จีบคนเถื่อน [YAOI] [สนพ.Lavender By B2S] : Spin-Off

ตอนที่ 16 : จีบคนเถื่อน : 15

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,011
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 509 ครั้ง
    14 ส.ค. 62






15





---------------




วันอังคาร 08.49 นาฬิกา


ใครก็ได้บอกกูทีว่าเขาดีกันแล้วเหรอ? #มารุตคนเถื่อน#คุณรัชช์คนดี


เออ งงเหมือนกัน เมื่อวันศุกร์เพิ่งต่อยกันไปคนละหมัด พอวันจันทร์มาไปกินข้าวด้วยกันเฉย#มารุตคนเถื่อน#คุณรัชช์คนดี


สรุปเรือกูเดินต่อได้ใช่ไหม? #มารุตคนเถื่อน#คุณรัชช์คนดี#มารุตคุณรัชช์


ไม่ชอบ#มารุตคนเถื่อนว่ะ สงสาร#คุณรัชช์คนดี เดี๋ยวก็อยู่กับไอริส เดี๋ยวก็อยู่กับคุณรัชช์ โลเลฉิบหาย


ล่าสุดจ้า~ เมื่อเช้าเลย #มารุตคนเถื่อนมาส่ง#คุณรัชช์คนดีที่หน้าคณะจ้า~


คือไงวะ? งงในงง #มารุตคนเถื่อน#คุณรัชช์คนดีต่อยกันแต่ดีกันแล้วอย่างนี้เหรอ?


ดีกันยังไง? ทำไม#คุณรัชช์คนดีสีหน้าดูไม่ดีเลย#มารุตคนเถื่อน


เห็นท่าทางของ#มารุตคนเถื่อน กับ#คุณรัชช์คนดีแล้ว เหมือนจะดีแต่ไม่ดี


สงสาร#คุณรัชช์คนดี


อยากกอดปลอบมารุต#มารุตคนเถื่อน

 



“คุณรัชช์ เป็นอะไรหรือเปล่า?”


“เปล่า เพลียๆ นิดหน่อย เมื่อคืนนอนไม่ค่อยหลับ” ผมกดปิดหน้าจอโทรศัพท์แล้วเอาเก็บเข้ากระเป๋าไป


คิดผิดจริงๆ ที่เปิดเข้าไปดูในทวิตเตอร์ เฮ้อ คนสมัยนี้เป็นเอามากขนาดนี้เลยเหรอ? เดือดร้อนเรื่องของคนอื่นหนักกว่าเจ้าตัวเขาอีก ก็รู้สึกขอบคุณหลายๆ คนที่เป็นห่วง ผมรู้สึกดีใจนะที่มีคนห่วงใยมากมายขนาดนี้ แต่เมื่อมีคนชอบก็ต้องมีคนไม่ชอบ ผมเองก็ถูกพูดถึงในด้านไม่ดีด้วย มารุตก็เหมือนกัน


“จะไม่สบายหรือเปล่าเนี่ย?” มือเล็กยื่นมาแตะที่หน้าผากของผมเพื่อตรวจดูอุณหภูมิของร่างกาย


“แข็งแรงจะตาย” ส่ายหน้าเบาๆ ปฏิเสธกลับไป ร่างกายผมสบายดี ที่ไม่สบายคงเป็นที่ใจ ผมนอนไม่หลับทั้งคืน และคิดว่ามารุตเองก็คงไม่ต่าง เมื่อเช้าเรามาเรียนในสภาพที่ไม่สู้ดีนัก มันแย่มากจริงๆ ที่เรื่องทั้งหมดมันเป็นแบบนี้


“ขี้โม้” คนสวยยู่หน้าใส่ผมเสียน่าเอ็นดู


“คุณรัชช์” ไทม์เดินเข้ามาในห้องเรียนอย่างอารมณ์ดี เขาฉีกยิ้มกว้างสดใสพร้อมเดินตรงมาหาผม


“มีอะไรไทม์?”


“ไอริสตกลงที่จะดูใจกับเราแล้ว” เขาว่าออกมาเสียงดัง หน้าตาดูดีใจมากกว่าครั้งไหนๆ


“ก็ดีแล้วนี่ จะได้เลิกวุ่นวายกับคุณรัชช์เสียที” กรินเบะปากคว่ำเชิดหน้ากอดอกใส่ไทม์อย่างไม่ชอบใจนัก


“กริน” ผมต้องปรามเอาไว้เพราะกลัวจะมานั่งทะเลาะกันอีก


“ฮึ! สำนึกในบุญคุณของคุณรัชช์ด้วย!


หมับ!


“ขอบคุณนะคุณรัชช์ คุณรัชช์ใจดีที่สุดเลย” ผมผงะถอยหลังไปนิดเพราะแรงโถมของใครอีกคนที่พุ่งเข้ามากอดโดยที่ผมไม่ทันได้ตั้งตัว ผมกับกรินมองหน้ากันด้วยความตกใจ แต่จะผลักออกก็ทำไม่ได้ ผมเลยปล่อยให้ไทม์กอดอยู่อย่างนั้นแต่ก็ไม่ได้กอดตอบกลับไป กอดครั้งนี้มันทำให้ผมได้รู้ว่ามีบางอย่างที่เปลี่ยนไปและมันจะเปลี่ยนไปอย่างถาวร


ผมไม่ได้ใจเต้นในตอนที่อยู่ใกล้ไทม์อีกต่อไปแล้ว และผมไม่ได้รู้สึกหลงใหลในรอยยิ้มของเขาเหมือนเมื่อก่อน


“พอได้แล้วมั้ง” เชนที่เพิ่งกลับมาจากการไปคุยงานกับเพื่อนโต๊ะหน้าเดินกลับมาพร้อมกับดึงไทม์ออกจากตัวผม เขาหันมามองสบตากับผมแวบหนึ่งแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมาแล้วก็เดินมาทิ้งตัวลงนั่งที่ข้างผมเหมือนทุกที


“ถ้าอาจารย์มาแล้วเรียกด้วยนะ” เชนมองเลยผมไปที่กริน ทั้งที่ผมก็นั่งอยู่ข้างเขาแท้ๆ แต่เขากลับไม่คุยกับผม พอพูดจบก็ฟุบหน้านอนลงไปกับโต๊ะทันที ผมได้แต่เม้มปากแน่น รู้สึกไม่ดีที่ถูกเพื่อนเมิน ไม่รู้จะทำยังไงดีเลยนอนฟุบลงไปกับโต๊ะบ้าง เอาไว้รอให้เชนตื่นก่อนค่อยคุยกัน หวังว่าเขาจะยอมคุยกับผมดีๆ นะ



 



พลั้ก!


“อึก!” ผมทรุดตัวลงนั่งกับพื้นเพราะอาการจุกที่ท้องหลังจากถูกรุ่นน้องในทีมวิ่งกระแทกเข้าอย่างแรงระหว่างที่กำลังแย่งลูกบาสกันในสนาม


“รัชช์!” พี่นิลวิ่งเข้ามาประคองผมที่ยังคงนั่งอยู่ที่พื้นเพราะลุกไม่ขึ้นให้ยืนขึ้นดีๆ


“ขอโทษครับ!” รุ่นน้องคนที่กระแทกผมวิ่งมาก้มหัวขอโทษขอโพยผมเสียยกใหญ่


“เป็นไงบ้าง?”


“ไม่เป็นไรครับ” ผมยกมือโบกไปมาเป็นเชิงบอกว่าไม่เป็นไร แค่จุกเพราะลูกบาสมันกระแทกท้องเฉยๆ


“เจ็บไหม?”


“จุกที่ท้องนิดหน่อยครับ” พี่นิลพาผมมานั่งที่ม้านั่งข้างสนามแล้วหันไปหาน้ำแข็งกับผ้าเย็นมาประคบให้


กัปตันคนเก่งนั่งยองๆ ลงตรงพื้นข้างหน้าผมแล้วยื่นมือมาเลิกชายเสื้อของผมเล็กน้อย ตาคมกวาดมองที่หน้าท้องของผมแวบหนึ่งแล้วเอาน้ำแข็งก้อนที่ห่อด้วยผ่าเย็นมาประคบตรงรอยช้ำให้ ผมอมยิ้มเล็กๆ ในตอนที่อีกฝ่ายดึงชายเสื้อของผมลงแล้วเบือนหน้าหนีไปทางอื่น พวกในสนามก็หยุดนิ่งค้างหันมามองผมเป็นสายตาเดียว ผมหัวเราะออกมาเบาๆ กับท่าทางอึ้งๆ ของสมาชิกในทีมคนอื่นๆ พวกเขาทำเหมือนเห็นสิ่งแปลกประหลาดอย่างนั้นแหละ บางทีเขาอาจจะลืมกันไปก็ได้ว่าผมเองก็เป็นผู้ชาย พวกเขาจะเขินผมทำไมกันเล่า


“เหม่ออะไรรัชช์?” ใบหน้าหล่อเหลาหันกลับมามองผมอีกครั้ง นัยน์คมมองสบนิ่งอย่างห่วงใย


“ขอโทษครับ นอนน้อยไปหน่อย” ผมก้มหัวขอโทษเพราะรู้ว่าตัวเองผิดจริง ผมเสียสมาธิไปแวบหนึ่งเลยทำให้ตัวเองบาดเจ็บทั้งที่ไม่ควรมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น ผมคือคนที่จริงจังกับบาสมาก ไม่ว่าจะซ้อมหรือแข่งจริงผมจะตั้งใจและมีสมาธิจดจ่ออยู่กับมันเสมอ แต่ช่วงนี้ผมกลับเหม่อลอยอยู่บ่อยครั้ง


“กลับบ้านเลยก็ได้นะ” เหมือนพี่นิลก็คงรู้ว่าผมเองมีเรื่องให้ต้องคิด เขาเลยเลือกที่จะให้ผมกลับไปพักก่อน


“แต่...”


“ไปเถอะ ไม่มีสมาธิแบบนี้ซ้อมไปก็เท่านั้น เรายังมีเวลาเหลืออยู่อีกสามอาทิตย์กว่าๆ”


“ขอโทษครับ” ขอโทษที่ทำให้พี่เป็นห่วงแล้วก็รู้สึกไม่ดีนะครับ


ผมเดินกลับเข้าไปในห้องล็อกเกอร์หยิบเอาเสื้อผ้าไปอาบน้ำแล้วเตรียมตัวจะกลับ เอนหัวพิงตู้ล็อกเกอร์อย่างหมดแรง จนถึงตอนนี้ผมก็ยังให้คำตอบกับตัวเองไม่ได้ อย่าว่าแต่จะให้คำตอบกับมารุตเลย ผมคิดวนซ้ำไปซ้ำมาแต่ก็ตัดสินใจไม่ได้ ไม่รู้ว่าผมตัดสินใจไม่ได้หรือไม่กล้าตัดสินใจกันแน่ ยอมรับว่าลึกๆ แล้วผมก็กลัว กลัวในการตัดสินใจของตัวเอง กลัวว่าถ้าตัดสินใจไปแล้วมันจะไม่เป็นผลดีอย่างที่คาดหวังเอาไว้ กลัวความเจ็บปวดและกลัวความเสียใจ


กลัวว่าท้ายที่สุดแล้วผมจะไม่เหลือใครเลย


ติ้ง!


เสียงโทรศัพท์ที่อยู่ในมือปลุกเรียกผมที่เอาแต่จมอยู่กับความคิดของตัวเองให้ตื่นขึ้นมา พอยกโทรศัพท์ขึ้นมาดูก็ไม่ใช่ใครที่ไหน เขาคือคนที่ทำให้ผมเริ่มจะไม่เป็นตัวของตัวเองอีกต่อไป เป็นคนที่เข้ามาตามหลอกหลอนในความคิดของผมไม่จบไม่สิ้นเสียที

 


Marut

รออยู่ที่หน้าโรงยิม 19.23


rRachr

19.24 กำลังออกไป

 


หลังตอบข้อความกลับไปแล้วผมก็หยิบของแล้วรีบเดินออกมาทันที ตอนเดินผ่านสนามบาสที่ทุกคนกำลังซ้อมกันอยู่ ผมเห็นพี่นิลหันมามอง มองด้วยสายตาตัดพ้อ และผมไม่กล้าที่จะหันกลับไปมองหน้าพี่เขาตรงๆ ผมทำได้แค่รีบเดินออกมาให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้


“มารุต” เดินออกมาก็เจอคนตัวสูงที่คุ้นตาดียืนสูบบุหรี่รออยู่ ผมขมวดคิ้วมองอย่างไม่ค่อยชอบใจนัก สองครั้งแล้วที่ผมเห็นเขาสูบบุหรี่แบบนี้ แต่ก่อนหน้านี้ไม่เคยเห็นเลย มีบางคนบอกว่าคนเรามักสูบบุหรี่ในตอนที่เครียดๆ ผมไม่รู้ว่ามารุตจะเป็นแบบนั้นด้วยหรือเปล่า ถ้าเป็นแบบนั้นจริงก็เท่ากับว่าสองวันมานี้เขากำลังเครียดอยู่สินะ


“ไปหาอะไรกินกันก่อนไหม?”


“อืม” ผมไม่รู้ว่าเขาหิวจริงๆ หรือแค่อยากจะยื้อเวลาออกไปอีก แต่ผมก็ไม่ปฏิเสธหรอกนะว่าลึกๆ ก็อยากให้เราได้มีเวลาอยู่ด้วยกันอีกนิดหน่อย อีกแค่สักชั่วโมงหรือสองชั่วโมงก่อนที่ผมจะให้คำตอบกับเขา เพราะถ้าถึงเวลานั้นเราอาจจะไม่มีโอกาสได้อยู่ใกล้กันแบบนี้อีกแล้วก็ได้

 





“เป็นอะไร?


คนเยอะ


ไม่ชอบ?”


อืมพยักหน้ารับเบาๆ แล้วเบี่ยงตัวหลบคนที่เดินเบียดมาจากข้างหลัง มารุตที่เห็นอย่างนั้นก็ดึงผมให้มายืนหลบที่มุมหนึ่งของตลาด


กลับไหม?” เพราะมันเป็นตลาดกลางคืนที่มีชื่อเสียงคนเลยค่อนข้างจะเยอะเป็นพิเศษ


ไม่เป็นไรอุตส่าห์ได้มาทั้งที ผมไม่ค่อยได้มาที่แบบนี้ อีกอย่างมารุตก็ดูจะอยากให้ผมอยู่ที่นี่กับเขาก่อน ผมเลยคิดว่าอยู่กับเขาก่อนน่าจะดีกว่า


หาร้านนั่งแล้วค่อยเดินเล่นกัน กลับดึกได้ไหม?” ตากลมโตกวาดมองไปทางฝั่งที่เป็นร้านอาหารก่อนจะหันกลับมาถามผมโดยที่ก้มลงมาหาเล็กน้อย ทั้งที่เขาก็สูงกว่าผมไม่มองแต่ทำไมพอมายืนใกล้กันมากๆ แบบนี้เขากลับดูสูงกว่าผมจนเห็นได้ถึงความแตกต่าง


พรุ่งนี้มีเรียนสิบโมง


อืมเขาพยักหน้ารับแล้วยื่นมือมาจับมือของผมเอาไว้ก่อนจะพาเดินออกไปยังฝั่งที่เป็นร้านอาหาร ผมก้มมองมือของตัวเองที่ถูกฝ่ามือใหญ่กุมเอาไว้แน่นด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ผมสับสนจนพูดอะไรไม่ออกเลย


มารุต


ยังไม่ต้องพูดได้ไหม?” เขาหันมามองสบตากับผมอยู่พักใหญ่ แล้วก็เป็นเขาที่นิ่งไป แววตาของเขาสั่นไหวและสีหน้าก็ดูอ้อนวอนอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนกับผม คล้ายกับว่าเขารู้ดีว่าผมกำลังจะพูดอะไรออกไป


“อืม” ผมพยักหน้ารับเบาๆ ทำตามคำร้องขอของเขา เดินตามแรงจูงของเขาไปเงียบๆ มือหยาบที่กุมมือของผมเอาไว้อยู่กระชับแน่นขึ้นกว่าเดิมเหมือนเขากลัวว่าผมจะหายไป


ผมปัดความรู้สึกหน่วงๆ ในอกออกไปให้ไกลก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองเสี้ยวหน้าคมอีกครั้งพลางระบายยิ้มบางออกมา อย่างน้อยผมก็ได้รู้ความรู้สึกของตัวเองแล้วล่ะนะ ส่วนเรื่องคำตอบ ผมเองก็ตัดสินใจได้แล้ว และไม่ว่าเหตุการณ์ต่อจากนี้มันจะเป็นยังไง ผมขอปล่อยเบลอมันไปก่อน ตอนนี้ผมขอเก็บเกี่ยวช่วงเวลานี้ไว้ก่อนก็แล้วกัน หลังจากกินข้าวกันเสร็จมารุตก็พาผมเดินดูนู่นดูนี่ไปเรื่อย โดยที่เราทั้งคู่ต่างทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น


กลับเถอะ ดึกแล้วจนกระทั่งเมื่อถึงเวลาที่เราต้องแยกกัน


เดี๋ยวไปส่งเขาหันมายิ้มให้ผมบางๆ


ไม่เป็นไร แยกกันตรงนี้แหละแต่ผมก็ห้ามเขาเอาไว้ มันเริ่มดึกมากแล้ว จากตรงนี้ไปผมสามารถนั่งแท็กซี่กลับเองได้ ผมไม่อยากให้เขาต้องขี่รถไปมา เพราะคอนโดเขามันถึงก่อนบ้านผมอีก


แต่..”


จะได้ไม่ต้องย้อนรถไปมาไงผมว่าพลางดึงมือของตัวเองออกจากฝ่ามืออุ่นเบาๆ


คิดดีแล้วใช่ไหม?” เขามองหน้าผมด้วยรอยยิ้มเศร้าๆ


อืมคิดดีแล้ว แบบนี้น่ะดีที่สุดแล้ว


เหรอ ขอบคุณที่วันนี้ยอมมาด้วยกันนะ


ขอโทษที่ทำให้ชีวิตนายวุ่นวายนะ


จะนั่งแท็กซี่เข้าไปเหรอ?”


อื้อ


ถ้าเจอที่มหาลัย ทักได้หรือเปล่า?”


ได้ รีบกลับเถอะ มันดึกแล้วตราบใดที่เราไม่ได้เกลียดกัน ยังไงก็ยังทักทายกันได้อยู่ แต่ครั้งหน้าที่เจอกันคงเป็นในสถานะของคนรู้จัก ไม่ใช่คนที่เคยสนิทกัน ไม่น่าเชื่อว่าแค่ช่วงเวลาสั้นๆ จะทำให้ผมเป็นแบบนี้ได้ แค่เดือนกว่าๆ เองนะ


เผลอหวั่นไหวกับคนที่ไม่ควรเข้าจนได้


อืมเขาขานรับแผ่วเบาในลำคอแล้วยื่นมือมาดันไหล่ผมให้เดินไปตรงจุดที่มีแท็กซี่จอดรออยู่ ผมเดินนำออกมาอย่างว่าง่ายเมื่อเจอแท็กซี่ผมก็เดินเข้าไปที่รถทันที


ไปหมู่บ้าน XXX ครับผมบอกกับคนขับและภาวนาขอให้เขายอมไป


ได้ ขึ้นมาเลยน้องผมขึ้นรถมาด้วยหัวใจที่หนักอึ้ง ไม่กล้าที่จะหันกลับไปมองใครอีกคนที่เพิ่งแยกกัน


เฮ้ยๆ ตีกันอีกแล้วเรอะ!


ครับ?” ออกรถมาได้ไม่เท่าไหร่เสียงพี่คนขับก็ร้องโวยขึ้นมา ผมขมวดคิ้วแน่นก่อนจะหันกลับไปมองทางด้านหลังตามสายตาของพี่คนขับที่กำลังมองผ่านกระจกมองหลัง


พี่ครับ! จอดรถ!” หัวใจของผมกระตุกวูบเมื่อหันไปเห็นเหตุการณ์ที่มีผู้ชายวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งประมาณ 5 - 6 คนวิ่งเข้าไปรุมทำร้ายใครบางคนที่ยืนอยู่เพียงลำพัง


คนรู้จักเหรอน้อง?”


เพื่อนผม!” ใครบางคนที่ผมรู้จักดีกำลังถูกทำร้ายอยู่ พอรถจอดผมก็รีบลงจากรถแล้ววิ่งย้อนกลับไปยังตำแหน่งที่มีคนตีกันอยู่


แม่งเอ้ย! หมาหมู่นี่หว่า!”


พลั้ก!


ปากดีไอ้เหี้ยมารุต!”


ผลั้วะ!


แน่จริงก็อย่ารุมดิไอ้เวร!”


อัก!” ผมวิ่งเข้าไปกระโดดถีบผู้ชายคนหนึ่งที่เตรียมยกไม้หน้าสามขึ้นพร้อมจะฟาดใส่มารุตที่กำลังต่อยตีกับอีกสามคนอยู่โดยไม่ได้ทันระวังว่าจะมีใครลอบกัด


หาเรื่องอีกจนได้ผมบ่นใส่คนตัวสูงที่หน้าแตกยับเพราะถูกรุมต่อย แต่ถึงจะโดนรุม 6 ต่อ 1 ยังไงมารุตก็ยังเอาตัวรอดได้อยู่ เขาซัดผู้ชายสองคนลงไปนอนหมอบที่พื้นในสภาพที่เละเทะพอควร


มึงเป็นใคร!?” คนที่ถูกผมกระโดดถีบล้มกลิ้งลงไปนอนกับผมอย่างน่าสงสาร เขาหันมาตวาดใส่ผมเสียงดังอย่างโกรธแค้น แต่ผมทำเพียงแค่ปลายหางตามองอีกฝ่ายแล้วหันไปช่วยมารุตที่ยังคงโดนรุมต่อยตีไม่เลิก


รัชช์!” พอเห็นผมเข้าไปช่วยคนตัวสูงกว่าก็ร้องออกมาอย่างตกใจ เขาชะงักนิ่งไปอึดใจหนึ่งจนกลายเป็นว่าเขาเปิดโอกาสให้ศัตรูพุ่งเข้ามาทำร้ายเขาได้


พลั้ก!


ผลั้วะ!


ผมผลักมารุตออกแล้วยกขาขึ้นถีบยอดอกของผู้ชายคนหนึ่งที่ควักมีดพกออกมาจากกระเป๋ากางเกงแล้วพุ่งเข้ามาหามารุต หลังจากที่ผู้ชายคนนั้นหงายหลังล้มลงไปกับพื้นก็มีกลุ่มคนอีกจำนวนหนึ่งกรูกันเข้ามา ผมกับมารุตหันมองหน้ากันโดยไม่ได้นัดหมาย คนตัวสูงทำหน้าเหมือนกับจะร้องไห้ออกมา แต่เราก็ไม่มีเวลาได้พูดคุยกันนัก สิ่งที่ทำได้คือปล่อยหมัดและฝ่าเท้าออกไปแทน


เฮ้ย! ตำรวจมา!” หลังจากที่เกิดการต่อยตีกันไปสักพักหนึ่งก็เกิดเสียงร้องโวยวายดังขึ้นมา


ห๊ะ!? ตำรวจ หนีก่อนๆกลุ่มคนร้ายที่ล้อมผมกับมารุตไว้ร้องฮือฮากันยกใหญ่แล้ววิ่งหนีกันแตกกระเจิงไปคนละทิศละทาง


เป็นอะไรไหมน้อง?” เมื่อกลุ่มคนสลายไปแล้วก็มีพี่ผู้ชายคนหนึ่งวิ่งมา เขาคนนั้นก็ไม่ใช่ใครที่ไหน พี่แท็กซี่คันที่ผมเรียกเมื่อกี้นี้แหละ


ไม่เป็นไรครับผมปฏิเสธกลับไปก่อนจะหันไปพยุงคนโดนซ้อมที่หน้าเละเปรอะเปื้อนเลือดเต็มไปหมดแถมสภาพยังยับเยินจนดูไม่ได้อีก


ไปๆ ขึ้นรถพี่แท็กซี่ใจดีเข้ามาช่วยผมพยุงร่างหมีๆ ของมารุตไปยังรถที่จอดอยู่ไม่ไกลมากนัก


ไหวไหม?”


อืม


เหตุการณ์ทุกอย่างจบลงได้โดยที่ตำรวจมาแค่ชื่อ เรื่องเมื่อกี้มันเกิดขึ้นเร็วมาก ไม่ว่าจะตั้งแต่ที่มารุตโดนซ้อมแล้วผมวิ่งลงไปช่วยหรือแม้กระทั่งที่พี่แท็กซี่ร้องเรียกตำรวจทุกอย่างมันเร็วมากเสียจนผมยังงงเลย ผู้คนที่มุงดูอยู่ไกลๆ ไม่มีใครกล้าเข้ามาช่วย ผมก็เข้าใจว่าพวกเขาเองก็คงรักตัวกลัวตายเหมือนกัน พวกนั้นมากันเยอะและอาวุธยังครบมืออีก


ให้ไปส่งที่เดิมไหมน้อง?” เมื่อขึ้นมาบนรถได้พี่แท็กซี่ก็หันมาถามผมทันที


ไปคอนโด R แทนครับทั้งผมและมารุตมีสภาพยับเยินไม่ต่างกัน ถึงจะเคยชินกับเรื่องต่อยตีแต่มันก็ผ่านมานานมากแล้ว แถมยังโดนรุมตั้งหลายหมัดหลายเท้า มันก็ต้องมีพลาดท่าเสียทีกันบาง แต่ไม่ต้องห่วงหรอก ยังไงสภาพผมก็ดูดีกว่ามารุตเยอะล่ะนะ


พวกนั้น…” ผมรู้สึกคุ้นหน้าคนพวกนั้นอยู่พอสมควร แต่นึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออก


พวกเดียวกับที่เคยทำร้ายไอริสนั่นแหละมารุตยกมือขึ้นปาดเลือดที่มุมปากของตัวเองออกลวกๆ ด้วยสีหน้ารำคาญ ครั้งก่อนที่ถูกผมชกไปยังมีรอยแผลจางๆ อยู่เลย แต่วันนี้ได้เพิ่มอีกตั้งหลายรอยแหนะ


ยังไม่จบอีกเหรอ?” ถึงจะบอกว่าเป็นพวกเดียวกันกับคราวก่อน แต่สองคนที่ก่อเรื่องวันนั้นไม่ได้อยู่ในกลุ่มวันนี้ด้วย แต่ทำไมผมถึงได้รู้สึกคุ้นหน้ากับหลายๆ คนในกลุ่มนั้นนักนะ


มันคงแค้นที่จับเพื่อนมันสองคนเข้าคุกอ่า ถึงว่าล่ะว่าไม่เห็นสองคนที่ก่อนเรื่องเมื่อคราวก่อนเลย ที่แท้ก็นอนอยู่ในคุกนี่เอง


เดินไหวไหม?” ผมจ่ายเงินค่าแท็กซี่แล้วหันไปถามคนข้างตัวที่หน้าเละเสื้อยับมีแต่รอยรองเท้าหลากหลายไซส์ประทับทั่วตัว จะว่าสงสารมันก็น่าสงสารนะ แต่จะว่าขำมันก็น่าขำแหละ


ไหวอยู่เขาพยักหน้ารับเนือยๆ แล้วลุกเดินออกจากรถตามผมมา ผมทำหน้าที่พยุงคนตัวสูงกว่าแล้วพากลับเข้าห้องโดยสวัสดิภาพ หมายถึง สภาพเขาไม่ได้แย่ลงไปมากกว่าเดิมจากที่เป็นอยู่น่ะ


คืนนี้ค้างที่นี่เถอะ กลับไปคนที่บ้านจะตกใจเอา


อืมผมรับคำอย่างว่าง่าย สิ่งที่ผมกังวลไม่ใช่กลัวคนที่บ้านเห็นบาดแผลพวกนี้ แต่ผมเป็นห่วงเขามากกว่า สภาพเละเทะแบบนี้จะอยู่คนเดียวได้ยังไง?


ไปอาบน้ำก่อนก็ได้เขาหายเข้าไปในห้องนอนของตัวเองอยู่พักหนึ่งก่อนจะเดินออกมาพร้อมผ้าเช็ดตัวและเสื้อผ้าให้ผมได้เปลี่ยน


ผมเข้าไปอาบน้ำตามที่เขาบอกอย่างไม่อิดออดเพราะตัวเองก็เริ่มล้าและเพลียแล้วเหมือนกัน พออาบเสร็จผมก็เดินออกมาที่ห้องนั่งเล่นอีกครั้ง เห็นมารุตนั่งอยู่ที่โซฟาในสภาพที่อาบน้ำแต่งชุดนอนพร้อมนอนแล้ว คาดว่าเขาน่าจะไปใช้ห้องน้ำอีกห้องช่วงที่ผมเข้าไปอาบน้ำในห้องน้ำที่อยู่ในห้องนอนของเขา ข้างหน้าของคนเจ็บ(หนัก)มีกล่องปฐมพยาบาลเปิดอ้าไว้อยู่ สารพัดยาที่อยู่ในกล่องก็ถูกรื้อออกมาวางเต็มโต๊ะไปหมด


มานี่ผมทิ้งตัวลงนั่งข้างเจ้าของห้องแล้วเอื้อมมือไปแย่งก้อนสำลีในมือใหญ่มา


จะทำแผลให้?” คิ้วหนาเลิกขึ้นถามผมอย่างสงสัย


อือผมขานรับเบาแผลเบาพลางยกสำลีที่ชุบแอลกอฮอล์ไปเช็ดที่รอบๆ ปากแผลอย่างเบามือ


ทำไปก็กวาดสายตามองสำรวจหารอยแผลไปด้วย ก็เละนิดหน่อย หางคิ้ว มุมปาก โหนกแก้มแตกยับ ที่เหลือก็เป็นรอยฟกช้ำดำเขียว เดี๋ยวต้องหาน้ำแข็งมาประกบเอาไว้ไม่ให้มันบวม พรุ่งนี้ถึงค่อยทายา คืนนี้คงต้องให้เขากินยาแก้อักเสบไว้ด้วย ช้ำทั้งตัวแบบนี้คงอักเสบไม่น้อย


ทำไมดูชำนาญจังเลยวะ?” คนที่นั่งนิ่งเป็นหุ่นอยู่นานเอ่ยถามขึ้นมาอย่างแปลกใจ


เคยทำบ่อยผมละสายตาจากแผลที่โหนกแก้มแล้วเลื่อนไปสบตากับคนถามแวบหนึ่งก่อนจะกลับมาตั้งใจทำแผลให้เขาต่อเหมือนเดิม


ทำให้ใคร?” เขายังคงไม่เลิกตั้งคำถาม


ทำให้พี่ผมตอบพลางกวาดสายตามองดูแผลบนใบหน้าหล่ออีกครั้ง แผลเก่าที่ถูกผมต่อยเพิ่งจะหายไปแท้ๆ ได้รอยใหม่ขึ้นมาประดับบนใบหน้าอีกเยอะเลย


เหรอ? มีพี่ด้วยเหรอ?” และสรรหาคำถามมาถามราวกับว่าตัวเองเป็นเจ้าหนูจำไม


มี พี่ชายสองคนเมื่อก่อนผมกับพี่ๆ ก็ใช่ย่อย เรื่องต่อยตีมันมีอยู่แล้วกับการเป็นเด็กผู้ชาย ถึงเราไม่หาเรื่องเขา เขาก็หาเรื่องเรา และถ้าเราไม่โต้ตอบ เราก็จะถูกรังแกอยู่อย่างนั้นไม่จบไม่สิ้น


หน้าเหมือนกันไหม?”


คนโตไม่ค่อยเหมือน แต่คนกลางเหมือน


อยากเห็น


ไม่ให้ดู


ขี้งก


เสร็จแล้ว ไปนอนผมวางอุปกรณ์ทำแผลลงหลังจากที่ทำแผลให้อีกฝ่ายเสร็จเรียบร้อย


ใจจริงอยากจะเอาน้ำมันมาราดแล้วจุดไฟเผาไปให้จบๆ แทนที่จะเอาแอลกอฮอล์ชุบสำลีมานั่งเช็ดแผลแล้วลงยาให้อย่างเบามือแบบนี้ แต่ผมก็ยังไม่อยากกลายเป็นฆาตกรเลยรีบๆ ทำให้เสร็จๆ จะได้แยกย้ายกันไปนอนเสียที ไม่อย่างนั้นผมคงต้องมานั่งเล่นเกมตอบคำถามล้านแปดของเขาไม่จบไม่สิ้น


มึงยังไม่ได้ทำแผลเลยฝ่ามือใหญ่ยื่นมารั้งข้อมือของผมที่กำลังจะเก็บอุปกรณ์ต่างๆ ลงกล่องเหมือนเดิม


เดี๋ยวทำเองผมตอบออกไปอย่างนั้น แต่จริงๆ คือลืมว่าตัวเองก็ได้แผลมาไม่ใช่น้อย ก็มันชาๆ ไงเลยลืมตัว


กูทำให้เขาว่าพร้อมแย่งถุงสำลีกับขวดแอลกอฮอล์ไปถือไว้อย่างตื่นเต้นเหมือนเด็กๆ ที่กำลังนึกสนุกอยู่กับอะไรสักอย่าง ดวงตากลมโตเป็นประกายระยิบระยับ แถมมุมปากที่แตกนั่นก็ขยับยิ้มกว้างเสียจนเจ้าตัวเขาอาจลืมไปแล้วก็ได้ว่าตัวเองน่ะปากแตกอยู่


ไม่ต้องผมหรี่ตามองท่าทางแบบนั้นอย่างไม่ไว้ใจ ดูยังไงก็ไม่น่าฝากชีวิตไว้ด้วยสุดๆ


ไม่เชื่อใจหรือไง?” เขาว่าหน้าบึ้ง


อือและผมก็ตอบไปตามความจริง


เออ แล้วแต่มึงคนตัวสูงกว่าหน้างอไม่ต่างจากเด็กถูกขัดใจ โยนเอาของที่อยู่ในมือมาให้ผมแล้วลุกขึ้นเดินปึงปังตรงไปทางห้องนอน


กินยาเข้าไปด้วย เดี๋ยวตายผมรีบคว้าข้อมือหนาเอาไว้แล้วยัดซองยาแก้อักเสบใส่มือเด็กโข่งตรงหน้า


โตแต่ตัวจริงๆ ด้วยสินะ


ปากมึงนี่นะ อยากได้อีกสักแผลไหม?” มารุตหันกลับมาถลึงตามองผมอย่างดุดัน


อย่าห้าว ไปหาน้ำแข็งมาประคบด้วยผมสบตาเขากลับดุๆ


เหอะ!” พอแกะยาเข้าปากได้ก็เดินหน้าบึ้งหน้างอเข้าห้องไปเลย


ผมได้แต่ส่ายหน้าเบาๆ อย่างเอือมระอา อดที่จะถอนหายใจออกมาไม่ได้ นั่งทำแผลให้ตัวเองไปเงียบๆ ทำเสร็จก็เก็บข้าวของให้เรียบร้อย ผมกลับมานั่งที่โซฟาอีกครั้ง นอนคิดอะไรเพลินๆ อยู่พักใหญ่ก็เผลอหลับไป

 







ได้แผลมาอีกแล้ว?” เสียงทุ้มที่เคยอ่อนโยนดุออกมาเสียงดัง ใบหน้าหล่อคมของว่าที่ผู้บริหารธนาคารชื่อดังมองมาที่ผมอย่างดุดัน น้อยครั้งนักที่ผมจะถูกดุแบบนี้ แต่ก็ต้องยอมรับว่าที่เป็นแบบนี้ก็เพราะผมทำตัวเอง


ขอโทษครับผมได้แต่ก้มหน้ามองมือตัวเองอย่างรู้สึกผิด ถึงจะไม่ได้ตั้งใจให้ได้แผลกลับมาบ้านก็เถอะ แต่ตอนนี้มันก็เกิดขึ้นแล้ว ผมมีเรื่องจนได้แผลกลับมาอีกตามเคย


พอกันทั้งพี่ทั้งน้อง ไปทำแผลเดี๋ยวนี้เลย ถ้าอาปากลับมาใหญ่ไม่ช่วยแล้วนะ คุณใหญ่ว่าน้ำเสียงเด็ดขาด


โธ่ คุณใหญ่ แค่นี้เองผมหันมองหน้ากันกับคุณกลางแล้วก็ต้องหน้าเสียทั้งพี่ทั้งน้อง


ถ้าอาปารู้จะต้องโดนทำโทษแน่ๆ


คุณกลาง เลิกทำตัวเป็นหัวโจกได้แล้ว เห็นไหมว่าพาน้องเจ็บตัวไปด้วยแล้วก็เป็นอย่างทุกครั้งที่คุณกลางโดนดุอีกตามเคย ไม่มีครั้งไหนเลยที่คุณกลางจะไม่โดนคุณใหญ่ว่า ยิ่งถ้าคนที่เริ่มก่อนเป็นคุณกลางด้วยแล้ว จะยิ่งโดนหนักกว่าเดิมเป็นเท่าตัว


ก็ใครใช้ให้มันมาจีบคุณเล็กล่ะ แถมยังมาหาเรื่องกลางอีก แค่นี้ยังน้อยไปคุณกลางว่าอย่างไม่ยอม ใบหน้าหล่อที่มีรอยช้ำเริ่มชักสีหน้าใส่คนเป็นพี่


โตๆ กันแล้วนะ ไม่ใช่เด็กๆ จะทำอะไรก็คิดดีๆ


เข้าใจแล้วครับ ขอโทษนะครับคุณใหญ่ผมทั้งยกมือไหว้ทั้งโค้งขอโทษ ตอนนี้ทำตัวไม่ถูกเลย ไม่รู้ว่าควรจะยกมือไหว้แบบไทยหรือโค้งขอโทษแบบเกาหลีดี


ครับ ไปทำแผลแล้วลงมากินข้าวนะ ทั้งคู่เลยคุณใหญ่ถอนหายใจยาวก่อนจะยื่นมือมาลูบหัวเราสองคนพี่น้อง


เพราะอายุที่ห่างกัน 6 – 7 ปี เลยทำให้เรามีช่องว่างระหว่างวัย คุณใหญ่จึงเหมือนพ่ออีกคนของผมกับคุณกลางมากกว่า ส่วนผมกับคุณกลางที่เกิดห่างกันแค่เพียงปีเดียวจึงเหมือนเพื่อนกันมากกว่าพี่น้อง เวลาเล่นก็เล่นด้วยกัน เวลามีเรื่องก็มีเรื่องด้วยกัน แต่ทุกครั้งผมมักจะถูกคุณกลางปกป้องอยู่เสมอ เพราะสุดท้ายแล้วยังไงพี่ก็ต้องปกป้องน้อง นั่นคือสิ่งที่คุณกลางบอกกับผมมาตลอด


ครับ/ครับผมกับคุณกลางได้แต่รับคำอย่างว่าง่ายแล้วพากันเดินขึ้นชั้นสองของบ้านไป ระหว่างนั้นเราก็หันมาสบตาและยกยิ้มให้กันเหมือนทุกครั้งที่รอดจากการถูกทำโทษมาได้

 







เฮือก!” ผมสะดุ้งตื่นขึ้นมาด้วยความตกใจก่อนจะลุกขึ้นนั่งด้วยความเหนื่อยหอบ หัวใจเต้นถี่รัวอย่างหนักจนผมเจ็บแน่นไปทั่วทั้งหน้าอก


ฝันร้ายเหรอ?” ไฟที่หัวเตียงสว่างขึ้นพร้อมกับคนข้างตัวที่ผุดลุกขึ้นมาดูผมอย่างตกใจ


ปะ เปล่าผมส่ายหน้าเบาๆ พลางกวาดสายตามองรอบๆ ไปด้วย ผมเข้ามาอยู่ในห้องนอนของมารุตได้ยังไง? ก่อนหน้านี้ผมนอนอยู่บนโซฟาที่ห้องนั่งเล่นนี่


หน้าซีด ตัวร้อน ไม่สบาย?” ฝ่ามือใหญ่ยื่นมาเช็ดเม็ดเหงื่อที่ผุดขึ้นเต็มใบหน้าของผมออกก่อนชะงักเมื่อสัมผัสได้ว่าอุณหภูมิในร่างกายของผมแตกต่างไปจากเดิม


ปวดหัวนิดหน่อยผมยกมือขึ้นนวดที่ขมับตัวเองเบาๆ ก่อนจะทิ้งตัวลงนอนบนเตียงอีกครั้งเพราะความปวดจี๊ดที่แล่นไปทั่วทั้งหัว


นอนต่อเถอะ นี่ยังตีสามกว่าอยู่เลยเขาพูดพร้อมขยับผ้าห่มที่ล่นไปอยู่ปลายเตียงขึ้นมาคลุมให้ผมจนถึงต้นคอ


อืม ผมขานรับแผ่วเบาแล้วปิดเปลือกตาลงอีกครั้ง


เมื่อกี้ผมไม่ได้ฝันร้าย ผมแค่ฝันถึงอดีต ก็เท่านั้นเอง



---------------


 

 

คุณรัชช์ขา! จริงๆ คุณรัชช์ควรเป็นของเรานะ

มารุตต้องสู้นะ สิบล้อชนต้องไม่ตาย

ส่วนพี่นิล รักนะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 509 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

569 ความคิดเห็น

  1. #539 lina2123 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2562 / 11:29
    อยากรู้เรื่องคุณกลางงง
    #539
    0
  2. #525 SS-karnagi (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2562 / 01:58

    คุณกลางนี่ยังไงกันเเน่...ตายเเล้ว?ป่วยหนัก?ติดเตียง?เจ้าชายนิทรา?
    #525
    0
  3. #479 sapphireorz (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2562 / 22:50
    คุณกลางเป็นอะไร??
    #479
    0
  4. #455 feonixsh (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 21 เมษายน 2562 / 10:43
    อึดอัดแทน
    #455
    0
  5. #350 linonan_ (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2562 / 17:25
    ถึงรู้ว่าคุณรัชช์เอาตัวรอดได้แต่ถ้าตกลงคบกับรุตนี่จะเป็นเหมือนไอริสมั้ยอ่ะ หนีตายมันไม่โรแมนติกนะค้าบบบบ ;-; เรื่องของคุณกลางนี่ยังไงกันแน่
    #350
    0
  6. #199 fffan (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2561 / 16:09
    คุณกลางประสบอุบัติเหตุ ?

    คุณกลางไม่อยู่แล้ว?
    #199
    0
  7. #188 Lc.Jw (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2561 / 00:24

    ดูอ่อนโยนขึ้น แต่มารุตก็คือมารุต5555 อยาหเห็นอาบรินแล้วว คุณกลางคือแตฝจใช่มั้ยย เกี่ยวกะบัติเหตุมอไซต์รึป่าว คุณใหญ่ดูฝึงใจอ่อนไหวกะเรื่องนี้มาก

    #188
    0
  8. #173 jjingg. (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2561 / 19:22
    คุณกลางเป็นอะไรรรร คุณรัชช์ดูมีปมเกี่ยวกับอดีตเหมือนกันนะเนี่ย
    #173
    0
  9. #131 Kim-kibom (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2561 / 16:14
    มีอดีตที่ซ่อนอย๋..คุณกลางยังอยู่มั๊ยเนี่ย
    #131
    0
  10. #120 Saly_45 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2561 / 18:00
    คุณกลางไปไหนนน
    #120
    0
  11. #119 duqidjmwkxieiicn (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2561 / 15:17
    รออออออออ
    #119
    0
  12. #118 kongdamp (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2561 / 15:10
    อยากรู้เรื่องคุณกลางจังเลย
    #118
    0
  13. #117 primo xxii (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2561 / 14:41
    เขาเหมาะกันนนนนนจังงง
    #117
    0
  14. #116 markbam55 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2561 / 13:59
    แงงง รอต่อไป~~ คุนรัชช์อย่าทิ้งมารุตน๊าาาา น้องไม่เหลือใครแล้ววว
    #116
    0