จีบคนเถื่อน [YAOI] [สนพ.Lavender By B2S] : Spin-Off

ตอนที่ 10 : จีบคนเถื่อน : 09

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,445
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 587 ครั้ง
    30 ส.ค. 62






09





แคคตัส Conoshytum

---------------




“ขอบคุณที่มาส่ง”


“เออ”


“ขับรถดีๆ นะ”


“เดี๋ยว”


“หืม?” ผมหันมองคนที่รั้งผมไว้อย่างแปลกใจ ปกติมาส่งถึงบ้านทีไรก็ชอบไล่ให้เข้าบ้านเร็วๆ หรือไม่ก็ไม่พูดไม่จาอะไรแต่ขับรถหนีออกไปเลยตลอด


“ที่มึงบอกว่าจะไปดูต้นไม้ มึงจะไปจริงๆ หรือเปล่า?” มารุตยืนมองหน้าผมอย่างลังเลอยู่พักหนึ่งก่อนจะยอมเอ่ยปากพูดออกมา


“จะพาไปไหม?” เกือบลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่าก่อนหน้านี้ผมชวนเขาไปไหน ถ้าเขาไม่พูดขึ้นมาผมก็ลืมสนิทเลย


“กูถามมึง ไม่ใช่ให้มึงมาย้อนถามกู” เขามองหน้าผมดุๆ แถมยังชี้หน้าอย่างเอาเรื่องอีกด้วย


เกรี้ยวกราดอะไรเบอร์นั้นนะคนเรา


“ไป”


“จ่ายค่าน้ำมันให้กูด้วย แล้วก็เลี้ยงข้าวกูให้ครบ 3 มื้อ เช้า กลางวัน เย็น”


งกเกินเบอร์ มีใครให้มากกว่านี้อีกไหมครับ?


“ก็ได้ ไปกี่โมง?”


“กูมารับแปดโมง”


“เช้าจัง”


“หรือมึงจะไปเดินตอนบ่าย? ก็ดี แดดจะได้เผามึงให้ตายห่าไปเลย ชีวิตกูจะได้ไม่ต้องมาวุ่นวายเพราะมึงอีก” ใบหน้าหล่อฉายแววสนุกออกมาทันทีที่แช่งให้ผมตายได้


“อย่าเกรี้ยวกราด”


“ถ้าเรื่องมากก็ไม่ต้องไป”


“ไม่ได้บอกว่าจะไม่ไปสักหน่อย” ผู้ชายอะไรปากร้ายขนาดนี้ ถ้าผมไม่โต้ตอบกลับคงต้องโดนด่าไปตลอดชีวิตแน่


“เออ กูกลับละ เหนื่อยที่จะคุยกับมึง” ควรกลับไปได้ตั้งนานแล้ว


“ถึงห้องแล้วโทรมาบอกด้วยนะ” ตอนนี้มันดึกมากแล้ว แถมวันศุกร์เป็นวันที่พวกวัยรุ่นชอบออกเที่ยวกันด้วย มันก็ค่อนข้างจะอันตรายอยู่พอสมควร ผมคงต้องรู้สึกผิดไปตลอดชีวิตหากมารุตเป็นอะไรไปหลังจากที่มาส่งผมที่บ้านแล้ว


เปล่าหรอก จริงๆ ผมกลัวว่าเขาจะตามหลอกหลอนผมไปจนวินาทีสุดท้ายของการมีชีวิตอยู่เสียมากกว่า อย่างพวกวิญญาณตามติดอะไรแบบนี้ ผมไม่อยากมีสิ่งน่ากลัวอย่างมารุตคอยตามหลอกหลอนไปตลอดชีวิตหรอกนะ


“สั่งเป็นเมียกูเลย เออๆ เดี๋ยวโทรบอก” ถึงจะดูไม่ชอบที่ถูกสั่งให้ทำอะไรแบบนี้แต่มารุตก็ยังยอมรับปาก แม้มันจะเป็นการรับปากตัดความรำคาญก็เถอะ ผมได้แต่อมยิ้มให้กับความน่ารักน่าเอ็นดูนั้นของมารุตกับตัวเอง


“ยิ้มอะไร?” คนที่หันไปสตาร์ทรถแต่ไม่ยอมขับออกไปสักทีหันมาเหวี่ยงใส่ผมที่ยืนมองเขาเพลินๆ อยู่


“เปล่า รีบกลับเถอะ ดึกแล้ว” ผมส่ายหน้าเบาๆ แล้วหุบยิ้มลง


“อืม”


ถึงรอยยิ้มของผมมันจะไม่ได้กว้างเหมือนคนทั่วไปที่เขายิ้มกัน แต่มันก็กว้างกว่าทุกครั้งที่ผมยิ้มให้คนอื่น มันไม่ใช่แค่ยิ้มตามมารยาทเหมือนอย่างที่เคยเป็น มารุตคงสังเกตเห็นมัน ผมยืนรอจนคนตัวสูงขี่รถออกไปไกลลับสายตาแล้วถึงเดินเข้าบ้านไป การตามเกาะติดชีวิตมารุตก็ไม่ได้แย่เท่าไหร่ อย่างน้อยมันก็ทำให้ผมสนุกได้ล่ะนะ ไม่ใช่แค่ผมได้เจอคนแปลกๆ อย่างที่ไม่เคยเจอ แต่ผมยังได้เห็นตัวเองในมุมมองใหม่อย่างที่ไม่เคยเป็น บางทีผมก็เริ่มชอบที่ตัวเองเป็นแบบนี้แล้ว ถ้าตัดเรื่องการตามจีบหรือการช่วยเหลือไทม์ออกไป ผมก็คิดว่าการได้รู้จักกับมารุตนั้นไม่ใช่เรื่องแย่อย่างที่คิด

 





00.36 นาฬิกา


ผมวางหนังสือนวนิยายแนวสยองขวัญของนักเขียนที่ใช้นามปากกาว่า Adelard ที่กำลังอ่านอยู่ลงบนโต๊ะข้างเตียงด้วยความรู้สึกที่ว้าวุ่นใจ จนถึงตอนนี้มารุตยังไม่โทรมาหาผมเลย ผมค่อนข้างกังวลถึงเรื่องความปลอดภัยของเขา การที่ผมสืบประวัติเขามามันทำให้ผมได้รู้ว่ามารุตเองก็มีศัตรูอยู่เยอะพอสมควร มันทำให้ผมนึกถึงตัวเองในอดีต ผมจึงอยู่นิ่งเฉยไม่ได้ ถ้าเขาไม่โทรมาผมก็จะเป็นฝ่ายโทรไปหาเขาเอง ผมไม่อยากรู้สึกผิดบาปกับเขาไปมากกว่านี้ แค่เข้ามาป่วนชีวิตเขามันก็แย่พอแล้ว ถ้าเกิดเขาเป็นอะไรไปหลังจากที่มาส่งผมล่ะก็ ผมจะต้องเกลียดตัวเองไปชั่วชีวิตแน่ๆ


ตู๊ดตู๊ดตู๊ดตู๊ด


ติ๊ด!


ผมกดตัดสายไปเพราะทางปลายสายมันขึ้นว่าสายไม่ว่าง วางโทรศัพท์ไว้ข้างตัวอย่างพยายามระงับอารมณ์ ได้แต่คิดว่าเขาจะไม่เป็นอะไร บางทีผมอาจจะกังวลมากไป รออีกสักพักถ้าเขาไม่โทรกลับมาผมก็จะโทรไปใหม่อีกครั้ง


Rrrrr


ทันทีที่ได้ยินเสียงแผดร้องดังลั่นของโทรศัพท์ ผมก็รีบคว้ามากดรับทั้งๆ ที่ยังไม่ทันได้ดูเบอร์บนหน้าจอ


“ฮัลโหล”


(“มึงโทรมาเหรอ?”) น้ำเสียงทุ้มต่ำมีเสน่ห์ที่คุ้นหูทำเอาผมหลุดเสียงถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก


“อืม ถึงห้องหรือยัง?” แค่รู้ว่าเขายังปลอดภัยก็ดีมากแล้ว


(“ถึงแล้ว”)


“เพิ่งถึงเหรอ?”


(“ถึงสักพักแล้ว แต่กูเพิ่งว่างโทรหามึง”)


“เมื่อกี้ สายไม่ว่าง” แสดงว่าเขากำลังคุยกับใครอยู่จริงๆ สินะ


(“...”) จู่ๆ มารุตก็เงียบไปแบบไม่มีเหตุผล ผมเลยพอจะเดาอะไรออกมาได้บ้าง


“คุยกับไอริสอยู่เหรอ?”


(“อืม”)


“ดึกแล้ว งั้นแค่นี้นะ” ได้ยินแล้วก็แอบรู้สึกแย่นิดๆ ทั้งที่ผมกลัวว่าเขาจะเป็นอันตราย จนต้องฝืนนั่งรอโทรศัพท์จากเขาทั้งๆ ที่ก็ง่วงเต็มทน แต่เขากลับไปโทรศัพท์คุยกับไอริสสบายใจเฉิบ ผมไม่น่าคิดว่าเขาจะเจอคู่อริแล้วถูกดักทำร้ายแบบที่ไอริสเคยโดนเลย ผมไม่น่าเป็นห่วงจนคิดฟุ้งซ่าน เสียเวลาชีวิตจริงๆ


(“เดี๋ยว”)


“...” ผมไม่ได้ตอบอะไรแต่ก็ยังไม่ได้กดตัดสาย


(“มึงไม่มีสิทธิ์หึงหวงกูนะ กูไม่ได้เป็นอะไรกับมึง กูจะคุยกับใครก็ได้”) เขาเอ่ยเสียงเข้มที่เน้นย้ำคำมาอย่างชัดเจน


“ก็ไม่ได้ว่าอะไรนี่” ผมชะงักนิ่งค้างไปพักหนึ่ง ยกมือขึ้นลูบหน้าตัวเองเบาๆ ก่อนจะแสยะยิ้มออกมา


(“มึง...”)


“แค่นี้นะ”


ติ๊ด!


ผมกดตัดสายแล้วเอาโทรศัพท์ไปวางไว้ที่โต๊ะข้างหัวเตียงเหมือนเดิม


ผมน่ะเหรอหึงหวงเขา?


ผิดแล้ว


ผมไม่ได้รู้สึกอะไรแบบนั้น ผมแค่ห่วงเขาและค่อนข้างผิดหวังที่เขาไม่ได้รับรู้ถึงความห่วงใยนั้นเลย สำหรับมารุต ผมอาจจะยังคงเป็นคนแปลกหน้าที่ชอบไปวอแวกับเขาทำให้เขารู้สึกรำคาญ


ใช่ ผมอาจจะเป็นคนน่ารำคาญสำหรับเขา แต่สำหรับผมแล้วมันไม่ใช่ ตลอดเกือบหนึ่งอาทิตย์ที่รู้จักกันมา ผมได้เข้าไปตีสนิทกับเขา การได้อยู่ใกล้ชิดกันมันเลยทำให้ผมมองว่าเขาเป็นรุ่นน้องที่น่ารักคนหนึ่ง ความใจดี ความมีน้ำใจของเขาที่ได้เคยช่วยเหลือผมไว้นั้นยอมรับเลยว่าประทับใจอยู่พอสมควร มันเลยไม่แปลกที่ผมจะรู้สึกดีกับเขา และมองว่าเขาเป็นรุ่นน้องที่แสนดี แต่ทุกครั้งที่ผมเริ่มจะมองเขาในแง่ดีมากขึ้นเขาก็มักจะมาทำให้ผมรู้สึกแย่กับเขาเสมอ มันเลยเป็นความรู้สึกที่มาหักล้างและมาบั่นทอนกัน ผมหวังว่าสักวันผมกับมารุตจะเป็นมิตรต่อกันอย่างแท้จริง แต่บางทีมันอาจเป็นแค่ความหวังและเรื่องลมๆ แล้งๆ ไร้สาระ

 







07.49 นาฬิกา


ผมเดินลงมาที่ชั้นล่างของบ้านด้วยอาการเบื่อหน่าย เมื่อคืนผมนอนดึกเลยทำให้ผมตื่นสายและไม่ค่อยสดใสเท่าที่ควร ยกมือขึ้นนวดตรงต้นคอเบาๆ พร้อมเดินเข้าไปที่ห้องรับประทานอาหารโดยที่ไม่ทันสังเกตว่ามีใครอยู่ในนั้นบ้าง จนกระทั่งมานั่งที่โต๊ะแล้วนั่นแหละผมถึงได้หันไปเห็นว่ามีใครบางคนนั่งอยู่ที่อีกฝั่งของโต๊ะกินข้าวอยู่ก่อนแล้ว


“จะไปที่ไหน?” มารุตเอ่ยถามผมที่เอาแต่นั่งจ้องหน้าเขาโดยไม่ได้พูดอะไร


“ตลาดต้นไม้เลียบทางด่วน” ผมหันไปพยักหน้าให้สาวใช้เอาอาหารเช้ามาเสิร์ฟก่อนจะตอบกลับไป


“อืม”


ไม่มีบทสนทนาใดต่อจากนั้น มันเป็นความอึมครึมที่ผมไม่ได้ตั้งใจจะสร้างขึ้นมา มารุตมองหน้าผมอยู่พักหนึ่งเหมือนมีเรื่องจะพูดแต่ก็ไม่ได้พูดอะไร ผมนั่งกินข้าวต้มกุ้งที่เป็นมื้อเช้าของวันนี้ไปเงียบๆ ใครอีกคนก็ทำเช่นเดียวกันกับผม จนเมื่อเราจัดการกับอาหารตรงหน้าเสร็จก็พากันเดินออกไปที่รถ


“มึงจะซื้อต้นอะไร?” พอมาถึงตลาดต้นไม้มารุตก็เดินนำผมเข้ามาดูต้นไม้ตามร้านต่างๆ แม้เราจะดูมึนตึงกันแต่เขาก็ยังเป็นฝ่ายเอ่ยปากคุยกับผมก่อน ผมไม่ได้ตั้งใจจะสร้างความอึดอัดหรือไม่อยากคุยกับเขา แต่ผมไม่รู้จะพูดอะไร ไม่รู้จะทำตัวยังไง


ผมกวาดสายตามองรอบข้างอย่างคิดหนัก ไม่ได้เตรียมตัวคิดมาว่าจะมาซื้อต้นอะไร ก็บอกไปแล้วว่าที่ชวนเขามาเพื่อไม่ให้เขาว่างเฉยๆ ผมไม่ได้อยากได้ต้นไม้จริงๆ เสียหน่อย


“แคคตัส” แต่พอหันไปเห็นต้นไม้เล็กๆ น่ารักวางขายกันเรียงรายก็ทำให้ผมคิดได้ แคคตัสนี่น่าจะเหมาะกับสถานการณ์ตอนนี้ที่สุด สุ่มเลือกมาสักร้านแล้วเดินเข้าไปทำทีเป็นเลือกดูต้นแคคตัสหลากหลายสายพันธุ์


“ต้นนี้ดีไหม?” ชี้ไปยังต้นแคคตัสสายพันธุ์ Conoshytum ที่ช่วงลำตัวมีลักษณะเหมือนเม็ดถั่วเขียว มีดอกสีม่วงชูช่อสวยงามอย่างขอความเห็น มันดูน่ารักดีนะครับ


“ไม่เข้ากับหน้ามึงเลย” คนถูกถามละสายตาจากแคคตัสต้นอื่นๆ มาพิจารณาต้นที่ผมชี้ให้ดูก่อนจะเหลือบตามามองผมนิดๆ


“ซื้อต้นไม้ต้องเหมาะกับหน้าด้วยเหรอ?” ผมขมวดคิ้วมองอย่างไม่เข้าใจ


“ไม่เกี่ยวหรอก กูพูดไปงั้น” เขาไหวไหล่หน้าตาย ดูก็รู้ว่าตั้งใจกวนประสาทชัดๆ


“ไร้สาระ” เหล่มองทางหางตาแล้วหันกลับไปเลือกต้นไม้ต่อ ไม่มีประโยชน์เอาเสียเลย


“นี่มึงว่ากูเหรอ?” คนถูกว่ามองผมตาโตเหมือนไม่เชื่อหูตัวเอง แต่ว่านะ เขาทำเหมือนผมไม่เคยว่าเขาอย่างนั้นแหละ ทั้งที่ผมก็ว่าเขาอยู่ทุกวัน


“ชอบอันนี้ ซื้อให้หน่อย” ผมหยิบแคคตัส Conoshytum ที่เล็งเอาไว้ในตอนแรกขึ้นมายื่นให้มารุตดู ผมชอบต้นนี้และผมคิดว่าจะซื้อมัน


“บ้านมึงก็รวยนะ ยังจะให้กูซื้อให้อีกเหรอ?” มารุตทำหน้าหน่ายใจใส่ผม


“ซื้อเองจะซื้อกี่สิบต้นก็ได้ แต่ถ้ามารุตเป็นคนซื้อให้ต่อให้จะมีแค่ต้นเดียวมันก็มีความหมายมากกว่านะ” ผมแกล้งตีหน้าซื่อแล้วพูดหยอดอีกฝ่ายไป ไหนๆ วันนี้ก็ยังไม่ได้แหย่ให้มารุตอารมณ์เสียเลย งั้นขอสักหน่อยก็แล้วกัน


“นี่คือจีบกู?”


“อือ”


“มึงเลิกจีบกูด้วยหน้านิ่งๆ แบบนั้นได้ไหมวะ?”


“ทำไม?”


“ขนลุก”


“อือ ซื้อให้หน่อย” ผมพยักหน้ารับแล้วส่งแคคตัสให้เขาอีกรอบ


“เออๆ จะซื้อก็ซื้อ รำคาญ” เขาว่าพร้อมดึงเอาต้นแคคตัสในมือผมไปส่งให้คนขายก่อนจะหยิบเงินออกมาจ่ายให้เสร็จสรรพ ผมอมยิ้มออกมาบางๆ บทจะยอมง่ายๆ ก็ง่ายจริงๆ


เป็นเด็กดีจังเลยน้า~


“ขอบคุณ” รับแคคตัสมาถือเอาไว้อย่างอารมณ์ดี จู่ๆ ก็รู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมา อาจเป็นเพราะผมกำลังสนุกอยู่ก็ได้


“จะไปไหนอีกไหม?” เขาหันมาถามพลางเงยหน้ามองขึ้นไปบนท้องฟ้าที่แดดจ้าเสียเหลือเกิน


“ไปเดินเล่นที่สวนสาธารณะกัน” ผมเอ่ยชวนออกไปอย่างไม่ได้คิดอะไรมาก


“อารมณ์ไหนของมึง? แดดร้อนฉิบหาย” สายตาที่มองมาของมารุตคล้ายกับกำลังด่าผมทางสายตาอยู่


“แค่อยากไป” หันไปสบตากับเขาด้วยรอยยิ้มบางเบา


“ติสท์จังวะ”


“ไป”


“เออ กูรู้แล้ว”


เขาว่าออกมาเสียงดุก่อนจะลากผมให้เดินตามกลับไปยังรถที่จอดอยู่ ผมได้แต่คิดกับตัวเองว่าทำไมผมถึงมาอยู่ตรงนี้กันนะ ทำไมผมต้องเข้ามาทำให้ชีวิตของผู้ชายที่ดีๆ คนหนึ่งวุ่นวายด้วย ทำไมผมต้องเข้ามาแทรกในความรักของเขา เพื่อช่วยให้ใครอีกคนสมหวัง ผมเลยต้องทำลายความรักของใครอีกคนเหรอ? ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกแย่ ยิ่งเกลียดตัวเองเข้าไปใหญ่

 





ขับรถออกมาไม่นานก็มาถึงสวนสาธารณะแห่งหนึ่งที่ค่อนข้างจะมีชื่อเสียง อาจเป็นเพราะเรานั่งรถมอเตอร์ไซค์เลยทำให้เราเดินทางมาถึงได้อย่างรวดเร็ว ดูท่าแล้วมารุตจะชอบรถมอเตอร์ไซค์มากกว่ารถยนต์นะ ตั้งแต่ที่รู้จักกันมาผมยังไม่เคยเห็นเขาขับรถยนต์เลย แต่แบบนี้มันก็เหมาะกับเขาดี มารุตเป็นผู้ชายที่หล่อและเท่ เขามีเสน่ห์ทุกครั้งที่ทำอะไรแบบนี้ ไม่แปลกหรอกถ้าเขาจะมีแฟนคลับเยอะแยะไปหมด ซึ่งเขาตรงข้ามกับผมแทบทุกอย่างเลย


“ไม่ได้แย่อย่างที่คิด” ใบหน้าหล่อคมเงยขึ้นมองท้องฟ้าสีสดใสเบื้องบนด้วยรอยยิ้มบางที่ผมไม่เคยได้เห็นมันมาก่อนเลยนับตั้งแต่ที่ได้รู้จักกันมา


“ขอบคุณ”


“ขอบคุณอะไร?” เขาหันมาถามอย่างไม่เข้าใจ


“ขอบคุณที่พามา” ผมชอบที่จะมาเดินเล่นในสวนสาธารณะหรือไม่ก็นั่งเหม่อลอยมองออกไปไกลๆ ไม่ว่าจะในช่วงเวลาที่ผมมีความสุขหรือไม่สบายใจ ผมก็ชอบที่จะมาที่นี่ มันเงียบสงบดีนะ การได้อยู่กับตัวเองในสถานที่แบบนี้มันก็ทำให้ผมรู้สึกดีขึ้นมาได้


“กูรำคาญมึงต่างหาก” คนตัวสูงชะงักไปนิดก่อนจะตีสีหน้าบึ้งตึงออกมา


“รู้” ผมยกยิ้มอีกครั้ง ยอมรับถึงคำตำหนินั้น ผมรู้ดีว่าทำให้เขารู้สึกแย่ขนาดไหน วันๆ ก็เอาแต่สร้างความรำคาญให้เขา หาเรื่องนู้นเรื่องนี้มาป่วนเขาตลอด


“ยิ้มอะไร? บ้าหรือเปล่า?” ตากลมถลึงมองผมอย่างดุๆ แต่ท่าทางกลับดูเก้ๆ กังๆ เสียเหลือเกิน มันเลยทำให้ผมรู้ว่าเขาไม่ได้คิดจะว่าผมจริงๆ


“ก็ไม่ได้แย่จริงๆ นั่นแหละ” ผมเบือนหน้าหนีไปอีกทางก่อนจะเอ่ยพึมพำกับตัวเองพร้อมด้วยรอยยิ้มที่กว้างกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา


“อะไรของมึงวะ?” มารุตมองหน้าผมงงๆ แต่ผมไม่ได้ตอบอะไรกลับไป


เขาไม่จำเป็นต้องรู้หรอกว่าผมกำลังคิดอะไรอยู่ ไม่ต้องรู้ว่าผมกำลังรู้สึกยังไงในตอนนี้ มันไม่สำคัญเลย


“กลับกันเถอะ”


“อืม”


หลังจากที่เราต่างเงียบและจมอยู่กับตัวเองมานานผมก็หันไปสะกิดคนข้างๆ ให้หลุดออกจาภวังค์ความคิด ถึงผมจะชอบที่นี่ แต่ผมก็อยากกลับไปนอนพักแล้วเหมือนกัน มารุตเองก็ควรจะได้พัก เมื่อวานกว่าเขาจะถึงห้องและได้นอนก็ปาไปดึกดื่นแล้วยังต้องตื่นแต่เช้ามารับผมที่บ้านอีก เขาเหนื่อยกว่าผมอย่างเห็นได้ชัด แต่เขาก็ยังยอมทำตามที่ผมร้องขอ ผมถึงได้บอกไงว่าเขาน่ะ ก็ไม่ได้แย่จริงๆ นั่นแหละ กลับกันเขาดีกว่าที่คิดไว้มากเลย

 







Marut Part :


หลังจากที่ไปส่งไอ้คุณรัชช์ถึงที่บ้านเรียบร้อยแล้วผมก็รีบตรงดิ่งกลับมาห้องของตัวเองทันที กะว่าจะนอนพักสักหน่อย เมื่อเช้าก็ตื่นซะเช้าเลย ก็ไม่เข้าใจว่าทำไมจะต้องไปทำตามที่ไอ้คุณรัชช์ขอขนาดนั้น  มันรู้สึกแค่ว่าผมไม่สามารถปฏิเสธอีกฝ่ายได้ ทั้งที่รำคาญการถูกตามตื้อแต่ผมก็ไม่เคยขัดใจเขาได้ พอจะอ้าปากปฏิเสธก็ต้องกลืนคำลงคอไปเมื่อเผลอไปสบเข้ากับดวงตากลมสีน้ำตาลเข้มจนเกือบดำคู่นั้น ผมไม่ปฏิเสธหรอกว่าคุณรัชช์อะไรนั่นหน้าตาดี ดูดีตั้งแต่หัวจรดเท้า ดูเป็นผู้ลากมากดี บ้านช่องที่ผมไปมาเกือบทุกวันก็ใหญ่โตสมฐานะ แต่เจ้าของบ้านกลับดูเป็นคนง่ายๆ สบายๆ รถยนต์ที่ใช้ก็เป็นรถญี่ปุ่นรุ่นเก่าประมาณเมื่อสองสามปีก่อนราคาไม่กี่แสน รัชช์เป็นคนที่ทำให้ผมรู้สึกทึ่งในหลายๆ อย่าง ตั้งแต่ที่นั่งมอไซค์ของผมแล้ว ผมนึกว่าเขาจะนั่งมันไม่ได้ ไหนจะเรื่องที่เป็นนักบาสของคณะอีก ยิ่งได้รู้จักกันผมก็ยิ่งคิดว่ารัชช์เป็นคนที่น่าสนใจ มันไม่ได้น่าเบื่ออย่างที่คิด


เมื่อเทียบกับไอริสแล้วสองคนนี้ต่างกันอย่างสิ้นเชิง ไอริสมีความน่ารัก ขี้อ้อน เอาแต่ใจบ้างเป็นบางครั้ง อาจเป็นเพราะเขาเด็กกว่าผมด้วยล่ะมั้ง ส่วนรัชช์ เขามีความเป็นผู้ใหญ่ นิ่งๆ สุขุม แต่ก็แอบกวนประสาทอยู่ไม่น้อย คงเป็นเพราะเขาโตกว่าผม แม้จะแค่ปีเดียวก็เถอะ  แต่รวมๆ แล้วมันก็ไม่ได้แย่ ทุกครั้งที่ผมอยู่กับรัชช์ผมไม่ได้รู้สึกว่าเขาน่าเบื่อหรือน่ารำคาญอย่างที่ปากพูด เหมือนเขาเองก็รู้จักวิธีการเข้าหาคน ไม่เข้าใกล้จนทำให้อึดอัด แต่ก็ไม่ได้ถอยหนีจนรู้สึกว่าไปไกลเกิน ทุกครั้งที่ผมอยู่กับรัชช์ ผมไม่ได้รู้สึกว่าเขามาจีบแต่เหมือนมากวนประสาทผมเสียมากกว่า รัชช์เป็นคนประเภทที่ผมไม่ค่อยเจอได้บ่อยนักในชีวิตจริง ไม่ใช่คนสไตล์ที่ผมชอบ ไม่ได้ตรงสเปค เขาดูจืดชืดแต่นั่นก็แค่เปลือกนอก เหมือนว่าแท้จริงแล้วเขามีอะไรที่มากกว่านั้น จะว่าน่าสนใจก็คงไม่ผิดเท่าไหร่นัก เอาเป็นว่ามันก็ไม่ได้แย่ที่ผมได้รู้จักเขา


แต่ถ้าจะให้ผมรู้สึกชอบหรืออะไรก็คงจะยาก


ผมยังรักไอริสและก็คิดว่าจะตามง้อจนกว่ามันจะไม่มีทางกลับมาคบกันได้ ทุกวันผมยังคงโทรหาไอริส ถ้าว่างก็จะไปหาไม่ว่าจะที่คณะหรือที่หอพัก ผมพยายามอย่างเต็มที่เพื่อความรักของผม ถึงบางครั้งผมจะรู้สึกว่ามันเป็นไปได้ยากก็เถอะ ได้ยินมาว่ามีคนเข้ามาจีบไอริสแต่ผมไม่รู้ว่าเป็นใครและไม่ได้สนใจด้วย


ครืด ครืด


ระหว่างที่กำลังนอนคิดอะไรเพลินๆ อยู่โทรศัพท์ที่เสียบสายชาร์ตไว้บนโต๊ะข้างเตียงก็สั่นครืดคราดไปมา ผมลุกขึ้นไปหยิบมาดูก็เห็นว่ามีข้อความของคนที่ผมเพิ่งไปเจอมาวันนี้เด้งขึ้นมาโชว์หราอยู่บนหน้าจอ


 

rRachr

มารุต 21.23

 


มันเป็นเพียงข้อความสั้นๆ เหมือนส่งมาเรียกร้องความสนใจเสียมากกว่า

 


Marut

21.24 ยังจะตามมารังควานกูในแชทอีกนะมึง


rRachr

พรุ่งนี้ไปไหนหรือเปล่า? 21.25

 


คือใจคอจะเมินข้อความกูจริงดิ?

 


Marut

21.26 ไม่

21.26 มีอะไร?


rRachr

ไปเที่ยวกัน 21.27


Marut

21.27 วันนี้ยังไม่พออีกเหรอ?


rRachr

ไปสวนสัตว์กัน 21.28

 


ผมถึงกับคิ้วกระตุกยิกๆ จำไม่ได้แล้วว่าถูกผู้ชายคนนี้เมินมากี่ครั้งแล้ว แล้วอย่างนี้จะบอกว่าไม่ได้กวนตีนได้ยังไง? ดูก็รู้ว่าเขาจงใจเมินผม ถ้าอยู่ใกล้ๆ นะจะจับมันมาเขย่าๆ ให้หัวโยกแล้วเขกหัวให้กะโหลกยุบซะให้เข็ด 

 


Marut

21.28 อะ เมินกูเก่ง

21.29 ชวนกูไปสวนสัตว์นี่คิดว่ากูเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากมั้ง

 


จะพูดจะจาอะไรก็ให้เกียรติหนังหน้ากูด้วยครับ แล้วไปสวนสัตว์นี่มันไม่เด็กไปหน่อยเหรอวะ? นี่เราอยู่มหาลัยกันแล้วนะ ผมก็ปีสองแล้ว รัชช์มันก็ปีสามแล้ว ถึงหน้าจะเด็กเหมือนพวกปีหนึ่งก็เถอะ

 


rRachr

ไปนะ 21.29

ไปเช้าๆ แดดไม่ร้อน 21.30

 


เมินกูไปอี๊ก! ถามกูสักคำไหมว่าอยากไปด้วยหรือเปล่า?

 


Marut

21.31 อารมณ์ไหนของมึงวะ?

21.31 ทำอย่างกับไม่เคยไป


rRachr

ก็ไม่เคย 31.32


Marut

21.32 ห๊ะ?

21.33 นี่มึงโตมาแบบไหนวะถึงไม่เคยไปเที่ยวสวนสัตว์น่ะ?

 


ผมเบิกตากว้างอ่านทวนข้อความตรงหน้าด้วยความตกใจปนฉงนใจ อะไรของมันวะ? บ้านก็รวย แต่ไม่เคยไปเที่ยวสวนสัตว์ เป็นไปได้เหรอ?

 


rRachr

อือ สงสัยเหมือนกัน 21.34


Marut

21.34 คุยกับมึงแล้วปวดหัว

21.35 อยากไปก็ไป

21.35 เจ็ดโมงเจอกัน


rRachr

อื้อ 21.56

 


ผมยกมือขึ้นกุมขมับ นี่กูทำอะไรของกูวะ? ไหนมึงบอกอยากนอนโง่ๆ อยู่ห้องในวันหยุดไม่ใช่เหรอวะไอ้รุต? แล้วมึงไปรับปากเขาทำไม? โว๊ะ! อยากพ่นไฟ ผมมองข้อความที่เพิ่งคุยกับรัชช์ไปเมื่อกี้อีกรอบและอีกรอบ


ไม่เคยไปสวนสัตว์จริงเหรอวะ?


ไม่ใช่ว่าหาเรื่องหลอกให้ผมออกไปหาหรอกนะ แต่เอาเถอะ ยังไงก็เผลอตกปากรับคำไปแล้ว ก็ปล่อยเลยตามเลยไปแล้วกัน ผมตั้งนาฬิกาปลุกเอาไว้แล้วเตรียมเข้านอน คืนนี้ผมคงไม่ได้โทรหาไอริสเพราะเพลียจนไม่อยากทำอะไรแล้ว ทั้งหมดนี้ต้องโทษไอ้คุณรัชช์คนเดียวเลย



---------------



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 587 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

569 ความคิดเห็น

  1. #476 sapphireorz (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2562 / 17:48
    ไรท์บรรยายเก่งมาก ๆ เลยย สู้ ๆ นะคะ
    #476
    0
  2. #343 linonan_ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2562 / 15:55
    เนี่ยยยยย เพราะมารุตเป็นแบบนี้ไง รัชช์ถึงได้เขว รู้สึกดีด้วยรู้สึกผิดด้วย ดูท่าจะรักกันได้ยากนะคะ55555555 ไม่อยากให้รัชช์รู้สึกกับรุตก่อนจริงๆอ่ะ เป็นห่วงความรู้สึกลูก ;-;
    #343
    0
  3. #207 OnlyF (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2561 / 19:57
    เอ่อ.. ไม่ทราบว่าไทม์กับรัชนี่มาจาก the gifted รึเปล่าคะ ศักยภาพของพวกคุณนี่ใช่เลยนะ
    #207
    0
  4. #177 Lc.Jw (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2561 / 19:49

    คุณไรท์คือบรรยายแบบมันเก็ทอะค่ะ ครส.ของทั้งสองคน มันอยู่บนความจริง ไม่ได้ปุ๊บๆปั๊บๆ รับรับไปส่งไม่กี่ครั้งแล้วมาปิ๊งรักไรแบบนี้ แงงชอบบบ

    #177
    0
  5. #163 jjingg. (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2561 / 16:40
    รัชช์ลูกกกก แง อย่าเพิ่งไปตกหลุมรักมารุตให้ตัวเองเจ็บน้า;-;
    #163
    0
  6. #40 GG.Garn (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 12 กันยายน 2561 / 01:47

    คุณรัชช์อย่าพึ่งชอบมารุตมากกส่านี้น๊าาา.

    ต้องให้มารุตรู้ตัวก่อนน. มาต่อเร็วๆๆนะคะ

    #40
    0
  7. #39 zsmile2 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 11 กันยายน 2561 / 20:22
    รีบมาต่อเร็วๆๆน้า รอยุค่าา
    #39
    0
  8. #38 Varian (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 11 กันยายน 2561 / 20:21

    เพิ่งมาตามอ่านค่ะ แอร้ยย น้องรุตตะล้ากง่ะ น่าบีบๆมาก ถึงแม้ว่าตัวจะไม่ใช่เล็กๆก็เถอะ ฮาาา
    สู้ๆนะคะ รอติดตามจนกว่าเขาจะได้กันค่ะ!
    #38
    0
  9. #37 Hyubi (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 11 กันยายน 2561 / 19:16
    รออออออ อยากรู้ตอนคุณรัชเลิกจีบคนซึนจะทำตัวยังไงรอลุ้นนน
    #37
    0
  10. #36 Chrysola (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 11 กันยายน 2561 / 15:39

    โถ.. มารุต บ่นว่าพี่เค้ากวนตีน อยากรู้นักพอพี่เค้าหายไป เลิกตามจีบ มารุตคนแมนจะเป็นยังไง หุหุ
    #36
    0
  11. #35 หัวหอมซ่าส์ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 11 กันยายน 2561 / 14:32

    อย่างที่รัชบอก มารุต น่ารักดี บ่นๆแต่ก็ทำ

    #35
    0
  12. #34 kingkaew1221 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 11 กันยายน 2561 / 14:29
    งือออ สงสารคุณรัชช์อ่ะ หวังว่าจะไม่ตกหลุมรักละนะ แงงง
    #34
    0