จีบคนเถื่อน [YAOI] [สนพ.Lavender By B2S] : Spin-Off

ตอนที่ 22 : จีบคนเถื่อน : 21

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,253
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 500 ครั้ง
    30 ส.ค. 62






21




Apeach
---------------




ตอนนี้มึงก็อ่อยกูอยู่นะเสียงทุ้มต่ำที่ดังขึ้นจากทางด้านหลังทำให้ผมที่กำลังยืนเลือกเสื้อผ้าอยู่ในห้องแต่งตัวหยุดชะงักแล้วเลื่อนมือไปหยิบผ้าขนหนูสีขาวผืนใหญ่ที่อยู่อีกมุมหนึ่งของตู้ขึ้นมา


พรึบ!


ไปอาบน้ำปาผ้าขนหนูในมือใส่คนตัวสูงที่ยืนกอดอกพิงขอบประตูเป็นพระเอกเอ็มวีด้วยความหมั่นไส้


มึงนี่ก็ดุจัง กับคนอื่นล่ะเห็นดีแสนดี ทีกับกูล่ะทำเหมือนกูเป็นหมูเป็นหมาอีกฝ่ายบ่นอุบ


จะไปไหนก็ไปออกปากไล่แล้วก็หันกลับมาเลือกเสื้อผ้าต่อ


ถ้าแค่เพราะผมเดินนุ่งผ้าขนหนูออกมาจากห้องน้ำเพราะเพิ่งอาบน้ำเสร็จมันเรียกว่าอ่อยก็แล้วแต่เขาเถอะ ไม่น่าลืมหยิบเสื้อผ้าเข้าไปในห้องน้ำด้วยเลย ก็อยู่คนเดียวจนชินเลยไม่ได้นึกถึงใครอีกคนที่ทำตัวเหมือนพวกไร้บ้านไร้ที่อยู่อาศัยเลยต้องมาสิงสถิตอยู่ในห้องคนอื่นนี่ หลังจากที่คุยกันจบแต่เหมือนจะไม่จบเพราะมันดูเหมือนไม่มีอะไรสักอย่างที่เคลียร์เลย แต่ก็พอสรุปได้ว่าตอนนี้ผมกับมารุตมีสถานะเป็นคนคุยกันอยู่ เมื่อทำความเข้าใจกับตัวเองได้แล้วผมก็เดินเข้าไปอาบน้ำแล้วทิ้งให้สิ่งมีชีวิตที่ชื่อว่ามารุตนอนเกลือกกลิ้งอยู่บนเตียงต่อไป เขาทำเหมือนกับจะไม่ยอมลุกออกจากเตียงผมเลยแม้แต่นิดจนกระทั่งที่ผมเดินออกมาจากห้องน้ำด้วยผ้าขนหนูผืนเดียวที่พันรอบเอวนั่นแหละ เขาถึงได้ลุกเดินตามมาที่ห้องแต่งตัว แต่พูดก็พูดเถอะ ใครๆ เขาก็ทำแบบนี้กันหรือเปล่า? ก็อยู่ห้องตัวเองใครจะหอบเสื้อผ้าไปแต่งตัวในห้องน้ำให้ยุ่งยากล่ะ ผมน่ะไม่ผิด ถ้าจะผิดก็คนที่จ้องผมไม่วางตานั่นแหละ!  


 




รัชช์มารุตที่อาบน้ำแต่งตัวเสร็จแล้วเดินเข้ามาหาผมที่นั่งรอเขาอยู่ตรงโต๊ะทำงานมุมห้อง


อืมผมขานรับในลำคอทั้งที่สายตายังคงจับจ้องอยู่ที่หนังสือประมวลกฎหมายในมือ


เวลามึงเปลี่ยนชุดตอนซ้อมบาส ทำไมมึงไม่เข้าไปเปลี่ยนในห้องน้ำวะ?” เขาเดินมายืนอีกฝั่งหนึ่งของโต๊ะพร้อมเอ่ยถามด้วยสีหน้าที่ติดจะไม่พอใจนิดๆ


เปลี่ยนห้องล็อกเกอร์ก็สะดวกดีผมละสายตาขึ้นมามองหน้าคนถามเล็กน้อย ก็ไม่รู้หรอกว่าเขารู้ได้ยังไงว่าผมชอบเปลี่ยนเสื้อผ้าในห้องล็อกเกอร์แต่สำหรับผมเปลี่ยนที่ห้องล็อกเกอร์มันสะดวกและง่ายกว่าเดินไปเปลี่ยนที่ห้องน้ำ


อยากโชว์ว่างั้น?”


โชว์อะไร?” ผมขมวดคิ้วแน่นอย่างไม่เข้าใจ ปิดหนังสือตรงหน้าลงเพราะคิดว่าคงอ่านต่อไม่รู้เรื่องแล้ว


ก็หุ่นมึงไงเขาว่าพลางกวาดสายตามองมาที่ตัวผม


โชว์ทำไม มีแต่ผู้ชายส่ายหน้าเบาๆ แล้วเก็บของให้เข้าที่เข้าทาง ผมไม่ชอบอะไรที่มันไม่เป็นระเบียบและไม่เรียบร้อยโดยเฉพาะโต๊ะทำงาน


คือมึงอยากโชว์ผู้หญิง?” มารุตย้อนถามกลับด้วยสีหน้าและท่าทางที่ดูค่อนข้างจะหาเรื่องในความคิดของผม


บ้าเหรอ ไม่ใช่โรคจิตใครมันจะไปอยากโชว์หุ่นตัวเองให้คนอื่นดูกันเล่า ผมก็แค่พูดไปอย่างนั้นเอง


แต่รุ่นน้องในคณะมึงน่ะโรคจิต


ทำไม?”


มึงไม่รู้หรือไงว่าถูกพวกมันแอบถ่ายตอนเปลี่ยนเสื้อผ้าน่ะ อีกฝ่ายขึ้นเสียงใส่นิดๆ แต่ก็ดูเหมือนว่าเขาพยายามจะคุมให้ไม่ดูชวนทะเลาะมากเกินไปอยู่


อ่าผมตอบรับกลับไปแค่นั้นเพราะไม่รู้จะพูดอะไรต่อ ก็พอรู้อยู่แหละว่าเวลาเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วพวกคนในทีมชอบแอบมอง แต่ก็ไม่คิดว่าจะถูกแอบถ่ายไว้ด้วย ว่าแต่มารุตรู้ได้ยังไงกัน?


ไม่ต้องมามองหน้ากู ต่อไปถ้ามึงไม่เข้าไปเปลี่ยนชุดในห้องน้ำนะ มึงเจอกูแน่คนตัวสูงกว่าสั่งเสียงเข้ม หน้าตาดูจริงจังเกินเหตุ ผมได้แต่ส่ายหน้าแล้วเตรียมเดินหนี


อะไร?” แต่ยังไม่ทันได้เดินไปไหนก็ถูกรั้งแขนเอาไว้เสียก่อน


ถ้าอยากโชว์มาโชว์กู ไม่ต้องไปโชว์คนอื่น


โรคจิตผมปัดมือใหญ่ที่ลูบไล้ไปตามช่วงเอวของผมออกอย่างแรง มือไวจริงๆเลย


แล้ววันนี้ไม่มีเรียน?” พอแหย่ให้ผมหงุดหงิดได้ก็เปลี่ยนเรื่องหน้าตาเฉย แล้วเดินไปเดินมานี่ทำเหมือนอยู่ห้องตัวเองเลยนะ ไหนจะที่เตรียมเสื้อผ้ามาด้วยนี่คือกะมาค้างห้องผมตั้งแต่แรกอยู่แล้วสินะ ไม่คิดว่าจะเป็นคนแบบนี้เลย


อาจารย์ยกคลาส


เหมือนกัน


ลงไปข้างล่างกันหลังจากที่เก็บของเสร็จแล้วผมก็หันไปชวนคนที่เดินสำรวจห้องของผมไม่เลิก


วันนี้ไปเที่ยวกันไหม?” เขาหันมาถาม อย่าบอกนะว่าที่เงียบไปนานคือคิดเรื่องนี้อยู่?


เดท?”


เออ ไปไหม?”


ที่ไหน?”


คิดไม่ออก ห้างก็ได้


อืมไหนๆ วันนี้ก็ว่างแล้วนี่เนอะ แถมพรุ่งนี้ยังเป็นวันเสาร์อีก ออกไปเดินห้างบ้างก็ได้ อย่างน้อยก็ถือว่าใช้เวลาอยู่กับมารุตก็แล้วกัน ก็ไม่ได้อยู่ด้วยกันตั้งหลายวันบางทีกลับมารอบนี้อาจมีอะไรหลายๆ อย่างเปลี่ยนไปก็ได้


หมายถึงทั้งตัวผมและตัวเขาน่ะ

 





หลังจากที่พูดคุยตกลงกันได้แล้วก็พากันเดินลงมาที่ชั้นล่าง นั่งกินมื้อเช้าที่ค่อนไปทางสายกันอยู่พักหนึ่งก่อนจะออกเดินทางไปยังห้างที่อยู่ไม่ไกลจากบ้านของผมมากนัก รถที่ใช้ก็เป็นรถมอเตอร์ไซค์ของมารุตเหมือนเดิม ก็อีกฝ่ายเขาชอบที่จะขับมอเตอร์ไซค์มากกว่ารถยนต์นี่ครับ ผมเองก็ไม่ได้มีปัญหากับการนั่งรถด้วย ให้นั่งรถเมล์ไปยังได้เลย แต่มารุตคงไม่ยอมหรอกครับ


มึงอยากทำอะไร?” พอมาถึงห้างกันแล้วก็ได้แต่หันมองซ้ายมองขวาอย่างไร้หนทางที่จะไป


ไม่ได้อยากทำอะไรเป็นพิเศษคนที่ชวนมาต้องเป็นฝ่ายคิดไม่ใช่หรือไง?


ไปดูหนังกันเหมือนเป็นเรื่องเบสิคของคนที่มาเดทกัน


อืมแต่ถ้าไม่ดูหนังก็คงไม่รู้จะทำอะไรแล้วล่ะครับ


ผมเดินตามมารุตมายังชั้นที่เป็นโรงหนัง ยืนเลือกหนังกันอยู่นานเพราะไม่ได้คิดไว้ว่าจะดูเรื่องอะไร และดูเหมือนว่าเขาเองก็ไม่ได้อยากดูเรื่องไหนเป็นพิเศษด้วย สุดท้ายก็ใช้วิธีหลับตาจิ้มเลือกมาหนึ่งเรื่อง ผมไม่ได้สนใจด้วยซ้ำว่ามันเป็นเรื่องอะไร อย่าว่าแต่ผมเลย มารุตเองก็ไม่ต่างกัน ระหว่างรอมารุตเดินไปซื้อตั๋วหนังผมก็เดินไปซื้อน้ำกับป็อปคอร์น และไม่รู้ว่ามันบังเอิญหรืออะไรที่ผมเห็นพี่รหัสของตัวเองยืนอยู่ไม่ไกล ผมชั่งใจแวบหนึ่งว่าจะร้องเรียกอีกฝ่ายดีไหมแต่ดูเหมือนว่าพี่มาวินจะรู้สึกตัวว่าถูกจ้องจึงหันมามองและก็สบตากับผมพอดี ผมยกมือไหว้พี่รหัสที่เคยช่วยเหลือผมเอาไว้อยู่หลายครั้ง พี่มาวินเองก็ยกมือรับไหว้ เขาทำท่าจะเดินเข้ามาหาผมแต่ก็ชะงักแล้วเดินหนีออกไปอีกทางแทน ผมมองตามอย่างสงสัยกะว่าจะเดินตามไปแต่ก็มีมือใหญ่ของใครบางคนมาคว้าเข้าที่ไหล่ของผมเสียก่อน


“จะไปไหน?” มารุตขมวดคิ้วมองผมอย่างสงสัยพลางมองตามสายตาของผมไปด้วย แต่ก็ไม่เจอใครเพราะพี่มาวินเดินออกไปไกลแล้ว


“ปะ เปล่า” ผมส่ายหน้าเบาๆ แล้วเดินกลับไปซื้อน้ำกับป็อบคอร์นอีกครั้งโดยมีมารุตเดินตามอยู่ไม่ห่าง


“เดี๋ยวจ่ายเอง” พอผมสั่งของกับพนักงานเสร็จเขาก็ยื่นเงินสดจ่ายตัดหน้าผมไป ผมทำท่าจะค้านแต่ก็ต้องหยุดเพราะถูกอีกฝ่ายหันมามองตาดุ


มารุตรับของไปถือเต็มสองมือ ผมเลยได้ถือแค่น้ำที่เป็นแก้วของตัวเองเดินนำเข้าไปในโรงหนัง ถ้าถามว่าหนังเรื่องที่ดูเป็นยังไงผมคงตอบไม่ได้ บอกเลยว่าสมาธิของผมไม่ได้จดจ่ออยู่กับหนังเลยสักนิด ก็คนข้างตัวผมน่ะสิก่อกวนไม่เลิก เดี๋ยวก็ขยับซ้ายเดี๋ยวก็ขยับขวา สักพักก็เอนมาทางผม พิงแขนบ้างล่ะ เกยคางบนไหล่แล้วจ้องห้นาผมบ้างล่ะ พอเห็นผมไม่พูดอะไรก็ดึงมือไปจับไปเขี่ยเล่น ที่ไม่พูดไม่ได้หมายความว่ายอมนะครับ แต่เพราะเกรงใจคนอื่นๆ ที่ดูหนังกันอยู่ผมเลยไม่อยากหันไปด่าคนข้างๆ


กว่าหนังจะจบผมก็แทบต้องนับหนึ่งถึงล้าน ไม่ใช่หนังมันไม่สนุกนะ แต่รำคาญความเยอะของคนข้างตัวต่างหาก


หิวหรือยัง?” พอเดินออกมาจากโรงหนังได้มารุตก็หันมาถามทันที แต่การที่เขาถามแบบนี้ไม่ได้ถามเพราะอยากรู้นะแต่มันคือการบอกเป็นนัยว่า เออ เขาหิวข้าวแล้วนะ อะไรแบบนี้


อาหารเกาหลีไหม?” ส่วนอันนี้ผมอยากกินเองครับ


ไปสิเขารับคำอย่างว่าง่ายแล้วเดินนำเข้าไปยังร้านอาหารเกาหลีที่อยู่ไม่ไกลจากตำแหน่งที่เรายืนกันอยู่


ยินดีต้อนรับค่ะ รับอะไรดีคะ?” พนักงานสาวเดินเข้ามารับออเดอร์ด้วยหน้าตาที่ยิ้มแย้ม แต่ดูเหมือนเธอจะอยากยิ้มให้มารุตมากกว่าผมนะครับ


มึงสั่งเลยหลังจากที่นั่งพลิกเมนูไปมาจนหมดเล่มมารุตก็ปิดมันลงแล้วเงยหน้ามาบอกกับผม


อืม แฮมุลทัง ต็อกบ๊กกี มันดู แล้วก็บิบิมบับ 2 ที่ครับสั่งเสร็จผมก็ปิดเมนูส่งคืนให้กับพนักงานสาว


เมนูที่ผมสั่งไปก็เลือกเอาที่ผมอยากกินและคิดว่ามารุตน่าจะกินได้ อย่างแฮมุลทังหรือที่เข้าใจกันง่ายๆ ก็ซีฟู๊ดหม้อไฟแหละครับ อันนี้ก็คล้ายๆ กับต้มยำทะเลของไทยนี่แหละ แต่ต่างกันตรงที่ความเข้มข้นและความจัดจ้านของรสชาติ ในหม้อไฟก็จะมีพวกอาหารทะเล เช่น กุ้ง หอย ปู หมึก แล้วก็พวกผักชนิดต่างๆ แล้วก็มีเห็ดเข็มทองด้วยนะครับ ทานกับน้ำจิ้มเกาหลีอีกที


ต่อไปเป็นต็อกบ๊กกี อันนี้น่าจะเคยได้ยินกันบ่อยพอๆ กับกิมจินะครับ ส่วนผสมหลัก คือ Rice Cake หรือเส้นแป้งข้าวเจ้า คนเกาหลีเรียกว่า Garaetuk นำมาต้มให้สุกแล้วปรุงรสด้วยซอสพริกเกาหลีหรือ Kochujung (โกชูจัง) ใส่เนื้อสัตว์ ลูกชิ้นปลา ผัก และไข่ต้มลงไปเพื่อเพิ่มคุณค่าทางอาหาร โดยรสชาติหลักๆ จะออกหวานๆ เผ็ดๆ แต่ไม่เผ็ดร้อนเหมือนอาหารไทย  ส่วนมันดูก็คือเกี๊ยวเกาหลีครับ


อย่างสุดท้ายคือบิบิมบับ มาจากคำว่า บิบิม หมายถึง การคลุกเคล้า การยำ ส่วนคำว่า บับ หมายถึงข้าว  บิบิมบับ เลยถูกคนไทยเรียกว่า ข้าวยำเกาหลี ซึ่งในสมัยก่อน บิบิมบับ เป็นตัวแทนอาหารเกาหลีตามธรรมเนียมเก่าแก่ดั้งเดิม ในวันหยุดที่สำคัญ เช่น เทศกาลชูซอก ในปัจจุบันเป็นอาหารที่รู้จักกันแพร่หลายมากขึ้น ซึ่งจัดได้ว่าเป็นอาหารที่มีความสมดุลและมีสารอาหารครบถ้วน เพราะมันมีผักต่างๆ พร้อมกับเนื้อสัตว์หมัก มีพริกเกาหลีปรุงพิเศษเพิ่มเข้าไปเพื่อเพิ่มรสชาติและทำให้ส่วนผสมต่างๆ เข้ากันอย่างลงตัว


ได้ยินมาว่าเป็นลูกครึ่งเกาหลีเหรอ?” หลังจากที่พนักงานรับออเดอร์เดินออกไปแล้วมารุตก็ถามผมขึ้น


อืม ออมม่า หมายถึง แม่น่ะ เป็นคนเกาหลี ส่วนอาปา อ่า พ่อเป็นลูกครึ่งไทย-จีนผมยกมือขึ้นเกาหัวตัวเองนิดๆ เพราะเริ่มสับสนกับสรรพนามต่างๆ ก็ตั้งแต่เกิดมาก็เรียกว่าออมม่ากับอาปามาตลอด ไม่เคยเรียกพ่อหรือแม่มันเลยเป็นคำที่ไม่ชินปาก แถมตอนที่เด็กมากๆ ผมก็ไม่ได้เรียนที่ไทย ช่วงที่มาอยู่ไทยแรกๆ ผมสับสนกับการใช้ภาษามากเลยล่ะครับ


ถึงว่า ขาวฉิบหาย


ว่าอะไรนะ?” ผมขมวดคิ้วมองอย่างสงสัยเมื่อได้ยินที่อีกฝ่ายพูดไม่ชัดนัก ได้ยินแค่ว่าอะไรขาวๆ สักอย่างนี่แหละ


เปล่าๆ แล้วอยากเดินดูอะไรหรือเปล่า?” เขาส่ายหน้ารัวๆ แล้วเปลี่ยนเรื่องคุย


ก็อยากเข้าร้านหนังสือผมนึกอยู่พักหนึ่งก่อนจะตอบออกไปจำได้ว่ามีหนังสือใหม่ออกมาแต่ผมยังไม่ได้ซื้อเลย เดี๋ยวแวะเข้าไปดูสักหน่อยก็แล้วกัน


อืม เดี๋ยวกินเสร็จแล้วไปกันมารุตตอบรับอย่างว่าง่ายเป็นจังหวะเดียวกันกับที่อาหารยกมาเสิร์ฟพอดี เราเลยหันมาให้ความสนใจกับอาหารที่อยู่ตรงหน้าแทน

 





รัชช์


หืม?” ผมหันไปมองตามเสียงเรียกของมารุต


กึก!


เร็กซ์ แต่ก็ต้องหยุดชะงักเมื่อสายตาดันไปบังเอิญมองเห็นใครบางคนที่เดินผ่านหน้าร้านหนังสือที่ผมอยู่ไป


มองอะไรน่ะ?” มารุตที่เห็นผมนิ่งไปอย่างไร้สาเหตุก็หันไปมองทางด้านหลังของตัวเองบ้าง


ปะ เปล่า ไม่มีอะไร ผมส่ายหน้าปฏิเสธกลับไป บางทีผมอาจจะตาฝาด เร็กซ์จะมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงกัน


ก็คนๆ นั้นน่ะ ทิ้งผมไปตั้งหลายปีแล้วนี่นา


อยู่กับกูยังจะมองผู้ชายคนอื่นอีกนะ คนตัวสูงกว่าว่าเสียงดุพร้อมยกมือขึ้นมาดีดหน้าผากผมจนเกิดเสียงดัง


ไม่ใช่สักหน่อย ผมชกไหล่อีกฝ่ายกลับไปเป็นการเอาคืนที่บังอาจมาทำร้ายร่างกายผม


ไหนจะซื้ออะไร?” เขาถามเปลี่ยนเรื่อง ผมเลยชูหนังสือที่เลือกมาได้ให้ดูแทนคำตอบ


หนังสือนิยายสยองขวัญ?” ริมฝีปากได้รูปเบะออกเล็กน้อยคล้ายกับไม่ชอบใจอะไรบางอย่าง


อืม สนุกดีนะ นิยายที่ผมถืออยู่ในมือนี้เป็นของนักเขียนที่ใช้นามปากกาว่า Adelard เขาเป็นนักเขียนหน้าใหม่มากความสามารถที่เพิ่งมีผลงานตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อประมาณสามปีก่อน ได้ยินมาว่านักเขียนคนนี้อายุไล่เลี่ยกันกับผมด้วย ถ้าจำไม่ผิดเขาน่าจะอายุมากกว่าผมหนึ่งปี ผมเคยอ่านบทสัมภาษณ์ของเขาอยู่ จำได้ว่าเขาน่าจะชื่อโฟล์คหรืออะไรสักอย่างนี่แหละ


ชอบอะไรที่ขัดกับหน้าฉิบหาย มือใหญ่ดึงหนังสือที่ผมเลือกไว้ไปเปิดดูผ่านๆ ปากก็บ่นให้ผมไปด้วย


หน้าเรามันทำไม?” ได้ยินอย่างนั้นผมก็ถึงกับขมวดคิ้วฉับอย่างเอาเรื่องทันที


หน้ามึงมันคิตตี้ แต่นิสัยมึงมันป่าเถื่อน


คนนะไม่ใช่แมวการ์ตูน


แต่ดูๆ ไปหน้ามึงเหมือนไอ้ตัวลูกพีชสีชมพูมากกว่า ตากลมโตกวาดมองทั่วใบหน้าของผมอยู่พักหนึ่งก่อนจะยกยิ้มมุมปากแล้วพยักหน้าเออออกับตัวเอง


คืออะไร?” แต่ผมไม่ได้เข้าใจกับเขาด้วยเลย


“Apeach” มารุตว่าพร้อมหันหน้าจอโทรศัพท์ที่มีรูปตัวการ์ตูนลูกพีชสีชมพูยิ้มกว้างจนเห็นฟันหน้ามาให้ผมดู


อ่า ผมมองเจ้าลูกพีชสีชมพูแก้มแดงนั่นอย่างพิจารณาพลางคิดไปด้วยว่าผมเหมือนเจ้าตัวนี้จริงๆ เหรอ?


ไปๆ เอาเล่มไหนบ้างไปจ่ายเงิน โทรศัพท์เครื่องหรูถูกเก็บลงกระเป๋าก่อนที่แขนยาวๆ ของมารุตจะยกขึ้นมากอดคอของผมเอาไว้


เล่มนี้เล่มเดียว ผมชูหนังสือที่อยู่ในมือขึ้นอีกรอบเพื่อเป็นการบอกว่าผมเอาเล่มนี้นะ


เอามา


ทำไม?”


เดี๋ยวจ่ายให้


ไม่เป็นไร


อย่าดื้อ   


เฮ้อ ใครกันแน่ที่ดื้อ ผมได้แต่ถอนหายใจแล้วยอมปล่อยให้มารุตดึงหนังสือในมือไปจ่ายเงินโดยที่แขนของเขาก็ยังคงกอดคอของผมไว้อยู่และไม่มีทีท่าว่าจะยอมปล่อยง่ายๆ


และก็เป็นอย่างที่คิดจริงๆ ครับ ผมถูกมารุตเดินกอดคอรอบห้างเลยกว่าจะยอมปล่อยก็ตอนที่เดินมาถึงรถเตรียมจะกลับบ้านกันนั่นแหละ พอผมจะดันตัวออกก็ยิ่งถูกกอดรัดแน่นกว่าเดิม ผมเลยจนปัญญาต้องปล่อยให้อีกฝ่ายทำตามใจ เพราะดูเหมือนขัดขืนไปก็เสียแรงเปล่า คอยดูเถอะว่าต่อจากนี้ผมจะฟิตร่างกายเอาให้ตัวหนาๆ เหมือนพวกมาร์เวลเลย

 





ทำอะไร?” ผมเดินเข้ามาในห้องนอนของตัวเองพร้อมถาดน้ำและขนม เห็นคนตัวสูงนอนเหยียดยาวอยู่บนโซฟาหน้าโทรทัศน์เลยเดินเข้าไปทิ้งตัวลงข้างๆ เขา ดีที่โซฟาในห้องผมมันกว้างมากพอที่จะสามารถนอนเบียดกันได้สองคน แต่เผอิญคนที่นอนอยู่ตัวใหญ่เกินกว่าที่จะมีคนไปนอนเบียดด้วยได้ แค่เหลือที่ให้นั่งได้นี่ก็ดีเท่าไหร่แล้ว  


ดูแท็ก เขาตอบทั้งๆ ที่สายตายังคงจับจ้องที่หน้าจอโทรศัพท์อยู่


ว่างเนอะ ไม่กลับคอนโดเหรอ?” ผมถามพลางหยิบคุ้กกี้ในจานขึ้นมากินไปด้วย


ไล่?” อีกฝ่ายละสายตาจากหน้าจอมามองหน้าผมพร้อมเลิกคิ้วถามหน้าตาย


อือ พยักหน้ารับเบาๆ แล้วหยิบคุ้กกี้อีกชิ้นมาส่งให้คนที่นอนเหยียดยาวไม่ยอมลุกอย่างคนเกียจคร้าน มารุตผงกหัวขึ้นมาอ้าปากรับคุ้กกี้เข้าปากไปผมเลยดึงให้อีกฝ่ายลุกขึ้นมานั่งดีๆ นอนกินเดี๋ยวก็ติดคอตายกันพอดี


มึงดูทวิตพวกนี้ เขาว่าพร้อมขยับมานั่งซ้อนที่ข้างหลังของผม โทรศัพท์เครื่องหรูถูกยื่นมาตรงหน้าโดยที่เจ้าของก็เกยคางอยู่ตรงไหล่ของผม


ใครก็ได้ช่วยผมนับทีสิว่าวันนี้ผมเปลืองตัวไปกี่รอบแล้ว?

 



‘#มารุตคุณรัชช์ ไม่ล่มอย่างที่คิด


‘#มารุตคนเถื่อน#คุณรัชช์คนดีเขาไปเที่ยวด้วยกันว่ะแก#มารุตคุณรัชช์ *แนบรูป*’


งงกับความสัมพันธ์ของคู่#มารุตคุณรัชช์ ก่อนหน้านี้ยังดูตึงๆ ใส่กันอยู่เลย


‘#มารุตคุณรัชช์ เหมือนผัวเมียที่ทะเลาะกันแล้วก็แยกกันอยู่ พอดีกันก็กลับมาหวานต่อ


นี่คือการกระทำของคนที่บอกไม่ชอบเขาเหรอ? อะ แล้วแต่#มารุตคุณรัชช์


คุณรัชช์หล่อมาก#คุณรัชช์คนดี มารุตก็โซแบด#มารุตคนเถื่อน พวกเขาเหมาะสมกัน#มารุตคุณรัชช์


หวงแค่ไหนถามใจดู#มารุตคุณรัชช์


ไหนว่ามีปัญหากันอยู่ไม่ใช่เหรอ?#มารุตคุณรัชช์


อีกนิดก็สิงร่างกันแล้วจ้า#มารุตคุณรัชช์

 



ข่าวไวเนอะ กวาดสายตามองตามปลายนิ้วเรียวยาวที่เลื่อนหน้าจอให้ผมดูแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจ วันหยุดแท้ๆ ก็ยังมีคนตามมาเห็นได้อีก แถมยังโดนแอบถ่ายเยอะเลย แต่ผมกลับไม่รู้สึกตัวเลยแม้แต่นิด


เพิ่งรู้ว่าตัวเองดังขนาดนี้นะเนี่ย มารุตว่าขำๆ มือก็เลื่อนกดดูนู่นดูนี่ไปเรื่อย แต่ยังคงไม่ออกจาก#มารุตคุณรัชช์ ผมเห็นเขากดรีทวิตแล้วก็กดหัวใจไปตั้งหลายอัน แต่ดูเหมือนแอ็กเคานต์ที่เขาใช้จะเป็นแอ็กเคานต์ลับนะครับ


หลงตัวเอง


ก็คนมันหล่อ


ใครบอกเหรอ?”


ผมก็เดือนคณะนะครับคุณ


เราเดือนมหาลัย แค่เดือนคณะทำมาเป็นอวด ผมเป็นเดือนมหาลัยเมื่อสองปีก่อนยังไม่เห็นโม้ขนาดนี้เลย


ปีคุณคนหล่อน้อยเหรอ?” พูดอย่างนี้นี่มันดูถูกกันนี่ หยามกันชัดๆ เลย


มีคนหล่อกว่านายเยอะ หนึ่งในนั้นก็คือผม


จริง? ผมว่าผมหล่อที่สุดแล้วนะ


ถ้าอย่างนายเรียกว่าหล่อ เราก็เป็นเทพบุตรแล้ว


ปากคอเราะร้าย เขาว่าออกมาติดตลก มือใหญ่ยกขึ้นหยิกแก้มผมจนยืดน่าเกลียด


พูดสุภาพแล้วไม่ชิน ผมเอียงหน้าหันไปมองสบตากับอีกฝ่ายหน้ายุ่ง


จู่ๆ มาเรียกคุณเรียกผมแบบนี้บอกเลยว่าไม่เหมาะกับเขามากๆ


ทำไมคนอื่นถึงเรียกว่าคุณรัชช์?” ใบหน้าหล่อยกยิ้มบางก่อนจะพาเปลี่ยนเรื่องที่ผมคิดว่าเขาคงสงสัยมานานแล้วและคงไม่ได้มีแค่มารุตหรอกที่สงสัยเรื่องนี้ น่าจะคนเกือบทั้งมหาลัยเลยล่ะมั้ง


อืม คงเรียกตามเพื่อนเราล่ะมั้ง ผมทำหน้านึกอยู่พักใหญ่ว่าจุดเริ่มต้นของคำเรียกนี้มาจากไหน แต่เพียงแค่คิดหน้าของใครบางคนก็ลอยขึ้นมาทันที


แล้วทำไมเพื่อนต้องเรียกว่าคุณ?” มารุตยังคงไม่หายสงสัยกับเรื่องนี้ ท่าทางของเขาดูจริงจังจนผมต้องหลุดขำ


ที่บ้านเรา เราเรียกพี่ชายว่าคุณ พี่คนโตเราเรียกว่าคุณใหญ่ พี่คนกลางเราเรียกว่าคุณกลาง ส่วนพี่ๆ เรียกเราว่าคุณเล็ก กรินที่เป็นเพื่อนตั้งแต่สมัยเด็กชอบเรียกเราว่าคุณรัชช์ คนอื่นๆ ที่ได้ยินก็เลยเรียกตาม จริงๆ มันก็ไม่ได้มีเรื่องอะไรที่ซับซ้อนสักเท่าไหร่หรอก


แล้วที่บอกว่าแม่มีเชื้อเจ้าของเกาหลีนี่จริงไหม?”


ออมม่าสืบเชื้อสายราชวงศ์มาจริง แต่ตอนนี้ที่เกาหลีเขาไม่มีพวกราชวงศ์แล้ว ก็เลยเฉยๆ แต่กรินแต่งเรื่องเป็นตุเป็นตะว่าที่เรียกเราว่าคุณเพราะเป็นการให้เกียรติ แต่จริงๆ คือแค่ล้อคำที่พี่ๆ เรียกเราเฉยๆ ภายนอกกรินดูเป็นเด็กเรียบร้อยครับ แต่จริงๆ แล้วเป็นเด็กที่แก่นมากคนหนึ่งเลยล่ะ ตอนเด็กๆ ก็ชอบล้อชอบแซวผมเรื่องคำเรียกของพี่ๆ ตลอด


พี่น้องเรียกกันน่ารักดีนะ เขาว่ายิ้มๆ


อือ ออมม่าสอนให้เรียกแบบนี้ บอกว่ามันน่ารักดี ผมไม่เคยเรียกคุณใหญ่กับคุณกลางว่าฮยอง(พี่ชาย)เลย ทั้งที่เราสามคนพี่น้องก็เป็นลูกครึ่งเกาหลีแท้ๆ แต่คำเรียกคนในครอบครัวนอกจากออมม่ากับอาปาแล้วก็ไม่ได้ใช้ภาษาเกาหลีเลย ออมม่าเองก็ดูเหมือนจะชอบให้พูดภาษาไทยมากกว่าภาษาเกาหลี ถ้าถามว่าภาษาไหนใช้คล่องสุดก็คงเป็นภาษาไทย ส่วนภาษาเกาหลีนี่ก็เริ่มลืมๆ ไปแล้วเพราะออมม่าเองก็พูดแต่ภาษาไทยกับพวกเรา


แล้วชื่อรัชช์แปลว่าอะไร?”


อืม~ เราจำไม่ได้ว่ามันมาจากภาษาอะไร รู้แค่ว่ามันแปลว่าเจ้าชาย เพราะอย่างนี้ตอนผมเด็กๆ ทุกคนในบ้านจึงมักเรียกผมว่าเจ้าชายน้อยอยู่เสมอ และแม้จะโตจนอายุยี่สิบจะยี่สิบเอ็ดแล้วผมก็ยังเป็นเจ้าชายน้อยของทุกคนอยู่


แม่คงยังอินกับราชวงศ์


คงงั้น เพราะชื่อของพี่คนโตก็แปลว่าผู้มีอำนาจกับมั่งคั่ง ส่วนพี่คนกลางชื่อหมายถึงกษัตริย์ ผมก็เห็นด้วยกับมารุตนะ เหมือนออมม่าพยายามตั้งชื่อให้มีความหมายที่เกี่ยวโยงไปถึงการแสดงอำนาจอะไรแบบนี้


ชื่อนี่สูงส่งกันทั้งบ้าน กูนี่หมาเลยครับ


โอเวอร์ตลอด มารุตก็แปลว่าลม เพราะดีออก  


พูดจริงหรือปลอบใจ?


ปลอบใจ


แต่กูว่าอันนี้กวนตีนละ


ล้อเล่น


มึงนี่ชอบล้อเล่นหน้าตายเนอะ


ไม่เรียกคุณแล้วเหรอ?” ผมหัวเราะร่วนกับท่าทางหัวเสียของอีกฝ่ายที่ถูกผมกวนจนเริ่มหงุดหงิด


ไม่ชินว่ะ เรียกเธอได้ไหม?” เขาขมวดคิ้วแน่นมองหน้าผมอย่างจริงจัง


ไม่ใช่ผู้หญิง


เรื่องมาก


อยากเรียกอะไรก็เรียกเถอะ ผมไม่ได้มีปัญหาเรื่องคำเรียกอยู่แล้ว ที่ผ่านมาเขาก็เรียกผมว่ามึงมาตลอด ถึงจะเปลี่ยนสถานะมาเป็นคนคุยแต่ผมก็ไม่ได้ซีเรียสเรื่องคำเรียกอะไรหรอกครับ ก็เข้าใจแหละว่ามันไม่ชินปาก


ไอ้เหี้ยรัชช์


ไอ้เหี้ยมารุต ก็ถ้าจะเล่นมาขนาดนี้แล้วก็ไม่ต้องไปเกรงใจกันแล้วล่ะครับ


กูว่ามันฮาร์ดคอร์ไป มึงไม่เหมาะกับคำหยาบจริงๆ นะรัชช์ เขาบอกผมหน้าเครียด ทำเอาผมหลุดหัวเราะเลย


ก็เรียกเหมือนเดิมไง จะพูดกูมึงก็ได้”


“คุณเล็ก” มารุตทำหน้าครุ่นคิดอยู่นานก่อนจะพูดขึ้นมาหน้านิ่ง


“ห๊ะ?” ผมร้องถามกลับงงๆ


“เรียกแบบนี้ได้ไหม?”


“ตามใจ” ผมเม้มปากแน่นพึมพำตอบกลับอย่างประหม่า ตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยมีใครได้เรียกชื่อนี้นอกจากคนในครอบครัวเลย แม้กระทั่งแฟนเก่าที่ผมรักมากก็ยังไม่มีโอกาสได้เรียกชื่อนี้ แต่กับมารุต ไม่รู้สิ ถ้าเขากล้าขอ ผมก็กล้าที่จะให้เขาเรียกนะ ก็บอกแล้วไงว่าไม่ได้ซีเรียสเรื่องสรรพนามน่ะ


“งั้นผมกลับบ้านก่อนนะครับคุณเล็ก พรุ่งนี้เจอกัน”


จุ๊บ!


“อะ อืม” มารุตว่าอออกมาอย่างอารมณ์ดีก่อนจะโน้มใบหน้าลงมากดจูบที่ข้างแก้มของผมแล้วก็ลุกขึ้นเดินออกจากห้องไปทิ้งให้ผมนั่งค้างด้วยความตกใจ เสียงหัวใจที่เต้นถี่รัวดังก้องจนผมได้ยินอย่างชัดเจน


“เด็กบ้า” ทำผมหวั่นไหวอีกจนได้สิน่า



---------------


ว๊าย มีตัวละครลับโผล่มาค่ะคุณขา
เรื่องบางเรื่องก็ระวังโดนหลอกนะคะคุณ


สวัสดีปีใหม่ค่ะ
ขอให้มีความสุขกันตลอดทั้งปีเลยนะคะ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 500 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

569 ความคิดเห็น

  1. #559 LOOKSORN. (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 26 เมษายน 2563 / 09:34
    ตัวละครเยอะมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
    #559
    0
  2. #529 OoNuizqBk (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2562 / 07:41
    น่ารัก555มาหาแต่เที่ยงคืนเลย
    #529
    0
  3. #368 Ladda Aew (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2562 / 03:35
    ขอเดิมก็ขมวดปมไว้ยังไม่แก้ ยังจะขมวดปมใหม่อีกนะไรต์
    #368
    0
  4. #358 linonan_ (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2562 / 19:33
    คุณเร็กซ์นี่คุณกลางแน่ๆ

    พอเลื่อนสถานะแล้วแอเรียสีชมพูฟรุ้งฟริ้งนี่ลอยตลบอบอวลไปหมดเลยนะค้าาาาาาาาา อยากเห็นคุณรัชช์โหมตอ้อนรุตจังเยยยยย .////.
    #358
    0
  5. #274 ไอ้ซัน'สม๊อดต๊อด (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 20 มกราคม 2562 / 01:17
    เร็กซ์ คือคุณกลางซินะ แสดงว่าคุณกลางหนีออกจากบ้านใช่มั้ย คุณรัชข์ถึงบอกว่าเขาทิ้งคุณรัชช์ไปแล้ว แจหะใช่ไม่ใช่
    #274
    0
  6. #233 Kim-kibom (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 3 มกราคม 2562 / 21:18
    เริ่มหวานขึ้นมานิดๆๆ
    #233
    0
  7. #231 Lc_Jw (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 3 มกราคม 2562 / 16:03

    ไม่เอาลูกเรียกกันดีๆไม่ฮาร์ดคอร์น้าา5555555หลุดขำเลย5555555 เร็กแฟนเก่าก็มาว่ะะะ นักเขียนโฟคไรอีก

    มาวินนี้ฝ่เขาดูกัวๆมารุตปะ มีคดีไรกันรึป่าว แฮะ

    HNY Kaa ไรท์♡

    #231
    0
  8. #230 jkjmmn (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 1 มกราคม 2562 / 15:46
    เร็กซ์คือใครร พี่กลางรึ หรือใคร5555
    #230
    0
  9. #229 Saly_45 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 1 มกราคม 2562 / 11:49
    แฟนเก่าาา...กลับมาทำไมมม
    #229
    0
  10. #228 daodoy (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 1 มกราคม 2562 / 11:24
    งุ้ยน่าร้ากกก
    #228
    0
  11. #227 BamTTP (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 1 มกราคม 2562 / 09:41
    เขาเรียกคุณเล็กกกกก ฮือ น่ารัก
    #227
    0
  12. #226 Tukta14846 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 1 มกราคม 2562 / 07:48
    จะกรี๊ดรับปีใหม่
    #226
    0
  13. #225 BE_MINE1611 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 1 มกราคม 2562 / 03:49

    สวัสดีปีใหม่ค่ะไรท์
    #225
    0
  14. #224 jjingg. (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 1 มกราคม 2562 / 02:41
    แง คุณเล็กกกก น่ารักๆๆๆๆเขินบิดแล้ว! แฮปปี้นิวเยียร์นะคะไรท์><
    #224
    0
  15. #223 wixx (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 1 มกราคม 2562 / 01:55
    สวัสดีปีใหม่ค่ะไรท์ ขอให้ปีนี้เป็นปีที่ดีนะคะ มารุตจุ๊บแก้มคุณรัตน์แล้วแถมยังเรียกคุณเล็กอีกน่ารักกันมากๆเลย แอแง
    #223
    0
  16. #222 KYUMIN137 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 1 มกราคม 2562 / 01:50
    เรียกคุณเล็กแล้วเขินนนเลยยย ฮือออ
    #222
    0
  17. #221 bj vamtoon (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 1 มกราคม 2562 / 01:31
    รอครับ
    #221
    0
  18. #220 Chrysola (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 1 มกราคม 2562 / 01:30

    สวัสดีปีใหม่ค่ะไรท์ มีความสุขตลอดปี ร่ำรวย เฮงๆ นะคะ
    พี่มาวินน่าสงสัยได้อีก ยังไงกัน?
    #220
    0
  19. #219 Teetiff (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 1 มกราคม 2562 / 01:00
    สวัสดีปีใหม่ค่ะไรท์ #
    #219
    0
  20. #218 primo xxii (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 1 มกราคม 2562 / 00:53
    HAPPY NEW YEAR 2019 🎉🎈 นะไรรรรรท์ รอนิยายยยเสมอออออ
    #218
    0
  21. #217 Hyubi (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 1 มกราคม 2562 / 00:42
    สวัสดีปีใหม่นะไรท์เราอ่านนิยายข้ามปี
    #217
    0