู่ห่างๆ จนวันที่พี่รัชช์ได้ช่วยเราไว้มันยิ่งทำให้เราชอบพี่เขามากขึ้น มากจนเราตัดสินใจบอกเลิกรุต เราเบื่อรุตแล้วก็เบื่อกับชีวิตที่ต้องถูกอริของรุตตามทำร้ายซ้ำแล้วซ้ำเล่า เราหวาดกลัวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทุกครั้ง แต่รุตก็ไม่เคยเข้าใจเรา ไม่เคยทำให้เรารู้สึกปลอดภัย แก้ปัญหาอะไรก็ไม่ได้ ใช้แต่อารมณ์ แต่พี่รัชช์คือชีวิตใหม่ที่เราใฝ่ฝัน เรารู้สึกปลอดภัยและอบอุ่นเมื่อได้อยู่กับเขา เขาอ่อนโยนและใจดี เราคอยหาทางเข้าใกล้พี่รัชช์อยู่ตลอด แต่มันก็เป็นเรื่องที่ยาก…”


“...” ผมเงียบเพื่อฟัในงสิ่งที่ไอริสบอกเล่าออกมาอย่างตั้งใจด้วยความรู้สึกที่เจ็บหน่วงในอก


นี่คือคนที่ผมเคยรักมากอย่างนั้นเหรอ?


การที่เขาแอบปลื้มแอบชื่นชมรัชช์ในตอนที่เรายังคบกันอยู่มันยังไม่น่าโมโหเท่ากับที่เขาทำเหมือนว่าความรักของเรามันไร้ค่าไร้ความหมาย ในช่วงเวลาที่ผมจะเป็นจะตายเรื่องของเขา กลับมีแค่ผมเท่านั้นที่เสียใจกับการจากลา ไอริสไม่ได้เจ็บปวดกับการเลิกราของเราเลย ผมรู้ว่าตัวเองไม่ใช่แฟนที่ดีนัก แต่ผมก็รักเขามาก มากจริงๆ


จนวันที่พี่เขามาขอเบอร์ เราดีใจมาก แต่พี่เขากลับเอาเบอร์เราไปให้เพื่อน เขาขอไปให้เพื่อน แต่นั่นยังไม่น่าโมโหเท่ากับที่พี่เขาไปจีบรุต! เราทั้งโกรธทั้งโมโหที่รุตกับพี่รัชช์สนิทสนมกัน มันน่าตลกที่เราหวงทั้งรุตและพี่รัชช์ไม่ต่างกันเลย ทั้งที่คิดว่าเลิกกันไปแล้วเราคงไม่รู้สึกอะไร แต่มันก็ไม่ใช่ เราไม่รู้จะทำยังไงเลยสร้างเรื่องกลั่นแกล้งพี่รัชช์เพื่อที่พี่เขาจะได้เลิกยุ่งกับรุต ที่รุตเข้าใจพี่รัชช์ผิดก็เป็นเพราะเรา เราจงใจทำให้รุตคิดว่าที่เราเปลี่ยนไปก็เพราะพี่รัชช์ เราเป็นคนแกล้งปล่อยข่าวเรื่องเรากับพี่รัชช์เองแหละ เราทำทุกอย่างเพื่อให้รุตกับพี่รัชช์ผิดใจกัน ทำทุกๆ วิธีเพื่อให้รุตกับพี่รัชช์แยกออกจากกันเพื่อที่เราจะได้เป็นฝ่ายเข้าไปอยู่ในชีวิตของพี่รัชช์แทน ทั้งที่เราก็บอกรุตไปแล้วว่าให้ปล่อยเขาไปแต่รุตก็ไม่ยอม ทุกอย่างมันพังหมดก็เพราะรุต ทั้งที่เราได้เข้าใกล้พี่รัชช์แล้วแท้ๆ


ท่าทางของไอริสไม่ได้ดูรู้สึกผิดกับสิ่งที่ได้ทำลงไปเลย เขาเล่าออกมาได้หน้าตาเฉย ทั้งที่เขาเพิ่งบอกความจริงถึงเหตุผลที่เราต้องเลิกกัน ผมคิดมาตลอดว่าผมเป็นคนผิดเพียงฝ่ายเดียว แต่เปล่าเลย แท้จริงแล้วใจเขาเปลี่ยนไปตั้งนานแล้ว ไอริสไม่อยากที่จะอยู่กับผมอีกต่อไป ใจเขาอยากที่จะไป เขาอยากที่จะมีรัชช์อยู่ในชีวิต แต่เขาคงไม่รู้ว่ามันไม่มีทางเป็นไปได้ และที่รัชช์เข้าหาผมก็เพราะเพื่อนของเขาขอให้ช่วย ผมคงต้องขอบคุณไทม์แล้วล่ะ ถ้าหมอนั่นไม่ขอให้รัชช์มาเข้าหาผม ผมอาจไม่มีรัชช์อยู่กับผมอย่างทุกวันนี้ก็ได้


แต่ว่านะ ในตอนนี้ผมรู้สึกแย่กับสิ่งที่เขาทำจนพูดไม่ออกเลย


“ถ้าอย่างนั้น ที่เคยมีคนอื่นเข้ามาหาเราแล้วหายไป นั่นก็ฝีมือไอด้วยใช่ไหม?” ผมนิ่งไปนานราวกับคนโง่ กว่าจะตั้งสติได้ก็เล่นเอากินเวลาไปหลายนาที แต่เมื่อสติกลับมามันก็ทำให้ผมนึกย้อนไปถึงหลายๆ เหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้น


ชีวิตผมมีคนเข้าหามากมาย แม้ผมจะไม่สนใจใครนอกจากไอริสแต่ก็ยังมีคนแวะเวียนเข้ามาอยู่เรื่อยๆ แต่ผู้คนเหล่านั้นก็มักจะหายออกไปจากชีวิตของผมเองโดยที่ผมไม่ต้องเอ่ยปากไล่ มีคนปล่อยข่าวลือว่ามันเป็นฝีมือของแฟนคลับโรคจิตของผม ซึ่งผมไม่เคยเชื่อ มันไม่มีหลักฐาน คนพวกนั้นก็หายไปไม่ได้มาบอกเล่าถึงความจริงอะไร จนกระทั่งที่เกิดเรื่องขึ้นกับรัชช์ผมก็ยังไม่เอะใจ คิดผิดจริงๆ


“ก็เราหวงรุต เราไม่ชอบให้ใครมายุ่งกับรุต” แต่แบบนั้นมันไม่เกินไปหน่อยหรือไง?


โรคจิตอย่างที่มีคนบอกไว้จริงๆ ด้วย ผมโคตรผิดหวังในตัวไอริสเลย


“แต่ตอนนี้เราตัดขาดกันถาวรแล้ว อย่างยุ่งเกี่ยวกันอีกเลยนะ ทั้งกับเราแล้วก็รัชช์” ผมไม่สนหรอกว่าไอริสจะเคยก่อเรื่องอะไรเอาไว้ ผมสนแค่ว่าตอนนี้และจากนี้ไปชีวิตของผมกับรัชช์จะไม่มีไอริสเข้ามาวุ่นวายอีกก็พอแล้ว


“เราทำไม่ได้!


“อย่าให้เราต้องใจร้ายกับไอเลยนะ ถือว่าคนเคยรักกัน อย่าให้เราต้องเลว”


เพราะถ้าต้องเลือกใครสักคน ยังไงผมก็ต้องเลือกรัชช์อยู่แล้ว เรื่องระหว่างผมกับไอริสมันจบไปแล้ว และมันจะไม่มีทางกลับมาต่อกันติดอีก แต่เรื่องของผมกับรัชช์มันเพิ่งจะเริ่มต้นเพียงเท่านั้น ผมคาดหวังกับความสัมพันธ์ในครั้งนี้อยู่ไม่น้อย รัชช์ทำให้ผมรู้สึกอยากที่จะรักเขาโดยที่ผมไม่ต้องพยายาม เคยคิดว่าการลืมไอริสอาจเป็นเรื่องยาก แต่การมีรัชช์เข้ามากลับกลายเป็นว่าเขาสามารถทำให้เรื่องยากๆ ในชีวิตของผมง่ายขึ้นมาได้ ยิ่งมาได้ยินความจริงจากปากไอริสวันนี้ จากที่เคยรักมาก  ตอนนี้ผมโคตรเกลียดเขาเลยว่ะ


“กะ ก็ได้” ใบหน้าหวานถอดสีลงทันทีที่เผลอมองสบตากับผม ดวงตากลมหลุบมองต่ำอย่างคนหวาดกลัว ไอริสน่าจะรู้จักผมดี เขาน่าจะพอรู้ว่าถ้าผมบ้าขึ้นมามันจะน่ากลัวมากขนาดไหน


ถ้ามันเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับรัชช์ ผมบ้าได้มากกว่าที่เคยเป็นแน่ๆ


“หวังว่าเราจะไม่เห็นหน้าไอที่มหาลัยอีกนะ” ผมทิ้งท้ายเอาไว้แค่นั้นเมื่อเหลือบดูเวลาแล้วเห็นว่าตัวเองออกมานานเกินไปแล้ว ไม่รู้จะถูกรัชช์งอนหรือเปล่า? ตอนออกมาก็ไม่ได้บอกอีกฝ่ายเอาไว้ด้วยสิ


“อะ อืม” เสียงตอบรับแผ่วเบาของไอริสทำให้ผมพอใจเป็นอย่างมาก


อย่าหาว่าผมอย่างนั้นอย่างนี้เลย แต่ผมไม่ไว้ใจไอริส ผมกลัวว่าถ้าเขายังอยู่ที่นี่ เกิดวันไหนเขาเห็นผมกับรัชช์อยู่ด้วยกัน เขาจะไม่หาเรื่องแกล้งรัชช์อีกเหรอ? หรือไม่ครั้งต่อไปอาจจะเป็นผมที่โดนแกล้ง แต่ไม่ว่าจะเป็นใครที่ถูกกระทำผมก็ไม่สนหรอก ผมสนแค่ว่ามันจะต้องไม่เกิดเหตุการณ์อย่างที่ผมคาดเดาเอาไว้


ครั้งนี้คงจบกันจริงๆ เสียทีนะไอริส 



---------------



หว่ายยย ไอริสโป๊ะแตก หยอกๆ
เรื่องนี้มีแต่คนรว้ายๆ
เชนก็รักของเชน เชนผิดตรงไหน
ส่วนนิลกาฬเป็นของเรา

คุณกลางนางก็รักน้องม๊ากมาก
ทุกคนเหมือนโดนคุณกลางตกไปแล้ว
นางมีคู่นะ แต่ไม่บอกหรอกว่าใคร

คือนี่เขียนตอนพิเศษของนางไว้สั้นๆ  หนึ่งตอน
แต่กำลังลังเลว่าจะเขียนเป็นเรื่องยาวแยกดีไหม?
ส่วนนิลก็อยากให้นางมีคู่ และนี่ก็คิดไว้แล้วว่านางควรคู่ใครดี ก็อยากจะเขียนแยกอีก

แต่!!!
ตอนนี้ลิสนิยายที่กำลังเขียนกับจะเขียนนี่ยาวกว่าอนาคตดิฉันอีกค่ะคุณขา
เห็นที่ค้างๆ ดองๆ ไว้ไหม คือไม่มีเวลาเลย แต่ก็อยากเขียนทุกเรื่องนะ

ดีใจที่มีคนชอบเรื่องนี้นะคะ
คือเราก็เต็มที่กับงานเราทุกเรื่องเนอะ
ขอบคุณที่ติดตามกันมา เรื่องนี้ก็ใกล้จบแล้วเหลืออีกไม่กี่ตอนเอง
รอกันหน่อยนะ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 403 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

569 ความคิดเห็น

  1. #562 see_da (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2563 / 13:41
    พีคมากเลย อ่านไปคือลุ้นอยู่ตลอด ชอบค่ะ
    #562
    0
  2. #549 Natthap1719 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 1 เมษายน 2563 / 10:35
    มันพีคมาก อมกกกกกกกกกด
    #549
    0
  3. #545 B3erry (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2563 / 12:18
    คลายปมแต่ละอย่างจุกๆทั้งนั้น กราบความคิดไรท์มาก สวดยอดดด
    #545
    0
  4. #541 Boontharak (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2562 / 13:13
    เอาจริงๆเลยตอนนี้จบ อารมณ์เหมือนดูโคนันอ่ะ โอ้ย พีคในพีค
    #541
    0
  5. #527 SS-karnagi (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2562 / 03:57

    ไอสาสสสสสสสก็ว่าเเปลกๆอยู่เเต่ไม่คิดเลยว่าเป็นไอริสจริง...พีคในพีคจริง
    #527
    0
  6. #462 Natsuki-chan (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2562 / 00:54
    คิดว่า ในอนาคตฉันจะไปเป็นนักสืบ คิดไว้ตั้งแต่แรกเลยว่าเป็นไอริสที่แกล้งคุณรัชช์ แล้วก็คิดว่าไอริสชอบคุณรัชช์
    #462
    0
  7. #416 YuyNittaya (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 8 มีนาคม 2562 / 18:36
    เชี่ยยยยยย ไอริสจริงด้วยยยย เดาถูกด้วยอ่ะ
    #416
    0
  8. #405 aiairline (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 6 มีนาคม 2562 / 22:12
    อื้อฮือ! พีคในพีค สนุกๆ ชอบมากค่ะ
    #405
    0
  9. #403 love55556 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 5 มีนาคม 2562 / 20:19
    ทมื
    สมมือ
    ทาม?ศ



    ท.



    ทา.


    ททท

    ท?



    !



    ท. ท
    ทมท
    !






    ! ศ. ส. ‘.





    ‘.
    ผม. ผมผม มมผม. ป
    #403
    0
  10. #363 linonan_ (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:16
    ในเรื่องคือคุณรัชช์นี่เหมือนเทวดานางฟ้าลงมาจุติยังโลกมนุษย์อ่ะ /ขอพื้นที่อวยลูก 555555555 คนที่ไว้ใจร้ายที่สุด ประโยคนี้ใช้ได้เสมอ แต่รุตคือรักคุณรัชช์มากๆแล้วอ่ะจุดนี้ ลืมเรื่องไอริสไปได้เลยทำเรื่องไว้ขนาดนั้น หักมุมแล้วหักมุมอีกนะคะ5555555
    #363
    0
  11. #323 jjingg. (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2562 / 18:49
    ไอริสสสส ฮือ คุณรัชช์นี่ใครๆอยู่ด้วยก็ทั้งรักทั้งหลงจริงจริ๊ง รุตต้องดูแลดีๆนะ><
    #323
    0
  12. #289 Kim-kibom (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 25 มกราคม 2562 / 22:28
    ว่าแล้วเชียวไม่ใสจริงๆนี่
    #289
    0
  13. #286 bj vamtoon (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 24 มกราคม 2562 / 10:26
    ไอริสโป๊ะแตกซะงั้น​ รอครับ​ รออ่านเรื่องแยกของนิลด้วย
    #286
    0
  14. #285 boumbim (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 22 มกราคม 2562 / 00:13

    ขอแยกเรื่องยาวๆของคุณกลางกับนิลเถอะน้า~please~ อยากอ่านมากเลย~งือ~อยากเห็นคุณกลางกับนิลเรี่มต้นใหม่กับใครสักคน จะเป็นทังสองกลับมาคบกัน หรือว่าคู่กับคนอื่นเราก็อ่านหมด...แฮ่ๆ...ชอบนิยายของไรมากเลย...แต่งได้ดีมากๆเลยค่ะ...จะติดตามผลงานของไรไปเรื่อยๆน้า~...เป็นกำลังใจให้จ้า~
    #285
    0
  15. #284 pin-nrr (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 21 มกราคม 2562 / 00:33
    คือรู้ว่าไอริสชอบคุณรัชช์นะ แต่ไม่คิดนางจะเป็นคนทำอะไรพวกนั้น(ถึงจะมีแอบคิดก็เถอะ) ส่วนคุณกลางนี่คู่กับมาวินป่ะ(เดาเอา 555) ส่วนพี่นิลนี่ไม่รู้ว่าใครเลยจริงๆ แต่แยกเรื่องของคุณกลางก็ดีนะ น่าจะเถื่อนน่าดู 5555
    #284
    0
  16. #283 Phunmile (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 20 มกราคม 2562 / 23:14
    อยากให้นิลสมหวังกับคุณกลาง. จะได้ไหม
    #283
    0
  17. #282 PimmyChu (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 20 มกราคม 2562 / 20:12
    คุณกลางของเรา!!!!
    #282
    0
  18. #281 e_reborn (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 20 มกราคม 2562 / 17:22
    ไอริสจริงๆด้วย..แอบมีคิดแว๊บๆ แต่ก็เถียงกับตัวเองเหมือนคนบ้าว่าจะใช้ได้ไง 5555
    ไม่ต้องแยกก็ได้แต่เพิ่มเป็นคู่รองเอา อยากอ่านทั้งคุณกลาง พี่นิล เยิฟๆ
    #281
    0
  19. #280 Chrysola (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 20 มกราคม 2562 / 17:11

    เราคิดไว้ว่าเป็นนังไอริสนี่แหละ นังนี่มันร้ายเงียบ แล้วมันก็จริง นังงูพิษที่แท้ทรู แอบสงสารเชนเหมือนกันนะ

    ติดตามนะคะไรท์
    #280
    0
  20. #279 wixx (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 20 มกราคม 2562 / 17:07
    แต่ก่อนเคยเอ็นดูไอมากเลยนะ ทั้งๆที่ดูเป็นเด็กดีขนาดนี้ ไม่น่าทำแบบนี้เลยหนู คุณรัชช์สู้ๆนะคะ เจอแต่เรื่องที่น่าลำบากใจทั้งพี่นิลทั้งชินไหนจะเชนอีก ถ้ามารู้ว่าไอเป็นคนทำอะไรแบบนี้คงจะช็อคน่าดู
    #279
    0
  21. #278 primo xxii (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 20 มกราคม 2562 / 16:59
    จะจบแล้วหรออออ งืออออออ สนุกกกกอ่าารักๆๆๆ
    #278
    0
  22. #277 manejanb (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 20 มกราคม 2562 / 16:58

    ชอบบบบบ
    #277
    0
  23. #276 N nana (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 20 มกราคม 2562 / 16:58
    ขอเรื่องคุณกลางงง
    #276
    0
  24. #275 Balukgukguk080110 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 20 มกราคม 2562 / 16:43
    ขอเรื่องงงงงงคุณกลางงเป็นนเรื่องยาวนะคะนะ ชอบบบเคะดิบๆเถื่อนๆ เร้าใจจ แหะๆ 55555555
    #275
    0