SKY & SEA ท้องฟ้ากับทะเล [สนพ. 2U Publishing] [YAOI] : Spin-Off

ตอนที่ 42 : ท้องฟ้ากับทะเล : 20 [2/2]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12,112
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 617 ครั้ง
    2 ก.ย. 61






“โอ๊ะ! ขอโทษครับ” ผมรีบร้องบอกคนที่ผมเดินชนเมื่อกี้ทันที เพราะทั้งผมและเขาต่างก็จะเดินเข้าไปในสตูดิโอเลยทำให้ชนกันเข้า


“ไม่เป็นไรครับ อ้าว ทะเล” คนที่ตัวสูงกว่าผมหลายเซนติเมตรประคองผมให้ยืนดีๆ ก่อนจะร้องเสียงแปลกใจออกมาเมื่อเห็นว่าเป็นผม เมื่อถูกเรียกผมก็หันไปมองทันที แต่ก็นิ่งไปหลายวินาทีเพื่อนึกถึงชื่อของอีกฝ่าย


“พี่รวิ! ผมร้องออกมาด้วยความตกใจเมื่อนึกขึ้นได้ว่าคนตรงหน้าเป็นใคร


ทุกคนจำพี่รวิกับพี่ศศิได้ไหมครับ? คู่รักที่ผมเจอที่หัวหินไง


“จำพี่ได้ด้วยเหรอ?” พี่รวิถามผมด้วยรอยยิ้มบางๆ


“จำได้สิครับ พี่มาทำอะไรที่นี่เหรอครับ?” ผมยิ้มตอบก่อนจะชะเง้อคอมองเข้าไปข้างในภายในอาคารสามชั้นที่อยู่ตรงหน้า ที่นี่คือสตูดิโอของพ่อผมเอง วันนี้ผมมาหาพ่อตามที่พ่อเรียกร้องมา


“พี่มาช่วยงานคุณเทมส์น่ะ”


“พ่อเหรอ?” ผมทวนคำอย่างงงๆ นี่อย่าบอกนะว่าพี่รวิรู้จักพ่อผมด้วยน่ะ


“ทะเลเป็นลูกของคุณเทมส์เหรอ?” คนตรงหน้ามองผมอย่างแปลกใจ แล้วกวาดสายตามองผมตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างไม่เชื่อสายตา


“ครับ” ผมได้แต่ยิ้มแหยตอบกลับ ถ้าดูเผินๆ แล้วผมแทบจะไม่มีอะไรเหมือนพ่อเลยนะ แต่ถ้าตั้งใจดูจริงๆ ก็มีส่วนที่คล้ายอยู่บ้างแหละ


“บังเอิญจริงๆ”


“พี่ศศิไม่มาด้วยเหรอครับ?” ผมพยักหน้ารับอย่างเห็นด้วยก่อนจะหันมองหาใครอีกคน ผมรู้สึกถูกชะตากับพี่ทั้งสองคนมาก โดยเฉพาะพี่ศศิ ถึงพี่เขาจะดูเข้าถึงยากแต่ผมว่าพี่เขาน่าสนใจมากเลยนะ


“ทำงานน่ะ” พอพูดถึงคนรักปุ๊บดวงตาของพี่รวิก็อ่อนลงทันที ทุกคนเชื่อไหมว่าทุกรูปที่ผมถ่ายให้พวกพี่เขาไม่มีภาพไหนเลยที่พี่รวิมองกล้อง ทุกภาพทุกรูปพี่รวิจะหันไปมองพี่ศศิตลอด และสายตาที่พี่รวิใช้มองแฟนของเขานั้นก็ทั้งรักทั้งหลงเลยแหละ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่ารักมากขนาดไหน


“ทะเล” เสียงทุ้มที่คุ้นหูดังขึ้นพร้อมร่างสูงของท้องฟ้าที่เดินเข้ามาด้วยแววตาแปลกใจที่เห็นผมยืนคุยกับคนแปลกหน้าที่เขาไม่รู้จักอยู่ พอดีท้องฟ้าไปจอดรถข้างๆ ตึกเขาเลยให้ผมเดินเข้ามาก่อนเพราะแดดมันร้อน


“ท้องฟ้า นี่พี่รวิเป็นผู้ช่วยของพ่อ พี่รวิครับ นี่ท้องฟ้า แฟนผมครับ” ผมหันไปแนะนำให้ทั้งสองคนได้รู้จักกัน และเมื่อผมบอกว่าท้องฟ้าเป็นแฟนผมพี่รวิก็กระตุกยิ้มมุมปากเบาๆ แต่ท่าทางของเขามันทำเอาผมหน้าร้อนผ่าว


อะไรกัน? ทีตอนพี่เขาแนะนำตัวกันผมยังไม่ล้อเลย ทีตอนนี้กลับมาล้อผมเฉย


“สวัสดีครับ” ท้องฟ้าพยักหน้ารับอย่างเข้าใจแล้วหันไปยกมือไหว้คนที่อายุมากกว่า


“ยินดีที่ได้รู้จักนะ” พี่รวิก็ทักทายกลับมาอย่างเป็นกันเอง


“ไม่คิดว่าพี่จะรู้จักกับพ่อด้วย” ผมมองพี่รวิอย่างทึ่งๆ ก็ว่าอยู่แหละว่าอีกฝ่ายน่าจะชอบถ่ายรูปหรือไม่ก็เป็นพวกเล่นกล้องแต่ใครจะคิดล่ะว่านี่น่ะช่างภาพตัวจริง แถมยังรู้จักกับพ่อผมด้วยแล้วที่บอกว่ามาช่วยงานนี่คงไม่ธรรมดา พ่อผมไว้ใจคนยากยิ่งเป็นเรื่องงานยิ่งไม่ชอบให้ใครเข้าไปยุ่ง ทำเองหมดทุกอย่าง


อารมณ์คล้ายกับเป็นตั้งแต่ยามยันผู้บริหารนั่นแหละ พ่อผมน่ะ


“นั่นสิ โลกกลมจริงๆ เลยนะ” พี่รวิยกยิ้มบาง ซึ่งผมก็เห็นด้วย


“อ่า อยากเจอพี่ศศิจังเลยครับ” ถ้าได้เจอกันอีกสักครั้งก็คงจะดีนะ


“พี่ยังต้องทำงานให้พ่อเราอีกนาน เอาไว้พี่จะบอกศิให้นะ ไว้ว่างๆ ก็นัดเจอกันก็ได้”


“ดีเลยครับ”


“เข้าไปข้างในได้แล้วล่ะ ป่านนี้พ่อเราเขารอนานแล้ว” พี่รวิพยักพเยิดหน้าเข้าไปข้างในตัวอาคาร


“ครับ เอาไว้เจอกันใหม่นะครับพี่รวิ”


“อืม” ผมกับท้องฟ้ายกมือไหว้คนอายุมากกว่าซึ่งพี่รวิเองก็รับไหว้ก่อนจะเดินแยกออกไป


“รู้จักกันนานแล้วเหรอ? ดูสนิทกันจัง” ดวงตาคู่คมมองตามแผ่นหลังกว้างของพี่รวิไปก่อนจะหันมาถามผมด้วยความสงสัย


“เพิ่งรู้จักกันเมื่อตอนไปหัวหินครั้งล่าสุด พี่รวิกับพี่ศศิเขามาขอให้เลถ่ายรูปคู่ให้น่ะ” แล้วผมก็เล่าให้ท้องฟ้าฟังอีกว่าพี่รวิกับพี่ศศิก็เป็นเหมือนพวกเรานั่นแหละ คือเป็นคู่รักชาย-ชายเหมือนกัน


“จะว่าไปเราก็ไม่มีรูปคู่กันเลยเนอะ” จู่ๆ คนตรงหน้าผมก็เอ่ยขึ้นลอยๆ


“อยากถ่ายบ้างหรือไง?” ผมเอียงคอมองอย่างงงๆ คนที่ไม่ชอบการถ่ายรูปแบบท้องฟ้าเนี่ยนะอยากจะมีรูปคู่?


“อืม ถ้าเอาลงไอจีก็คงจะดี” เขาพูดพึมพำคล้ายกับกำลังคุยกับตัวเองอยู่


“ขี้อวดเหรอ?” อดจะแหย่กลับไม่ได้จริงๆ ครับ ครั้งก่อนที่เขาเอารูปผมลงก็ทั้งเขินทั้งอาย โดนแซ็วจนแทบจะไม่กล้าเดินไปไหนในมหาลัยเลย ขนาดทุกวันนี้ยังโดนแซ็วไม่เลิก ยิ่งถ้าเจอพี่รีนะยิ่งไม่ต้องพูด รุ่นพี่ในคณะผมนี่ตัวดีเลย


“คนอื่นจะได้รู้ว่าทะเลเป็นของท้องฟ้าไง” ตอบกลับมาด้วยเสียงทุ้มนุ่มน่าฟังแถมตบท้ายด้วยรอยยิ้มละมุนที่ทำเอาคนมองแทบจะลงไปนอนกองกับพื้น


อยู่ๆ ก็รู้สึกขาอ่อนขึ้นมาทันที


“ขี้หวง” ผมบ่นอุบโดยที่ไม่ได้เงยหน้าขึ้นสบตากับอีกฝ่ายเพราะรู้สึกหวั่นๆ กับสายตาหวานๆ ที่มองมาอยู่ไม่น้อย 


“อือ” เสียงตอบรับอย่างหนักแน่นทำเอาผมเผลอกัดริมฝีปากล่างของตัวเองแน่นเพื่อกลั้นรอยยิ้มเอาไว้  ถ้าเผลอยิ้มออกไปปากมันจะต้องฉีกยิ้มกว้างถึงหูแน่เลย


“นี่! จะจีบกันอีกนานไหม!?”


“พ่อ” ผมสะดุ้งจนตัวโยนเมื่อได้ยินเสียงของพ่อตะโกนเสียงดังลั่นมาจากระเบียงชั้นสองที่อยู่เหนือหัวของพวกเรา


“เข้ามาข้างในมา” พ่อกวักมือให้เราทั้งคู่เดินขึ้นไปหา ผมกับท้องฟ้าเลยเดินเข้าไปข้างในตัวตึกแล้วเดินขึ้นไปยังชั้นสองอย่างรวดเร็ว


“สวัสดีครับ”


“ทะเลคิดถึงพ่อ” ผมพุ่งเข้าไปกอดพ่อเอาไว้แน่น ไม่ได้เจอกันตั้งนาน คิดถึงมากๆ เลยล่ะ


“พ่อก็คิดถึงลูก” พ่อกอดผมกลับแล้วโยกตัวไปมาเบาๆ ทำเหมือนตอนผมเป็นเด็กๆ ไม่มีผิด


“พ่อมีอะไรหรือเปล่าครับ?” ผมเดินไปนั่งยังโซฟาสีดำที่อยู่ตรงกลางห้อง ห้องนี้เป็นห้องทำงานส่วนตัวของพ่อ ถัดไปข้างในจะมีห้องน้ำและห้องนอนอยู่ด้วย ผมออกจะแปลกใจอยู่ไม่น้อยที่พ่อยังไม่ได้ขายสตูดิโอนี้ไปทั้งที่ก่อนหน้านี้พ่อบอกว่าจะขายมัน ภายในอาคารสามชั้นนี้ยังคงเหมือนเดิม อาจจะมีเปลี่ยนแปลงไปบ้างบางจุด มีการต่อเติมและตกแต่งใหม่นิดหน่อย แต่โดยรวมแล้วก็ไม่ได้เปลี่ยนไปจากเดิมมากนัก


นี่คือที่ที่พ่อรักมากพอๆ กับบ้านที่หัวหินเลย


“เลอยากกลับไปอยู่บ้านไหมลูก?”


“บ้าน?” ผมที่กำลังมองสำรวจภายในห้องทำงานของพ่อก็ชะงักค้างหันกลับไปมองคนพูดด้วยความตกใจ


“ใช่ บ้านของเรา” พ่อพยักหน้ายืนยันคำตอบ


“ไหนพ่อบอกขายไปแล้วไง?”


“พ่อไม่ได้ขาย พ่อขายมันไม่ลง ทั้งบ้านแล้วก็คอนโด พ่อคิดว่าเก็บไว้ให้เป็นสมบัติของลูกน่าจะดีกว่า” จู่ๆ ผมก็รู้สึกร้อนที่ขอบตาขึ้นมา เพียงแค่คำว่าบ้านของเรา บ้านที่ผมอยู่ตั้งแต่เด็กจนโต บ้านที่มีความทรงจำของพวกเราทั้งสามคนอยู่เต็มไปหมด บ้านที่พวกเราอยู่ด้วยกัน


“พ่อจะอยู่กับทะเลใช่ไหม?” ผมถามพ่อด้วยน้ำตาที่นองหน้า ผมหลงคิดมาตลอดว่าพ่อขายบ้านกับคอนโดไปแล้ว คิดว่าสิ่งเดียวที่พ่อไม่กล้าขายคือบ้านที่หัวหิน แต่เปล่าเลย พ่อไม่เคยขายมันเลยสักอย่าง ทั้งบ้าน คอนโดหรือแม้แต่สตูดิโอของพ่อเอง จริงๆ แล้วพ่อไม่ได้คิดจะไปไหน พ่อยังคงคิดที่จะกลับมาที่นี่อยู่สินะ


“แน่นอน พ่อจะอยู่กับลูก” รอยยิ้มอ่อนโยนปรากฏขึ้นบนใบหน้าของผู้ชายที่ผมรักมากที่สุดในโลก


“พ่อพูดจริงเหรอ? อยู่ด้วยกันตลอดไปเลยนะ” ผมโผเข้ากอดพ่อแน่นและยิ่งพ่อกอดตอบกลับมาน้ำตาที่ไหลอยู่ก็ยิ่งไหลลงมาอย่างต่อเนื่องไม่ขาดสาย ในที่สุด สิ่งที่ผมรอคอยก็เป็นจริง ผมมีโอกาสได้อยู่กับพ่อแล้ว


“แล้วลูกจะไม่ไปอยู่กับแฟนลูกเหรอ?” หลังจากที่พ่อปล่อยให้ผมร้องไห้ซบอกอยู่สักพักพ่อก็ดันไหล่ผมออกแล้วพยักพเยิดหน้าไปทางท้องฟ้าที่นั่งอยู่ที่โซฟาข้างๆ กัน


“พ่อ” ผมเบะปากมองหน้าพ่อที่ดูยังไงก็รู้ว่าจงใจล้อเลียนผมชัดๆ


“ท้องฟ้า” แล้วพ่อก็หันไปสนใจท้องฟ้าแทนผมเฉยเลย


“ครับ”


“ทะเลดื้อหรือเปล่า?”


“ทำไมถามแบบนั้นล่ะครับพ่อ?” ผมร้องถามพ่อหน้าตาเหลอหลา อยู่ดีๆ มาถามอะไรแบบนี้เนี่ย?


“พ่อคุยกับท้องฟ้าอยู่นะทะเล” แล้วผมก็โดนพ่อหันมาดุทันทีที่เผลอร้องโวยวายออกไป


อ้าว นี่ผมผิดเหรอ?


“ดื้อครับ ดื้อเป็นบางครั้ง แต่ก็คุยกันได้ ไม่ได้งอแงอะไรมาก” ท้องฟ้าหันมาสบตากับผมแวบหนึ่งก่อนจะหันกลับไปตอบคำถามของพ่อด้วยท่าทางนิ่งๆ ไม่ได้มีแววกดดันแต่อย่างใด


อืม พ่อก็ไม่อยากพูดอะไรมากหรอกนะ ถือว่าโตๆ กันแล้ว แต่ถ้ามีปัญหาอะไรก็มาปรึกษาพ่อได้ตลอดเลย เข้าใจไหม? ผมหรี่ตามองพ่ออย่างไม่ไว้ใจ ถึงพ่อจะไม่ได้มีท่าทีกดดันหรือปล่อยรังสีอะไรแปลกๆ ออกมาก็เถอะ แต่ผมก็ยังไม่ไว้ใจพ่ออยู่ดี มันไม่น่าจะง่ายขนาดนี้นะ


“ขอบคุณครับพ่อ” ท้องฟ้ายกมือขึ้นไหว้พ่อของผมอย่างนอบน้อมซึ่งพ่อเองก็พยักหน้ารับเบาๆ


“ทะเล นี่กุญแจคอนโด มันใกล้มหาลัยของลูก ถ้าอยากย้ายไปอยู่ก็ไปได้ พ่อเดินไปหยิบกุญแจคอนโดที่เคยเป็นของผมออกมาจากลิ้นชักโต๊ะทำงาน ผมรับมาด้วยรอยยิ้มกว้าง ลึกๆ แล้วก็อดจะคิดถึงไม่ได้ ผมอยู่ที่นั่นเกือบหนึ่งปีเลยนะ


“พ่อครับ ผมมีเรื่องจะปรึกษาพ่อ” ผมหันมองท้องฟ้าด้วยความสงสัย เขามีเรื่องอะไรจะปรึกษาพ่อผมด้วยเหรอ? ก่อนหน้านี้ไม่เห็นพูดอะไรกับผมสักคำ


“ว่ามาสิ อ้อ ทะเลออกไปซื้อกาแฟให้พ่อหน่อยสิ” พ่อพยักหน้ารับนิ่งๆ ก่อนจะหันมามองหน้าผมเชิงบังคับและกดดันนิดๆ


“กาแฟ? ที่ไหนครับ?” แถวนี้มีร้านกาแฟด้วยเหรอ? ผมว่าผมไม่เคยเห็นนะ


“หน้าปากซอยมีร้านกาแฟอยู่ เอาเงินในกระเป๋าพ่อไปสิ” ว่าแล้วก็ยื่นกระเป๋าเงินมาให้


“แดดมันร้อนนะครับ” ผมกลอกตาไปมา ทั้งตึกนี้ไม่มีกาแฟกินหรือยังไง? แล้วแดดข้างนอกนั่นก็ไม่ต่างกับเดินอยู่ในขุมนรกเลยนะ


ร้อนจนต้องร้องขอชีวิต!


“เอารถฟ้าไปก็ได้เล” แล้วกุญแจรถหรูราคาแพงกว่าบ้านหนึ่งหลังก็ถูกยื่นมาตรงหน้าผม


“ก็ได้” ผมมองมันอย่างชั่งใจ เหลือบมองแดดข้างนอกแล้วก็ตัดสินใจรับกุญแจรถมาถือไว้ นี่เป็นครั้งที่สองที่ผมได้ขับรถของท้องฟ้า ครั้งแรกคือเมื่อวันก่อนที่ท้องฟ้าสอบเสร็จแล้วสภาพไม่ต่างจากซอมบี้ ผมอดเป็นห่วงทั้งตัวเขาและตัวเองไม่ได้เลยอาสาขับรถกลับบ้านให้


ผมยืนมองหน้าพ่อกับท้องฟ้าสลับกันไปมาอยู่พักหนึ่งก่อนจะยอมตัดใจเดินออกจากห้องไป


เออ ไม่รู้ก็ได้วะ

 





หลังจากที่ทะเลเดินออกไปทั้งห้องก็ตกอยู่ในความเงียบ ร่างสูงต่างวัยนั่งมองหน้ากันสักพักคล้ายกับจะสื่อสารกันได้เข้าใจผ่านสายตาและกระแสจิต


“พูดมาสิ” เมื่อมั่นใจว่าลูกชายหัวแก้วหัวแหวนขับรถออกไปแล้วเทมส์ก็เปิดปากพูดกับคนรักของลูกชายขึ้น


“ผมจะมาขอพ่อให้ทะเลย้ายไปอยู่กับผม พ่อจะว่าอะไรไหมครับ?” ท้องฟ้าที่นั่งเก็บรายละเอียดของพ่อแฟนอยู่นานก็เอ่ยถึงสิ่งที่เขาตั้งใจจะมาพูดด้วย


“เพิ่งคบกันเองนะ มันไม่เร็วไปหน่อยเหรอ? เกิดเลิกกันขึ้นมาเดี๋ยวจะวุ่นวายย้ายเข้าย้ายออกกันอีก เอาไว้คบกันให้ได้สักปีก่อน ถ้าอยากจะย้ายไปอยู่ด้วยกันก็ค่อยว่ากันอีกที”


ถึงจะพูดจาดูดีมีเหตุผลแต่สุดท้ายแล้วก็สรุปได้ใจความสั้นๆ ว่าไม่ให้ไป และหวงลูกมากด้วย ด้วยความที่เป็นผู้ใหญ่และอยู่ในสถานะของพ่อ เทมส์ก็ไม่อยากจะให้ลูกชายสุดที่รักเพียงคนเดียวไปอยู่กับผู้ชายคนอื่น ถึงผู้ชายที่ว่านั่นจะเป็นแฟนของลูกชายก็เถอะ กับเมธหรือกับนทีก็ยังพอเข้าใจว่าเป็นเพื่อนกัน และแม้ว่าจะรับได้เรื่องที่ลูกคบกับผู้ชายด้วยกันก็เถอะ แต่การจะให้ย้ายไปอยู่ด้วยกันนี่ทำใจไม่ได้จริงๆ เพราะยังไงมันจะต้องมีเรื่องอย่างว่าตามมาแน่ๆ


“แล้วถ้าผมอยากให้ทะเลไปค้างกับผมบ้างพ่อจะอนุญาตไหมครับ?”


แม้ว่าทุกวันนี้ทะเลจะเดินเข้าเดินออกห้องของท้องฟ้ามากกว่าห้องของตัวเองก็เถอะ แต่ท้องฟ้าก็อยากจะมาบอกกล่าวและขออนุญาตผู้ใหญ่เพียงคนเดียวของทะเลด้วยตัวเอง เขาจริงจังและจริงใจกับทะเลมาตลอด ไม่ว่าจะทำอะไรก็อยากให้ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายรับรู้ แน่นอนว่าแม่ของเขาน่ะทั้งรักทั้งเอ็นดูทะเลสุดๆ ผิดกับเขาที่ดูท่าว่าพ่อแฟนจะไม่ค่อยปลื้มเท่าไหร่ ก็ยอมรับนะว่าครั้งแรกที่ได้คุยกันก็เป็นตอนที่เขากับทะเลกำลังมีปัญหากัน คนเป็นพ่อก็คงไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่ที่ไอ้คนตรงหน้านี้เป็นคนๆ เดียวกันกับคนที่ทำให้ลูกชายของท่านร้องไห้ และต่อให้ทะเลจะไม่เคยปริปากพูดถึงเรื่องที่มีปัญหากันให้พ่อของตัวเองได้รับรู้แต่มีหรือคนที่อาบน้ำร้อนมาก่อนจะดูไม่ออกและไม่รู้น่ะ


“ที่พูดนี่รวมถึงเรื่องอย่างว่าด้วยหรือเปล่า?” ท้องฟ้าชะงักเมื่อถูกพ่อของแฟนพูดดักขึ้นมา


“ผมกับทะเลเรายังไม่เคยมีอะไรกันครับ” นั่นคือความสัตย์จริง มากสุดคือจูบ ถึงจะนอนด้วยกันแทบทุกคืนแต่ท้องฟ้าก็ให้เกียรติกับทะเลเสมอ ไม่เคยล่วงเกิน ต่อให้จะอยากทำอะไรมากกว่านั้นแต่ก็คิดว่ามันยังเร็วเกินไป เขาอยากทำให้ทะเลรู้ว่าที่เขาคบกับอีกฝ่ายไม่ใช่เพราะหวังเรื่องพรรค์นั้น อยากให้ทะเลมั่นใจในตัวของเขาให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้


อยากให้ทะเลพร้อมและยินยอมอย่างเต็มใจ ไม่ใช่ยอมเพราะความต้องการของเขาเพียงฝ่ายเดียว


“วันนี้ยังไม่ แต่ต่อไปมันก็ต้องมี มันเป็นเรื่องธรรมดาของผู้ชายเรื่องนั้นฉันก็เข้าใจ แต่ในฐานะคนเป็นพ่อก็ไม่ค่อยชอบใจเท่าไหร่หรอกนะหากจะเกิดเรื่องแบบนั้นกับลูกชายของตัวเองน่ะ”  ไม่ต้องบอกก็รู้เลยว่าใครจะอยู่ในตำแหน่งไหน เทมส์มั่นใจว่าลูกชายของเขาคงไม่มีปัญญาไปกดไอ้เด็กหน้าตายนี่หรอก เขาพยายามทำใจเย็นกับเรื่องนี้มาตลอด คิดไว้แล้วว่าการที่คนสองคนคบกันมันก็ต้องมีเรื่องแบบนั้นเข้ามาเกี่ยวด้วย ยิ่งผู้ชายกับผู้ชายมันยิ่งหนีไม่พ้น เขาเองก็เป็นผู้ชาย เขาเข้าใจดี เวลาที่อยู่กับคนที่รัก มันก็มักอยากที่จะแสดงความรักออกมา


เซ็กส์เองก็นับว่าเป็นวิธีการบอกรักอย่างหนึ่งของคู่รักเหมือนกัน


แต่ก็อย่างที่บอกนั่นแหละ หัวอกของคนเป็นพ่อ ใครเล่าจะทนไหว


“ผมสัญญาว่าจะไม่ทำรุนแรงกับทะเล”


“นี่แกรอโอกาสอยู่สินะไอ้หน้าหล่อ” ช่างภาพชื่อดังถลึงตามอง(ว่าที่)ลูกเขยของตัวเองทันทีที่อีกฝ่ายพูดจบ


“ผมจะไม่ทำหากทะเลไม่พร้อม” ไอ้หน้าหล่อของคุณพ่อตายืนยันเสียงหนักแน่น


เขาจะอดทนจนกว่าทะเลจะพร้อม เขาจะไม่บังคับหรือขอให้อีกฝ่ายยอมตามใจเขา จริงๆ แล้วท้องฟ้าก็อยากจะถนอมทะเลให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ถึงอีกฝ่ายจะชอบทำตัวน่ารัก(โดยไม่รู้ตัว)จนเขาแทบจะหมดความอดทนไปหลายครั้งแล้วก็เถอะ แต่ยังไงท้องฟ้าก็ขอยืนยันคำเดิมว่าจะรอจนกว่าทะเลจะพร้อม


“คงวางแผนล่อลวงลูกฉันเต็มที่เลยสินะ” คนเป็นพ่ออดไม่ได้ที่จะค่อนขอดเด็กหนุ่มตรงหน้า เป็นจริงอย่างที่เมธพูดนั่นแหละว่าไอ้หน้านิ่งนี่มันร้าย ทะเลไม่มีทางตามมันทันหรอก  ที่ลูกชายของเขาไปคบกับมันได้ก็คงเป็นเพราะวางแผนมาดีสินะ ทะเลจะต้องถูกมันล่อลวงและหลอกล่อให้คบกับมันแน่ๆ


“ก็พ่อบอกเองนี่ครับว่ามันเป็นเรื่องธรรมดาของผู้ชาย” คนที่ถูกค่อนขอดตอบกลับคล้ายเป็นเรื่องปกติ ไม่ได้มีความกลัวหรือกังวลแต่อย่างใด ทั้งที่ถูกมองราวกับจะถูกฆ่าหั่นศพแต่ท้องฟ้าก็ไม่หวั่น


“เอาเถอะๆ พูดไปก็เหนื่อยเปล่า เรื่องแบบนั้นมันห้ามกันไม่ได้อยู่แล้ว” สุดท้ายคนเป็นพ่อก็ถอนหายใจยาวอย่างปลงตก อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด ตราบใดที่ลูกของเขายังยิ้มได้มันก็ดีแล้วไม่ใช่หรือ?


ดีแค่ไหนแล้วที่ทะเลกลับมาร่าเริงได้แบบนี้


การมีท้องฟ้าเข้ามาในชีวิตของทะเลก็นับว่าไม่ใช่เรื่องแย่ ในทางกลับกันมันออกจะดีเสียด้วยซ้ำ ในฐานะของคนเป็นพ่อที่เห็นเรื่องงานและความรักความชอบในงานของตัวเองมากกว่าลูกชายจนปล่อยให้เด็กตัวเล็กๆ ต้องอยู่เพียงลำพังมาตลอดนั้นไม่มีสิทธิ์จะเข้าไปขัดขวางความสุขของลูกหรอก


ท้องฟ้าเป็นเรื่องราวดีๆ ในชีวิตของทะเล เรื่องนี้เขาต้องยอมรับ และการได้พูดคุยกันอย่างตรงไปตรงมาถึงสองครั้งมันทำให้เขาเชื่อว่าคนตรงหน้านี้สามารถดูแลลูกชายของเขาได้


“ครับ”


“สิ่งที่ฉันต้องการคือขอให้แกรักและดูแลลูกฉันให้ดี ทำให้ดีที่สุดในฐานะผู้ชายคนหนึ่งที่จะทำอะไรเพื่อคนที่รักได้ แกเข้าใจในสิ่งที่ฉันพูดใช่ไหม?” ในชีวิตของคนเป็นพ่อจะต้องการอะไรไปมากกว่ารอยยิ้มของลูก การที่ทะเลยังเปิดรับใครเข้ามาในชีวิตก็ถือว่าดีแล้วล่ะนะ


“ครับ ผมเข้าใจ”


“และถ้าวันไหนที่แกหมดรักลูกชายฉันแล้ว แกไม่ต้องทำอะไรมาก แค่เอาเขามาคืนให้ฉันแค่นั้นก็พอ”


ความเป็นจริงของโลกใบนี้ก็คือมีพบก็ต้องมีจาก มีรักก็ต้องมีเลิก และอะไรก็ไม่แน่ไม่นอน วันนี้อาจจะรักกันมาก แต่วันข้างหน้าจะเป็นเช่นไรก็ไม่มีใครรู้ เขาไม่ต้องการคำสัญญางี่เง่าอย่างเช่นว่าท้องฟ้าจะต้องรักทะเลไปตลอดหรือทั้งคู่จะอยู่ด้วยกันตลอดไป เขารู้ดีว่าอะไรก็เกิดขึ้นได้ แต่หากเมื่อหมดรักแล้วเขาก็อยากให้ทุกอย่างจบลงด้วยดีหรือให้มีปัญหาน้อยที่สุด ลูกชายเพียงคนเดียวเขาย่อมดูแลได้ หากวันหนึ่งท้องฟ้าไม่คิดที่จะอยากดูแลทะเลแล้ว คนเป็นพ่อก็ยินดีที่จะรับลูกกลับมาสู่อ้อมกอด และเมื่อถึงเวลานั้นเขานี่แหละที่จะเป็นคนหาคนรักใหม่ให้กับลูกชายเอง!


“ครับ” ท้องฟ้ารับคำอย่างจริงจัง แม้ในใจจะคิดว่าพ่อคงไม่มีโอกาสได้ลูกชายคืนหรอก แต่เขาก็ไม่ได้พูดอะไรออกไปทำเพียงแค่นั่งฟังและรับคำอย่างว่าง่ายเท่านั้น


“ยังไงก็ถือว่าเป็นครอบครัวเดียวกันนั่นแหละ มีปัญหาอะไรก็มาปรึกษาพ่อได้” เมื่อพูดจบ รอยยิ้มที่ท้องฟ้าไม่คิดว่าจะได้เห็นจากใบหน้าของอีกฝ่ายก็ปรากฏขึ้น นั่นทำให้ท้องฟ้านึกไปถึงคำพูดที่ทะเลเคยบอกว่าพ่อของเจ้าตัวน่ะใจดี ครั้งนี้เขาเชื่อแล้วล่ะว่าพ่อของทะเลใจดีจริงๆ ถึงจะดูไม่ค่อยชอบขี้หน้าเขาเท่าไหร่แต่สุดท้ายก็ยอมเปิดใจให้


“ขอบคุณครับพ่อ”


เป็นอีกครั้งที่ท้องฟ้ายกมือไหว้พ่อของคนรักด้วยความเคารพนับถือและรู้สึกขอบคุณจากใจจริง


แกร๊ก!


“พ่อครับ” เสียงประตูถูกเปิดออกพร้อมกับร่างสูงโปร่งของทะเลเดินเข้ามาในห้องแล้วทิ้งตัวลงข้างพ่อของตัวเอง


“มาแล้วเหรอ?” ช่างภาพคนดังยกยิ้มกว้างกว่าเดิมหลายเท่าเมื่อเห็นหน้าลูกชายเพียงคนเดียวเดินเข้ามานั่งข้างๆ


“นี่ลาเต้ของพ่อ ส่วนอันนี้มอคค่าของท้องฟ้า” แก้วกาแฟถูกยื่นไปตรงหน้าของทั้งสอง


“ขอบใจลูก”


“ขอบคุณครับ”


เมื่อพ่อและคนรักของตัวเองรับแก้วกาแฟไปถือไว้ คนที่ลงทุนขับ BMW Series X6 ออกไปซื้อมาก็ยิ้มกริ่มอย่างพึงพอใจก่อนจะทิ้งตัวลงนอนตักของผู้เป็นพ่ออย่างออดอ้อนแล้วก็ชวนคนนู้นคนนี้คุยเสียงเจื้อยแจ้ว ท้องฟ้ายังคงทำหน้าที่เป็นผู้ฟังที่ดีเหมือนเดิม ส่วนเทมส์ก็ได้แต่มองลูกชายและ(ว่าที่)ลูกเขยของตัวเองสลับไปมา แล้วก็นึกเห็นใจไอ้เด็กหน้านิ่งนี่ ดูจากสายตาที่มันมองทะเลก็รู้แล้วว่ามันทั้งรักทั้งหลงลูกชายเขาขนาดไหน แต่ก็ทำได้แค่มองเฉยๆ นั่นแหละ ก็มันบอกเองนี่ว่าจะไม่บังคับลูกเขาน่ะ เขาจะรอดูก็แล้วกันว่ามันจะอดทนได้สักเท่าไหร่  


ทะเลน่ะน่ารักน้อยเสียที่ไหน ความเป็นธรรมชาติ ความเรียบง่ายและความเป็นตัวเองของทะเลทำคนตกหลุมรักมาตั้งมากมาย แต่เจ้าตัวเขาไม่รู้หรอก ยังดีนะที่เพื่อนทั้งสองไม่ได้หลงไปกับเสน่ห์เรียบๆ นี้ ไม่งั้นคนเป็นพ่อคงปวดหัวมากกว่านี้หลายเท่า








---------------------------------------------------------------------------------------








สำหรับเรื่องนี้เราไม่ได้ต้องการจะเน้นหนักที่ปมอะไรมาก
เราต้องการเน้นที่ความคิดความอ่านของตัวละคร
มุมมองต่างๆ ของแต่ละคน ความรู้สึก นิสัยใจคออะไรแบบนี้

มีคนบอกว่าความรักของคู่นี้ง่ายไป เราไม่รู้ว่าแต่ละคนมองในมุมแบบไหน
แต่สำหรับเรา เรามองว่าเรื่องบางเรื่องในชีวิตมันไม่ได้ยาก แต่เราไปทำให้มันยากเอง
คือถ้ามองให้มันง่ายทุกอย่างมันก็ง่าย ทีนี้มันก็อยู่ที่ตัวเราแล้วว่าจะทำให้ทุกอย่างมันยากหรือง่ายเท่านั้นเอง

ทุกคนมีมุมมองที่ต่างกัน คุณไม่ผิดที่จะมองให้มันยาก เราก็ไม่ผิดที่จะมองให้มันง่าย

อยากให้มองหลายๆ มุม ไม่ใช่มองแค่มุมเดียว

และนี่คือนิยายที่เราอยากเขียนให้คนอ่านรู้สึกผ่อนคลายได้มากที่สุด

เราเลยนำเสนอออกมาในรูปแบบนี้

อยากให้อ่านแล้วรู้สึกสนุกและมีความสุข ไม่อยากให้จริงจังมากนักเกินไป

เราพยายามทำอย่างเต็มที่เท่าที่เราทำได้แล้ว แต่ถ้ามันยังออกมาไม่ดีพอก็ขอโทษด้วยนะคะ

เรายินดีรับคำติชม บางเรื่องถ้าแก้ได้เราจะแก้แต่ถ้าทำแล้วเสียการเป็นตัวเองเราขอไม่ทำนะคะ

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านกันค่ะ



และสุดท้าย

จบแล้วจ้าาาาา

 เหลือบทส่งท้ายอีกหนึ่งตอน

ส่วนเรื่องหนังสือคงต้องรอกันอีกพักใหญ่เลยนะคะ

ที่คุยกับทางสนพ.คือเปิดพรีก็น่าจะอยู่ราวๆ ตุลา ไม่น่าเกินพฤศจิกา

แต่คุ้มค่ากับการรอคอยแน่นอนค่ะ เชื่อเรา (ปกสวยนะ ตอนพิเศษก็ดีด้วย อิอิ)

อ้อ ในเรื่องหลักไม่มีพวกฉากคัทเนอะ เพราะเราชอบความสวยงามของเรื่องนี้

ส่วนในตอนพิเศษนั้น ไปลุ้นเอานะ ฮาาาา

          ขอบคุณที่ติดตามกันมาจนจบนะคะ
ฝากติดตามผลงานเรื่องอื่นๆ ของเราด้วยนะคะ



มารุตผู้ที่พร้อมบวกกับทุกคนบนโลกใบนี้ 

กับคุณรัชช์ผู้ที่ไม่เกรงกลัวต่อคนเถื่อนถ่อย

นิยายสายบันเทิงอีกเช่นเคย เราไม่เน้นดราม่า ไม่เน้นปม และไม่เน้นสาระ


เรายังมีนิยายอีกหลายเรื่องเลย อยากให้ลองอ่านดูนะคะ แต่ละเรื่องนี่คนละฟีลกันเลย

ขอบคุณอีกครั้งนะคะ รักพวกเธอน้าาาา





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 617 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,610 ความคิดเห็น

  1. #2511 Jibangrin (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 2 เมษายน 2562 / 02:15
    พ่ออออ5555555555
    #2,511
    0
  2. #2282 Sunflower.W (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2561 / 00:18
    คือขำความพ่ออ่ะ 555 นี่-รออยู่สินะ-หล่อ คือพ่อต้องเลือกว่าจะด่าหรือจะชมลูกเขยไหม
    #2,282
    0
  3. #2229 AunApikana (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2561 / 23:24
    น่ารักที่สูดดมดดดดดด คนน่ารักก้น่ารัก คนจะหล่อก็หล่อ หลงท้องฟ้าาอยากได้
    #2,229
    0
  4. #2136 Peridot/เพริดอต (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 18 กันยายน 2561 / 12:00
    ชอบนะคะ ไม่หนักสมองดีค่ะ สบายจิตมากกกก หลังจากเครียดมาเยอะ ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #2,136
    0
  5. #2129 Rongrongg2540 (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 13 กันยายน 2561 / 23:51
    ดีจริงๆ นิยายเรื่องนี้ แบบอุ่นอย่างที่เขาบอกเลย
    #2,129
    0
  6. #2124 $yrup_! (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 7 กันยายน 2561 / 22:25

    ขอบคุณสำหรับนิยายดีๆ ทำให้เราอ่านแล้วแบบอุ่นว่ะ อุ่นไปทั้งใจเลย ชอบอ่ะ
    #2,124
    0
  7. #2120 Chonglian (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 7 กันยายน 2561 / 06:08

    ไรท์วางพลอตเรื่องได้น่าสนใจมาก ภาษาก็ดีมาก อ่านแล้วรู้สึกผ่อนคลายอย่างที่ไรท์ว่าจิงๆ แต่สิ่งที่สุดเลย น้องทะเลน่ารักมากกกก ทะเลน้อยของป้า คุณเทมส์เองก็แซ่บ

    #2,120
    0
  8. #2118 Miki_milky (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 5 กันยายน 2561 / 18:48
    พ่อของทะเลเป็นคนที่เข้าใจความต้องการของว่าที่ลูกเขยเสียจิงๆๆ
    #2,118
    0
  9. #2117 ผลไม้แห้งเปลือกแข็ง (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 5 กันยายน 2561 / 17:10

    น่ารักกก น้องทะเลขี้อ้อน
    #2,117
    0
  10. #2115 aster-woods (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 4 กันยายน 2561 / 07:30
    "เรื่องบางเรื่องในชีวิตมันไม่ได้ยาก แต่เราทำให้มันยากเอง" ชอบประโยคนี้มาก ขอบคุณค่ะ
    #2,115
    0
  11. #2114 Raindear97 (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 3 กันยายน 2561 / 10:02
    ก่อนอื่นเลยขอขอบคุณไรท์มากนะคะที่แต่งเรื่องดีๆแบบนี้ให้ได้อ่าน เราชอบมากค่ะ มีปมนิดหน่อย หน่วงนิดหน่อย แต่ฟีลกู้ดมาก อ่านแล้วเบาสมองมากค่ะ บางทีเราก็เจอเรื่องหนักๆมาพอแล้ว ก็อยากหาอะไรอ่านผ่อนคลายบ้าง แต่ถ้าเจอเรื่องที่เรื่องราวมันหนักอีก เราก็คงจะไม่ไหวเหมือนกันค่ะ อย่างที่ไรท์พูดเลยค่ะ บางสิ่งมันก็ไม่ยาก มันอยู่ที่คนเราไปทำให้มันยากมากกว่า บางทีชีวิตก็ต้องหนักเบาบ้าง ไม่ใช่ทำมันหนักมันยากทุกเรื่อง ความรักของสองคนนี้เป็นแบบนี้ดีที่สุดแล้วค่ะ บางทีความรักมันก็ไม่ได้ยากเสมอไป ขอบคุณนะคะไรท์ ชอบมากๆเลยค่ะ จะติดตามเรื่องอื่นๆอีกนะค้าา
    #2,114
    0
  12. #2113 Lalaland332221 (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 3 กันยายน 2561 / 09:19
    รออออออออ
    #2,113
    0
  13. #2112 noowiwie (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 3 กันยายน 2561 / 09:01
    น่ารักมากกกกกกกก
    #2,112
    0
  14. #2110 pp9397 (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 2 กันยายน 2561 / 23:23

    ล่อลวงลูกเขาไปอี้กกกก
    #2,110
    0
  15. #2109 Ineedtoreed (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 2 กันยายน 2561 / 23:05
    เมื่อไหร่ฉันจะมีแฟวนแบบเขาบ้างคะ
    #2,109
    0
  16. #2108 อสูรไร้ลักษณ์ (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 2 กันยายน 2561 / 22:01
    แล้วปมว่าทำไมพ่อของท้องฟ้าถึงเป็นหยั่งงั้นล่ะ?
    #2,108
    0
  17. #2107 Malay Zii (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 2 กันยายน 2561 / 21:49
    หายไปนานมากกกก โคตรคิดถึงทะเลกับท้องฟ้าเลย ฮืออออ
    #2,107
    0
  18. #2106 boon_yawee (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 2 กันยายน 2561 / 21:37
    เราชอบนะ อ่านแล้วสบายใจดี
    #2,106
    0
  19. #2105 pcard (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 2 กันยายน 2561 / 20:56
    น่ารักกก อบอุ่นใจ :)
    #2,105
    0
  20. #2104 จันทราแห่งสายลม (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 2 กันยายน 2561 / 20:33
    เราชอบนะ ความรักไม่ควรจะยากขนาดอะไรขนาดนั้นอ่ะ 555 คือมันไม่ใช่ทุกคู่บนโลกที่ต้องต่อสู้ฝ่าฟันจนกระอักเลือด ส่วนใหญ่แค่ค่อยๆคุยค่อยๆปรับกันไป เราชอบนิยายโทนนี้มากๆ ฮีลดี ขอบคุณสำหรับเรื่องที่น่ารักมากๆนะคะ
    #2,104
    0
  21. #2103 filmfilm12123 (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 2 กันยายน 2561 / 19:58
    ทะเล โคตรน้องงงงงงง
    #2,103
    0
  22. #2102 MomeMelon (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 2 กันยายน 2561 / 19:15

    พูดขนาดนี้ลงncเลยดีกว่า
    #2,102
    0
  23. #2101 raving_fox (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 2 กันยายน 2561 / 19:10

    ฟินนนนนน เป็นเขยที่ดีมากค่ะ ท้องฟ้า
    #2,101
    0