ด้วยรัก...จากใจ (ลุ้นรัก Part 4)

ตอนที่ 4 : ตอนที่ 4

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,690
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 55 ครั้ง
    29 มี.ค. 63

     

ตอนที่ 4

                ธีรธรรมยืนมองภาพของสองพี่น้องโอบกอดกันแน่นบนเตียงคนเจ็บด้วยความซาบซึ้งใจ คงไม่ต้องถามอะไรมากมายถึงความรักใคร่กลมเกลียวกัน  เกริกพลรู้สึกตัวพร้อมสติครบสมบูรณ์และสามารถให้ปากคำกับตำรวจได้บ้างแล้ว  ส่วนเกสรานั้นยังร้องไห้โฮ  ธีรธรรมเองก็ไม่อาจรู้ได้ว่าน้องชายปลอบอะไรกับพี่สาวขี้แยที่ข้างหู 

            “ ถ้าร้องไห้ระบายความเหนื่อย ความเครียดพอแล้ว  ก็หยุดร้องเถอะพี่เกส  เกริกยังเป็นกำลังใจให้พี่สาวคนนี้เสมอนะ ” เกสรายิ่งกอดน้องชายแน่นขึ้น  จนคนเจ็บต้องร้องซีดเตือน  พี่สาวถึงคลายวงแขนเมื่อรู้ตัว  แต่ยังพูดอะไรไม่ออกในตอนนี้  หนุ่มผมยาวมองดวงตาพี่สาวพร้อมกับยกมือขึ้นปาดน้ำตาออกจากใบหน้าแสนสวย

            “ เลิกร้องไห้ได้แล้วพี่เกส  เดี๋ยวเกริกก็หาย  เจ็บแค่นี้ยังไม่ใกล้ตายซะหน่อย ” คนเจ็บผละร่างออกจากอ้อมกอดพี่สาวสุดที่รัก พร้อมส่งเสียงหัวเราะอีกฝ่ายที่ฟูมฟายยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุด

            “ พี่ขอห้ามเลยนะเกริก  ห้ามไปทำงานเป็นดีเจที่ไหนอีก   ถ้าเกริกชอบ ก็จัดงานปาร์ตี้ที่คอนโดแทนละกัน ” เกสราสั่งน้องชายเสียงเข้มและเอาจริง  พร้อมทั้งรับปากจะซื้อเครื่องมิกซ์เพลงให้ใหม่

            “ อย่าพึ่งพูดเรื่องนี้กับเกริกตอนนี้เลยพี่เกส  ก็เกริกบอกแล้วไงว่า  ถึงคราวเคราะห์มาเยือน  ไม่เอาน่าอย่าคิดมากเกินความจำเป็น ” คนเจ็บท่าทางไม่คิดมาจริง ๆ

            “ จะไม่ให้พี่คิดมากได้ยังไงกัน  ถ้าเกริกเป็นอะไรไป... ” เกสรากล่าวทั้งน้ำตาอย่างไม่อายบุคคลที่สามและสี่ ที่อยู่ร่วมห้องพักในโรงพยาบาล  เกริกพลได้แต่ยิ้มกว้างพลางหันหน้าไปมองผู้ชายรุ่นพี่ทั้งสองซึ่งยืนอยู่ข้างเตียงอีกฝั่ง

            “ พี่สาวเกริกเป็นคนอ่อนไหวครับพี่โก้ พี่ธรรม  ร้องไห้ไวเป็นที่หนึ่ง  แต่หยุดร้องโคตรยาก  อย่าถือสาพี่สาวเกริกเลยนะครับ  ไม่รู้เป็นผู้บริหารสายการบินได้ยังไง  ใจเสาะชะมัด! ” คนเจ็บกล่าวพลางโยกกายไปอิงพี่สาวเชิงหยอกล้อ  สองหนุ่มข้างเตียงพลอยหัวเราะตามคนเจ็บ  เกสราจึงเผลอหัวเราะตาม  ธีรธรรมมองภาพผู้หญิงเก่งและแกร่งเขม็ง  เคยคิดว่าผู้หญิงคนนี้คงร้องไห้ไม่เป็นหรือไม่ก็คงร้องไห้แบบไม่มีน้ำตาให้ใครเห็น  แต่เปล่าเลยเธอไม่ได้เป็นอย่างที่คิด  เกสราก็เหมือนผู้หญิงทั่วไป  ร้องไห้ได้  หัวเราะเป็น แต่เฉพาะกับคนใกล้ชิดเท่านั้นหรือเปล่า?   กัปตันหนุ่มรูปงามเผลอยิ้มพร้อมกับเดินไปยืนกอดอกตรงหน้าผู้บริหารสาวอายุยังน้อย

            “ เกสมาถึงตั้งนานแล้ว  หิวหรือยังครับ  อยากรู้ไหมว่าพี่ธรรมทำอะไรมาให้กินเย็นนี้ ” นักบินหนุ่มถามสตรีหนึ่งเดียวในห้อง  เกสราเงยหน้าขึ้นมองคนถามด้วยรอยยิ้มที่มุมปาก  จนคนเจ็บเริ่มสนใจนักบินในห้องเป็นพิเศษ

            “ พี่ธรรมทำอะไรมาให้เกสกินเหรอคะ ” หญิงสาวถามพลางเบนสายตาไปที่เครื่องบอกเวลาดิจิตอลข้างเตียงน้องชายสลับกับหน้านักบินหนุ่ม  วันนี้เกสราออกจากออฟฟิศเร็วก่อนกำหนดเกือบครึ่งชั่วโมง  ธีรธรรมเลยไม่ได้ไปรับ

            “ ถ้าหิวแล้วก็ไปมานั่งที่โต๊ะสิครับ นี่ก็ทุ่มนึงแล้ว ” เกสราเดินตามนักบินหนุ่มอย่างว่าง่าย  เกริกพลได้แต่มองตามหลังคนทั้งสองยิ้ม ๆ  ส่วนชายอีกคนขอตัวออกไปหาแฟนสาวตามเวลานัดแล้วจะมาเฝ้าคนเจ็บพรุ่งนี้   เมื่อในห้องคนเจ็บมีเพียงสามคน  เกริกพลเองก็รู้สึกหิวเมื่อได้กลิ่นอาหารโชยเข้าจมูก  ถึงแม้ทางโรงพยาบาลจะมีอาหารสำหรับคนป่วยก็ตาม  แต่รสชาติคงสู้อาหารที่ธีรธรรมนำมาบริการพี่สาวของเขาไม่ได้แน่นอน  หนุ่มเซอร์เลยขอกินอาหารพิเศษด้วยคน  ธีรธรรมจึงเลื่อนโต๊ะอาหารมาตั้งที่ข้างเตียงคนเจ็บซะเลย

            “ ไหนบอกพี่ว่าจะไว้ผมยาวแค่ประบ่าไงนายเกริก  ดูสิเนี่ย  ผมยาวถึงครึ่งหลังแล้วนะ เมื่อไหร่จะตัด ” เกสราพูดกับน้องชาย  มือเรียวสวยของหญิงสาวรวบผมยาวตรงมัดรวมกัน  เวลากินอาหารจะได้สะดวกไม่ต้องเสยผม

            “ เกริกชอบ  คงไม่ตัดหรอกพี่เกส  เลี้ยงไว้แบบนี้แหละ  ปล่อยให้ยาวลากดินเลย ”  

            “ น่าเกลียด ” ธีรธรรมยิ้มให้กับคำอุทานอันแสนหวานจากปากเกสรา ผู้หญิงคนนี้คงด่าใครไม่เป็น

            “ จริงนะพี่เกส  เกริกจะเป็นผู้ชายที่ผมยาวที่สุดในโลกให้ได้  หนังสือกินเนสส์บุ๊คจะต้องจารึกชื่อเกริกไว้ในนั้น  ไม่เชื่อคอยดู ” เกริกพลกล่าวจริงจัง  ขยิบตาข้างขวาให้ธีรธรรม  ก่อนจะหันกลับมาพูดจายียวนกวนประสาทพี่สาว   นักบินหนุ่มได้โอกาสประสมโรงกับน้องชายผู้บริหารสาว   จึงบอกกับเกสราไปว่า  ถ้าไม่ติดว่าเป็นนักบิน  ป่านนี้เขาก็คงไว้ผมยาวแล้วเช่นกัน 

            “ เพ้อเจ้อ ” เกสรากล่าวด้วยสีหน้าเคร่งเครียด  ไม่รู้ว่าน้องชายเธอบ้าไปแล้วหรือไร? ธีรธรรมอยากจะหัวเราะก๊าก  ท่าทางเกสราคงจริงจังไปกับซะทุกเรื่องและคิดว่าทุกเรื่องคือเรื่องจริงเสมอไปงั้นเหรอ  เกริกพลอยากจะหัวเราะเช่นเดียวกันกับบุรุษแปลกหน้า  แต่หัวเราะหนักทีไรรู้สึกเจ็บที่ชายโครงทุกที 

            “ เกริกเลิกแกล้งพี่เกสละ  ยิ้มหน่อยสิ เร็ว! จะงอนทำไมเนี่ย  ไม่อายพี่ธรรมเหรอ?  มาป้อนข้าวเย็นเกริกดีกว่า ” เกริกพลหันมาเสวนากับนักบิน  ปล่อยให้พี่สาวหน้านิ่วคิ้วขมวดไปตามสบาย  ก่อนจะพูดแหย่กลับจนพี่สาวหายหน้างอและยิ้มได้  ธีรธรรมสัมผัสได้ถึงความรักและผูกพันกันอย่างแน่นแฟ้นของสองพี่น้องตรงหน้า  โดยเฉพาะเกสรา  ได้แสดงความเป็นตัวของเธอออกมาให้เห็นเด่นชัดมากเมื่ออยู่กับน้องชาย  ธีรธรรมดีใจอย่างบอกไม่ถูกที่ได้เห็นมุมน่ารักที่ซ่อนอยู่ในตัวของผู้บริหารสาวสวยคนเก่ง  จากที่เคยเห็นภาพผู้หญิงหน้าตาเคร่งขรึมเวลาทำงานจนชิน  วันนี้เป็นวันดีที่กัปตันหนุ่มจะได้ทำความรู้จักเกสราให้มากขึ้น     

            “ พี่ธรรมทำอาหารเองหมดเลยเหรอครับ ” คนเจ็บถาม  พลางตักอาหารใส่จาน

            “ ครับ  ว่าแต่เกริกกับเกส   ชอบกินอาหารอีสานไหมครับ? ที่พี่เลือกเมนูพวกนี้มาก็เพราะเป็นเมนูสุดโปรดของพี่ธรรมเอง ” ธีรธรรมถามสองพี่น้อง  เกริกพลนั้นตอบได้คำเดียวว่าชอบและอร่อยมาก  ส่วนเกสรานั้น นั่งก้มหน้าก้มตาซดแกงอ่อมไก่ใส่ผักชีลาวไม่พูดไม่จา หูคอยฟังเรื่องราวที่สองหนุ่มกำลังคุยกัน  ท่าทางคู่นี้เข้ากันได้ดียิ่งกว่าปี่และขลุ่ยเสียอีก  อีกทั้งมีความชอบตรงกันในหลายอย่าง  ไม่ว่าจะเป็นเรื่องดนตรี  การออกกำลังกาย  อาหารการกิน  ของสะสมและอื่น ๆ อีกมากมาย  ผู้บริหารสาวได้แต่นั่งกินอาหารแสนอร่อยตรงหน้าต่อไป  ยิ้มและหัวเราะกับเรื่องราวที่ชายหนุ่มเล่าสู่กันฟัง  เมื่ออิ่มของคาว  เกสราคว้าส้มโอกับชมพู่พันธุ์ดีที่มารดาของธีรธรรมได้จัดตกแต่งลงกล่องอย่างสวยงามพร้อมหยิบทานได้เลย ระหว่างที่ใช้เวลาทานอาหารค่ำอันแสนเอร็ดอร่อยร่วมกัน  ผู้นำนักบินยูเนียนรูปงามออกอาการสนใจหญิงเดียวในห้องอย่างเปิดเผย  ทำให้เกริกพลอยากรู้จักผู้ชายร่วมห้องให้มากขึ้นกว่านี้ซะแล้วสิ  ระหว่างที่หนุ่มผมยาวกำลังคิดเรื่องของพี่สาว ทันใดนั้นเสียงเคาะประตูหน้าห้องก็ดังขึ้นไม่กี่ครั้ง  นายแพทย์เจ้าของไข้ได้เข้ามาตรวจอาการของเกริกพล  เกสราดีใจมากที่น้องชายสามารถออกจากโรงพยาบาลได้ในอีกสองวัน

            “ พี่จะขอคุณพ่อคุณแม่ไปนอนกับเกริกที่ดอนโดนะ  จะได้ดูแลเกริกด้วย ” เกสราบอกกับคนเจ็บ พร้อมกับทาครีมแก้ฟกช้ำให้  นึกสงสารน้องชายจับใจ  แต่ต้องเจ็บตัวทั้ง ๆ ที่ไม่ใช่คนก่อเรื่อง

            “ พี่เกสไม่ต้องบอกคุณพ่อคุณแม่นะครับว่าเกริกเป็นอะไร? ขี้เกียจมีเรื่องน่ะ ” น้ำเสียงคนเจ็บแสดงถึงความเบื่อหน่ายได้ชัดเจน  เกสราพยักหน้ารับและยืนยันว่าจะไปนอนกับน้องชาย  ซึ่งชายหนุ่มเข้าใจพี่สาวดีคงมีเรื่องหนักอกหนักใจมาก  เพียงแต่ไม่อยากพูดให้คนนอกได้ยิน

            “ เกือบลืมไปเลย  พี่เกสมีพื้นที่ในท้องเหลือใส่สโคนก้อนนี้กับแยมไหม  เกริกอุตส่าห์เก็บไว้ให้ ” เกสรายิ้มกว้าง  เมื่อเจอของโปรด รีบยื่นมือไปรับมาครองไว้  แต่ช้าไปเสียแล้ว  น้องชายขี้แกล้งกลับกัดไปครึ่งหนึ่งก่อนยื่นให้พี่สาว  ปากเคี้ยวเค้กจนแก้มป่อง  ส่งรอยยิ้มกวนมายั่วอารมณ์พี่อีกต่างหาก  ธีรธรรมยืนกอดยิ้มกว้างเมื่อเห็นเกสราทำหน้างอน  คนอะไรขนาดงอนยังน่ารัก   

            “ พรุ่งนี้พี่ธรรมไปอังกฤษ  จะซื้อมาฝากเยอะ ๆ เลย ” นักบินหนุ่มได้โอกาสรีบบอกสาวสวยทันที  เกสราส่งยิ้มให้นักบินหนุ่มแทนคำขอบคุณ  เกริกพลจึงบอกร้านขนมชื่อดังในลอนดอนที่พี่สาวชอบลากไปยืนต่อแถวเพื่อดื่มชาและกินขนมสโคนที่นั่นบ่อยครั้ง  กัปตันหนุ่มรับปากหนักแน่นว่าจะเอาขนมร้านนี้กลับมาให้เกสรา  และแล้วการสนทนาก็หยุดลง  เมื่อมารดาของเกสราโทรมาตามลูกสาวให้กลับบ้าน อีกทั้งบิดาก็รอคุยด้วย

            “ ให้พี่ธรรมไปส่งที่บ้านนะครับเกส ” ผู้บริหารสาวยืนนิ่ง ลังเลกับข้อเสนอของอีกฝ่าย

            “ ก็ดีนะพี่เกส  พี่ธรรมจะได้รู้จักบ้านเราด้วย  ขอบคุณมากนะครับพี่ธรรม  ที่ดูแลพี่สาวเกริกเป็นอย่างดี ” เกสราหันขวับไปทางน้องชาย

            “ นายเกริก!   

“ รีบกลับเถอะพี่เกส นี่ก็ดึกแล้ว  เดี๋ยวเกริกก็จะนอนละ  ขอบคุณอีกครั้งนะครับพี่ธรรม  แล้วเจอกันที่คอนโดเกริกนะพี่  จะได้ลองเขย่าดริ้งให้ชิม ” เกสรามองหน้าน้องชายก่อนจะโทรลงไปบอกคนขับรถให้กลับบ้านไปก่อน  และหันมาบอกลาน้องชายก่อนจะเดินตามธีรธรรมลงไปที่ลานจอดรถ เกริกพลนั่งยิ้มตามหลังคนที่พึ่งออกจากห้องไป  คงไม่ต้องถามว่าพี่สาวมีใจให้ธีรธรรมไหม? บอกได้เลยว่ามาก  ส่วนกัปตันหนุ่มนั้นก็แสดงออกชัดเจนว่าสนใจและคงเริ่มจีบพี่สาวแสนดีของเขาอยู่เป็นแน่ 

“ พรุ่งนี้เกสจะไปเยี่ยมเกริกกี่โมงครับ ตอนเช้าไหม?  เพราะพี่ธรรมมีบินบ่าย ” ธีรธรรมถามสาวงามข้างกาย เมื่อรถเลี้ยวผ่านประตูขนาดใหญ่มุ่งหน้าเข้าสู่คฤหาสน์หลังใหญ่

“ เกสคงไปเยี่ยมเกริกตอนเลิกงานค่ะ  พรุ่งนี้มีประชุมทั้งวันเลย ” เกสราตอบพร้อมเสียงถอนหายใจดัง  จนคนข้างกายสัมผัสได้ถึงความเครียดข้างในของหญิงสาว  เมื่อรถได้เคลื่อนมาจอดที่หน้าบันไดขึ้นบ้านและจอดนิ่ง

“ พี่ธรรมเป็นกำลังใจให้เกสเสมอนะครับ  สายการแห่งชาติคงก้าวหน้ามากยิ่งขึ้น  เพราะมีผู้บริหารอย่างเกส  แต่เกสก็อย่าลืมบริหารตัวเองด้วยนะครับ  พี่ธรรมอยากเห็นรอยยิ้มเกสเหมือนที่โรงพยาบาลน่ะ เกสยิ้มหวานมาก  รู้ไหม? ” คนพูดทำให้คนฟังถึงกับยิ้มกว้าง  จนไม่กล้าหันไปมองอีกฝ่าย

“ ขอบคุณมากนะคะพี่ธรรมที่มาส่งเกส แล้วก็ขอบคุณอีกครั้งสำหรับอาหารอร่อย ๆ ด้วยค่ะ  เกสเข้าบ้านก่อนนะคะ นอนหลับฝันดีค่ะพี่ธรรม ”

“ สำหรับเกสแล้ว พี่ธรรมตั้งใจและเต็มใจทำให้เสมอครับ ที่จริงแล้ว ต้องขอบคุณเกริกที่ทำให้เราได้ใกล้ชิดกันมากขึ้น ” ธีรธรรมมองผู้หญิงข้างกายพร้อมรอยยิ้มหวานอบอุ่น  เกสราหันหน้ามาสบตานักบินหนุ่มเพื่อบอกลาสำหรับค่ำคืนนี้  เมื่อหันมาเจอสายตาหวานเยิ้ม  หัวใจอ่อน ๆ ของหญิงสาวเต้นแรงแข่งกับเสียงลมหายใจ  รอยยิ้มที่ฝ่ายชายเอ่ยปากชม  ได้เผยตอบกลับอีกฝ่ายกว้าง  ธีรธรรมรู้สึกร้อนรุ่มในทรวง  นี่แสดงว่าเกสราได้เข้ามาควบคุมทุกพื้นที่ในหัวใจของเขาแล้วใช่ไหม?  ความโสดที่กักเก็บมานาน  ต้องพ่ายแพ้ให้กับผู้หญิงที่ชื่อเกสราหรือเนี่ยนายธีรธรรม  นักบินหนุ่มถามใจตัวเองเพื่อยืนยันคนที่ใช่สำหรับเขา!....

 

 

 

 

            เกสราเดินเข้าบ้านด้วยรอยยิ้มเปี่ยมล้นไปด้วยความสุขใจอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน แต่ในใจลึก ๆ แล้วยังคิดลังเลกับความรู้สึกที่กำลังปั่นป่วนหัวใจเธออยู่ ณ เวลานี้  ผู้บริหารสาวจดจำภาพและความรู้สึกแรกพบกับธีรธรรมได้ดีในห้องประชุมที่สำนักงานใหญ่ของสายการบินแห่งชาติ  ไม่ใช่แค่รูปร่างหน้าตาที่ดึงดูดใจเธอ  แต่ความเป็นธีรธรรม  ที่เกสราได้สัมผัสตั้งแต่พบเห็นเป็นครั้งแรกก็คือ  ผู้ชายคนนี้มีความเป็นผู้นำสูงมาก  สุภาพ พูดจาตรงไปตรงมา  มีเหตุผล  รู้จักต่อรองอย่างสันติวิธีเพื่อประโยชน์ของทุกฝ่าย  จากวันนั้นเป็นต้นมา  เสมือนว่ากัปตันหนุ่มหนึ่งในผู้นำนักบินยูเนียนได้เข้ามาอยู่สถิตอยู่ในหัวใจดวงน้อยของผู้บริหารสาวไปเสียแล้ว  และยิ่งได้ประชุมร่วมกันบ่อยครั้งมากขึ้น  เกสรารู้สึกหวั่นไหวทุกครั้งที่ได้เห็นหน้านักบินหนุ่มท่านนี้และเฝ้ารอคอยการประชุมกับนักบินยูเนียน  ถึงแม้ความสัมพันธ์ที่ผ่านมาแรมปี  จะดูเหมือนเจ้านายกับลูกน้องธรรมดาทั่วไป  แต่ทุกครั้งที่ทั้งคู่ได้สบตากันทั้งในและนอกห้องประชุม  มันเหมือนมีความนัยซ่อนอยู่ในแววตาของทั้งคู่  เกสรารู้สึกหวั่นไหวในใจทุกครั้งที่เห็นแววตายิ้มได้ของอีกฝ่าย  หลายต่อหลายครั้งที่การประชุมกับนักบินติดขัดและมีปัญหาที่ไม่สามารถตกลงกันได้  จนต้องยุติการประชุมเพื่อหาข้อสรุปที่ดี  ซึ่งจุดนี้คือปัญหาใหญ่ของผู้นำบริษัทการบินอายุน้อย ที่จะต้องควบคุมนักบินให้ได้  แต่แล้วหลังออกจากห้องประชุมทุกครั้ง  ธีรธรรมมักจะทิ้งแนวทางแก้ไขปัญหาไว้ให้เธอนำไปคิดหาคำตอบและเกสราก็สามารถผ่านเรื่องราวเคร่งเครียดมาได้ทุกคราว  จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับน้องชายของเธอครั้งนี้  ทำให้เกสราได้รู้จักกับธีรธรรมเป็นการส่วนตัว  ถึงแม้จะรู้จักกันได้น้อยวัน  แต่การที่ได้พบและพูดคุยด้วย ทำให้เธอรู้สึกดีอย่างน่าประหลาด  รู้สึกไว้ใจ อบอุ่น เชื่อมั่นในตัวผู้ชายคนนี้อย่างบอกไม่ถูก  บางครั้งหญิงสาวก็อดสงสัยกับอาการของตัวเองไม่ได้เช่นกัน หรือว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นในตอนนี้ กำลังเป็นไปตามแผนการของพรหมลิขิตที่ได้สร้างเส้นทางเชื่อมต่อความสัมพันธ์ของเธอและนักบินหนุ่มให้เดินหน้าต่อไปใช่ไหม?  ถึงทำให้ทั้งคู่ได้รู้จักกันมากขึ้นแบบกะทันหันเช่นนี้

            “ คุณเกสคะ  คุณท่านรออยู่ที่ห้องทำงานค่ะ ” สาวใช้เดินเข้ามาแจ้งนายสาว  ทันทีที่เห็นก้าวเท้าเข้าบ้าน

            “ ขอบคุณมากค่ะ ” เกสราตอบเสียงเรียบ  ความรู้สึกดี ๆ ก่อนเข้าบ้านได้อันตรธานหายไปเมื่อสิ้นเสียงลูกจ้าง  ผู้บริหารสาวก้าวเข้าขึ้นบันได  สูดลมหายใจเข้าออกเพื่อปรับอารมณ์ตัวเองให้นิ่ง  ทันทีที่เข้าไปยังห้องทำงานของบิดา  เกสราเดินเข้าไปนั่งที่โซฟาหนังที่ประจำ ทำความเคารพบิดามารดาตามปกติ  บรรยากาศไม่ต่างอะไรกับการเข้าห้องปกครองสมัยเรียนมัธยม 

            “ เจ้าเกริกเป็นยังไงบ้าง? เจ็บมากไหม? ” เกสราดวงตาเบิกกว้าง  ตัวสั่นใจสั่น  สบตาบิดานิ่ง 

            “ คุณพ่อทราบเรื่องเกริกด้วยเหรอคะ? ” คนถามเสียงสั่นเครือ แสดงพิรุธให้เห็นได้ง่าย  เพราะเกสราไม่เคยโกหกบิดามารดา  แต่ผู้ให้กำเนิดรู้ได้อย่างไร?  นี่สิที่เธออยากรู้

            “ ทำไมจะไม่รู้ล่ะ! ก็ไอ้ฝรั่งที่ทำร้ายเกริกน่ะ  พวกมันให้ท่านทูตช่วยเป็นตัวแทนมาขอโทษคุณพ่อเมื่อบ่ายนี้  แล้วขอให้ไม่เอาเรื่อง ” นายทนง  มงคลประภา รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกระทรวงคมนาคม  ตอบลูกสาวด้วยอารมณ์หงุดหงิด  ที่ลูกชายจอมดื้อรั้นต้องเจ็บตัว เพราะเจ้าหน้าที่ของสถานทูตที่เมาขาดสติ  แต่เมื่อเรื่องทุกอย่างจบลงไปได้ด้วยดี เพราะไม่อยากหมางใจกัน  แต่ความเจ็บใจเสียใจยังไม่เหือดหายไปจากใจของผู้เป็นพ่อแม่  ในเมื่อเรื่องเกริกพลได้ถูกเปิดเผย  เกสราจึงใช้โอกาสนี้ขอไปนอนกับน้องชายที่คอนโดเพื่อที่จะได้ดูแลน้องสุดที่รัก

            “ ช่วงที่เกสไปอยู่ที่คอนโดกับเกริก  ก็คุยกับน้องดูนะลูก  บอกให้เลิกทำตัวไร้สาระไปวัน ๆ ซะที  ถึงเวลาต้องกลับมาอยู่บ้านได้แล้ว  จะรั้นไปเช่าคอนโดอยู่ทำไมก็ไม่รู้  แล้วงานการที่ทำก็ใช่ว่าจะมั่นคง  ได้เวลาที่เกริกต้องมาเริ่มทำงานกับคุณพ่ออย่างจริงจังซะทีแล้ว ” นางดวงรัตน์ มงคลประภา นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์ ผู้ซึ่งเป็นนักวิเคราะห์สถานการณ์ทางการเมืองส่วนตัวให้กับสามีและฝ่ายรัฐบาล

            “ หมดเวลาเล่นสนุกบ้าบอสำหรับเจ้าเกริกแล้ว  อีกปีกว่าก็จะถึงการเลือกตั้งรัฐบาลใหม่ตามวาระ  ทางพรรคลงมติเป็นเอกฉันท์ให้คุณพ่อขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่ ถ้าชนะการเลือกตั้ง ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีจะต้องเป็นของคุณพ่ออย่างแน่นอน  ส่วนอนาคตของเจ้าเกริกที่คุณพ่อกับคุณแม่วางเอาไว้ก็คือ  จะต้องได้เป็นนายกรัฐมนตรีของประเทศต่อจากคุณพ่อในอนาคต  เมื่อถึงเวลานั้น  เกสจะต้องลาออกจากการเป็นผู้บริหารสูงสุดของสายการบินแห่งชาติ  มาเล่นการเมืองด้วย  ระหว่างนี้เกสจะต้องทำต้องออกสื่อบ่อย ๆ หน่อยนะ  ลูกสาวคุณพ่อเป็นคนเก่ง  มีความรู้ความสามารถ  เมื่อถึงคราวที่เกริกได้เป็นนายกรัฐมนตรี  เกสจะต้องเป็นรองนายกรัฐมนตรีควบคู่ไปกับการเป็นรัฐมนตรีกระทรวงคมนาคมและกระทรวงการคลัง  ไม่ใช่หยุดแค่ตำแหน่งผู้บริหารสูงสุดของสายการบินแห่งชาติ  เกสจะต้องบินได้สูงกว่านั้นเข้าใจไหมลูก?  ระหว่างนี้  เกสจะต้องสร้างฐานที่บริษัทการบินให้แน่น  ต่อให้เกสไม่ได้ทำงานที่นั่นแล้วก็ตาม  แต่คนกุมอำนาจใหญ่ยังคงต้องเป็นเกส  เข้าใจที่คุณพ่อบอกใช่ไหม? ” นายทนงมองหน้าลูกสาวด้วยความหวังที่จะเห็นความสำเร็จอย่างเช่นทุกครั้ง  เกสรารู้สึกหนักอกหนักใจมากยิ่งขึ้น  จะเป็นไปได้อย่างไร? ในเมื่อบริษัทการบินแห่งชาติได้แยกตัวออกมาจากรัฐบาลแล้ว  นี่บิดาของเธอกำลังคิดจะทำอะไรอยู่กันแน่?

            “ ที่คุณพ่อให้พี่ชวินมาเป็นเลขาเกส  ก็เพราะหวังจะให้ขึ้นเป็นดีดีของสายการบินแห่งชาติอย่างงั้นใช่ไหมคะ? ”

            “ ใช่  เกสต้องเทรนชวินดี ๆ ล่ะ จะได้คุมอำนาจได้ ” นายทนงบอกย้ำกับลูกสาว

            “ แต่คนอย่างพี่ชวิน  ไม่เหมาะที่จะเป็นผู้บริหารนะคะคุณพ่อ  เพราะคุณสมบัติหลายอย่างยังพร่องมาก ” เกสราตอบกลับบิดา  สำหรับเลขาส่วนตัวหนุ่มท่านนี้  เกสรายอมรับว่าเป็นนักหาข้อมูลได้เก่งและยอดเยี่ยมมาก  แต่การแก้ไขปัญหาหาต่าง ๆ มักจะจบลงที่การใช้เงินกลบปัญหา  ซึ่งขัดแย้งกับความคิดของผู้บริหารสาว  เพราะอีกฝ่ายต้องการแก้ไขด้วยสติปัญญาแบบยั่งยืนไม่ใช่เงินตรา  บิดากับลูกสาวยังสนทนาเกี่ยวกับเรื่องงานกันหน้าดำคร่ำเครียด  เกี่ยวกับเรื่องการจัดซื้อเครื่องบินแอร์บัส A 380 ต่อจากประเทศอาหรับ  ก่อนจะวกกลับมาเรื่องความคาดหวังจากตัวลูก ๆ ที่บิดามารดาได้วางไว้

            “ ถ้าเกสอยากให้คุณแม่ช่วยเรื่องอะไร  ก็บอกนะ  อย่างน้อยคุณพ่อกับคุณแม่ก็ได้สร้างทางขึ้นสู่อำนาจไว้ให้ลูกทั้งสองได้เดินอย่างราบรื่นแล้ว ” นางดวงรัตน์กล่าวกับลูกสาว  เกสรามองหน้ามารดาผู้เปรียบเสมือนช้างเท้าหลังของบิดาในสายตาคนนอก  แต่ในความเป็นจริงแล้ว  ผู้หญิงคนนี้คือผู้ที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ของสามีต่างหาก  สตรีที่เกสราเรียกว่าแม่  คือนักวางกลยุทธ์ทางการเมืองฝีมือระดับพระกาฬ  ผู้หญิงคนนี้ทำให้บิดาของเธอผงาดขึ้นมามีชื่อเสียงและได้รับความนิยมจากประชาชนอย่างล้นหลามในเวลาไม่ถึงสิบปี  หลังจากตัดสินใจเดินทางเข้าสู่วงการการเมือง

            “ ค่ะคุณแม่  ถ้าเกสมีเรื่องอะไรที่คิดไม่ออก เกสจะขอคำปรึกษาจากคุณแม่นะคะ ” ผู้บริหารสาวตอบเสียงเรียบพอ ๆ กับใบหน้า  การพูดคุยกับบิดามารดาของเกสรานั้น  น้อยครั้งที่จะมีรอยยิ้ม  แต่ละครั้งที่ถกกัน  มักจะมีแต่เรื่องหนัก ๆ ทั้งสิ้น

            “ แล้วใครมาส่งเกสล่ะคืนนี้ ” ผู้เป็นบิดาถาม 

            “ พี่ธรรมค่ะ ” เกสราตอบเสียงเรียบ หน้านิ่ง  แต่ในใจเต้นแรงเมื่อนึกถึงอีกฝ่าย

            “ ธรรมไหน? ลูกเต้าเหล่าใคร? ” นางดวงรัตน์ถามลูกสาวหูผึ่ง ตาตั้ง  เกสราจึงบอกว่าธีรธรรมเป็นใคร? มีส่วนเกี่ยวข้องกับผับที่เกิดเหตุอย่างไร? อีกทั้งชายหนุ่มยืนยันที่จะดูแลและรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลเกริกพลในฐานะเจ้าของผับ  พอสามีภรรยาได้ทราบถึงชื่อเสียงเรียงนามของคนที่มาส่งลูกสาวกลางดึกแล้ว  ถึงกับสบตากันและยิ้มที่มุมปาก  สำหรับตระกูลอมรเลิศสกุลชัยขณะนี้  ครองตำแหน่งมหาเศรษฐีลำดับที่เก้าของประเทศ  นางดวงรัตน์พอทราบมาบ้างว่า  ธุรกิจในเครือของตระกูลนี้มีบริษัททำการการประมูลรถและอื่น ๆ ใหญ่เป็นอันดับหนึ่งของประเทศ  ไหนจะธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และกำลังจะเปิดตัวธนาคารอมรเลิศอย่างเป็นทางการในอีกไม่ช้า  ส่วนชายหนุ่มที่มาส่งลูกสาวเป็นถึงนักบินผู้มีอำนาจคนหนึ่งในหมู่กัปตัน  ผู้เป็นแม่ยิ้มอ่อนให้ลูกสาว  ก่อนเอ่ย

            “ คราวหน้า  ถ้าธรรมมาส่งเกสที่บ้าน  ก็ชวนเข้ามาไหว้คุณพ่อคุณแม่ด้วยนะ ” ผู้บริหารสาวก้มหน้ารับปากแทนการตอบรับ  อยากจะยิ้มก็เกรงสายตาผู้ให้กำเนิด  เกสราขอตัวขึ้นห้องเพื่อที่จะได้ไปเก็บของไปนอนกับน้องชาย  ปล่อยให้บิดามารดาปรึกษาหารือกันต่อ

  

 

 

            ทันทีที่ร่างบอบบางสภาพอ่อนแรงเดินเข้าห้องนอน  ถึงกับล้มตัวลงนอนบนฟูกหนามองเพดานห้องที่ตกแต่งไว้อย่างสวยงาม  เกสรารู้สึกปวดศีรษะอย่างรุนแรง  เนื่องจากมีเรื่องให้คิดหนักมากมายและตั้งแต่ย้ายกลับมาอยู่เมืองไทยอย่างถาวร  อาการนี้ได้สร้างความทุกข์ทรมานให้กับเธอเป็นอย่างมาก  มือเรียวสวยคว้าขวดแก้วสีน้ำตาลขนาดเท่านิ้วก้อยสูงครึ่งคืบออกจากกระเป๋าหรู  ขึ้นมาฉีดเข้าปากเพื่อช่วยบรรเทาความปวดที่รุกรานเธออย่างแสนสาหัสในเวลานี้  ร่างบอบบางนอนคุดคู้ทุรนทุรายเดียวดายไร้คนเหลียวแลในห้องสี่เหลี่ยม  กำลังต่อสู้กับความเจ็บปวดทางร่างกาย  รอให้ยาวิเศษช่วยคลายความเจ็บปวด  หญิงสาวนอนมือกุมขมับ  น้ำตาไหลพราก  เมื่ออาการค่อยทุเลาลงหลังจากได้รับยา  เกสรายกข้อมือขึ้นดูเวลา  นี่ก็เที่ยงคืนกว่าแล้ว  มือเรียวสวยหยิบโทรศัพท์มือถือออกจากกระเป๋าถือ  เมื่อเปิดอ่านข้อความจากชายที่มาส่งถึงบ้านถึงกับยิ้มทั้งน้ำตา  รู้สึกดีมาก  เหมือนมีกองกำลังใจคอยเสริมเวลาที่เธอเหนื่อยล้า  เพียงแค่ได้คิดถึงหน้าก็สุขใจแล้ว  ปลายนิ้วเรียวสวยกดหาเจ้าของหมายเลขโทรศัพท์ที่คุ้นเคย

            “ นอนไม่หลับเหรอพี่เกส ” เสียงงัวเงียของปลายสายเอ่ยถาม

            “ ใช่  ขอโทษนะ ที่พี่โทรมากวนเกริกกลางดึก  ถ้านอนแล้วก็นอนต่อเถอะ  พรุ่งนี้ค่อยคุยกันก็ได้ ” คนเจ็บได้ยินน้ำเสียงพี่สาว  รู้ทันทีว่าคนโทรมาหาต้องมีเรื่องไม่สบายใจ

            “ คุยตอนนี้เลยละกัน  ไม่งั้นพี่เกสนอนไม่หลับแน่คืนนี้ ” เกสรายิ้มให้กับโทรศัพท์  คงไม่มีใครเข้าใจเธอได้มากกว่านายเกริกพลคนนี้อีกแล้ว

            “ แน่ใจนะว่าคุยได้  พี่กลัวว่าเกริกจะพักผ่อนไม่เพียงพอน่ะสิ ” คนปลายสายอ้าปากหาวกว้าง

            “ ไม่ต้องมาอ้อมค้อมเลยพี่เกส  มีเรื่องอะไรรุงรังในใจก็พูดมาซะให้หมด  แล้วจะได้นอน ” เกสราจึงบอกกับน้องชายว่าบิดามารดารู้เรื่องที่ว่าเกิดขึ้นแล้ว พรุ่งนี้เช้าจะมาเยี่ยม  เธอขอให้น้องชายพูดจากับผู้ให้กำเนิดดี ๆ อย่าดื้อรั้น  ถึงแม้จะไม่ทำตามก็ขอให้สงบปากสงบคำ  คนเจ็บได้แต่หัวเราะแต่ไม่รับปาก  ยิ่งเมื่อได้ยินเรื่องราวที่พ่อแม่ได้วางแผนไว้ให้จากปากพี่สาว  หนุ่มเซอร์สายอาร์ตส่ายหัวไม่รับเด็ดขาด  เกริกพลไม่ชอบให้บิดามารดามาออกแบบชีวิตให้เขา  ว่าจะต้องทำอย่างโน้นอย่างนี้  จะต้องเป็นแบบนั้นแบบนี้  ทุกวันนี้เขาก็มีงานทำ เลี้ยงตัวเองได้ และมีความสุขกับการใช้ชีวิตอย่างปุถุชนคนธรรมดาทั่วไป  ไม่ได้สร้างความเดือดร้อนให้กับใคร

            “ พี่ขอล่ะเกริก  เวลาคุณพ่อคุณแม่ไปเยี่ยม  เกริกพูดดี ๆ กับท่านทั้งสอง  แค่ให้พ่อกับแม่ได้ชื่นใจบ้างเถอะนะ ”

            “ ก็ได้  ถือว่าเห็นแก่คำขอร้องของพี่สาวละกัน  ถ้างั้นเกริกจะขอยานอนหลับจากพยาบาลกิน  เวลาคุณพ่อกับคุณแม่มาเยี่ยม  เกริกจะได้ไม่ต้องพูดด้วย  วิธีนี้ดีไหมพี่เกส ”

            “ นายเกริก! ” เกสรากลั้นเสียงหัวเราะไว้ไม่ไหวกับความคิดน้องชาย ท่าทางคงไม่อยากเจอบิดามารดาเป็นที่สุด  คนเจ็บสูดลมหายใจเข้าปอดลึก  ก่อนเอ่ยกับปลายสาย

            “ ตอนนี้อายุพี่เกสก็สามสิบแล้วนะ  เกริกอยากให้พี่เกสคิดถึงตัวเองบ้าง  คิดถึงความสุข ความต้องการของตัวพี่เกสเองมากกว่าทำตามความต้องการของคุณพ่อคุณแม่  พี่เกสได้ทำเพื่อท่านมามากพอแล้ว  เกริกรู้ว่าพี่เกสฝืนตัวเองมากขนาดไหน ได้เวลาลุกขึ้นมาเป็นตัวของตัวเองได้แล้วนะพี่เกส ” เกริกพลกล่าวน้ำเสียงจริงจัง  คนฟังกำโทรศัพท์แน่น 

            “ พี่ไม่อยากให้คุณพ่อคุณแม่เสียใจนะเกริก ” เกสราตอบน้ำเสียงเศร้า

            “ เกริกเข้าใจ  เพราะเกริกเองก็เป็นลูกที่ไม่เอาไหน  มีแต่ทำให้พ่อแม่เสียใจ  ขอบคุณพี่เกสมากนะครับที่เป็นลูกที่ดี ทำให้คุณพ่อคุณแม่สมหวังแทนเกริก  แต่เกริกก็อยากให้พี่เกสคิดด้วยว่า  ที่พี่เกสทำอยู่ทุกวันนี้เพื่อความสุขของตัวเองหรือคนอื่น? ” เกสรานิ่งเงียบ  น้องชายเขาพูดได้ถูกต้อง  นับวันบิดามารดายิ่งกดดันเธอมากแทบทุกเรื่อง  เกสราจึงเล่าเรื่องที่ธีรธรรมไปส่งบ้านเมื่อค่ำ  ท่าทางบิดามารดาต้องการทำความรู้จักกับนักบินหนุ่มท่านนี้มาก  เกริกพลยิ้มให้ห้องกว้าง  เพราะเท่าที่สอบถามเพื่อนสนิทรุ่นพี่หนึ่งในหุ้นส่วนของผับ  พอรู้มาบ้างว่าฐานะทางบ้านของธีรธรรมเป็นอย่างไร  ส่วนตัวของกัปตันหนุ่มก็เป็นที่รู้จักดีในแวดวงสังคมและดารา  ผู้ชายคนนี้ก็มีดีพอตัวเช่นกัน

            “ เกริก...คือ...พี่ขอถามอะไรหน่อยสิ ”

            “ น้ำเสียงอ่อย ๆ แบบนี้ พึ่งเคยได้ยินครั้งแรก  เหมือนคนกำลัง...กำลังอะไรดีอ่ะ... ” น้องชายกัดริมฝีปากกลัวเสียงหัวเราะเล็ดลอดออกมา  เกสราถึงกับยิ้มกว้าง หน้าแดง  เขินอายอย่างไม่เคยเป็น  ก่อนจะเล่าเรื่องในใจให้ที่ปรึกษาอย่างเกริกพลฟัง  คนเจ็บจึงตั้งใจฟังพี่สาวคนเก่งเล่าเรื่องระหว่างเดินทางกลับบ้านกับนักบินหนุ่มพร้อมทั้งบทสนทนาส่วนตัวของทั้งคู่ โดยเฉพาะบทลาจากฝ่ายชายที่ทำให้หญิงสาวถึงกับมีคำถามค้างคาใจ

“ คือ...ถ้าผู้ชายเขาพูดแบบนี้  มันหมายความว่ายังไงเหรอเกริก ” ในที่สุดเกสราก็หลุดคำถามคาใจออกมา  โทรศัพท์แทบหลุดจากมือคนถูกถาม  อยากจะลุกจากเตียงสูงตะโกนหัวเราะให้สะใจติดแต่ร่างกายไม่เอื้ออำนวย

“ พี่ธรรมกำลังจีบพี่เกสน่ะสิ ” เกริกพลตอบชนิดไม่ต้องคิดให้เสียเวลา

“....” เกสรานิ่งงันเมื่อได้ยินคำตอบ  เลือดสูบฉีดแรงขึ้นหน้าจนรู้สึกร้อนวูบวาบ  ยิ้มกว้างกว่าเดิม

“ แล้วพี่เกสล่ะ พร้อมจะเปิดใจทำความรู้จักพี่ธรรมให้มากขึ้นกว่านี้หรือยัง ” เกสรายอมรับว่า  ถึงแม้จะได้พูดคุยใกล้ชิดกับธีรธรรมจริง ๆ จัง ๆ เพียงไม่กี่วัน  แต่รู้สึกได้ว่าคุยด้วยแล้ว  เธอรู้สึกไม่เคอะเขินอะไร  กลับเป็นตัวของตัวเองเสียด้วยซ้ำ  อีกทั้งผู้ชายคนนี้มีอะไรหลายอย่างที่คล้ายน้องชายเธอ

“ มันจะกะทันหันไปไหมเกริก ” เกสราถามน้องชายผู้มากด้วยประสบการณ์ชีวิตกล้า ๆ กลัว ๆ

“ ไม่หรอก  พี่เกสแอบชอบพี่ธรรมอยู่ใช่ไหม? ตอบเกริกมาตรง ๆ เลย ” เมื่อโดนคำถามจี้จุดแบบนี้  คงปฏิเสธไม่ได้แล้วสินะเกสรา

“ นายรู้ได้ยังไง  ว่าพี่แอบชอบพี่ธรรม? ” คนถามหน้าแดง  เสียงหวาน

“ เราสองคนพี่น้องไม่เคยมีความลับต่อกัน  ตั้งแต่พี่เกสทำงานที่สายการบินแห่งชาติ  และทุกครั้งที่พี่เกสประชุมร่วมกับพี่ธรรม  พอเลิกประชุมพี่เกสจะโทรมารายงานเกริกด้วยน้ำเสียงสดใส  ยิ่งวันนี้นะ สายตาที่เกสกับพี่ธรรมมองกัน  มันฟ้องว่าพี่สองคนน่ะ ปลื้มกันจนทนไม่ไหวแล้วน่ะสิ  เกริกมั่นใจในสายตาตัวเองนะ  พี่สาวเกริกก็ใช่ย่อย   ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ให้ผู้ชายอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน  อย่างนี้จะไม่ให้เกริกคิดยังไงล่ะครับพี่เกส ” คนถูกแซวหันหลังลงไปนอนบนที่นอนหนานุ่ม  ยิ้มให้ผ้าห่มและหมอนกว้าง

“ นายเกริก!...” น้ำเสียงคนดุดังปนเสียงหัวเราะตามสาย

“ ถ้าพี่สาวแสนดีของเกริกกำลังจะเปิดใจต้อนรับความรัก  น้องชายคนนี้อยากบอกว่าดีใจกับพี่มาก  อยากเห็นผู้ชายที่ดีสักคนคอยดูแลพี่สาวเกริก  ในเมื่อพี่เกสคิดที่จะมีความรักแล้ว  ก็ต้องเปิดใจให้หมดนะครับ  ไม่อยากเชื่อเลยว่าเรื่องที่ผับ  จะทำให้พี่เกสได้รู้จักกับพี่ธรรมแบบตัวต่อตัวซะที  อย่ากลัวที่จะลองรักใครสักคนเลยพี่เกส  ให้โอกาสตัวเองบ้าง  ชีวิตจะได้เรียนรู้อะไรใหม่ ๆ ดีแค่ไหนแล้วที่มีผู้ชายมอง สวยแต่ไม่มีเสน่ห์อย่างพี่เกส  ต้องคนชอบจริง ๆ ถึงจะกล้าจีบ ” เกริกพลกล่าวน้ำเสียงจริงจัง ก่อนจะยิ้มให้กับเรื่องราวที่เกิดขึ้น

“ เกริกพูดซะพี่เสียความมั่นใจเลย ” น้ำเสียงเกสรางอนน้องชาย

“ พี่ธรรมคงได้จังหวะนี้ จีบพี่เกสซะเลย  คงแอบมองผู้บริหารสาวสวยคนนี้มานานแล้วมั้ง  พอได้โอกาสเลยไม่อยากพลาด  พี่เกสก็สนใจพี่ธรรมเหมือนกัน  คงไม่ต้องให้เกริกบอกนะว่าต้องทำยังไงต่อไป  ไปสานสัมพันธ์กันเอง  นอนได้แล้วพี่เกส  เคลียร์เรื่องหัวใจจบแล้วนี่ นอนได้! ” เกริกพลอ้าปากหาวนอนเสียงดัง

“ เดี๋ยวสิ! คุยกันอีกแป๊บนะเกริก แล้วจะให้พี่สานสัมพันธ์ต่อยังไงล่ะ  ก็ผู้... ” เกสราถามด้วยความซื่อ  น้องชายกลับตอบเป็นเสียงหัวเราะตามสายมาแทนทั้ง ๆ ที่คนพูดยังพูดไม่จบประโยค  พี่สาวเขาไม่ประสาเรื่องความรักจริง ๆ งานนี้คนเหนื่อยคงเป็นนายเกริกพลสินะ  ที่จะต้องคอยตอบคำถามและเป็นที่ปรึกษาส่วนตัวให้

“ วิธีสานสัมพันธ์ที่ดีที่สุด ก็คือ  พี่เกสจะต้องทำตามที่หัวใจตัวเองอยากทำและทำแล้วตัวพี่เกสมีความสุข  เข้าใจนะครับ? นี่จะตีสองแล้ว  แยกย้าย! นอนหลับฝันดีนะครับพี่เกส ” สองพี่น้องจบการสนทนาคืนนี้ด้วยความสุขใจ  เกสรากดอ่านข้อความจากกัปตันรูปงามอีกครั้ง  ป่านนี้อีกฝ่ายคงนอนหลับไปแล้ว เพราะมีบินพรุ่งนี้  ผู้บริหารสายการบินสาวยิ้มให้กับตัวเอง ไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะมีแฟนเป็นนักบิน  ในเมื่อโอกาสมาเยือน  ก็ไม่ควรจะปล่อยให้ผ่านไปให้เสียเปล่า  เกสราจรดปลายนิ้วลงบนหน้าจอโทรศัพท์ ตอบกลับข้อความที่ส่งมาจากคนกำลังจะเดินทางไกล  หญิงสาวนั่งพิมพ์ไปยิ้มให้เครื่องสื่อสารไป  ทันทีที่ข้อความขนาดยาว  ได้ถูกส่งไปยังคนรับ  เกสรารู้สึกเหนื่อยดวงตาแทบจะปิดอยู่แล้ว หญิงสาวนอนอยู่บนเตียงทั้งชุดทำงาน  น้ำก็ไม่อาบ  กำลังจะหลับอยู่แล้วเชียว  เสียงสัญญาณข้อความก็ดังขึ้น

“ ขอบคุณสำหรับคำอวยพรในการเดินทาง  แล้วจะเอาสโคนร้านโปรดของเกสมาฝากตามสัญญานะครับ  นอนได้แล้วครับ อีกไม่กี่ชั่วโมงก็เช้าแล้ว  เดี๋ยวตาดำเหมือนหมีแพนด้าเข้าห้องประชุมนะเออ นอนหลับฝันถึงพี่ธรรมด้วยนะครับ ”  คนอ่านข้อความนอนยิ้มหวานให้โทรศัพท์  ก่อนจะคว้ายาข้างเตียงขึ้นมาฉีดเข้าปาก  มิเช่นนั้นได้ตาค้างไม่หลับไม่นอนแน่  ธีรธรรมพยายามข่มตาหลับอีกครั้ง  ในที่สุดเกสราก็ตอบข้อความของเขามาแล้ว  นอนต่อได้นายธีรธรรม  ส่วนเกริกพลนั้นกลับนอนไม่หลับ หลังจากที่ได้พูดคุยกับพี่สาว  ชายหนุ่มได้แต่หวังว่า  ธีรธรรมคงจะทำหน้าที่ดูแลพี่สาวสุดที่รักของเขาได้  ทั้งนี้ทั้งนั้น  นี่มันแค่จุดเริ่มต้น  คงต้องตามติดความสัมพันธ์ของคนทั้งคู่ต่อไป  ว่าจะเป็นเช่นไร....

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 55 ครั้ง

295 ความคิดเห็น

  1. #112 noodao (@daonet) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2561 / 09:14

    พี่ธรรมดูแลดีมากอ่ะ

    #112
    0
  2. #16 Poo7979 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2561 / 00:56
    บอกคำเดียวว่าชอบมากนะตัวเอง ขอบคุณที่แต่งให้อ่านคะ
    #16
    1
    • #16-1 Matana N. (@polski07) (จากตอนที่ 4)
      28 กุมภาพันธ์ 2561 / 15:12
      ขอบคุณมากนะตัวเอง ที่ตามมาอ่านให้ 555
      #16-1
  3. #15 satamsomtua (@satamsomtua) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2561 / 22:57
    พี่ธรรมเลิกกลัวก็คราวนี้แหล่ะ
    #15
    1
    • #15-1 Matana N. (@polski07) (จากตอนที่ 4)
      28 กุมภาพันธ์ 2561 / 15:11
      อืม...ก็ไม่รู้สินะ หรืออาจจะยังกลัวอยู่ก็เป็นได้ อิอิอิ
      #15-1
  4. #14 312490 (@312490) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2561 / 22:38
    สนุกค่า รอตอนต่อไปนะคะ
    #14
    1
    • #14-1 Matana N. (@polski07) (จากตอนที่ 4)
      28 กุมภาพันธ์ 2561 / 15:10
      ขอบคุณมากนะคะ ดีใจค่ะที่ตามกันมา
      #14-1