ด้วยรัก...จากใจ (ลุ้นรัก Part 4)

ตอนที่ 34 : ตอนที่ 34

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,368
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 18 ครั้ง
    22 เม.ย. 63

ตอนที่ 34

 

                เสียงสนทนาภายในห้องพักสุดหรูของโรงพยาบาลเอกชนใจกลางกรุง ที่เหล่าบรรดาเพื่อนสนิทของนางเอกหมายเลขหนึ่งมาเยี่ยมว่าที่คุณแม่คนใหม่ดังกระหึ่มห้องพัก จนกว่าจะได้เวลาจากลากันก็บ่ายคล้อย ทำเอานางเอกละครหลังข่าวเหนื่อยจนเผลอหลับไปพักใหญ่ ผู้จัดการส่วนตัวของดาราสาวเดินเข้ามาถึงห้องพัก ก่อนจะยกข้อมือขึ้นดูเวลา แล้วเดินไปยืนที่ข้างเตียง ปากก็เอ่ยถามสาวใช้ที่มาเฝ้าคอยปรนนิบัติจีจี้ จนได้ความแล้ว เอมมี่จึงควักเงินให้สาวใช้ออกไปซื้ออาหารจากข้างนอกมาให้เธอกิน เพราะนี่มันก็จวนจะได้เวลาอาหารเย็นแล้ว เมื่อพ้นร่างของคนใช้  นักปั้นดารามือทองจึงเดินไปปลุกดาราสาวในสังกัด จนกว่าจีจี้จะลืมตาได้ก็ใช้เวลาพอควร

            “ พี่เอมมี่!...จีจี้ขอนอนต่ออีกสักนิดได้ไหม? เหนื่อยอ่ะ ” นางเอกสาวเจ้าบทบาทกล่าวอย่างงัวเงีย

            “ ตื่นได้แล้วจีจี้ แล้วมาฟังข่าวสะเทือนบ้านสะเทือนเมืองของหล่อน! ” ทันทีที่ได้ยินคนยืนค้ำขอบเตียงกล่าวจบ นางเอกสาวตาตื่นทันควัน  รีบอ้าปากถามทันทีอย่างร้อนใจ

            “ ก็อีนังป้าลูซี่ตัวดีนั่นน่ะสิ มันปล่อยภาพเบลอและชื่ออักษรย่อของผู้ชายที่หล่อนควบอยู่เมื่อหลายเดือนก่อนลงเพจน่ะสิยะ งานนี้เข้าฉันด้วยที่ต้องมานั่งคิดแก้ข่าวให้หล่อน ” เอมมี่ไม่พูดเปล่า ยื่นหลักฐานให้คนท้องได้ดูด้วย ทันทีที่เห็นข่าว จีจี้รู้สึกกระอักกระอ่วนใจ เนื้อตัวร้อนวูบวาบ ไม่กล้าสบตาผู้จัดการส่วนตัว เพราะเธอเองก็มีความผิดฐานปกปิดเรื่องนี้ต่อผู้ชักนำเข้าสู่วงการ ยิ่งภาพลับเหล่านี้ได้ถูกนำมาตีแผ่ออกสื่อด้วยแล้ว ยิ่งทำให้นางเอกจอแก้วคิดหนักและวิตกกังวลมาก อยากจะรู้จริง ๆ เชียวว่าป้าต่างเพศของธีรธรรมเอารูปพวกนี้มาจากไหน ? ทั้ง ๆ ที่เธอเองก็ระมัดระวังตัวอย่างดีเวลาไปไหนมาไหนกับผู้ชาย

            “ คนเดียวยังพอแก้ข่าวกันได้  แต่นี่หล่อนล่อควงสามควงสี่เวลาเดียวกัน อย่างนี้ฉันช่วยหล่อนไม่ได้หรอกนะจีจี้! ” เอมมี่กล่าวเสียงดังฟังชัดกึ่งโมโห เพราะส่วนตัวแล้วเหมือนโดนนางเอกสาวตบหน้าฉาดใหญ่

            “ พี่เอมมี่! อย่าโกรธจีจี้เลยนะ ก็ผู้ชายพวกนี้ชวนจีจี้ไปกินข้าวด้วยกันก็เท่านั้นเอง ” นางเอกสาวว่าที่คุณแม่กล่าวเสียงอ่อนเสียงหวาน ออดอ้อนออเซาะผู้จัดการส่วนตัว

            “ จ้า! แค่กินข้าวด้วยกันก็เท่านั้นเอง กินข้าวจบแล้วไงต่อล่ะยะ! หล่อนก็ไปให้เขาฟาดต่อจนท้องไม่รู้ว่าใครคือพ่อนี่นะจีจี้ ” เอมมี่กล่าวจบพร้อมกับแสยะยิ้มที่มุมปากให้คนท้อง

            “ พี่เอมมี่!...” นางเอกละครเม้มปากแน่นจนเป็นเส้นตรง ตอนนี้บอกได้คำเดียวว่าเคืองคำพูดของนักปั้นดาราท่านนี้มาก

            “ หรือไม่จริงล่ะ! ข่าวนี้ฉันไม่ช่วยแก้หลอกนะ ถือว่าเป็นการลงโทษที่หล่อนบังอาจหักหลังฉัน รู้นี่ว่าคนอย่างเอมมี่ไม่ชอบการโกหก ฮึ! พอหล่อนออกจากโรงพยาบาลแล้วก็นัดนักข่าวมาช่วยแถลง แจกแจงข่าวความมั่วไม่เลือกหน้าของหล่อนเองละกันนะแม่นางเอกเบอร์หนึ่ง! งานนี้ฉันไม่ยุ่ง หล่อนจัดการแก้ข่าวเองละกัน! ” ผู้จัดการส่วนตัวของจีจี้กล่าวเสียงแข็งกึ่งเยาะหยัน  คนฟังรีบสวนกลับทันที อย่างไม่เก็บอารมณ์

            “ พี่เอมมี่นี่เป็นคนเห็นแก่ได้จริง ๆ เลยนะ แล้วถามตรง ๆ เถอะนะ พี่ได้เงินจากฉันไปเท่าไหร่แล้ว คิดบ้างไหม? พอตอนนี้จีจี้มีปัญหา พี่เอมมี่ก็ไม่อยากจะช่วย ไม่เห็นแก่ตัวไปหน่อยเหรอ? ไหนเงินจากการขายลิปสติก ยาบำรุงต่าง ๆ ไหนจะครีมกันท้องลายที่กำลังจะออกสู่ตลาดอาทิตย์หน้านี้ แล้วสินค้าอย่างอื่นที่อาศัยชื่อเสียงจีจี้ขายน่ะ พี่ฟันกำไรไปเท่าไหร่แล้ว? คิดบ้างสิ! แล้วการใช้ชื่อเสียงของจีจี้หากินนี่ มันก็ทำให้พี่มีอยู่มีกินดีอย่างที่เห็น ๆ ” นางเอกสาวโต้กลับ ยิ่งท้องอยู่ด้วย ฮอร์โมนโมโหก็ยิ่งสูง

            “ แหม! แหม! แหม! มีทวงบุญคงบุญคุณฉันด้วยนะยะจีจี้ แล้วหล่อนล่ะ จากเด็กสลัมกลายมาเป็นดาราไฮโซได้นี่ ฉันหมดกับหล่อนไปแล้วเท่าไหร่ ผลักดันหล่อนทุกทาง เพื่อที่จะได้มาถึงจุดนี้ เรื่องรายได้น่ะ หล่อนรู้ดีนี่ว่าฉันทำตามสัญญาทุกอย่าง แล้วที่หล่อนรับงานบริการรับกินข้าว พ่วงท้ายด้วยการหลับนอนกับผู้ชายเองได้เงินได้ของเยอะขนาดไหน ฉันก็ไม่ได้เรียกเก็บค่านายหน้านี่นา จะให้ฉันแฉหล่อนต่อก็ได้นะ! เอาไหมล่ะ? ” เอมมี่กล่าวพร้อมเสียงหัวเราะในลำคอ ดวงตาจับจ้องไปที่ใบหน้าปราศจากเครื่องสำอางของดาราใต้สังกัด จีจี้เองก็แรงกลับทันที

            “ ถ้าพี่เอมมี่กล้าแฉจีจี้ คิดเหรอว่าคนอย่างจีจี้จะไม่กล้าแฉพี่กลับบ้าง เพราะอาชีพนักปั้นดาราของพี่น่ะ แท้ที่จริงแล้วคือแค่หน้ากากบังหน้า  แต่อาชีพหลักแล้วพี่ก็คือแม่เล้าไฮโซดี ๆ นี่เอง เที่ยวหาผู้หญิง ผู้ชายส่งคนมีเงิน ส่งคนดังระดับไฮเอนด์ แล้วไหนจะ... ” จีจี้ยิ้มที่มุมปากราวกับผู้มีชัย

            “ แฉเลยจ้า! ฉันก็จะแฉเรื่องหล่อนกุข่าวท้องกับธีรธรรมเหมือนกัน แล้วก็เรื่องที่หล่อนยอมนอนกับชวินเพื่อแลกกับงานเป็นพรีเซนเตอร์ของสายการบินแห่งชาติอีก แล้วก็ข่าวชั่ว ๆ เลว ๆ ของครอบครัวหล่อนอีก อะไรอีกน้า....” เอมมี่ยกนิ้วขึ้นมานับต่อหน้าดาราสาวในสังกัดพร้อมด้วยรอยยิ้มสะใจ

            “ เรื่องของพี่เอมมี่ก็มีเรื่องเลวเยอะไม่ต่างอะไรกันกับจีจี้หรอกนะ แต่คิดว่ามีมากกว่าแน่นอน! ไหนจะสัญญาเอาเปรียบค่าแรงดารารุ่นน้องที่เข้ามาใหม่ ไหนจะขอเสื้อผ้าดีไซเนอร์ดังมาใส่ฟรีแล้วแอบเอาไปขายต่อ แล้วไหนจะขอกินฟรีตามร้านอาหารหรู ๆ ดัง ๆ แล้วก็...โอ๊ย! คืนนี้จะสาธยายจบไหมเนี่ย? กล้าไหมล่ะพี่เอมมี่? ” นางเอกสาวสุดเซ็กซี่ยิ้มกลับ แล้วคนปุกปั้นอย่างเอมมี่หรือจะยอมเป็นรอง ในเมื่อต่างคนต่างรู้ตื้นลึกหนาบางของซึ่งกันและกันดี ความลับที่ต่างฝ่ายได้ซ่อนเร้นเอาไว้ได้ถูกนำมาขยาย จนฝ่ายที่รู้ตัวว่าเสียเปรียบ ต้องรีบอ่อนข้อให้คนที่อาวุโสกว่า การทะเลาะกันของผู้จัดการและดาราได้ยุติลงเมื่อสาวใช้ได้เดินเข้ามาพร้อมถุงอาหาร ระหว่างที่เอมมี่กำลังเอร็ดอร่อยกับอาหารตรงหน้าพร้อมกับสนทนาทางโทรศัพท์ไปด้วย ดาราสาวได้แต่มองด้วยหางตา ไม่อยากเห็นหน้าคนร่วมห้อง แต่จำต้องฝืนพูดจาปราศรัยด้วยเพราะยังมีผลประโยชน์ร่วมกันอยู่ เสียงเคาะประตูหน้าห้องพักของดาราสาวยามค่ำได้ถูกเปิดออก พร้อมกับการผู้มาเยือนของบุคคลที่ไม่ได้คาดคิดคาดฝัน

            “ สวัสดีค่ะแม่เอื้อง มาตอนนี้ มีธุระอะไรกับจีจี้หรือเปล่าคะ? ” ดาราสาวยกมือไหว้มาเยือนอย่างนอบน้อมให้กับคนที่กำลังเดินเข้ามาในห้องพัก เอื้องฟ้ายกมือขึ้นรับไหว้ ก่อนหันไปรับตะกร้าของฝากดาราสาวจากสาวใช้

            “ ไม่ได้มีธุระอะไรหรอกจ้ะ พอดีเมื่อวันก่อนที่มาเยี่ยมหนูกับคุณย่าน่ะ ท่านคิดว่าน่าจะลืมไม้เท้าไว้ที่นี่ แม่ก็เลยอาสาแวะมาดูให้ ” เอื้องฟ้าตอบพร้อมรอยยิ้มและยื่นกระเช้าผลไม้ให้จีจี้ 

            “ ใช่อันโน้นหรือเปล่าคะแม่เอื้อง เมื่อเช้าแม่บ้านมาทำความสะอาดเขาก็ถามจีจี้ว่าของใคร? จีจี้เองก็ไม่ทันได้สังเกตค่ะ เพราะคนมาเยี่ยมแต่ละวันเยอะมาก ” นางเอกสาวชี้นิ้วไปที่ฝาผนังอีกด้าน ซึ่งเป็นที่ตั้งของโซฟาหนังขนาดใหญ่ และไม้เท้าของคุณหญิงวีรญาก็ตั้งหลบอยู่กับมุมของเสาปูนและโซฟาพอดี

“ ลืมไว้ที่นี่จริง ๆ ด้วย ” เอื้องฟ้าหันไปดูตามปลายนิ้วชี้ สาวใช้ที่ติดตามมาด้วย รีบเดินไปหยิบไม้เท้าหัวเสือคู่กายของย่านักบินธีรธรรม การสนทนาของคนในห้องยังดำเนินต่อไปไม่นาน เอื้องฟ้าก็เป็นฝ่ายลาจาก เมื่อพ้นร่างของมารดานักบินไปแล้ว

“ พรุ่งนี้ช็อกเอ้าท์ได้แล้วนะจีจี้ งานรออยู่ ฉันกลับล่ะ! ”

“ ยังโกรธอยู่ใช่ไหมเนี่ยพี่เอมมี่ ” ดาราสาวถามออดอ้อน ก่อนจะยอมออกปากขอโทษอีกฝ่าย และแล้วทั้งคู่ก็กลับมากอดคอคุยกันดีอีกครั้ง แต่ความรู้สึกอาจจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

 

 

 

            ส่วนทางด้านชวินนั้น พอรู้สึกตัวยามเช้าก็ยังหัวเสีย กล่าววาจาด่าทอทุกสิ่งทุกอย่างรอบกายจนบิดาชักรำคาญ เพราะเมื่อคืนหลังจากเข้าบ้านมาก็ได้ระบายเรื่องทุกข์ร้อนใจไปแล้ว เช้านี้ยังจะมาพูดเรื่องเดิมอีกเพื่ออะไรกัน  นายชัยชนะบอกลูกชายสุดที่รักให้ลาป่วยวันนี้ เพราะดูท่าทางแล้วยังไม่สร่างเมาดีนัก ขืนไปทำงานสภาพนี้ มีหวังชวดเก้าอี้สำคัญแน่ ทันทีที่ชายหนุ่มโยนโทรศัพท์มือถือลงบนที่นั่งข้างกายหลังใช้งานเสร็จ

            “ วันนี้เกสลาป่วยด้วย หวังว่าคงไม่ถึงขั้นเข้าโรงพยาบาลนะป๋า ” ชวินถามบิดา

            “ ป๋าบอกแล้วให้ระวังเรื่องปริมาณการใช้ยา แล้วนี่แกเล่นหยอดยาซะหลอนขนาดนั้น  มันก็...”

            “ ป๋า! ” นายชัยชนะตกใจกับเสียงตะคอกของลูกชาย ถึงขั้นลืมสิ่งที่จะพูดต่อ 

            “ ป๋ารู้ว่าแกกลัวมากชวิน จะยากอะไร แกก็รู้อยู่แล้วนี่ว่านังผู้บริหารนั่นเล่นกัญชาอยู่แล้ว หลักฐานก็มี จะยากอะไรล่ะลูกชาย พรุ่งนี้ประชุมใหญ่กับประธานบอร์ดก็หยอดยาให้ดีดีก่อนเข้าประชุมสิ แล้วก็ยัดของกลางใส่กระเป๋าถือด้วย จะยากอะไร? งานนี้นะ  ถ้ายาออกฤทธิ์ต่อหน้าคณะกรรมการชุดใหญ่มีหวังเกสราโดนปลดด่วนแน่ เชื่อป๋า! ” นายชัยชนะกล่าวแผนการชั่วร้ายกับบุตรชายพร้อมส่งเสียงหัวเราะดังลั่น            

            “ เอางั้นเลยเหรอป๋า ” ชวินถามกล้า ๆ กลัว ๆ 

            “ โอกาสมาถึงมือเราแล้ว ถ้าไม่ลงมือก็จะชวดตำแหน่งผู้บริหารสายการบินแห่งชาตินะชวิน ลูกไม่จำเป็นต้องทำเองก็ได้นี่ ” นายชัยชนะกล่าวจบ สบตาวาวของลูกชายนิ่ง ก่อนจะแสยะยิ้มให้ แล้วเอื้อมมือไปหยิบแก้วกาแฟตรงหน้าขึ้นดื่ม ชวินมองแววตาของบิดานิ่ง ก่อนจะเผยรอยยิ้มที่มุมปาก

            “ ป๋านี่เก่งมาก เล่ห์เหลี่ยมเยอะจนผมตามไม่ทัน ” 

            “ จำไว้นะชวิน ป๋าจะบอกอะไรให้คิด ตำแหน่งยิ่งสูงยิ่งเข้าถึงยาก ถ้าเรามีโอกาสที่จะขึ้นสูง ก็รีบต้องทำ อย่าไปสนใจว่าเราเก่งหรือไม่ ขอให้ยึดมั่นในสิ่งที่เราอยากได้ อยากเป็นก็พอ อย่าไปสนใจเรื่องความถูกต้องและคุณธรรม เพราะมันไม่มีจริงสำหรับป๋า อยากได้อะไร? อยากเป็นอะไร? ก็ต้องหาทางเข้าถึงเป้าหมายให้ไว ไม่ต้องไปสนใจเรื่องถูกผิดหรอก ตราบใดที่เรามีอำนาจ ทุกอย่างก็จะถูกเสมอ เชื่อในสิ่งที่ป๋าสอนนะลูกรัก ” นายชัยชนะยิ้มกว้างมากขึ้น ชวินพลอยยิ้มตามคำสั่งสอนของบิดา

            ส่วนทางบ้านของเกสรานั้นก็วุ่นวายไม่แพ้กัน เพราะบิดามารดาไม่สามารถติดต่อลูกสาวได้ รวมทั้งเกริกพลเองก็ไม่ยอมรับโทรศัพท์จากพ่อแม่

            “ เกสจะหายหน้าไปแบบนี้ไม่ได้นะคุณ ” นายทนงกล่าวเสียงไม่พอใจกับภรรยา

            “ นั่นสิ พักนี้เกเรใหญ่แล้ว คอยดูนะจะสั่งให้กลับมาอยู่บ้านแล้ว เหลวไหลมากพักนี้ ” นางดวงรัตน์เองก็เหนื่อยที่จะโทรตามลูกทั้งสอง

            “ ไม่เช่นนั้นก็บอกให้แต่งงานเป็นเรื่องเป็นราวไปซะดีกว่าไปนอนค้างบ้านผู้ชายแบบนี้ เผื่อฝ่ายชายเปลี่ยนใจขึ้นมา ลูกสาวเราก็เสียตัวฟรี  อย่างน้อยเกสก็ทำให้เราสูญเสียรายได้มหาศาลจากโครงการต่าง ๆ มากมาย ถึงเวลาแล้วที่เกสจะต้องชดใช้ค่าเสียหายคืนให้เรา  อย่างน้อยค่าสินสอดสักพันล้าน ทางบ้านธรรมคงขนหน้าแข้งไม่ร่วงหรอก จริงไหมคุณ? ” นายทนงถามภรรยาน้ำเสียงขึงขัง เอาจริง

            “ พันล้าน! ก็ไม่มากไม่น้อยเกินไปนะคุณสำหรับค่าเลี้ยงดูลูกสาวผู้เก่งกาจและฉลาดเฉลียวของเรา อีกอย่างเราก็ได้ครอบครัวของธรรมเป็นผู้สนับสนุนการเงินหลักของเราด้วย ดีเลยคุณ! อย่างนี้เราควรจะนัดพ่อแม่ฝ่ายชายคุยเรื่องการแต่งงานเลยดีกว่า จะได้จัดงานแต่งเดือนหน้าเลยดีไหมคุณ ” นางดวงรัตน์กล่าวด้วยความพึงพอใจ 

            “ ถ้างั้นคุณก็ติดต่อผู้ใหญ่ทางฝ่ายชายเลยละกัน เรื่องแบบนี้อย่ารอให้เสียเวลา ” นายทนงกล่าวอย่างผู้มีชัย อย่างน้อยเกสราก็ต้องยอมรับเรื่องนี้ ฝ่ายภรรยาเห็นด้วยกับสามีทุกประการ เพราะทุกวันนี้ก็เจอคำถามเรื่องงานแต่งงานของเกสราบ่อยครั้ง ถือว่าจะได้จบเรื่องเกสราไปที เพราะศึกการเลือกตั้งยังรออยู่ หลังจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจได้จบลง ดูเหมือนบิดาของเกสราจะถูกลดความน่าเชื่อถือลงไปเยอะ อีกทั้งลูกพรรคบางกลุ่มไม่เห็นด้วยที่จะให้นายทนงขึ้นเป็นหัวหน้าพรรค เพราะข่าวเรื่องการคดโกงอย่างโจ่งแจ้ง จะพลอยทำให้พวกเขาชวดการเลือกตั้งสมัยหน้าด้วย  สองสามียังนั่งถกกันเรื่องการเมืองต่ออย่างดุเดือด ยอมรับว่าข่าวการทุจริตการสร้างสนามบินและอนุมัติสายการบินของต่างชาติยังเป็นเรื่องใหญ่ที่สังคมกำลังติดตามกันอย่างต่อเนื่อง

 

 

 

 

            หลังจากที่อดหลับอดนอนเป็นเวลาหลายชั่วโมง ธีรธรรมไม่พบว่าเกสราติดต่อซื้อยาผิดกฎหมายจากใครทั้งนั้น ยกเว้นการสั่งซื้อน้ำมันกัญชาที่ใช้บรรเทาอาการแก้ปวด   แต่สิ่งที่ธีรธรรมค้นพบก็คือ ไฟล์การเขียนจดหมายที่ส่งให้นักบินยูเนี่ยนฉบับล่าสุดนั้นได้ถูกลบทิ้งไปจากคอมพิวเตอร์มือถือของคู่หมั้น  ทำให้ข้อสงสัยของกัปตันหนุ่มนั้นน่าจะเป็นความจริง เหลือเพียงแค่รอถามผู้บริหารคนรัก  เกริกพลเองก็ว้าวุ่นใจไม่ต่างอะไรกับว่าที่พี่เขย เพราะมีหลายสิ่งหลายอย่างน่าสงสัยมาก โดยเฉพาะเรื่องสารเสพติดในร่างกาย แล้วถ้าหากเกิดเหตุการณ์ดังเช่นเมื่อวานขึ้นอีกอนาคตของพี่สาวของเขาจะเป็นเช่นไร? เมื่อลำแสงสีทองของวันใหม่ทอกระทบที่ขอบหน้าต่างซึ่งเป็นกระจกแผ่นใหญ่  สองหนุ่มรู้สึกเหนื่อยล้าจากการไม่ได้นอน อรุณรุ่งของวันใหม่ได้แจ้งเตือนสองหนุ่มว่า  ถึงเวลาที่จะต้องพาร่างกายอันแสนเหนื่อยล้าไปพักผ่อนเสียที ก่อนที่สมาชิกในบ้านจะตื่นนอนเพื่อเลี่ยงการตอบคำถามที่ยังไม่พร้อมจะตอบ หลังจากที่นักบินหนุ่มชำระร่างกายให้สะอาดก่อนเข้านอน  ธีรธรรมก้าวเท้าขึ้นเตียงหนานุ่มพร้อมกับโอบกอดร่างบอบบางซึ่งกำลังหลับใหล ริมฝีปากบางของคู่หมั้นหนุ่มจรดลงที่แก้มนวลของสาวงามก่อนจะค่อย ๆ ปิดเปลือกตาลงด้วยความเหนื่อยล้า ในขณะที่เสียงลมหายใจสองเสียงผสานกันขึ้นลงภายในห้อง ในห้วงแห่งความคิด ได้เกิดภาพแสนวุ่นวายและน่ากลัว สัตว์ป่าน่ากลัวหลายชนิดได้วิ่งพุ่งเข้ามาหาสตรีร่างบอบบางซึ่งกำลังยืนอยู่ท่ามกลางผู้คนมากมาย แต่สัตว์เหล่านั้นก็จ้องจะเล่นงานเธอเพียงคนเดียว ปลายเท้าเรียวสวยจึงออกแรงกำลังวิ่งหนีเพื่อเอาตัวรอดอย่างสุดชีวิต เสียงกรีดร้องขอความช่วยเหลือของหญิงสาวจากผู้คนที่อยู่รายล้อมเธอ กลับไม่มีใครได้ยินและให้ความช่วยเหลือ หญิงสาววิ่งทั้งน้ำตาเพื่อหนีความน่ากลัว จนกระทั่งได้เห็นธีรธรรมซึ่งยืนมองเธออยู่อย่างเงียบ ๆ จากมุมหนึ่ง ปลายเท้าของหญิงสาวเบนทิศทางออกไปหาชายหนุ่มแทน ด้วยความหวังว่าชายอันเป็นที่รักจะช่วยเธอให้รอดพ้นจากเงื้อมมือสัตว์ร้ายฝูงใหญ่นี้ได้ แต่แล้วร่างของธีรธรรมกลับถอยห่างจากเธอไปไกลขึ้น ไกลขึ้น หญิงสาวตะโกนเรียกให้กลับมา ร่างของฝ่ายชายกลับยิ่งเลือนรางออกห่างจนลับตาไปในที่สุด ลำแขนเรียวสวยที่ยื่นมือออกไปเรียกชายอันเป็นที่รักให้กลับมาหา ได้ถูกตะปบด้วยคมเล็บของสัตว์ร้าย ในที่สุดร่างของหญิงสาวก็ถูกรุมทึ้งอย่างไม่ปรานี เสียงกรีดร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดดังลั่นห้องสี่เหลี่ยม จนกระทั่งเสียงนั้นได้ทะลุลงมาข้างล่าง ซึ่งเอื้องฟ้า คุณหญิงวีรญาและบุรินทร์กำลังรับประทานอาหารเช้ากันอยู่ ทำให้ทุกคนบนโต๊ะ รวมทั้งบริวารที่กำลังปรนนิบัติเจ้านายอยู่หันไปทางต้นเสียงด้วยความตกใจ 

            “ นั่นเสียงร้องของหนูเกสนี่! ธรรมทำอะไร...” เอื้องฟ้ายังกล่าวไม่ทันจบ ก็รีบลุกจากเก้าอี้นั่ง ตามด้วยบุรินทร์ ส่วนหน้าห้องนอนของธีรธรรมนั้น บุคคลภายนอกกำลังแคะเรียกคนข้างใน แต่กลับไม่เป็นผล

            “ แม่เอื้องรีบตะโกนบอกเด็กให้เอากุญแจสำรองขึ้นมาให้ดลเปิดห้องพี่ธรรมเร็ว! ” กัปตันนายแพทย์นฤดลกล่าวเสียงดังลั่น เพราะกำลังจะลงไปข้างล่างกับคู่หมั้น บังเอิญได้ยินเสียงผิดปกติ เลยรีบเคาะเพื่อปลุกพี่ชาย ท่ามกลางความวิตกของทุกคนในบ้าน ทันทีที่ประตูห้องได้ถูกเปิดออก แสงไฟในห้องก็สว่างขึ้น  ภาพตรงหน้าของทุกคนที่เห็นก็คือ  มือไม้ของเกสรากำลังปัดไขว้กันไปมา ส่วนธีรธรรมนั้นนอนตะแคงข้างหลับสนิทไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรเพราะพึ่งจะเข้านอนได้แค่สองชั่วโมงเศษบวกกับความเหนื่อยล้าที่ไม่ได้นอนข้ามคืน ทำให้หลับลึกจนไม่รู้ว่าเกสราฝันร้าย! ถึงขึ้นตะโกนลั่นบ้าน 

            “ เฮ้อ! ถ้างั้นก็โล่งอกไปที ย่าคิดว่าธรรมทะเลาะกับหนูเกสรุนแรงซะอีก ” คุณหญิงวีรญากล่าวด้วยน้ำเสียงโล่งอก

            “ คุณย่าทานอาหารเช้าต่อเถอะครับ รอพี่ธรรมกับเกสลงมาก่อนแล้วค่อยคุยกัน ” นฤดลกล่าวกับผู้เป็นย่าก่อนจะรีบลงมือทานอาหารเช้า เพราะต้องรีบไปส่งคู่หมั้นไปทำงาน  ทันทีที่เกสรารับรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นเธอเมื่อวาน หญิงสาวไม่อยากจะเชื่อว่าเธอเป็นอย่างที่ธีรธรรมและเกริกพลกล่าวอ้าง ถ้าไม่เห็นคลิปวิดีโอที่น้องชายบันทึกเอาไว้เป็นหลักฐาน และที่ช็อกในช็อกก็คือเรื่องสารเสพติดในร่างกายของเธอ ผู้บริหารสาวร้องไห้โฮต่อหน้าผู้ใหญ่ในครอบครัวของธีรธรรมอย่างห้ามไม่ได้ รู้สึกอับอายเป็นที่สุดกับเรื่องที่เกิดขึ้น แล้วมันเกิดขึ้นได้อย่างไรกัน?

            “ พ่อว่าเกสควรพักผ่อนเยอะ ๆ ก่อนนะลูก เรื่องนี้รู้กันแค่ในครอบครัวของเรา สบายใจได้ลูก อะไรที่เรายังไม่รู้ความจริงทั้งหมด เกสก็อย่าพึ่งคิดอะไรไปไกลจนตัวเองต้องเครียดล่ะ ” บุรินทร์กล่าวพร้อมกับลูบศีรษะของว่าที่ลูกสะใภ้อย่างอ่อนโยน

            “ เกสขอบคุณพ่อรินทร์ แม่เอื้อง คุณย่าและทุก ๆ คนด้วยนะคะที่เป็นห่วง เกสคิดไม่ออกจริง ๆ ค่ะว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นได้ยังไง? เกส...” ผู้บริหารสาวไม่สามารถกล่าวอะไรออกจากปากได้อีก นอกจากเสียงสะอื้นและน้ำตา ซึ่งทุกคนต่างก็เข้าใจและช่วยปลอบใจดอกเตอร์สาว 

            “ เกสขึ้นไปนอนพักผ่อนต่อกับพี่ธรรมก่อนนะ ดลจะได้ตรวจดูอาการให้ด้วย พักผ่อนให้เต็มที่ก่อน แล้วค่อยคิดเรื่องอื่น ” นักบินธีรธรรมกล่าวกับแฟนสาว 

            “ เชื่อพี่ธรรมเถอะ ร่างกายพี่เกสต้องการการพักผ่อนมากที่สุดนะตอนนี้ ถ้าคุณพ่อคุณแม่โทรมา เกริกจะรับสายเอง ” เกริกพลกล่าวด้วยความเป็นห่วงพี่สาวพร้อมทั้งดึงโทรศัพท์มือถือส่วนตัวของพี่สาวไปเก็บไว้เพราะกลัวจะโทรสั่งงานเลขา เกสราอิดออดอยู่พักก่อนจะยอมขึ้นห้องพักตามคู่หมั้นไปให้หมอประจำบ้านตรวจและฉีดยาบำรุงร่างกายให้ ทันทีที่นักบินน้องชายปิดประตูห้องนอน ธีรธรรมหันมากอดร่างคนรักแน่น เกสรากอดกลับชายอันเป็นที่รักยิ่งแน่นไม่แพ้กัน ก่อนจะปล่อยน้ำตาที่ท่วมขังดวงตาคู่สวยให้ไหลอาบบ่าฝ่ายชาย หนุ่มสาวไม่มีวาจาใด ๆ ที่จะกล่าวต่อกัน มีเพียงวงแขนแข็งแรงและอบอุ่น ที่จะคอยคุ้มครองคุ้มภัยให้หญิงอันเป็นที่รักยิ่ง 

            “ ทำไมเกสต้องเจอแต่เรื่องแต่ราวหนัก ๆ แบบนี้ไม่จบไม่สิ้นสักทีด้วยคะพี่ธรรม ทำไม? ”

            “ ก็เพราะเกสเป็นผู้หญิงที่เข้มแข็งมากยังไงล่ะ แล้วเรื่องที่เกิดขึ้นเนี่ย มันจะยิ่งทำให้เกสเข้มแข็งมากยิ่งขึ้นด้วย ” ธีรธรรมกล่าวให้กำลังใจสาวคนรัก

            “ เกสยังนึกไม่ออกว่ายานั้นมาอยู่ในตัวเกสได้ยังไง? ” 

            “ นึกไม่ออกก็ยังไม่ต้องนึก เดี๋ยวคนที่ทำมันก็จะโดนจับได้แน่ ” ธีรธรรมกล่าวเสียงเข้ม กัปตันหนุ่มได้แต่รอให้ยานอนหลับในร่างกายของเกสราที่น้องชายฉีดให้ออกฤทธิ์ แล้วจะได้ไปสืบเสาะบุคคลต้องสงสัยต่อ หนุ่มสาวยังคงนอนคุยกันอยู่บนเตียงด้วยเรื่องปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น อีกทั้งบิดามารดาของเกสราก็โทรตามลูกสาวไม่หยุด ยิ่งทำให้ดอกเตอร์สาวหวั่นใจอีกเรื่อง เมื่อท่าทีของสาวคู่หมั้นดูนิ่งขึ้น ธีรธรรมจึงเอ่ยปากถามเรื่องจดหมายที่ส่งผู้นำกลุ่มนักบินยูเนี่ยน เป็นอีกเรื่องที่ทำให้ผู้บริหารสาวงงกับตัวเองว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร เพราะงานด้านเอกสารทุกอย่าง เธอมักจะทำด้วยความรอบคอบ ยิ่งได้เห็นตัวอย่างจดหมายที่ฝ่ายชายเอาให้ดูแล้วนั้น  เกสรายิ่งไม่เชื่อว่านั่นคือสิ่งที่เธอได้เขียนลงไป พยายามนึกแล้วนึกอีกว่าได้เขียนจดหมายฉบับนี้ที่ไหน? เมื่อไหร่? ทำไมคิดยังไงก็คิดไม่ออก ที่สำคัญจดหมายฉบับนี้ได้ร่อนออกไปถึงมือนักบินยูเนี่ยนอย่างเป็นทางการแล้วด้วย และความเสียหายวุ่นวายกำลังจะตามมาติด ๆ อีกระลอกใหญ่  ผู้บริหารสาวได้แต่ถอนหายใจเฮือกแล้วเฮือกเล่า อยากจะหายตัวไปจากโลกนี้เสีย ณ เวลานี้ ยิ่งมีชีวิตอยู่ต่อ ก็ยิ่งพบแต่ปัญหามากมายไม่จบไม่สิ้น  กัปตันหนุ่มรูปงามนวดคลึงศีรษะคนรักเบา ๆ เพื่อเป็นการผ่อนคลายความเครียดให้กับอีกฝ่าย พยายามพูดจาปลอบประโลมและให้กำลังใจคู่หมั้น

            “ พี่ธรรมจะช่วยเกสได้ไหมคะ?...เรื่อง...ห้ามนักบินยูเนี่ยนหยุดบินเพื่อประท้วงบริษัท  เกสจะรีบจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อยโดยเร็ว ยังไงนักบินเอนจิเนียร์ก็จะมาเป็นนักบินพาณิชย์โดยไม่ถูกต้องตามกฎหมายไม่ได้ ” เกสรากล่าวด้วยน้ำเสียงทรงพลัง ถึงแม้การทำงานของเธอจะไม่เต็มเม็ดหน่วยพักนี้  แต่ก็ต้องจัดการกับสิ่งที่ได้ทำลงไปแล้ว  ดอกเตอร์สาวขอเวลาพักใจสักหนึ่งวัน แล้วจะรีบกลับไปจัดการปัญหาด่วนที่กำลังรอสะสางอยู่ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าธีรธรรมจะช่วยเธอได้ 

            “ เกสนอนพักผ่อนก่อนเถอะนะครับ  ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม พี่ธรรมจะอยู่ข้างเกสเสมอที่รัก ” นักบินหนุ่มกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้ม ปลายนิ้วเรียวยาวยังคงคลึงเคล้ากับเส้นผมดกดำยาวสลวย คนฟังเผยยิ้มอ่อนที่มุมปาก รู้สึกไม่โดดเดี่ยวหรือถูกทอดทิ้งให้สู้กับปัญหาเพียงลำพัง อย่างน้อยถ้าธีรธรรมช่วยเกลี้ยกล่อมให้นักบินไม่หยุดบินตามคำต่อรองที่ยื่นมาได้ โอกาสของเกสราที่จะได้นั่งคุมบังเหียนสายการบินแห่งชาติก็จะยืดออกไปอีก ผู้บริหารอายุน้อยมั่นใจเต็มที่ว่าธีรธรรมจะต้องไม่ทำให้เธอต้องผิดหวัง ดวงตาคู่สวยที่แสนจะอ่อนล้าเริ่มปิดลง พร้อมกับระบบความคิดทุกอย่างในสมองก็ได้ถูกหยุดคิด เสียงไฟข้างหัวเตียงก็ได้ถูกปิดลงเหลือไว้เพียงความมืดภายในห้องนอน  เวลาผ่านไปไม่นานนักกัปตันหนุ่มจึงลุกขึ้นนั่งกึ่งนอน เมื่อมั่นใจแล้วว่าคนข้างกายได้นอนหลับสนิท นักบินหนุ่มนั่งฟังเสียงลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอของคนข้างกายด้วยความรู้สึกรักและสงสาร พลางนึกถึงภาระและหน้าที่ของการทำงาน ที่ทำให้คนทั้งคู่ต้องต่อสู้กันอย่างเลี่ยงไม่ได้ เป็นทีของธีรธรรมที่เป็นฝ่ายถอนหายใจแรง เพราะไม่รู้ว่าจะช่วยเกสราได้สำเร็จหรือไม่.....                

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 18 ครั้ง

295 ความคิดเห็น

  1. #290 Npff (@Npff) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 22 เมษายน 2563 / 22:44
    กดดันมาก ลุ้นนน
    #290
    0
  2. #289 Opop (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 22 เมษายน 2563 / 19:19

    ลุ้นๆค่ะ พี่ธรรมช่วยเกสให้ได้นะ

    #289
    0
  3. #152 satamsomtua (@satamsomtua) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2561 / 20:31
    น่าสงสาร พ่อแม่ใจร้ายมาก
    #152
    0
  4. #151 Beer Kanokporn (@beerthhottest) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2561 / 20:16
    สงสารเกศมาก
    #151
    0