รักได้ไหม..พี่ชายที่รัก

ตอนที่ 1 : สูญเสีย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 85
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    6 ก.พ. 58

วัยเยาว์

ปัง...ปัง-ง-ง!”

           
เสียงปืนตะเบ็งดังลั่นไปทั่วบริเวณหลังจากเกิดเหตุวิวาทภายในร้านอาหาร เรียกความสนใจจนทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ต้องหันกลับมามองเป็นตาเดียว หลังจากนั้นไม่นานนักความโกลาหลก็เกิดขึ้นเสียงเอะอะโวยวาย เสียงตึงตังของโต๊ะ เก้าอี้ล้มระเนระนาดและตามมาด้วยเสียงกรีดร้องที่ฟังไม่ได้สรรพ ภาพรอบตัวมีแต่ความวุ่นวาย บางคนยืนนิ่งด้วยความตกใจจนทำอะไรไม่ถูก แต่หลายคนกำลังวิ่งหนีไปให้ไกลจากที่เกิดเหตุรวมทั้งคนที่ลงมือยิงเขาด้วย

               
ความเจ็บปวดแผ่ซ่านทะลุอก มันเป็นเวลายาวนานชั่วกัปชั่วกัลป์ ก่อนที่เขาจะล้มลง ความคิดนำพาไปถึงสิ่งที่ผ่านมาและสิ่งที่เขายังไม่ได้ทำ...เจ้าของร้านที่เขาคุ้นเคยกับพนักงานเสริฟชายจำนวนหนึ่งเริ่มวิ่งกรูเข้ามาพยุงร่างเขาไว้ แล้วภาพทุกอย่างก็จบสิ้นลงตรงนั้นรวมทั้งลมหายใจของเขาด้วย ไม่มีคำสั่งเสีย ไม่มีคำกล่าวลา ทุกสิ่งทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างกะทันหันโดยที่ไม่มีใครได้ทันตั้งตัว

           
สุดขอบของแผ่นฟ้าฉาบด้วยสีเทามืดดุจมีแผ่นเหล็กหนามหึมาค่อยๆเคลื่อนเข้ามาฉาบทาบพื้นที่บริเวณนั้นไว้ ตลอดพื้นดินอันยาวเหยียดมีสิ่งปลูกสร้างมากมายบ่งบอกว่าทุกพื้นที่ล้วนมีเจ้าของเข้าจับจอง ไม่มีพื้นดินใดที่จะมีที่ว่างโดยปราศจากเจ้าของ แผ่นฟ้าสีเหล็กเคลื่อนตัวเข้ามาปกคลุมจนท้องฟ้ากลายเป็นสีดำสนิท  ลมหนาวพัดผ่านรุนแรงราวกับจะประกาศให้รู้ว่า เวลานี้ได้มีเหตุการณ์ร้ายๆเกิดขึ้นแล้ว


เด็กหญิงนอนหลับในห้องนอนของบ้านหลังใหญ่ บนเตียงนอนที่มีผ้านวมอุ่นหนาเธอกำลังหลับฝันดี...เธอฝันว่าพ่อพาเธอไปเที่ยวที่ไหนสักแห่ง ที่นั่นสวยจนเธอยังไม่อยากกลับบ้าน เธอจึงขอให้พ่อพาเธอเดินไปเรื่อย จนเดินผ่านเข้าไปในป่าที่มีต้นไม้รกครึ้ม แล้วเธอก็พลัดหลงกับพ่อในป่าแห่งนั้น เธอวิ่งตาม เรียกหาพ่อจนหมดเสียง แล้วเธอก็เริ่มร้องไห้ เมื่อหาพ่อไม่เจอ


พ่อจ๋า...พ่อไปไหนเด็กหญิงร้องไห้สะอึกสะอื้นดังลั่นจนกระทั่งสะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึกด้วยความตกใจ น้ำตายังคงเปียกชื้นที่ขอบตา


แค่ฝันทำไมต้องร้องไห้ หัวใจเด็กหญิงเต้นแรงราวกับว่ากำลังสูญเสียพ่อไปจริงๆ แต่เสียงร้องไห้ที่เธอได้ยินยังไม่หยุด เสียงร้องไห้ที่ได้ยินกลับไม่ใช่เสียงร้องของเธอ แต่เป็นเสียงร่ำไห้ของผู้หญิงคนหนึ่งที่ร้องไฟ้คร่ำครวญดังขึ้นมาถึงบนห้องนอนของเธอ


เด็กหญิงรีบถลาลงมาจากเตียงนอน เปิดประตูกว้าง เสียงร้องไห้ของแม่ ดังมาจากห้องรับแขกด้านล่าง เธอเดินลงบันไดอย่างเร่งรีบ แม่อยู่ในชุดนอนสีชมพูอ่อน นั่งยวบยาบที่พื้นอย่างคนหมดแรง มือข้างหนึ่งยังคงกำหูโทรศัพท์ไว้แน่น ทั้งดวงหน้า และแววตาบูดเบี้ยวหมดสวย น้ำตาไหลเปรอะเปื้อนอาบแก้ม  เด็กหญิงมองแม่ที่ร้องไห้อย่างคนทำอะไรไม่ถูกก่อนจะตัดสินใจวิ่งตรงไปหาแม่


ตั้งแต่จำความได้ แม่ไม่เคยร้องไห้มากขนาดนี้ ไม่ใช่สิ เธอไม่เคยเห็นแม่ร้องไห้ด้วยซ้ำ แม่ที่เธอเห็นจะเป็นเหมือนนางฟ้าอารมณ์ดีที่ประทานให้คนรอบข้างพบแต่รอยยิ้ม เสียงหัวเราและความสนุก แต่คืนนี้แม่เป็นอะไร...ใครทำให้แม่ต้องร้องไห้


ทันทีที่ร่างเล็กๆของเธอวิ่งไปถึงอ้อมกอดของแม่ที่โอบรัดมามันรัดแน่นรุนแรงราวกับว่าแม่ต้องการยึดเธอเป็นที่พึ่งหรือเกรงว่าเธอจะหายตัวไปได้ แม่กอดเธอแน่น แน่น จนรู้สึกเจ็บและอึดอัด

               
แม่เป็นอะไรคะ ร้องไห้ทำไม ใครทำอะไรแม่คะเธอถามขึ้นพลางยกมือเล็กๆซับน้ำตาที่เปรอะแก้มทั้งสองข้าง

               
ผู้เป็นแม่เงยหน้ามองลูกสาวด้วยดวงตาและใบหน้าเศร้าสลด คราวนี้อ้อมกอดแน่น แน่นเหมือนจะคลายลงมาบ้างเล็กน้อย คล้ายพยายามปลุกปลอบ แต่ผู้เป็นแม่ทำได้ไม่ดีเลย เพราะนั่นมันยิ่งทำให้เด็กหญิงรู้สึกไม่สบายใจและกังวลใจมากขึ้นกว่าเดิม

               
ต่อไปนี้พ่อ...พ่อจะไม่ได้อยู่กับเราแล้วนะลูกแม่พยายามจะเรียบเรียงคำพูดให้ออกมาเรียบง่ายที่สุดแต่มันก็ช่างเป็นคำที่พูดยากมากที่สุดเช่นกัน

               
พ่อเขาจะไปไหนเหรอคะแม่เธอถามแม่ยังรู้สึกปลายเสียงที่ถามมันสั่น ฝันแน่ๆ นี่เธอกำลังฝันแต่ เมื่อสิ้นเสียงที่ถามคราวนี้ผู้เป็นแม่ร้องไห้โฮออกมามากขึ้น มากขึ้นยิ่งกว่าเดิม ก่อนจะพูดประโยคที่ทำให้ทั้งชีวิตของคนทั้งสองคนเปลี่ยนแปลงไปตลอดกาล

               
พ่อตายแล้วลูก...พ่อตายแล้วเสียงของแม่สั่นเครือ แทบจะพูดออกมาไม่เป็นคำพูด แต่คำๆนั้นมันชัดเจนและแทงทะลุเข้ามาถึงจิตใจของผู้เป็นลูก

               
คุณลุงวิจารณ์โทรมาบอกแม่ด้วยตนเอง คุณลุงบอกว่าอีกไม่ถึงชั่วโมงคุณลุงจะขับรถมารับเราไปดูศพพ่อที่โรงพยาบาลพลอยรู้จักคุณลุงวิจารณ์ดี ชายสูงวัยคนนั้นเป็นเจ้านายของพ่อ และถ้าเรื่องนี้เป็นสิ่งที่คุณลุงวิจารณ์บอกมันก็คงไม่ใช่เรื่องล้อเล่น...ไม่จริงใช่ไหม เด็กน้อยร้องไห้ อยากจะพูดกับแม่ว่า มันไม่ใช่เรื่องจริง เดี๋ยวคงมีใครสักคนที่โทรเข้ามาแล้วบอกว่ามันเป็นเรื่องหยอกเย้าเราเล่น หรือมันอาจจะเป็นแค่ความฝันเท่านั้น 


เธอหยิบโทรศัพท์ออกจากมือของแม่ รีบกดหมายเลขโทรศัพท์มือถือของพ่อ ในขณะนั้นเธอได้แต่ภาวนาให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายได้โปรดช่วยให้เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องจริง แต่สิ่งที่ได้รู้หลังจากนั้นคือ...สิ่งศักดิ์สิทธิ์ไม่ได้ช่วยเธอเลย

               
โทรศัพท์ของพ่อปิดเครื่องไม่สามารถติดต่อได้ เธอมองดูนาฬิกา เที่ยงคืนกว่า พ่อไม่เคยกลับบ้านดึกมากขนาดนี้ แล้วในขณะที่เธอคิดอะไรอยู่ในหัวมากมายเสียงโทรศัพท์บ้านก็ดังขึ้น...


นั่นไง พ่ออาจจะโทรเข้ามาบอกเราว่า พ่อกำลังจะเดินทางกลับบ้านและนั่นย่อมหมายความว่าพ่อปลอดภัยดี

               
ฮัลโหลพลอยปภัสรีบรับโทรศัพท์ พยายามทำน้ำเสียงให้เป็นปรกติมากที่สุด หากเป็นพ่อโทรมา เธอคงจะโดนดุที่ดึกมากขนาดนี้ยังไม่เข้านอน แต่เสียงที่ตอบกลับมาทางปลายสายเป็นเสียงผู้ชายที่ไม่ใช่เสียงพ่อ และเป็นเสียงที่เธอจำได้...คุณลุงวิจารณ์เจ้านายของพ่อ

               
พลอยเหรอลูก ลุงเสียใจด้วยนะเรื่องของพ่อหนู ตอนนี้ลุงมารออยู่ที่หน้าประตูบ้านแล้ว หนูกับแม่พร้อมจะออกไปที่โรงพยาบาลหรือยัง

                 
ไม่จริงเสียงปฏิเสธดังลั่นแผดก้องอยู่ในอก เธอไม่อยากออกไปโรงพยาบาล เธอไม่อยากก้าวออกไปจากบ้าน หากพ่อกลับมาบ้านแล้วไม่เจอใครล่ะ พ่อจะต้องเป็นห่วงมาก แต่ถึงอย่างนั้นเด็กน้อยอย่างเธอก็ไม่สามารถเลือกที่จะทำหรือไม่ทำอะไรได้อย่างใจตนเอง

               
แม่คะ คุณลุงวิจารณ์มารอเราแล้วค่ะ เธอหันไปบอกแม่ ทั้งที่อยากจะบอกแม่ว่า เราไม่ไปได้ไหม แม่ยังคงนั่งร้องไห้เหมือนคนหมดอาลัยต่อชีวิต อากัปกิริยาของแม่เป็นสิ่งที่ชัดว่า สิ่งที่เธอหวังว่าพ่อจะกลับมาบ้าน จะไม่เกิดขึ้นมาอย่างแน่นอน ถ้าอย่างนั้น พ่ออาจจะแค่บาดเจ็บเล็กน้อยอยู่ที่โรงพยาบาลจึงยังไม่สามารถกลับบ้านได้ เมื่อคิดอย่างนั้นแล้วเธอจึงรีบเดินไปช่วยพยุงแม่ให้ลุกขึ้น หยิบเสื้อคลุมตัวยาวสวมทับชุดนอนของแม่ ก่อนจะเดินไปปิดไฟ และปิดบ้านจนเรียบร้อย...

               
คืนนี้วิจารณ์ขับรถมาเอง ไม่มีคนขับรถเหมือนอย่างปกติที่เคยเห็น เด็กหญิงยกมือไหว้ก่อนที่จะก้าวขึ้นรถยุโรปคันโก้ ผิดกับรถญี่ปุ่นของพ่อที่เก่ากว่าและเล็กกว่ามาก วินัยทำงานเป็นเลขาให้กับวิจารณ์มานานเกือบเท่าๆอายุของพลอยปภัสและเป็นคนที่วิจารณ์ไว้ใจให้ทำงานแทนในหลายๆอย่าง


คืนนี้ก็เช่นเดียวกัน วินัยบอกกับอรนภัสก่อนออกไปทำงานว่า จะกลับบ้านผิดเวลาเพราะต้องพาลูกค้าของบริษัทไปเลี้ยงรับรองอาหารค่ำที่ร้านอาหารใกล้ที่ทำงาน ตอนนั้นแด็กหญิงยังเดินเข้าไปกอดเอวพ่อแล้วร้องขอ ให้ซื้อขนมเค้กเจ้าประจำที่อยู่ใกล้ๆกันกับร้านอาหารนั้นมาให้ด้วย

               
พลอยปภัสยังจำได้ดีถึงรอยยิ้มที่บ่งบอกถึงความรักกับอ้อมแขนอบอุ่นและมือหนาใหญ่ที่พร้อมจะปกป้องเธอจากภัยอันตรายทุกสิ่งทุกอย่าง


พ่อขยี้หัวเธอจนยุ่งก่อนจะเขกเบาๆหนึ่งที

               
เอาขนมมะเหงกไปกินก่อนดีไหม เมื่อวันก่อนพ่อซื้อขนมครก ร้านที่เราอยากกิน มาให้ แล้วเป็นไง ขนมครกมันยังนอนรอคนให้ไปกินอยู่ในตู้เย็นอยู่เลย

               


ขอบคุณมากนะคะที่กรุณามารับดิฉันไปที่โรงพยาบาล แม่เอ่ยด้วยน้ำเสียงเกรงใจ ผิดกับคุณลุงวิจารณ์ที่พูดราวกับว่าเป็นหน้าที่ที่ต้องทำ

               
เป็นสิ่งที่ฉันควรทำมากที่สุด ถ้าไม่ใช่เพราะฉัน วานให้ วินัยไปดูแลลูกค้าแทน เรื่องแบบนี้คงไม่เกิดขึ้น หรือบางทีคนที่โชคร้ายคนนั้นอาจจะเป็นฉัน

               
เด็กหญิงนั่งฟังในสิ่งที่ผู้ใหญ่สองคนพูดคุยกันอยู่ที่เบาะหลังของรถ วิจารณ์เล่าให้มารดาของเธอฟังว่า เขากับภรรยาเดินทางไปสนามบินเพื่อส่งหลานชายไปเรียนที่เกาหลีที่ก็เลยไม่สะดวกที่จะพาลูกค้าคนสำคัญของบริษัทไปเลี้ยงรับรองที่ร้านอาหาร จึงให้บิดาของเธอไปแทน แล้วสิ่งที่ไม่คาดคิดกับคนทุกคนก็เกิดขึ้น เมื่อเกิดเหตุคนทะเลาะวิวาทกันในร้านอาหาร ตำรวจสันนิษฐานว่าการตายของวินัยเกิดจากลูกกระสุนเข้าไปฝังที่หัวใจ บิดาของเธอโดนลูกหลงจากคนเมาที่ทะเลาะกันเรื่องปัญหาของชู้สาว ตำรวจตามจับคนร้ายได้...แต่ตำรวจไม่สามารถเอาชีวิตของบิดากลับคืนมาให้ลูกสาวและภรรยาของเขาได้

                

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

3 ความคิดเห็น