รักได้ไหม..พี่ชายที่รัก

ตอนที่ 7 : ครอบครัวเดียวกัน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 25
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    6 ก.พ. 58

หลังจากงานเลี้ยงฉลองงานแต่งงานที่เกิดเรื่องวุ่นวายขึ้นหนึ่งวัน ครอบครัวคิมก็ย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านรังอุ่น อรนัภสพาครอบครัวใหม่เดินขึ้นมาบนชั้นสองของบ้าน ซึ่งมีห้องพักทั้งหมดสามห้องด้วยกัน

               
ห้องนี้เป็นห้องนอนใหญ่อากับ...คุณชินกีจะอยู่ด้วยกันห้องนี้

               
พลอยปภัสกวาดสายตามองห้องนอนห้องใหญ่ที่สุดของบ้าน  ห้องนอนแสนสบายที่หลายต่อหลายครั้งที่เธอจะเข้ามานอนคั่นกลางระหว่างพ่อกับแม่ กอดพ่อ หอมแก้มแม่ด้วยหัวใจที่เปี่ยมสุข และแม้กระทั่งเมื่อพ่อได้จากไปแล้ว บางครั้งเมื่อเธอนอนไม่หลับเพราะคิดถึงพ่อ เธอก็จะขอแม่เข้ามานอนด้วย นี่ไงเตียงกว้างตรงนี้ที่พ่อเคยนอน เธอยังรู้สึกเหมือนได้กลิ่นและความอบอุ่นของพ่อจางอยู่ตรงนั้น แต่เมื่อสามีใหม่ของแม่เข้ามาอยู่ในห้องนี้ เธอก็คงจะไม่สามารถเข้ามานั่ง มานอนเล่นห้องนี้ได้อีกแล้ว

               
แม่เก็บของของพ่อออกมาหมดหรือยังคะอรนภัสหันไปมองลูกสาวที่แม้ปากบอกว่ารับได้ที่ให้ครอบครัว คิม เข้ามาอยู่มากกว่าที่เราจะย้ายออกไปอยู่คอนโดหรูใจกลางเมืองซึ่งหมายความว่าจะต้องเปลี่ยนแปลงการดำเนินชีวิตขั้นมโหฬารทั้งย้ายที่อยู่ และย้ายโรงเรียน แต่ด้วยสายตาที่เธอเห็น ลูกไม่ได้ยินดีอย่างที่ปากพูด

               
พลอยก็รู้นี่ว่า แม่เก็บของของพ่อเอาไปบริจาคที่วัดหมดแล้ว

               
เด็กหญิงหันไปมองหน้ามารดากับผู้ชายอีกคนที่ยืนอยู่ในห้อง กระเป๋าเสื้อผ้าใบใหญ่วางอยู่หน้าตู้เสื้อผ้า รอแค่ว่าเมื่อเธอเดินออกไปของทั้งหมดที่มีอยู่ด้านในก็คงย้ายเข้าไปอยู่ในตู้

               
ไม่มีอะไรที่พลอยต้องทำแล้วใช่ไหมคะแม่ ถ้าอย่างนั้นพลอยขอไปบ้านแต้ม

               
เดี๋ยว...แม่อยากให้พลอยช่วยพี่โอซองขนของที่รถเข้ามาไว้ในบ้านด้วย เดี๋ยวแม่กับลุงชินกีจะช่วยกันจัดห้อง

               
ขณะที่ลูกสาวจะอ้าปากปฎิเสธ อรนภัสก็รีบยกมือห้าม

               
อย่าลืมว่าต่อไปนี้ เราไม่ได้อยู่กันแค่สองคนอีกแล้ว

               
พลอยปภัสมองหน้าผู้ชายอีกคนที่ยืนอยู่ด้านหลัง
ไม่ลืมค่ะ จะลืมได้ยังไงก็ยืนตัวสูงเป็นเสาไฟฟ้าอยู่อย่างนั้น

                 
บ้านรังอุ่นหลังไม่ใหญ่เมื่ออยู่กันแค่สามคน พ่อ แม่ ลูก แต่เมื่อเหลือกันแค่สองคนแม่ลูก บ้านที่เคยดูว่าไม่ใหญ่กลับดูกว้างและเงียบเหงาไปถนัดตา บ้านที่ปลูกอยู่บนเนื้อที่ห้าสิบตาราวาของโครงการหมู่บ้านชื่อดัง ติดกับถนนใหญ่และไม่ห่างไกลจากแหล่งย่านชุมชน ทั้งโรงเรียน ซุปเปอร์มาร์เก็ต และคลินิก

               
โบซอกเดินไปกลับโรงเรียนเองทุกวันหรือเปล่า จู่ๆคนร่างสูงก็เอ่ยถามเด็กหญิงที่เดินมาช่วยขนของตามคำบัญชาของแม่ ตอนนี้เธอเริ่มคุ้นกับการที่เขาเรียกชื่อเธอว่าโบซอก

               
ก็เดินบ้างวิ่งบ้างแล้วแต่วันไหนอยากจะวิ่งหรืออยากจะเดิน เด็กหญิงตอบยียวนกวนประสาทพลางมองโอซองที่หยิบกระเป๋าใบใหญ่ออกมาจากท้ายรถซึ่งอัดแน่นไปด้วยกล่องกระดาษและยังมีกระเป๋าใบใหญ่อีกสามสี่ใบ...ขนอะไรมานักหนาเนี่ย

               
ถ้างั้นต่อไปนี้ไม่ต้องเดินหรือวิ่งแล้วนะคนร่างสูงทยอยหยิบของจากท้ายรถออกมาวาง

               
ไม่ให้เดินจะให้เหาะไปหรือไง

               
พี่จะขับรถไปส่งเอง เวลาพี่ออกไปเรียนก็ต้องผ่านหน้าโรงเรียนโบซอกอยู่แล้วแล้วตอนเย็นเลิกเรียนสามโมงครึ่งใช่ไหม

               
ไม่ต้องหรอกค่ะ พลอยเดินของพลอยได้...แล้วของของใครก็ขนเอาเองละกันนะ อย่ามาใช้แรงงานเด็กไม่งั้นพลอยจะฟ้องกรมแรงงานพูดจบเธอก็เดินเข้าไปในบ้าน เปิดโทรทัศน์ดูการ์ตูนเรื่องเซเลอร์มูนฆ่าเวลา

               
เธอพยายามไม่สนใจคนร่างสูงที่เดินหอบของพะรุงพะรังเดินเข้าออกนอกบ้านหลายต่อหลายรอบจนคนที่นั่งดูการ์ตูนเริ่มดูไม่รู้เรื่องแล้วยังมีเสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้นไม่รู้เวล่ำเวลาว่าคนกำลังต้องการสมาธิในการดูการ์ตูนเรื่องโปรด พลอยปภัสหยิบรีโมทปิดโทรทัศน์อย่างอารมณ์เสีย แล้วเดินไปที่โต๊ะกลมตัวเล็กมุมห้องหยิบโทรศัพท์โดราเอม่อนขึ้นมาก่อนจะกรอกเสียงลงไป

               
สวัสดีค่ะจะพูดกับแม่อรหรือน้องพลอยคะเป็นประโยคประจำตัวที่เด็กหญิงพูดเมื่อรับสาย นับตั้งแต่พ่อจากไป ก็มีแค่เธอกับแม่เท่านั้นที่จะรับโทรศัพท์ ก็ถ้าไม่พูดกับแม่ก็ต้องพูดกับเธอล่ะน่า

               
จะพูดกับพี่ชายของน้องพลอยค่ะเสียงใสๆหัวเราะคิคิตามหลังมันน่าโมโหนัก

               
แต้ม ไม่ต้องมาดัดเสียงเลยเราจำได้นะ

               
แหมเราเก็กเสียงแล้วนะ ยังจำได้อีกไม่หนุกเลย

               
โทรมามีอะไร

               
ก็เมื่อคืนพี่โอหน่ะเขามาตามหาพลอยที่บ้านเรา ไหนพลอยบอกเราว่าไปงานเลี้ยงฉลองงานแต่งงานแม่ แล้วไหงพี่เขามาตามหาพลอยที่บ้านเรา พลอยไปไหน รายงานมาด่วน

               
แหม เรียกซะสนิมสนมเลยนะ...ตอนนี้เล่าไม่สะดวก สปายเดินเข้าๆออกตลอดเวลา ไม่รู้ว่าที่โทรศัพท์มีเครื่องดักฟังฝังไว้ด้วยหรือเปล่าเนี่ย

               
บ้า...อย่ามาเวอร์ เราจะโทรมาบอกด้วยว่า เราเป็นห่วงพลอยอย่าเที่ยวหายตัวไปแบบนี้อีกมันไม่ดีหรอกนะ

               
เด็กหญิงวางสายจากเพื่อน แล้วหันไปมองสปายตัวสูง ที่เดินเหงื่อโชกเข้ามาในบ้าน นับจากวันนี้ เวลารับสายโทรศัพท์ก็ต้องพูดใหม่แล้วสินะ...จะเรียนสายกับใครคะ เหมือนอย่างที่คุณครูสอนเรื่องมารยาทในการรับโทรศัพท์ เพราะบ้านรังอุ่น ไม่ได้มีแค่แม่กับเธออีกแล้ว

               
เสาไฟฟ้าเดินได้ถือกระเป๋าใบเล็กใบสุดท้ายเดินเข้ามาในบ้าน...ขืนแม่รู้ว่าไม่ช่วยขนของคงโดนบ่นจนถึงเย็น คนที่ประกาศปาวๆว่าอย่ามาใช้แรงงานเด็ก รีบเดินหน้าแป้นดึงกระเป๋าออกจากมือชายหนุ่ม

               
มาช่วยถือ...พลอยช่วยยกแล้วนะจะมาบอกว่าไม่ช่วยไม่ได้ด้วยเด็กหน้าแป้นเดินนำหน้าขึ้นบันได ผ่านห้องนอนห้องใหญ่ แม่กับพ่อเลี้ยง กำลังจัดของใช้ส่วนตัวเก็บเข้าที่เข้าทาง เธอได้ยินเสียงหัวเราะของแม่ เสียงหยอกเย้าตามประสาคู่ชีวิตข้าวใหม่ปลามัน แม้จะบอกตัวเองว่าเริ่มทำใจยอมรับได้ แต่เมื่อตกอยู่ในสถานการณ์ที่ได้เห็นและได้ยิน น้ำตาของเด็กหญิงก็ไหลออกมาอย่างไม่รู้ตัว

               
พลอยปภัสวางกระเป๋าใบเล็กไว้หน้าห้องที่ประตูห้องนอนมีป้ายภาษาประหลาดติดไว้อยู่ เขียนว่าอะไรเธอก็ยากจะคาดเดา จากนั้นเธอจึงเดินลงมานั่งเล่นที่สนามหญ้าหน้าบ้าน

               
สนามหญ้ากว้างเรียบ ต้นไม้กำลังผลิดอกส่งกลิ่นหอมอวล เด็กหญิงนั่งเล่นที่ม้านั่งไม้มองสนามหญ้าหน้าบ้านมองต้นไม้ที่พ่อปลูกไว้อย่างแสนรัก มองรังนกน้อยที่กำลังก่อรังอยู่ที่กิ่งต้นมะม่วง เด็กหญิงมองสรรพสิ่งรอบตัว ทุกอย่างรอบบ้านแทบจะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง นั่นต้นไม้ต้นใหญ่ ที่พ่อขนซื้อมาปลูก นั่นต้นไม้ของแม่ที่แม่เลือกสรรมาแล้วว่าส่งกลิ่นหอม มือน้อยๆเช็ดน้ำตาที่เปื้อนแก้ม เธอไม่อยากร้องไห้แต่การทำใจยอมรับมันช่างยากเย็นเลือกเกิน

               
โบซอกบอกกับอาอรว่าจะขอไปหาแต้มไม่ใช่เหรอ เสียงที่ดังขึ้นด้านหลังทำให้เด็กหญิงที่กำลังเข้าโหมดเศร้าต้องรีบยกมือเช็ดน้ำตาอย่างไม่ทันตั้งตัวก่อนที่จะหันไปตอบเหมือนไม่ได้ร้องไห้ ทั้งที่ตากลมโตยังคงแดงก่ำอยู่

               
ก็อยากไปแต่แม่ไม่ให้ไปเด็กหญิงพึมพำก่อนจะหันหลังกลับทำเหมือนกำลังตั้งใจชมนกชมไม้และไม่อยาก ให้ใครมารบกวน

               
พี่กำลังจะไปบ้านแต้มพอดี โบซอกจะไปไหม โอซองเดินมายืนอยู่ด้านหน้าเด็กหน้าบูดบึ้ง

               
จะไปบ้านแต้มทำไม แต้มเป็นเพื่อนพลอยนะไม่ใช่เพื่อน...พี่ซะหน่อย

               
ถ้าอยากรู้ก็ไปด้วยกัน พี่ขออนุญาตจากน้าอรให้แล้ว

               
พลอยปภัสเดินไปขึ้นรถคันเล็กสีดำสนิทที่จอดอยู่ในโรงจอดรถหน้าบ้าน แล้วขึ้นไปนั่งรอก่อนเจ้าของรถเสียอีก

               
น้าอรบอกให้แวะซื้ออาหารสดที่ซุปเปอร์มาร์เก็ตหน้าปากซอยด้วยนะ ดีที่มีโบซอกมาด้วยพี่ไม่ค่อยรู้เรื่องของกินของใช้ที่นี่ เดี๋ยวเราแวะบ้านแต้มแล้ว ไปซื้อของด้วยกันนะคนนั่งขับรถพูดเองเออเองเสร็จสรรพ ตอนแรกเด็กหญิงจะขัดคอขึ้นเถียง เรื่องอะไรจะไปด้วย แต่พอนั่งรถไปถึงบ้านเพื่อนก็รู้สึกไม่อยากจะลงไป ก็ในเมื่อเพื่อนรัก กำลังนั่งยืนร้องเพลงอย่างมีความสุขอยู่หน้าบ้านมีพ่อนั่งเล่นกีตาร์บรรเลงตามเสียงร้องคีย์สูง คีย์ต่ำ มีแม่ที่เดินถือถาดขนมมาวางไว้ที่กลางวง ลงมานั่งพร้อมหน้าทั้งครอบครัว แล้วคนนอกอย่างเธอจะเดินไปนั่งแทรกขัดจังหวะความสนุกสนานตรงนั้นทำไม

               
พลอยไม่ลงแล้วล่ะ พี่จะลงไปที่บ้านแต้มไม่ใช่เหรอ

               
ใช่...พ่อชินกีบอกให้พี่เอาช๊อคโกแลตมาให้หน่ะ พลอยจะลงไปด้วยไหมคนถามเอี้ยวตัวหยิบกล่องของขวัญที่ห่อด้วยกระดาษสีฟ้าที่วางไว้เบาะหลังรถ

               
ไม่อ่ะ เดี๋ยวพรุ่งนี้ก็เจอกัน แม่บอกให้ไปซื้อของด้วยไม่ใช่เหรอ เดี๋ยวคุยนานกลับบ้านช้าจะโดนแม่บ่น คนร่างสูงพยักหน้าเชิงรับรู้แล้วจึงเปิดประตูออกไป ขัดจังหวะครอบครัวแสนสุขที่นั่งอยู่ในบ้านหลังนั้น ธิดารัตน์วิ่งมารับกล่องของขวัญพลางโบกมือให้เพื่อนที่นั่งอยู่ในรถ พลอยปภัสโบกมือให้กลับแล้วนั่งรอคนขับรถกลับมานั่งประจำที่ของตน

               
พลอยปภัสเหลือบตามองคนขับรถครั้งแรกที่เห็นหน้าแล้วฟังสำเนียงการพูดไทยที่ไม่ค่อยชัดเธอก็นึกว่าเป็นคนจีนหรือคนญี่ปุ่น แต่มารดาเธอบอกว่าสองพ่อลูกตระกูลคิม เป็นคนเกาหลี ประเทศเกาหลี ประเทศที่เธอไม่รู้จัก และไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าประเทศที่ดูเหมือนกับว่าจะห่างไกลกับเด็กหญิงอย่างเธอจะเข้ามามีบทบาทกับการดำเนินชีวิตต่อไปในภายหน้า

               
คนขับรถชำเลืองมองเด็กหญิงหน้าบึ้งที่ยังคงทำหน้าง้ำได้ตลอดเวลา ทำหน้ายู่ๆแบบนี้ไม่เมื่อยหน้าหรือยังไงนะ เขาเองก็อยากจะถาม แต่กลัวว่าหน้ายู่ๆจะยิ่งยับย่นมากกว่าเดิม จะต้องใช้เวลานานแค่ไหนกว่าเด็กหน้ายุ่งจะเปิดหัวใจยอมรับได้ว่า เวลานี้มีเขากับพ่อชินกีเข้ามาใช้ชีวิตร่วมเป็นครอบครัวเดียวกัน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

3 ความคิดเห็น