จีบคนเถื่อน [YAOI] [สนพ.Lavender By B2S] : Spin-Off

ตอนที่ 20 : จีบคนเถื่อน : 19

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,228
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 561 ครั้ง
    20 ธ.ค. 61






19




---------------




Marut Part :


วันศุกร์ วันที่หนึ่งของการห่างกัน


ผมเดินเข้ามาในห้องเรียนด้วยสภาพที่ไม่ต่างจากศพสักเท่าไหร่ เมื่อคืนก็นอนไม่หลับอีกแล้วครับ ไม่ต้องถามเลยว่าทำไมก็มีอยู่เรื่องเดียวที่ทำให้ผมคิดมากจนนอนไม่หลับนั่นแหละ ปวดหัวฉิบหายเลย ตั้งแต่ลานจอดรถจนมาถึงห้องเรียนก็ถูกคนมองมาตลอด ไม่รู้ว่ามองเพราะแผลบนหน้าหรือมองเพราะขี้เสือกกันแน่ วันนี้ไม่ได้ใส่แมสมาด้วย


“เคลียร์กันหรือยัง?” พอเจอหน้าผมปุ๊บไอ้ไอซ์ก็ร้องทักทันที


“ไม่เคลียร์” ผมตอบกลับเซ็งๆ


“หมายความว่าไง?”


“คุยแล้ว แต่ไม่เคลียร์”


“ได้ยินมาว่าคุณรัชช์จริงๆ แล้วใจแข็งมาก”


“ดื้อด้วย กูพูดอะไรไปไม่ฟังเลย” ผมว่าไม่ใช่แค่ใจแข็งหรอก นี่ว่าหัวแข็งด้วย


“แล้วเขาว่าไงบ้าง?”


“ก็ให้ห่างกัน”


“ห่าง? พูดเหมือนคบกันอยู่”


“คำว่าห่างมันเป็นคำสุภาพของคำว่าอย่ามาเจอกันหรือไม่ก็ยังไม่อยากเจอหน้าตอนนี้” อะ ขยี้เก่งจัง ไอ้ห่า!


“แต่ก็ดีแล้วนี่ มึงจะได้มีเวลาอยู่กับตัวเอง คราวนี้ก็คิดดีๆ นะว่าจะเอายังไงต่อ?”


“แล้วห่างกันนานเท่าไหร่?”


“หนึ่งอาทิตย์” มันดูเหมือนไม่นานนะครับ แต่ทำไมแค่คิดผมก็รู้สึกว่ามันนานแล้ววะ?


“แล้วหลังจากนั้น?” ตั้งแต่รู้จักกันมาไม่เคยคิดเลยว่าเพื่อนจะรักและใส่ใจในเรื่องของผมมากขนาดนี้ ปลื้มครับ


“ไม่รู้ว่ะ รัชช์บอกให้ความรู้สึกในตอนนั้นเป็นตัวตัดสิน” ก็หวังว่าเราจะรู้สึกเหมือนกัน


“กูว่าที่คุณรัชช์ทำแบบนี้มันก็ดีแล้วนะ เขาก็ต้องเซฟความรู้สึกของตัวเองด้วยเหมือนกัน”


“อืม กูก็เข้าใจแหละ” รู้ดีว่าทำไมรัชช์ถึงได้ตัดสินใจแบบนั้น


“พูดจริง?”


“ตอนแรกที่ได้ยินก็โกรธ แต่พอกลับมานอนคิดก็เข้าใจว่ามันเป็นผลดีต่อทั้งสองฝ่าย”


“คิดได้ก็ดี”


การตัดสินใจของรัชช์ในครั้งนี้มันไม่ใช่แค่ทำเพื่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งแต่มันเพื่อเราทั้งคู่ เพื่อให้เราต่างก็แน่ใจในความรู้สึกของตัวเองจริงๆ เพื่อให้เรารู้ว่าควรจะหยุดอยู่ตรงนี้หรือไปต่อ พอมาคิดๆ ดูแล้วผมก็โอเคกับวิธีนี้นะ เพราะผมก็จะได้รู้ด้วยว่าผมเองยังรักไอริสอยู่จริงๆ หรือเปล่า หรือที่เป็นอยู่นี้มันแค่ผูกพัน ผมไม่รู้ว่าเวลาหนึ่งวันมันนานมากแค่ไหน แต่ผมก็รู้สึกไม่ชินที่เช้านี้ผมไม่ได้ไปรับรัชช์เพื่อไปส่งที่คณะนิติฯ และแม้จะแทบไม่ได้นอนทั้งคืน แต่ผมก็ยังลุกออกจากเตียงตั้งแต่เช้าตรู่อย่างเคยชิน ผมไม่รู้ว่าอะไรมันแย่กว่ากันระหว่างที่ไม่ได้ไปรับรัชช์ที่บ้านกับตื่นขึ้นมาแล้วไม่เจอรัชช์นอนอยู่ข้างๆ เหมือนเมื่อวานนี้ผมยังเห็นรัชช์เดินอยู่ในห้องของผมอยู่เลย ก่อนหน้านั้นรัชช์ก็นอนอยู่บนเตียงของผม แต่วันนี้มันไม่มี ไม่มีอะไรเลย ทั้งที่ผมเองก็เพิ่งจะถูกไอริสตัดขาดไปได้ไม่นานแต่ผมกลับแทบไม่ได้คิดถึงเรื่องของไอริสเลย ในหัวของผมดันมีแต่เรื่องของรัชช์อยู่เต็มไปหมด


จริงๆ แล้วคนที่ใจร้ายที่สุดอาจไม่ใช่ผมก็ได้

 







วันเสาร์ วันที่สองของการห่างกัน


ผมได้แต่ตั้งคำถามกับตัวเองไปมาว่าทำไมผมต้องมานั่งอยู่ในห้องเรียนทั้งที่วันนี้มันเป็นวันหยุดแท้ๆ การที่อาจารย์ติดธุระทำให้สอนไม่ทันนี่เป็นความผิดของพวกผมที่ต้องสละเวลาอันมีค่าในวันหยุดเพื่อมาเรียนชดเชยเหรอครับ? บางทีอาจารย์ท่านอาจจะลืมไปว่าผมก็มีงานต้องทำ เทอมนี้กูไม่ได้เรียนวิชาเดียวนะครับ!


“มึง”


“อืม” ผมขานรับในลำคอเบาๆ ส่วนตาก็จ้องอยู่ที่โปรเจคเตอร์ มือก็จดเลคเชอร์รัวๆ ไป


ก็ไม่ได้อยากเรียนหรอก โคตรขี้เกียจเลย อยากนอนฉิบหาย แต่พอจะฟุบหน้าลงกับโต๊ะก็เหมือนได้ยินเสียงของรัชช์ที่บอกให้ตั้งใจเรียนดังลอยวนอยู่ในหัว จำได้เลยว่าวันนั้นที่ทะเลาะกันก็เพราะเรื่องนี้แหละ แล้วมันก็พาลไปเรื่องอื่น ก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงเป็นแบบนี้แต่มันก็เป็นไปแล้ว


“เห็นข่าวไอริสไหม?” ไอ้น็อตเริ่มชวนผมคุย


“ข่าวอะไร?” ถึงจะไม่ค่อยอยากฟังที่มันพูดแต่เพราะว่ามีชื่อของแฟนเก่าผมอยู่เลยทำให้ผมต้องละสายตาไปมองหน้าเพื่อนตัวเองนิดๆ แต่มือก็ยังไม่หยุดจดนะครับ อย่างน้อยก็จดเอาไว้อ่านตอนสอบก็ได้ จดจนปากกาหมึกจะหมดแล้ว


รัชช์รู้รัชช์จะต้องหลั่งน้ำตาแน่ๆ ที่ผมตั้งใจเรียนขนาดนี้


“ก็มีคนเห็นว่าไอริสอยู่กับคุณรัชช์บ่อยๆ” คำบอกเล่านี้ทำเอาผมหยุดมือที่กำลังจดอยู่ทันที


“เพื่อนรัชช์ชอบไอริส” แต่เพราะรู้ความจริงของเรื่องนี้ดีผมเลยไม่คิดอะไรมาก ถึงจะรู้สึกว่าไอริสมีอะไรแปลกๆ ก็เถอะ เออ เอาจริงๆ นี่ไม่ได้คิดอะไรเรื่องรัชช์กับไอริสเลยนะ ถึงจะรู้สึกว่าก่อนหน้านี้ไอริสออกตัวปกป้องรัชช์มากเกินจนน่าสงสัยแต่ผมก็คิดว่ามันเป็นเพราะรัชช์เคยช่วยไอริสไว้ ตอนแรกผมไม่รู้หรอกว่าตอนนั้นที่ไอริสถูกทำร้ายใครเป็นคนช่วยเอาไว้ เพิ่งจะมารู้เมื่อไม่นานนี้เอง ถ้าไอริสไม่บอกผมก็ไม่รู้หรอก ก็รัชช์ไม่เคยพูดนี่ครับ


“คนไหนวะ?” ไอซ์ที่เสือกอยู่เงียบๆ ก็ยื่นหน้าเข้ามาร่วมวงด้วย


“คนที่ชื่อไทม์” เห็นหน้าแล้วก็งั้นๆ แหละ สู้ผมไม่ได้หรอก ผมมั่นใจว่าผมหล่อกว่าเยอะ


“อ๋อ คนนี้เลื่องชื่ออยู่”


“ยังไง?” พอได้ยินที่ไอ้น็อตพูดผมก็หันขวับไปมองอย่างสนใจ อะ กูฟังไกรสรไม่รู้เรื่องแล้วไง


“ก็เขาว่าคุยเยอะ คบเยอะ ถึงจะคบทีละคนคุยทีละคนแต่แปบๆ ก็เลิกมันเลยดูเยอะไง” แม่งเจ้าชู้นี่หว่า


“แสดงว่าที่คนเห็นไอริสอยู่กับคุณรัชช์บ่อยๆ ก็เพราะคนชื่อไทม์น่ะเหรอ?”


“ไอริสคงคุยกับคนนั้นอยู่” ก็ได้ยินมาบ้างว่าหลังจากที่เลิกกันไปก็มีคนเข้ามาหาไอริสเยอะ ที่ไอริสเคยพูดไว้ว่าจะเริ่มใหม่กับใครสักคนก็คงเป็นคนชื่อไทม์อะไรนี่แหละมั้ง


“แล้วนี่มึงได้เจอคุณรัชช์บ้างไหม?” เดี๋ยวนี้เพื่อนๆ ใส่ใจในชีวิตผมมากกว่าปกติหลายเท่าตัวเลยนะครับ


ใส่ใจ = เสือก


“เมื่อวานเจอที่ร้านสะดวกซื้อ” ตอนที่ผมกำลังจะไปซ้อมบอลผมแวะร้านสะดวกซื้อแล้วก็เจอรัชช์


“แล้วได้ทักไหม?”


“เปล่า รัชช์ไปกับเพื่อน” ดูเหมือนว่ารัชช์เองก็อาจจะไม่เห็นผมด้วย


“คนไหนวะ?”


“คนที่ชื่อเชน” ผมตอบกลับเซ็งๆ พลางหยิบปากกาขึ้นมาจดเลคเชอร์ต่อ


“กลุ่มนี้เขาก็หน้าตาดีกันทั้งกลุ่มนะ” แต่กูไม่ชอบไอ้สองคนข้างบนที่พูดชื่อไปมากเลย โดยเฉพาะไอ้คนชื่อเชน


“คนที่ชื่อกรินก็สวย แต่เหมือนจะมีแฟนแล้ว” อ๋อ ผู้หญิงตัวเล็กๆ คนเดียวในกลุ่มที่เข้ามาห้ามการทะเลาะวิวาทเมื่อวันก่อน แต่ผมรู้สึกว่าเขาก็ดูจะไม่ชอบผมนะ เห็นมองแปลกๆ สรุปกลุ่มนี้แม่งไม่มีใครเป็นมิตรกับกูสักคน


“เออ มึงได้เข้าไปดูแท็กของมึงกับคุณรัชช์ไหม?”


“ไม่ได้เข้า”


“พวกนั้นจับผิดกันใหญ่เลย บางคนโยงไปว่าคุณรัชช์ควบสอง”


“คืออะไรวะ?” กูว่ากูเลิกจดเลคเชอร์เถอะ ค่อยเอาสไลด์ไปอ่านตอนสอบทีเดียวละกัน


“ก็คบทั้งมึงทั้งไอริส”


“ประสาท” คนแม่งมีปากก็พูดไป ยิ่งในโซเชียลนี่ไม่ต้องพูดเลย เหมือนไม่ค่อยได้ใช้สมองกลั่นกรองก่อนพิมพ์ บางคนแม่งไม่เหมาะอยู่ระดับมหาลัยเลย ยิ่งบางคนนี่เหมือนพวกไม่มีการศึกษา ไม่รู้ว่าออกซิเจนไปเลี้ยงสมองไม่พอจนเซลล์สมองตายไปแล้วหรือเปล่าถึงได้ชอบโพสออะไรที่ดูโง่ๆ กันตลอด แต่บางคนมันก็ปั่นกระแสหาเรื่องไปเรื่อย ผมไม่สนใจหรอก แม่งโคตรเสียเวลาชีวิตเลย


“บางอันบอกว่าคุณรัชช์กับไอริสจับมือกันหักหลังมึง”


“อยากกระทืบพวกแม่งว่ะ” ก็รู้ว่ารัชช์แม่งหล่อไง ก็ไทป์แบบที่คนทั่วไปชอบนั่นแหละ ทั้งผู้หญิงผู้ชายก็ชอบเยอะ เห็นใน Facebook นี่พวกผู้ชายหน้าหวานทักมาหากันให้พรึบ คนจะมองว่าไอริสกับรัชช์คบกันก็ไม่แปลก แต่ผมไม่เชื่อเรื่องพวกนี้หรอก ผมเชื่อใจรัชช์นะ ถึงจะเคยโดนหลอกเรื่องจีบแต่รัชช์ก็ไม่เคยโกหกเรื่องความรู้สึก บอกว่าจีบคือจีบจริงๆ แต่ไม่เคยพูดว่าชอบหรืออะไรเลย พอรัชช์มาบอกความจริงผมเลยโกรธไม่ค่อยลง


เอาจริงๆ ก็ไม่รู้ว่าคนบนโลกนี้จะโกรธรัชช์ลงหรือเปล่า?


เห็นอย่างนี้รัชช์ก็มีมุมที่ดูน่ารักนะครับ น่ารักทั้งหน้าตาและนิสัย ไอ้หน้าตานี่คือบางมุมหล่อฉิบหาย บางมุมก็โคตรน่ารัก น่ารักแบบ เออ แม่งสวยเลยแหละ ผมยังแปลกใจเลยว่าคนเราแม่งจะต้องดูดีได้ถึงขนาดนี้เลยเหรอ?


คือชาติก่อนทำบุญด้วยอะไรวะ? พ่อแม่พี่น้องนี่ต้องหน้าตาแบบไหนเหรอ? คือไม่เข้าใจว่ะ


“มึงว่าคุณรัชช์เขาจะเป็นยังไงบ้างวะ?”


“รัชช์ไม่สนใจพวกนี้หรอก เขาไม่ค่อยเล่นโซเชียล” เปล่าหรอก กูตอแหล จะกี่แอพฯ ในเครื่องรัชช์ก็มีหมดแหละ


“ทำไมมึงรู้?”


“ใครๆ ก็รู้ทั้งนั้นแหละ”


“กูไม่รู้ จริงอยู่ที่ไม่มีใครเห็นแอ็กเคานต์ของคุณรัชช์ แต่ใครจะรู้บางทีเขาอาจมีแอ็กเคานต์ลับก็ได้”


“มี แต่ไม่ค่อยเล่น นานๆ ถึงจะเข้าที” ถ้าไม่ว่างมากๆ รัชช์จะไม่หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเล่น เพราะทุกครั้งที่ว่างคืออ่านประมวลกฎหมาย


“ทำไมมึงรู้ดีจังวะ?” ไอซ์ถามอย่างข้องใจ


“กูอยู่กับรัชช์มากกว่าที่พวกมึงคิด” ที่แน่ๆ คือเคยเล่นโทรศัพท์รัชช์ด้วยครับ


ถามว่าเจ้าตัวเขารู้ไหม? ก็รู้แหละ แต่เขาไม่ได้ว่าอะไรไง ถึงว่าผมก็ไม่สน กูหน้าด้านครับ ใครจะทำไม?


“มึงไม่คิดว่าบางทีใจมึงอาจจะเปลี่ยนไปแล้วบ้างเหรอ?”


“...”

คำพูดของไอซ์ทำเอาผมที่กำลังคิดเรื่องของรัชช์อยู่หยุดชะงัก แล้วผมก็เพิ่งรู้ตัวว่าผมเอาแต่คิดเรื่องของรัชช์มาตลอดเลย บางทีผมว่าผมอาจไม่ต้องรอถึงหนึ่งอาทิตย์เลยก็ได้

 







วันอาทิตย์ วันที่สามของการห่างกัน


“มึงโอเคไหมวะ?”


“ทำไมถึงถามอย่างนั้น?” ผมยกมือขึ้นลูบหน้าตัวเองเบาๆ อย่างอ่อนแรง


“ก็เมื่อกี้ กลุ่มคุณรัชช์กับไอริส”


“กูไม่รู้ว่ากูควรนอยด์เรื่องไหนดี?” ผมว่าพลางหันกลับไปมองทางที่เพิ่งเดินผ่านมา


วันนี้ผมกับเพื่อนมาเดินห้างกันเพราะพวกมันเห็นผมดูซึมๆ ผมก็ตอบรับคำชวนเพราะไม่อยากอยู่ห้องคนเดียว ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าผมรู้สึกชอบห้องตัวเองตอนมีรัชช์อยู่ด้วยมากกว่า ผมคบกับไอริสมาสองปีแต่ผมไม่เคยให้ไอริสมานอนค้างเลย ไอริสเองก็นานๆ ถึงจะเข้าห้องผมที มีแต่ผมที่มักจะไปหาไอริสที่ห้องเสียมากกว่า แต่พอออกมาผมกลับเจอเรื่องที่ไม่คาดคิด เมื่อกี้ผมบังเอิญเดินผ่านกลุ่มของรัชช์ที่มีไอริสอยู่ด้วย ผมเห็นไอริสพูดคุยและหัวเราะกับไทม์อย่างมีความสุข ไอริสยิ้มให้ผมเล็กน้อยตอนที่เขาหันมาเจอผม ผมเองก็ยิ้มตอบกลับไปตามารยาท  แต่พอหันไปมองรัชช์ที่เดินรั้งท้ายก็เห็นว่าอีกฝ่ายยังคงเหมือนเดิม มีเพียงแค่แววตาที่ดูอ่อนล้ากับขอบตาที่คล้ำเล็กน้อยเหมือนคนพักผ่อนไม่เพียงพอ เราได้สบตากันแค่แวบหนึ่ง แม้จะเป็นเพียงแค่ช่วงเวลาสั้นๆ แต่มันก็ทำให้ผมใจสั่นอย่างหนักได้


“มึงเจ็บไหมตอนเห็นไอริสอยู่กับคนที่ชื่อไทม์” ไอซ์เดินเข้ามาแตะที่ไหล่ของผมให้เดินต่อ


“ก็เจ็บ” ไม่รู้หรอกว่ายังรู้สึกกับไอริสมากแค่ไหนแต่ก็ยอมรับว่ามันเจ็บไม่น้อยที่ได้เจอกันแบบนี้


“แล้วตอนที่มึงได้สบตากับคุณรัชช์ล่ะ?”


“แย่ว่ะ รัชช์แม่งนิ่งจนกูกลัวใจ” ถ้าถามว่าระหว่างเจอไอริสกับเจอรัชช์ อันไหนทำใจผมทำงานหนักมากกว่ากัน ผมก็ตอบได้เลยว่าตอนได้เจอกับรัชช์ ตอนได้สบตากับรัชช์แล้วพบว่ารัชช์นิ่งมากเหมือนไม่รู้สึกอะไร มันทำเอาผมวูบโหวงไปทั้งใจ มันทั้งเจ็บและหวาดกลัว ในขณะที่ความรู้สึกของผมกำลังจะชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆ ผมไม่รู้เลยว่ารัชช์กำลังคิดหรือรู้สึกอะไรอยู่


“เขาดูไม่แคร์มึง กูหมายถึง เขาดูไม่เหมือนคนที่จะชอบมึง แต่ตอนนั้นเขากลับมาบอกว่าจะจีบมึง”


“เขาแค่ช่วยเพื่อนเขา” ไหนๆ ก็พูดเรื่องนี้มาแล้ว ผมเองก็อยากระบายเรื่องนี้ให้ใครสักคนฟังเหมือนกัน


“หมายความว่าไง?” น็อตรีบยื่นหน้าเข้ามาร่วมวงอย่างอยากรู้อยากเห็นทันที


“ไอ้ไทม์มันให้รัชช์มากันกูออกจากไอริส”  


“โห เลวว่ะ”


เออ ทุกคนต้องรู้ความเลวของมัน โคตรกาก โคตรอ่อน จะจีบใครสักคนยังไม่มีปัญญาต้องให้เพื่อนมาช่วย แม่งไม่น่าได้ไอริสไปเลย คิดดูสิว่าไอริสต้องอยู่กับคนไม่ได้เรื่องแบบนั้น แม่งโคตรบัดซบเลย!


“แล้วคุณรัชช์เขาก็ทำให้เพื่อนเหรอ?”


“มึงก็รู้ว่าคุณรัชช์เขาดีกับเพื่อนมาก กับคนชื่อไทม์นี่ก็ช่วยขอเบอร์ให้หลายคนแล้ว”


“เขาช่วยมาเยอะแล้วเหรอ?”


“ก็ช่วยทุกรอบแหละ บางคนดีใจนึกว่าคุณรัชช์จะจีบตัวเอง ที่ไหนได้ขอให้เพื่อน แต่ไทม์มันก็หน้าตาดีไงคนก็เลยไม่ได้อะไร แต่จะมาเฟลตรงถูกเทนี่แหละ”


ได้ยินอย่างนี้แล้วผมก็ยิ่งไม่ชอบขี้หน้าไอ้คนชื่อไทม์หนักกว่าเดิม ไม่รู้ว่ารัชช์คบเพื่อนแบบนี้ไปได้ยังไง ตัวเองก็ดีแสนดี ใครขอให้ช่วยอะไรก็ทำให้หมด จนบางครั้งก็ลืมนึกถึงความรู้สึกของตัวเอง เออ ไม่รู้ว่าควรโมโหใครดีเลยเนี่ย


“ช่างเรื่องนั้นเถอะ กลับกันได้แล้ว กูอยากนอน” ผมตัดบทเพื่อที่จะได้ไม่พูดถึงเรื่องน่าหงุดหงิดนี้อีก ถ้ายิ่งพูดก็จะยิ่งทำให้ผมพาลโกรธรัชช์ไปด้วย


“เออๆ แยกๆ”


“เจอกันพรุ่งนี้”


ผมแยกกับเพื่อนทั้งสองแล้วแต่ก็ยังคงยืนอยู่ที่เดิมเพราะกำลังชั่งใจอยู่ว่าผมจะกลับห้องไปนอนหรือเดินวนเพื่อหารัชช์อีกรอบ ยอมรับว่าอยากเจอรัชช์ อยากเห็นหน้า ถึงจะไม่ได้พูดคุยแต่แค่ได้ยืนมองห่างๆ ก็ยังดี


ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าผมกำลังคิดถึงรัชช์อยู่ 

 







วันจันทร์ วันที่สี่ของการห่างกัน


(“มึงไปซื้อของที่โลกหน้าเหรอ? เขาจะซ้อมกันอยู่แล้ว เร็วๆ โว้ย!”)


“เออๆ แค่นี้แหละ” ผมตอบกลับอย่างตัดรำคาญ นี่เพื่อนผมมันไม่รู้เหรอว่าเวลาหลังเลิกเรียนคนเดินเข้าร้านสะดวกซื้อเยอะขนาดไหน?


ปึก!


“ขอโทษครับ”


“ไม่เป็นไร” เพราะความเร่งรีบของผมและความไม่ระวังของใครอีกคนทำให้เราทั้งคู่เดินชนกันอย่างไม่ได้ตั้งใจ


“...” ทันทีที่เราต่างมองเห็นหน้าอีกฝ่ายอย่างชัดเจนแล้วก็เกิดความเงียบขึ้นระหว่างเราทั้งคู่


“เห็นแฮชแท็กแล้วใช่ไหม?” ผมเอ่ยถามเพื่อทำลายความอึดอัดที่ก่อตัวขึ้น ไม่น่าเชื่อว่าการที่ไม่ได้พูดคุยกันแค่ไม่กี่วันจะทำให้เราเหมือนคนแปลกหน้ากันได้มากขนาดนี้


“อืม” รัชช์ขานตอบเบาๆ โดยที่ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมาสบตากับผม นัยน์ตาหวานยังคงหลุบต่ำมองที่พื้นเบื้องล่าง ก็ไม่เข้าใจว่าไอ้พื้นตรงนั้นมันน่ามองกว่าหน้าผมตรงไหนกัน?


“ทำแบบนั้นจริงๆ หรือเปล่า?” เพราะไม่อยากให้ช่วงเวลาที่ได้อยู่ด้วยกันมันหมดไปอย่างรวดเร็วผมเลยต้องยื้อเวลาเพื่อที่จะให้ร่างโปร่งบางอยู่กับผมตรงนี้ต่อ อีกแค่สักหนึ่งนาทีก็ยังดี


“เปล่า” ครั้งนี้คนถูกถามยอมละสายตาจากพื้นขึ้นมาเงยหน้ามองสบตากับผม


เพียงแค่ได้สบตากัน หัวใจของผมมันก็เริ่มทำงานอย่างหนัก สิ่งเดียวที่คิดได้ตอนนี้คือคิดถึง โคตรคิดถึงเลยว่ะ ถึงจะหาคำตอบไม่ได้ว่ามันเริ่มเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่ตอนนี้ผมก็พอจะรู้แล้วล่ะว่าตัวเองรู้สึกยังไง


“ไม่ต้องคิดมาก” เห็นแววตาอ่อนล้าของคนตรงหน้าแล้วก็อยากจะดึงเข้ามากอดปลอบแต่ก็ทำไม่ได้ สิ่งที่ผมทำได้มีเพียงแค่หยิบผ้าเย็นที่ตัวเองเพิ่งซื้อมาเมื่อกี้ยัดใส่มืออีกฝ่ายไป ลึกๆ แล้วผมก็แค่อยากบอกเขาว่ายังมีผมอยู่ตรงนี้ และผมเชื่อว่าเขาไม่ได้ทำอย่างที่ใครพยายามกล่าวหา แม้ครั้งหนึ่งผมอาจจะเคยหลงเชื่อคนพวกนั้น


แต่ตอนนี้คนที่ผมเชื่อมีเพียงแค่คนเดียวคือคนตรงหน้าผมนี้เท่านั้น


“อืม”


“รัชช์” ผมร้องเรียกคนที่เอาแต่ยืนกำผ้าเย็นในมือแน่น ผมไม่รู้ว่ารัชช์จะเป็นเหมือนผมไหม? จะคิดจะรู้สึกเหมือนกันหรือเปล่า? แต่ผมแค่อยากจะบอกบางอย่างกับเขา


“แค่สี่วันก็จะตายแล้วว่ะ ถ้าเจ็ดวันต้องแย่แน่ๆ” ผมไม่เคยรู้ว่าช่วงเวลาที่มีรัชช์อยู่ด้วยมันดียังไง แต่ตอนนี้ผมอยากได้ช่วงเวลานั้นกลับมา ผมอยากมีรัชช์มายืนเงียบๆ อยู่ข้างๆ ไม่ต้องพูดอะไรก็ได้ แค่อยู่กับผมก็พอแล้ว


“แน่ใจแล้วเหรอ?” เขาถามพร้อมจ้องหน้าผมนิ่ง


“...” ผมไม่ได้ตอบอะไร แต่เลือกที่จะสบตากับเขา ถ่ายทอดความรู้สึกของผมที่มีอยู่ในตอนนี้ออกไปแทนคำพูด ผมไม่รู้จะพูดบอกยังไง ไม่รู้ด้วยซ้ำว่ารัชช์จะเชื่อมันหรือเปล่า เพราะอย่างนั้นผมถึงให้รัชช์ได้รับรู้มันด้วยตัวเอง


“อีกสามวัน” อย่างน้อยผมก็ยังใจชื้นได้ว่าเขาไม่ได้หนีไปไหน


“อืม ตั้งใจซ้อมนะ”


“เหมือนกัน”


หลังจากนี้ก็รอแค่ให้หมดช่วงเวลาอันน่าอึดอัดนี้ และรอความรู้สึกของรัชช์ที่จะเป็นบทสรุปของความสัมพันธ์ในครั้งนี้ เพราะผมมั่นใจในความรู้สึกของตัวเองแล้ว

 







Rach Part :


วันอังคาร วันที่ห้าของการห่างกัน


“คุณรัชช์ แล้วข้อนี้ทำยังไงต่อเหรอครับ?”


“...”


“คุณรัชช์ครับ”


“...”


“พี่รัชช์ครับ!


“ครับ?” ผมสะดุ้งตกใจเบาๆ เพราะเสียงเรียกที่ดังกว่าระดับปกติและแรงเขย่าที่ต้นแขน ผมเหลือบมองมือเล็กที่ยังคงแตะอยู่ที่แขนของตัวเองก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองเจ้าของมือนั้น


“คือปันเรียกคุณรัชช์หลายรอบแล้ว แต่คุณรัชช์ไม่ได้ยิน” ปันหนึ่งในกลุ่มเพื่อนของไอริสยกยิ้มเจื่อนก่อนจะละมือออกจากแขนของผมแล้วกลับไปนั่งที่ของตัวเองเหมือนเดิม


“ขอโทษ เมื่อกี้ว่าอะไรนะ?” แม้จะไม่ค่อยพอใจกับการกระทำเมื่อสักครู่แต่ผมก็ต้องปัดทิ้งไปแล้วหันกลับมาให้ความสนใจกับคนตรงหน้าแทน ทั้งที่ผมตกปากรับคำที่จะติวหนังสือให้กับกลุ่มของไอริสแท้ๆ แต่ผมกลับเหม่อลอยไปไกลอย่างน่าอาย 


“ปันเขาถามว่าข้อนี้ทำยังไงต่อครับ?” ไอริสที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามชี้นิ้วให้ผมดูการบ้านวิชาภาษาอังกฤษที่เกี่ยวกับเรื่องแกรมม่า ซึ่งส่วนใหญ่เราก็เรียนพื้นฐานมาในระดับมัธยมแล้ว แต่พอเรียนมหาลัยก็จะลึกกว่าเดิมนิดหน่อย มันไม่ยากหรอกครับ แต่ก็อาจจะมีงงบ้าง


“อ่า ตรงนี้ก็...” ผมกวาดสายตามองคำถามตรงหน้าแล้วเริ่มอธิบายให้ปันและไอริสฟังอย่างช้าๆ


“โอเคครับ เข้าใจแล้ว” หลังจากที่อธิบายเสร็จปันก็หลุดยิ้มกว้างออกมา


“วันนี้พอแค่นี้ก่อนดีกว่านะ พี่รัชช์ต้องไปซ้อมบาสต่อ” ไอริสว่าพร้อมเริ่มเก็บของที่วางกองเต็มโต๊ะ


ก่อนหน้านี้เรานั่งกันอยู่หลายคนครับ แต่พอเริ่มเย็นทุกคนก็เริ่มทยอยกลับจนเหลือแค่ไอริสกับปัน เดิมทีวันนี้ผมมีเรียนทั้งวันแต่เพราะอาจารย์ยกคลาสเลยมานั่งเล่นที่ห้องสมุดฆ่าเวลารอซ้อมบาสแล้วบังเอิญเจอกลุ่มของไอริส พวกน้องๆ เลยเข้ามาทักแล้วถามเรื่องการบ้านวิชาภาษาอังกฤษ ไปๆ มาๆ ก็กลายเป็นว่าผมมานั่งสอนการบ้านให้พวกเขาและติวเสริมเตรียมควิซครั้งหน้าให้ไปด้วย สรุปแล้วประมวลกฎหมายของผมก็ไม่จบสักที


“อืม ถ้าอย่างนั้นแยกกันตรงนี้นะ ขอบคุณคุณรัชช์มากๆ เลยนะครับ” ปันยกมือไหว้ผมด้วยรอยยิ้มกว้าง


“ไม่เป็นไร” ผมรับไหว้ก่อนจะเริ่มลงมือเก็บของของตัวเองบ้าง เหลือบมองนาฬิกาก็เห็นว่าใกล้ได้เวลาซ้อมแล้ว


“พี่รัชช์ดูเหนื่อยๆ นะครับ” ไอริสเอ่ยทักขึ้นระหว่างที่ผมกับเขากำลังเดินไปยังรถของตัวเองที่จอดอยู่ไม่ไกล


“ก็ซ้อมบาสทุกวัน” อีกแค่สองอาทิตย์กว่าๆ ก็จะแข่งแล้ว พี่นิลต้องการให้ทีมเราเล่นเข้าขากันมากที่สุด พวกเราเลยต้องซ้อมกันอย่างหนักเพื่อให้มันเป็นทีมเวิร์ค ซึ่งผมคิดว่ามันต้องใช้เวลามากกว่านี้อีกนิด


“พี่รัชช์ไม่ได้ดูเหมือนเหนื่อยกาย แต่ดูเหมือนเหนื่อยใจมากกว่า มีเรื่องอะไรหรือเปล่าครับ?”


“เปล่าหรอก” ผมหยุดชะงักขาที่กำลังจะเดินเพราะคำพูดของไอริสที่ดูเหมือนจะมองผมออกได้เป็นอย่างดี


ครับ ผมน่ะ ไม่ได้เหนื่อยที่กายหรอก ซ้อมบาสกับเรียนแค่นี้ไม่หนักเกินทนรับไหว แต่ที่ผมรู้สึกเหนื่อยล้าจริงๆ คงเป็นที่ใจมากกว่า ยิ่งเมื่อวานที่ได้เจอกับมารุตและพูดคุยกัน มันยิ่งทำให้หัวใจของผมทำงานหนักมากกว่าเดิม


“หรือคิดมากเรื่องคำพูดคนอื่นครับ?”


“ความจริงคืออะไรเรารู้ดี ไม่ได้คิดเรื่องนั้น” ผมรู้ดีว่าพวกคนในโซเชียลพูดถึงผมกับไอริสยังไง ถึงจะน่าโมโหแต่ผมก็เลือกที่จะไม่สนใจ ก่อนหน้านี้ผมกลัวว่ามารุตจะเข้าใจผิด เพราะเขาเองก็เคยเข้าใจผมผิดไปครั้งหนึ่งแล้ว แต่จากที่เจอกันเมื่อวาน มันก็ทำให้ผมสบายใจขึ้น เขาเลือกที่จะเชื่อผม


“ถ้าอย่างนั้น หรือจะเป็นเรื่องของมารุตครับ?”


“ไม่มีอะไร ได้เวลาซ้อมแล้ว ไปก่อนนะ” ผมเลือกที่จะตัดบทเพราะไม่อยากพูดเรื่องนี้ต่อ คนตรงหน้าผมคือแฟนเก่าของคนที่ผมกำลังรู้สึกอะไรบางอย่างด้วย ผมว่ามันคงดูไม่ดีเท่าไหร่ถ้าเราจะมาพูดเรื่องของมารุตกันตรงนี้ แม้ไอริสจะกำลังดูใจอยู่กับไทม์ก็เถอะ


“ขอบคุณสำหรับวันนี้นะครับ เจอกันพรุ่งนี้นะครับพี่รัชช์”


“กลับบ้านดีๆ นะ”


“ครับ”


ผมรีบเดินไปยังรถของตัวเองเพื่อที่จะได้รีบไปซ้อม อย่าว่าแต่มารุตเลยที่รู้สึกจะตายทั้งที่มันเพิ่งผ่านมาแค่ไม่กี่วัน แต่ผมเองก็ไม่ต่างกัน ถึงผมจะดูเหมือนไม่รู้สึกอะไรแต่ใครจะรู้ว่าจริงๆ แล้วใจผมรู้สึกอะไร คงไม่มีใครรู้ดีไปมากกว่าผม 



---------------



ไม่ดราม่าหรอก เราดราม่าไม่เก่ง
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 561 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

569 ความคิดเห็น

  1. #356 linonan_ (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2562 / 19:10
    แงงงงงงงง๊ หัวใจนุๆ อีกสองวันเองงงง แต่อาการสาหัสพอกันทั้งคู่เลยนะคะ5555555 แต่รู้หัวใจตัวเองกันแล้วก็ถือว่าคุ้มค่าไม่ใช่เหรอ
    #356
    0
  2. #200 fffan (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2561 / 16:54
    คือดูเหมือนมันไม่นานนะ แต่ทั้งคู่ก็ดูจะไม่ไหววววววว
    #200
    0
  3. #197 real_apin (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2561 / 01:27

    สสี่วันน้องก็จะไม่ไหวเเล้วงื้ออออ

    #197
    0
  4. #193 yamakawaii (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2561 / 22:42
    คุณรัชช์ พอเถอะๆๆๆ 5 วันก็เกินพอแล้วววว กลับไปหากันเถอะ
    #193
    0
  5. #192 Lc.Jw (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2561 / 07:55

    ใช่ แค่สี่วันก็จะตายละเนี่ยย รู้ความรู้สึกตัวเองกันแล้วนะ จะสามวันดีสี่วันทะเลาะอีกมั้ยอีกคนก็ดื้อเก่ง อีกคนหัวร้อนเก่ง ลุ้นๆๆๆๆ

    #192
    0
  6. #185 bj vamtoon (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2561 / 22:44
    7วันได้แล้วววว​ สงสารรร​ รอครับ
    #185
    0
  7. #183 aunaunmtyj (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2561 / 22:09
    มันต้องดีขึ้นนนน
    #183
    0
  8. #180 daodoy (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2561 / 20:12
    สงสารทั้ง2คนรีบกลับมาดีกันนะ
    #180
    0
  9. #179 jjingg. (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2561 / 20:12
    แง ใกล้ครบเจ็ดวันแล้ว ฮึ้บไว้ก่อนทั้งสองคน ต่างคนต่างรู้ใจตัวเองแล้วนะ;-;
    #179
    0
  10. #174 BellPiyanan (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2561 / 19:30
    มาเร็วๆเด้อ รอๆ
    #174
    0
  11. #166 Saly_45 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2561 / 17:02
    คุณรัชช์ฮือออออออ
    #166
    0
  12. #165 Chrysola (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2561 / 16:56

    รู้ใจตัวเองกันทั้งคู่แล้ว คบกันเถิดดดด คบกันเลย หน่วงไปหมดแล้ว ฮื่ออออ
    #165
    0
  13. #160 primo xxii (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2561 / 15:55
    เขารู้ใจตัวเองกันแล้ว ฮึกกกกกก มารุตตตตตอย่างอแงอีกนะ ทำตัวดี ๆรู้มั้ย
    #160
    0
  14. #159 Zinerendipity (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2561 / 15:55
    ก็แย่กันทั้งสองคนอะ ฮือออออ เมื่อไหร่จะครบเจ็ดวันคะ นี่อ่านไปก็หน่วงใจไป อยากหมุนเวลาให้เดินต่อเร็ว ๆ มารุตแน่ใจในความรู้สึกของตัวเองแล้วนะ คุณรัชช์ก็ต้องอย่ากลัวที่จะเริ่มใหม่ สู้ ๆ นะทั้งสองคนเลย
    #159
    0