จีบคนเถื่อน [YAOI] [สนพ.Lavender By B2S] : Spin-Off

ตอนที่ 24 : จีบคนเถื่อน : 23

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,408
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 409 ครั้ง
    12 ม.ค. 62






23





---------------




และแม้ว่ามารุตจะออกไปได้สักพักใหญ่แล้วแต่ผมก็ยังไม่ได้ไปไหน จู่ๆ มันก็รู้สึกล้าจนก้าวขาเดินไม่ออก ยืนอยู่นานกว่าจะตัดสินใจเดินออกมาจากที่ตรงนั้นได้ ผมกะว่าจะกลับไปรอมารุตที่บ้าน ใจหนึ่งผมเชื่อในคำที่เขาบอกว่าจะรีบกลับมาหาผม แต่อีกใจผมกลับคิดต่างออกไป ผมไม่มีกระจิตกระใจที่จะเดินเที่ยวต่อ ผมไม่รับรู้ถึงผู้คนมากมายที่อยู่รอบข้าง ไม่ได้ยินเสียงต่างๆ เหมือนก่อนหน้านี้ ที่ผ่านมาต่อให้ไปไหนมาไหนคนเดียวก็ยังไม่รู้สึกโดดเดี่ยวเท่าตอนนี้เลย ผมไม่ได้โกรธที่มารุตไปหาไอริส เข้าใจดีว่าไอริสกำลังเดือดร้อน การที่มารุตไปช่วยก็ถูกแล้ว และผมเชื่อว่าถ้าวันนี้มารุตเอารถยนต์มาเขาก็จะพาผมไปด้วย แต่ผิดที่ผมเอง ก่อนมาผมรบเร้าให้เขาเอารถมอเตอร์ไซค์มา และเขาก็ตามใจผม


ผมโกรธตัวเองที่ไม่อยากให้มารุตไป โกรธที่อยากจะรั้งเขาเอาไว้ โกรธที่ผมมันเห็นแก่ตัว และโกรธที่ตัวเองดันรู้ดีว่ามารุตยังคงรักไอริสอยู่


ผมน่ะ ไม่ใช่คนดีอย่างที่ใครๆ เขาพูดกันหรอกนะ ผมก็แค่คนเทาๆ คนหนึ่ง ไม่ได้สีขาวบริสุทธิ์เลยสักนิด


23.39 นาฬิกา


ก้มลงมองเวลาบนหน้าจอโทรศัพท์ของตัวเองแล้วก็เผลอแค่นยิ้มออกมา ความรู้สึกและความคิดแย่ๆ เริ่มก่อตัวขึ้นอีกครั้ง และครั้งนี้มันก็ดูจะรุนแรงมากขึ้นกว่าครั้งแรกด้วย ยกมือขึ้นเสยผมตัวเองแรงๆ อย่างข่มอารมณ์แล้วก้าวเดินไปตามทางเรื่อยๆ เดินไปอย่างไร้จุดหมาย ไม่มีอารมณ์จะกลับบ้านเลย เหมือนตอนนี้ผมกำลังถ่วงเวลาให้ตัวเองเผื่อมารุตจะโทรมาหาก่อนที่ผมจะกลับถึงบ้าน แต่มันก็แค่ความหวังลมๆ แล้งๆ มารุตไปช่วยไอริส ซึ่งไปที่ไหนผมก็ไม่รู้ มีชั่ววูบหนึ่งที่แอบคิดว่าอยากรอมารุตที่นี่ แต่ก็คิดได้ว่ารอไปก็คงไม่ได้อะไร ผมปัดความคิดไร้สาระนั่นทิ้งแล้วพาตัวเองเดินไปหารถแท็กซี่แทน แต่ผมก็ยังไม่อยากกลับบ้าน หรือผมจะไปหาใครสักคน อาจเป็นกริช เชนหรือไม่ก็พี่นิล แต่ผมคงทำอย่างนั้นไม่ได้ กริชอาจต้อนรับผม แต่เชนกับพี่นิล ผมไม่กล้าไปสู้หน้าพวกเขาได้หรอกครับ


“ว้า โดนทิ้งซะแล้ว” เสียงทุ้มแหบต่ำของใครบางคนดังขึ้นพร้อมการปรากฏตัวของเจ้าของเสียง


“ชิน” ร่างสูงโปร่งที่ไม่ได้ต่างกัน หากมองเผินๆ รูปร่างของผมกับอีกฝ่ายมันใกล้เคียงกันมาก มากจนบางครั้งผมก็นึกรังเกียจรูปร่างของตัวเอง


“ไม่ได้เจอกันซะนานเลยนะ คุณรัชช์” อีกฝ่ายว่าพร้อมเหยียดยิ้มแสยะออกมา นั่นยิ่งทำให้ผมรู้สึกขยะแขยงผู้ชายตรงหน้ามากกว่าเดิมเป็นเท่าตัว ไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหนคนๆ นี้ก็ไม่เคยเปลี่ยน มันคงไม่ใช่นิสัย แต่น่าจะเป็นสันดาน และการที่เขามายืนอยู่ตรงหน้าผมในตอนนี้นั้นไม่ต้องคิดให้เสียเวลาเลย ไม่มีทางมาดีแน่ๆ


“ออกมาจากคุกตั้งแต่เมื่อไหร่ล่ะ?” ผมย้อนถามกลับพลางมองหาทางหนีทีไล่ให้กับตัวเองไปด้วย ผมไม่ได้กลัว แต่เงาตะคุ่มๆ ที่อยู่ตรงมุมมืดนั่นทำเอาผมไม่กล้าเสี่ยง คนอย่างชินคงไม่มาคนเดียวหรอก


“อย่ามาปากดี จัดการมัน!” จบคำสั่งร่างสูงใหญ่ของกลุ่มชายวัยรุ่นนับสิบก็เดินออกมาจากมุมมืดที่ผมเห็นเมื่อกี้


“ยังไม่เลิกนิสัยเดิมๆ อีกเหรอ? พวกหมาหมู่น่ะ” ผมปรายหางตามองคนตรงหน้าอย่างนึกเกลียดชัง ถนัดนักล่ะเรื่องลอบกัดกับหมาหมู่ แต่เอาเถอะ คนแบบนี้เขาบอกว่ามักมีปม กับแค่จะแก้แค้นผมคนเดียวถึงขั้นต้องยกพวกมาเป็นสิบถ้าไม่ขี้ขลาดก็เป็นพวกอ่อนหัดนั่นแหละ


ผลั้วะ!


“มึงทำกูหมดอนาคต!” หมัดหนักๆ พุ่งเข้าใส่หน้าผมเต็มๆ อย่างไม่ทันได้ตั้งตัว น้ำเหนียวๆ ไหลซึมอยู่ในโพรงปากเต็มไปหมด ไหนจะกลิ่นเหม็นคาวของเลือดที่ผมไม่ชอบจนต้องถ่มน้ำลายที่ปะปนกับเลือดลงพื้นทิ้ง


พลั้ก!


“ทำตัวเอง อย่ามาโทษคนอื่น” พอตั้งหลักได้ผมก็ยกเท้าขึ้นถีบเต็มแรงที่กลางอกของคนขี้ขลาด เก่งแต่ทีเผลอ


ตุ้บ!


“ถ้ามึงไม่ตายคาตีนกูก็อย่ามาเรียกกูว่าคิงชิน”


“หมาก็คือหมา ไม่มีทางเป็นราชสีห์ได้หรอก” ว่าแล้วก็ซัดหมัดเข้าที่ใบหน้าของคนปากดีอีกครั้ง และอีกครั้ง


“คนที่แพ้แล้วพาลอย่างมึง ไม่เหมาะกับการเป็นคิงหรอก มึงก็แค่หมาขี้แพ้เท่านั้นแหละ” ลูกน้องที่อยู่ตรงนี้ก็ใช้เงินซื้อมาทั้งนั้น ไม่มีใครจงรักภักดีกับมันจริงหรอก


“เพราะมึงเป็นอย่างนี้ไง! กูถึงอยากให้มึงตาย!” พอถูกจี้ใจดำก็ทนไม่ได้ ชินไม่ต่างจากหมาบ้าที่กำลังอาละวาด


“คนที่ทำร้ายมารุตกับไอริสคือมึงใช่ไหม?” หนึ่งในคนที่ยืนล้อมผมอยู่ตรงนี้คือคนที่ผมเคยเจอตอนมารุตถูกรุม และก็เป็นคนเดียวกับที่อยู่กับชินในวันที่ผมเกิดอุบัติเหตุเมื่อหลายปีก่อน ผมน่าจะนึกออกได้เร็วกว่านี้ ไม่อย่างนั้นคงรู้ตัวแล้วก็ระวังตัวได้ไปตั้งนานแล้ว


“ใช่ กูกับมันเคยมีปัญหากันนิดหน่อย แต่รอบนี้กูไม่เกี่ยวว่ะ” ชินว่าออกมาด้วยสีหน้าที่ดูสนุกสนาน


“หมายความว่ายังไง?” ซึ่งต่างจากผมที่กำลังเป็นกังวลอยู่ไม่น้อย


“ลูกน้องกู แต่คนที่สั่งไม่ใช่กู” ยิ่งชินพูดผมก็ยิ่งไม่เข้าใจ แถมยังเป็นกังวลมากกว่าเดิมเสียอีก


“แล้วใคร!?” สมาธิของผมไม่ได้จดจ่ออยู่กับเหตุการณ์ตรงหน้า แต่มันกลับลอยไปไกล ผมเป็นห่วงมารุต


“น้องชายกูเอง”


พลั้ก!


ผลั้วะ!


เพราะมัวแต่คิดมากถึงสิ่งอื่นผมเลยไม่ทันได้ระวังตัว ฝ่าเท้าของใครบางคนลอยเข้าปะทะเต็มๆ ที่กลางหลังของผมจนตัวผมเซถลาไปด้านหน้าแต่มันไม่จบเพียงแค่นั้น หมัดหนักๆ ของชินก็พุ่งมากระแทกเข้าที่ใบหน้าผมอีกครั้ง


“กูไม่รู้ว่าน้องกูแม่งหลงอะไรมึงนักหนา ทำไมถึงได้บอกไม่ให้กูทำร้ายมึง ทั้งๆ ที่มึงเป็นคนทำกูติดคุก แต่ก็นะ ตอนนี้น้องกูมัวแต่สนุกกับการเล่นกับความรู้สึกไอ้มารุตอยู่ กว่ามันจะรู้เรื่องของมึง มึงก็เละแล้ว” เสียงของชินลอยอยู่ไม่ไกล สมองผมเริ่มเบลอนิดๆ เพราะตัวเองก็โดนไปไม่น้อย มันไม่ง่ายเลยที่จะป้องกันตัวเองให้ปลอดภัยจากคนนับสิบแบบนี้


“น้องมึงคือใคร!?” แต่ถึงอย่างนั้นผมจะล้มไม่ได้ มีอีกหลายอย่างที่ผมยังไม่รู้และจะต้องรู้ แน่นอนว่าผมจะต้องรอดออกไปด้วย แม้ครั้งนี้ที่ชินกลับมาจะไม่ได้หวังให้ผมมีโอกาสรอดกลับไปก็เถอะ


“ไม่ใกล้ไม่ไกลตัวมึงนักหรอก” ริมฝีปากสีคล้ำอย่างคนสูบบุหรี่จัดเหยียดยิ้มกว้างคล้ายกับว่ากำลังสนุกที่ได้ปั่นหัวผมแบบนี้ ผมมองใบหน้าของอีกฝ่ายด้วยความเกลียดชังแล้วก็ต้องเบิกตากว้างเมื่อใบหน้าของใครบางคนซ้อนทับขึ้นมา


ไม่จริงน่า!


ผลั้วะ!


“อัก! ร่างของผมทรุดลงไปกับพื้นอย่างพวกขี้แพ้ สติของผมไม่อยู่กับเนื้อกับตัวอีกต่อไป ในหัวเอาแต่ปฏิเสธถึงสิ่งที่คิดปะติดปะต่อเรื่องราวทั้งหมด


พลั้ก!


ตุ้บ!


“อัก!” เป็นอีกครั้งที่ผมโดนอัดจนหมดสภาพ บอกตามตรงเลยว่าสภาพจิตใจผมในตอนนี้มันพังเละกว่าสภาพร่างกายภายนอกเสียอีก นับไม่ถ้วนเลยว่าโดนไปกี่มือกี่เท้า แต่ที่แน่ๆ คือเจ็บหนักจนเริ่มจะชาแล้ว


“มึงจะต้องเจ็บมากกว่าที่กูเจ็บ!” ชินพูดพร้อมดึงบางอย่างออกมาจากกระเป๋าเสื้อฮู้ดของตัวเองด้วยรอยยิ้มราวกับผู้ชนะ มีดพกขนาดพอดีมือถูกชูขึ้นอยู่เบื้องหน้า ผมที่ไม่มีแม้แต่แรงจะลุกหนีหรือคิดหาทางเอาตัวรอดได้ก็เริ่มคิดไม่ตก


ไม่รอดแน่ๆ เลย


ฉึก!


“อึก!” ปลายมีดคมกริบพุ่งเข้ามาหาผมอย่างรวดเร็วและแม้จะยกมือขึ้นพยายามปัดป้องแต่มันก็พลาดจนได้


เลือดสีแดงสดไหลซึมออกมาจากเสื้อยืดสีขาวของผมส่งกลิ่นเหม็นน่าสะอิดสะเอียนเต็มไปหมด ผมเบิกตากว้างมองแผลที่ท้องของตัวเองอย่างตกใจ ความเหนื่อยล้าค่อยๆ คืบคลานเข้ามาจนสติของผมเริ่มเลือนราง


“ไอ้เหี้ยชิน!


เสียงของใครบางคนที่คุ้นหูและคุ้นเคยดีดังลั่นอยู่ไกลๆ พร้อมกับเสียงฝีเท้าหลายคู่ที่ดังใกล้เข้ามา ผมอยากจะลืมตาขึ้นมองแต่มันก็ยาก เปลือกตาของผมหนักอึ้งไปหมด เหนื่อยล้าและอ่อนเพลียจนไม่อยากขยับไปไหน ไม่สิ ถึงต่อให้ผมอยากขยับหรืออยากลุกหนีแต่ผมก็คงทำไม่ได้ ผมไม่ได้เหลือเรี่ยวแรงมากขนาดนั้น สิ่งที่ผมทำได้ในตอนนี้คือนอนนิ่งๆ ที่พื้นเพื่อรอให้ใครบางคนเข้ามาช่วย


“โผล่หัวออกมาจนได้นะ เร็กซ์”


“จัดการมัน! ถ้ามันไม่ตาย พวกมึงนั่นแหละที่จะตาย!


เสียงแบบนั้นมัน เร็กซ์จริงๆ ด้วย


“กูรอมานานแล้ว”


“เร็กซ์ มึงไปดูรัชช์”


“เออ”


“รัชช์” ผมรับรู้ได้ถึงเสียงร้องเรียกที่เต็มไปด้วยความห่วงใย ฝ่ามืออบอุ่นและอ้อมกอดที่ผมโหยหามาตลอดหลายปีโอบประคองร่างผมอย่างเบามือ การกระทำที่แสดงออกถึงการทะนุถนอมยิ่งทำให้หัวใจของผมอุ่นวาบขึ้น


ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าจะมีวันนี้


“...” ผมอยากจะขานตอบ อยากจะพูดคุย อยากจะกอด แต่ผมก็ทำไม่ได้ ทำอะไรไม่ได้เลย


“มึงรีบพารัชช์ไปโรงพยาบาลเลยเร็กซ์ กูเคลียร์ทางนี้เอง” เสียงนี้ทำไมผมถึงรู้สึกคุ้นจัง เหมือนเคยได้ยินที่ไหน


เสียงคล้ายกับ พี่มาวิน


“อย่าให้พลาด”


นั่นเป็นเสียงสุดท้ายที่ผมได้ยินก่อนจะไม่รับรู้อะไรอีกต่อไป

 







04.49 นาฬิกา


“อึก!” ความเย็นเฉียบของอุณหภูมิรอบข้างทำให้ผมรู้สึกตัวตื่นขึ้นมา เพียงแค่จะขยับเล็กน้อยเพื่อเปลี่ยนท่านอนผมก็รู้สึกปวดร้าวไปทั้งตัว ความทรงจำสุดท้ายก่อนที่จะสลบไปไหลย้อนเข้ามา ผมจำได้ดีว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเองบ้าง


“รัชช์” มือที่จะยกขึ้นมาสัมผัสใบหน้าของตัวเองหยุดชะงักเพราะเสียงเรียกและฝ่ามืออุ่นร้อนของใครบางคนที่กุมเอาไว้แน่นไม่ยอมปล่อยตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ เพียงแค่ผมขยับนิดเดียวอีกฝ่ายก็ร้องเรียกด้วยความดีใจทันที แถมยังจับมือของผมเอาไว้แน่นกว่าเดิมอีกด้วย


“พี่นิล” เมื่อลืมตาขึ้นมอง สิ่งแรกที่เห็นคือใบหน้าอิดโรยปนห่วงใยของผู้ชายที่ชื่อนิลกาฬ ทั้งที่ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะมาอยู่ตรงนี้ได้ แต่เขาก็มา


“เป็นไงบ้าง?” สัมผัสแผ่วเบาไล้ไปตามใบหน้าของผมอย่างอ่อนโยน มืออีกข้างที่กุมมือของผมอยู่ก็ยกขึ้นกดจูบหนักๆ ซ้ำไปซ้ำมาไม่ยอมหยุด


“ระบมทั้งตัวเลยครับ” ผมยกยิ้มบางๆ ตอบกลับ ยิ่งเห็นท่าทางที่ดูเป็นห่วงผมมากเท่าไหร่ผมก็ยิ่งรู้สึกผิด


รู้สึกผิดที่ทำให้เขาเป็นห่วง และรู้สึกผิดที่ทิ้งเขาไป


“เจ็บมากเลยใช่ไหม?”


“ผมคงห่างเรื่องแบบนี้ไปนาน” ว่าติดตลก อยากขยับเข้าไปหาแต่ผมก็ทำไม่ได้


“เจ็บก็บอกว่าเจ็บสิรัชช์” พี่นิลว่าเสียงดุ ลูบหัวลูบแก้มปลอบผมไม่หยุด


“ครับ เจ็บ” ถึงผมจะเจ็บตัวแต่ผมก็ไม่ได้ซีเรียสอะไร เมื่อก่อนก็เจอเรื่องเจ็บตัวบ่อย เจ็บหนักกว่านี้ก็เคยมาแล้ว


“ทำไมถึงเป็นแบบนี้?” คนที่ดูจะกังวลมากกว่าตัวผมเองก็คงไม่พ้นพี่นิล


“ผมมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง?” ผมเลี่ยงที่จะตอบคำถามโดยการเปลี่ยนเรื่อง จำได้ว่าผมได้ยินเสียงคนมาช่วย แล้วเสียงนั้นผมก็จำได้ดีว่าเป็นเร็กซ์ ส่วนอีกคนถ้าจำไม่ผิดน่าจะเป็นพี่มาวิน ถึงจะไม่รู้ว่าสองคนนี้มีส่วนเกี่ยวข้องหรือมีความสัมพันธ์กันยังไงก็เถอะ แต่ผมอยากรู้มากกว่าว่าตอนนี้เร็กซ์อยู่ไหน ไม่สิ คนที่มาช่วยผมเมื่อคืนคือเร็กซ์จริงๆ ใช่ไหม?


“เร็กซ์เป็นคนโทรตามให้พี่มาดูนาย” พี่นิลนิ่งไปพักหนึ่งเหมือนกำลังชั่งใจอยู่ว่าควรจะพูดดีไหม แต่สุดท้ายก็ยอมพูดออกมาจนได้


“เร็กซ์เหรอ?” ผมมองหน้าพี่นิลอย่างมีความหวัง แม้จะเจ็บปากตรงที่ถูกต่อยไม่น้อยแต่ผมก็หุบยิ้มไม่ได้เลย


“เร็กซ์เป็นห่วงรัชช์มากเลยนะ”


“เร็กซ์เป็นคนช่วยผมไว้ใช่ไหม?” เมื่อคืนผมไม่ได้คิดไปเอง เป็นเร็กซ์จริงๆ ด้วย


เร็กซ์กลับมาหาผมแล้ว


“อืม”


“แล้ว...” ผมกวาดสายตามองรอบห้อง แต่ก็ไม่พบใครเลย นี่ก็ตื่นมาสักพักแล้วแต่ก็ไม่เห็นแม้แต่เงาคนที่ไปช่วยผมมา หายไปไหนของเขากัน?


“กลับไปแล้ว ดูโกรธมาก คงไปจัดการพวกนั้น” กัปตันคนเก่งของทีมบาสถอนหายใจยาว เหมือนหนักใจ


“พี่นิลโกรธหรือเปล่าครับ?” เห็นสีหน้าของคนข้างตัวแล้วก็อดจะถามออกไปไม่ได้


“ถ้าคนที่เจ็บเป็นพี่ รัชช์จะรู้สึกยังไง? นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่พี่เห็นรัชช์ในสภาพนี้ รัชช์คิดว่าพี่ควรรู้สึกยังไง?” เราทั้งคู่มองสบตากัน แต่มันเป็นการสบตาที่ต่างฝ่ายต่างก็รู้สึกเจ็บปวดทั้งคู่ ผมรู้ว่าพี่นิลจะต้องโกรธ เขามักจะย้ำกับผมเสมอว่าอย่าเจ็บตัวนะ ถ้าเป็นไปได้ก็อย่าป่วย แต่ผมไม่เคยทำได้เลยสักครั้ง ผมมักทำให้เขาต้องคอยเป็นห่วง ต้องคอยเป็นกังวล


“ผมขอโทษ” และผมก็เป็นคนที่ทำร้ายเขาอยู่ตลอด


“...”


“...”


“รัชช์”


“ครับ พี่นิล”


“พี่...โคตรคิดถึงรัชช์เลยว่ะ”


“...”


“เรากลับมาเป็นเหมือนเดิมไม่ได้เหรอ?”


“พี่นิล” ความรู้สึกที่ไม่สามารถอธิบายออกมาเป็นคำพูดได้มันตีตื้นขึ้นมาจุกอยู่ที่หน้าอก มันเจ็บปวดไปหมด


“รัชช์รู้ไหมว่าพี่รู้สึกยังไงตอนเห็นหน้ารัชช์ในทุกวัน?” ใบหน้าหล่อที่ใครๆ ต่างก็อิจฉาแม้กระทั่งตัวผมเศร้าหมองลงทันตา ดวงตาคมที่มักทอดมองผมอย่างอ่อนโยนก็สั่นไหวระรัวไม่ต่างจากหัวใจของผมที่มันเต้นถี่รัวและบีบรัดแน่นจนผมเองแทบจะหายใจไม่ออก


“...” ได้โปรด อย่าแสดงท่าทีเจ็บปวดแบบนั้น อย่าเจ็บหรือเสียใจเพราะผมอีกเลยนะ


“พี่โคตรอยากกอดรัชช์เลย อยากเดินเข้าไปหาแล้วก็บอกว่ากลับมาเถอะ แต่พี่รู้ว่ารัชช์คงไม่กลับมา เรื่องนั้นพี่ก็พอทำใจได้ แค่ได้เห็นรัชช์อยู่ในสายตาแค่นั้นมันก็ดีแล้ว แต่ที่พี่ทนไม่ได้คือการเห็นรัชช์อยู่กับคนอื่น และที่แย่กว่าคือรัชช์ต้องเดือดร้อนเพราะผู้ชายคนนั้น”


“พี่นิล”


“รักเขาแล้วใช่ไหม? ผู้ชายคนนั้นน่ะ” ยิ่งพูดเสียงทุ้มนุ่มก็ยิ่งสั่นเครือ ขอบตาเริ่มแดงก่ำอย่างคนที่พยายามอดกลั้นและอดทนกับสิ่งที่เกิดขึ้น


“ผม...” ไม่เคยคิดเลยว่าวันหนึ่งจะต้องมาตอบคำถามนี้ และไม่คิดว่าคนที่ถามจะเป็นผู้ชายคนนี้ ก่อนหน้านี้ที่ถูกจี้ถามเรื่องมารุตผมสามารถตอบได้สบายๆ เพราะตอนนั้นผมยังไม่ได้คิดหรือรู้สึกอะไร แต่พอความรู้สึกของผมที่มันชัดเจนขึ้นในทุกๆ วัน ก็เป็นผมเองที่พูดไม่ออก ไม่สามารถตอบได้อย่างตรงไปตรงมาอย่างที่ควรจะเป็น ผมที่คอยปฏิเสธอยู่ตลอด มาในวันนี้กลับต้องกลืนน้ำลายตัวเอง


“ต่อให้รัชช์จะชอบไทม์ แต่สายตาที่รัชช์มองไทม์ก็ยังไม่เหมือนที่รัชช์เคยมองพี่ ไม่ว่ารัชช์จะหลงไปชอบใคร แต่สายตาที่รัชช์มองพี่ก็ยังไม่เคยเปลี่ยน จนกระทั่งที่มีผู้ชายคนนั้นเข้ามาในชีวิตรัชช์ สายตาที่รัชช์ใช้มองพี่ก็เริ่มเปลี่ยนไป มันทำให้พี่รู้สึกว่ารัชช์ได้เดินจากพี่ไปจริงๆ แล้ว” คำพูดของพี่นิลยิ่งตอกย้ำถึงความรู้สึกที่สวนทางของผมกับเขา


ทั้งที่เคยคิดมาตลอดว่าผมยังคงอยู่ที่เดิม ผมไม่สามารถเดินจากอดีตได้ ไม่สามารถเริ่มต้นกับใครได้ ทำได้แค่เพียงคอยเฝ้ามองเขาจากข้างหลังเท่านั้น คิดมาตลอดว่าคนที่ก้าวเดินต่อไปข้างหน้ามีแต่เขา แต่เปล่าเลย มันไม่ใช่ ทุกอย่างที่ผมคิดมันผิด คนที่ไม่เคยเปลี่ยนและไม่เคยไปไหนก็คือนิลกาฬ ไม่ใช่ผม ในวันที่ผมอยู่กับใครอีกคน แต่เขาต้องอยู่เพียงลำพัง แม้จะไม่เคยพูดว่าจะกลับมาคบกันแต่เราต่างก็รู้ดีว่าคิดยังไงต่อกัน ทั้งที่ผมไม่ยอมให้โอกาสในเรื่องของเราแต่ผมก็ยังทำเหมือนให้ความหวังเขามาตลอด ตลอดเวลาสามปีกว่าที่ผ่านมา ผมทำร้ายเขาในทุกๆ วัน


ที่ผ่านมาเราต่างอยู่กับความสัมพันธ์ที่เห็นแก่ตัว ผมไม่สามารถกลับไปหาพี่นิลได้ แต่ก็ไม่เคยอยากให้เขาหายไปไหน จนกระทั่งวันนี้ที่ผมต้องตัดสินใจอย่างเด็ดขาดในเรื่องของเรา ทุกอย่างมันยิ่งตอกย้ำว่าผมน่ะแย่แค่ไหน


“ทำไมพี่นิลถึงไม่เกลียดรัชช์?” น้ำตาของผมไหลพรากออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ ยิ่งพี่นิลดีกับผมมากเท่าไหร่มันก็ยิ่งตอกย้ำถึงความเลวร้ายของตัวผม สามปีที่เลิกกันเรายังคงมีกันและกันอยู่เสมอ แต่ในวันนี้กลับเป็นผมที่ทิ้งเขาไว้เพียงลำพัง ทั้งที่เขามีแค่ผมมาตลอด แต่ผมกลับเปิดรับใครอีกคนเข้ามา


ผมมันเลวจนไม่น่าให้อภัยเลยจริงๆ


“พี่รักรัชช์มากกว่าที่รัชช์คิด” ปลายนิ้วเรียวยาวยื่นมาเกลี่ยหยดน้ำตาที่ไหลอาบสองแก้มออกให้ผมอย่างอ่อนโยน


“แต่ผมทำพี่เสียใจ ทำไม่ดีกับพี่ด้วย ผมเป็นคนบอกเลิกพี่นะ พี่ควรเกลียดผมสิ” อย่างน้อยก็ด่าว่าผมสักคำ พูดออกมาว่าผมผิด บอกว่าเกลียดผมก็ได้


“เพราะพี่รู้ไงว่าทำไมรัชช์ถึงบอกเลิกพี่ ต่อให้รัชช์จะรักเขามากกว่าพี่ แต่พี่ก็ไม่เคยโกรธและไม่เคยเลิกรักรัชช์เลย”


หมับ!


“ผมขอโทษ” ผมไม่สนอีกต่อไปแล้วว่าผมจะเจ็บตัวมากน้อยแค่ไหนหากขยับตัวแรง ผมพุ่งตัวเข้าไปกอดคนตรงหน้าเอาไว้แน่น ทำในสิ่งที่ผมไม่เคยได้ทำเมื่อสามปีก่อน


ในตอนนั้นผมควรจะกอดเขาเอาไว้แน่นๆ กอดให้แน่นที่สุดแล้วบอกเขาว่าผมโกหก ผมไม่ได้อยากเลิกกับเขา ผมไม่ได้อยากให้เขาไป ทั้งที่ผมควรจะทำแบบนั้น แต่ผมก็ไม่ทำมัน ผมบอกเลิกพี่นิลแล้วเดินจากมาโดยไม่ได้หันกลับไปมองสภาพของคนที่ผมได้ทำร้ายจิตใจลงไปเลย ผมปล่อยให้เขาจมอยู่กับความทุกข์ อยู่กับความเจ็บปวดที่เขาไม่ได้ทำอะไรผิด หากจะหาใครสักคนที่ผิดก็คือผม แค่ผมคนเดียวเท่านั้น


“พี่ไม่ได้อยากได้คำว่าขอโทษ พี่แค่อยากรู้ว่าเราจะกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้ไหม?” แขนแกร่งโอบกอดรอบตัวผมแน่น เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยกระซิบถามอย่างสั่นเครือ เขากอดผมเหมือนกลัวว่าผมจะหายไป เขาทำราวกับว่าถ้าหากเขาปล่อยมือ ผมจะไม่ได้อยู่กับเขาอีกต่อไป


“พี่นิล” และแม้ว่าผมจะไม่อยากทำร้ายเขา แต่ผมก็ต้องทำ หากในตอนนี้ที่ความรู้สึกของเรามันสวนทาง ผมคงรั้งให้เขาจมอยู่กับอดีตไม่ได้ มันอาจดูเห็นแก่ตัว แต่ผมก็ไม่มีทางเลือกอื่นที่ดีกว่านี้แล้ว


“ชัดเจนแล้วใช่ไหมรัชช์?” แม้ผมจะไม่พูดออกไปตรงๆ แต่พี่นิลก็รู้ได้ดีว่าคนที่ผมเลือกมันไม่ใช่เขา และต่อให้เขาไม่ใช่คนนั้นของผม แต่เขาก็ไม่ได้ปล่อยมือผมในทันที การกระทำที่อ่อนโยนและแสดงออกถึงความรักความห่วงใยยังคงมีให้ผมเห็น นั่นยิ่งทำให้ผมร้องไห้ออกมาอย่างหนัก


“ไม่เลย ไม่มีอะไรชัดเจนเลย” ผมส่ายหน้าทั้งน้ำตา ตัวผมอาจชัดเจน แต่มารุตอาจไม่ ยอมรับว่าผมลืมพี่นิลไม่ได้ ผมยังรักเขาอยู่ แม้ตลอดเวลาที่ผ่านมาจะเปิดรับใครใหม่ๆ เข้ามาแต่ก็ไม่มีใครเลยที่ทำให้ผมรู้สึกอยากจะก้าวเดินออกจากหมอกควันในอดีต หัวใจของผมยังคงมีผู้ชายที่ชื่อนิลกาฬอยู่ตลอด มีคนบอกว่าเราสามารถชอบใครได้หลายคนแต่เราจะรักได้เพียงแค่คนเดียว ผมเข้าใจความรู้สึกนั้นดีเลยล่ะ ตั้งแต่ที่เลิกกับพี่นิลผมไม่สามารถใช้คำว่ารักกับใครได้ ไม่มีใครทำให้ผมรู้สึกกับพวกเขาได้มากเท่าพี่นิล


จนกระทั่งที่ผมได้รู้จักกับมารุต มันไม่ใช่รักแรกพบ ความประทับใจแรกก็ไม่มี ผมเองก็ไม่รู้ว่าทำไมผมถึงได้เกิดความรู้สึกที่อยากจะเริ่มต้นใหม่กับใครสักคนกับมารุตแบบนี้ แต่ความรู้สึกของคนเรามันห้ามกันได้ด้วยเหรอ?


“ไม่ว่ายังไงพี่ก็ยังอยู่ตรงนี้นะรัชช์ หากวันไหนที่รัชช์รู้สึกไม่เหลือใคร หรือเขาคนนั้นมองไม่เห็นรัชช์ แต่จำไว้นะ ว่ารัชช์คือสิ่งที่ชัดเจนที่สุดในสายตาของพี่”


จบประโยคนั้นริมฝีปากเรียวบางก็กดประทับลงมาที่ปากของผมอย่างแผ่วเบา พี่นิลกดแช่ริมฝีปากอยู่อย่างนั้นพักหนึ่ง ไม่มีการล่วงล้ำหรือทำอะไรมากกว่าการที่ปากแตะปาก ผมหลับตาลงเพื่อซึมซับสัมผัสที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรู้สึกนั้นด้วยน้ำตาที่ไหลออกมาไม่หยุดเพราะรู้ดีว่านี่คือการจูบลา มันเป็นจูบครั้งสุดท้ายก่อนที่เราจะต้องแยกจากกันอย่างจริงจัง ที่ผ่านมาถึงจะไม่มีสถานะมากำหนดแต่เราก็ยังรู้สึกถึงการมีอยู่ของกันและกัน แต่หลังจากนี้ เราทั้งคู่ไม่สามารถทำแบบนั้นได้อีกแล้ว


“ขอบคุณครับพี่นิล” ขอบคุณที่ไม่เคยเกลียดกันต่อให้ผมจะทำตัวแย่มากแค่ไหนก็ตาม


ต่อไปนี้คงไม่มีอีกแล้วคนที่เป็นความสบายใจของผม คนที่จะเข้าใจทั้งที่ไม่ต้องพูดออกมา มันจบแล้ว


“นอนพักเถอะ” เขาว่าด้วยรอยยิ้มบางเบา มือที่อบอุ่นจัดผ้าห่มให้เพื่อหวังจะให้ผมได้พักผ่อนอย่างสบาย


“ขอโทรศัพท์ผมหน่อยครับ” แต่ผมเพิ่งจะนอนไปเองนะ ตอนนี้ผมนอนไม่หลับแล้ว ผมมีอีกเรื่องที่อยากจะเคลียร์ให้มันจบๆ ในตอนนี้ เรื่องที่มันค้างคามานานควรจะจบลงได้แล้ว


“เละไปแล้วรัชช์” ได้ยินอย่างนั้นผมก็นึกขึ้นได้ ผมเผลอทำโทรศัพท์ตกตอนที่สู้กับพวกชินมันจะเละก็คงไม่แปลก


“ถ้าอย่างนั้นขอยืมของพี่นิลได้ไหมครับ?” ผมว่าติดจะเกรงใจ ก็ตั้งแต่ที่เลิกกันผมก็เว้นระยะห่างระหว่างเรามาตลอด ถึงหลายๆ ครั้งจะต่างลืมตัวกันไปทั้งคู่ก็เถอะ


“อืม”


โทรศัพท์เครื่องหรูที่มีเคสสีดำเป็นรูปตัวการ์ตูนผีไร้หน้าญี่ปุ่นถูกยื่นมาตรงหน้า ผมรับมากดปลดล็อครหัสอย่างเคยชิน แต่ก็ต้องชะงักไป แค่เห็นภาพพื้นหลังหน้าจอผมก็อยากจะร้องไห้อีกแล้ว มันเป็นรูปของผมเมื่อนานมาแล้ว ตั้งแต่ที่เรายังคบกัน รหัสของเครื่องก็เป็นวันเดือนปีที่คบกัน แถมเคสมือถือนี่ก็เป็นของที่ผมซื้อให้เขาเมื่อปีก่อน ผมจำได้ว่าผมบ่นเขาเรื่องที่ไม่ยอมซื้อเคสมาใส่ แต่บ่นไปอีกฝ่ายก็ไม่ฟัง ผมเลยเป็นคนซื้อมาให้เองเพราะกลัวโทรศัพท์ที่เพิ่งซื้อมาใหม่จะมีรอยเต็มเครื่องเสียก่อน


ผมเม้มปากแน่นเพราะรู้สึกจุกที่ลำคอไปหมด ไม่แม้แต่จะกล้าเงยหน้าขึ้นมองสบตากับอีกฝ่าย นึกโกรธตัวเองเหมือนกันที่ทำไมถึงได้กล้าทำร้ายผู้ชายดีๆ แบบนี้ได้ลงคอ กดเบอร์ที่จำได้จนขึ้นใจด้วยมือและหัวใจที่สั่นเทา


ตู๊ด ตู๊ด


(“ว่าไง?”) รอสายอยู่พักหนึ่งคนปลายสายถึงกดรับ หัวใจของผมเต้นกระหน่ำรัวเร็วมากกว่าครั้งไหนๆ


“คุณกลาง” แค่ได้ยินเสียงผมก็อยากจะปล่อยโฮออกมาหนักๆ แล้ว


(“คุณเล็ก”) อีกฝ่ายร้องเรียกผมกลับมาด้วยความตกใจ ผมได้ยินเสียงกุกกักก่อนจะมีเสียงพูดคุยกันไกลๆ ดังขึ้นหลังจากนั้นก็เงียบลงไป


“คิดถึงครับ” ผมไม่รู้เลยว่าควรเริ่มพูดถึงเรื่องไหนก่อน แต่ที่แน่ๆ ใจผมมีแต่คำนี้ดังก้องไปหมด และมันก็อยากบอกให้กับใครอีกคนได้ยิน อยากให้รับรู้ถึงความรู้สึกของผมในตอนนี้


(“คิดถึงเหมือนกันครับ”) น้ำเสียงทุ้มนุ่มที่ไม่เคยเปลี่ยนไปตามกาลเวลาดังก้องกลับมาให้ใจของผมชื้นขึ้นกว่าเดิม แค่นี้ก็ดีแล้ว มันดีมากแล้ว


“กลับมาหาน้องนะ กลับมากอดน้องที” เพียงแค่ช่วงเวลาสั้นๆ ผมก็อ่อนแอได้มากถึงขนาดนี้ น้ำตาของผมไม่ได้แห้งไปจากใบหน้าเลย


(“กำลังไปครับ รอแปบนะ”) เป็นประโยคที่ทำให้ผมดีใจยิ่งกว่าสิ่งไหน วันที่ผมรอคอยมาถึงแล้วใช่ไหม?


“ขอบคุณครับ ขอบคุณที่ไม่เคยทิ้งน้อง” แม้จะเป็นคนเลือกเดินออกไปแต่ก็ไม่เคยทอดทิ้งผมเลย ที่ผมรอดมาได้ก็เพราะมีคุณกลางคอยจับตามองคอยดูแลอยู่ตลอด


(“ก็พี่มีน้องชายแค่คนเดียวนี่ นอนพักนะ เดี๋ยวค่อยตื่นมาคุยกัน”)


“รักพี่นะครับ”


(“รักน้องเหมือนกันครับ”) อาจเพราะเราไม่ได้คุยกันนานมันเลยเกิดช่องว่างเล็กๆ ขึ้นระหว่างเรา ถึงผมจะยังไม่ได้กดวางสาย แต่ผมก็ไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไรต่อ ตอนนี้เหมือนทั้งผมและคุณกลางต่างนิ่งเงียบเพื่อรับฟังถึงเสียงลมหายใจของกันและกันเพียงเท่านั้น


“เอ่อ สืบให้เล็กทีได้ไหมครับว่าน้องของชินคือใคร?” หลังจากที่เงียบไปนานก็เป็นผมเองที่ทำลายความเงียบนั้น


(“กลางว่าคุณเล็กน่าจะรู้อยู่แล้วนะ”) น้ำเสียงเรียบนิ่งที่ตอบกลับมาทำเอาผมชะงักพูดไม่ออก


“...เป็นเขา...จริงๆ เหรอครับ...”


(“ใช่ มันสร้างเรื่องไว้เยอะเลยล่ะ คุณเล็กคงจะพอเดาออกแล้วใช่ไหม?”)


“เล็กขอคุยกับเขาก่อน แล้วค่อยว่ากันอีกทีนะครับ” ถ้าเป็นคนๆ นั้นจริง เขาก็ต้องมีเหตุผลดีๆ ให้ผมสิ


(“กลางตามใจคุณเล็กเสมอครับ”)


“ขอบคุณครับ” ผมกดวางสายแล้วส่งโทรศัพท์คืนพี่นิลไปด้วยความรู้สึกที่ดิ่งลงยิ่งกว่าก่อนหน้านี้


เป็นเขาจริงๆ เหรอ? บางทีผมกับคุณกลางอาจเข้าใจผิดก็ได้ ผมจะต้องคุยกับเขาให้รู้เรื่อง


“นอนเถอะ พี่จะอยู่ตรงนี้ พอรัชช์ตื่นมาพรุ่งนี้ รัชช์ก็จะเจอหน้าเร็กซ์” ปลายนิ้วเรียวยื่นมาคลึงหัวคิ้วของผมเบาๆ เพื่อให้มันคลายปมออกจากกัน ผ้าห่มถูกดึงขึ้นสูงจนถึงต้นคอ


“ผมอยากให้พี่นิลคุยกับคุณกลาง” จับมือใหญ่เอาไว้แน่นแล้วเอ่ยบอกอย่างจริงจัง พวกเราปล่อยให้เรื่องมันค้างคากันมานานเกินไปแล้ว เราต่างก็เจ็บปวดและทรมานกันทั้งหมด


“รัชช์ก็รู้ว่าพี่ทำทุกอย่างให้รัชช์ได้ แค่รัชช์เอ่ยปากมา พี่ก็ให้ได้หมด”


“ขอบคุณครับ ขอบคุณที่ดีกับรัชช์ ขอบคุณที่รักรัชช์มากขนาดนี้”


“พี่ก็เหมือนกัน ขอบคุณที่เคยรักกันนะ”


“ครับ”


ความรักน่ะ ไม่ว่ายังไงมันก็สวยงามเสมอ แต่ที่เราเจ็บปวดก็เพราะตัวเราเองต่างหากที่มักไปคาดหวังหรือสร้างกฎเกณฑ์ต่างๆ ให้กับมัน ผมเองก็เคยเป็นหนึ่งในนั้น ผมเป็นคนที่ทำลายความรักความสัมพันธ์ของตัวเองลงกับมือ ทำร้ายทั้งคนที่ผมรักและรักผม แต่หลังจากที่จบเรื่องนี้แล้วผมก็หวังว่ามันจะไม่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีก ผมไม่เคยเสียใจที่ครั้งหนึ่งได้รักกับผู้ชายที่ชื่อนิลกาฬ เขาทำให้ผมได้รู้ว่าความรักจริงๆ มันงดงามมากแค่ไหน ถึงบางครั้งเราจะถูกมองจากคนรอบข้างด้วยสายตาที่ไม่ดีนักเวลาที่เราอยู่ด้วยกันแต่นั่นไม่ใช่เรื่องสำคัญเลย พี่นิลทำให้ผมรู้ว่าผมมีค่ากับเขามากแค่ไหน สิ่งที่ผมรู้สึกแย่และเสียใจมากที่สุดในเรื่องของเราคือการที่ผมเป็นคนทำร้ายเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทำเขาเจ็บปวดอยู่ตลอดไม่จบไม่สิ้น แต่เชื่อเถอะว่าผมน่ะก็รู้สึกเสียใจไม่ต่างจากเขาเลย มาวันนี้ถึงจะต้องทำร้ายเขาอีกครั้งแต่มันจะเป็นการทำร้ายครั้งสุดท้าย และเป็นการทำร้ายที่ปลดปล่อยให้เขาได้เป็นอิสระจากผม มันเป็นการจากลากันด้วยดี มันดีกว่าตอนที่ผมบอกเลิกเขาเมื่อสี่ปีก่อนเสียอีก


ขอให้พี่ได้พบกับรักครั้งใหม่ที่ดีกว่าเดิมนะครับ พี่นิลกาฬ

 







Marut Part :


ผมกำลังร้อนใจเพราะเป็นห่วงไอริส ก่อนหน้านี้ที่ไอริสโทรเข้ามาตอนผมอยู่กับรัชช์ผมทำตัวไม่ถูกเลย ไม่อยากให้รัชช์คิดมาก ผมบอกกับรัชช์ว่าอยากทำเรื่องระหว่างเราให้ชัดเจนที่สุด แล้วตอนนี้เราก็อยู่ในสถานะคนคุยกัน รัชช์เองก็ต้องแลกกับอะไรหลายๆ อย่างเพื่อมาชัดเจนกับผมอย่างที่เห็นได้ชัดคือการที่เพื่อนของเขาไม่ชอบขี้หน้าผม แต่รัชช์ก็เลือกที่จะคุยกับผมต่อ เพราะอย่างนั้นผมเลยไม่อยากให้มีเรื่องอะไรมากวนใจรัชช์หรือทำให้รัชช์รู้สึกไขว้เขว โดยเฉพาะเรื่องไอริส แต่ผมก็ใจร้ายกับคนที่โทรมาไม่ลง ผมเลยเลือกกดรับสาย แต่สิ่งที่ผมไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น คนปลายสายกลับไม่ใช่ไอริส แต่เป็นเสียงทุ้มราบเรียบที่ติดจะเย็นชาของใครบางคน ผมรู้สึกคุ้นหูกับเสียงนั้นแต่ก็นึกไม่ออก มันบอกกับผมว่าไอริสอยู่กับมัน ถ้าผมไม่ไปช่วยไอริสก็จะตาย ตอนนั้นผมคิดอะไรไม่ออกเลย สิ่งเดียวที่คิดได้คือต้องไปช่วยไอริส สมองผมตื้อไปหมด เป็นห่วงไอริสแล้วก็เป็นห่วงรัชช์ด้วย ผมทิ้งรัชช์ไว้คนเดียวแล้วไปหาไอริสอย่างเลี่ยงไม่ได้ ผมไม่มีทางเลือกเลย


ทำไมต้องมาเกิดเรื่องแบบนี้ในวันที่ผมไม่ได้เอารถยนต์มาด้วยนะ!


ผมขับรถไปตามทางที่ผู้ชายคนนั้นบอก มันเป็นตึกร้างสามชั้นเก่าๆ สภาพทรุดโทรมที่อยู่ห่างจากตัวเมืองออกมาไกลพอสมควร สองข้างทางเป็นป่ารกไม่มีแม้แต่แสงไฟตามท้องถนน รอบบริเวณไม่มีรถจอดอยู่แม้แต่คันเดียวเลย จอดรถได้ผมก็หยิบโทรศัพท์มาเปิดไฟส่องทางเดินพร้อมกดโทรออกหาไอริสไปด้วย แต่ไม่ว่าจะโทรเท่าไหร่ก็ไม่มีคนรับสาย ผมเดินเข้าไปข้างในอย่างเร่งรีบ หวังว่าไอริสจะยังปลอดภัยนะ  


Rrrrr


เดินขึ้นมาจนถึงชั้นที่สองผมก็ได้ยินเสียงโทรศัพท์ของไอริสแผดเสียงดังไม่หยุด ดีที่ผมกดโทรหาอีกฝ่ายอยู่ตลอดระหว่างที่เดินเข้ามาหาข้างใน เดินตามเสียงร้องของโทรศัพท์ไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเห็นแสงสว่างจากหน้าจอโทรศัพท์ ผมรีบวิ่งเข้าไปให้ห้องนั้นทันที


“ไอ!” สภาพของไอริสที่ผมเห็นคือเนื้อตัวฟกช้ำมีร่องรอยของการถูกทำร้าย มีรอยช้ำบนแก้มเนียนเต็มไปหมด


“รุต! ฮือ!” ทันทีที่ถอดผ้าปิดตาออก ไอริสที่เห็นหน้าผมก็ปล่อยโฮออกมาเสียงดังลั่นอย่างหวาดกลัว


“เจ็บมากไหม?” ผมรีบพุ่งเข้าไปแก้มัดเชือกเส้นใหญ่บนตัวร่างเล็กออกอย่างรวดเร็ว ไอริสถูกทำร้ายและถูกจับมัดเอาไว้กับเก้าอี้เก่าๆ ตัวหนึ่ง พื้นข้างๆ ที่เต็มไปด้วยฝุ่นหนาเตอะมีโทรศัพท์ของไอริสตกอยู่


“ไอกลัวรุต ไอกลัว ฮือ!” ร่างบอบบางกระโจนเข้าหาผมด้วยความหวาดกลัว น้ำตาไหลอาบใบหน้าหวานอย่างน่าสงสาร แขนเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยรอยช้ำกอดรัดร่างของผมไว้แน่นคล้ายกับต้องการหาที่พึ่งพิง


“ไม่ต้องร้องนะ รุตอยู่นี่แล้ว” อดจะกอดตอบกลับไปไม่ได้ ไอริสในตอนนี้น่าสงสารมากจริงๆ เขาจะต้องกลัวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมากแน่ๆ


“พะ พวกมัน ฮึก! บอกว่าจะฆ่ารุต ฮือ!” ไอริสว่าพร้อมซุกหน้าเข้ากับอกผมแน่นขึ้นกว่าเดิม เสียงทุ้มติดหวานเอ่ยบอกกับผมอย่างสั่นเครือ


“แล้วพวกมันอยู่ไหน?” ผมถามหาถึงไอ้พวกสัตว์นรกที่ทำเรื่องเลวๆ แบบนี้ ตั้งแต่ผมเข้ามายังไม่เจอใครเลย


“หะ หายไปไหน ฮึก! แล้วก็ไม่รู้ เหลือแต่ กะ กระดาษใบนี้” ไอริสดึงกระดาษใบหนึ่งที่ถูกซุกอยู่ในกระเป๋าเสื้อเชิ้ตของตัวเองออกมาส่งให้ผมด้วยท่าทางที่หวาดกลัว


เลิกยุ่งกับรัชช์ ไม่งั้นตาย เรื่องบ้าอะไรกันวะเนี่ย!?” ผมอ่านข้อความในกระดาษใบนั้นแล้วก็ต้องหัวเสียจนเผลอขยำกระดาษนั่นปาทิ้งลงพื้น ใครมันเล่นตลกอะไรกับผมกันแน่?


“ระ รุต พวกมันบอกว่าจะฆ่ารุต ฮึก! ถ้ารุตไม่เลิกยุ่งกับพี่รัชช์” เกี่ยวอะไรกับรัชช์อีกวะเนี่ย!?


“พอจะคุ้นเสียงพวกมันไหม?” จะตามไปกระทืบให้จมตีนเลยแม่งเอ๊ย!


“ไม่ ไม่คุ้นเลย มะ มัน ฮึก! เอาโทรศัพท์ไอออกไป ละ แล้วมันก็กลับมา เอาโทรศัพท์มาโยนไว้ บอกว่าจะมีคนมาช่วย ไอได้ยินมีคนโทรมาหามันเหมือนจะสั่งให้ออกไป แล้วพวกมันก็ทิ้งไอไว้คนเดียวก่อนหน้ารุตจะมาไม่นาน”


“แสดงว่าไอ้นั่นจะต้องเป็นคนบงการเรื่องทั้งหมด” คนที่ผมคุยโทรศัพท์ด้วยกับคนที่โทรตามพวกลูกกระจ๊อกนั่นจะต้องเป็นหัวหน้าคอยสั่งการเรื่องทั้งหมดอยู่เบื้องหลังแน่ แต่ว่ามันเป็นใคร? มันรู้จักรัชช์ รู้จักผมกับไอริส แล้วมีความจำเป็นอะไรจะต้องทำร้ายไอริสด้วย? ถ้ามันต้องการจะให้ผมเลิกยุ่งกับรัชช์จริงๆ ก็น่าจะมาทำผมมากกว่าไม่ใช่เหรอ?


ทำไมต้องลากไอริสมาเกี่ยวด้วยวะ? ไม่เข้าใจเลย


“รุตพาไอกลับบ้านที”


“อือ” ผมอุ้มคนตัวเล็กที่ไม่มีแรงจะเดินลงมาที่รถมอเตอร์ไซค์ ยังดีที่ไอริสยังมีสติ ไม่อย่างนั้นคงลำบากแน่


ผมขับรถไปส่งไอริสที่บ้านโดยใช้ความเร็วที่มากกว่าปกติ ดีที่มันดึกมากแล้วถนนเลยโล่ง แต่ถึงอย่างนั้นก็ใช้เวลาอยู่พักใหญ่กว่าจะมาถึงบ้านของไอริส ระยะทางที่ค่อนข้างไกลทำให้เราใช้เวลาเยอะพอสมควร


“ไอ รุตส่งแค่หน้าบ้านนะ รุตต้องรีบกลับไปหารัชช์” ผมจอดรถเทียบที่หน้าหอพักที่เมื่อก่อนผมมักจะมาอยู่บ่อยๆ แต่ตั้งแต่ที่ได้รู้จักกับรัชช์ผมก็มาที่นี่แทบนับครั้งได้ มันน้อยมากเมื่อเทียบกับการที่ผมไปบ้านรัชช์


“พี่รัชช์อยู่ไหน?” พอได้ยินผมบอกแบบนั้นไอริสก็นิ่งไปแล้วย้อนถามกลับอย่างสงสัย


“...” ผมนิ่งไปแล้วย้อนกลับไปคิดถึงเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ ทำไมรัชช์ยังไม่โทรมาหาผมอีก รัชช์น่าจะถึงบ้านได้แล้วสิ แล้วทำไมเขาถึงไม่โทรมาหาผมเลย


“พี่รัชช์อยู่ไหน รุต!” ไอริสมองหน้าผมด้วยความตกใจแล้วร้องถามอีกครั้งด้วยเสียงที่ดังกว่าเดิม


“รุตไปก่อนนะ” ผมไม่มีเวลาที่จะมาตอบคำถามของไอริสอีกแล้ว ก้มมองนาฬิกาก็เห็นว่าผมออกมานานมากเกินไปแล้ว แต่รัชช์กลับยังไม่โทรมาหาผมสักที ไม่รู้ว่าตอนนี้รัชช์จะเป็นยังไงบ้าง จะโกรธหรือน้อยใจผมหรือเปล่า?


(“ขอโทษค่ะ เลขหมายที่ท่านเรียก...”) ผมกดโทรออกหารัชช์แต่ก็โทรไม่ติด


บ้าเอ๊ย! ผมต้องโทรเข้าที่บ้านของรัชช์


(“บ้านอัศวบุญโชคค่ะ”)


“ป้าครับ ผมมารุตนะ รัชช์อยู่ที่บ้านหรือเปล่าครับ?”


(“คุณรัชช์ยังไม่กลับค่ะ”)


ติ๊ด!


เป็นไปได้ยังไง? รัชช์ยังไม่ถึงบ้าน เวลานี้มันควรจะถึงได้แล้วสิ หรือว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับรัชช์?


ผมรีบบิดมอเตอร์ไซค์กลับไปหารัชช์ที่เอเชียทีคด้วยความร้อนใจ ทั้งเป็นห่วงและกังวล ความรู้สึกหวาดหวั่นในบางสิ่งบางอย่างตีตื้นขึ้นมาให้ใจของผมวูบไหว ตลอดทางพยายามคิดแต่ในแง่ดี รัชช์อาจจะกำลังกลับบ้านแต่ยังไม่ถึงเลยยังไม่ได้โทรหาผมก็ได้ จนกระทั่งขับมาถึงที่หมาย รัชช์ก็ยังไม่โทรมา ผมพยายามกดโทรหารัชช์อีกครั้ง แต่ผมก็ไม่สามารถติดต่อคนปลายสายได้ ไม่ว่าจะโทรหาอีกกี่ครั้งมันก็ติดต่อไม่ได้ ผมแทบจะเป็นบ้า ขับรถวนหาทางถนนด้านหน้าก็ไม่เจอ ร้อนใจจนอยากจะชกตัวเอง ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับรัชช์ผมจะทำยังไง?


“โธ่เว้ย! หายไปไหนนะรัชช์!


นี่ใครมันกำลังเล่นตลกอะไรกับผมอยู่กันแน่วะ!?


Rrrrr


ในขณะที่ผมกำลังหัวเสียขั้นหนักจนอยากจะฆ่าใครสักคน โทรศัพท์ที่ถืออยู่ก็ส่งเสียงร้องดังลั่น ผมก้มมองมันอย่างมีความหวัง แต่แล้วความหวังของผมก็ต้องดับวูบเมื่อเบอร์ที่โทรเข้ามาไม่ใช่เบอร์ของรัชช์ แต่เป็นเบอร์แปลกที่ผมไม่รู้จัก ผมชั่งใจอยู่พักหนึ่งว่าจะกดรับดีไหมเพราะผมไม่มีอารมณ์ที่จะคุยกับใครทั้งนั้น แต่เมื่อคิดได้ว่าเขาอาจมีข่าวของรัชช์มาหรืออาจเป็นรัชช์ที่เอาโทรศัพท์ใครสักคนโทรมาหาผมก็ได้ ผมเลยกดรับมัน


“ฮัลโหล”


(“หารัชช์อยู่เหรอ?”) เสียงของคนปลายสายดังขึ้น มันคล้ายกับใครบางคนที่ผมรู้จัก แต่ผมไม่มีเวลามานั่งคิด ชื่อของใครอีกคนที่อยู่ในประโยคคำถามนั้นเป็นสิ่งที่ผมสนใจมากกว่า


“แกเป็นใคร?” รู้จักรัชช์แล้วรู้ได้ไงว่าผมหารัชช์อยู่?


(“พี่ชายรัชช์ ตอนนี้รัชช์อยู่โรงพยาบาล U ห้อง 127”)  


“เกิดอะไรขึ้นกับรัชช์!?” ร่างของผมชาไปทั้งแถบ คำบอกเล่าถึงสิ่งที่เกิดขึ้นกับรัชช์ทำเอาผมอยากจะชกตัวเอง


ทุกอย่างมันยิ่งตอกย้ำว่าผมไม่สามารถปกป้องใครได้ ไม่ว่าจะรัชช์หรือไอริส ผมปกป้องใครไม่ได้เลย


(“มาถึงแล้วจะรู้เอง”)


“ผมจะรีบไป”


ผมไม่มีเวลามาคิดอะไรอีกต่อไปแล้ว ตอนนี้ผมต้องไปหารัชช์ ไปดูแลและขอโทษที่ดูแลเขาไม่ได้



---------------




ใครคือผู้ที่อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้!

อ๋อ เราเองแหละ

*วิ่งหลบแปบ*


คุณตำรวจขา! ดิฉันถูกข่มขู่ค่ะ! มีคนบอกว่าจะเผาบ้านดิฉัน!
ช่วยด้วยค่าาาา


ไม่ดราม่าหรอกเดี๋ยวก็จบแล้ว เนอะๆ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 409 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

569 ความคิดเห็น

  1. #526 SS-karnagi (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2562 / 03:18
    เชนชัวร์รู้เเต่ครั้งเเรกที่อยู่กะบรัชช์ล่ะว่าอีนี้ร้ายล้าน%
    #526
    0
  2. #460 Natsuki-chan (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2562 / 23:55
    เชนชัวร์
    #460
    0
  3. #447 immortal_ploy (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 20 เมษายน 2562 / 16:40
    พลิกล็อกกันหน้าดูถล่มทลาย
    #447
    0
  4. #361 linonan_ (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2562 / 19:52
    เชนแน่ๆอ่ะ ความรักทำให้คนเป็นบ้าเหรอถัมจีงงงงงงงง ;^; พี่เร็กซ์กลับมาแย้วววว เราว่ารัชช์มีเหตุผลพอที่จะเข้าใจนะ แต่ลึกๆก็น้อยใจนั่นแหละ ฟีลแบบแบบไอริสอีกแล้ว แต่ทำอะไรไม่ได้ แต่ก็เข้าใจรุตอ่ะ
    #361
    0
  5. #320 jjingg. (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2562 / 17:41
    คุณรัชช์ ฮือ เรื่องความรักไม่เข้าใครออกใครจริงๆ บังคับกันไม่ได้ แต่ก็ยังอยากให้พี่นิลได้เจอคนดีๆ;-; เช่นหนูนะคะพี่นิล
    #320
    0
  6. #308 Hiroyosha (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:34
    เชน!!เพราะชื่อคล้อง ชิน!! พี่น้องกันแน่ๆเรย..สายตาการกระทำชินมันดูมีอะไรๆ....เรื่องนี้ปมเยอะยุ่งไปหมดเลย หน่วงด้วย เห้นชื่อเรื่องคิดว่าจะฮาสนุกๆเข้ามาอ่านตอนแรก...เอาละจีบเพราะคนทีาแอบชอบ พอลองอ่านมาลึกๆไปอีกยิ่งเจอประเด็ยเข้าไปใหญ่.....หัวดังตุ้บๆ ไตจะพังละ55555
    #308
    2
    • #308-1 Hiroyosha(จากตอนที่ 24)
      2 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:35
      การกระทำ***เชน***
      #308-1
    • #308-2 oom410(จากตอนที่ 24)
      15 มีนาคม 2562 / 14:33
      คิดเหมือนกันค่ะ
      #308-2
  7. #287 Kim-kibom (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 25 มกราคม 2562 / 21:02
    คุณรัชย์มีปมเยอะอ่ะ..สงสารพี่นิล ตอนนี้เบื่อมารุตจริงๆ
    #287
    0
  8. #258 ha_def (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 16 มกราคม 2562 / 10:19
    คิดถึงคุณรัชจังค่ะ
    #258
    0
  9. #257 Lc_Jw (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 13 มกราคม 2562 / 02:28

    โอ้ววววโหหหห เอาอีกแล้วนะ เอาอีกแร้วววว ไรท์เนี้ยยตีๆๆๆๆ55555 เครียดมากทำงี้ได้งัย บอกไม่ถูกอีกแล้วอารมณ์หลากหลายไปหมด แต่ไรท์บรรยายออกมาให้รู้สึก ให้รับรู้ และเข้าใจในความสามพัน ความรู้สึกของทุกคนเลย อย่างนิลกับรัชช คือเข้าใจมากๆ ความรักก็อย่างนี้ เรียลในส่วนของคว่มสัมพันอะค่ะ ไม่ได้จะมายัดๆแต่พระนายอะไรแบบนี้ เลยรู้สึกว่าเออดีว่ะ มารุตก็แบบชอบ ไม่รู้อะแต่ชอบไทป์แบบนี้แงงง ยังไงคุณรัชก็คือคุณคนดีของเรา โอ๋ไม่ต่างจากคุณใหญ่คุณกลาง /พี่ชิน น้องก็ต้องเชนสิ ใช่มั้ยย ใช่แน่ๆๆ แกทำทำไม เชนนน!!!!

    #257
    0
  10. #256 020540 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 13 มกราคม 2562 / 01:58
    เชน

    ตัวละครซับซ้อนจนน่าลำคาญ
    #256
    0
  11. #255 MelodyAon (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 12 มกราคม 2562 / 20:12
    เราเข้าใจมารุตเด้อ เพราะเป็นใครก็ต้องไปช่วยอ่ะ ต่อให้คนๆนั้นไม่ใช่ไอริส อาจจะเป็นเพื่อนนางหรือคนรู้จักงี้ ไม่ใช่ไม่เเคร์คุณรัชแต่แบบไอริสต้องการคนช่วยจริงๆอ่ะ เเล้วมารุตนางก็ไม่รู้ด้วยว่าจะเกิดเรื่องขึ้นกับคุณรัช ไม่งั้นนางคงพาคุณรัชไปด้วยเเล้ว
    #255
    0
  12. #254 Sanahwb (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 12 มกราคม 2562 / 11:57
    รู้สึกแปลกๆกับไอริช
    #254
    0
  13. #253 Hyubi (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 12 มกราคม 2562 / 10:40
    เชน ชินแน่
    แต่ชอบนิลรัช
    #253
    0
  14. #251 ha_def (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 12 มกราคม 2562 / 08:04
    เราเข้าใจพระเอกนะ แต่เอราอยากรู้ปมของทุกๆๆอย่าง กราบวิงวอนไรท์ช่วยคลายปมให้เราที
    #251
    0
  15. #250 N nana (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 12 มกราคม 2562 / 04:45
    เกลียดในความไม่ชัดเจนของพระเอกอะ เหมือนรัชชไม่สำคัญยังไงก็ไม่รู้
    #250
    0
  16. #249 สปาร์นามิ (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 12 มกราคม 2562 / 02:12
    ขอนิลได้ไหมมมมม
    #249
    0
  17. #248 bj vamtoon (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 12 มกราคม 2562 / 01:58
    ไม่พอใจพระเอกอะ​ อะไรอะไรเดียวก้อไอ​ /รอครับ
    #248
    0
  18. #246 e_reborn (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 12 มกราคม 2562 / 00:47
    คิดแล้ว...คนนั้นแน่ๆ วอแวคุณรัชช์บ่อยด้วย
    #246
    0
  19. #245 Hell Dream-Satan (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 12 มกราคม 2562 / 00:47
    อ่านแล้วเกียดไปเลย คือ -ไม่ต้องมาเสนอหน้าขอสานสัมพันธ์กับคุณเล็ก พระเอกเ-้ยดี
    #245
    0
  20. #244 wixx (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 12 มกราคม 2562 / 00:41
    เชน เป็นน้อง ชิน ??
    #244
    0