ด้วยรัก...จากใจ (ลุ้นรัก Part 4)

ตอนที่ 21 : ตอนที่ 21

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,484
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 56 ครั้ง
    7 เม.ย. 63

 

ตอนที่ 21

 

            ชวินมาถึงสำนักงานใหญ่ของสายการบินแห่งชาติด้วยความกระตือรือร้นที่จะได้พบกับเกสรา เพราะมีเรื่องน่าสนใจที่ไม่เกี่ยวกับงานมานำเสนอ  เลขาหนุ่มมองช่อดอกไม้สดแสนสวยขนาดใหญ่ที่สั่งพิเศษเพื่อมาเอาใจเจ้านายสาว  ก่อนจะบอกให้เลขาเพื่อนร่วมงานนำไปวางที่มุมที่เขาต้องการและบอกให้ออกไปทำงานต่อข้างนอก  ส่วนเขาจะรอพบและส่งงานผู้บริหารสาวอายุน้อยเอง  เมื่อพ้นร่างเลขาหญิง  ชวินก้มลงมองเวลาบนจอแก้วสี่เหลี่ยมในอุ้งมือ  อีกไม่กี่นาทีเกสราก็คงมาถึง ทันทีที่ร่างระหงเดินเข้ามายังห้องทำงานส่วนตัว  หญิงสาวส่งยิ้มอ่อนและทักทายเลขาหนุ่มตามปกติ  ก่อนจะหย่อนกายลงนั่งที่เก้าอี้หนังสุดหรู  สายตาทอดมองกองเอกสารตรงหน้า  พลางนึกตกใจนี่เธอทิ้งงานไปสองวัน  แฟ้มสูงถึงขนาดนี้เชียวหรือ

            “ เห็นสีหน้าเกสสดชื่นแบบนี้  พี่ชวินก็หายห่วง แล้วเกสไม่สบายเป็นอะไรมากไหมครับ ” เลขาหนุ่มเอ่ยถามน้ำเสียงสดใส

            “ เกสไม่เป็นอะไรมากหรอกค่ะคุณชวิน ขอบคุณมากนะคะที่ถาม ” เกสราตอบกลับน้ำเสียงเรียบพอ ๆ กับใบหน้า มือเรียวสวยเอื้อมไปหยิบแฟ้มงานมาเปิดอ่านทันที

            “ พี่ชวินเป็นห่วงเกสมากรู้ไหมครับ วันก่อนไปเยี่ยมเกสที่บ้านด้วย แต่เสียดายที่ไม่พบ ถามแม่บ้านก็ไม่รู้ว่าไปไหน? เกสนอนโรงพยาบาลหรือเปล่าครับ  ถึงได้ลาป่วยถึงสองวัน  ปกติแล้วเกสทำงานแทบจะทุกวัน  ช่วยบอกให้พี่ชวินหายกังวลหน่อยได้ไหมครับ เกสก็เปรียบเสมือนน้องสาวพี่คนหนึ่ง  เจ็บป่วยก็น่าจะบอกกันบ้าง ” ชวินถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน  สายตาที่มองเจ้านายสาวแสนสวยแสดงอาการเป็นห่วงเป็นใยและคิดว่าคงเก็บเรื่องที่จะมาบอกเจ้านายสาวนั้นเอาไว้ก่อน ดอกเตอร์สาวละสายตาจากแฟ้มงาน  มองหน้าเลขาหนุ่มแทน  ก่อนเอ่ยปากตอบ

            “ เกสไม่ได้ป่วยถึงขนาดต้องนอนโรงพยาบาลหรอกค่ะพี่ชวิน  แค่ลาป่วยเพื่อพาร่างกายไปพักผ่อนที่ต่างจังหวัดก็เท่านั้นเอง  ตอนนี้เกสก็ดีขึ้นแล้วค่ะ ” เกสราตอบกลับด้วยความเป็นมิตร น้ำเสียงสดชื่นอย่างเห็นได้ชัด  เพราะเหมือนได้ไปเติมพลังให้ใจและร่างกายครั้งใหญ่เลยก็ว่าได้

            “ ได้ยินอย่างนี้พี่ชวินก็โล่งอกหน่อย  ว่าแต่เกสไปจังหวัดไหนมาครับ  เผื่อพี่ลาพักร้อนจะได้ไปเที่ยวบ้าง ” ชวินยังถามต่อด้วยความอยากรู้

            “ เกสไปจังหวัดหนองคายมาค่ะ ” ผู้บริหารสาวตอบกลับเสียงใสพร้อมรอยยิ้มบางที่มุมปาก จนเลขาหนุ่มสัมผัสได้ถึงอารมณ์ที่ดีขึ้น

            “ เหรอครับ! พี่ชวินยังไม่เคยไปเลยจังหวัดนี้  เกสพักที่ไหนครับ  บอกพี่ชวินบ้างได้ไหม อาทิตย์หน้าจะขอลาพักบ้างสักสองสามวัน  บอกตรง ๆ เลยครับเจ้านายว่าผมอยากพักร่างบ้าง ช่วงนี้ใช้สมองหนักมาก ” ชวินกล่าวด้วยน้ำเสียงเป็นกันเองปนขบขัน  พลอยทำให้ผู้บริหารสาวยิ้มกว้างมากขึ้น  เมื่อนึกถึงที่พักอันแสนอบอุ่นและเป็นธรรมชาติมาก  สถานที่ที่ทำให้เธอรู้สึกผ่อนคลายจนต้องนอนค้างอีกคืน  ก่อนบินมาทำงานเช้านี้  อีกทั้งเข้าใจหัวอกคนทำงานด้วยกันเป็นอย่างยิ่ง  ก่อนจะบอกชื่อที่พักและการเดินทางไปยังรีสอร์ตสวนสวรรค์ให้กับเลขาหนุ่มได้รับรู้ เลขาหนุ่มยิ้มกว้างให้ดอกเตอร์สาวตรงหน้า  เมื่อได้ทราบข้อมูลที่ต้องการแล้ว  ชวินชวนเจ้านายสาวคุยนอกเรื่องงานซึ่งเกสราก็สนทนาด้วยอย่างเป็นธรรมชาติ  ถือเป็นครั้งแรกก็ว่าที่เจ้านายและลูกน้องจะสนทนากันเรื่องส่วนตัวระหว่างงาน  เพราะปกติแล้วเกสราค่อนข้างเงียบและขรึม  ไม่เคยมีที่จะมานั่งคุยเวลางานจนกลายเป็นนายหญิงผู้เย็นชา  ตั้งแต่ได้รู้จักกับธีรธรรมและได้พบกับแม่ชีเมตตา  ทำให้เกสราเริ่มมองอะไรใกล้ตัวกว้างขึ้น  เลขาหนุ่มจึงหันมาสนทนาเรื่องงานแทนเมื่อคิดว่าสมควรแก่เวลาแล้ว  ทั้ง ๆ ที่อยากจะคุยเรื่องอื่นต่อ  แต่คงต้องค่อย ๆ เข้าหาก็แล้วกัน  ชวินรายงานเจ้านายสาวถึงงานที่ได้รับมอบหมายให้ทำและงานด่วนอื่น ๆ ที่เพิ่มเข้ามาในระหว่างที่เกสราลาป่วย  ผู้บริหารสายการบินนั่งฟังลูกน้องสาธยายเรื่องงานต่าง ๆ ให้ฟังพร้อมทั้งเปิดแฟ้มอ่านข้อมูลและรายละเอียดต่าง ๆ ด้วยความตั้งใจ  ก่อนจะเอ่ยสรุปงานกับเลขาหนุ่ม  

            “ เรื่องครัวของสายการบิน  ถือว่าตรวจสอบข้อมูลมาดีมาก ถ้าหากเกสต้องจัดระบบใหม่ อุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ไม่ได้ใช้งานแล้ว  จะต้องถูกขายทอดตลาด  เพื่อนำเงินเข้าสู่บริษัท ”

            “ แล้วเกสจะประกาศขายยังไงครับ  ของไม่ใช่น้อย ๆ เลย แล้วก็ไม่รู้จะได้กี่ตังค์กัน  โละทิ้งไปเลยไม่ดีกว่าเหรอ ”

            “ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเกสเถอะค่ะคุณชวิน  รับรองว่าเงินทุกบาททุกสตางค์จะเข้าบริษัทหมด ” ผู้บริหารสาวกล่าวด้วยความมั่นใจ  เลขาหนุ่มได้แต่พยักพเยิดหน้าตาม  อยากจะทำก็เชิญเถอะแม่คุณชวินคิดในใจ  ก่อนเอ่ยปากรายงานถึงเรื่องงานอื่นและวางแผนงานของสัปดาห์ต่อไป

            “ วันอังคารหน้าจะมีประชุมนักบินไพล็อทยูเนี่ยนที่ห้องประชุม 2 เวลาสิบเอ็ดโมงเช้า ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงนะครับ ” สิ้นเสียงชวินกล่าวจบ

            “ เกสขอเปลี่ยนสถานที่ประชุมนักบินไพล็อทมาเป็นที่ห้องทำงานนี้แทนนะคะคุณชวิน  ส่วนเรื่องอาหารเที่ยงของวันนั้น  เกสขอจัดการเองค่ะ ” เกสรากล่าวเสียงดังฟังชัด  ชวินได้เพียงแค่ก้มหน้ารับทราบ  เลขาหนุ่มพลางนึกในใจท่าทางผู้บริหารสาวคงจะกำลังอินเลิฟหนักมากกับกัปตันหนุ่มที่ชื่อธีรธรรม  ไม่ว่าเรื่องอะไรก็ตามต้องมีนักบินหนุ่มรูปงามเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยทุกครั้ง เมื่อการวางแผนงานต่าง ๆ ได้สิ้นสุดลง  ชวินอดกล่าวกระแซะเจ้านายสาวไม่ได้

            “ สีหน้าเกสสดชื่นขึ้นจนผิดหูผิดตาขนาดนี้  พี่ชวินไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะกัปตันธีรธรรมด้วยหรือเปล่าหนอ?  อย่ามาปิดพี่เลย  จำไม่ได้แล้วเหรอที่พี่ชวินเคยบอกว่า นอกเวลางาน  เราเหมือนพี่เหมือนน้องกันไงเกส? ” ชวินถามอย่างไม่เกรงใจพร้อมด้วยรอยยิ้มกว้างอันแสนเป็นมิตรและอบอุ่น  เกสราไม่อาจโกหกต่อความรู้สึกที่แท้จริงของตัวเองได้   ผู้บริหารสาวยิ้มกว้างเมื่อนึกถึงนักบินหนุ่มรูปงาม  ก่อนตอบคำถามเรื่องส่วนตัวกับเลขาหนุ่ม                           

            “ ชีวิตเกสตอนนี้ดีขึ้นมากก็เพราะมีพี่ธรรมค่ะพี่ชวิน ” เกสรายิ้มกว้างมากขึ้น ใบหน้าเรียวสวยอมชมพู  รอยยิ้มแสนหวานของเจ้านายหน้านิ่ง สะกดสายตาและหัวใจของชวินอย่างเห็นได้ชัด นับเป็นครั้งแรกที่ได้เห็นเสน่ห์ของผู้หญิงคนนี้  เลขาหนุ่มตอบกลับด้วยรอยยิ้มอ่อนละมุน  ส่งสายตาอบอุ่นมองหน้าหญิงงามตรงหน้า  

            “ พี่ดีใจกับเกสด้วยนะครับที่เจอผู้ชายดี ๆ อย่างกัปตันธีรธรรม  ชีวิตคนเราขาดอะไรก็อยู่ได้  แต่ขาดความรักมันอยู่ลำบาก  เกสเจอคนรักแล้วต้องรักษาเขาไว้ให้ดี ๆ นะครับน้องรัก  พี่ชวินอยากเห็นเกสยิ้มสวย ๆ แบบนี้ทุกวัน ” ชวินกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่ม  ทำให้คนฟังอย่างเกสราถึงกับยิ้มตามคำพูดของชายหนุ่ม  

            “ ขอบคุณมากค่ะพี่ชวิน ”

            “ ดีใจกับเกสอีกครั้งด้วยครับที่มีคนดูแลแล้ว  แต่ก็อย่าลืมนะครับว่ายังมีพี่ชายที่น่ารักอีกคนชื่อชวิน อยู่ตรงนี้ พี่รักและปรารถนาดีกับน้องสาวคนนี้ตลอดนะครับ  จะคอยดูแลเรื่องงานแทนน้องด้วย เกสไม่ต้องห่วงนะครับ  มีอะไรจะให้พี่ช่วยบอกได้ ไม่ต้องเกรงใจ ” เลขาหนุ่มได้ทีพูดทีเล่นทีจริงกับเจ้านายสาว  อย่างน้อยจะได้เป็นการสร้างความสัมพันธ์ไปในตัว  เกสรามองหน้าคนที่อ้างตัวว่าเป็นพี่ชายด้วยรอยยิ้ม 

            “ ค่ะพี่ชวิน ” ช่างเป็นคำตอบที่แสนสั้น  แต่อย่างน้อยก็คงเป็นการตอบรับที่ดี

            “ โอเค จบเรื่องส่วนตัว  อีกสิบนาทีได้เวลาเข้าประชุมเรื่องการสร้างรันเวย์ใหม่ พี่ชวินขอตัวไปเตรียมตัวก่อนนะครับ  แล้วเจอกันที่ห้องประชุม ” เลขาหนุ่มกล่าวจบ  ลุกขึ้นจากเก้าอี้นั่ง  มือหอบแฟ้มเอกสารที่เกสราเซ็นแล้วออกไปด้วย  เมื่อดอกเตอร์สาวอยู่เพียงลำพังในห้องทำงาน  หญิงสาวยิ้มอ่อนให้กับเงาของตัวเองบนกระจกของโต๊ะทำงาน  พลางคิดถึงคำสอนดี ๆ จากแม่ชีเมตตา  ถ้าหากคนเรารู้จักเปิดหู เปิดตาและเปิดใจให้กว้าง  หัดมองอะไรในด้านที่ดี ๆ ไม่มองอะไรด้วยอคติและแง่ลบ  ก็จะส่งผลให้ชีวิตดีตาม  เกสรายิ้มกว้างให้กับเงาของตัวเธออีกครั้งเพื่อเป็นกำลังใจให้ตัวเอง  ก่อนจะลุกไปทำธุระส่วนตัว  ส่วนทางด้านธีรธรรมนั้นก็ยุ่งอยู่กับการเตรียมงานช่วยน้องชายขอสาวแต่งงาน แต่ก็ยังไม่ขาดการติดต่อกับแฟนสาว  ยังคงทำหน้าที่เป็นคนจัดส่งข้าวส่งน้ำให้สุดที่รักเช่นเคย  ชวินแอบมองผู้บริหารสาวที่กำลังก้มหน้าก้มตาจิ้มตัวอักษรบนแป้นมือถือด้วยสีหน้าสดชื่นขณะพักเบรก  คงไม่ต้องถามว่ากำลังสื่อสารอยู่กับใคร? ถึงยิ้มให้กับโทรศัพท์ได้หวานขนาดนี้  เมื่อสิ้นสุดเวลาทำงานของวัน  เกสรากำลังจะเดินลงไปหาธีรธรรมซึ่งจอดรถรออยู่แล้วที่หน้าบริษัท  หลังจากนั้นจะได้ไปโรงพยาบาลเพื่อฟังผลการตรวจเนื้อเยื่อในมดลูก  ชวินถือโอกาสเดินลงไปส่งผู้บริหารใหญ่ของสายการบินถึงที่จอดรถ สองหนุ่มทักทายกันตามมารยาท  ธีรธรรมยื่นมือไปรับกระเป๋าถือจากมือเกสราไปหิ้วเอง  มืออีกข้างเปิดประตูรถไว้รอ

            “ เจอกันพรุ่งนี้นะครับเกส พักผ่อนเยอะ ๆ ไม่ต้องห่วงเรื่องไพลอตเอ็นจิเนียนะครับ  คืนนี้พี่จะค้นข้อมูลให้ ” ชวินจงใจพูดให้ธีรธรรมได้ยินพร้อมกับยกมือขึ้นโบกเสมือนเป็นการบอกลา แต่ที่ขาดไม่ได้คือรอยยิ้มแฝงความนัย

            “ ค่ะพี่ชวิน  ขอบคุณสำหรับดอกไม้อีกครั้งด้วยนะคะ ”

            “ พี่ดีใจที่เกสชอบ  พรุ่งนี้จะสั่งให้อีกนะครับ เอาให้สวยกว่าวันนี้เลย ” ชวินตอบกลับโดยไม่สนใจว่านักบินรูปงามจะยืนฟังอยู่ด้วย 

            “ ไม่ต้องหรอกครับคุณชวิน  ที่บ้านผมมีดอกไม้เยอะมาก สวย ๆ ทั้งนั้นเลย  เกสตัดมาปักแจกันเองได้ครับ ” ธีรธรรมตอบกลับเลขาส่วนตัวของคนรักเสียงเรียบ  เกสรายังกล่าวเสริมอีกด้วยว่าธีรธรรมมีสวนดอกไม้เป็นร้อยไร่ให้เธอได้เดินชม ซึ่งผู้บริหารสาวกล่าวด้วยความซื่อตรงไม่ได้คิดอะไรมาก ชวินยืนมองภาพนักบินหนุ่มกอดบ่าผู้บริหารสูงสุดของสายการบินอยู่ด้วยรอยยิ้มที่มุมปาก

            “ งั้นเหรอครับ  ใช่ที่ที่เกสบอกพี่หรือเปล่า? ” ชวินถามกลับสีหน้าสดใส

            “ ใช่ค่ะ  ถ้ามีโอกาสต้องไปให้ได้นะคะพี่ชวิน  ที่นั่นสวยมาก ” เกสราตอบเสียงเรียบ

            “ ผมขอตัวพาเกสกลับก่อนนะครับคุณชวิน  เพราะเรามีนัด ” ธีรธรรมดันร่างคนรักเข้าไปนั่งรถ 

            “ ครับผม ” ชวินตอบกลับก่อนจะยกมือโบกไปมา แล้วเดินไปยังรถสปอร์ตสุดหรูของเขา  เมื่อรถของธีรธรรมได้เคลื่อนออกจากหน้าสำนักงานใหญ่ของสายการบินแห่งชาติ  เลขาหนุ่มของเกสรารีบยกเครื่องมือสื่อสารขึ้นมาติดต่อหาคนสร้างข่าวทันที  พรุ่งนี้คงมีข่าวให้วงสังคมได้ลือกันเป็นแน่  เมื่อนั่งอยู่ในรถกันสองคน  เกสรากุมมือซ้ายของธีรธรรมแน่น  เอนกายอันแสนเหนื่อยล้าพิงร่างคนขับ  ในที่สุดธีรธรรมก็อดหยอกสาวข้างกายไม่ได้

            “ วันนี้แจกยิ้ม ถึงขนาดเลขาตามมาส่งถึงรถเลยนะครับดีดี ”

            “ ก็เกสมีความสุขนี่คะพี่ธรรม  รอยยิ้มเลยออกมาเอง ทำไมคะ  หึงเหรอ? ” เกสราตอบพลางหัวเราะหึหึในลำคอ  บีบมือใหญ่หนานุ่มแรงขึ้น  เจ้าของมือหนาก็บีบมือน้อยบอบบางกลับเช่นกัน

            “ ไม่หึงครับ  หวงมากกว่า ยิ้มสวย ๆ แบบนี้ ยิ้มได้แค่กับพี่ธรรมคนเดียว จะได้ไหมเกส? ” ธีรธรรมยกมือเรียวสวยขึ้นมาจรดที่ริมฝีปาก เกสราส่งเสียงหัวเราะสดใส  ไม่ตอบอะไรทั้งนั้นเกี่ยวกับเรื่องที่นักบินขอ ก่อนจะเปลี่ยนเรื่องสนทนาเป็นเรื่องงานในหัวข้อที่ผู้บริหารสาวสงสัยเกี่ยวกับเรื่องการบิน  เมื่อรถของธีรธรรมเลี้ยวเข้าที่จอดรถของโรงพยาบาลเอกชน  ชายหนุ่มได้ยินเสียงถอนหายใจแรงของคนข้างกาย ทันทีที่จอดรถเรียบร้อยแล้ว  นักบินหนุ่มเกี่ยวร่างบอบบางเข้ามากอด  ปลายจมูกโด่งสูดความหอมจากแก้มนวลฟอดใหญ่

            “ เกสจะต้องไม่เป็นอะไร เชื่อพี่ธรรมนะครับคนดี หยุดคิดมากได้แล้ว ”

            “ จะพยายามค่ะพี่ธรรม  อันที่จริง เวลานี้เกสควรยิ้มรับกับปัญหาอย่างที่คุณป้าชีบอกใช่ไหมคะ ถึงจะถูกต้อง ” เกสราพยายามยิ้มให้กับตัวเองก่อนจะหันหน้าขึ้นสบตากัปตันคนรัก

            “ ถูกต้องที่สุดครับ  เพราะในชีวิตจริงมันยังมีปัญหาอีกเยอะให้เราได้เผชิญ  ไม่ว่าผลการตรวจจะออกมายังไงก็ตาม  พี่ธรรมอยู่ข้าง ๆ เกสเสมอและจะคอยเป็นกำลังใจให้เกสตลอดชีวิต  ขอเพียงแค่เกสรับรู้ว่าเกสไม่ได้สู้ปัญหาเพียงคนเดียวตามลำพังนะครับ ”

            “ ค่ะพี่ธรรม  ไปหาหมอกันค่ะ  เกสพร้อมแล้ว ” ผู้บริหารสาวยิ้มอ่อน สูดลมหายใจเข้าปอดลึก  ก่อนจะก้าวเท้าลงรถ  เดินกุมมือธีรธรรมเข้าไปยังห้องโถงขนาดใหญ่  ไม่ว่าจะได้รับข่าวดีหรือข่าวร้ายก็ตาม  เกสราพร้อมแล้วที่รับรู้สิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นกับตัวเธอ  มือบอบบางกุมมือหนานุ่มแน่นแทนคำขอบคุณและเป็นเหมือนสัญญาว่าจะไม่ทอดทิ้งกันไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม      

                  

                         

 

          เกริกพลจำใจยอมไปบ้านบิดามารดาเป็นเพื่อนพี่สาวหลังเลิกงาน  เนื่องจากธีรธรรมมีบินไปทำงานและนอนค้างหนึ่งคืนที่ประเทศอินเดียหนึ่งคืน  ระหว่างเดินทางไปยังบ้านพักของบิดามารดา  ความรู้สึกของสองพี่น้องกลับรู้สึกว่าเป็นอะไรที่อึดอัดใจมากทั้งที่เป็นบ้านของตัวเองแท้ ๆ  แต่การกลับบ้านทำให้ไม่เป็นสุขเอาเสียเลย  

            “ พี่เกสคิดว่าคุณพ่อคุณแม่เรียกมาพบเรื่องอะไรเหรอ? ” เกริกพลถามพี่สาว  ซึ่งนั่งถอนหายใจครั้งแล้วครั้งเล่าหลังจากเล่าเรื่องต่าง ๆ ให้น้องชายฟัง

            “ คงไม่ใช่เรื่องส่วนตัวของพี่แน่นอน ” เกสราตอบด้วยน้ำเสียงเหนื่อยล้าแต่ยังยิ้มอ่อนให้กับตัวเองเป็นการปลอบใจ เพราะเรื่องที่เธอกำลังเป็นช็อกโกแลตซีสต์ในมดลูกคงไม่สำคัญเท่ากับเรื่องด่วนของผู้ให้กำเนิดเป็นแน่  ผิดกับครอบครัวของธีรธรรม  ซึ่งทุกคนในบ้านต่างตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับเธอพร้อมเป็นกำลังใจและคอยปลอบใจจนเกสรารู้สึกว่า ตัวเธอนั้นโชคดีเหลือเกินที่ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวอมรเลิศสกุลชัยอีกทั้งคงไม่ได้อ้างว้างอย่างเช่นเมื่อก่อน  โดยเฉพาะกัปตันคนรักนั้นดีใจอย่างเห็นได้ชัดที่เกสราไม่ได้เป็นอะไรร้ายแรง  ถึงแม้อาจจะมีผลต่อการมีบุตรยากในอนาคตก็ตาม แต่ธีรธรรมกลับยิ้มรับกับสิ่งที่เกิดขึ้นและคิดว่านั่นไม่ใช่ปัญหาใหญ่สำหรับชีวิตคู่ของเขา  ขอเพียงแค่เกสราไม่ต้องเผชิญกับโรคร้ายแรงก็เป็นพอ  นักบินหนุ่มยังบอกกับคนรักอีกว่าต้องขยันทำบุญกันเยอะ ๆ เพื่อที่จะได้ช่วยเสริมบุญบารมีเผื่อจะได้มีลูกกันไว ๆ เมื่อได้ยินคนรักกล่าวเช่นนั้นพลอยทำให้ผู้บริหารสาวคลายความตึงเครียดไปได้มาก  พอจะเริ่มมีความหวังและกำลังใจมากยิ่งขึ้น  หนุ่มอารมณ์ศิลปินมองหน้าพี่สาวแล้วยิ้ม  ก่อนตอบกลับด้วยอารมณ์ขบขัน

            “ ถ้างั้นเกริกคิดว่าคุณพ่อคุณแม่คงเรียกพี่เกสมาคุยเรื่องการประมูลการก่อสร้างรันเวย์ใหม่แน่ ๆ เลย  ยิ่งมีโครงการสร้างอาคารผู้โดยสารเพิ่มขึ้นด้วยแล้ว  ถือว่าเป็นโปรเจคใหญ่มากเลยนะพี่เกส ” หนุ่มผมยาวกล่าวด้วยรอยยิ้มที่มุมปาก เกสราได้ยินเช่นนั้น  ถึงกับยิ้มที่มุมปาก

            “ ถ้าเป็นเรื่องนี้พี่เข้าใจ แต่มันจะไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่คุณพ่อคุณแม่คิดน่ะสิเกริก  คณะกรรมการชุดนี้ทำงานกันอย่างโปร่งใสและซื่อตรงมาก  ถ้าหากพี่ทำอะไรผิดพลาดขึ้นมา  มีหวัง...หมดอนาคตแน่ ” เกริกพลฟังเสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่ของพี่สาวแล้วรู้สึกเห็นใจถึงภาระอันหนักอึ้งที่แบกไว้บนบ่า  จึงทำได้เพียงแค่แนะนำสั้น ๆ

            “ พี่เกสก็แค่รับฟังที่คุณพ่อคุณแม่พูด  ตอบเรื่องไหนได้ก็ตอบ  ไม่อยากตอบเรื่องไหนก็ไม่ต้องตอบ  เลี่ยงเรื่องไหนได้ก็เลี่ยง  แค่นี้ก็จบ  อย่าเอาตัวเข้าไปเสี่ยงมากเลย ยิ่งพี่เกสอยากล้างภาพพจน์ให้ครอบครัวเราด้วย  ยิ่งต้องระวังให้มากในทุกด้านทุกเรื่อง ” เกริกพลตอบตามความคิดของเขา

            “ ก็คงต้องอย่างนั้นล่ะเกริก  พี่บอกตรง ๆ เลยนะว่า  รู้สึกหนักใจมากกับเรื่องนี้  ไหนจะปัญหานักบินที่บริษัทอีก ” เกสรากล่าวด้วยน้ำเสียงเหนื่อยล้าอย่างเห็นได้ชัด หลังจากที่ได้อ่านจดหมายปิดผนึกซึ่งผู้บริหารสาวอายุน้อยยอมรับว่ารู้สึกกังวลเป็นอย่างมาก

            “ นักบินมีปัญหาอีกแล้วเหรอพี่เกส? ”

            “ ใช่...แต่คราวนี้เป็นนักบินเอนจิเนียร์น่ะสิ  พวกเขารวมตัวกันยื่นข้อเสนออยากผันตัวมาเป็นนักบินพาณิชย์แทนการย้ายแผนกไปฝ่ายช่าง  เลยอยากให้บริษัทบรรจุตำแหน่งให้และมีสิทธิ์เทียบเท่ากับนักบินจริงทุกอย่าง  ซึ่งในความเป็นแล้ว นักบินเอนจิเนียร์จะต้องเข้าคอร์สเรียนหลักสูตรการบินเสียก่อนตามที่มาตรฐานสากลกำหนด ถึงจะสามารถเป็นนักบินพาณิชย์ได้  แต่นี่...จะมาเล่นลักไก่กันแบบนี้  พี่ก็ต้องคิดหนักเป็นธรรมดา  คืนนี้คงต้องคุยกับพี่ธรรมยาวแน่เรื่องนี้ ” เกสราตอบเสียงเรียบแต่จริงจัง เพราะยังไม่รู้ว่าจะหาทางออกอย่างไรดี  เพราะเรื่องมีทั้งข้อดีและข้อเสียอยู่รวมกัน  เกริกพลมองหน้าพี่สาวด้วยความเข้าใจถึงผู้ทำหน้าที่รับรู้และแก้ไขปัญหาร้อยแปดประการที่เกิดขึ้นทุกวันของสายการบินแห่งชาติ 

            “ เจอปัญหาหนักอีกแล้วสินะพี่เกส  แล้วนักบินเอ็นจิเนียร์กับนักบินพาณิชย์อย่างพี่ธรรมเขาทำงานต่างกันยังไงเหรอ? ” หนุ่มผมยาวเอ่ยปากถามพี่สาว

            “ จริง ๆ มันก็ไม่ได้แตกต่างกันมากหรอกนะเกริก เพราะทั้งนักบินพาณิชย์และนักบินเอนจิเนียร์ต่างก็ต้องเรียนเรื่องเกี่ยวกับเครื่องบินมาเหมือนกัน เพียงแต่เวลาบินจะแยกหน้าที่กันชัดเจนก็คือ เวลาที่นักบินเอนจิเนียร์บินไปทำงาน พวกเขามีหน้าที่ดูแลระบบต่าง ๆ ของเครื่องบินทั้งหมด  เปรียบง่าย ๆ ก็คือช่างซ่อมเครื่องบินนั่นแหละ เพราะนักบินจริงจะมีหน้าที่ทำการบิน  ไม่สามารถซ่อมเครื่องบินได้ถ้าหากเกิดเหตุฉุกเฉิน  แล้วนักบินเอนจิเนียร์จะมีบินก็ต่อเมื่อ  เที่ยวบินนั้นนำเครื่องบินลำที่เคยมีปัญหาเกี่ยวกับเครื่องมาก่อนและทางบริษัทเห็นสมควรว่าควรจัดนักบินเอนจิเนียร์ไปบินด้วย เพื่อที่จะได้แก้ไขปัญหาระหว่างการเดินทางได้ทันท่วงที  แต่นักบินเอนจิเนียร์ไม่สามารถนำเครื่องลงจอดได้เพราะเป็นหน้าที่ของนักบินพาณิชย์ ตรงนี้แหละที่นักบินเอนจิเนียร์จะต้องเข้าคอร์สเรียนเพิ่มและสอบให้ได้ใบอนุญาตการบิน  ถึงจะเปลี่ยนสถานะมาเป็นนักบินพาณิชย์ได้ ” เกสราตอบน้องชายซึ่งนั่งฟังพี่สาวบอกเล่าความรู้ใหม่ให้ฟัง

            “ แล้วพี่เกสคิดว่าจะทำตามข้อเสนอของนักบินเอนจิเนียร์ไหมล่ะ ” เกริกพลถามพี่สาว

            “ ตอนนี้ยังไม่รู้  เพราะพี่ต้องคิดทบทวนให้ดีก่อน ” ผู้นำสายการบินแห่งชาตินั่งนิ่ง สมองกลับคิดหาวิธีการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ เกี่ยวกับการเรื่องงาน  ก่อนเอ่ยขึ้นกับน้องชายพร้อมด้วยรอยยิ้มอย่างผู้มีชัย

“ พี่คิดออกละเกริก  ในเมื่อนักบินเอนจิเนียร์อยากเป็นนักบินพาณิชย์  พี่ก็จะให้นักบินพาณิชย์เป็นนักบินเอนจิเนียร์ด้วยซะเลย  ถือว่าบริษัทการบินของประเทศเราจะได้มีนักบินคุณภาพเป็นอันดับหนึ่งของโลกไปเลย ” เกสรากล่าวด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นขึ้น  หนุ่มผมยาวที่นั่งมาในรถหรูด้วยรีบถามกลับทันทีในสิ่งที่เขาสงสัย

            “ พี่เกสคิดว่านักบินพาณิชย์เขาจะยอมเสียเวลาไปนั่งเรียนเกี่ยวกับการซ่อมเครื่องบินอย่างงั้นเหรอ แค่ลดจำนวนกัปตันลงต่อเที่ยวบิน  ยังต้องประชุมเพื่อปรึกษาหารือกันข้ามเดือนข้ามปี ”

            “ พี่คิดว่าพี่ธรรมต้องเห็นดีด้วยกับความคิดของพี่  คงไม่กล้าขัดแย้งอะไร  ดีไม่ดีมีไปกล่อมผู้นำนักบินยูเนี่ยนให้ยินยอมเห็นชอบตามความคิดผู้บริหารแน่ ” เกสรายิ้มที่มุมปากให้กับความคิดอันหลักแหลมของเธอ  อย่างน้อยนักบินพาณิชย์ก็ควรจะต้องทำหน้าที่ให้ได้มากกว่าเดิม อีกทั้งบริษัทจะได้มีนักบินเพิ่มขึ้นอีกหลายสิบคน  สองพี่น้องยังสนทนากันเรื่องงานของสายการบินจนกระทั่งถึงบ้านของบิดามารดา  เกสราเดินลงจากรถด้วยความฉงนที่เห็นพาหนะของผู้มาเยือนจอดอยู่หน้าบ้านหลายคันราวกับมีประชุมใหญ่ภายในบ้าน

            “ สงสัยคุณพ่อคุณแม่นัดผู้ใหญ่มาคุยงานกันที่บ้าน ” เกริกพลกล่าวด้วยน้ำเสียงขึ้นจมูก  พลางส่ายหัวไปมา  เกสรารู้ทันทีว่าน้องชายไม่ชอบเป็นอย่างมาก

            “ เกริกขึ้นไปรอพี่ที่ห้องนอนก่อนละกัน  พี่พบคุณพ่อคุณแม่เสร็จ  จะรีบตามขึ้นไป ” เกสราพูดกับน้องชายจบ  สาวใช้ก็เดินตรงรี่  หน้าตาตื่นมาแจ้งให้เกสราไปรอพบผู้ให้กำเนิดที่ห้องทำงาน  ดอกเตอร์สาวเข้าใจทันที  จึงเดินเลี่ยงไปใช้ประตูเข้าบ้านทางด้านหลังแทน  เพราะนั่นหมายถึงว่าจะได้ไม่ต้องพบปะกับผู้มาเยือนของบิดามารดา  เมื่อท้องอิ่มอาหารที่สาวใช้นำมาบริการที่ครัวเล็ก พี่สาวน้องชายจึงเดินขึ้นบ้านพร้อมกันแต่แยกกันไปคนละห้อง  ระหว่างที่รอในห้องทำงานโอ่อ่า  เกสรายืนกอดอกมองรถยุโรปหรูเคลื่อนขบวนออกจากคฤหาสน์กลางกรุงจากห้องทำงานของนายทนง  สักพักเสียงประตูห้องได้ถูกเปิดและปิดลง  ดอกเตอร์สาวทำความเคารพบิดามารดา  พ่อแม่ลูกถามไถ่กันอยู่ครู่  การสนทนาของผู้บริหารสายการบินและผู้ให้กำเนิดก็เริ่มต้นขึ้นทันที  และเป็นตามที่คาดเอาไว้ไม่มีผิด ที่ดอกเตอร์สาวถูกเรียกตัวมาพบก็เพราะเรื่องโครงการสร้างสนามบินและผู้ที่เข้ามาพบค่ำนี้  ก็คงเป็นผู้ร่วมงานของบิดาเธอ  เกสราถูกนายทนงและนางดวงรัตน์บังคับให้ใช้อำนาจผู้บริหารล็อบบี้คณะกรรมการบางส่วน  ให้ลงความเห็นยินยอมว่าจ้างบริษัทก่อสร้างในนามของผู้ให้กำเนิดเป็นผู้รับเหมาก่อสร้างสนามบินใหม่พร้อมทั้งยื่นสินบนก้อนโตให้คณะกรรมการที่อยู่ฝ่ายบิดาของเธอด้วย  เกสรารู้สึกแน่นหน้าอก หายใจไม่สะดวก  ลำคอตีบตัน  ท้องไส้ปั่นป่วน พะอืดพะอมอยากจะเดินไปห้องน้ำซะเดี๋ยวนี้  ไม่รู้จะดีใจ ภูมิใจหรือเสียใจกันแน่กับตำแหน่งหน้าที่การงานที่รับผิดชอบอยู่ทุกวันนี้ แต่ยังคงต้องฝืนฟังบิดามารดา  ดอกเตอร์สาวไม่ชอบวิธีสกปรกเช่นนี้เลย  ทำให้เข้าใจความคิดและความรู้สึกของเกริกพลที่มีต่อผู้ให้กำเนิดมากขึ้นก็วันนี้นี่เอง  รองนายกรัฐมนตรีและภริยาเชื่อมั่นและมั่นใจว่าจะได้เป็นผู้รับงานสร้างสนามบินอย่างแน่นอน สองสามีภรรยายิ้มกริ่มเมื่อคิดถึงเม็ดเงินจำนวนมหาศาลที่จะได้รับเมื่อลูกสาวทำสำเร็จเพื่อนำมาเป็นทุนในการเลือกตั้งครั้งใหญ่ปีหน้า

            “ เกสต้องทำเรื่องที่คุณพ่อคุณแม่ขอให้สำเร็จนะลูก ” ประโยคนี้ประหนึ่งคำสั่งและคำขอจากบิดาที่ทำให้เกสราไม่สามารถเปิดปากตอบรับได้ หัวสมองพลางคิดถึงปัญหาสารพัดเรื่องที่จะตามมา  จึงได้แต่เงียบก้มหน้าก้มตามองพื้นโดยไม่ปริปากใด ๆ เมื่อการสนทนาเรื่องสำคัญสิ้นสุดลง  บุตรีของท่านรองนายกรัฐมนตรีจึงขอตัวกลับไปพักผ่อน  ระหว่างที่หญิงสาวกำลังจะเดินออกจากห้องทำงานสุดหรู  เกสราถูกมารดาทักท้วงขึ้นเกี่ยวกับข่าวคราวในแวดวงสังคมชั้นสูง

            “ อย่าพึ่งไปเกส!...ลูกยังคงไม่รู้สินะว่า ข่าวการคบหากันของเกสกับธรรมน่ะ  ตอนนี้กำลังเป็นเรื่องฮ็อทฮิตและท็อคกันใหญ่ในวงสังคม  สงสัยเราคงต้องไปคุยเรื่องการแต่งงานกับทางบ้านของธรรมซะแล้วนะคุณ ” นางดวงรัตน์กล่าวกับสามี  แต่ดวงตามองหน้าลูกสาวสุดสวยด้วยแววตาเปล่งประกาย ส่วนสามีนั้นนั่งยิ้มแป้นให้กับข่าวซุบซิบของคนไฮโซ  เกสราสูดลมหายใจเข้าปอดลึก  ก่อนตอบกลับมารดา

            “ พี่ธรรมเคยพูดเรื่องแต่งงานกับเกสแล้วค่ะคุณแม่  แต่เกสขอเวลาทำงานก่อนสักพัก  ถึงจะแต่งงานด้วย ”

            “ ดีมาก! ดี! ถ้างั้นจัดงานหมั้นกันไว้ก่อนก็แล้วกัน  ดีไหมคุณ? สังคมจะได้รับรู้ไว้ว่าธรรมน่ะ เป็นลูกเขยบ้านเรา ยิ่งธนาคารอมรเลิศกำลังเปิดตัวอย่างเป็นทางการเร็ว ๆ นี้ ถือว่าทางเราจะได้ประกาศข่าวให้สังคมได้รับรู้โดยทั่วกันไปเลย ” นางดวงรัตน์กล่าวด้วยปีติ  นายทนงรีบกล่าวเห็นด้วยกับภรรยาทันที ผู้บริหารสาวรู้สึกละอายใจอย่างบอกไม่ถูก ที่บิดามารดาดูจะเร่งรัดทางฝ่ายชายมากเกินไป  หญิงสาวจึงกล่าวคานความคิด  แต่ท่าทีของผู้ให้กำเนิดกลับไม่ยอมเพราะกลัวว่าฝ่ายชายจะเกิดการเปลี่ยนใจในอนาคตถ้าหากอีกเจอผู้หญิงอื่น  ถ้าหากลูกสาวยังขืนมัวทำแต่งาน ดอกเตอร์สาวสวยจึงค้านกลับ

            “ เกสเชื่อใจพี่ธรรมค่ะคุณพ่อคุณแม่ว่าจะไม่นอกใจ  แต่เกสกลัวทางบ้านพี่ธรรมจะว่าเรา...” เกสรากล่าวไม่ทันจบ ผู้เป็นมารดาก็กล่าวแทรกขึ้นทันทีมิเช่นนั้นเรื่องนี้ไม่จบแน่

            “ เรื่องนี้ต้องเร็วต้องไวเกส  ปล่อยให้เป็นธุระของคุณแม่เอง  ไปพักผ่อนเถอะไป  อ้อ! บอกเจ้าเกริกเข้ามาหาคุณพ่อคุณแม่ด้วยนะ ” ดอกเตอร์สาวน้อมรับคำจากมารดาด้วยความไม่พอใจ  แต่ก็ไม่สามารถพูดอะไรโต้กลับได้  จึงเดินออกจากห้องทำงานของบิดาไปอย่างเงียบ ๆ เมื่อเข้าถึงห้องพักส่วนตัว  เกสรามองหน้าระรื่นของน้องชายที่กำลังสนทนากับสาวแน่นอนที่ปลายสาย  ก่อนจะบอกให้เกริกพลไปพบบิดามารดาที่ห้องทำงาน  ส่วนตัวเธอนั้นขอเดินเข้าห้องน้ำเพื่อชำระร่างกาย  ทันทีที่ร่างบอบบางก้าวเท้าออกจากห้องสี่เหลี่ยมขนาดเล็กในห้องนอน   เสียงเครื่องมือสื่อสารก็ดังเรียกเจ้าของจากกระเป๋าถือ  เกสราไม่รอช้ารีบเดินเข้าไปหาทันที  เมื่อรู้ว่าใครโทรมาหาถึงกับใจชื้น เสียงสนทนาโต้ตอบทางเครื่องสื่อสารไร้สายข้ามประเทศ  ทำให้ธีรธรรมสัมผัสได้ถึงความไม่ปกติในใจของคนรัก  ในที่สุดนักบินหนุ่มจึงถามสิ่งที่สงสัย

            “ เกสอย่าปิดพี่ธรรมเลยนะที่รัก  มีเรื่องอะไรไม่สบายใจก็บอกพี่ธรรมให้ได้รู้บ้าง ลืมแล้วเหรอว่าเราจะไม่มีความลับต่อกันไง ”

            “.....”

            “ เกสต้องมีเรื่องหนักใจแน่เลย  ใช่ไหม? บอกพี่ธรรมสิครับ ว่าเรื่องอะไร? ” ธีรธรรมรอฟังคำตอบจากอีกฝ่ายซึ่งนิ่งเงียบอย่างใจจดใจจ่อ  ชายหนุ่มได้ยินเพียงเสียงถอนหายใจครั้งแล้วครั้งเล่ากับคำพูดอ้ำอึ้ง ไม่เป็นประโยค  ก่อนกรอกเสียงหนักกับอีกฝ่าย  เกสราถึงกับต้องรีบตอบทันที

            “ เรื่อง....” ดอกเตอร์สาวจำต้องบอกความจริงกับนักบินคนรักพร้อมทั้งบอกกับอีกฝ่ายว่าไม่จำเป็นต้องทำตามที่บิดามารดาของเธอต้องก็ได้  เพราะเธอรู้สึกละอายและเกรงใจฝ่ายชาย  กัปตันหนุ่มได้ยินเรื่องที่คนรักไม่สบายใจแล้วถึงกับยิ้มกว้างพร้อมทั้งตอบกลับด้วยน้ำเสียงสดชื่น

            “ พี่ธรรมเต็มใจอย่างยิ่งที่จะทำตามที่คุณพ่อคุณแม่เกสแนะนำ  อีกอย่างเราก็คบกันจริง ๆ ตามข่าวนี่นา  ดีซะอีก  พวกหนุ่มไฮโซโลว์โซทั้งหลายจะได้ไม่ต้องมาเกาะแกะกับเกส คุยกับเกสเสร็จพี่ธรรมจะโทรไปบอกทางบ้านให้เตรียมงานหมั้นให้เรา ” เกสราถึงกับยิ้มกว้างเมื่อได้ยินเจ้าของหัวใจกล่าวเช่นนั้น ธีรธรรมยังกล่าวย้ำชัดถ้อยชัดคำกับเกสราว่า เขาทำด้วยความจริงใจและครอบครัวของเขาดีใจมากที่ได้เธอมาเป็นสะใภ้

            “ ขอบคุณมากนะคะพี่ธรรม  ได้ยินแบบนี้เกสก็สบายใจ ”

            “ เกสเลิกกังวลได้แล้วนะครับ  เรื่องงานหมั้นของเรา  ปล่อยให้เป็นธุระของพี่ธรรมกับคุณพ่อคุณแม่เกสเอง  พี่ธรรมบอกแล้วไงว่า จะแต่งงานกับเกสคนเดียวเท่านั้นในชีวิตนี้ ” เกสรายิ้มกว้างมากขึ้นเมื่อได้ยินธีรธรรมกล่าวเช่นนี้

            “ นอนได้แล้วครับเกส  ห้ามทำงานก่อนนะ แล้วเรื่องรกสมองทั้งหลายไม่ว่าจะเรื่องงาน เรื่องส่วนตัวก็ต้องเลิกคิดด้วย  อ้อ! อย่าลืมกินยาก่อนนอนด้วยล่ะ  อย่าลืมนะว่า  ร่างกายของเกสต้องการการพักผ่อนมาก ๆ ช่วงนี้ ”

            “ ค่ะพี่ธรรม  เกสจะนอนเดี๋ยวนี้ล่ะค่ะ  ไม่เชื่อโทรถามเกริกได้เลย ” เกสราหัวเราะเสียงใสให้ปลายสายได้ยิน  หลังวางสายจากคนรักที่อยู่แดนไกล  ผู้บริหารสาวรีบทำตามคำสั่งกัปตันธีรธรรมและล้มตัวลงนอนบนที่นอนหนานุ่ม ระหว่างหลับตาลง  เกสรานึกถึงชายคนไกลอันเป็นที่รักยิ่งผู้ซึ่งรับฟังปัญหาของเธอ  คอยดูแลยามเจ็บป่วย  คอยใส่ใจในสิ่งที่เรียกว่าสิ่งเล็กสิ่งน้อยมาโดยตลอด  ชายผู้ซึ่งอยู่ข้างกายในวันที่เธอไม่สบาย  ผู้ชายที่กล้าบอกเธอในสิ่งที่ทำไม่ถูก คอยเป็นห่วงเป็นใยเธอในวันนี้และอนาคต  ผู้ชายคนนี้คอยจูงมือเธอและอยู่เคียงข้างในวันที่เธอมีเขาแค่ในใจและคอยร่วมแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ให้โดยที่เธอไม่ได้ร้องขอ  ผู้ชายที่ทำให้เธอดีใจได้ถึงแม้ในวันที่แสนเศร้า 

            “ ขอบคุณมากนะคะพี่ธรรมที่เข้ามาทำให้ชีวิตเกสมีความหมายและคุณค่ามากขึ้น ” เกสรากล่าวขอบคุณคนรักระหว่างที่กำลังหลับตาพริ้ม  ส่วนธีรธรรมนั้นก็วุ่นอยู่กับการสนทนากับทางบ้านเรื่องจะขอหมั้นเกสรา  เอื้องฟ้าดีใจมากพอ ๆ กับคุณหญิงวีรญา  ซึ่งบอกกับหลานชายว่าจะดูแลเรื่องแหวนแต่งงานให้และรับปากหลานชายว่าจะไม่ให้น้อยหน้าเป็นอันขาด  ถือว่าครอบครัวอมรเลิศสกุลชัยกำลังจะมีข่าวดีถึงสองงานในระยะเวลาใกล้เคียงกันนี้

ส่วนทางด้านฝ่ายนางเอกละครหมายเลขหนึ่งก็ไม่ยอมน้อยหน้า  ปล่อยข่าวปริศนาออกมาป่วนสังคมอีกระลอก หลังจากที่ข่าวสังคมได้ประกาศข่าวการคบหากันระหว่างกัปตันไฮโซกับผู้บริหารอายุน้อยลูกสาวท่านรองนายกรัฐมนตรี จีจี้พร้อมด้วยผู้จัดการส่วนตัวกำลังคอยดูผลของข่าวว่า  งานนี้ใครจะรอด? ใครจะดับ?        

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 56 ครั้ง

295 ความคิดเห็น

  1. #128 noodao (@daonet) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2561 / 11:48

    พี่น้องที่คุยกันได้ทุกเรื่องจริงๆ

    #128
    0
  2. #89 satamsomtua (@satamsomtua) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 22 เมษายน 2561 / 20:42
    เอาแล้วๆเกส จะยอมให้พี่ธรรมจับกินแล้ว
    #89
    0
  3. #88 pimpim (@pimpimwall) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 22 เมษายน 2561 / 12:54
    รอติดตามต่อค่าาา
    #88
    0
  4. #87 dawbaba (@dawbaba) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 22 เมษายน 2561 / 12:09
    พี่ธรรมพร้อมไหม เกสพร้อมละนะ 55555
    #87
    0