ด้วยรัก...จากใจ (ลุ้นรัก Part 4)

ตอนที่ 30 : ตอนที่ยังไม่ได้ตั้งชื่อ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,479
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    10 เม.ย. 63

ตอนที่ 30

 

            หลังจบสิ้นการประชุมอันแสนเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าและสุดเคร่งเครียด คณะกรรมการชุดใหญ่ได้เรียกประชุมเร่งด่วนกับคณะผู้บริหาร  เพราะข้อสรุปของการประชุมในวันนี้  ยังไม่ได้ข้อสรุปที่ชัดเจน แต่ในทางกลับกัน กลุ่มนักบินยูเนี่ยนดูเหมือนจะถือไพ่ที่เหนือกว่าเหมือนเช่นทุกครั้ง แน่นอนคนที่ถูกกดดันมากที่สุดในเวลานี้มิใช่ใครที่ไหน? ดอกเตอร์สาวพยายามอย่างสุดความสามารถที่จะทำหน้าที่ของเธออย่างเป็นธรรมที่สุด ภาพการโต้ตอบของธีรธรรมในห้องประชุมยังคอยสะกิดใจเกสรามิรู้เลือน ทั้งคู่เหมือนมีสัญญาณเตือนในใจบางอย่างถึงความไม่ลงรอยกันเกี่ยวกับเรื่องงาน  เกสรายอมรับว่ากลัวบทบาทผู้นำของธีรธรรมมาก ทุกสิ่งทุกอย่างที่ชายหนุ่มนำมาโต้และแย้งในที่ประชุมนั้น  มันคือความจริงที่เห็นได้ชัดเจน โดยไม่ต้องเสียเวลามานั่งคิดหรือกลั่นกรองเหตุผลเพิ่มเติมอีก  

            “ ผมเชื่อว่าดีดีรู้และเห็นช่องทางเอาเปรียบนักบินยูเนี่ยน แล้วทำไมดีดีไม่ใช้ข้ออ้างที่ว่า‘สถานภาพของนักบินสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสมโดยไม่จำเป็นต้องแจ้งล่วงหน้า ตามสัญญาการจ้างงานข้อที่ 12.2’ ล่ะครับ ” เสียงผู้บริหารอาวุโสกล่าวถาม

            “ นั่นสิครับ เหมือนดีดีจงใจยอมรับข้อเสนอและเงื่อนไขของนักบินยูเนี่ยนทุกอย่าง ทำแบบนี้เราสูญเสียนักบินเอนจิเนียร์ไปตั้งหลายร้อยคน แล้วนักบินเอนจิเนียร์เนี่ย เราปรับให้เขาเป็นนักบินระดับจูเนียร์ไปเลยไม่ดีเหรอครับ อย่างน้อยบริษัทเราก็ได้นักบินเพิ่ม ยิ่งตอนนี้นักบินแห่ลาออกไปซบสายการบินโลว์คอสกันตั้งมาก ผมว่าดีดีควรตัดสินใจได้แล้วนะครับว่าจะทำยังไง? อย่ามัวแต่เกรงกลัวนักบินยูเนี่ยนนักเลยครับ ” ผู้บริหารอีกท่านกล่าวสำเนียงตำหนิ  ชวินลอบมองสีหน้าเกสราหลายครั้ง ก่อนจะก้มหน้าจดบันทึกการประชุมต่อ 

            “ เกสทราบดีค่ะ แต่ไม่ขอใช้เหตุผลนี้ เพราะนักบินเอนจิเนียร์จะมาปรับเป็นนักบินพาณิชย์โดยไม่ผ่านการเรียนและสอบใบอนุญาตไม่ได้เด็ดขาด  อย่าลืมนะคะว่า สายบินแห่งชาติเราบินไปทั่วโลก  ถ้าโดนตรวจสอบขึ้นมา สายการบินหลักของชาติจะแย่แค่ไหนคะ ลองคิดดูบ้างสิคะ แล้วถ้าโดนแบนขึ้นมา ความเสียหายที่จะตามมามันมหาศาลมากนะคะ ยังไงนักบินเอนจิเนียร์จะต้องทำตามกฎและกติกาสากลค่ะ ถ้านักบินเอ็นจิเนียร์ยืนยันที่ลาออกจริง เกสมีวิธีแก้ปัญหาไว้แล้วค่ะ ยังไงก็ตามบริษัทต้องรักษานักบินพาณิชย์ไว้ก่อนค่ะ แต่ถ้านักบินเอ็นจิเนียร์คนไหนอยากเป็นนักบินจริง ก็ให้เขาทำตามกฎระเบียบ แล้วมาสมัครเป็นนักบินของบริษัท ซึ่งยังไงเสียพวกเขาได้บรรจุเป็นนักบินพาณิชย์แน่นอน ” ผู้บริหารอายุน้อยกล่าวด้วยความมั่นใจ เชื่อมั่นว่า นี่คือสิ่งที่เธอได้ทำอย่างถูกต้องแล้ว 

            “ ผมรู้ว่าดีดีเป็นคู่หมั้นกัปตันธีรธรรม แต่ก็ขอให้แยกแยะให้ออกนะครับ ระหว่างผลประโยชน์ของบริษัทกับความรัก อย่ากลัวคำขู่หยุดบินของนักบินยูเนี่ยนให้มากนักเลย ” หัวหน้าคณะผู้บริหารใหญ่กล่าวกับเกสรา ก่อนจะเริ่มถกกันเรื่องนักบินอยู่ร่วมชั่วโมง รวมไปถึงเรื่องการประมูลการสร้างสนามบินแห่งใหม่ ซึ่งจะต้องพิจารณากันพรุ่งนี้เพื่อแจ้งผลการประมูลให้ผู้รับเหมาทราบ  เกสราเดินเข้าห้องทำงานด้วยอาการปวดศีรษะอย่างรุนแรง ดูเหมือนวันนี้จะสร้างความเจ็บปวดให้เธอมากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า หญิงสาวไม่รอช้า เดินตรงไปนั่งที่เก้าอี้ทำงาน รีบหยิบยาช่วยชีพจากกระเป๋าถือขึ้นมาฉีดเข้าปากหลายครั้ง โดยลืมไปว่ามีเลขาหนุ่มเดินตามหลังเข้ามาในห้องด้วย  ชวินมองเจ้านายสาวด้วยความสนใจ ก่อนจะลดสายตาลงไปจับจ้องที่หลอดแก้วสีน้ำตาลขนาดเล็กในมือ และสิ่งนั้นได้สร้างความน่าสงสัยให้กับบุรุษเป็นอย่างยิ่ง เมื่อเห็นอาการผู้บริหารสาวสงบลงอย่างรวดเร็ว 

            “ คุณเกสจะดื่มชาหรือกาแฟเย็น ๆ ดีครับ พักเรื่องหนักสมองไว้สักครู่ก่อนก็ได้...พี่ชวินเป็นห่วงเกสนะครับ ” ชายหนุ่มถามน้ำเสียงอ่อนโยนประจบเอาใจ

            “ เกสขอน้ำเปล่าละกันค่ะ เอกสารที่จะเซ็นวันนี้มีแค่นี้ใช่ไหมคะ ” เกสราหันหน้ามาทางโต๊ะทำงาน วางหลอดยาในมือลงบนโต๊ะ ก่อนจะยื่นมือไปคว้าปากกามาถือแทน

            “ รอสักครู่นะครับเกส ” ชวินกล่าวน้ำเสียงนอบน้อม ค่อย ๆ ถอยห่างออกจากนายหญิงเพื่อไปรินน้ำ แต่สายตายังไม่ละจากสิ่งของต้องสงสัย  เกสราพยายามตั้งสติสงบจิตใจ เพื่อที่จะได้มีสมาธิทำงานตรงหน้าให้เสร็จ แต่แล้วเรื่องรบกวนจิตใจเธอก็มีเข้ามาไม่เว้นแต่ละช่วงวินาที ไหนจะข้อความที่ธีรธรรมส่งมาหาเกี่ยวกับเรื่องงาน ที่ยังไม่ยอมจบแค่ในห้องประชุม อีกทั้งข้อความจากบิดาทวงเรื่องการประมูลสร้างสนามบินใหม่ ซึ่งหญิงสาวตัวเล็ก ๆ คนหนึ่งได้อ่านทุกข้อความแล้ว ถึงกับปิดตาลงด้วยความ รู้สึกกระอักกระอ่วน  จนในที่สุดจำต้องลุกออกจากเก้าอี้ตรงไปยังห้องน้ำทันที ชวินเข้ามาในห้องทำงานของเจ้านายพร้อมน้ำเย็นและของว่าง เมื่อเห็นว่าที่โต๊ะทำงานว่างเปล่า และสิ่งที่เขาอยากรู้อยากเห็นยิ่งนักวางอยู่บนโต๊ะ ชายหนุ่มไม่รอช้ารีบเอื้อมมือเข้าไปหยิบมาใส่กระเป๋าเสื้อสูททันที แล้วทำทีตีเนียนทำงานรอเจ้านายสาว  เมื่อเสร็จสิ้นภารกิจของวันนี้แล้ว เกสรากำลังจะเดินไปขึ้นรถเพื่อกลับไปยังที่พักของน้องชาย เพราะวันนี้เธออยากอยู่เงียบ ๆ คนเดียว ถึงแม้ธีรธรรมจะขอร้อง อ้อนวอนให้กลับไปนอนที่บ้านกับเขา หญิงสาวก็ปฏิเสธ บิดามารดาขอพบหลังเลิกงาน เกสราก็อ้างว่าไม่สบาย เพื่อหลีกเลี่ยงเรื่องหนักใจ และยามนี้เธอต้องการที่จะอยู่กับเกริกพลมากที่สุด ระหว่างที่ผู้บริหารสาวกำลังเดินไปขึ้นรถประจำตำแหน่ง 

            “ คุณเกสครับ! คุณเกส! ขอสัมภาษณ์สักครู่ได้ไหม? ” ทันทีที่เกสราหันไปมองทางด้านคนเรียก บรรดาชายหญิงที่ถืออุปกรณ์ในมือรอสัมภาษณ์ต่างพ่นคำถามใส่เธอแทบตั้งสติรับไม่ทัน

            “ คุณเกสทราบเรื่องที่คุณจีจี้ เครียดจัดจนแท้งลูกหรือยังคะ?” 

          “ คุณไม่ละอายแก่ใจบ้างเหรอคะที่แย่งสามีคนอื่นไปอย่างหน้าด้าน ๆ จนทำให้เด็กบริสุทธิ์คนนึงต้องมาเสียชีวิตเพราะคุณเนี่ย!”

          “ ทางบ้านฝ่ายชายไม่ยอมรับคุณจีจี้ เพราะอยากได้คุณเป็นสะใภ้จริงไหมคะ? ”

          “ คุณเกส...รู้จักคำว่าบาปไหมคะ? ”.....ฯลฯ

          เกสรายืนงงในดงนักข่าวที่มารอฟังคำตอบจากปากของเธอ หญิงสาวยืนมึนจนแทบจะล้มทั้งยืน นี่มันเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตของเธออีกล่ะเนี่ย! ดอกเตอร์สาวได้แต่ยืนส่ายสายตามองหน้าคนที่รายล้อมเธอ แต่ไม่สามารถโต้ตอบอะไรได้ เพราะรู้สึกหนักอึ้งไปทั้งตัว จนไม่สามารถบังคับปากให้อ้าได้

            “ ขอโทษนะครับคุณนักข่าว พวกคุณมาทำข่าวภายในสำนักงานใหญ่ของสายการบินโดยไม่ขออนุญาตไม่ได้นะครับ ” ชวินกล่าวเสียงแข็ง พร้อมทั้งพาตัวเกสราเดินผ่านวงนักข่าวไปขึ้นรถเพื่อกลับบ้าน  ถึงแม้จะยังมีเสียงถามคำถามตามหลังมาหลายหัวข้อ เกสราได้ยินทุกคำถามดีและรับรู้ถึงอารมณ์ไม่พอใจในน้ำเสียงของคนเหล่านั้น  ทันทีที่ประตูรถได้ปิดลง ดอกเตอร์สาวถึงกับร้องไห้โฮยกใหญ่ ชวินที่ถือโอกาสนั่งรถมาด้วยรีบกล่าวปลอบใจ พร้อมทั้งต่อโทรศัพท์สายตรงไปหาจีจี้ที่นอนอยู่ที่โรงพยาบาล เกสราไม่กล้าที่จะพูดกับอีกฝ่าย ได้แต่ฟังเสียงสนทนาของชวินกับจีจี้ การพูดคุยของทั้งสองประหนึ่งเป็นการตอกย้ำว่าคนผิดคือเกสรา ที่ไปสานสัมพันธ์กับธีรธรรม แต่จะด้วยเหตุผลและเรื่องราวจะเป็นเช่นไร ดอกเตอร์สาวอยากจะขอพักใจไว้ชั่วคราว รู้สึกวิตกกังวลอย่างบอกไม่ถูก เจ้านายสาวกล่าวขอบคุณเลขาหนุ่มที่มาส่งถึงคอนโดน้องชาย ซึ่งเกริกพลได้ลงมารอรับพี่สาวอยู่ที่ประตูทางเข้าที่พักนานแล้ว 

            “ ขอบคุณนะคะพี่ชวินสำหรับวันนี้ ” เกสราไม่พูดเปล่า ยกมือขึ้นไหว้ชายหนุ่มอาวุโสกว่า ก่อนก้าวลงรถ เพราะตอนนี้เหมือนร่างกายเธอกำลังจะเสียหลัก

            “ ด้วยความยินดีเสมอครับเกส ถ้าอยากจะไปเยี่ยมจีจี้ ก็โทรเรียกพี่ได้ตลอดเวลานะครับ อย่างน้อยก็เป็นการให้กำลังใจผู้หญิงด้วยกัน ” ชวินกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนพอ ๆ กับรอยยิ้มที่มุมปากบาง เกริกพลมองหน้าชวินแล้วนึกฉงน ไม่รู้มาก่อนว่าผู้ชายคนนี้จะมาส่งพี่สาวเขาถึงคอนโด 

            “ ขึ้นห้องกันเถอะ พี่ธรรมทำกับข้าวรอพี่เกสอยู่ ” หนุ่มผมยาวพูดปดกับพี่สาว

            “ พี่ธรรมมาที่นี่ด้วยเหรอ? ” เกสราถามน้ำเสียงขุ่น ชวินถึงกับหน้าเจื่อน เมื่อรู้ว่านักบินคู่หมั้นของผู้บริหารสาวอยู่ข้างบน 

            “ มาสิ! ยิ่งมีเรื่องเกี่ยวกับพี่เกสกับพี่ธรรมด้วย ยิ่งต้องคุยกัน  อย่าไปฟังเรื่องปั้นแต่งจากปากพวกที่ชอบแส่เรื่องคนอื่นเลย พวกนี้ปรุงเรื่องเก่ง อย่าไปหลงเชื่อคารมยุแยงของพวกชอบอิจฉาคนอื่นเลยพี่เกส คนพวกนี้เห่ากันเก่งกว่าหมาซะอีก ไม่น่าเกิดมาเป็นคนเลย ” ชวินรู้ว่าเกริกพลเจตนาพูดส่อเสียดเขา ชายหนุ่มได้ยิ้มรับกล่าวลาแล้วรีบขึ้นรถประจำตำแหน่งของเกสรากลับบริษัท 

            “ สูดลมเข้าปอดลึก ๆ พี่เกส พี่สาวเกริกเก่งและเข้มแข็งมาก ยิ้มเข้าไว้พี่ ” เกริกพลยิ้มกว้างให้พี่สาว พลางยกมือโอบบ่า พาร่างปวกเปียกขึ้นห้องพัก อย่างน้อยเวลามีปัญหา พี่น้องต้องช่วยกัน

 

            

 

          อาการหงุดหงิดงุ่นง่านของกัปตันธีรธรรมทำให้ผู้เป็นบิดามารดาได้แต่มองด้วยความกังวลใจเข้าใจถึงความทุกข์ที่กำลังมาเยือนบุตรชาย  นักบินหนุ่มเดินวนเวียนพูดจาวกวนถึงแต่เรื่องเดิม ๆ อยู่นานสองนาน             

“ เราไปหาหนูเกสที่คอนโดเกริกกันดีไหม? จะได้นั่งคุยกันต่อหน้า ” เอื้องฟ้าผู้เป็นมารดาของนักบินหนุ่มถามขึ้น หลังจากที่อดใจรอมานาน ทนที่จะเห็นลูกชายสุดที่รักอยู่อย่างไม่มีความสุขต่อไปไม่ไหวแล้ว

            “ ไม่ได้นะเอื้อง ถ้าธรรมบุกไปตอนนี้ เท่ากับว่าไปเพิ่มความเครียดให้หนูเกสนะ เราต้องเชื่อเกริกสิ อย่างน้อยน้องชายต้องรู้จักวิธีปลอบใจพี่สาวดีกว่าเรา รอฟังข่าวจากเกริกก่อนก็แล้วกันนะ แล้วค่อยไปหาหนูเกสในเวลาที่เหมาะสม ” บุรินทร์ ผู้เป็นบิดาของกัปตันธีรธรรมกล่าวด้วยความเป็นห่วงไม่แพ้ลูกชาย

            “ ตอนนี้ผมยิ่งเป็นห่วงเกสมากกว่าเดิม ผมกลัวว่าเกสจะตัดสินใจผิดพลาดน่ะครับ ” ธีรธรรมกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักใจ

            “ ถ้าจะมองในแง่ธุรกิจแล้วล่ะก็ หนูเกสจะตัดสินใจแบบนั้นก็ไม่ผิด เพราะผู้บริหารต้องมองถึงผลประโยชน์ของบริษัทเป็นหลัก  พ่อเข้าใจหนูเกสนะ  ธรรมก็ไม่ผิดที่จะปกป้องคนรักของลูก แต่ธรรมก็ต้องเคารพในหน้าที่ของเกสด้วยนะ ” บุรินทร์กล่าวกับลูกชายพร้อมทั้งวางมือหนาลงบนบ่าลูกชาย เพื่อเป็นกำลังใจ

            “ ผมเข้าใจดีทุกอย่าง และพยายามปกป้องเกสในทุก ๆ เรื่องด้วยมาโดยตลอด แต่เรื่องนักบินเอ็นจิเนียร์นี่เป็นอะไรที่ผมต้องคัดค้านครับพ่อ  แต่ถ้าเกสตัดสินใจเซ็นอนุมัติให้นักบินเอ็นจิเนียร์เป็นนักบินพาณิชย์จริงแล้วล่ะก็  ผมจำเป็นต้องทำหน้าที่ของผมเช่นกัน ” ธีรธรรมกล่าวน้ำเสียงหนักแน่นพร้อมพ่นลมหายใจแรง

            “ แต่มาคิดอีกที คนที่อยู่เบื้องหลังนักบินเอ็นจิเนียร์นี่ คงอยากดันให้นักบินกลุ่มนี้เข้ามาเพื่อคานอำนาจของนักบินยูเนี่ยนแน่ ๆ พ่ออยากจะเดินเข้าไปบอกผู้อยู่เบื้องหลังจังเลยว่า มันไม่ได้ง่ายอย่างที่พวกคุณคิดหรอกนะ ” บุรินทร์กล่าวพร้อมเสียงหัวเราะหึหึในลำคอ การสนทนาเป็นไปอย่างเคร่งเครียดแต่ราบรื่นดี จนกระทั่งเสียงแจ้งเตือนว่ามีข้อความเข้ามาในเครื่องมือสื่อสารของกัปตันธีรธรรมดังขึ้น นักบินหนุ่มรีบกดอ่านข้อความที่ถูกส่งมาถึงเขา เสียงกัดฟันดังกรอดเสียดสีกัน จนผู้ใหญ่รอบกายต้องถามด้วยความเป็นห่วงพร้อมทั้งบอกให้นักบินหนุ่มใจเย็น เมื่อทุกคนในครอบครัวทราบเรื่องที่เกิดขึ้นแล้ว  ธีรธรรมไม่อาจทนรอพบเกสราได้อีกต่อไป ชายหนุ่มตัดสินใจไปหาคนรักทันที เมื่อประตูห้องพักของหนุ่มผมยาวได้ถูกเปิดออก  กัปตันหนุ่มรีบก้าวเท้าเข้าห้องทันที เดินตรงดิ่งไปยังหญิงสาวที่กำลังนอนซมเช็ดน้ำตาอยู่ที่โซฟาด้วยความรักและเป็นห่วงยิ่งกว่าชีวิตของเขา เกสราโผเข้ากอดร่างหนาของธีรธรรมแน่น วงแขนแข็งแรงที่โอบกอดร่างบอบบางเสมือนบอกให้คนในอ้อมอกไม่ต้องกลัวอะไรทั้งนั้น เขาพร้อมที่จะปกป้องเธอทุกเมื่อ เกริกพลมองคู่รักกอดกันกลมนิ่ง ต่างคนต่างนิ่งในอ้อมกอดอบอุ่นของซึ่งกันและกัน 

            “ อย่าคิดมากเรื่องจีจี้นะครับ เกสไม่ใช่คนผิด เรื่องนี้ใครเป็นก่อก็ต้องรับผลกรรมไป ” นักบินหนุ่มกล่าว

            “ เกสเหนื่อยค่ะพี่ธรรม เกสเหนื่อย เกสทนไม่ไหวแล้ว เกส...” ดอกเตอร์สาวไม่สามารถพูดอะไรได้อีก รู้สึกลำคอตีบตัน มีเพียงหยาดน้ำตาที่รินไหลปนเสียงสะอื้นแทนความรู้สึกบอบช้ำข้างใน ความเจ็บปวดทางใจ ณ เวลานี้ หรือจะสู้ความเจ็บปวดทางกาย เกสรายกมือขึ้นกุมขมับทั้งสองข้างก่อนจะเอนร่างลงไปนอนกับโซฟา ธีรธรรมหันไปหากระเป๋าถือคนรัก ลงมือสำรวจหายาวิเศษเพื่อระงับความปวดแต่แล้วก็ไม่พบ ดอกเตอร์สาวคิดว่าตัวเองคงลืมไว้ที่ออฟฟิศ เนื่องจากความปวดได้ทวีความรุนแรงขึ้นมากขึ้น  จนเกสราทนไม่ไหว กัปตันหนุ่มจึงติดต่อน้องชายซึ่งเป็นแพทย์ให้มาดูอาการคนรัก เมื่อกัปตันนฤดลได้ฉีดยาระงับอาการปวดชนิดเฉียบพลันพร้อมด้วยยาบำรุงให้กับว่าที่พี่สะใภ้เสร็จและร่วมพูดคุยกันสักพักใหญ่ระหว่างเกสรานั้นก็ได้นอนหลับพักผ่อน เมื่อพ้นร่างของนายแพทย์นักบินหนุ่มไปแล้ว เกริกพลจึงพูดคุยกับธีรธรรมเกี่ยวกับปัญหาของเกสรา ระหว่างนั้นบิดามารดาก็ได้โทรติดต่อมาหาลูกสาวเป็นครั้งที่ร้อยแล้วก็ว่าได้ หนุ่มผมยาวได้แต่มองแล้วถอนหายใจ ก่อนเอ่ยปากพร่ำบ่นกับคนข้างกาย  ซึ่งนั่งถอนหายใจแข่งกับหนุ่มมาดเซอร์

            “ คุณพ่อคุณแม่คงไม่สนใจหรอกนะ ว่าพี่เกสจะเจ็บไข้ได้ป่วย หรือว่าอยู่ดีมีสุขไหม นี่คงจะโทรมากดดันพี่เกสเรื่องการประมูลสร้างสนามบินใหม่พรุ่งนี้แน่ ๆ เลย ” 

            “ ศึกนี้ก็หนักสำหรับเกสนะเกริก เพราะพวกคณะกรรมชุดใหญ่ชุดนี้เนี่ย เป็นคนของนักการเมืองฝ่ายตรงข้ามกับคุณพ่อเกส เฮ้อ! คิดแล้วก็เหนื่อยแทนเกส ” นักบินหนุ่มกล่าวน้ำเสียงอ่อนเพลีย

            “ เรื่องนี้ปล่อยให้เป็นเรื่องของวันพรุ่งนี้ละกัน ตอนนี้พี่ธรรมไปดูแลพี่เกสเถอะครับ ผมขอออกไปทำธุระข้างนอกแป๊บ ” เกริกพลลุกขึ้นพร้อมส่งยิ้มอ่อนให้ธีรธรรม กัปตันหนุ่มไม่ว่าอะไรได้แต่พยักหน้ารับ แล้วเดินเข้าห้องนอนของเกสราไปอย่างเงียบ ๆ ร่างบอบบางที่นอนหลับไปตั้งแต่ช่วงค่ำ พอรู้สึกตัวอีกที เปลือกตาคู่สวยพยายามเปิดสู้แสงสว่างจ้านอกห้องที่ส่องทะลุกระจกใส หญิงสาวนอนฟังเสียงข้างนอกด้วยความเหนื่อยล้า ไร้ซึ่งเรี่ยวแรงและกำลังจะลุกจากเตียง เมื่อนึกถึงภาระและหน้าที่ที่จะต้องทำในวันนี้ เสียงประตูห้องที่ถูกเปิดออก ช่วยหันเหสายตาของสาวสวยบนเตียงให้จ้องมองไปยังหนุ่มร่างสูงหนาในสภาพที่ยังสวมชุดนอนแทน คู่หมั้นหนุ่มยิ้มกว้างเข้ามาหาเธอด้วยความเบิกบานพลางบอกให้ลุกขึ้นไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า จะได้กินอาหารเช้าก่อนออกไปทำงาน เกสรายังมีสีหน้าเศร้า เรียบนิ่ง ถึงแม้ธีรธรรมและน้องชายจะคอยพูดคุยแต่เรื่องสนุกสนานเพื่อให้เธอได้รู้สึกผ่อนคลาย แต่อารมณ์ของผู้บริหารสาวตอนนี้กลับไม่สนุกเอาซะเลย ได้แต่พยายามปรับสภาพจิตใจให้พร้อมรับมือกับปัญหาที่กำลังจะได้เจอะเจอในวันนี้ เมื่อรถส่วนตัวของกัปตันธีรธรรมจอดเทียบขอบฟุตบาทหน้าสำนักงานการบินแห่งชาติ นักบินหนุ่มบอกลาแฟนสาวตามปกติแล้วจะไปเข้าประชุมผู้บริหารระดับสูง ที่ธนาคารอมรเลิศหลังจากส่งเธอแล้ว เกสราพยักหน้ารับทราบ ก่อนเอ่ยปากกับคนรัก

            “ หวังว่าวันนี้ทุกอย่างคงผ่านพ้นไปได้ด้วยดีนะครับเกส ถ้าพี่ธรรมประชุมเสร็จแล้วจะรีบมาหา ” 

            “ ขอบคุณมากนะคะพี่ธรรม ที่เป็นทั้งกำลังและคอยดูแลเกสอย่างดีมาโดยตลอด...” ผู้บริหารสาวกล่าวน้ำเสียงแผ่วเบาลงในช่วงท้าย แววตามองลึกเข้าไปยังดวงตาสีเข้มตรงหน้า ธีรธรรมถอนหายใจเบา บีบมือเรียวบางแน่น ก่อนกล่าวจริงจัง

            “ ทำหน้าที่ของเกสให้สมบูรณ์ที่สุด และยึดความถูกต้องเป็นหลัก แล้วทุกอย่างจะดีเอง เชื่อพี่ธรรมนะเกส! ” นักบินหนุ่มกล่าวจบ ร่างบอบบางของเกสราเอนเข้าหาอ้อมอกอุ่นเพื่อขอกำลังใจ วงแขนแข็งแรงของกัปตันหนุ่มที่โอบกอด ทำให้ผู้บริหารสาวรู้สึกมีกำลังใจขึ้นมาก อย่างน้อยก็รู้ว่าธีรธรรมยังอยู่ข้างเธอเสมอ...           

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

295 ความคิดเห็น