รักได้ไหม..พี่ชายที่รัก

ตอนที่ 8 : เริ่มต้น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 23
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    6 ก.พ. 58

ทุกสายตาในลานจอดรถของซุปเปอร์มาร์เก็ตต่างพุ่งตรงมาที่ชายหนุ่มวัยสิบเจ็ดปี ผิวขาวจัด รูปร่างสูงแบบนักกีฬาที่ดูแลตัวเองอย่างดี รวมไปถึงสายตาของเด็กผู้หญิงที่เดินอยู่ข้างๆที่เวลานี้ดูเหมือนหมากระป๋องที่เดินคู่กับเสาไฟฟ้า เด็กหญิงแหงนหน้ามองเสาไฟฟ้าเดินได้ ดูเหมือนจะไม่ได้สนใจอะไรราวกับว่าเป็นความเคยชินที่ตกเป็นเป้าสายตาของคนแปลกหน้า ก็ไม่แปลกที่คนจะมอง เพราะคนที่เดินเคียงนอกจากสูงโดดเด่นแล้ว ผิวก็ยังขาวเสียจนไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นผิวของผู้ชาย

               
โบซอกเคยกินกิมจิไหมคนร่างสูงหันมาถาม

               
อุนจิน่ะเหรอ แหวะใครจะไปกินเด็กหญิงรีบส่ายหน้าหนีก่อนตอบ พลางคิดว่าท่าจะบ้าใครจะไปกินได้

               
ไม่ใช่อุนจิ...กิมจิหน่ะ...อืม เป็นผักดองที่เรียกได้ว่าเป็นอาหารประจำชาติของเกาหลี

               
ไม่ชอบกินผักเด็กหญิงตอบทันควัน

               
ลองกินก่อนดีไหม พี่รับรองเลยว่า พอโบซอกได้กินแล้วจะต้องชอบกินผักเลยล่ะคนตัวสูงพยายามล่อหลอก ในขณะที่มือก็หยิบผักกาดขาว หัวไชเท้าและเครื่องปรุงอีกหลายอย่าง เด็กหญิงมองคนตัวโตกว่าที่เดินหยิบโน่น นั่น นี่ อย่างคล่องแคล่ว ก็ไม่เห็นจะต้องลากเธอให้มาด้วยเลยนี่หน่า

               
พี่ได้ของที่จะทำกิมจิครบแล้ว โบซอกอยากจะกินอะไรเป็นพิเศษหรือเปล่า

               

               
นับตั้งแต่ที่ครอบครัว โอซอง ย้ายเข้ามาอาศัยอยู่ในบ้านเด็กหญิงพลอยปภัสพยายามใช้ชีวิตให้เป็นปรกติเหมือนอย่างที่เคยเป็น ตื่นแต่เช้า ไปโรงเรียน กลับบ้าน กินข้าว เข้านอน แต่ชีวิตปรกติของเธอที่เธอพยายามทำให้เป็นปรกติ ก็จะต้องมี ชายหนุ่มร่างสูง เข้ามามีส่วนร่วมด้วยแทบทุกครั้ง ทั้งกินอาหารเช้าร่วมโต๊ะเดียวกัน ขับรถไปส่งที่โรงเรียน มารับกลับบ้าน กินอาหารเย็นพร้อมกัน นี่ยังดีที่ว่า ไม่พาเธอเข้านอนด้วย ถึงแม้ว่า เด็กหญิงพยายามจะกวนประสาท หรือ
กวนติง ใส่ แต่มนุษย์ร่างสูงคนนั้นกลับเฉยได้เป็นปรกติ จนพักหลังๆ เธอก็เริ่มเคยชินกับการมี ผู้ชายสองคน เข้ามาเกี่ยวข้องในชีวิต อย่างน้อยก็ดีแล้วไม่ใช่เหรอ ที่เห็นแม่ยิ้มได้ และกลับมามีความสุขอีกครั้ง

               
สวัสดีค่ะพี่โอนี่ก็เป็นอีกเช้าวันหนึ่งที่ เขา ขับรถแวะรับแต้มไปส่งที่โรงเรียนด้วยกัน แต้มเปิดตูรถด้านหลังแล้วขึ้นไปนั่งจุ้มปุ๊กเรียบร้อย

               
วันนี้พี่โอไม่ไปมหาวิทยาลัยเหรอคะธิดารัตน์มองชายหนุ่มหลังพวงมาลัย วันนี้เขาไม่ได้ใส่ชุดนักศึกษาเหมือนอย่างทุกวัน หนำซ้ำยังรู้สึกได้ว่า แต่งตัวดูดีเกินกว่าจะขับรถไปส่งน้องสาวที่โรงเรียน

               
พลอยปภัสชำเลืองมองคนนั่งข้างๆ ใจก็อยากรู้เหมือนกัน แต่ปากหนักเกินกว่าจะถาม...เรื่อง

อะไรจะถามเดี๋ยวจะคิดว่าเราสนใจเรื่องของคนอื่น แต่ถึงอย่างนั้น หูก็ตั้งแทบจะกระดิกได้ด้วยความสนใจฟังคำตอบ ใช่ แต่งตัวซะหล่อ แถมยังใส่น้ำหอมหอมฟุ้งซะขนาดนี้

               
วันนี้พี่ไม่มีเรียนครับคิม โอซอง ตอบแค่นั้นไม่บอกต่อด้วยซ้ำว่าไปไหน


รถดำซิ่งวิ่งปรู๊ดจอดหน้าโรงเรียนประถมมีชื่อแห่งหนึ่ง เด็กนักเรียนชายหญิงเดินเข้าโรงเรียนกันขวักไขว่ โดยมีคุณครูเวนคอยยืนรับเด็กนักเรียนอยู่ด้านหน้า      


คุณครูสาวในชุดฟอร์มเสื้อสีขาวกระโปรงน้ำเงินซึ่งยืนอยู่หน้าประตูทางเข้าโรงเรียนหันมามองรถคันสีดำที่จอดอยู่ก่อนที่เด็กหญิงทั้งสองคนจะเดินลงมาจากรถ


ถ้าวันนี้ไม่ว่างก็ไม่ต้องมารับหรอกนะ...กลับเองได้ถูกเด็กหญิงพูดแบบนี้ ชายหนุ่มเลยหันไปมองเด็กกระป๋องที่นั่งหน้าบุบอยู่ข้างๆ

               
พี่ไปคุยเรื่องงานถ่ายแบบ คงใช้เวลาไม่นานหรอกแล้วตอนเย็นพี่จะมารับนะ ว่าที่นายแบบกดกระจกหน้าต่างรถตะโกนบอกเด็กหญิงที่กำลังจะก้าวเข้าไปสวัสดีคุณครูสาว

          “ได้ยินมั้ยพลอยพี่โอบอกว่าจะไปถ่ายแบบ ว้าวเท่ห์ชะมัด อิจฉาจัง พลอยจะมีพี่ชายเป็นดาราแล้วนะเนี่ย

               
แค่ถ่ายแบบไม่เห็นต้องตื่นเต้นเลยขนาดนี้เลย แล้วอีกอย่าง ที่เราได้ยินเขาบอกว่าไปคุยเรื่องถ่ายแบบเฉยๆนะ

               
นั่นแหล่ะๆ ถ้าพี่โอไปถ่ายแบบ พลอยต้องให้เราไปดูด้วยนะ

              
 
โอ๊ะ...เราจะให้ไปได้ไง แต้มอยากไปก็ต้องขอตัวนายแบบโน่นพลอยปภัสบุ้ยใบ้ไปทางว่าที่นายแบบที่ขับรถไปแล้ว แม้ปากจะบอกว่าไม่สนใจ แต่พลอยปภัสก็อดที่จะตื่นเต้นไปกับแต้มด้วยไม่ได้

        

               
อรนภัสยื่นกรรไกรตัดหญ้าส่งให้ชินกีที่กำลังเตรียมตัวจะนั่งตัดหญ้าที่เริ่มขึ้นสูง เพราะเขารู้ว่า เมื่อพลอยปภัสกลับมาจากที่โรงเรียน เด็กหญิงจะชอบมานั่งอ่านหนังสือ และทำการบ้านที่ตรงนี้ หลังจากที่ตัดหญ้าเสร็จแล้วเขาจะได้รดน้ำต้นไม้ที่ปลูกขึ้นมาใหม่ที่ยังเล็กเพียงแค่ถึงเอวผู้ใหญ่เท่านั้น แต่มันก็ช่วยให้บ้านหลังนี้ดูเขียวชื่นตามากขึ้น เขามองต้นไม้ที่ลงมือปลูกด้วยความภูมิใจแม้ต้นไม้ต้นเล็กจะเทียบไม่ได้กับต้นไม้ต้นใหญ่ที่มีอยู่ก่อนหน้า แต่สักวัน ต้นไม้ต้นเล็กนี้จะค่อยๆหยั่งรากฝังลึกไว้ใต้ดินอย่างแน่นเหนียว และจะแผ่กิ่งก้านใบให้ร่มเงาแก่ผู้อยู่อาศัยในบ้านหลังนี้

               
คนเป็นภรรยาที่เข้าไปเตรียมอาหารเย็นอยู่ในห้องครัว เดินถือถาดขนมและเครื่องดื่มออกมาวางที่ห้องนั่งเล่นที่เปิดประตูโล่งมองเห็น ผู้เป็นสามีกำลังง่วนอยู่กับการรดน้ำต้นไม้ เธอเงยหน้ามองท้องฟ้าที่แสงแดดยามบ่ายยังแรงจ้า แล้วตะโกนเรียกสามีที่ถือสายยางรดน้ำต้นไม้จนพื้นดินชุ่มฉ่ำ

         
ชินกีคะ เข้าบ้านก่อนเถอะคะ ยืนตากแดดนานๆเดี๋ยวไม่สบายนะคะ ถ้อยคำเรียกขานด้วยน้ำเสียงห่วงใยทำให้ชายหนุ่มหวนคิดไปถึงผู้หญิงอีกคน ที่เคยใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน เธอคนนั้นคงจะมีความสุขกับคนที่เธอเลือกแล้วชินกียิ้ม เป็นแบบนี้ก็ดีแล้ว เราต่างมีเส้นทางชีวิตที่เราเลือดด้วยตนเอง เขาละสายตาจากต้นไม้หันไปมองหญิงสาวที่ยืนอยู่ระหว่างประตู  แล้วจึงวางสายยาง ปิดก๊อกน้ำ เดินไปโอบเอวภรรยาไว้หลวมๆ

               
ชื่นใจจังอดไม่ได้ที่จะหอมแก้มนวลๆ ที่เอี้ยวตัวหลบ

               
อะไรกัน ตัวอรมีแต่กลิ่นน้ำมัน กับกลิ่นกับข้าว

               
กลิ่นแบบนี้แหล่ะ หอมที่สุดแล้วคนเป็นสามีเย้าภรรยาตนก่อนที่จะพากันเดินเข้าไปในบ้านรังอุ่น   
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

3 ความคิดเห็น