SKY & SEA ท้องฟ้ากับทะเล [สนพ. 2U Publishing] [YAOI] : Spin-Off

ตอนที่ 32 : ท้องฟ้ากับทะเล : 15 [2/2]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 18,854
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 952 ครั้ง
    9 เม.ย. 61






หลังจากนั้นผมก็ไม่ได้เซ้าซี้ถามอะไรพ่ออีก เรานั่งเงียบๆ มาตลอดทางจนมาถึงบ้านหลังหนึ่ง บ้านเดี่ยวที่มีพื้นที่ประมาณสองร้อยกว่าตารางวา ตัวบ้านกินพื้นที่ไปราวๆ ร้อยกว่าตารางวาได้ บ้านสองชั้นที่ถูกสร้างสไตล์โมเดิร์นหลังนี้เป็นบ้านของครอบครัวผม บ้านที่พ่อใช้ขอแม่แต่งงาน พ่อกับแม่เคยอยู่กันที่นี่ก่อนที่ผมจะเกิด ผมไม่ได้โตที่บ้านหลังนี้แต่ก็มาอยู่ที่นี่บ่อยๆ แม่รักบ้านหลังนี้มาก จริงๆ แล้วพื้นที่ของเราไม่ได้มีแค่นี้ ด้านหลังที่เยื้องๆ ออกไปทางซ้ายเดินไปอีกนิดหน่อยเป็นสวนเล็กๆ หนึ่งไร่นั่นก็เป็นของครอบครัวผม ด้านหลังของบ้านหลังนี้ติดกับทะเล ผมเองก็ชอบบ้านหลังนี้มาก แม้จะไม่ได้เกิดและโตที่บ้านหลังนี้แต่ผมกลับรักที่นี่มากกว่าบ้านตรงชานเมืองที่ผมโตมาเสียอีก


เราไม่ได้มาที่นี่อีกเลยตั้งแต่ที่พาแม่กลับมาครั้งสุดท้าย


“ไปนอนก่อนแล้วตอนเย็นๆ ค่อยไปหาแม่” พ่อดันไหล่ผมให้เดินขึ้นไปยังชั้นสองของบ้าน เหมือนว่าพ่อจะให้คนเข้ามาทำความสะอาดที่นี่อยู่บ่อยๆ สินะ สภาพข้าวของทุกอย่างยังอยู่เหมือนเดิม เหมือนในวันวานที่แม่ยังอยู่


“ครับ” ผมเดินขึ้นมาในห้องของตัวเองด้วยความรู้สึกที่วูบโหวงแปลกๆ ภายในห้องของผมที่มีแต่รูปของท้องฟ้าเต็มไปหมด ใช่ มันไม่มีรูปอื่นประดับอยู่เลยนอกจากรูปของท้องฟ้า ผมชอบเขามากขนาดไหนก็คิดดูเอาแล้วกัน

 


ครืด ครืด ครืด


ผมรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาเพราะเสียงโทรศัพท์ที่สั่นครืดคราดไปมาอยู่ข้างตัว ยกมือขยี้ตาด้วยไล่ความง่วงงุนแล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูด้วยความเคยชิน


ท้องฟ้า


“เฮ้อ” ผมถอนหายใจออกอย่างเหนื่อยใจโยนโทรศัพท์เอาไว้ที่เดิมแล้วลุกไปล้างหน้าล้างตาในห้องน้ำ เลือกเอาชุดใหม่มาใส่แทนชุดเน่าๆ ที่ใส่อยู่ ก็จะไปหาแม่นี่เนอะ จะให้ใส่เสื้อผ้าชุดเก่าที่ใส่ตั้งแต่เมื่อคืนไปหาได้ยังไงกัน


ผมเหลือบมองโทรศัพท์ของตัวเองที่ยังคงสั่นเตือนสายเข้าไม่หยุด ท้องฟ้าโทรหาผมเป็นรอบที่เท่าไหร่แล้วผมก็ไม่รู้เหมือนกัน ผมอยากคุยกับเขา อยากเคลียร์ให้มันรู้เรื่อง แต่ผมก็ยังไม่พร้อม ทั้งที่ก่อนหน้านี้ผมรอให้เขากลับมาหาผม กลับมาพูดคุยกันตรงๆ ไม่ว่าเรื่องทั้งหมดมันจะออกมาดีหรือร้ายผมก็จะยอมรับมัน แต่กลับเป็นเขาเองที่ไม่ยอมกลับมาอธิบายถึงเรื่องที่เกิดขึ้นให้ผมฟัง ผมรอเขา แต่เขาก็ไม่มา แต่ในตอนนี้ผมไม่พร้อมที่จะรับฟังอะไรทั้งนั้น เพราะงั้นผมก็จะปล่อยให้โทรศัพท์มันสั่นอยู่บนเตียงแบบนั้นไปแหละ ผมจะออกไปหาแม่แล้ว


“ตื่นแล้วเหรอลูก?” เดินลงมาข้างล่างก็ได้ยินเสียงก้องแก้งในห้องครัว พอเดินไปดูก็เห็นพ่อกำลังยืนอยู่หน้าเตา พ่อหันมาเห็นผมพอดีก็เลยร้องทักด้วยรอยยิ้มกว้าง


“พ่อทำอาหารเหรอ?” ผมมองพ่ออย่างไม่เชื่อสายตา ก้าวเดินไวๆ ประชิดตัวคนที่สูงกว่าแล้วมองสิ่งที่อยู่ตรงหน้าด้วยท่าทีตื่นๆ


“แปลกหรือไง?” พ่อหันมามองค้อนแล้วกลับไปทำอาหารต่อ


“แปลกสิ อะไรเข้าสิงพ่อหรือเปล่า?” ตั้งแต่เกิดจนโตมาถึงตอนนี้นี่เป็นครั้งแรกที่เห็นพ่อเข้าครัว


อ่า ไม่สิ พ่อเคยเข้าครัวอยู่ครั้งหนึ่งตอนที่แม่ไม่อยู่ ตอนนั้นผมอายุกี่ขวบนะ อืม สี่หรือห้าขวบนี่แหละ พ่อเข้าครัวทำอาหารเอง สุดท้ายสภาพครัวนี่ไม่ต่างจากสนามรบ หลังจากนั้นพ่อก็ไม่เฉียดเข้าใกล้ห้องครัวที่บ้านอีกเลย ส่วนผมที่ทำอาหารไม่เป็นก็ซื้อข้าวให้พ่อกินตลอดแหละถ้าวันไหนพ่อกลับบ้านน่ะ


“พอๆ ไปนั่ง กินแล้วจะได้ไปหาแม่กัน” พ่อดันไหล่ผมให้เดินไปที่โต๊ะกินข้าวแล้วยกจานข้าวผัดหมูมาวางที่โต๊ะ


อึก!


เห็นข้าวผัดหมูแล้วน้ำตาจะไหลเลย มันพาลให้ผมนึกไปถึงใครบางคนที่เคยบอกกับผมว่าถ้าอยากกินอะไรก็ให้บอกเขา เขาจะทำให้ผมกิน แถมข้าวผัดหมูยังเป็นเมนูแรกที่ท้องฟ้าทำให้ผมกินตอนไปที่ห้องเขาอีกด้วย แต่ต่อจากนี้คงไม่มีเขามาทำให้กินอีกแล้วล่ะ


กลับไปให้เมธาทำให้กินเหมือนเดิมก็ได้วะ ไม่ง้อหรอก


นั่งกินข้าวไปเงียบๆ จนหมดก็เอาจานไปเก็บล้างและเตรียมตัวออกไปหาแม่


“ไม่มีดอกไม้เหรอพ่อ?” ผมร้องถามพ่อที่เดินนำออกจากบ้านไปโดยไม่ยอมรอผมเลย


“ค่อยไปเก็บเอาก็ได้” พ่อหันมาตอบพร้อมยกมือชี้ไปยังทางข้างหน้า


“ครับ” ผมยกยิ้มบางแล้วเดินตามพ่อไป เดินมาเรื่อยๆ ก็เจอกับดอกหญ้าที่ขึ้นอยู่เต็มไปหมดสองข้างทาง ผมหยุดเดินแล้วก้มลงไปเก็บมันขึ้นมาหนึ่งกำมือ ดอกไม้ที่แม่ชอบมากที่สุดคือดอกหญ้า


เหตุผลน่ะเหรอ?


ไม่มีอะไรมากหรอก ก็แค่ตอนที่พ่อจีบแม่ครั้งแรกพ่อเอาดอกหญ้ามาทำเป็นแหวนให้แม่น่ะ ไม่น่าเชื่อเลยนะครับว่าพ่อผมจะมีมุมน่ารักๆ แบบนั้นด้วย


ผมเดินมาเกือบท้ายไร่ตรงที่มีต้นไม้ต้นใหญ่อย่างต้นคูนปลูกเอาไว้ ไม่ใกล้ไม่ไกลมีป้ายหลุมศพขนาดเล็กปักเอาไว้อยู่ ผมเดินเข้าไปนั่งลงที่พื้นตรงหน้าป้ายหินข้างพ่อ รูปของผู้หญิงที่ผมรักมากที่สุดติดอยู่กับป้ายพร้อมชื่อนามสกุลรวมไปถึงวันเดือนปีเกิดและวันเดือนปีที่เสียชีวิต รูปของแม่ยังคงส่งยิ้มอ่อนโยนมาให้ผม รอยยิ้มที่เปรียบดั่งน้ำเย็นชโลมหัวใจที่แห้งเหี่ยวของผมให้ฟื้นคืนกลับมา เพียงแค่ได้มองรูปของแม่ ความเจ็บช้ำในหัวใจก็ค่อยๆ บรรเทาลงจนแทบไม่หลงเหลือความเจ็บปวด


ผมไม่รู้ว่าตัวเองรักท้องฟ้ามากขนาดไหน และไม่รู้ว่าเขาจะคิดหรือรู้สึกอะไรกับผมบ้างไหม แต่สิ่งที่ผมรู้มีอยู่เพียงอย่างเดียวคือพ่อกับแม่รักผมมาก ต่อให้ท้องฟ้าจะไม่รักผม แต่ผมก็ยังมีพ่อกับแม่ที่รักและจะอยู่เคียงข้างผมตลอดไป


ผมอาจเสียใจเรื่องของท้องฟ้า แต่ผมจะไม่คิดว่าตัวเองไม่เหลือใคร มันก็แค่ความรัก มันจะต้องมีทั้งทุกข์และสุข ผมเศร้าได้ ร้องไห้ได้ แต่ผมจะไม่ทำร้ายตัวเอง จะไม่มองโลกในแง่ร้าย จะไม่ทำร้ายความรู้สึกและร่างกายของตัวเอง อย่างน้อยผมก็ไม่ควรทำให้คนที่ผมรักและรักผมต้องเป็นห่วง


แม่ครับ ทะเลคิดถึงแม่ แม่รู้ใช่ไหมว่าทะเลรักแม่มาก ถ้าแม่ยังไม่รู้ทะเลก็จะบอกแม่ให้รู้ ทะเลรักแม่กับพ่อมากๆ เลยครับ ทะเลเพิ่งอกหักมาแหละ ร้องไห้นะ แต่ไม่เป็นไร ตอนนี้ทะเลโตเป็นผู้ใหญ่แล้วนะแม่ ไม่ทำตัวเหลวไหลเหมือนเมื่อก่อนแล้ว สัญญาเลยว่าจะเป็นเด็กดีของพ่อกับแม่ไปตลอด อ้อ ส่วนเรื่องอกหัก ก็เจ็บอย่างที่แม่เคยบอกไว้จริงๆ นั่นแหละ แต่ก็ไม่ตายนะ ทะเลจำทุกประโยคที่แม่บอกทะเลได้นะ รักได้ก็ต้องรู้จักเสียใจเป็นและกลับมาเป็นตัวเองอีกครั้ง เชื่อแล้วแหละว่าความรักมันสอนอะไรได้หลายอย่าง เพราะแบบนี้ใช่ไหมแม่กับพ่อถึงรักกันมากขนาดนี้ อ่า น่าอิจฉาจริงๆ เลย ทะเลก็อยากมีความรักที่ยืนยาวแบบนั้นบ้างจัง จริงสิ แม่ครับ ทะเลเก็บเอาดอกหญ้าที่แม่ชอบมาฝากด้วยนะ เอาไว้ถ้ามีโอกาส ทะเลคงได้พาคนที่ทะเลรักมาให้แม่รู้จัก แต่ตอนนี้ทะเลต้องกลับแล้วนะ เอาไว้ว่างๆ จะมาหาใหม่ รักแม่นะครับ


ผมวางดอกหญ้าไว้ตรงหน้าป้ายของแม่ด้วยขอบตาที่ร้อนผ่าว ทุกครั้งที่คิดถึงแม่ ผมมักจะร้องไห้ออกมาเสมอ แต่วันนี้ผมจะไม่ร้องไห้ให้แม่เห็นหรอกนะ เพราะว่าผมน่ะโตแล้ว ผมจะไม่โยเยเป็นเด็กเล็กๆ ให้แม่ต้องเป็นห่วงอีก


สายลมที่พัดผ่านไปทำให้ผมหลุดยิ้มบางออกมากับรูปของแม่ สายลมเมื่อกี้ แม่รับรู้แล้วใช่ไหมครับว่าทะเลกับพ่อมาหา แม่ไม่ต้องห่วงพวกเรานะครับ ทะเลจะดูแลพ่ออย่างที่แม่เคยย้ำบอก จะไม่ทำให้แม่ผิดหวังอย่างแน่นอน 

 



“พ่อครับ ทะเลออกไปที่ชายหาดนะ” ผมหอบเอากระดานวาดรูปลงมาจากห้องนอนแล้วเดินไปหาพ่อที่นั่งดูโทรทัศน์อยู่ในห้องนั่งเล่น


“เอากล้องไปด้วยไหม?” พ่อหันมาถามพร้อมพยักพเยิดไปยังกระเป๋ากล้องของพ่อที่วางอยู่ตรงโต๊ะหน้าโทรทัศน์


“ไม่ครับ จะไปวาดรูป” ตอนนี้สี่โมงกว่าๆ แล้วแดดก็เริ่มจะเบาลงพอสมควร ผมเลยอยากออกไปวาดรูปรับลมข้างนอก ขืนอยู่แต่ในห้องกับโทรศัพท์ที่ขึ้นโชว์เบอร์ของท้องฟ้าอยู่ตลอดเวลาแบบนี้ผมคงต้องสติแตกแน่ๆ ผมรู้ดีว่าตัวเองกำลังทำตัวงี่เง่าที่ไม่ยอมคุยกับอีกฝ่ายตรงๆ ผมแค่รู้สึกว่ายังไม่พร้อมก็เท่านั้นเอง แค่อยากขอเวลาสักพักให้ตัวเองรู้สึกดีขึ้นก่อนค่อยกลับไปเผชิญหน้ากับความเป็นจริง หลังจากนี้ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นผมก็จะยอมรับมัน ไม่ว่าผลที่ออกมาจะดีหรือร้ายผมก็ยินดีที่จะรับฟังทั้งนั้น แต่ตอนนี้ขอเวลาสร้างเกาะให้กับความรู้สึกของตัวเองก่อนนะ


“อย่ากลับมืดมากนักล่ะ” พ่อพยักหน้ารับแล้วเอ่ยกำชับ


“ครับ” ผมยิ้มรับคำแล้วเดินออกจากบ้านไปยังชายหาดที่อยู่ใกล้ๆ เดินหามุมที่อยากจะนั่งวาดรูปอยู่สักพักผมก็เลือกที่เหมาะๆ ได้ เอาเสื่อขนาดเล็กมาปูรองนั่งแล้วรื้อเอาอุปกรณ์วาดรูปออกมา กวาดสายตามองออกไปทางด้านหน้าและสุดท้ายสายตาของผมก็ไปหยุดอยู่ที่


ท้องฟ้ากับทะเล


ผมยกยิ้มบางๆ ให้กับตัวเองเอื้อมมือไปเปิดเพลงในไอพอดที่ขโมยมาจากพ่อคลอไปเบาๆ พร้อมกับสายลมที่พัดผ่านแล้วยกดินสอขึ้นมาร่างภาพเบื้องหน้าที่ตนเองมองเห็น






*เปิดเพื่ออรรถรสจ้า*






มองที่มุมเดิมเดิม อยู่ตรงที่เดิมเดิม

ข่มใจตัวเองเอาไว้ ทั้งรู้ข้างใน

หวั่นไหวเมื่อใกล้เธอ

เพียงเอื้อมมือเท่านั้น ก็ไปได้ถึงตัวเธอ

แต่หัวใจยังห่างไกล รักเท่าไร เธอไม่รู้เลย

แผ่นฟ้าคราม และน้ำทะเล

ไม่ต่างกับเธอและฉัน ที่ดูเหมือนใกล้กัน

แต่ความจริงนั้นไกลเหลือเกิน

 


ที่ผ่านมาผมกับท้องฟ้าก็เหมือนจะอยู่ใกล้กันมากแล้วแท้ๆ แต่เมื่อมองดูความเป็นจริงแล้ว ลึกๆ มันก็ยังมีสิ่งที่ทำให้เราไกลห่างกันอยู่ดี ไอหมอกจางๆ ที่กั้นกลางระหว่างเราทั้งคู่คือระยะห่างที่ชัดเจนในความรู้สึก

 


อยากบอกเธอ เมื่อไรที่เธอเหงาไม่มีใคร

เธอจะยังมีฉันคอยอยู่ตรงนี้ไม่ไกล

ให้เป็นดังเงาสะท้อนบนผืนน้ำ

มองลงมาเมื่อใดก็เห็นฟ้าที่งดงาม

แม้จะไม่ได้เป็นคนที่เธอรัก

ก็เพียงพอแล้วที่ฉันจะคอย

ห่วงใยแต่เธอเรื่อยไป

อยู่ตรงนี้ ที่มุมนี้

มุมที่มีแค่ฉันข้างเดียวก็สุขใจ

 


สุดท้ายผมก็ต้องถอยกลับมาอยู่ในที่ของผม เป็นมุมที่ทำได้แค่แอบมอง และคอยเป็นกำลังใจให้เขาอยู่ห่างๆ เหมือนอย่างที่เคยเป็นมา

 


บอกรักเธอทีไร ก็บอกได้แค่ในใจ

เข้าข้างตัวเองเสมอ แอบหวังให้เธอ

มีฉันในสายตา

 


ครั้งหนึ่งผมเคยคิดว่าผมมีโอกาสและมีหวังที่จะได้ยืนเคียงข้างเขา

แต่มาในวันนี้ มันอาจจะไม่เป็นอย่างนั้นแล้วก็ได้ ไม่มีอะไรแน่นอนบนโลกใบนี้


 

แผ่นฟ้าคราม และน้ำทะเล

ไม่ต่างกับเธอและฉัน ที่ดูเหมือนใกล้กัน

แต่ความจริงนั้นไกลเหลือเกิน

 


อยากบอกเธอ เมื่อไรที่เธอเหงาไม่มีใคร

เธอจะยังมีฉันคอยอยู่ตรงนี้ไม่ไกล

ให้เป็นดังเงาสะท้อนบนผืนน้ำ

มองลงมาเมื่อใดก็เห็นฟ้าที่งดงาม

แม้จะไม่ได้เป็นคนที่เธอรัก

ก็เพียงพอแล้วที่ฉันจะคอย

ห่วงใยแต่เธอเรื่อยไป

อยู่ตรงนี้ ที่มุมนี้

มุมที่มีแค่ฉันข้างเดียวก็สุขใจ

 


สำหรับผมน่ะ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ท้องฟ้าก็ยังเป็นเพียงคนเดียวที่ผมรัก ก่อนหน้านี้ผมเคยบอกไปแล้วว่าการแอบชอบท้องฟ้าไม่ได้ทำให้ผมรู้สึกแย่อะไร มาในวันนี้ผมเองก็ยังจะยืนยันคำเดิมอยู่ แม้ผมจะร้องไห้ที่ท้องฟ้าดูเหมือนจะกลับไปคบกับแพรว ผมอาจเสียใจ แต่ผมก็ยังคิดว่าความรักที่ผมมีให้ท้องฟ้ามันสวยงามมาก และช่วงเวลาที่เราเคยมีกันและกันมันก็ดีมากจนผมไม่สามารถลืมได้


 

เมื่อไรที่เธอเหงาไม่มีใคร

เธอจะยังมีฉันคอยอยู่ตรงนี้ไม่ไกล

ให้เป็นดังเงาสะท้อนบนผืนน้ำ

มองลงมาเมื่อใดก็เห็นฟ้าที่งดงาม

แม้จะไม่ได้เป็นคนที่เธอรัก

ก็เพียงพอแล้วที่ฉันจะคอย

ห่วงใยแต่เธอเรื่อยไป

อยู่ตรงนี้ ที่มุมนี้....

 


ต่อให้ท้องฟ้าจะกลับไปคบกับแพรวจริงผมก็ยินดี ผมเคารพการตัดสินใจของเขา และถ้านั่นมันจะทำให้ท้องฟ้ามีความสุขผมก็ยอม ไม่ว่าท้องฟ้าจะเลือกสิ่งไหนจะทำอะไรผมก็จะคอยเฝ้ามองและสนับสนุนการกระทำของเขาเหมือนที่ผ่านมา จะอยู่กับเขาและจะไม่มีวันทิ้งเขา

 


เมื่อไรที่เธอเหงา.. ฉันจะอยู่ตรงนี้ไม่ไกล

ให้เป็นดังเงาสะท้อนบนผืนน้ำ

มองลงมาเมื่อใดก็เห็นฟ้าที่งดงาม

แม้ฉันไม่ได้เป็นคนที่รัก ก็เพียงพอแล้ว

ที่มุมนี้ มุมที่มีแค่ฉันข้างเดียวก็สุขใจ

 


เพราะท้องฟ้าเองก็เป็นความสุขของผม ผมเลือกแล้ว เลือกที่จะรักเขา และจะรักไปเรื่อยๆ จนกว่าผมจะเหนื่อยและหยุดไปเอง แต่ผมก็ไม่รู้หรอกนะว่ามันจะมีวันนั้นหรือเปล่า

 


“ขอโทษนะครับ”


“ครับ?” เงาที่พาดผ่านทับแสงทำให้ผมหยุดมือที่กำลังวาดภาพแล้วเงยหน้าขึ้นมองคนตรงหน้าอย่างงงๆ


“รบกวนถ่ายรูปให้พวกเราหน่อยได้ไหมครับ?” ผู้ชายตัวสูงผิวออกสีแทนหน้าตาคมเข้มดูหล่อเหลาชูกล้องถ่ายรูปDSLR ขึ้นให้ผมดูก่อนจะชี้ไปที่ตัวเองและผู้ชายตาดุๆ อีกคน และแม้ผู้ชายคนนั้นจะดูรูปร่างสูงโปร่งยังไงแต่เมื่อมายืนข้างกันแบบนี้เขาก็ดูตัวเล็กไปถนัดตา


“ครับ” ผมยิ้มรับแล้วลุกขึ้นยืน รับเอากล้องหน้าตาคุ้นๆ มาถือไว้ เมื่อคุยตกลงหามุมหาตำแหน่งในการถ่ายได้แล้วผมก็ยกกล้องขึ้นเตรียมถ่ายภาพให้กับทั้งคู่ แต่ก่อนจะได้กดชัตเตอร์ลงไปผมก็เกิดความรู้สึกแปลกๆ ขึ้นมา


อ่า ผมว่าสองคนนี้คงไม่ใช่เพื่อนหรือพี่น้องกันธรรมดาแล้วล่ะครับ ก็ผู้ชายผิวแทนหล่อๆ คนนั้นยกมือขึ้นโอบเอวผู้ชายตาดุแต่หน้าหล่อติดสวยคนนั้นขนาดนั้น ถ้าไม่ใช่แฟนกันก็ไม่รู้จะพูดยังไงแล้ว


“ขอบคุณครับ” พอถ่ายเสร็จทั้งสองคนก็เดินมาขอบคุณผมทันที


“ไม่เป็นไรครับ” แค่ถ่ายรูปไม่ใช่เรื่องยากสำหรับผมอยู่แล้ว ถ้าจะให้พูดเลยคือผมจับกล้องถ่ายรูปมาก่อนจะจับดินสอวาดรูปเสียอีก พ่อให้ผมเล่นกล้องมาตั้งแต่เด็กๆ ผมเองก็ชอบถ่ายรูปนะ แต่รักการวาดรูปมากกว่า


“มาเที่ยวคนเดียวเหรอครับ?” ผู้ชายตาดุที่ตัวเล็กกว่าผมประมาณ 3 – 4 เซนติเมตรได้หันมาถามผมอย่างเป็นมิตร แม้หน้าตาของเขาจะดูดุแต่ในทางกลับกันมันก็ดุมีเสน่ห์เอามากๆ เลย


“เปล่าครับ บ้านผมอยู่ที่นี่” ผมชี้ไปทางบ้านของตัวเองที่อยู่ไม่ไกลจากชายหาดนี้มากนัก


“ดีจังเลยนะครับ ผมเองก็อยากมีบ้านอยู่ที่นี่เหมือนกัน” ดูจากหน้าตาแล้วเขาคงอายุมากกว่าผมกันพอสมควรเลยล่ะ


“ผมชื่อรวิ นี่แฟนผม ศศิครับ” ผู้ชายผิวแทนคนนั้นแนะนำตัวเองก่อนจะยกมือขึ้นโอบไหล่คนที่ตัวเล็กกว่าด้วยรอยยิ้มบางๆ แต่แฝงไปด้วยความอบอุ่น ยามที่ดวงตาคู่นั้นทอดมองคนรักของตนเอง ผมเห็นความรู้สึกมากมายฉายชัดอยู่ในดวงตาคู่คมนั้น มันเต็มเปี่ยมไปด้วยความรักที่ล้นเอ่อ


“ทะเลครับ” ผมยกยิ้มแล้วแนะนำตัวเองบ้าง การได้พูดคุยกับคนแปลกหน้าไม่ใช่เรื่องแย่เท่าไหร่นัก ทั้งสองคนดูเป็นคนที่น่าจะไว้ใจได้พอสมควรเลย


“ทะเล? เข้ากับที่นี่ดีนะครับ” พี่คนที่ชื่อศศิทำหน้าแปลกใจก่อนจะหันไปมองที่สายน้ำตรงหน้าแล้วระบายยิ้มอ่อนโยนออกมา


“พ่อกับแม่ผมเจอกันที่นี่ครับ พวกท่านเลยตั้งชื่อผมว่าทะเล” บนชายหาดแห่งนี้คือสถานที่ที่พ่อกับแม่พบเจอกันครั้งแรก นั่นจึงเป็นเหตุผลที่พ่อซื้อที่ดินและสร้างบ้านที่นี่ มันเป็นสถานที่ที่มีความทรงจำมากมายอยู่เต็มไปหมด แม้พ่อจะต้องใช้เวลาและความพยายามเป็นอย่างมากในการที่จะหาเงินมาซื้อที่ดินและสร้างบ้าน แต่พ่อก็ยินดีที่จะทำมัน ทำเพื่อสร้างความสุข สร้างครอบครัว และสร้างอนาคตไปพร้อมๆ กับแม่


“คุณน่ะโชคดีนะ พ่อกับแม่คุณจะต้องรักคุณมากแน่ๆ” นัยน์ตาเรียวดุหันกลับมามองสบกับผม ผมชะงักไปนิดเมื่อได้สบตากับอีกฝ่าย บางทีในประโยคเมื่อกี้มันอาจมีความนัยอะไรสักอย่างแฝงอยู่ก็ได้ ผมเห็นดวงตาสีเข้มของอีกฝ่ายสั่นไหวอย่างรุนแรง และคนรักของเขาก็เอื้อมมือมาจับมือของเขาอย่างให้กำลังใจ


“ครับ พวกท่านรักผมมาก ผมเองก็รักพวกท่านมากเช่นกัน” ผมยกยิ้มตอบกลับไปอีกครั้ง


บนโลกใบนี้อาจจะไม่ใช่ทุกคนที่ได้รับความรักจากพ่อแม่อย่างเปิดเผย ผมถือว่าโชคดีมากที่มีพ่อกับแม่ที่รักผมมากมายขนาดนี้ ทุกความรักทุกความรู้สึกพ่อกับแม่จะแสดงออกอย่างชัดเจนและตรงไปตรงมาเสมอ


“ดีแล้ว ยิ้มเยอะๆ นะ เวลาคุณยิ้มมันดีกว่าเวลาทำหน้าเศร้าๆ” พี่ที่ชื่อรวิยกยิ้มให้ผมอีกครั้ง แต่ในครั้งนี้มันเป็นรอยยิ้มเอ็นดูที่ผู้ใหญ่กำลังมองเด็กตัวเล็กๆ


“คุณเป็นคนที่ยิ้มสวยมากเลยนะ” พี่ศศิพูดเสริมขึ้นมา


“ขอบคุณครับ” มันก็ออกจะเขินอยู่หน่อยๆ ที่ถูกคนอื่นชมต่อหน้าแบบนี้ เพราะปกติเวลายิ้มก็มักจะถูกนทีกับเมธบ่นทุกทีว่ายิ้มแล้วน่าเกลียดมาก ถึงผมจะไม่ได้โง่เชื่อตามมันแต่บางทีมันก็อดจะเสียเซลฟ์ไม่ได้นะครับ


“พวกเราไม่รบกวนแล้วดีกว่า ยังไงก็ขอบคุณที่ถ่ายรูปให้นะ”


“ด้วยความยินดีครับ”


“ถ้ามีโอกาสได้เจอกันที่ไหนก็อย่าลืมทักกันบ้างนะ ครั้งหน้าก็เรียกพวกเราว่าพี่ก็แล้วกัน”


“ได้ครับ” ผมยิ้มรับด้วยความยินดี พี่รวิและพี่ศศิส่งยิ้มใจดีมาให้เป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะเดินแยกไปอีกทาง ผมมองตามหลังของคนทั้งคู่ไปด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย เพิ่งมาสังเกตว่าชื่อของพวกเขามันเหมาะสมกันมากๆ เลยล่ะ


รวิแปลว่าดวงอาทิตย์ ส่วนศศิก็แปลว่าดวงจันทร์


อ่า ความรักนี่มันเป็นเรื่องที่มหัศจรรย์จริงๆ ด้วยสินะ


บังเอิญเหรอ?


หรือพรหมลิขิต?

 



พอวาดรูปเสร็จผมก็รีบเก็บของอย่างรวดเร็ว พระอาทิตย์ตกดินแล้ว ผมต้องรีบกลับบ้านก่อนที่พ่อจะเป็นห่วง


“ไปถึงไหนมาล่ะ?” เมื่อเข้ามาในบ้านก็เจอพ่อที่กำลังจัดโต๊ะกินข้าวอยู่ อาหารที่อยู่ตรงหน้าคือสปาเก็ตตี้ผัดซอสที่ผมกินมันบ่อยมากตอนอยู่อิตาลี นึกอะไรไม่ออกก็สปาเก็ตตี้นี่แหละง่ายที่สุดแล้ว


“แค่ไปวาดรูปที่ชายหาดมาครับ” ผมเอาของไปไว้ที่ห้องนั่งเล่นแล้วเดินกลับมาหาพ่อที่โต๊ะกินข้าว


“ชอบจริงๆ เลยสินะ วาดรูปเนี่ย” พ่อระบายยิ้มเอ็นดูออกมาแล้วเริ่มลงมือทานมื้อเย็นกัน


“ครับ พ่อ ทะเลไปเจอคู่รักคู่หนึ่งมาด้วย เขาเป็นผู้ชายทั้งคู่เลย พ่อว่ามันแปลกไหม?” ผมชั่งใจอยู่พักหนึ่งก่อนจะเอ่ยปากเล่าให้พ่อฟังถึงเรื่องที่ไปเจอพี่รวิกับพี่ศศิมาในวันนี้ ผมก็แค่อยากรู้ว่าพ่อจะมีความคิดเห็นยังไงกับเรื่องนี้ แล้วถ้าพ่อรู้ว่าลูกชายเพียงคนเดียวของตัวเองชอบผู้ชายด้วยกัน พ่อจะทำยังไง?


“ทะเล พ่อเจอผู้คนมามาก เรื่องความรักมันไม่มีถูกผิด มันก็เหมือนกับงานศิลปะนั่นแหละ จะผู้หญิงรักกับผู้ชาย ผู้ชายรักกับผู้ชายหรือผู้หญิงรักกับผู้หญิง ไม่ว่าจะแบบไหนแต่เมื่อขึ้นชื่อว่าเป็นความรักแล้วมันก็มักจะสวยงามเสมอไม่ใช่หรือไง?” พ่อวางส้อมที่อยู่ในมือลงก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาสบตากับผมด้วยสายตาจริงจัง


“พ่อไม่ได้รู้สึกว่ามันน่ารังเกียจใช่ไหม?” ผมกลัวว่าพ่อจะรับไม่ได้


“ฟังพ่อนะทะเล พ่อไม่เคยคิดว่าการที่คนเรารักกันมันคือเรื่องที่น่ารังเกียจหรือเป็นสิ่งที่เลวร้าย พ่อไม่เคยคิดหรือว่าคาดหวังในเรื่องความรักของลูก พ่อขอแค่ลูกของพ่อมีความสุขกับมัน แค่นั้นพ่อก็พอใจแล้ว ไม่ว่าลูกจะรักหรือชอบใคร พ่อไม่ว่าหรอก” พ่อยกมือขึ้นจับไหล่ทั้งสองข้างของผมเอาไว้แน่น


“พ่อรู้เหรอ?” ผมนิ่งไปเมื่อพ่อพูดจบ พ่อพูดเหมือนพ่อรู้ว่าผมรักใคร


“พ่อรู้” ก็รูปของท้องฟ้ามีอยู่เต็มห้อง ถ้าพ่อไม่รู้ก็คงจะแปลก บางทีพ่ออาจจะเข้าไปที่ห้องของผมมาแล้วก็ได้


“พ่อว่าแม่จะโอเคไหม?” แม่จะรับได้จริงๆ ไหมที่ผมชอบผู้ชาย ถึงแม่จะรู้ว่าผมชอบท้องฟ้า แต่ผมไม่เคยถามแม่ตรงๆ ว่าแม่รับมันหรือเปล่า ผมรู้ว่าตอนนั้นแม่เองก็คงตกใจอยู่ไม่น้อยที่ลูกชายเพียงคนเดียวของท่านตกหลุมรักผู้ชายด้วยกันเองแบบนี้ ผมไม่กล้าถามแม่ออกไปตรงๆ ว่าแม่คิดเห็นยังไงกับเรื่องนี้ เพราะตอนนั้นแม่ไม่ได้พูดอะไรนอกจากระบายยิ้มอ่อนโยนออกมาเท่านั้น ผมเลยทึกทักเอาเองว่าแม่จะไม่รังเกียจความสัมพันธ์เช่นนี้


“ทุกอย่างที่ลูกเลือก แม่จะยินดีด้วยเสมอ ทั้งพ่อและแม่จะยืนอยู่เคียงข้างลูก เฝ้ามองและสนับสนุนในทุกการกระทำ พ่อกับแม่รักลูกมากนะ รู้ไหมตัวแสบ” ไม่มีท่าทีที่เปลี่ยนไปจากเดิม พ่อยังคงเป็นพ่อ เคยอบอุ่นยังไงในตอนนี้ก็ยังคงเป็นเหมือนเดิม ถ้าแม่ยังอยู่ก็คงจะพูดอะไรทำนองนี้เหมือนกับพ่อ


“คนที่ทะเลเจอวันนี้เขาก็บอกทะเลว่าทะเลโชคดี เพราะพ่อกับแม่จะต้องรักทะเลมากแน่ๆ” มากจนผมไม่สามารถบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้ หรือไม่บางทีที่พ่อกับแม่ตั้งชื่อผมว่าทะเล มันอาจจะหมายถึงความรักของพ่อกับแม่ที่มีต่อผมมันมากดั่งทะเลที่กว้างใหญ่ เพราะอย่างนี้สินะพี่ศศิถึงได้บอกว่าผมน่ะโชคดี


“หืม? แล้วลูกตอบเขาไปว่ายังไง?” พ่อยกมือขึ้นลูบหัวผมเบาๆ อย่างรักใคร่ รอยยิ้มของพ่อมันล้ำค่าพอๆ กับรอยยิ้มของแม่เลย เป็นแบบนี้ ต่อให้ต้องอกหักเพราะท้องฟ้าอีกกี่ร้อยรอบผมก็ไม่เป็นอะไรหรอก แค่ได้เห็นรอยยิ้มของพ่อผมก็จะกลับมาเข้มแข็งเหมือนเดิม เหมือนกับทุกครั้งที่ท้อแท้แล้วมีแม่คอยกอดปลอบ


“ทะเลตอบเขาไปว่าพ่อกับแม่รักทะเลมาก แล้วทะเลเองก็รักพ่อกับแม่มากเช่นกัน”


ความรักของพ่อแม่จะทำให้ลูกก้าวข้ามผ่านทุกอุปสรรคไปได้


ความรักของพ่อแม่เป็นยิ่งกว่ายาวิเศษใดๆ บนโลกใบนี้


“ใช่ พ่อกับแม่รักทะเลมาก ลูกคือหัวใจของพ่อกับแม่ ถึงในวันนี้แม่จะไม่ได้อยู่กับเราแล้ว แต่จำไว้นะว่าแม่ไม่ได้ไปไหน แม่ยังอยู่ที่นี่ อยู่ในใจของพวกเราทั้งคู่ สำหรับพ่อ แม่คือชีวิตของพ่อ และทะเลก็เป็นหัวใจทั้งดวงของพ่อ แต่ต่อจากนี้ชีวิตของพ่ออยู่เพื่อทะเลนะลูก พ่อรักลูกมากนะ” ไม่ต้องพูดผมก็รู้ว่าพ่อกับแม่รักผมมาก


“พ่อ ทะเลก็รักพ่อครับ พ่อกับแม่เป็นโลกทั้งใบของทะเล อย่าทิ้งทะเลไปไหนอีกได้ไหมพ่อ? กลับมาอยู่ด้วยกันเถอะนะ นะครับ” ผมขยับไปกอดเอวของพ่อแล้วอ้อนออกมา ผมไม่อยากอยู่คนเดียวอีกแล้ว อยากมีบ้านให้กลับ อยากมีพ่อให้กอด ยอมรับเลยว่าที่ผ่านมาผมเองก็รู้สึกเหงาไม่น้อย แต่ถ้าพ่อยังไม่พร้อมที่จะกลับมาผมก็เข้าใจ


“พ่อขอโทษที่ทิ้งให้ลูกต้องโดดเดี่ยว แต่ต่อจากนี้มันจะไม่มีอีกแล้ว พ่อจะอยู่กับลูกจะไม่ทิ้งให้ลูกต้องอยู่เพียงลำพังเหมือนที่ผ่านมาอีก พ่อขอโทษนะทะเล พ่อเป็นพ่อที่แย่มาก” พ่อกอดผมเอาไว้แน่น น้ำเสียงของพ่อสั่นไหวด้วยความรู้สึกผิด แต่ผมไม่เคยคิดอย่างนั้น พ่อกับแม่ไม่เคยผิด สิ่งที่พ่อกับแม่ทำมันดีที่สุดแล้ว


“ไม่ครับ พ่ออย่าโทษตัวเอง พ่อเป็นพ่อที่ดีที่สุดแล้ว ทะเลรักพ่อที่พ่อเป็นพ่อ และรักแม่ที่แม่เป็นแม่ ไม่มีใครมาแทนที่พ่อกับแม่ได้” พ่อกับแม่ของผมน่ะ คือที่สุดในโลกแล้ว


“ทะเล เด็กดี” และเด็กดีอย่างผมก็ได้รับจูบหนักๆ ที่กดลงมาบนหน้าผากหนึ่งที ผมหัวเราะร่วนด้วยความเขินอาย มันก็ออกจะรู้สึกแปลกๆ หน่อยที่พ่อมาทำแบบนี้ ก็เราห่างกันไปนานพอสมควรแถมตอนนี้ผมก็อายุ 20 ปีแล้วด้วย ไม่ใช่เด็กวัยอนุบาลหมีน้อยสักหน่อย


“ไปอาบได้แล้ว ดึกแล้วนะ” หลังจากที่พูดคุยกันเสร็จเราก็กลับมานั่งกินข้าวกันต่อ พอทำเอาจานไปล้างเรียบร้อยแล้วพ่อก็เอ่ยไล่ผมทันที


“พ่อ ทะเลไปนอนกับพ่อได้ไหม?” ก็ไม่ค่อยชินกับการนอนคนเดียวสักเท่าไหร่นี่นะ


“ได้แต่ขึ้นไปก่อนเลย เดี๋ยวพ่อตามไป” ติดซีรี่ย์ฝรั่งอยู่ล่ะสิพ่อน่ะ


“ครับ ฝันดีนะครับพ่อ” 


“ฝันดีเจ้าลูกชาย”








---------------------------------------------------------------------------------------







สปอยด์อีกเรื่องจ้า 

รวิกับศศิ จากเรื่องทฤษฎีโลกกลม 

เปิดตัวแล้วน้าาาา ฝากติดตามด้วย  

เป็นเรื่องราวของช่างภาพหนุ่มกับนักเขียนนิยายรักค่ะ 

อ่านง่าย สบายสมอง (เหรอ?)



ตอนนี้เราอยากให้เห็นความรักของพ่อกับแม่เนอะ 

เคยบอกไปแล้วว่าเรื่องนี้จะไม่ได้มีแค่เรื่องความรักของคนสองคน 

แต่จะมีจากเพื่อนและครอบครัวด้วย 

อยากให้เห็นว่าชีวิตมันไม่ได้แย่ขนาดนั้น มันมีอะไรอีกหลายๆ อย่างเนอะ

อกหักแต่ก็ไม่ตาย รักแล้วเจ็บมันเป็นเรื่องปกติ 

ถ้ายอมรับตรงจุดนี้ได้มันก็ไม่ได้แย่มากนัก

สุดท้ายนี้ ผู้ชายแบบคุณพ่อนี่คือดีงามค่ะ 



*มีเพจด้วยนะชื่อ ตุ๊กตากระเบื้องเคลือบ อยู่ในเฟส แต่แปะลิ้งไม่ได้*


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 952 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,610 ความคิดเห็น

  1. #2604 desbestiny (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2563 / 00:45
    คุณพ่ออบอุ่นมากกก ตอนนี้ทำเอาเราร้องไห้เลย ไม่ใช่เพราะท้องฟ้าทำน้องอกหักหรอกนะ แต่ร้องให้เพราะความรักของครอบครัวน้องงงง มันดีจริงๆนะการที่มีพ่อแม่คอยเป็นห่วงเป็นกำลังใจคอยอยู่เคียงข้าง
    #2,604
    0
  2. #2573 Paewa_i (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 11 มกราคม 2563 / 16:13
    ชอบมุมมองความรักของทะเลมากๆเลยเพราะนี่ก็มองแบบทะเล ตอนนี้ถือว่าเป็นตอนที่อบอุ่นมาก อยากไปกอดน้อง
    #2,573
    0
  3. #2551 Ruruka Buta (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2562 / 22:34
    รู้สึกอยากกอดปลอบน้อง น้องมีครอบครัวที่อบอุ่นจริงๆ อ่านแล้วรู้สึกตื้นตันมากเลยกับครอบครัวทะเล แต่เบื่อพระเอกจริงๆนะ เสนอให้เมธทวงคืนทะเลกลับมา
    #2,551
    0
  4. #2502 Jibangrin (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 1 เมษายน 2562 / 22:47
    คูมพ่อออออออ
    #2,502
    0
  5. #2439 ⓒoup . t (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 1 มีนาคม 2562 / 21:11
    กูเริ่มเบื่อพระเอกละเปลี่ยนพระเอกค่ะ
    #2,439
    0
  6. #2296 maybee23 (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2561 / 17:57
    ทะเลเป็นคนมีความคิดน่ารักมากๆ คุณพ่อขาก็มากๆเช่นกัน ส่วนท้องฟงท้องฟ้านั้นมันพลาดมากและช่างเขาค่ะ
    #2,296
    0
  7. #2096 nunnunn04 (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2561 / 03:20
    เบื่อและลำไย
    #2,096
    0
  8. #1805 duckkymyung (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2561 / 20:26
    ฮือออออ รู้เลยว่าครอบครัว​ของทะเลต้องอบอุ่นมากเลยล่ะ ชอบบบบบ
    #1,805
    0
  9. #1730 Miki_milky (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 23 เมษายน 2561 / 22:35
    ทะเลต้องผ่านมันไปได้นะ
    #1,730
    0
  10. #1695 Cereal_Killer (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 22 เมษายน 2561 / 16:41
    ศีลธรรมมันค้ำคอ~~
    #1,695
    0
  11. #1636 noname_prince2 (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 14 เมษายน 2561 / 22:42
    น่ารักกก
    #1,636
    0
  12. #1587 braben (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 12 เมษายน 2561 / 21:09
    ทะเลน่ารัก ความคิดในเรื่องความรักของน้อง หาได้น้อยมากเลยที่จะมีคิดแบบนี้ได้ ส่วนใหญ่มีแต่จะเปนจะตาย ชื่นชมทะเล น้องน่ารักนะ ส่วนเรื่องท้องฟ้า เราโนคอมเมนต์ รอรู้พร้อมน้องละกัน
    #1,587
    0
  13. #1585 pangpapawee (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 12 เมษายน 2561 / 00:10
    ซึ้งมากอ่าาา
    #1,585
    0
  14. #1584 Aphodite (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 11 เมษายน 2561 / 21:25
    ทัศนคติเกี่ยวกับความรักของทะเลนี่ดีมากจริงๆนะ เค้าจะไม่รักก็ได้แต่ถ้ารักได้ก็ดี ชอบตรงที่บอกคุณแม่ว่า อกหักนะ ร้องไห้นะ แต่ไม่เป็นไรแล้วนะ
    #1,584
    0
  15. #1582 saiDarkrose (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 11 เมษายน 2561 / 19:25
    ความเป็นครอบครัว มันช่วยเยียวยาได้ทุกแผลบนหัวใจ ต่อให้แผลนั้นจะเป็นแผลเป็นที่หายยาก แต่เราเชื่อว่าครอบครัวสามารถเยียวยาให้มันหายได้
    #1,582
    0
  16. #1576 SnookPreeya (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 11 เมษายน 2561 / 13:26
    ชอบฟีลของเรื่องนี้มากๆ
    #1,576
    0
  17. #1575 __b.bam (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 11 เมษายน 2561 / 13:24
    เราหิวมาม่าอ่ะไรท์ ม่าอีกสักนิดนะ5556
    #1,575
    0
  18. #1572 Rainbow_Jang (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 11 เมษายน 2561 / 11:18

    รออ่านเด้อออ

    #1,572
    0
  19. #1571 DsnoopyD (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 11 เมษายน 2561 / 10:26
    พ่อน่ารักจัง
    #1,571
    0
  20. #1570 Nmfsp (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 11 เมษายน 2561 / 05:20
    คุณพ่อน่ารักจังง
    #1,570
    0
  21. #1569 pparpbebi。 (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 11 เมษายน 2561 / 01:19
    ทะเลทำถูกแล้ว ไม่รู้สิเราก็คงทำแบบทะเลเหมือนกัน ถอยมาตั้งหลักก่อนแล้วค่อยสู้กับปัญหา เราเชื่อว่าท้องฟ้าจะหาเหตุผลดีๆได้ ทุกอย่างมันจะผ่านไปด้วยดี
    #1,569
    0
  22. #1568 สุกี้ยากี้ (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 11 เมษายน 2561 / 00:59
    ดีมากกก. ในขณะที่ทะเลกำลังฮีลตัวเอง. เราว่าท้องฟ้ากำลังบ้าคลั่ง. รีบๆคืนดีกันเถอะ. ผิดใจกันเพราะเรื่องแบบนี้ไม่โอเคเลย. แต่ท้องฟ้าควรพาทะเลไปด้วยนะ. ถ้าแฟนเก่าจะโทรจิกเบอร์นี้ เบะปากรัวๆ
    #1,568
    0
  23. #1567 Lady_papaya (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 11 เมษายน 2561 / 00:31
    สมน้ำหน้าท้องฟ้า

    ชอบทำตัวสุภาพบุรุษ

    ทะเลหายไปนานๆเลยนะ

    เอาให้มีคนอกแตกตายไปเลย
    #1,567
    0
  24. #1553 aster (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 10 เมษายน 2561 / 21:16

    นี่เป็นฉากที่สวยงามที่สุดตั้งแต่อ่านนิยายมาเลย

    #1,553
    0
  25. #1543 _ktnxx (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 10 เมษายน 2561 / 18:57
    เข้าใจความรู้สึกของทะเลนะส่วนการแอบชอบนั้นถือว่าทะเลstrong พอตัวไม่ว่าคนที่แอบชอบจะอยู่ในสถานะไหนแม่งมันชอบไปแล้วไง555
    #1,543
    0