ด้วยรัก...จากใจ (ลุ้นรัก Part 4)

ตอนที่ 33 : ตอนที่ 33

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,228
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 19 ครั้ง
    17 เม.ย. 63

ตอนที่ 33

 

            ธีรธรรมกัดฟันกรอดเมื่อเห็นจดหมายตอบรับจากเกสราถึงนักบินยูเนี่ยน กัปตันหนุ่มอยากจะลุกจากเก้าอี้นั่งไปหาคนรักทันที อยากจะต่อว่าผู้บริหารจอมแก่นที่คิดว่าตัวเองแน่มากถึงกล้าฝืนกฎเกณฑ์ทั้ง ๆ ที่รู้ถูกรู้ผิดแต่กลับเพิกเฉย  โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลที่จะตามมาไม่ใช่แค่การถูกปลดออกจากตำแหน่ง แต่ยังส่งผลไปถึงความผิดถึงขั้นเข้าคุกเข้าตะรางอีกด้วย  ยิ่งคิดธีรธรรมยิ่งหัวเสียเพราะรักและเป็นห่วงเกสรามาก  กัปตันคนรักของผู้บริหารสายการบินควักเครื่องมือสื่อสารออกมาติดต่อหาคู่หมั้นแต่กลับไม่มีการตอบรับใด ๆ จากปลายสาย ทันใดนั้นกลับมีเสียงเรียกเข้าจากนักบินอาวุโสเรียกประชุมด่วนเพื่อหาแนวทางแก้ไขต่อบริษัท เมื่อการประชุมออนไลน์ของนักบินยูเนี่ยนได้เริ่มขึ้น การแสดงความคิดเห็นต่าง ๆ ได้พรั่งพรูออกมาอย่างดุเดือด  ทุกคนต่างไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งกับสิ่งที่ผู้บริหารสาวอายุน้อยได้ตัดสินใจทำลงไปและประกาศจะหยุดบินภายใน 3 วันนี้  ถ้าหากเกสราไม่ยอมเปลี่ยนใจหลังจากที่นักบินยูเนี่ยนยื่นหนังสือไปวันนี้   ธีรธรรมได้แต่นั่งฟังการประชุมอย่างครุ่นคิดเพื่อหาทางช่วยคนรัก  แต่ดูเหมือนยากยิ่งนักที่จะช่วยเกสราได้ ถ้าหากหญิงสาวยังยืนยันดังเดิม สายตานักบินกวาดตัวอักษรเบื้องหน้าอย่างละเอียดอีกครั้ง ก่อนจะฉุกใจคิดเกี่ยวกับหนังสือตอบกลับ พลางพิจารณาสำนวนภาษาที่ใช้ในการเขียน 

            “ ผมขอโทษนะครับที่ต้องแทรกขึ้น คือผมอยากให้พวกพี่ได้พิจารณาการเขียนจดหมายนี้หน่อย  ผมคิดว่าภาษาเขียนมันแข็ง ๆ ยังไงไม่รู้นะครับ ” สิ้นเสียงนักบินธีรธรรมตอบ 

            “ พี่รู้ว่าไอ้น้องมีแฟนเป็นดีดี แต่งานนี้พวกพี่ไม่ช่วยนะ ถ้าหากกัปตันธรรมจะมาขอให้ช่วยแฟนน่ะ ” นักบินอาวุโสกว่ารีบตอบกลับนักบินรุ่นน้อง

            “ ผมไม่ได้ขอให้ช่วยครับพี่ แต่ผมแค่สงสัย เพราะปกติแล้วเวลาดีดีเขียนจดหมายถึงนักบินยูเนี่ยน มักจะเกริ่นนำ ชื่นชมการทำงานก่อนติแนะ แต่จดหมายฉบับนี้มันเหมือนตอบมาทื่อ ๆ ยังไงไม่รู้น่ะสิครับ พวกพี่ช่วยอ่านกันอีกครั้งสิครับ แล้วคิดเหมือนผมไหม? ” เสียงการประชุมเงียบไปสักพัก ก่อนใครสักคนจะกล่าวขึ้น

            “ แต่จะยังไงก็แล้วแต่ เราก็ต้องยืนหยัดในหน้าที่ของเรา ” 

            “ แล้วพวกพี่คิดว่า จะเป็นไปได้ไหมครับที่พวกนักบินเอนจิเนียร์ออกมาเล่นแง่กับบริษัทตอนนี้  เป็นเพราะมีคนหนุนหลังอยู่? ” กัปตันธีรธรรมถามความคิดเห็นต่อ

            “ อึม!...อันนี้ป๋าก็แอบคิดเหมือนธรรมอยู่นะ แต่ก็... ” กัปตันอาวุโสกล่าว  ทำให้ที่ประชุมต่างได้แสดงความคิดเห็นกันเพิ่มเติม ถึงแม้จะเป็นนักบินต่างตำแหน่งกัน แต่ก็ใช่ว่า จะไม่รู้จักกัน การปรึกษาหารือ พูดคุยกันของกลุ่มผู้นำนักบินยูเนี่ยนยังดำเนินต่อไปอยู่หลายชั่วโมง  ธีรธรรมไม่สามารถช่วยอะไรเกสราได้เลย นอกเสียจากว่าสอบถามความจริงจากสาวคนรักเรื่องจดหมายนั้น 

            “ เอาเป็นว่าผมจะส่งหนังสือตอบกลับดีดีให้ทบทวนเรื่องนี้อีกครั้ง ถ้าหากคุณเกสรายังยืนยันที่จะให้นักบินเอนจิเนียร์เป็นนักบินพาณิชย์โดยมีการเรียนการขอใบอนุญาตก่อนบิน ทางเราก็ต้องหยุดบินตามที่ได้ยื่นไป แล้วทีนี้ก็เป็นหน้าที่ของดีดีเองที่จะต้องไปตอบคำถามประชาชนผู้ใช้บริการว่าเพราะเหตุใด? ทำไมนักบินถึงประท้วงจนถึงขั้นหยุดบิน! ” นักบินที่ร่วมประชุมต่างตอบรับตามที่ผู้นำได้กล่าวสรุปก่อนจบการประชุมวันนี้  ธีรธรรมไม่อยากจะคำนวณถึงค่าเสียหายที่จะตามมาถ้าหากต้องหยุดบินกันจริง สายตาของธีรธรรมมองไปที่นาฬิกาข้อมือ นี่ก็เกือบห้าโมงเย็นแล้ว ทันทีที่นึกได้กัปตันหนุ่มรีบติดต่อหาน้องชายสุดที่รักของผู้บริหารสาว พอทราบว่าคู่หมั้นของเขายังติดประชุมอยู่ที่บริษัท นักบินหนุ่มรีบตามไปพบเกสราทันที  เช่นเดียวกันกับเกริกพลที่เป็นห่วงพี่สาวไม่แพ้นักบินหนุ่มเช่นกัน

 

 

 

            เสียงหลากหลายสำเนียงที่ผ่านเข้าออกโสตประสาทของผู้บริหารสาวซึ่งได้ยินแล้วก็เลยผ่านตามลำนำลม ไม่โต้ตอบใด ๆ กับสิ่งเข้าหูได้แต่นั่งนิ่ง เหม่อมองอากาศธาตุ  วันนี้จึงดูเหมือนชวินทำหน้าที่แทนผู้บริหารอายุน้อยอย่างเห็นได้ชัด ท่ามกลางสายตาของกลุ่มผู้นำนักบินเอ็นจิเนียร์ที่เข้าร่วมประชุม ต่างมองหน้าเจ้านายสาวสวยคนเก่งด้วยความสงสัยปนฉงน เพราะปกติเกสราจะดูน่าเกรงขาม จริงจัง พูดจามีหลักการและเหตุผล แต่วันนี้นี่กลับนิ่งจนผิดปกติ บทจะหัวเราะก็หัวเราะลั่นห้องประชุม โดยไม่มีสาเหตุ  ทำให้แต่ละคนได้แต่คิดกันไปต่าง ๆ นานาในใจ  เมื่อการประชุมได้สิ้นสุดลง ดอกเตอร์สาวเซ็นงานที่ต้องอนุมัติเสร็จ แล้วก็ลุกจากเก้าอี้ตามคำสั่งของเลขาหนุ่มกลับที่ห้องทำงานอย่างคนอารมณ์ดี  ทันทีที่เดินออกจากห้องประชุม ชวินรีบเดินนำหน้าเจ้านายสาวไปยังห้องทำงาน  ท่ามกลางสายตาของเลขาสาวที่มองตามด้วยความหวั่นวิตก ไม่รู้ว่าผู้บริหารสาวเป็นอะไร? ทำไมจู่ ๆ ก็มีอาการนิ่งเงียบ เฉยชา ทั้ง ๆ ที่เมื่อก่อนเป็นสาวทรงพลังผู้สง่างาม แต่วันนี้ราวกับเป็นคนละคนกัน  ระหว่างที่นายสาวและลูกน้องเดินตามกันอยู่นั้น

            “ พี่เกส! พี่เกส! ” เสียงเรียกของชายที่คุ้นหู ทำให้ทุกคนหันไปมองทางด้านหลัง  เลขาหนุ่มถอนหายใจแรง ก่อนจะสูดลมเข้าปอดลึก กลอกตามองบน จนเลขาสาวมองเห็นได้ชัดถึงความไม่พอใจคนที่กำลังเดินเข้ามาใกล้พวกเขา

            “ อ้าว! เกริกเองเหรอ วันนี้มีธุระอะไรถึงมาที่นี่ได้ ” ชวินเสทักทายด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

            “ เกริก? ” เกสราหันไปมองหน้าน้องชายราวกับเห็นคนแปลกหน้า ทันทีที่เกริกพลเห็นอาการเหม่อลอยของพี่สาว ชายหนุ่มรีบเดินเข้าไปคว้าข้อมือเล็ก ก่อนถามเสียงเข้ม

            “ พี่เกสเป็นอะไร? ไม่สบายหรือเปล่า? ” หนุ่มผมยาวมองหน้าและจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของพี่สาว  แต่เกสรากลับนิ่ง มองหน้าน้องชาย แววตาไร้ซึ่งความรู้สึก

            “....” ไม่มีคำใด ๆ ออกจากปากของเกสรา

            “ พี่สาวผมเป็นอะไรครับคุณเลขา? ทำไมพี่เกสมีอาการแบบนี้? ” เกริกพลถามเลขาส่วนตัวเกสราเสียงแข็ง ดวงตาลุกวาวเพราะความสับสนและอยากรู้ 

            “ พี่ก็ไม่รู้เหมือนกันเกริก สงสัยประชุมเยอะไปหรือเปล่าวันนี้ เกสคงเหนื่อยมากใช่ไหมครับ? พี่ชวินบอกแล้วก็ไม่ฟัง ยังฝืนนัดประชุมต่อจนร่างกายน็อกล่ะสิเนี่ย ” ชวินกล่าวได้อย่างไม่ติดขัดพร้อมกับรอยยิ้มกว้างก่อนจะกลายเป็นเสียงหัวเราะ แต่เสียงที่ผู้บริหารสาวได้ยินและกำลังก้องอยู่ในหัวสมองของเกสราตอนนี้ก็คือ เสียงหัวเราะเยาะเย้ยของธีรธรรม ใบหน้าของดอกเตอร์อายุน้อยหันขวับไปที่ชวิน จ้องหน้าอีกฝ่ายเขม็งอย่างเอาเรื่อง ภาพหลอนในดวงตาของเกสราตอนนี้ก็คือเห็นหน้าชวินเป็นธีรธรรม  เลขาสาวขนลุกกับอาการแปลกประหลาดของนายสาว เกริกพลต้องคอยดึงแขนพี่สาวกลับ ดวงตาที่ไร้ซึ่งความรู้สึกตอนนี้เบิกกว้าง ปลายเท้าเรียวสวยก้าวเข้าหาเลขาหนุ่ม ก่อนยกมืออีกข้างขึ้นผลักอกหนาจนร่างของชวินซวนเซเล็กน้อย  

            “ เกส! พี่ชวินขอโทษ ถ้าหากพูดอะไรผิดไป! ” เลขาหนุ่มกล่าวด้วยน้ำเสียงและสีหน้าตื่นตระหนก  เกสรากลับเดินหน้าเข้าหาชายหนุ่ม ยกมือชี้หน้าเลขาชาย ก่อนเปล่งเสียงดังลั่น เรื่องราวที่ผู้บริหารสาวได้มีเรื่องผิดใจกับคนรักก็ได้ถูกระบายออกมาให้คนนอกได้รับรู้ ทุกคนที่อยู่ใกล้เกสราต่างตกใจกับอาการอาละวาดของหญิงสาว ขนาดน้องชายแท้ ๆ เองยังห้ามพี่สาวได้ยาก จนกว่าดอกเตอร์สาวจะอ่อนกำลังลง ทำเอาเกริกพลขวัญเสียไม่น้อย เพราะไม่เคยเห็นพี่สาวเป็นแบบนี้มาก่อน 

            “ เกสเกลียดพี่ธรรม! พี่ธรรมไม่ได้รักเกสแล้วใช่ไหม? ถึงไม่ช่วยเกส!...” ผู้บริหารสายการบินอายุน้อยยังพร่ำบ่นและต่อว่าชายคนรักอยู่อย่างต่อเนื่อง

            “ นี่ค่ะน้ำเปล่าคุณเกริก ” เลขาสาวยื่นขวดน้ำให้หนุ่มผมยาวตามคำขอ ทันทีที่เกสราดื่มน้ำจนหมดขวดและขอเพิ่ม ท่าทีของหญิงสาวดูอ่อนแรงลงอย่างเห็นได้ชัด ประจวบกับเสียงมือถือของเกริกพลได้ดังขึ้น  หนุ่มมาดเซอร์จึงตอบรับก่อนขอพาตัวพี่สาวลงไปหาคนที่รออยู่ข้างล่าง  ชวินเริ่มใจเต้นแรง ไม่รู้จะหาเหตุอันใดเพื่อหน่วงเหนี่ยวให้เกริกพลอยู่ต่อ เพราะดูอาการเกสราแล้วยังอ่อนแรงและคิดว่า ถ้าหากไอ้หนุ่มผมยาวพาพี่สาวไปโรงพยาบาลมีหวังความแตกแน่! แล้วจะทำยังไงดีเนี่ย 

            “ เอ่อ!...เกริก! อันที่จริงในห้องทำงานเกสก็มีห้องพัก ถ้าไม่ไหวจริง ๆ น่าจะนอนพักที่นี่ก็ได้นะ จนกว่าจะเดินทางกลับถึงบ้าน  พี่ว่าเกริกน่าจะพาเกสนอนค้างที่ออฟฟิศสักคืนเป็นไร  จะดีกว่าไหม? จะได้ไม่เหนื่อยเดินทางไง ” ชวินถามขึ้น

            “ ขอบคุณมากครับพี่ชวิน แต่เกริกจะพาพี่เกสกลับบ้าน ” ชายหนุ่มไม่พูดเปล่า พลางเดินลากพี่สาวเข้าไปที่ห้องทำงานเพื่อเก็บของใช้ส่วนตัว  หลังจากนั้นเกริกพลก็ได้พาร่างสาวงามร่วมท้องมารดาเดียวกันเดินลิ่วไปทางลงลิฟต์  ในขณะเดียวกันเกสราก็ส่งเสียงหัวเราะสนุกสนาน พูดจาไม่เป็นภาษามนุษย์ ยิ่งทำให้เกริกพลหวาดหวั่น และคิดว่าอาการพี่สาวไม่ปกติแล้ว ทันทีที่หนุ่มผมยาวก้าวเท้าขึ้นรถของนักบินว่าที่พี่เขย  ผู้บริหารสาวสวยกรีดร้องดังลั่นรถ บอกว่าจะกลับไปที่บริษัทการบินให้ได้ เพราะยังมีงานต้องทำอีกมาก  พอเกริกพลเกลี้ยกล่อมให้อาการทุเลาลง เกสราก็อ้างว่าเห็นบิดามารดานั่งอยู่ที่ท้ายรถและกำลังจะเข้ามาทำร้ายเธอ เสียงขอร้องอ้อนวอนของเกสราดังกึ่งก้องภายในรถ ไหนจะอาการโมโหฉุนเฉียวของคู่หมั้นที่ขึ้นลง  ทำให้ธีรธรรมเกิดอาการกลัวและคิดมากอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ไม่รู้ว่าที่เกสราเป็นแบบนี้นี่เพราะอะไรกันแน่?  ซึ่งมันผิดปกติมาก ๆ กัปตันหนุ่มพยายามขับรถกลับบ้านของบิดามารดาอย่างมีสติ  พยายามสงบจิตสงบใจไม่ให้ฟุ้งซ่าน แล้วรีบติดต่อน้องชายที่เป็นหมอให้มาหาที่บ้านพ่อแม่ด่วน  เกริกพลทั้งกล้าและกลัวพี่สาวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน แต่ที่ชายหนุ่มเริ่มสงสัยก็คือ หรือนี่อาจจะเป็นอาการของคนที่ใช้สารเสพติดเกินขนาด!! ถ้าหากเป็นเช่นนั้นจริงแล้วล่ะก็ พี่สาวของเขาจะต้องเข้ารับการบำบัดรักษาด่วน...

            

 

 

ณ เวลานี้เกสราได้หลับสนิทอยู่ในห้องนอนของธีรธรรมที่บ้านอมรเลิศสกุลชัย  สมาชิกในครอบครัวต่างนั่งรวมตัวกันเพื่อรอผลการตรวจปัสสาวะของผู้บริหารสายการบิน หลังจากที่กัปตันนายแพทย์นฤดลได้มาตรวจอาการของว่าที่พี่สะใภ้พร้อมคู่หมั้นสาวของเขา  เอื้องฟ้าคอยดูแลเรื่องอาหารการกินให้แก่ทุกคน  เกริกพลได้แต่นั่งนิ่งเป็นห่วงพี่สาวสุดที่รักจับใจ ซึ่งไม่ต่างจากธีรธรรมมากนัก อาการของคนทั้งคู่แสดงออกให้เห็นได้ชัดว่าเป็นห่วงคนที่นอนอยู่ข้างบนมากขนาดไหน การสนทนาเกี่ยวกับเกสราจึงเป็นเรื่องหลักที่คนในบ้านอมรเลิศสกุลชัยกำลังถกกันอยู่  เวลาผ่านไปชั่วโมงแล้วชั่วโมงเล่า จนกระทั่งเสียงเปิดประตูบ้านดังขึ้นและได้ปิดลง บุคคลที่สมาชิกในบ้านรอคอยก็มาถึง

            “ ผลตรวจฉี่เกสเป็นไงบ้างดล? ” นักบินธีรธรรมถามขึ้นทันทีที่เห็นหน้าน้องชายและคู่หมั้น

            “ เจอสารเสพติดหลายตัวมากพี่ธรรม ” กัปตันนายแพทย์นักบินนฤดลกล่าว ก่อนจะย่อกายลงนั่ง

            “ พรุ่งนี้ปานจะเอาผลตรวจอย่างละเอียดมาให้อีกทีนะคะพี่ธรรม ” ปานฤทัยซึ่งเป็นผู้เสนอแนะให้เอาปัสสาวะไปตรวจด้วยเครื่องมือการแพทย์คุณภาพเยี่ยมและทันสมัยที่ออฟฟิศของเธอกลางดึก กล่าวกับสมาชิกในครอบครัว ก่อนอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับสารเสพติดต่าง ๆ ที่พบในร่างกายของเกสราตอนนี้ ธีรธรรมทั้งโมโหทั้งเป็นห่วงเกสราที่ใช้ยาเกินขนาดจนเกิดโทษ เกริกพลก็เช่นเดียวกัน รู้สึกเสียใจไม่น้อยไปกว่าคู่หมั้นของพี่สาว

            “ แต่เท่าที่รู้ เกสใช้แค่น้ำมันกัญชาอย่างเดียว แล้วสารเสพติดตัวอื่น ๆ มันมาอยู่ในตัวเกสได้ยังไงกัน? ” ธีรธรรมถามขึ้นท่ามกลางความเงียบงันในห้องโถง

            “ นั่นสิ! ดลกับน้องปานก็สงสัยเหมือนกัน เพราะปริมาณที่ใช้ก็สูงด้วย แล้วเกสไปเอายานี้มาจากไหน? ใครเป็นคนจัดหาให้? มันน่าคิดมาก ๆ นะครับพี่ธรรม ” นักบินหมอน้องชายของธีรธรรมตั้งคำถามขึ้น หลังจากนั้นทุกคนต่างแสดงความคิดเห็นกันออกมาเพื่อหาทางช่วยกันแก้ปัญหา 

            “ หรือว่าพี่เกสอาจจะมีคนช่วยจัดซื้อจัดหาให้ แต่พวกเราไม่รู้ ” เกริกพลกล่าวขึ้นด้วยความสงสัย

            “ ก็ไม่แน่นะ เรื่องนี้เกสอาจจะความลับส่วนตัวที่ไม่อยากบอกพวกเราก็เป็นได้ ” ธีรธรรมกล่าวเสียงเข้ม พร้อมกับขบกราม

            “ แล้วพวกเราจะรู้ได้ยังไงว่า หนูเกสซื้อยากับใคร? ” เอื้องฟ้าถามขึ้น

            “ ธรรมก็อยากรู้เหมือนกันครับแม่! เดี๋ยวก็รู้ว่าใคร? ” ธีรธรรมลุกจากเก้าอี้นั่ง เดินกึ่งวิ่งขึ้นไปยังห้องนอน ไม่นานก็ลงมาพร้อมกระเป๋าถือและอุปกรณ์อิเลกโทรนิคของเกสรา  ทุกคนจ้องมองไปที่นักบินหนุ่มกำลังรื้อค้นกระเป๋าส่วนตัวของคู่หมั้นด้วยความสนใจ แต่แล้วทุกคนยิ่งทำหน้าฉงนเพราะไม่มีตัวยาต้องสงสัยอยู่ในกระเป๋าถือของดอกเตอร์สาวเลย  มีเพียงน้ำมันกัญชาที่ใช้ประจำเท่านั้น กัปตันหนุ่มยังไม่ยอมจบเรื่องไว้แค่นี้ ในเมื่อมีหลายสิ่งหลายอย่างให้เขาสงสัยและต้องค้นหาคำตอบให้ได้ นักบินรูปงามไม่รอช้า  ยอมเสียมารยาทละลาบละล้วงสิทธิส่วนบุคคลของเกสรา

“ พ่อ แม่ คุณย่าไปนอนเถอะครับดึกมากแล้ว  พี่ขอบใจดลกับปานด้วยนะที่มาช่วย เกริกก็ไปนอนพักเถอะน้อง ไม่ต้องห่วงนะ พี่จะค้นความจริงให้ได้ ” ธีรธรรมกล่าวน้ำเสียงหนักแน่น ก่อนจะหอบอุปกรณ์ต่าง ๆ ในมือไปที่โต๊ะทำงานอีกมุมของบ้าน  ทุกคนได้แต่กล่าวปลอบและให้กำลังใจนักบินหนุ่ม ก่อนจะแยกย้ายกันไปนอน เหลือเพียงเกริกพลที่เดินไปนั่งลงข้าง ๆ ธีรธรรม ก่อนเอ่ยถาม

            “ พี่ธรรมจะแฮ็กข้อมูลของพี่เกสเหรอครับ? ”

            “ ใช่! จะได้รู้เรื่องรู้ราวกันซะที เผื่อถามเกสแล้วไม่ยอมบอกความจริง อย่างน้อยพี่กับเกสก็จะได้วัดใจกันไปเลย ” ธีรธรรมกล่าวพร้อมกับพ่นลมออกจากปากแรง  เพราะไม่อยากทำผิดจรรยาบรรณที่ได้เรียนมา แต่คราวนี้ต้องทำ

            “ ดีพี่! ใช้ความรู้วิศวกรคอมให้เป็นประโยชน์ ” เกริกพลกล่าวอย่างมีความหวังและรอค้นพบคำตอบไปพร้อมกับธีรธรรม!  

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 19 ครั้ง

295 ความคิดเห็น

  1. #288 Npff (@Npff) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 18 เมษายน 2563 / 02:17
    ลุ้นมากๆ
    #288
    0
  2. #287 Oipaka (@Oipaka) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 18 เมษายน 2563 / 00:41
    กำลังเข้มข้นน่ะค่ะ
    #287
    0
  3. #147 ninja2626 (@ninja2626) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2561 / 18:02
    สงสารเกส
    #147
    0
  4. #146 Beer Kanokporn (@beerthhottest) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2561 / 16:31
    สงสารเกศมาก
    #146
    0