จีบคนเถื่อน [YAOI] [สนพ.Lavender By B2S] : Spin-Off

ตอนที่ 25 : จีบคนเถื่อน : 24

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,829
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 402 ครั้ง
    30 ส.ค. 62






24




เร็กซ์ (คุณกลาง)

---------------




02.28 นาฬิกา


รัชช์ อัศวบุญโชค


ผมมายืนอยู่หน้าห้องพักฟื้นที่มีชื่อของใครบางคนติดอยู่ ชื่อของคนที่ผมรู้จักดี บอกไม่ถูกเลยว่าตอนนี้ตัวเองกำลังอยู่ในอารมณ์ไหน ไม่รู้เลยว่าควรรู้สึกยังไง ผมจะสู้หน้ารัชช์กับพี่ชายของรัชช์ได้ยังไง ผมกลัวว่ารัชช์จะโกรธที่ผมทิ้งเขาเอาไว้คนเดียว ทั้งที่ผมไม่ควรจะทำอย่างนั้น


ก๊อก ก๊อก ก๊อก


ยืนทำใจอยู่พักใหญ่ผมถึงได้กล้าเคาะแล้วก็เปิดประตูเข้าไป ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับรัชช์ ผมไม่อยากจะจินตนาการต่อให้ตัวเองจิตตก ตอนนี้ผมโคตรอยากกอดรัชช์เลยว่ะ


“มาแล้วเหรอ?” เปิดประตูห้องเข้ามาได้สิ่งแรกที่ผมสัมผัสได้นั้นคือไอเย็นเฉียบจากเครื่องปรับอากาศ เสียงทุ้มนุ่มที่ผมคิดว่าคุ้นหูตั้งแต่ได้ยินในโทรศัพท์ก็ดังทักขึ้น


“เร็กซ์” ผมมองใครบางคนที่นั่งอยู่ข้างเตียงผู้ป่วยด้วยความตกใจ


“ดีใจที่ยังจำกันได้” ใบหน้าหล่อของอีกฝ่ายหันมามองผมนิ่งพร้อมกับแววตาที่ราบเรียบ


“มึงคือพี่ของรัชช์?” ผมเอ่ยถามเพื่อความแน่ใจ อยากจะด่าตัวเองว่าโง่ที่ไม่เอะใจอะไรเลย รัชช์เคยบอกว่ามีพี่ชายสองคน คนโตหน้าไม่เหมือนกันเลย แต่คนกลางเหมือนกันมาก ผมน่าจะเดาออกเพราะเร็กซ์ก็หน้าเหมือนรัชช์มากจริงๆ แถมชื่อของสามพี่น้องนี้ก็คล้ายกัน แล้วถ้ามาดูที่ความหมายของชื่อมันก็ตรงตัวตามที่รัชช์เคยบอกไว้เลย ริค เร็กซ์ รัชช์ แต่ว่าผมก็ไม่ได้ติดต่อกับเร็กซ์มาสักพักแล้ว ถ้าจะหลงๆ ลืมๆ ว่าเรารู้จักกันก็คงไม่แปลก


“ใช่ และมึงก็คือคนที่รัชช์กำลังคุยด้วยอยู่” จำได้ลางๆ ว่าเร็กซ์เคยบอกว่าหวงน้องมาก ผมว่าผมเริ่มเชื่อแล้วล่ะ มองตาขวางเชียว


“เกิดอะไรขึ้นกับรัชช์? ใครเป็นคนทำร้ายรัชช์?” แต่เรื่องผมกับรัชช์น่ะเอาไว้ก่อน ตอนนี้มาเคลียร์เรื่องที่เกิดขึ้นกับรัชช์ก่อน อยากจะอัดตัวเองให้หน้ายับ ในตอนที่หันไปเห็นสภาพของรัชช์ ใบหน้าขาวเนียนเต็มไปด้วยรอยช้ำมากมาย ตามแขนเองก็ไม่ต่างกัน ยิ่งตอนที่เร็กซ์ดึงผ้าห่มออกแล้วเปิดชายเสื้อของรัชช์ขึ้นเผยให้เห็นผ้าก็อซที่แปะอยู่ตรงหน้าท้องแบนที่มีลอนกล้ามเนื้อเรียงตัวสวยอยู่ผมก็ยิ่งโกรธ


“รัชช์ปลอดภัยดี มีดเฉี่ยวนิดหน่อย คนที่ทำคือไอ้ชิน” เพียงแค่ได้ยินชื่อผมก็ตัวสั่นไปหมด โมโหจนเลือดขึ้นหน้าอยากจะฆ่าคนให้ได้


“มันรู้จักรัชช์?” แต่นี่คือสิ่งที่ผมสงสัยมากกว่า


“ยิ่งกว่ารู้จัก” เร็กซ์เดินไปทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟาตัวยาวก่อนจะยกมือขึ้นเสยผมตัวเองด้วยสีหน้าติดจะหงุดหงิด


“หมายความว่าไง?” ผมถามอย่างไม่เข้าใจ ตกลงแล้วรัชช์มีความเกี่ยวข้องยังไงกับไอ้ชินกันแน่


“เมื่อสี่ปีก่อน รัชช์เคยแข่งรถกับมัน แต่มันแพ้เลยมาเอาคืน มันถีบรถรัชช์ระหว่างทางกลับบ้าน รัชช์นอนอาการโคม่าร่วมเกือบเดือน โชคดีที่มันเป็นช่วงปิดเทอมใหญ่ พี่ริค พี่ชายคนโตของพวกกูเลยจับไอ้ชินส่งตำรวจ ตอนนั้นมันอายุเกินสิบแปดแล้ว มันโดนเรื่องยาเสพติดด้วย ก็เข้าคุกไปนั่นแหละ นี่มันคงแค้นที่รัชช์ทำให้มันถูกจับเลยมาเอาคืน”


ผมนิ่งไปทันทีที่ได้ฟัง รัชช์มักทำให้ผมต้องแปลกใจอยู่เสมอ นี่ก็เป็นอีกครั้งที่ผมอดจะตะลึงในสิ่งที่ได้ยินไม่ได้ ถึงจะพอรู้มาบ้างว่ารัชช์ขี่รถมอเตอร์ไซค์เป็นแต่ก็ไม่คิดว่าจะห้าวถึงขั้นแข่งด้วย ส่วนไอ้ชิน ผมไม่แปลกใจกับการกระทำของมันเท่าไหร่ มันเป็นคนแพ้ใครไม่เป็น แถมเจ้าคิดเจ้าแค้นอีกด้วย นิสัยรอบกัดกับหมาหมู่ก็เรื่องปกติของมัน แต่การที่มันกะเอาตายแบบนี้ไม่ใช่เรื่องปกติเลยจริงๆ


“มันน่าจะออกจากคุกมาสักพักแล้วมั้ง เพราะส่งคนมาทำร้ายกูกับแฟนเก่ากูสองรอบแล้ว ไม่สิ รอบนี้รอบที่สาม”  เห็นว่าก็เส้นใหญ่อยู่ คงติดคุกได้ไม่นานหรอก ยังดีที่บ้านรัชช์ก็ไม่ธรรมดาเหมือนกัน ไม่อย่างนั้นคงเอาเรื่องมันไม่ได้


แต่ครั้งนี้ผมไม่ปล่อยมันไว้แน่


“รอบนี้คนที่สั่งไม่ใช่ไอ้ชิน”


“แล้วใคร?” ยิ่งเร็กซ์พูดผมก็ยิ่งปวดหัว นี่มันมีตัวละครลับเพิ่มมาอีกเหรอวะเนี่ย?


“น้องชายมัน”


“น้องชาย? แล้วเกี่ยวอะไรกับกู?” ว่าแต่น้องชายไอ้ชินคือใครวะ?


“เพราะรัชช์” ดวงตาสีเข้มทอดมองไปยังใบหน้าของคนที่กำลังหลับใหลอยู่ด้วยสายตาที่อ่อนโยน ผมไม่เคยเห็นเร็กซ์มองใครด้วยสายตาแบบนี้มาก่อน รัชช์อาจเป็นข้อยกเว้นในหลายๆ สิ่งสำหรับหลายๆ คน หนึ่งในนั้นก็คือผม


“น้องไอ้ชินชอบรัชช์?” และดูท่าจะคลั่งไคล้มากด้วย แต่ผมก็ยังไม่เข้าใจว่ามันเกี่ยวอะไรกับไอริส ทำไมต้องทำร้ายไอริสด้วย คนที่มันควรจะทำคือผมมากกว่านะ


“ใช่”


“หมายความว่ามันอาจเป็นคนใกล้ตัว” คนภายนอกไม่รู้ว่าความสัมพันธ์ของผมกับรัชช์ตอนนี้เป็นไปในทางไหน ข้อความที่บอกให้ผมเลิกยุ่งกับรัชช์และการที่ดึงไอริสไปเกี่ยวด้วยมันต้องมีอะไรมากกว่าที่คิดแน่


“รัชช์รู้แล้วว่ามันเป็นใคร” เร็กซ์เอ่ยเสียงเรียบ นัยน์ตาสีเข้มเป็นประกายวาววับขึ้นมาทันที ผิดกับสายตาอ่อนโยนที่จ้องมองน้องชายตัวเองลิบลับ


“แล้วมึงจะทำยังไง?” ขอยำตีนมันทั้งพี่ทั้งน้องได้ไหม?


“รัชช์ขอเอาไว้” อะ รู้เรื่อง องค์คนดีลงอีกแล้วไง บางทีรัชช์ก็ทำผมดูเหี้ยไปเลย


“มึงตามใจรัชช์มากเกินไป” นี่น้องหรือพระเจ้าวะ?


“รัชช์โตแล้ว เขาตัดสินใจทุกอย่างเองได้” ก็รู้แหละ รัชช์เป็นผู้ใหญ่มาก แต่ผมก็ไม่อยากให้รัชช์ใจดีกับพวกเหี้ยนั่นเกินไป รัชช์เป็นคนดีผมรู้ หวังว่าเร็กซ์มันจะจัดการเรื่องนี้ได้


“แปลกใจนะที่รู้ว่ามึงคือพี่ของรัชช์” นิสัยโคตรต่าง รัชช์ใจเย็น เร็กซ์ใจร้อน รัชช์ไม่พูดหยาบ แต่เร็กซ์แม่งยกมาทั้งสวนสัตว์ รวมๆ แล้วรัชช์คือเหมาะสมกับชื่อมาก ส่วนเร็กซ์ ช่างแม่งเหอะ


“ก็ตอนที่กูเจอมึง ตอนนั้นกูออกจากบ้านมาแล้ว”


“มึงทำตัวเป็นเด็กมีปัญหา” ว่าเขาแต่ตัวเองก็ไม่ต่างกันหรอก


“เปล่า กูแค่รู้สึกผิด” ใบหน้าของเร็กซ์ดูเศร้าลงทันที


“ที่แอบรักแฟนน้องน่ะเหรอ?” คำพูดที่จี้แทงใจของผมทำให้เร็กซ์ชะงักนิ่งไป ดวงตาจับจ้องไปยังใบหน้าของคนที่ยังนอนสลบอยู่ด้วยแววตาที่รู้สึกผิด


“เปล่า รู้สึกผิดที่ทำให้รัชช์ต้องเลิกกับนิลต่างหาก” เร็กซ์หันมาสบตากับผม แววตาหม่นแสงของอีกฝ่ายทำเอาผมพูดไม่ออก น่าเห็นใจทั้งสองฝ่ายจริงๆ


ผมรับรู้เรื่องของเร็กซ์มาพอสมควรเพราะเราทั้งคู่สนิทกันมาก มากจนแชร์เรื่องต่างๆ ของกันและกันมาโดยตลอด จนเมื่อเกือบหนึ่งปีที่ผ่านมานี้ที่ผมไม่ค่อยได้เจอกับเร็กซ์เลยทำให้ไม่ได้พูดคุยอะไรกันมากนัก แต่ถึงอย่างนั้นผมก็ไม่เคยรู้มาก่อนว่าน้องชายของเร็กซ์คือใครหรือชื่ออะไร พอๆ กับที่ผมก็ไม่รู้ว่าพี่ชายของรัชช์ชื่ออะไรนั่นแหละ


“เพราะรัชช์เลือกมึง” ไม่ใช่แค่เร็กซ์หรอกที่รักรัชช์มาก รัชช์เองก็รักพี่ชายของเขามากไม่ต่างกัน


“รัชช์รักกูมากเกินไป มากกว่าตัวรัชช์เองเสียอีก” อันนี้ผมเชื่อนะ จากที่เคยฟังเร็กซ์พูดถึงน้องชายมาคืออยากจะถามว่านี่คนหรือเทวดา มึงจะดีไปไหน? แต่พอเจอกับตัวนี่เหมือนคนละเรื่องเลย ผมแม่งเหมือนข้อยกเว้นของรัชช์ คือกูโดนด่ามาสารพัดละ ทั้งที่รัชช์แม่งไม่ด่าใครเลย รู้สึกพิเศษฉิบหาย


“แต่ก็ดีแล้ว ไม่อย่างนั้นกูคงไม่ได้เจอรัชช์” ว่าแล้วก็หันไปมองคนที่ยังคงหลับสนิทอีกรอบ ผมโคตรเป็นห่วงรัชช์เลย ตอนที่กลับมาแล้วหารัชช์ไม่เจอ ใจผมมันสั่นไปหมด กลัวจนทำอะไรไม่ถูกเลย ถ้าเร็กซ์ไม่เป็นฝ่ายโทรมาหา ผมคงต้องบ้าตายแน่ๆ


“มึงจริงจังกับรัชช์ใช่ไหมวะ? ไม่สิ มึงจะไม่ทิ้งรัชช์ใช่ไหม?” คำถามนั้นเรียกให้ผมต้องหันไปสบตากับอีกฝ่าย


“กูไม่รู้ว่ะ อนาคตข้างหน้าจะเป็นยังไงกูไม่รู้ แต่ตอนนี้ กูเลือกรัชช์ ความกลัวตอนที่รู้ว่ารัชช์หายไปมันมีมากกว่าตอนที่ได้ยินว่าไอริสถูกจับตัวไปเสียอีก ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่ความรู้สึกของผมที่มีต่อรัชช์มันรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ มันกลายเป็นว่ารัชช์มีอิทธิพลต่อผมแทบจะทุกเรื่อง เป็นคนที่ทำให้ผมคิดถึงแต่เรื่องของเขาจนไม่มีเวลาไปคิดถึงใครได้อีก


“แล้วไอริส?”


“กูยังลืมไอไม่ได้ แต่ไม่ได้หมายความว่ากูจะต้องรักไอตลอดไป” เราต่างก็ต้องเดินไปข้างหน้า จะให้จมอยู่กับอดีตตลอดไปก็คงไม่ได้ รัชช์เป็นคนที่ทำให้ผมอยากเดินออกจากอดีตนั้นแล้วเริ่มต้นใหม่ ตลอดหนึ่งเดือนกว่าที่ได้รู้จักกันมันสำคัญมากพอที่จะทำให้ผมเสียมันไปไม่ได้ ทั้งช่วงเวลาระหว่างเราและตัวรัชช์เอง ไม่ว่าอะไรผมก็จะไม่ยอมเสียไปทั้งนั้น


การไปช่วยไอริสเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ คนๆ หนึ่งที่ถูกทำร้ายและถูกขู่ฆ่า ต่อให้ไม่ใช่ไอริส ผมก็ต้องไปช่วย มันอาจผิดที่ผมทิ้งรัชช์เอาไว้คนเดียว แต่ในเวลานั้นชีวิตคนก็สำคัญเหมือนกัน ผมไม่ได้มองว่ารัชช์ไม่สำคัญ แต่ผมก็คิดว่าถ้าไอริสเป็นอะไรไปโดยที่ผมช่วยไม่ได้ มันคงเป็นตราบาปในใจผมไปตลอดชีวิต และผมเองก็ไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นกับรัชช์ ถ้าผมรู้ล่วงหน้า ผมไม่มีทางปล่อยให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นแน่ ในตอนนั้นผมคิดว่ามันอันตรายเกินไปหากจะพารัชช์ไปด้วย แถมรถที่มียังเป็นแค่รถมอเตอร์ไซค์อีก แต่ผมกลับคิดผิด การทิ้งรัชช์เอาไว้คนเดียวมันโคตรอันตรายเลย


“มึงแน่ใจแล้วใช่ไหมว่าเป็นรัชช์?”


“ต้องรัชช์ คนเดียวเท่านั้น” เป็นคนอื่นไม่ได้อีกแล้ว ในตอนนี้ต่อให้เป็นไอริสก็ไม่สามารถทำให้ผมเปลี่ยนใจไปจากรัชช์ได้


“ได้ยินอย่างนี้กูก็สบายใจ” เร็กซ์พยักหน้ารับเบาๆ อย่างเข้าใจ


“มึงไม่ว่าอะไรใช่ไหม?” ต้องถามเพื่อความมั่นใจครับ ถ้าเร็กซ์ไม่ยอมรับผมนี่คือจบเลยนะ ผมรู้จักกับเร็กซ์มานาน รู้ดีว่าอีกฝ่ายเป็นคนจริงแค่ไหน รักน้องสุดอะไรสุด คนบ้าอะไรพูดเรื่องน้องตัวเองได้เป็นวันๆ


“กูไม่มีสิทธิ์ว่าอะไรอยู่แล้ว กูเคยทำความรักของรัชช์พังมาครั้งหนึ่งแล้ว ถ้ารัชช์เลือกมึง มันก็ต้องเป็นอย่างนั้น” คนเป็นพี่ถอนหายใจยาวออกมาก่อนจะระบายยิ้มบางยามที่จับจ้องไปยังร่างที่อยู่บนเตียง


“รัชช์จะไม่กลับไปหานิลกาฬใช่ไหมวะ?” สิ่งที่ผมกังวลกว่าการถูกเร็กซ์หรือพี่ชายคนโตของบ้านกีดกันคือการที่รัชช์ยังไม่ลืมนิลกาฬ การเลิกกันทั้งที่ยังรักมันเจ็บปวดมาก ยิ่งทั้งสองยังคงติดต่อหากัน ยังดีต่อกัน ยังมีเยื่อใยให้แก่กันมันยิ่งทำให้ผมกลัว ผมเสียรัชช์ไปให้ใครไม่ได้ ผมผ่านเรื่องไอริสมาได้เพราะยังมีรัชช์ แต่ถ้าผมต้องสียรัชช์ไป ผมคงอยู่ไม่ได้ ครั้งนี้ผมจะไม่เหลือใครจริงๆ แล้ว


“ทำไมมึงไม่ถามรัชช์เองล่ะ?”


“นั่นสิ รอรัชช์ตื่นแล้วกูค่อยถามเขาดีกว่า”  ผมนิ่งไปพักหนึ่งอย่างใช้ความคิด แต่เมื่อลองคิดตามที่เร็กซ์บอกผมก็คิดได้ว่าผมควรจะคุยกับรัชช์ตรงๆ ถามไปเลยดีกว่า ไม่ว่าคำตอบจะเป็นยังไงผมก็จะยอมรับมัน


“มึงกลับไปก่อนก็ได้นะ พรุ่งนี้เช้าค่อยมาใหม่ วันนี้กูเฝ้าน้องกูเอง”


“อืม พรุ่งนี้กูจะรีบมา”


ถึงจะอยากอยู่ต่อแต่ผมคิดว่าคงไม่เหมาะ เร็กซ์เองก็คงอยากใช้เวลาอยู่กับรัชช์ด้วย เพราะอย่างนั้นปล่อยให้พี่น้องเขาได้อยู่ด้วยกันเถอะครับ เขาไม่ได้อยู่ด้วยกันมาเกือบสี่ปีแล้ว คนพี่เขาน่าจะคิดถึงน้องชายน่าดู ผมเดินออกจากห้องฟักฟื้นของรัชช์แล้วกลับคอนโดอย่างว่าง่าย ถึงจะนอนไม่หลับแต่ผมก็ต้องข่มตานอนให้ได้ อีกไม่กี่ชั่วโมงก็เช้าแล้ว ถึงตอนนั้นผมจะรีบไปหารัชช์ทันทีเลย

 







Rach Part :


“อือ~”  แสงแดดอุ่นๆ จากภายนอกสาดส่องเข้ามายังด้านในห้องจนมาโดนตัวผมที่นอนอยู่บนเตียง แสงสว่างกระทบต้องเปลือกตาของผมเล็กน้อย แต่มันกลับสร้างความรำคาญให้กับผมอยู่พอสมควร


“ตื่นได้แล้ว เช้าแล้วนะเล็ก” แสงแดดนั้นหายไปพร้อมกับเสียงของใครบางคนที่ดังอยู่ข้างใบหู


“อือ รุต” ผมค่อยๆ ลืมตาขึ้น สิ่งที่เห็นคือใบหน้าหล่อคมของใครบางคนลอยเด่นอยู่ตรงหน้า มารุตยืนอยู่ข้างเตียงในตำแหน่งที่แดดส่องมาโดนใบหน้าของผม


เขาเอาตัวเองบังแดดให้กับผม


ดื่มน้ำก่อนแก้วน้ำถูกยื่นมาตรงหน้าของผมโดยที่ผมยังไม่ทันได้ร้องขอ ผมขยับเล็กน้อยเพื่อจับหลอดมาดูดน้ำทีละนิดให้พอหายกระหายน้ำ


“ไง เจ็บมากไหม?” มารุตเอ่ยถามผมด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง มันฟังดูอ่อนโยนจนผมใจเต้นแรงมาก ทั้งที่ไม่ควรเป็นแบบนั้นในสถานการณ์อย่างนี้


“เจ็บ” ตอบไปตามความจริง พี่นิลบอกกับผมว่าถ้าเจ็บก็ให้บอกว่าเจ็บ และตอนนี้ผมก็เจ็บจริงๆ


“ไม่งอแงเนอะ” เขาว่าพลางยกมือขึ้นลูบหัวผมแผ่วเบาคล้ายกับกำลังปลอบโยนผมอยู่


ผมยิ้มรับบางๆ ก่อนจะหันมองหาใครอีกคนที่ผมอยากเจอมากที่สุด ไหนบอกว่าถ้าตื่นมาแล้วผมจะเจอคุณกลางไง แล้วทำไมถึงเป็นมารุตมาอยู่ตรงนี้แทนได้ล่ะ? ถึงจะไม่ได้คาดหวังว่าเขาจะมาแต่ก็ต้องยอมรับว่าดีใจมากที่ตื่นมาแล้วเจอเขายืนอยู่ตรงหน้าแบบนี้


“หาใคร?” พอเห็นท่าทางที่เหมือนกำลังมองหาใครอยู่ของผม มารุตก็เลยเอ่ยถามขึ้นมาอย่างสงสัย


“คุณกลาง” ผมตอบเสียงแผ่ว ไม่อยู่จริงๆ ด้วย


“กลับไปอาบน้ำ เมื่อคืนเร็กซ์มันนอนเน่าเฝ้าเล็กจนเช้าเลยนะ เพิ่งกลับไปก่อนเล็กตื่นไม่นานนี้เอง”


“รู้จักกันเหรอ?” ผมมองหน้าอีกฝ่ายอย่างแปลกใจ จำได้ว่าไม่เคยบอกมารุตนะว่าคุณกลางชื่ออะไรน่ะ


“อืม แก๊งเดียวกัน เป็นพวกเด็กมีปัญหาเหมือนกันน่ะ” เขาตอบกลับสบายๆ เหมือนไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร


“เล่าให้ฟังหน่อย” แต่กลับเรียกความสนใจของผมได้เป็นอย่างดี


“ก็...รุตเคยทะเลาะกับพ่อแล้วหนีออกจากบ้านตอนม.4 มันเป็นความไม่เข้าใจกันของพ่อกับลูกน่ะ ตอนนั้นไปอยู่กับพวกกลุ่มที่ชอบมีเรื่อง ก็ตีกันมาหลายกลุ่ม กับพวกไอ้ชินนี่ขาประจำเลย ไม่ถูกกันตั้งแต่รุตอยู่ม.ต้นแล้ว แล้วก็มาเจอเร็กซ์...” ไม่น่าเชื่อว่าพวกเขาจะรู้จักกันมานานขนาดนั้น?


“ตอนนั้นเร็กซ์ก็หนีออกจากบ้านเหมือนกัน เร็กซ์ชวนไปแข่งรถหาเงินใช้ หลังจากนั้นก็สนิทกัน แต่ก็ยังคบเพื่อนกลุ่มเก่าอยู่ ชีวิตเลยดีบ้างเลวบ้าง ขึ้นโรงพักหลายครั้ง แต่พ่อก็ส่งคนมาประกันตัวให้ตลอด จนครั้งนั้นมีเรื่องกับพวกของไอ้ชินอีก แต่เรื่องมันค่อนข้างใหญ่เพราะมีคนเข้าโรงพยาบาลอาการโคม่า พ่อไม่ได้มาประกันตัว เกือบต้องนอนคุกแล้ว” ได้ยินอย่างนั้นผมก็ตกใจตาโต ในชีวิตผมยังไม่เคยมีเรื่องถึงขั้นนั้นเลยนะ


“แต่เร็กซ์หารุ่นพี่มาช่วยประกันตัวให้ โดนเร็กซ์สั่งสอนไปเสียยกใหญ่ ก็เลยตัดสินใจกลับบ้านแล้วไปคุยกับพ่อ แต่กว่าจะดีกันได้ก็ตอนเกือบจบม.6 ดีที่มีเร็กซ์คอยเตือนสติอยู่เสมอ ไม่อย่างนั้นคงกลับไปเป็นแบบเดิม แต่หลายครั้งที่มีเรื่องก็โจทย์เก่าหรือไม่ก็เจอตามร้านเหล้า แบบมองหน้าก็บวกเลย” ผมพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ


“รู้จักกับชินด้วยเหรอ?” ก่อนจะเอ่ยถามในสิ่งที่สงสัยออกไป ไม่รู้ว่าชินเดียวกันหรือเปล่า?


“มันค่อนข้างดังเรื่องการมีเรื่องล่ะนะ” อ่า ถ้าอย่างนั้นก็คงชินเดียวกันแล้วล่ะ คนที่มีเรื่องกับเขาไปทั่วแบบนี้คงไม่ได้มีเยอะนักหรอกนะ


“นั่นสิ เราเองก็เคยมีเรื่องกับชิน” ผมว่ายิ้มๆ ถ้าใครเคยแข่งรถในสนาม LW แล้วไม่เคยมีเรื่องกับชินนี่ถือว่าโชคดีมากเลยนะครับ ชินมันเป็นพวกคนกากที่ปากเก่ง ถ้าไม่มีพวกหรือคนหนุนหลังก็ไม่ต่างจากหมาข้างถนน


“เล่าให้ฟังบ้างสิ” มารุตร้องขอออกมาด้วยท่าทางที่ดูสนอกสนใจเป็นอย่างมาก ผมพยักหน้าเบาๆ แล้วขยับลุกขึ้นนั่ง มารุตที่เห็นอย่างนั้นก็รีบเข้ามาช่วยประคองปรับเตียงให้ผมได้นั่งอย่างสบาย


“เราเคยมีเรื่องชกต่อย ไม่ได้ชอบมีเรื่อง แต่เรื่องชอบวิ่งเข้าหา ดีที่ตอนเด็กๆ อาปาเคยส่งเรากับพี่ๆ ไปเรียนมวยไทย คุณกลางเป็นคนใจร้อน ตั้งแต่ม.ต้นเรากับคุณกลางโดนแกล้งโดนหาเรื่องตลอด อาจเป็นเพราะช่วงนั้นเราตัวเล็กแล้วก็ดูนิ่งๆ ไม่สุงสิงกับใครแล้วก็ดูไม่สู้คน แต่มีอยู่วันหนึ่งที่คุณกลางทนไม่ไหว ซัดเด็กพวกนั้นล้มตึงไป แต่ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร เพราะอาปาจัดการให้หมด แถมยังมีพยานว่าพวกเราถูกหาเรื่องก่อนด้วย”


จะบอกว่าบ้านเราเลี้ยงลูกอย่างสปอยด์ก็คงไม่ผิด แต่ทุกครั้งอาปากับออมม่าก็จะถามหาเหตุและผลของการกระทำต่างๆ และถ้ามีหลักฐานมาทำให้มั่นใจว่าพวกเราไม่ผิด อาปากับออมม่าก็จะออกมาปกป้องพวกเราเต็มที่ คุณใหญ่เองก็ใช้วิธีนี้ ถึงจะตามใจยังไงแต่ก็ยังอยู่ในขอบเขตเสมอ


“เร็กซ์นี่ซ่าตั้งแต่เด็กเลยเหรอ?” อยากจะบอกว่านี่แค่จิ๊บๆ คุณกลางน่ะสร้างวีรกรรมไว้เยอะจนคุณใหญ่ปวดหัวตลอดแหละ พอเริ่มโตหน้าที่การดูแลผมกับคุณกลางก็ตกไปอยู่ที่คุณใหญ่ มีเรื่องมาทีนี่โดนดุจนอยากจะร้องไห้ตลอด แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมีแผลกลับมาฝากพี่ชายคนโตของบ้านแทบจะทุกอาทิตย์


“พอขึ้นม.ปลาย คุณกลางก็มีเพื่อนที่ค่อนข้างเกเร ชวนกันเที่ยว ชวนกันมีเรื่อง แล้วก็เริ่มแข่งรถ เราเองก็เป็นหนึ่งในกลุ่มนั้น อาปากับคุณใหญ่โกรธมากทุกครั้งที่มีเรื่อง แต่เพราะวัยคึกคะนองพวกเราก็ยังไม่หยุด เรื่องชกต่อยน่ะลดลง แต่ยังติดใจเรื่องการแข่งรถ” ผมไม่ได้ชอบการมีเรื่อง คุณกลางเองก็เช่นกัน


แต่ถ้าเราไม่อยู่กับกลุ่มใหญ่ที่เป็นหัวโจก เราเองนั่นแหละที่จะเป็นเหยื่อ อย่างน้อยการต่อยตีกับใครสักคนเราก็ยังมีพวก คุณกลางไม่ต้องการให้ผมถูกแกล้งเหมือนตอนอยู่ม.ต้นเลยพาตัวเองเข้าไปอยู่กับเด็กที่ค่อนข้างจะหัวรุนแรง เพื่อที่จะได้ปกป้องผมได้ และจะได้มีคนคอยช่วยดูผมด้วย ผมไม่ได้อยากเป็นเด็กที่ต้องคอยให้พี่ชายหรือใครมาปกป้องอยู่ตลอดเวลา ผมเลยพาตัวเองเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในนั้น มันเลยกลายเป็นว่าไม่มีใครห้ามใคร


“จนได้มาแข่งกับชิน เราชนะ แต่ชินไม่ยอมจบ วันนั้นเราไปฉลองหลังสอบเสร็จกับกลุ่มเพื่อน ตอนนั้นขี่มอเตอร์ไซค์ไปกับคุณกลางคนละคัน คุณกลางขี่นำหน้าเลยไม่เห็นชินที่ขี่ตามหลังมา เราพยายามหลบแล้วแต่โดนประกบ แค่เพียงพริบตาเดียวรถเราก็ถูกถีบจนเสียหลัก ตอนนั้นนอนโรงพยาบาลตั้งเป็นเดือนเลย”


กับคนอื่นนี่ไม่ค่อยมีปัญหา แพ้ชนะเกมจบก็คือจบ แต่นั่นไม่ใช่กับชิน


“แล้วเร็กซ์ทำยังไง?”


“คุณใหญ่เล่าให้ฟังว่าคุณกลางโกรธมาก แต่ก็ไม่ได้ไปเอาคืน แต่บอกให้อาปากับคุณใหญ่จัดการตามกฎหมาย แล้วคุณกลางก็โทษว่าเป็นความผิดของตัวเอง พอเราออกจากโรงพยาบาล คุณกลางก็ดูแลเราดีมาก แต่เราก็ทำคุณกลางเสียใจ” พอนึกย้อนไปถึงเหตุการณ์ในตอนนั้นแล้วผมก็ยังคงรู้สึกแย่อยู่ดี เพราะผมเองที่ทำให้คุณกลางต้องแยกออกไปอยู่คนเดียว เกือบสี่ปีที่คุณกลางออกไปจากบ้านแล้วไม่ติดต่อกลับมาอีกเลย ผมเหมือนตายทั้งเป็น ไม่ว่าจะมองหน้าพี่นิลหรือพูดชื่อเร็กซ์ ผมก็ยังคงรู้สึกผิดและละอายแก่ใจอยู่เสมอ


“เรื่องนิลกาฬใช่ไหม?” ผมชะงักไปกับคำถามนั้น


“รู้ด้วยเหรอ?” ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะรู้เรื่องนี้ด้วย เพราะผมไม่เคยบอกใครเลย แม้แต่พวกแฝด


“เร็กซ์เคยเล่าให้ฟังว่าแอบชอบเพื่อนตัวเอง แล้วก็ไปสารภาพรัก แต่มารู้ทีหลังว่าเพื่อนสนิทคบกับน้องชายตัวเองอยู่ พอน้องชายรู้ว่าเร็กซ์แอบชอบแฟนของตัวเองก็เลยเลิกกับแฟน เร็กซ์รู้สึกผิดกับน้องและเพื่อนเลยแยกออกมาอยู่คนเดียว หวังให้ทั้งสองคนกลับมาคบกันอีก แต่ก็ดูเหมือนจะไม่เป็นอย่างนั้น”


“อื้อ เรารู้สึกผิดกับคุณกลางนะ คุณกลางชอบพี่นิลมาก่อนเรา จริงๆ คือทั้งสองคนชอบกันมาก่อน แต่ไม่มีใครกล้าพูด จนพี่นิลมารู้จักเรา เขายึดติดกับการที่อยากให้เรากลับไปเล่นบาส เพราะเสียดายความสามารถของเรา การได้เจอกันบ่อยๆ เลยทำให้ความรู้สึกของพวกเราเปลี่ยน แล้วเรากับพี่นิลก็คบกัน แต่ถ้าเรารู้ว่าคุณกลางรู้สึกยังไงกับพี่นิล เราจะไม่คบกับพี่นิลเด็ดขาด”


ผมคงเป็นน้องที่แย่มากถึงได้ดูพี่ชายตัวเองไม่ออก ครั้งที่ผมเจอพี่นิลที่บ้านของตัวเอง ตอนนั้นผมมั่นใจมากว่าอีกฝ่ายชอบคุณกลาง และผมไม่ชอบเขา ผมหวงพี่ชาย แต่ทุกอย่างก็เปลี่ยนไปเมื่อเขามาบอกว่าจะจีบผม เรื่องราวของเรามันเป็นความลับสำหรับคนรอบข้าง จนกระทั่งเราคบกัน ผมคิดว่าตัวเองเข้าใจผิดว่าพี่นิลเคยชอบคุณกลาง แต่ทุกอย่างมันก็เปิดออกเมื่อวันที่คุณกลางบอกว่าชอบพี่นิล สายตาที่พี่นิลมองพี่ชายของผม มันทำให้ผมรู้ว่าพวกเขาเคยมีความรู้สึกยังไงต่อกัน ผมไม่ต่างจากคนที่แย่งคนรักของพี่ชายตัวเอง ผมคิดอย่างนั้นเลยบอกเลิกพี่นิลไป แม้อีกฝ่ายจะบอกว่าเรื่องระหว่างเขากับคุณกลางเป็นเพียงอดีต แต่ผมก็รู้สึกผิดอยู่ดี


“เรื่องมันผ่านมาแล้วนะ อย่าคิดมากเลย” ร่างสูงทิ้งตัวลงนั่งบนเตียงพร้อมตวัดแขนยาวขึ้นโอบกอดร่างของผมเอาไว้โดยระวังไม่ให้มันกระทบกระเทือนถึงแผลบนตัวผม


“เราอยากให้คุณกลางกลับมา เรากับพี่นิลไม่ได้โทษว่าเป็นความผิดของคุณกลาง คุณกลางไม่ควรจะลงโทษตัวเองแบบนั้น” ผมรู้ว่าตัวเองเห็นแก่ตัวมากแค่ไหนที่ตัดสินใจแบบนั้นโดยไม่ได้ถามความรู้สึกของพี่นิลเลย แต่พี่นิลก็ไม่เคยโกรธผม เขาให้อภัยผมมาตลอด เพราะอย่างนั้นตลอดเวลาที่ผ่านมาผมถึงได้ตามใจคนรอบข้างอยู่เสมอ ไม่ว่าใครจะขอให้ช่วยอะไร ผมก็ยินดีทำให้ด้วยความเต็มใจ เพื่อให้พวกเขามีความสุข ถ้าผมช่วยได้ผมก็ยินดีช่วย


ผมเอนหัวพิงเข้าที่ไหล่กว้างอย่างต้องการที่พึ่ง มารุตกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้น ความอบอุ่นที่ผมได้รับจากเขาทำให้ผมผ่อนคลายมากขึ้น ความกังวลต่างๆ ที่เคยมีก็เบาบางลง


“รู้ใช่ไหมว่าเร็กซ์ไม่ได้โกรธ?” เขาก้มหน้าลงมาถามผมจนหน้าผากของเราชนกัน


“อื้อ” ผมขานรับแผ่วเบาในลำคอ ไม่กล้าขยับปากมากเพราะอีกนิดปากของผมกับเขาก็จะแตะโดนกันอยู่แล้ว


“ทำไมดูอ้อนมารุตจังเลยคุณเล็ก?” แต่เพราะมีเสียงของใครบางคนดังแทรกขึ้นมาเสียก่อน มารุตเลยต้องผละใบหน้าออกไปอย่างเลี่ยงไม่ได้


“คุณกลาง” ผมเบิกตากว้างด้วยความตกใจที่เห็นว่าพี่ชายยืนกอดอกพิงประตูห้องด้วยสายตาดุๆ


“ว่าไงครับคนเก่ง?” ร่างสูงโปร่งที่คาดว่าน่าจะไม่ต่างจากผมมากนักเดินเข้ามาประชิดอีกฝั่งหนึ่งของเตียง


“คิดถึง” ผมผละตัวออกจากอ้อมกอดของมารุตแล้วโถมไปหาคุณกลางแทน มารุตยอมปล่อยผมอย่างง่ายดาย ส่วนคุณกลางก็อ้าแขนรอรับไว้แล้ว แม้จะรู้สึกเจ็บนิดๆ ตรงแผลที่ท้องเพราะขยับตัวมากไป แต่ผมก็เก็บอาการเอาไว้ ไม่อยากให้ใครเป็นห่วงอีก


“คิดถึงเหมือนกันครับ” โดนกอดแถมโดนหอมแก้มไปเสียยกใหญ่ บางทีคุณกลางอาจจะลืมไปว่าตอนนี้ผมอายุยี่สิบเอ็ดแล้วไม่ใช่เด็กๆ เหมือนเมื่อก่อน แต่ผมก็ชอบนะ การถูกใครสักคนรักมากๆ นี่มันดีจริงๆ นะครับ


“กลับมาอยู่กับน้องนะ อย่าไปไหนอีกเลยนะ” ผมช้อนตาขึ้นมองคนที่กอดรัดผมอยู่อย่างอ้อนๆ


“ครับ พี่กลับมาแล้ว จะกลับมาอยู่กับน้องให้หายคิดถึงเลย” แล้วก็โดนฟัดแก้มไปหนักๆ อีกหลายรอบ


“ดีจัง” ผมหลุดยิ้มกว้างตาหยีจนลืมไปแล้วว่าหน้าแตกยับขนาดไหน ความเจ็บปวดบนใบหน้าหรือแม้แต่ที่ร่างกายก็ไม่สามารถทำให้ผมหุบยิ้มได้ ผมกำลังมีความสุขมากๆ ในรอบหลายปี นับว่าการเจ็บตัวในครั้งนี้มันคุ้มค่ามาก


“พรุ่งนี้คุณใหญ่กับออมม่าแล้วก็อาปาจะมานะครับ”


“โดนดุอีกแน่เลย” อดจะเสียวสันหลังไม่ได้ เรื่องทำโทษอะไรไม่น่ากลัวหรอก แต่ถ้าโดนโกรธแล้วโดนเมินนี่น่ากลัวกว่าเป็นไหนๆ เลย ไม่รู้ว่าครั้งนี้จะโดนว่าอะไรบ้าง


“ไม่โดนครับ พี่คุยให้เรียบร้อยแล้ว”


“ใจดีจัง” ผมมองคุณกลางด้วยดวงตาเป็นประกาย คุณกลางนี่ใจดีที่หนึ่งในโลกเลยครับ


“ยิ้มอะไร?” ผมหันมองตามสายตาของคุณกลางไปก็เจอกับมารุตที่นั่งยิ้มมองหน้าผมอยู่ไม่วางตา


“เพิ่งเห็นว่าเล็กมีมุมนี้ด้วย” พอถูกคุณกลางเอ่ยทักมารุตก็ชักสีหน้าใส่แวบหนึ่งก่อนจะหันกลับมายิ้มหวานมองหน้าผมต่อ แอบขนลุกเบาๆ ปกติมารุตไม่เป็นแบบนี้นี่ครับ


“เล็ก?” คุณกลางทวนคำพูดของมารุตอย่างข้องใจ ดวงตาดูดุดันขึ้นมาทันทีที่สบตากับมารุต


“อืม”


“มึงนี่กล้าเนอะ ไอ้นิลยังไม่กล้าเท่ามึงเลย”


“เพื่อนมึงกากเองว่ะเร็กซ์”


“ทำไมไม่เรียกพี่เราว่าพี่?” ยกมือขึ้นตีแขนแกร่งเบาๆ เป็นการเอ่ยเตือน


นี่เขาจะหยาบกับทุกคนบนโลกเลยหรือไง?


“เออ ทำไมไม่เรียกกูว่าพี่วะ?” ได้ทีคุณกลางก็ยิ้มเยาะคล้ายว่าตัวเองเหนือกว่าอย่างชวนหาเรื่อง


“กระดากปาก” คนถูกหาเรื่องเบะปากคว่ำอย่างหมั่นไส้


“รุต” ผมอดที่จะเอ่ยปรามไม่ได้


“ขอเถอะเล็ก ไม่พูดหยาบกับเล็กรุตทำให้ได้นะ แต่ให้พูดดีกับเร็กซ์นี่ไม่ไหวว่ะ มันรู้สึกสะอิดสะเอียนแปลกๆ” พูดพร้อมทำหน้าพะอืดพะอมเหมือนอยากจะอาเจียนเต็มทน มันต้องขนาดนั้นเลยเหรอมารุต?


“ก็จริง ช่างเถอะ คิดภาพตอนมึงเรียกกูว่าพี่เร็กซ์ไม่ออกเหมือนกัน” พี่ชายของผมก็มีท่าทางที่ไม่ต่างกันสักเท่าไหร่นัก เห็นแบบนั้นผมก็อดที่จะอมยิ้มขำไม่ได้


เพราะแบบนี้หรือเปล่าถึงสนิทกันได้น่ะ?


เราพูดคุยกันอีกนิดหน่อยก่อนที่มารุตจะออกไปตามหมอให้เข้ามาตรวจดูอาการของผม คุณหมอท่าทางใจดีเดินเข้ามาทักทาย ตรวจวัดความดัน ถามไถ่อาการต่างๆ ตรวจเช็คอะไรอีกนิดหน่อยก็เดินออกไปพร้อมกับคุณกลาง เหมือนว่าจะไปคุยกันเรื่องอาการของผมนี่แหละ


หมอว่ายังไงบ้าง?” พอคุณกลางเดินกลับเข้ามาก็ถูกมารุตยิงคำถามใส่ทันที


ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงคำตอบนี้ทำผมกับมารุตยิ้มออกมาได้


“หมอให้กลับวันไหน?” ผมถามด้วยความอยากรู้แทบขาดใจ ไม่อยากอยู่โรงพยาบาลนานๆ เท่าไหร่นัก ไม่รู้ว่าต้องขาดเรียนอีกกี่วัน แต่ที่แน่ๆ วันนี้ขาดไปแล้วหนึ่งวัน


“มะรืน อดทนหน่อยเนอะ”


“อื้อ” อย่าทำเหมือนผมเลือกอะไรได้สิ แต่เจ็บขนาดนี้ก็คงออกไปเดินไหนไม่ได้อยู่แล้วล่ะ นอนนิ่งๆ ที่โรงพยาบาลสักสองสามวันก็คงไม่เสียหายอะไร ถือว่าเปลี่ยนสถานที่พักผ่อนก็แล้วกัน


---------------




ไทม์ไลน์ของตอนนี้กับตอนที่แล้วจะซ้อนกันนะ

ให้สังเกตเวลาที่เราเขียนไว้

จริงๆ คือเร็กซ์โทรให้มารุตมาหารัชช์ที่โรงพยาบาลก่อน

แล้วถึงจะโทรตามนิลให้มาเฝ้ารัชช์แทนทีหลัง

เช้ามาก็เป็นมารุตที่มาเปลี่ยนเวรเฝ้ารัชช์กับเร็กซ์

บอกไว้เผื่อใครไม่ได้สังเกตตรงเวลาเนอะ



ทุกคนต้องแยกให้ได้นะระหว่างการไปช่วยชีวิตคน

กับความลังเลใจที่จะกลับไปหาคนรักเก่า


ส่วนใครที่คิดว่าเรื่องนี้น่าเบื่อน่ารำคาญ

เราขอให้กดปิดไปเลยค่ะ

ถ้าฝืนใจก็ไม่ต้องทนอ่านต่อค่ะ

มันจะทำให้รู้สึกแย่กันทั้งสองฝ่ายเนอะ

ถ้าคิดว่าเราพูดไม่ดีก็ขอโทษด้วย

แต่เราก็ไม่โอเคกับบางคอมเม้นเหมือนกัน

ใจเขาใจเราเนอะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 402 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

569 ความคิดเห็น

  1. #531 OoNuizqBk (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2562 / 09:06
    พี่เร็กคนเถื่อนกับพี่นิลคนดีก้อดะ55
    #531
    0
  2. #481 sapphireorz (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2562 / 09:49
    น่ารักกกกก
    #481
    0
  3. #461 Natsuki-chan (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2562 / 00:29
    ทำไมตอนนี้ทำให้เรามองคุณรัชช์เป็นคนตัวเล็ก // น่ารัก
    #461
    0
  4. #427 loveseriesY (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 22 มีนาคม 2562 / 14:04
    ชอบบบความละมุนของพี่น้องง ชอบรุตตด้วยค่าาา
    #427
    0
  5. #362 linonan_ (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:04
    รอคุณเล็กอ้อนรุตอยู่นะค้าาาาาาาา เอาให้ล้มตึงไปเลย555555555 อิมเมจคุณกลางเป็นพี่คุนละแบบโอเชชชช เหมาะสมมรั่ก นี่รักในความเลิกพูดหยาบกับคุณ้ล็กของรุตอ่ะ แบบยอมก็ได้วะ อนาคตรู้เลยนะคะว่าขี้หึง ขี้หวง แล้วก็กราบไหว้บูชาคุณรัชช์เช้าเที่ยงเย็นแน่ๆ5555555
    #362
    0
  6. #322 jjingg. (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2562 / 18:26
    คุณรัชช์จ๋า แง อ้อนเป็นลูกแมวเลย
    #322
    0
  7. #288 Kim-kibom (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 25 มกราคม 2562 / 21:13
    คุณเล็กขี้อ้อนเนอะ
    #288
    0
  8. #273 Bea1_ (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 19 มกราคม 2562 / 19:33
    ชอบมากค่ะ เป็นกำลังใจนะคะกิ้วๆๆๆ💛💛
    #273
    0
  9. #272 020540 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 19 มกราคม 2562 / 10:43
    ปมแยอะเกินนนนนน
    #272
    0
  10. #271 ส้ม...ส้ม (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 19 มกราคม 2562 / 08:30

    เราชอบ...เนอะ...รออออออเลยยยยย

    #271
    0
  11. #269 Lc_Jw (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 17 มกราคม 2562 / 01:20

    แงงงงงคุณรัชช์ดีที่หนึ่งเลย ได้เห็นหน้าเร็กซ์แล้วก่อนหน้านี้มโนภาพเป็นแจหะตลอดเลย คุนแจจอง สามคนนี้คือเหมือนแฝดกันจริงๆ5555 ตอนนี้เคลียร์ไปได้เยอะเลย ปมในอดีต แต่ยังมีอีกเพียบเนอะ ฮ่าๆๆๆ ชอบตอนกัดกันมากเลยเร็กซ์กะรุตเนี่ยศีลเสมอกันที่แท้ คุณรัชช์เตรียมปวดหัวได้เลย อยากเห็นเล็กอ้อนๆมารุตอีก นานๆที่สวีท น่ารักมาก แต่จริงนะพูดดีกับคนทั้งโลกแต่ด่ามารุต5555 คนพิเศษไง /ไฟติ้งเฮเดวค่า

    #269
    0
  12. #268 Rose AuTumn (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 16 มกราคม 2562 / 23:03
    คุณกลางขี้สปอย คุณเล็กก็น่ารักกก ฮือออ อยากฟัดแก้มเหมือนคุณกลางบ้างจัง
    #268
    0
  13. #267 Littleflake (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 16 มกราคม 2562 / 23:02
    ต่อให้เรือพี่นิลเราจะล่มไปแล้ว ก็ยังแอบฟินอยู่เล็กๆ
    #267
    0
  14. #266 Pinrata (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 16 มกราคม 2562 / 21:37

    คุณกลางงง รออ่านต่อนะคะ
    #266
    0
  15. #265 bj vamtoon (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 16 มกราคม 2562 / 19:21
    สงสารคุณกลางอะ/รอนะครับ
    #265
    0
  16. #264 Nnnn (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 16 มกราคม 2562 / 15:37

    สนุกค่าา อยากอ่านเรื่อง​ของคุณกลาง​ สู้ๆนะคะไรท์​

    #264
    0
  17. #263 Balukgukguk080110 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 16 มกราคม 2562 / 14:40
    อยากกกอ่านเรื่องคุณกลางงงง คุณกลางงงงดีต่อใจจจ 5555555 สู้ๆนะคะไรท์ ไม่น่าาเบื่อเลยค่ะ สนุกมากกก
    #263
    0
  18. #262 $yrup (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 16 มกราคม 2562 / 14:25
    สู้ๆนะคะไรท์ คนอื่นเราไม่รู้ แต่เราชอบนะ
    #262
    0
  19. #261 primo xxii (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 16 มกราคม 2562 / 13:44
    ร้องไห้มาสองตอนแล้วอะ หมดแล้วใช่ไหมมมดราม่าาา ฮึกกกก คุณเร็กซ์น่ารักจังเลยยย จะมีเรื่องของคุณเร็กซ์มั้ยคะไรท์ ~
    #261
    0
  20. #260 ha_def (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 16 มกราคม 2562 / 12:41
    ชอบมารุตพูดเพราะกับคุณรัชจัง เอ็นดูววววววว
    #260
    0
  21. #259 ha_def (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 16 มกราคม 2562 / 12:40
    พอบอกว่าคิดถึงไรท์ก็มา...งืออออ ดีใจจจ
    #259
    0