รักได้ไหม..พี่ชายที่รัก

ตอนที่ 5 : พี่ชายคนใหม่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 23
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    6 ก.พ. 58

เด็กหญิงเดินไปที่หน้าต่างห้องนอน มองมารดาที่กำลังเดินไปส่งผู้ชายคนนั้นที่รถ ผู้ชายคนนั้นน่ะหรือที่จะมาเป็นพ่อเลี้ยงของเธอ พลอยปภัสไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้มาก่อน ไม่เคยคิดเลยเสียด้วยซ้ำว่า แม่จะแต่งงานใหม่  แล้วเธอก็ได้ยินเสียงเหมือนมีใครกำลังเดินขึ้นบันไดมา ใครกัน เธอมองกลับไปที่หน้าต่าง ไม่ใช่มารดาของเธอแน่ๆเพราะทั้งคู่ยังยืนอยู่ที่ด้านล่างนั่น พลอยปภัสรีบพาเท้าวิ่งตรงไปที่เตียงนอนพร้อมๆกับที่ได้ยินเสียงประตูห้องเปิดออกเบาๆ

               
แสงไฟจากข้างนอกส่องเข้ามาภายในห้องนอนที่ปิดไฟมืดมิด ทำให้พอมองเห็นว่า คนที่เดินเข้ามาในห้องร่างสูงผอม เธอหลับตามิดเมื่อรู้สึกว่าร่างนั้นเดินตรงมาใกล้เตียงนอน มืออุ่นนาบมาที่หน้าผาก พร้อมส่งเสียงเบาๆด้วยภาษาที่เธอไม่เข้าใจ จากนั้นมีเสียงวางของบางอย่างลงบนโต๊ะเล็กข้างเตียงนอน ผ้านวมผืนใหญ่ที่เธอสะบัดออกไปที่ปลายเท้าถูกดึงขึ้นมาห่มไว้ที่อก แล้วเสียงฝีเท้าก็เดินไกลออกไปจนถึงประตูห้องนอน

                 
แสงสว่างจากภายนอกหายไปทันทีที่ประตูถูกปิดอีกครั้ง ห้องทั้งห้องกลับมาจมจ่อมอยู่ในความมืดเช่นเดิม พลอยปภัสวิ่งตรงไปที่หน้าต่างบานเดิม ผู้ชายที่เธอเห็นเมื่อตอนเย็นเดินตรงไปที่รถ เธอรู้สึกเหมือนว่าเขาเงยหน้าขึ้นมามองที่หน้าต่างห้องนอนของเธอ เด็กหญิงรีบวิ่ง
กลับมาที่เตียงนอน เธอถลาลงบนเตียงอย่างรีบร้อนก่อนจะหยิบผ้านวมขึ้นมาคลุมโปงทั้งตัว ซักพักเห็นไม่มีสิ่งใดผิดปรกติเกิดขึ้น จึงเปิดโคมไฟที่หัวเตียง มีกล่องของขวัญวางอยู่บนโต๊ะ ที่โบว์สีน้ำเงินมีการ์ดเล็กๆเสียบไว้อยู่ พลอยปภัสดึงการ์ดใบเล็กขึ้นมาอ่าน ลายมือที่เห็น เขียนโย้ไปโย้มาเหมือนเด็กเพิ่งหัดเขียนหนังสือ

               
สำหรับน้องโบซอก...จากพี่โอซอง

               
พลอยปภัสวางการ์ดใบนั้นลงบนกล่องตามเดิม ก่อนที่จะถือมันเอาออกไปวางที่หน้าห้องนอน วินาทีนั้นเธอคิดแต่ว่าของจากครอบครัวนั้นเธอไม่ต้องการ ไม่ว่าจะเป็นของหรือคน
แม้วันรุ่งขึ้น แม่จะบอกให้เธอเก็บกล่องของขวัญนั้นไว้ แม้จะเก็บเข้ามาในห้อง แต่เธอจะไม่มีวันเปิดดู  เธอเก็บกล่องของขวัญใส่ไว้ในตู้เสื้อผ้า ดันไว้จนลึกที่สุดมุมตู้

 

               
หลังจากวันนั้น คิม โอซองก็เข้ามามีบทบาทในชีวิตของพลอยปภัสมากขึ้น  ทุกๆเย็นเขาจะมารับเด็กหญิงกลับจากโรงเรียน ซึ่งแน่นอนว่าเรียกเสียงฮือฮาจากเด็กแก่แดดทั้งหลายได้มากโขทีเดียว

               
โอ้โหพลอยดูนั่นสิ ผู้ชายตัวสูงๆที่ยืนอยู่หน้าประตูโรงเรียน หล่อชะมัดเลย ธิดารัตน์มองใครสักคนหนึ่งหน้าประตูโรงเรียน แล้วร้องขึ้นเสียงใส พลอยปภัสมองหน้าเพื่อนที่แสดงอาการเวอร์จนเกินขนาด ทำกับว่าเห็นดารามายืนยิ้มให้หน้าโรงเรียนซะอย่างนั้น

               
ไหน ทำเป็นตื่นเต้น ขอดูหน่อยสิ พลอยปภัสซึ่งเดินตามหลังรีบเดินมาดูหน้าคนหล่อของเพื่อน อะไรกันนักหนา ทั้งเด็กรุ่นราวคราวเดียวกันและคุณครูสาวๆยืนยิ้มให้ยืนมองใครซะเป็นตาเดียว หรือว่า จะมีดารามายืนยิ้มอยู่หน้าโรงเรียนจริงๆ แล้วคนที่เธอเห็นกลับไม่ใช่ ดารา แต่เป็น ผู้ชายร่างสูงในชุดนักศึกษาชาย เสื้อฟอร์มสีขาวสะอาด กับกางเกงสีดำ ดูเหมือนคุณครูฝึกหัดที่มาสอนโรงเรียนเธอไม่ผิดเพี้ยน

               
เสียงกรี๊ดกร๊าดของเด็กแก่แดดดังขึ้นเป็นระยะๆบางคนใจกล้าหน่อยก็วิ่งไปจ้องหน้า บางคนก็วิ่งไป ถามชื่อ ซักประวัติราวกับเป็นคุณครูฝ่ายปกครอง พลอยปภัสไม่รู้ว่าคิม โอซองตอบคำถามว่าอะไรบ้าง รู้แต่ว่า เด็กหญิงที่บากหน้าวิ่งไปถามวิ่งกลับเข้ามาในกลุ่มที่ส่งเสียงกรี๊ดกร๊าดพร้อมกับบ่นกระปอดกระแปด
            

               
ไม่ใช่คนไทย พูดภาษาอะไรก็ไม่รู้ ไม่รู้เรื่อง

               
พลอยปภัสภาวนาแล้วภาวนาอีก อย่าให้เขามองเห็นเธอแต่เขาก็เห็นเด็กกระป๋องคนนี้จนได้
 

               
โบซอกเสียงเรียกที่ดังลั่นจากบุคคลที่กำลังเป็นที่สนใจถูกเบนไปหาใครที่ผู้ชายคนนั้นกำลังเรียกหา แล้วสายตาทุกคนก็เลื่อนมาจับจ้องที่เธอแทน รวมไปถึงสายตาของธิดารัตน์ที่ยืนอยู่ข้างๆเธอด้วย

               
เฮ้ย...พลอย ผู้ชายคนนั้น เขาเรียกพลอยใช่ไหม นั่นน่ะเขาโบกมือเรียกอยู่ รู้จักเขาด้วยเหรอ สายตาของธิดารัตน์มีแววระยิบระยับขึ้นมาทันทีทันใด

               
ไม่รู้จัก แล้วเขาเรียกชื่อฉันซะที่ไหน เขาเรียกโบซอกตะหาก พลอยปภัสเน้นเสียงบอกเพื่อนไปอย่างนั้น แล้วก็รีบเดินหนีคิม โอซองที่โดนทั้งสาวเล็กสาวใหญ่ ลุมหน้าลุมหลัง

               
จะรีบเดินไปไหนพลอย...นี่พี่คนนั้นเขาเดินตามมาด้วย

               
จะไปสนใจทำไม รีบเดินเถอะแต้มพลอยปภัสตอบหน้าตาเฉยแล้วเท้าก็ก้าวเดินแบบไม่มองหน้ามองหลังเธอคิดแต่ว่าอยากกลับไปบ้านให้ไวที่สุด

               
จากที่เคยคิดว่า อยากให้มีใครสักคนมารับกลับบ้าน แต่พอมีคนมารับจริงๆแล้ว พลอยปภัสกลับอยากเดินกลับบ้านคนเดียวหรือไม่ก็เดินกลับบ้านพร้อมกับแต้มมากกว่า

               
โบซอก...เดี๋ยวก่อนสิเดี๋ยวพี่พาข้ามคิม โอซองคว้ามือเด็กหญิงที่กำลังจะเดินข้ามถนน

               
พลอยไม่ใช่เด็กเล็กๆที่ต้องให้ใครมาจูงเดิน พลอยปภัสสะบัดมือออกจากแล้วรีบวิ่งข้ามถนน จนเกือบจะโดนรถชน โชคดีที่ว่า เด็กหญิงวิ่งพ้นไปเสียก่อน

               
เสียงแตรรถบีบดังลั่นพร้อมกับเสียงเบรกดังเอี๊ยดอ๊าด คิม โอซองรีบข้ามถนนตามเด็กหญิงซึ่งยังยืนอึ้งอยู่ริมถนนด้วยความตกใจ อีกนิดเดียวถ้าเธอก้าวไม่ทัน เธอจะถูกรถคันนั้นชนเพราะความดื้อหัวรั้นของเธอแท้ๆ

               
เป็นยังไงบ้าง เจ็บตรงไหนหรือเปล่า

               
พลอยปภัสส่ายหน้าแทนคำตอบ

               
ทำไมถึงวิ่งตัดหน้ารถแบบนั้นพลอย โชคดีนะที่ไม่ถูกรถชนธิดารัตน์เอ่ยปรามทำน้ำเสียงเหมือนแก่กว่าเพื่อนร่วมชั้นสักสิบปี

               
น้องโบซอกคิม โอซองเอ่ยเสียงเข้ม น้ำเสียงจริงจังจนเด็กหญิงต้องหันกลับไปมองอย่างเลี่ยงไม่ได้

               
คะ

               
น้าอรให้พี่มารับไปกินข้าวเย็นนอกบ้าน

               
ทำไมแม่ต้องให้...มารับ แล้วพลอยจะเชื่อได้ยังไงว่าแม่ให้มารับจริงๆแล้วอีกอย่างพลอยต้องเรียนภาษาอังกฤษตอนเย็นพลอยปภัสตั้งแง่ คนมารับจึงหยิบจดหมายที่อรนภัสฝากไว้ให้เธออ่าน พลอยปภัสรับกระดาษใบเล็กที่มีลายมือคุ้นตาเขียนกำชับ

               
 
แม่ให้พี่โอซองมารับพลอยไปกินข้าวนอกบ้าน เรื่องเรียนพิเศษแม่โทรไปบอกครูให้แล้วว่าขอหยุดหนึ่งวัน อย่าดื้อกับพี่เขานะพลอย แม่รอเราอยู่พลอยปภัสมองลายมือในจดหมาย อย่างนี้เธอก็หมดสิทธิ์เลี่ยงที่จะไม่ไป

               
น้องชื่ออะไรครับ เดี๋ยวพี่ขับรถไปส่งที่บ้านก่อนคนมารับหันไปถามธิดารัตน์ที่ยังยืนยิ้มให้อย่างไม่รู้เหน็ดเหนื่อยหรือเมื่อยปาก หมดสิทธิ์ที่เธอจะใช้เพื่อนเป็นข้ออ้างว่าเธอจะต้องกลับบ้านพร้อมแต้ม

               
แต้มค่ะ ขอบคุณนะคะพี่

               
คิม โอซองเดินนำเด็กกระป๋องทั้งสองคนไปที่รถ ก่อนจะพาธิดารัตน์ไปส่งที่บ้าน จากนั้นจึงพาพลอยปภัสไปที่ร้านอาหาร...ตลอดระยะเวลาหลังจากนั้นช่างเป็นช่วงเวลาที่พลอยปภัสรู้สึกกลืนไม่เข้าคายไม่ออกคล้ายกับช่วงเวลาที่เคี้ยวหมากฝรั่งจนสิ้นหวานแล้ว ไม่รู้ว่าจะไปคายไว้ที่ไหนได้

3 ความคิดเห็น