รักได้ไหม..พี่ชายที่รัก

ตอนที่ 6 : คำสัญญา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 19
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    6 ก.พ. 58

ในอีกไม่กี่เดือนต่อมา งานแต่งงานก็ถูกจัดขึ้นภายในห้องจัดเลี้ยงของสวนอาหารอย่างเรียบง่าย แม้ว่าเวลานั้นเด็กหญิงจะยังไม่เห็นด้วยหรือตั้งแง่แต่ก็ไม่อาจขัดขวางความรักที่สุกงอมของผู้เป็นแม่และผู้ชายอีกคนได้ บรรยากาศในงานเลี้ยงฉลองงานแต่งงานเต็มไปด้วยความสุข หันไปมองทางใดก็จะเห็นแต่รอยยิ้ม และเสียงอวยพรให้คู่บ่าวสาวครองคู่อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข


พลอยปภัสมองแม่ที่อยู่ในชุดเจ้าสาวสีขาวสะอาดดูสวยสมวัย ใบหน้าละไมผ่องใส แม่ดูมีความสุข ร่าเริงและยิ้มได้แทบจะเป็นแม่คนเดิมที่เธอรู้จัก นานแล้วที่ไม่ได้เห็นรอยยิ้มสดใสแบบนี้นับจากวันที่พ่อจากเธอไป วันนี้ แม่กำลังเริ่มชีวิตใหม่ ร่วมชีวิตกับผู้ชายคนใหม่ และเธอกำลังจะกลายเป็นส่วนเกิน...เด็กหญิงมองภาพความสุขตรงหน้าด้วยความรู้สึกแปลกแยก แม่กำลังจะกลายเป็นของคนอื่นโดยสมบูรณ์ ยิ่งได้เห็นผู้ที่กำลังจะเข้ามาเป็นพ่อเลี้ยงกระชับมือแม่ไว้แน่น หัวใจเล็กๆของเด็กหญิงยิ่งปวดร้าวอย่างบอกไม่ถูก...


นั่นเป็นที่ที่พ่อของเธอเคยยืนอยู่มิใช่หรือ


พลอยมาถ่ายรูปด้วยกันสิลูกอรนภัสเรียกลูกสาวที่นั่งทำหน้าบอกบุญไม่รับ แม้ว่าตัวเธอเองจะรู้ว่าลูกไม่ยินดีในการที่เธอจะเริ่มชีวิตคู่ใหม่กับใครสักคน แต่เธอก็อยากให้ลูกเข้าใจว่า เธอไม่สามารถใช้ชีวิตอยู่ได้ลำพังเพียงคนเดียว เธอแค่หวังว่าอีกหน่อยลูกคงจะเข้าใจแม่


เด็กหญิงหันไปมองแม่ที่โบกมือเรียกให้ไปถ่ายรูปร่วมกัน เธอจะไม่มีวันเรียกผู้ชายคนนั้นว่าพ่ออย่างเด็ดขาด ไม่แม้จะต้องไปอยู่ร่วมกันแม้จะเป็นแค่ในรูปถ่ายก็เถอะ


แม่ถ่ายรูปไปก่อนเถอะค่ะ พลอยขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อนเด็กหญิงลุกขึ้น เธอปรายตามองภาพครอบครัวสุขสันต์...ด้วยหัวใจแห้งโหย


ขอให้แม่มีความสุขกับครอบครัวใหม่ของแม่นะคะ เธอพึมพำและคิดมาตลอดทางที่เดินออกมาจากร้านอาหารแห่งนั้น


ท้องฟ้ามืดมิด ถนนขวักไขว่ไปด้วยผู้คนและยวดยานสารพัด เสาไฟจากริมถนนทอดยาวไปตามทางเดิน เด็กผู้หญิงอย่างเธอจะไปที่ไหนได้


เด็กหญิงนึกถึงพ่อ เธอมองเส้นทางเบื้องหน้า ถ้าเดินไปเรื่อยๆอีกนานคงกว่าจะถึง โชคดีที่เธอมีเงินติดตัวมาด้วยถึงจะไม่มากแต่ก็พอที่จะนั่งรถประจำทางไปได้


พลอยปภัสเดินมาจนถึงป้ายรถประจำทาง มีคนยืนรอรถทั้งผู้หญิงและผู้ชายหลายแต่ต่างไม่มีใครสนใจใครทุกคนจับจ้องมองรถประจำทางสายของตนเองด้วยกันทั้งนั้น รถประจำทางวิ่งมาจอดหน้าป้ายรถเมล์ เด็กหญิงพยายามมอง ป้ายบอกทางที่ติดอยู่ด้านข้างรถแต่ละคันก่อนที่จะขับผ่านไป จนกระทั่งเห็นป้ายที่บอกว่ารถคันนี้ผ่านจุดหมายปลายทางของเธอ เด็กหญิงในชุดกระโปรงสีชมพูอ่อนจึงรีบจ้ำอ้าวขึ้นบันไดไปนั่งบนรถประจำทางทันที


กว่าที่อรนภัสจะรู้ว่าลูกสาวเดินหายออกไปจากเลี้ยงฉลองงานแต่งงานก็ใช้เวลาร่วมเกือบยี่สิบนาที ตอนแรกเธอคิดว่าลูกสาวอาจจะเบื่อที่ภายในงานมีแต่ผู้ใหญ่จึงออกไปเดินเล่นรอบๆสวนอาหาร หรือบางทีลูกอาจจะอยู่สนามเด็กเล่นที่สวนอาหารมีไว้ให้บริการลูกค้าที่พาเด็กๆเข้ามารับประทานอาหารจนกระทั่งได้เวลาตัดเค้กงานแต่งงาน เธอจึงขอให้คิม โอซองซึ่งช่วยดูแลแขกเหรื่ออยู้ให้ออกไปตามน้องเข้ามาร่วมงาน


แล้วเหตุการณ์ชุลมุนในงานก็เกิดขึ้นเมื่อคิม โอซอง เดินมาบอกว่า พลอยปภัสไม่ได้อยู่ในสวนอาหาร เมื่อลูกสาวของเจ้าสาวเกิดหายตัวไปกลางงานแต่งงาน ทั้งเจ้าสาวและเจ้าบ่าวก็ต่างวิ่งวุ่นตามหาไปทั่วแต่ไม่มีใครรู้ใครเห็นว่าเด็กหญิงหายไปไหน คิม โอซองหันไปดูเจ้าสาวที่นั่งโทษตัวเองว่าเป็นต้นเหตุ ส่วนเจ้าบ่าวก็ได้แต่นั่งปลอบโยนอยู่ใกล้ๆ แล้วแบบนี้เมื่อไหร่จะหาเด็กดื้อเจอ


เขาได้แต่คิดไปตลอดทางที่นั่งอยู่ในรถว่า เด็กผู้หญิงอายุแค่สิบสองเดินทางคนเดียวในเวลากลางคืนช่างไม่รู้เลยหรือไงว่าได้พาตัวเองเข้าไปใกล้คำว่าอันตรายอย่างไม่น่าให้อภัย


เด็กดื้อ เอาแต่ใจตนเอง เขาบ่นกับตัวเองไปตลอดทางที่ต้องกลายมาเป็นพี่ชายฝึกหัดทั้งที่เกิดมาก็ไม่เคยทำหน้าที่นี้แม้แต่ครั้งเดียว

               
เขานึกไปถึงสถานที่ต่างๆ ที่เด็กผู้หญิงวัยสิบสองจะเดินทางไปได้ในเวลากลางคืน พลอยปภัสไม่ใช่เด็กที่ถูกปล่อยปละไปไหนต่อไหนได้เพียงลำพังในสถานที่ไกลเกินกว่าบ้าน สถานที่เด็กผู้หญิงคุ้นเคยจะมี แค่บ้าน โรงเรียน บ้านของเพื่อนสนิท และสถาบันสอนภาษาฝั่งตรงข้ามโรงเรียน แล้วพลอยปภัสจะไปที่ไหนได้ บ้านเพื่อนสนิท ที่เขารู้จักบ้านก็มีแต่ธิดารัตน์เท่านั้น เขารีบขับรถจนมาถึงหน้าบ้านของธิดารัตน์ บิดาของเด็กหญิงเดินออกมาดูเขาที่ยืนกดออดอยู่หน้าประตูรั้ว

               
ขอโทษนะครับ โบซอก เอ่อ พลอยน่ะครับมาหาแต้มที่นี่หรือเปล่าครับ

               
อ้าวคุณนั่นเองบิดาของธิดารัตน์จำได้ว่า ผู้ชายที่ยืนอยู่นอกประตูรั้วเคยมาส่งลูกสาวของตนที่บ้านและถ้าจำไม่ผิดวันนั้นแต้มบอกว่า เขาเป็นพี่ชายของพลอยปภัส เด็กผู้หญิงที่ชอบมานั่งเล่นที่บ้านของเขา

               
ไม่ได้มานะคุณ มีอะไรหรือเปล่าเขาถามด้วยความเป็นห่วง เด็กหญิงในวัยที่เริ่มเป็นสาว หายตัวไปในเวลากลางคืนย่อมเป็นสิ่งที่ไม่ใช่เรื่องดีแน่ๆ

               
เรื่องมันยาวน่ะครับ แต่ถ้าพลอยมาที่นี่ รบกวนคุณอาช่วยรั้งเธอให้อยู่ที่นี่ก่อนนะครับเขายกมือไหว้ตามแบบธรรมเนียมไทยที่อรนภัสเคยสอน แล้วรีบเดินกลับไปที่รถ ถ้าพลอยปภัสไม่ได้มาที่นี่ แล้วเธอจะไปที่ไหน

               
พี่โอคะ...พี่โอเด็กผู้หญิงต้วจ้อยรีบวิ่งออกมาจากบ้าน เธอตะโกนเรียนชายหนุ่มดังลั่นก่อนที่เขาจะรีบขึ้นรถ คิม โอซอง หันไปมองตามเสียงเรียก เด็กผู้หญิงที่ยืนเกาะประตูรั้วอยู่ในบ้าน

               
ธิดารัตน์บอกถึงสถานที่ที่พลอยปภัสน่าจะไปมากที่สุดในเวลานี้ แม้ที่แห่งนั้นจะไม่ใช่สถานที่ที่ควรจะไปเลยในเวลากลางคืนก็ตาม

               
แน่ใจเหรอว่าพลอยเขาจะไปที่นี่คนเดียว โอซองถามย้ำด้วยน้ำเสียงไม่แน่ใจ

               
แต้มเดาว่า พลอยน่าจะไปนะพี่ พี่ลองไปดูละกัน ถ้าไม่ใช่ที่นี่แต้มก็นึกไม่ออกแล้วว่าพลอยจะไปที่ไหน

               
เขารีบขับรถตรงไปยังสถานที่ที่ธิดารัตน์บอกกับเขาแล้วก็เป็นอย่างที่แต้มคิด เด็กผู้หญิงในชุดสีชมพูฟูฟ่องนั่งก้มหน้าร้องไห้อยู่หน้ากุฏิอัฐิของบิดาเธอ

               
เขาเดินเข้าไปแล้วนั่งลงใกล้ๆกับน้องสาวจำเป็น พลางมองรูปถ่ายที่ติดอยู่บนกุฏิอัฐิ เด็กสาวหันมามองเมื่อเห็นแขกที่ไม่รับเชิญตามมาจนเจอจึงตั้งท่าจะลุกขึ้นเดินหนีแต่เขาเอื้อมมือรั้งเธอให้นั่งลงเสียก่อน

               
ผมยังไม่เคยได้มาแนะนำตัวกับคุณอาอย่างเป็นทางการ ผมชื่อคิม โอซองเป็นลูกชายของคนที่กำลังจะแต่งงานกับคุณอาอร...คุณแม่ของน้องโบซอกเขานิ่งไปซักพักก่อนที่จะพยายามไล่เลียงคำพูดให้เป็นประโยคภาษาไทยได้อย่างชัดเจนและถูกต้องกับสิ่งที่เขาคิดมากที่สุด

               
นับจากวันนี้เป็นต้นไป ผมสัญญาว่าจะดูแลน้องพลอยแทนคุณอา ขอให้คุณอาเชื่อใจผมเสมือนว่าผมเป็นลูกชายคนโตอีกคนหนึ่ง วินาทีนั้นเขากุมมือน้องสาวจำเป็นไว้เสียจนแน่น เพราะกลัวว่าถ้าปล่อยมือนี้ไป มือเล็กๆนี้จะเตลิดไปไหนต่อไหนได้อีก เขาหันไปมองเด็กผู้หญิงที่นั่งหน้ามอมเลอะทั้งหน้าเลอะทั้งชุด ดูเหมือนนางฟ้าตัวน้อยๆที่ตกลงมาจากสวรรค์

               
น้องโบซอก ขอให้เชื่อพี่เถอะว่า คุณอาอรเองไม่ได้รักคุณพ่อของน้องพลอยน้อยลงไปจากเดิมที่เคยรัก พ่อชินกีไม่สามารถเข้าไปแทนที่ในหัวใจของอาอรได้หรอกเพียงแต่ว่าเวลานี้ คุณอาต้องมีคนดูแลประคับประคองชีวิตต่อจากที่คุณพ่อของน้องพลอยเคยดูแล และคุณพ่อของพี่ก็ขอเข้ามาทำหน้าที่นั้น พี่ขอโอกาสให้คุณพ่อของพี่ได้พิสูจน์ว่า ท่านสามารถดูแลคุณแม่ของน้องพลอยได้ไหมนั่นเป็นประโยคภาษาไทยที่เขาพูดออกมาได้ยาวและเรียบเรียงออกมาได้ตรงกับความรู้สึกของเขามากที่สุด

               
เขามองแววตากลมโตที่มีรอยน้ำตาเอ่ออยู่ ไม่มีคำพูดใดๆออกมาจากปากของเด็กผู้หญิง นอกจากการพยักหน้ารับ และขอให้เขาพากลับไปที่งานแต่งงานตามเดิม เขามองน้องสาวตัวเล็กที่เดินข้างๆเขา

               
การเป็นพี่ชายที่แสนดีนี่ไม่ง่ายเลยแต่เอาเถอะเขาจะค่อยๆพยายามปรับตัวให้อย่างดีที่สุด

                

3 ความคิดเห็น