SKY & SEA ท้องฟ้ากับทะเล [สนพ. 2U Publishing] [YAOI] : Spin-Off

ตอนที่ 8 : ท้องฟ้ากับทะเล : 04 [1/2]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 28,898
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,397 ครั้ง
    4 ม.ค. 61



04



ม. 5 เทอม 2


“จะกลับเลยไหมทะเล?” ผมที่กำลังเก็บข้าวของลงกระเป๋านักเรียนลวกๆ ชะงักมือแล้วเงยหน้าตามเสียงเรียกจากเพื่อนสนิทที่ตัวเล็กกว่าหลายเซนติเมตร


“ยัง ว่าจะไปวาดรูปตรงสวนข้างหลังห้องสมุดน่ะ” ผมตอบนทีกลับไปแล้วรวบเอากระดานวาดรูปขึ้นมาหนีบที่สีข้าง ส่วนอีกข้างก็หยิบกระเป๋าเป้ขึ้นมาสะพายอย่างรีบๆ ไม่ได้หรอก นี่ก็เริ่มเย็นแล้ว ถ้าช้ากว่านี้แสงหมดแล้วจะไปวาดรูปที่สวนไม่ได้นะ


“อืม งั้นพวกกูกลับก่อนนะ มึงก็อย่ากลับเย็นมากนักล่ะ” เมธที่ยืนอยู่ข้างนทีหันมาบอกกับผมทิ้งท้ายเอาไว้อย่างเป็นห่วง ถึงผมจะไม่ใช่คนที่ชอบเถลไถลแต่บางครั้งมันก็เพลินจนลืมเวลาน่ะ เลยโดนบ่นประจำเลย


“อื้อ” ผมพยักหน้ารับแล้วเดินแยกกับเพื่อนที่หน้าตึกเรียน นทีกับเมธเดินไปยังหน้าโรงเรียน ส่วนผมเดินเลี้ยวซ้ายไปยังห้องสมุด แต่ผมไม่ได้จะเข้าห้องสมุดหรอกนะ ผมจะไปที่ด้านหลังของห้องสมุดต่างหาก ที่นั่นมีสวนหย่อมเล็กๆ ให้นั่งเล่น มีต้นไม้ต้นใหญ่ๆ และดอกไม้สวยๆ มากมายให้ผมไปนั่งจับมาเป็นแบบในการวาดรูปเพียบเลย


เมื่อวานผมก็มาที่นี่ แต่เพราะมัวแต่เหม่อลอยกับสายลมเอื่อยๆ เลยทำให้วาดรูปคุณต้นไม้กับคุณดอกไม้ไม่เสร็จ วันนี้เลยกะว่าจะมาวาดต่อให้เสร็จจะได้เอาไปให้พ่อใส่กรอบติดไว้ที่สตูดิโอ ผมไม่ได้ขี้อวดนะ แต่พ่อเป็นคนรีเควสมาต่างหากว่าอยากได้รูปสวยๆ ไปแขวนประดับสตูดิโอ ซึ่งผมบอกได้เลยว่าพ่อคิดถูกแล้วที่มาหาผม รูปที่ผมวาดสวยทุกรูปแน่นอน รับรองพ่อจะต้องตะลึงกับงานชิ้นนี้

 



“ฟ้าไม่คิดว่าที่เป็นอยู่ทุกวันนี้มันน่าเบื่อเหรอ?”


ผมที่กำลังจะเดินเลี้ยวไปอีกฝั่งของมุมตึกชะงักขาที่กำลังจะเดินแล้วหยุดนิ่งอยู่กับที่ เสียงหวานใสที่ดังอยู่อีกฝั่งของมุมตึกทำให้ผมไม่กล้าที่จะก้าวเดินต่อ ไม่สิ แค่เสียงนั้นมันไม่ได้น่าสนใจอะไรนักหรอก สิ่งที่ตรึงขาทั้งสองข้างของผมเอาไว้อยู่กับที่คือชื่อของใครอีกคนที่อยู่ในประโยคคำพูดนั้นต่างหาก


ผมเงียบแล้วเงี่ยหูเพื่อฟังเสียงของคนที่ชื่อฟ้า ผมเองก็อยากรู้ว่าจะใช่คนเดียวกันกับที่ผมคิดหรือเปล่า?


“...” แต่อีกฝ่ายกลับเงียบไม่พูดอะไรออกมาเสียอย่างนั้น แค่นั้นมันก็ทำให้ผมถึงกับเข่าอ่อนทรุดตัวลงไปนั่งพิงกับกำแพงทันที การที่อีกฝ่ายไม่ตอบอะไรกลับไปนั่นมันทำให้ผมแน่ใจได้ทันทีว่าคนที่ถูกเรียกว่าฟ้านั่นคือคนเดียวกันกับที่ผมคิดไว้


ท้องฟ้า นภดล อธิพัฒน์เดชากร


“เพราะฟ้าเอาแต่เงียบแบบนี้ไง! แพรวเบื่อ! เบื่อที่ฟ้าเอาแต่นิ่งเฉย ไม่ว่าแพรวจะพูดอะไรหรือทำอะไรฟ้าก็จะเอาแต่นิ่งเงียบ มันเหมือนฟ้าไม่สนใจไม่ใส่ใจแพรวเลย!”  เสียงหวานร้องโวยออกมาอย่างอดกลั้น ผมนั่งฟังเสียงของแพรวต่อว่าท้องฟ้าไปเงียบๆ โดยที่ในใจก็นึกอิจฉาผู้หญิงคนนั้นไปด้วย


แพรว แพรวา  กุลโชติ


คนที่อยู่ในสถานะแฟนของท้องฟ้า จากเพื่อนสนิทในชั้นมัธยมต้นก็กลายมาเป็นแฟนของท้องฟ้าเมื่อเทอมที่แล้ว ผมไม่ได้ตามติดท้องฟ้าขนาดรู้เบื้องลึกเบื้องหลังอะไรหรอกนะ แค่ได้ยินเพื่อนผู้หญิงในห้องที่เป็นแฟนคลับของท้องฟ้าพูดกันน่ะว่าแพรวแอบชอบท้องฟ้า และเธอก็เป็นฝ่ายขอคบท้องฟ้า ซึ่งท้องฟ้าก็ตอบตกลง หลายคนบอกว่าท้องฟ้าตอบตกลงเพราะไม่อยากทำเพื่อนเสียใจ แต่ผมที่เฝ้ามองท้องฟ้ามาตลอดรู้ดีว่านั่นไม่ใช่ความจริง


คนอย่างท้องฟ้าน่ะ ถึงจะเป็นพวกไม่พูด แต่ในทางกลับกันก็เป็นคนที่เด็ดขาดมาก


ไม่ก็คือไม่ ไม่มีการมารักษาน้ำใจหรอก แต่ที่ท้องฟ้าตอบตกลงคบกับแพรวก็เพราะเขารู้สึก ผมไม่รู้ว่าเขารู้สึกมากน้อยแค่ไหน แต่จากแววตาที่เขาใช้มองแพรวก็พอจะเดาได้ว่าแพรวเองก็คงสำคัญกับท้องฟ้าไม่น้อย


อ่า แล้วนี่ผมจะมานั่งสาธยายเรื่องความรักของพวกเขาให้ตัวเองเจ็บเล่นทำไมกัน


“พูดในสิ่งที่แพรวอยากพูดเถอะ” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นมาเรียบนิ่ง ไม่แสดงอารมณ์หรือความรู้สึกใดๆ แต่เชื่อเถอะว่าเขาเองก็คงสะเทือนใจไม่น้อยที่อยู่ๆ ก็ถูกแฟนตัวเองเหวี่ยงใส่แบบนั้น


“แพรวว่า เราเลิกกันเถอะ” ประโยคช็อกโลกที่หลุดออกมาจากปากของแพรวทำเอาผมเกือบหลุดเสียงสบถออกมาด้วยความตกใจ นี่เธอบ้าไปแล้วเหรอถึงได้บอกเลิกท้องฟ้าแบบนี้น่ะ?


โอเคว่าเธอเป็นผู้หญิงที่หน้าตาน่ารักมากแต่ทำแบบนี้ผมชักจะไม่ชอบเธอแล้วสิ


ทั้งที่ได้ท้องฟ้าไปอยู่กับตัวแท้ๆ แต่ทำไมถึงไม่เข้าใจท้องฟ้าเลยนะ ทำไมถึงได้ต่อว่าท้องฟ้าแบบนั้น? ไม่คิดว่าท้องฟ้าจะเสียใจบ้างเหรอ? ผมเคยคิดว่าแพรวเป็นคนที่น่าอิจฉาที่สุดแต่เปล่าเลย เธอเป็นเพียงผู้หญิงตาบอดที่ไม่ได้รับรู้อะไรเลยสักนิดเดียว ผมควรสงสารใครดีระหว่างแพรวกับท้องฟ้า


ไม่สิ ผมควรสงสารตัวเองที่ต้องมารับรู้เรื่องราวอันน่าปวดใจของคนที่ตัวเองแอบชอบต่างหากเล่า!


“...อืม...” ท้องฟ้า นี่มันท้องฟ้าจริงๆ ถึงจะเงียบไปพักหนึ่งเหมือนตกใจแต่ก็ตอบกลับนิ่งๆ ตามเดิม


“ฟ้า! ไม่คิดจะรั้งแพรวหน่อยเหรอ!?” ผมกลอกตามองบนอย่างหน่ายใจ ไม่เข้าใจกับผู้หญิงคนนี้เลย เป็นคนบอกเลิกเองแท้ๆ แต่อยากจะให้เขารั้งนี่คืออะไร? ทำไมถึงได้มีความคิดอะไรที่ซับซ้อนจนน่าปวดหัวแบบนี้นะ?


“แล้วแต่แพรวเถอะ อยากอยู่ก็อยู่ อยากไปก็ไป” เฉียบคมจนบาดลึกถึงไส้ติ่งเลยครับ กลัวแล้วผู้ชายคนนี้ ผมไม่เคยเจอคนวัยเดียวกันที่นิ่งได้ขนาดนี้เลย


ถึงจะเข้าใจความเป็นท้องฟ้าก็เถอะ แต่ยังไงก็ไม่ชินกับความเป็นท้องฟ้าอยู่ดีนั่นแหละ!


“ได้! งั้นเราจบกันแค่นี้!” เสียงใสแข็งกร้าวขึ้นมาทันตาก่อนที่ผมจะได้ยินเสียงฝีเท้าที่ก้าวเดินออกไปไวๆ


ผมได้แต่นั่งนิ่งพิงกำลังแหงนหน้าขึ้นมองท้องฟ้าสีครามที่เริ่มเปลี่ยนสีเป็นสีส้มแดงแล้ว


อ่า ใกล้ได้เวลากลับบ้านแล้วล่ะทะเล วันนี้จะกลับบ้านช้าไม่ได้นะ อาทิตย์นี้โดนแม่บ่นไปสามครั้งแล้วนะ


ตุ้บ!


“น่าเบื่อ” เสียงวัตถุบางอย่างกระทบลงพื้นพร้อมกับเสียงบ่นพึมพำดังขึ้นไม่ไกลจากอีกฝั่งของมุมตึก ผมหันมองตามเสียงก็เห็นกระเป๋าเป้สีน้ำเงินเข้มใบหนึ่งถูกวางอยู่ที่พื้นโดยมันยื่นมาทางฝั่งผมนิดหน่อย แสดงว่าท้องฟ้าคงนั่งอยู่ข้างกระเป๋าของเขาสินะ


ผมเม้มปากแน่นอย่างใช้ความคิด ท้องฟ้ากำลังอารมณ์เสีย ไม่สิ บางทีเขาอาจจะกำลังเสียใจอยู่ด้วยก็ได้


ผมนึกอะไรบางอย่างออกก่อนจะก้มหาบางสิ่งในกระเป๋าเป้แล้วก็เจอกับสิ่งที่ต้องการ อมยิ้มหลากรสถูกผมหยิบขึ้นมาเลือกอย่างคิดหนัก อย่างท้องฟ้านี่จะเหมาะกับรสอะไรล่ะ?


อืม โคล่าก็แล้วกัน เผื่อกินแล้วจะได้ซู่ซ่า


“อ้ะ”  ผมยื่นอมยิ้มรสโคล่าที่เหลืออยู่อันเดียวไปยังอีกฝั่งของมุมตึก นี่ผมยอมเสียสละรสโปรดให้เลยนะ


จงทราบซึ้งในน้ำใจของฉันซะท้องฟ้า


“อะไร?” เสียงทุ้มที่ฟังไม่ค่อยลื่นหูเท่าไหร่เพราะน้ำเสียงที่เฉยชานั่นทำเอาผมแทบจะชักมือกลับ ไม่รู้ว่าคิดถูกหรือคิดผิดที่สอดแทรกตัวเองเข้าไปข้องเกี่ยวกับชีวิตของอีกฝ่ายเนี่ย?


“เขาว่ากันว่ากินอมยิ้มแล้วจะทำให้ยิ้ม” จริงหรือเปล่าไม่รู้ แต่ผมเชื่ออย่างนั้นนะ


“นายพกของแบบนี้ด้วยเหรอ?” อีกฝ่ายถามกลับมาอย่างไม่เชื่อสายตา


ผู้ชายพกอมยิ้มมันทำไมเหรอ?


“มันช่วยได้นะโดยเฉพาะเวลาเบื่อๆ เครียดๆ หรือตอนกำลังเศร้า” ผมติดอมยิ้มมาก มันช่วยให้ผมหายเครียดจากงานที่อาจารย์มักจะให้หัวข้อที่อยู่เหนือความคาดหมายของผมได้ ทุกครั้งที่คิดงานไม่ออกผมก็จะให้อมยิ้มเป็นตัวช่วยเสมอ และมันก็จะได้ผลทุกครั้ง


ท้องฟ้าเงียบไปนานจนผมนึกว่าเขาเดินออกไปแล้วถ้าไม่ติดว่ายังเห็นกระเป๋าเขาวางแหมะอยู่ที่พื้นล่ะก็นะ ผมถือเจ้าอมยิ้มรสโคล่าค้างไว้อย่างนั้นจนเมื่อยแขนและกะว่าจะชักมือกลับถ้าอีกฝ่ายไม่ต้องการมัน


“จะลองดูก็แล้วกัน” แต่แล้วเสียงทุ้มที่ฟังดูอ่อนลงจากเมื่อกี้เล็กน้อยก็ดังขึ้นพร้อมกับมือใหญ่ที่ยื่นมารับอมยิ้มไปจากมือของผม ในจังหวะนั้นมือของเราทั้งคู่สัมผัสกันอย่างแผ่วเบา แม้จะเป็นเพียงช่วงเวลาสั้นๆ แต่ผมก็รู้สึกได้ถึงอัตราการเต้นของหัวใจที่แรงขึ้นอย่างรวดเร็ว


ใจเต้นแรงแบบนี้ผมจะช็อกตายไหมเนี่ย?


“เป็นไง?” หลังจากที่ต่างฝ่ายต่างเงียบไปนานก็เป็นผมเองที่เอ่ยขึ้นทำลายความเงียบหลังใช้เวลาควบคุมสติอยู่พักใหญ่ เป็นเอามากจริงๆ ด้วยสินะทะเล


“หวาน!” ผมหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ เมื่อได้ยินเสียงอีกฝ่ายร้องออกมา


“นั่นเป็นเสน่ห์ของมันเลยนะ” เสน่ห์ของอมยิ้มก็คือความหวานไง


“นั่นสินะ” เขาเงียบไปชั่วครู่หนึ่งก่อนจะตอบกลับมา


“ดีขึ้นไหม?” ผมอมยิ้มกับตัวเองบางๆ แล้วเอนหัวพิงกำแพง


“อืม นายชื่ออะไร?” อีกฝ่ายขานรับในลำคอแผ่วเบาก่อนจะย้อนถามผมกลับมา


“...” คำถามที่ผมไม่ได้เตรียมใจเอาไว้ว่าสักวันหนึ่งจะต้องมาตอบเขาทำเอาผมชะงักนิ่งค้างไป


“นี่ ได้ยินที่ฉันถามหรือเปล่า?” เพราะผมไม่ได้ตอบอะไร เขาเลยร้องทักกลับมาอีก


“ได้ยิน แต่นายไม่จำเป็นต้องรู้จักชื่อฉันหรอก” เพราะเราไม่จำเป็นจะต้องรู้จักกันไปมากกว่านี้อีกแล้ว


กฎของการแอบชอบคือการชอบแบบแอบๆ ไม่ให้อีกฝ่ายรู้ และไม่แสดงตัวให้เขารู้


แต่ผมกำลังละเมิดกฎ


“หยิ่ง?” ผมแทบจะสำลักน้ำลายตัวเองกับคำพูดของอีกฝ่าย


“น้อยกว่านายนะ” ผมตอบกลับพลางกลั้วหัวเราะแผ่วเบา


“ฉันไม่ได้หยิ่ง” และก็เป็นอย่างที่คิด ท้องฟ้าสวนกลับมาทันควัน แถมเสียงก็ดูจะติดแข็งๆ ขึ้นหน่อยด้วย


“แค่ไม่ชอบแสดงออก” ผมไหวไหล่เบาๆ คล้ายกับคู่สนทนาจะเห็นมัน แต่เชื่อเถอะว่าถ้าท้องฟ้ามาอยู่ตรงหน้าผมคงไม่กล้าแม้แต่จะพูดกับเขาด้วยซ้ำ แต่เพราะเขาไม่เห็นหน้าผมไงผมถึงได้กล้าต่อปากต่อคำกับเขา ปกติแค่เดินผ่านกันผมก็นิ่งราวกับถูกสาปให้เป็นหินแล้ว เมธมันชอบด่าว่าผมบ้าทุกครั้งเวลาที่เดินสวนกับท้องฟ้าโดยบังเอิญ


ผมมันก็พวกเก่งแต่ลับหลังอย่างที่นทีเคยสบประมาทเอาไว้นั่นแหละ ตั้งแต่เจอเขาที่สวนสาธารณะครั้งนั้นผมก็เอาแต่แอบถ่ายรูปท้องฟ้าเก็บไว้ราวกับเป็นพวกโรคจิตแล้วก็เอามาวาดรูปใส่สมุดสเก็ตซ์ภาพที่มีหน้าปกสีน้ำเงิน(ซึ่งมันเป็นสีที่ท้องฟ้าชอบ)และมีชื่อของอีกฝ่ายเขียนด้วยรายมืออันเป็นเอกลักษณ์อยู่บนหน้าปก


“...” คนที่อยู่อีกฝั่งของมุมตึกไม่ได้ตอบอะไรกลับมา ผมชั่งใจอยู่พักหนึ่งก่อนจะตัดสินใจว่าจะทำอะไรต่อ


“ฉันเข้าใจนะ บางครั้งนายอาจรู้สึกว่าการที่คนอื่นมีปฏิกิริยาที่มากกว่านาย มันดูไร้สาระและน่ารำคาญ แต่ลองมองในมุมกลับสิ การที่นายไม่พูดไม่แสดงออกมันก็เป็นสิ่งที่น่ารำคาญสำหรับคนรอบข้างเหมือนกัน”


คนเรามักมีลักษณะเฉพาะตัวที่แตกต่างกัน ผมไม่รู้ว่าคนอื่นจะเข้าใจความเป็นท้องฟ้ามากน้อยแค่ไหน เขาก็แค่ไม่ชอบที่จะแสดงอารมณ์ออกมาไม่ว่าจะทางสีหน้าหรือท่าทาง มันอาจเป็นข้อเสียในสายตาของคนอื่น แต่ถ้ามองอีกแง่มันก็เป็นข้อดี เพราะนั่นเท่ากับว่าเขาเป็นคนที่เก็บอารมณ์เก่งมากเลยนะ ผมไม่เคยเห็นเขาแสดงท่าทีโกรธเคืองใครเลยสักครั้ง และแน่นอนว่าก็ไม่เคยเห็นเขาแสดงท่าทางดีใจเลยด้วยเช่นกัน นอกจากใบหน้าอ่อนโยนที่มองลูกนกปีกหักในตอนนั้นแล้วผมก็ไม่เคยเห็นด้านอื่นของเขาอีกเลย ถ้าอยากรู้อารมณ์และความรู้สึกของท้องฟ้าล่ะก็ต้องตั้งใจสังเกตมากๆ เลยล่ะ


ผมมักจะสังเกตจากแววตาของเขาเสมอ


“รู้ดี” แม้น้ำเสียงจะเป็นในโทนที่ราบเรียบแต่จากคำพูดแล้วก็พอจะเดาได้ว่าเขากำลังค่อนขอดผมอยู่


“ฉันเองก็เป็น” หลายครั้งที่ผมมักไม่แสดงอารมณ์หรือความรู้สึกกับสิ่งรอบข้างที่ผมพบเจอเพราะรู้สึกว่าบางทีมันก็ไม่จำเป็นที่จะต้องแสดงมันออกมาให้คนอื่นได้รับรู้ก็ได้


“ผิดเหรอที่ฉันเป็นคนแบบนี้?” อีกฝ่ายเงียบไปพักหนึ่งก่อนจะย้อนถามกลับมา


“ไม่ คนเราไม่ผิดหรอกที่จะมีนิสัยที่แตกต่าง ถ้าเหมือนกันทั้งโลก มันคงน่าเบื่อแย่ มนุษย์น่ะเป็นสิ่งที่น่ามหัศจรรย์ที่สุดในโลกแล้ว ทั้งอารมณ์และความรู้สึก การนึกคิดต่างๆ อีก เป็นอะไรที่โคตรซับซ้อน” โลกใบนี้ต้องการความหลากหลาย เราไม่จำเป็นต้องเหมือนใคร การมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวน่ะเป็นอะไรที่เจ๋งที่สุดแล้ว


“เหมือนนาย” พอผมพูดจบเขาก็สวนขึ้นมาทันที ผมแอบเบ้ปากด้วยความหมั่นไส้


“ไม่ใช่ฉัน แต่เป็นนายต่างหาก” ใครกันแน่ที่ซับซ้อนและเข้าใจยาก


สิ่งมีชีวิตที่ชื่อท้องฟ้าน่ะเป็นอะไรที่โคตรซับซ้อนและเข้าใจยากมากที่สุดในโลกแล้ว


“ฉันควรทำยังไง?”


โอ้โห ช่างเป็นปัญหาโลกแตกจริงๆ


“ไม่ต้องทำอะไรหรอก ที่นายเป็นนายตอนนี้น่ะมันดีมากแล้ว ถ้าใครสักคนจะชอบนายหรือถ้าเขาอยากอยู่กับนายจริงเขาก็จะเข้าใจในตัวตนของนายเอง นายไม่ใช่คนที่เมินเฉยต่อทุกสิ่ง แต่เป็นคนที่เก็บทุกรายละเอียดอยู่เงียบๆ ต่างหาก หรือถ้านายอยากเปลี่ยนตัวเอง แค่นายพูดบอกความคิดหรือความรู้สึกของตัวเองบ้างในบางครั้ง ไม่ทำหน้านิ่งเป็นก้อนหินอยู่ตลอดเวลา แค่นั้นก็น่าจะพอแล้ว” นี่ผมไม่ได้พูดแซะเขาเลยนะ ออกมาจากใจล้วนๆ เลย


“นายพูดเหมือนรู้จักฉัน” ผมสะอึกไปกับคำพูดนั้นและเงียบไปสักพักเพื่อคิดหาคำโต้ตอบกลับ


“จะมีสักกี่คนที่ไม่รู้จักท้องฟ้าที่อยู่ห้องคิง” แม้คำโต้นี้จะดูไม่ค่อยตรงประเด็นนักก็เถอะ แต่ผมจะให้เขารู้ไม่ได้ว่าผมแอบเฝ้ามองเขามาตลอดหนึ่งปีจนรู้จักเขาดีขนาดไหน


“นายคิดว่าฉันควรเปลี่ยนตัวเองไหม?” สนิทกันขนาดไหนถึงได้มาปรึกษาปัญหาชีวิตกันเนี่ย?


ผมส่ายหัวเบาๆ ด้วยรอยยิ้ม ปกติท้องฟ้าไม่พูดมากขนาดนี้หรอก ยิ่งกับคนแปลกหน้าด้วยแล้ว แต่อาจเป็นเพราะเราไม่ได้คุยกันอย่างเห็นหน้าเลยทำให้เขายอมพูดกับผมก็เป็นได้ หรือไม่เขาก็อาจจะคิดว่าผมไม่ได้มีพิษมีภัยอะไร


“อืม นั่นสิ เรื่องแบบนี้มันอยู่ที่ตัวนายว่านายโอเคกับสิ่งที่เป็นอยู่ไหม? ถ้านายโอเคก็ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยน แต่ถ้านายคิดว่าไม่ก็ลองเปลี่ยนดู” แต่ผมไม่อยากให้เขาเปลี่ยนนะ ที่เป็นอยู่ตอนนี้มันก็ดีมากแล้ว


ท้องฟ้าที่เป็นท้องฟ้าน่ะดีที่สุดแล้วล่ะ


“ฉันอยากรู้ความคิดของนาย”


ผมควรจะต้องรู้สึกยังไงกับประโยคนี้ดี?


“ไม่ต้องเปลี่ยนหรอก แค่ยิ้มให้มากขึ้นอีกนิดก็พอแล้ว” ผมก้มลงมองสมุดวาดรูปในมือพร้อมรอยยิ้มบาง ภาพวาดของท้องฟ้าทำให้ผมไม่สามารถหุบยิ้มได้ ผมชอบที่เขาเป็นแบบนี้ เขาไม่ควรเปลี่ยนตัวเองเพื่อใคร ไม่ควรฝืนสิ่งที่ไม่ใช่ตัวเองเพื่อคนที่ไม่คิดจะเข้าใจหรือยอมรับในตัวเขา ผมเชื่อว่าถ้ามีคนเข้าใจในสิ่งที่เขาเป็นจริงๆ คนๆ นั้นจะต้องตกหลุมรักเขาอย่างที่ผมเป็นอยู่แน่ๆ


“เหรอ?” เขาขานรับกลับมาเพียงสั้นๆ เท่านั้น


“อืม จะมืดแล้ว ฉันกลับก่อนดีกว่า อ้อ ไม่ต้องมาแอบมองนะ” ถึงปากจะพูดว่าจะกลับแต่ผมก็ยังคงนั่งอยู่ที่เดิมไม่ได้ขยับไปไหน ไม่แม้แต่จะเก็บของเตรียมกลับบ้านเสียด้วยซ้ำ


“ทำไม?” อีกฝ่ายสวนกลับมาทันควัน


“แบบนี้น่ะดีแล้ว” ผมหันมองไปยังตำแหน่งที่คาดว่าท้องฟ้ากำลังนั่งอยู่แล้วยกยิ้มบางให้กับกำแพงสีขาวสะอาดตา เราไม่มีความจำเป็นที่จะต้องข้องเกี่ยวกันอีก ผมรู้ดีว่าทั้งผมและเขานั้นต่างกันมาก เขาอยู่สูงเกินกว่าที่ผมจะเอื้อมมือไปถึง แม้เขาจะดูเหมือนอยู่ใกล้แค่เอื้อมแต่ในความเป็นจริงแล้วมันห่างไกลกันมาก


ท้องฟ้าคือคนที่เพียบพร้อมทุกอย่าง เขาคือคนที่เข้าใกล้คำว่าเพอร์เฟค แต่ผมมันก็แค่คนธรรมดาที่ได้แต่เพ้อฝันถึงเขาไปวันๆ ผมไม่ได้รวยล้นฟ้าอย่างเขา ไม่ได้เรียนเก่งหรือมีความสามารถรอบด้านแบบเขา ไม่ได้อยู่ท่ามกลางผู้คนที่เอาแต่ชื่นชมเช่นเขา อย่าว่าแต่เอาตัวเองไปเทียบเท่าเขาเลย แค่มองไปที่แพรว ผมก็รับรู้ได้ถึงความแตกต่างและห่างชั้นแล้ว ผมมันก็แค่คนธรรมดาทั่วไปที่ไม่ได้โดดเด่นอะไร   


“ไม่แฟร์นี่” มันไม่มีความยุติธรรมอยู่บนโลกใบนี้อยู่แล้วนะ


“กลับบ้านได้แล้วท้องฟ้า” ผมเอ่ยไล่คนที่อยู่อีกฝั่งหนึ่งของมุมตึกเมื่อท้องฟ้าในตอนนี้มืดสนิทเป็นที่เรียบร้อยแล้ว


“อืม” เสียงทุ้มขานรับขึ้นแผ่วเบาแล้วตามมาด้วยเสียงของอีกฝ่ายที่ลุกขึ้นยืนและปัดฝุ่นตามเนื้อตามตัว ผมเงียบฟังเสียงฝีเท้าที่ค่อยๆ เดินไกลออกไปเรื่อยๆ เมื่อแน่ใจแล้วว่าท้องฟ้าไม่ได้อยู่ตรงนี้แล้วผมก็ชะโงกหน้าออกไปมอง แผ่นหลังกว้างที่ผมมักจะเฝ้ามองเขาในที่ห่างไกลเริ่มเล็กลงเรื่อยๆ จนภาพของอีกฝ่ายเดินหายออกไปจากสายตาของผม


ท้องฟ้ากับทะเลน่ะมันอยู่ห่างไกลกันมากเลยนะ เอื้อมยังไงก็ไม่มีทางเอื้อมถึงหรอก เหมือนอย่างตอนนี้ที่ต่อให้อยู่ใกล้กันยังไงแต่ก็ไม่มีทางเอื้อมมือไปถึงอยู่ดี ต่อให้ใกล้ยังไงก็ยังไกล เพราะสิ่งที่ทำให้ห่างไม่ใช่ระยะทางแต่เป็นความรู้สึกของผมกับเขาที่แตกต่างกันต่างหาก


แต่ไม่ว่ายังไง สุดท้ายแล้วทะเลก็จะไม่มีวันหนีหายไปจากท้องฟ้า จะอยู่เคียงข้างแม้เป็นได้แค่เงาที่สะท้อนของท้องฟ้าก็ตาม ต่อให้คนทั้งโลกจะถอยห่างจากท้องฟ้า แต่ทะเลจะไม่มีวันจากไปไหน ขอแค่ท้องฟ้าหันมาก็จะมองเห็นทะเลที่อยู่ที่เดิมไม่เคยเปลี่ยนแปลง







-------------------------------------------------------------------------------------------






ไม่ยกทะเลให้ท้องฟ้าแล้วได้ไหม? อยากเก็บน้องไว้ในใจเรา 

ฝากท้องฟ้ากับทะเลไว้ในอ้อมกอดของทุกคนด้วยนะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.397K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,611 ความคิดเห็น

  1. #2593 desbestiny (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2563 / 18:58
    ใครว่าล่ะทะเล ท้องฟ้ากับทะเลก็บรรจบกันได้นะ แค่ต้องเข้าไปใกล้สุดขอบฟ้าให้มากขึ้นเท่านั้นเองงงงง หึหึ
    #2,593
    0
  2. #2565 Spices_smile (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2562 / 08:21
    ทะเลโคตรดี
    #2,565
    0
  3. #2532 Ruruka Buta (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2562 / 18:14

    อยากกอดน้องงงงงงงงงงงงงงง

    #2,532
    0
  4. #2484 Jibangrin (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 1 เมษายน 2562 / 17:07
    โอ้ยย น้องงงง เด็กดี
    #2,484
    0
  5. #2451 Pimnok2124 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 5 มีนาคม 2562 / 06:43
    อีพี่ท้องฟ้าโว้ย ลูกอมมันก็ต้องหวานอยู่แล้วสิ!!😂😂
    #2,451
    0
  6. #2450 Pimnok2124 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 5 มีนาคม 2562 / 06:38
    คุณต้นไม้กับคุณดอกไม้ ทะเลน่าร้ากกกก♡♡
    #2,450
    0
  7. #2347 MinttnimEzs (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2561 / 11:04
    ฟังเพลง sky & sea ยิ่งอินเข้าไปอี๊กกกก
    #2,347
    0
  8. #2263 maybee23 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2561 / 16:22
    ทะเลเป็นเด็กดีจังนะ
    #2,263
    0
  9. #2221 PPadr_ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2561 / 15:04
    โอ้ยน้องงงงงง
    #2,221
    0
  10. #2213 I'm kan. (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2561 / 21:26
    โง้ยยยย น้องงงงงงงงงง
    #2,213
    0
  11. #2206 AunApikana (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2561 / 19:07
    โอ้ยเวรี่กู้ดมากไม่รู้ว่าจะมีสักคนไหมที่ยังเป้นเเบบนี้
    #2,206
    0
  12. #2147 Kim-kibom (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2561 / 20:33
    น้องใส่ใจท้องฟ้ามาตลอดเลย
    #2,147
    0
  13. #1991 PNM_มมม (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2561 / 02:42
    เราว่าทะเลกดตัวเองมากเกินไป ไม่มั่นใจในคุณค่าของตัวเอง แล้วเทิดทูนท้องฟ้ามากไป จริงๆตัวเองออกจะมีข้อดีและคุณค่าเยอะแยะแต่กดตัวเองจนมองไม่เห็นจุดนั้นเลยง่ะ
    #1,991
    0
  14. #1982 Thensan (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2561 / 21:52
    อ่านเเล้วน้ำตาไหลเลยอ่ะ หน่วงมากเลย
    #1,982
    0
  15. #1937 ikonyg (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2561 / 09:55
    ทุกคนคงเข้าใจแล้วสินะว่าทำไมน้องถึงอยากร้องไห้ ฮืออออออออแ
    #1,937
    0
  16. #1888 Piszerel (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2561 / 21:05
    น้ำตารื้นเลยอ่ะ ฮือ...
    #1,888
    0
  17. #1868 RandyHiroki (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2561 / 22:32

    น้องไม่อยากให้เปลี่ยน ท้องฟ้าก็เลยยังอินดี้เหมือนเดิมสินะ. ง่ออออออล

    #1,868
    0
  18. #1865 mai146 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2561 / 10:24
    ทะเล น่ารักจังวะ งื้อออ
    #1,865
    0
  19. #1853 Corona_Borealis (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2561 / 02:02
    ละมุนมากกกก แต่ทะเลอย่ากดค่าตัวเองลงแบบนี้สิ~~~ ไม่มีคำว่าอยู่สูงเกินไปหรอกกกกกก
    #1,853
    0
  20. #1787 duckkymyung (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2561 / 16:23
    งือออออ เขินเลยอ่ะความรู้​สึกนี้
    #1,787
    0
  21. #1703 Miki_milky (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 23 เมษายน 2561 / 07:20
    ทะเลใจกว้างจัง
    #1,703
    0
  22. #1648 Salintip Thongsuwan (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 20 เมษายน 2561 / 14:07
    แอบชอบนี่มันดีจริงๆน้าา ชอบตอนนี้จัง
    #1,648
    0
  23. #1551 saiDarkrose (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 เมษายน 2561 / 21:00
    เป็นการแอบรักที่ดีจริงๆเลยน้าาาา อยากทำได้แบบทะเลบ้างงง
    #1,551
    0
  24. #1280 IRosé (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 27 มีนาคม 2561 / 23:02
    ชอบตอนนี้จังเลย ชอบความคุยกันแบบไม่เห็นหน้า
    #1,280
    0
  25. #1270 teexpiw (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 27 มีนาคม 2561 / 16:56
    โคตรเฉียบบบ
    #1,270
    0