ด้วยรัก...จากใจ (ลุ้นรัก Part 4)

ตอนที่ 18 : ตอนที่ 18

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,256
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 57 ครั้ง
    4 เม.ย. 63


ตอนที่ 18

 

             ธีรธรรมมาส่งสาวคนรักถึงหน้าประตูสำนักงานใหญ่ของสายการบินต้นสังกัด ก่อนจะออกไปทำธุระเรื่องงานและเรื่องส่วนตัว  เมื่อลงจากรถนักบินหนุ่มเจ้าของหัวใจช่วงเช้า  เกสราก็ยุ่งและวุ่นอยู่กับการประชุมที่เคร่งเครียดหลายเรื่อง ดีที่ได้อาหารเที่ยงและของว่างที่กัปตันคนรู้ใจเป็นคนจัดเตรียมให้มาทานระหว่างทำงาน  ทำให้ผู้บริหารอายุน้อยอิ่มท้องเกือบทั้งวัน หลังจากการประชุมเรื่องการซื้อเครื่องบินแอบัส 380 ได้เสร็จสิ้นลง  เกสรารู้สึกดีเป็นอย่างมากที่คณะผู้บริหารมีความเห็นสอดคล้องกับเธอ แต่ก็ยังมีเรื่องที่ทำให้ไม่สบายอกสบายใจให้ได้คิดหนักหลังจากเสร็จการประชุม  เมื่อร่างระหงเดินเข้าห้องทำงานส่วนตัวโดยมีเลขาหนุ่มเดินตามไม่ห่าง 

            “ คุณเกสจะดื่มกาแฟหรือชาดีครับ? ” ชวินถามเจ้านายสาวด้วยความอ่อนน้อมและเอาใจ

            “ เกสไม่ดื่มอะไรทั้งนั้นค่ะคุณชวิน  ขอบคุณมากนะคะ  ตอนนี้ขอเกสทำงานคนเดียวสักพักค่ะ ” ในเมื่อผู้บริหารสาวคนสวยเอ่ยปากบอกเช่นนี้  เลขาหนุ่มจึงจำเป็นต้องถอยทั้ง ๆ ที่อยากอยู่ใกล้ชิด  เพื่อที่จะได้ปล่อยข้อมูลเรื่องจีจี้ให้เกสราฟังบ้าง  แต่สถานการณ์ตอนนี้  เจ้านายสาวของเขามีสีหน้าเคร่งขรึมอย่างเห็นได้ชัด  ชวินจึงขอตัวออกไปทำงานของเขา  ก่อนกล่าวทิ้งท้าย

            “ คุณเกสมีอะไรก็เรียกพี่ชวินได้ทุกเวลานะครับ ” เลขาหนุ่มกล่าว   

            “ ขอบคุณมากค่ะ ” เกสรากล่าวจบ  มองร่างสูงเพรียวของชวินเดินออกจากห้องทำงานไปจนลับตา  ก่อนจะหันมาก้มหน้าลงอ่านเอกสารตรงหน้า  แต่ยิ่งอ่านกลับยิ่งไม่เข้าใจเนื้อหาอะไรเลยและไม่สามารถทำงานที่ค้างคาเอาไว้ต่อได้  อีกทั้งรู้สึกเริ่มปวดศีรษะมากยิ่งขึ้นจนต้องพึ่งยาแก้ปวดชนิดเฉียบพลันในกระเป๋าถือ  หลังจากที่เธอไม่ได้ใช้ยานี้ตั้งแต่ย้ายไปอยู่กับน้องชายชั่วคราว  ผู้บริหารสายการบินอายุน้อยลุกจากเก้าอี้ที่นั่ง  เดินไปยังริมกระจกสูงแผ่นหนา ทอดสายตามองออกไปยังพื้นที่สนามบินอันกว้างใหญ่  พยายามปลดปล่อยเรื่องหนักใจให้พ้นจากห้วงความคิด  แต่ก็ยากเหลือเกินที่จะสลัดออกไปจากสมองได้  พลอยทำให้เธอเครียดจนไม่เป็นอันทำการทำงาน  ส่วนทางด้านธีรธรรมได้พยายามติดต่อคนรักเพื่อถามไถ่กันระหว่างวัน  แต่เกสรากลับไม่ติดต่อกลับเขาเลยแม้แต่ข้อความก็ไม่มี  นักบินหนุ่มเข้าใจดีว่าคนรักคงยุ่งมาก  ได้แต่รอพบอีกฝ่ายหลังเลิกงานแล้ว  ซึ่งค่ำนี้จะมีการรวมตัวของพี่น้องพร้อมหน้าทุกคนที่บ้านอมรเลิศสกุลชัย  ซึ่งเกสราได้ตกลงกับรัตนาภรณ์ไว้ว่าจะเรียนเต้นด้วยเพื่อหาประสบการณ์ชีวิตใหม่ ๆ  

            “ คุณเกสราคะ  ท่านรองนายกทนงรอสายอยู่ค่ะ ” สิ้นเสียงเลขาสาวที่โทรเข้ามาแจ้งให้เจ้านายสาวได้รับรู้  เกสราถึงกับถอนหายใจแรง  เดินกลับไปที่โต๊ะทำงานราวกับคนไร้เรี่ยวแรงเพื่อสนทนากับบิดา

            “ สวัสดีค่ะคุณพ่อ ” ผู้บริหารสายการบินแห่งชาติกรอกเสียงเรียบ นิ่งผ่านเครื่องสื่อสารบนโต๊ะทำงานและรออีกฝ่ายตอบกลับด้วยหัวใจเต้นถี่

            “ ผลการประชุมเรื่องซื้อเครื่องบินแอบัส เอ 380 เป็นยังไงบ้างเกส? ” นายทนงถามเสียงตื่นเต้น  เกสราถอนหายใจก่อนตอบสิ่งที่ทำให้เธอพะวงอย่างหนักอยู่ตอนนี้

            “ คณะกรรมการแปดในสิบลงความเห็นว่า  สายการบินแห่งชาติไม่จำเป็นต้องซื้อเครื่องบินรุ่นนี้ค่ะคุณพ่อ  เพราะเมื่อคิดคำนวณค่าใช้จ่ายดี ๆ แล้ว  มีการขาดทุนต่อเที่ยวบินสูงมากและ... ” เกสราอธิบายถึงเหตุผลที่คณะกรรมการมีมติเป็นเอกฉันท์ว่าไม่ควรซื้อเครื่องบินรุ่นนี้เนื่องจากอะไรบ้าง ปัญหาต่าง ๆ ของเครื่องบินใหญ่รุ่นนี้ที่สายการบินใหญ่ ๆ ต้องการขายออก  ไหนจะค่าตกแต่งทั้งภายนอกและภายในเครื่องบิน  ค่าเทรนนักบินและช่างซ่อมแซมโดยเฉพาะและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ อีกจิปาถะ  แต่ดูเหมือนนายทนงจะไม่ยอมรับฟังเหตุผลที่กล่าวอ้างมาทั้งนั้น   นอกจากต้องการให้ลูกสาวใช้อำนาจซื้อโดยไม่สนใจเหตุผลอื่นประกอบ  ณ เวลานี้นายทนงกำโทรศัพท์ในมือแน่น  โกรธจัดจนตัวสั่น  ปากสั่นระริก  สบถถ้อยคำที่ไม่น่าฟังใส่ลูกสาวชนิดที่คนฟังได้แต่นั่งนิ่ง  หลับตา  พยายามควบคุมตัวเองให้สงบที่สุดต่อให้เสียใจช้ำใจเพียงใด  ก็ต้องทนฟังเสียงบิดาให้ได้  คำด่าทอต่อว่าของนายทนงแรงขึ้นจนภรรยาต้องรีบแย่งโทรศัพท์ในมือสามีมาพูดกับลูกสาวเสียเอง  เกสราปวดศีรษะมากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าที่โดนบิดามารดากล่าวหาว่าเธอเป็นลูกอกตัญญู  ไม่ยอมใช้อำนาจที่มีสั่งซื้อเครื่องบินตามคำบัญชาของนายทนง

            “ กลับไปคุยกันต่อที่บ้านเดี๋ยวนี้นะเกส! ” นางดวงรัตน์สั่งลูกสาวน้ำเสียงเฉียบขาด  ยังไงเรื่องนี้คงไม่ยอมจบง่าย ๆ เป็นแน่  

            “ เกสกลับตอนนี้ไม่ได้ค่ะคุณแม่  เพราะยังมีงานที่จะต้องทำอีกเยอะ  รอให้เลิกงานก่อนได้ไหมคะ  อีกไม่กี่ชั่วโมงเองค่ะ ” เกสราตอบกลับเสียงเรียบ  พยายามข่มความเจ็บปวดทางกาย ผู้เป็นมารดาแสดงอาการไม่ยอมขึงขัง  เกสราจำต้องยอมพ่ายแพ้ต่อคำสั่ง  ก่อนตอบกลับไปว่าจะกลับบ้านเดี๋ยวนี้  แล้วถึงจะกลับมาทำงานที่ค้างไว้ให้เสร็จไม่งั้นวันนี้เสียงานแน่  ระหว่างนั่งรถไปบ้านผู้ให้กำเนิด  เกสราได้ส่งข้อความไปบอกธีรธรรมเพื่อให้ยกเลิกการเรียนเต้นกับครูสอนเต้นชื่อดังของประเทศเพราะมีงานต้องทำมากมาย  แต่ไม่ได้บอกว่าเธอมีเรื่องเครียดแสนสาหัสที่ไม่สามารถบอกกับชายหนุ่มได้  อีกทั้งเกสราไม่รู้จะบอกชายคนรักอย่างไรดี  ไม่อยากให้ฝ่ายชายรู้ถึงเบื้องลึกหนาบางของบิดามารดาเธอด้วย หลังจากที่นักบินหนุ่มได้อ่านข้อความจากคนรัก  เขาสัมผัสได้ถึงความรู้สึกบางอย่างที่ไม่ค่อยจะดีนักจึงโทรไปหาเกสรา  แต่ฝ่ายหญิงกลับไม่ยอมรับโทรศัพท์เขาเลย  ได้แต่รอเวลาเจ้าของหัวใจเลิกงานอย่างใจจดใจจ่อ  

ทันทีที่บุตรีของนายทนงและนางดวงรัตน์เดินเข้าบ้าน  หญิงสาวตรงดิ่งขึ้นไปยังห้องทำงานของบิดามารดาตามคำบอกของสาวใช้  ทันทีที่ประตูห้องปิดลง  เกสราเดินไปนั่งลงที่เก้าอี้ประจำ ทำความเคารพผู้ให้กำเนิดก่อนจะนั่งมองหน้าพ่อแม่ที่กำลังจ้องมองมาที่เธอราวกับจะกินเลือดกินเนื้อด้วยความหิวโหย   

            “ เกสรา! ” นายทนงเดินตรงเข้าหาลูกสาวด้วยความโกรธแค้น  ดีที่ได้ภรรยารีบวิ่งเข้าไปห้ามไว้เสียก่อน 

            “ คุณคะ! ใจเย็น ๆ หน่อยสิ ”

            “ จะให้เย็นได้ยังไง! ก็ลูกเนรคุณนี่มันทำให้พ่อแม่เสียหน้ามาแล้วกี่ครั้ง?  แล้วครั้งนี้เนี่ยมันสำคัญกับเรามากแค่ไหน? คุณก็รู้ดีนี่นา! ” นายทนงกล่าวด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราด  ยากที่จะสงบอารมณ์ลงได้ เพราะเงินก้อนโตได้มลายหายสูญไปต่อหน้าต่อตา  และที่สำคัญเงินก้อนนี้จะช่วยเขาขยายอำนาจในพรรคได้มากทีเดียว

            “ เกสขอโทษอีกครั้งนะคะที่ทำให้คุณพ่อคุณแม่ผิดหวัง  แต่ทุกอย่างต้องเป็นไปตามมติของที่ประชุมค่ะ  อย่างที่เกสได้อธิบายไปหมดแล้วนั่นแหละค่ะ ” เกสราพยายามตอบอีกครั้ง  แต่ท่าทีของบิดามารดาไม่ยอมเข้าใจเธอบ้างเลยแม้แต่น้อย  มีแต่อารมณ์เกรี้ยวกราดที่แสดงให้เห็น

            “ ตามมติที่ประชุมงั้นเหรอ! อันที่จริงไม่จำเป็นต้องเอาเรื่องนี้เข้าที่ประชุมก็ได้ แค่เกสเซ็นเก๊กเดียวทุกอย่างก็เรียบร้อยแล้ว  เรื่องง่าย ๆ แค่นี้ยังตัดสินใจเองไม่ได้ อย่าเป็นผู้บริหารต่อไปเลยเกส! ” นายทนงกล่าวอย่างหัวเสีย  เกสราใจเต้นแรงเมื่อเห็นบิดามารดาโมโหแบบนี้และอาการนี้จะเกิดขึ้นเมื่อเธอทำอะไรไม่ได้ดั่งใจท่านทั้งสอง

            “ จริงอย่างที่คุณพ่อพูด  เกสไม่น่าเอาเรื่องนี้ไปถกเพื่อให้คณะกรรมการลงความเห็นเลย  ทำเงียบ ๆ ก็ได้  เกสเป็นถึงผู้บริหารสูงสุดมีอำนาจอยู่แล้ว ” นางดวงรัตน์ต่อว่าลูกสาวเสริมสามี

            “ เกสทำไม่ได้จริง ๆ ค่ะ  และมันเป็นไปไม่ได้ที่เกสจะเซ็นอนุมัติวงเงินก้อนโตโดยไม่ผ่านคณะกรรมการ  แล้วถ้าหากเกิดการตรวจสอบขึ้นมา  เกสต้องโดนไล่ออกนะคะคุณพ่อคุณแม่ ” เกสราพยายามแก้ต่างด้วยความเป็นจริง

            “ ตรวจสอบได้  แต่เกสไม่ผิด ” นายทนงกล่าวเสียงแข็ง

            “ ไม่ผิดยังไงคะคุณพ่อ? เรื่องใหญ่ขนาดนี้ไม่ผ่านการเห็นชอบของคณะกรรมการไม่ได้ค่ะ ถึงเกสจะเป็นผู้บริหารสูงสุด  แต่ก็มีคนอีกกลุ่มหนึ่งที่ควบคุมการทำงานของเกสอยู่นะคะ  แล้วอีกอย่างถ้าบริษัทการบินแห่งชาติซื้อเครื่องบินรุ่นนี้มาบิน  คุณพ่อก็รู้อยู่แล้วนี่คะว่าต้นทุนสูงมาก  แล้วบริษัทต้องซื้อเครื่องบินมือสองในราคาเครื่องบินใหม่  มันไม่สมควรนะคะ  ยิ่งบริษัทเอเจนซี่ที่คุณพ่อต้องการซื้อเครื่องจากเขา ความน่าเชื่อถือต่ำมากค่ะ ถ้าบริษัทการบินต้องการซื้อจริง  เกสติดต่อบริษัทผู้ผลิตเองโดยตรงไม่ดีกว่าเหรอคะ ดีกว่าเสียเงินให้ค่านายหน้าขายเครื่องบิน ” เกสรากล่าวโต้กลับบิดาด้วยความจริง

            “ นี่แกกล้าเถียงพ่อเหรอเกส! ” นายทนงตะคอกกลับ

            “ เกสไม่ได้เถียงค่ะ  แค่อธิบายให้ฟังอีกครั้ง ” ผู้บริหารสาวกล่าวอย่างใจเย็น

            “ แล้วเกสรู้ไหมว่าคุณพ่อต้องสูญเสียรายได้ไปเท่าไหร่ในการเป็นนายหน้า?  ทั้ง ๆ ที่เงินก้อนโตลอยมาหาตรงหน้าอยู่แล้ว  แต่เกสกลับทำให้เงินกองนั้นสูญ ” นางดวงรัตน์กล่าวเสียงแข็งกับลูกสาว  ทำให้เกสราคิดว่าเธอคือคนผิด ที่ไม่ยอมทำตามคำสั่งพ่อแม่

            “ เกสขอตอบในฐานะผู้รับผิดชอบบริษัทการบินนะคะว่า เกสไม่ได้ทำอะไรผิดต่อบริษัท  แต่ในฐานะลูกแล้วเกสผิดที่ไม่ยอมร่วมมือโกงกับคุณพ่อคุณแม่ ” สิ้นเสียงตอบกลับของเกสรา  คือวัตถุแข็งชนิดหนึ่งได้ลอยกระทบกลางศีรษะของผู้บริหารสายการบินแห่งชาติ  ตามด้วยแรงฝ่ามือหฤโหดของผู้เป็นบิดาที่เหวี่ยงลงใบหูของลูกสาวแสนสวยที่พูดแทงใจดำ  ก่อนปลายนิ้วทั้งสิบจะขยุ้มเส้นผมสวยของเกสรา  แรงดึง ทึ้งเส้นผมของบิดาสร้างความเจ็บปวดให้แก่หญิงสาวเป็นอย่างมาก  ดอกเตอร์สาวได้แต่นั่งให้บุรุษที่เธอเรียกว่าพ่อนั้นได้ระบายความโกรธ โมโหบ้าคลั่ง  อย่างต่อสู้มิได้

            “ หยุดเดี๋ยวนี้นะ! จะบ้าไปแล้วเหรอ เบามือหน่อยสิ! ” นางดวงรัตน์ร้องห้ามและดึงสามีให้ออกห่างจากลูกสาวจอมดื้อรั้นในสายตาพ่อแม่

            “ อย่าห้ามผมเลยคุณ! ต้องสั่งสอนกันหน่อย  ลูกสาวคุณน่ะมันจงใจทำให้เราเสียรายได้มหาศาล ทำแค่นี้มันน้อยไปด้วยซ้ำ ดูสิ! มันหัวแข็งจะตาย ” ท่านรองนายกรัฐมนตรียังเดินหน้าเข้าหาลูกสาว  เกสราได้แต่นั่งนิ่งซ่อนความตกใจและกลัวไว้ข้างใน  ปล่อยให้บิดาได้ตบศีรษะและดึงเส้นผมสลวยตามอารมณ์เกรี้ยวกราดอีกครั้ง จนกว่านางดวงรัตน์จะสยบความบ้าคลั่งของสามีลงได้  เกสราก็เจ็บช้ำไม่น้อย  แต่หญิงสาวกลับไม่มีน้ำตาแม้แต่หยดเดียว  ใครจะรู้ว่าชีวิตด้านสวยหรูของเกสรา  ก็มีชีวิตอีกด้านหนึ่งที่ข่มขืนซ่อนอยู่อย่างที่ไม่สามารถบอกใครได้ยกเว้นน้องชายเพียงคนเดียว

            “ คุณก็ใจเย็น ๆ หน่อยสิ  เอะอะไม่ได้ดั่งใจก็ใช้กำลังกับลูกเพื่อเป็นที่ระบาย ” นางดวงรัตน์กล่าวเสียงทรงพลังและอำนาจ  จนฝ่ายสามีนั่งหายใจหอบ  กำมือแน่น  พยายามสงบอารมณ์ร้อนลง  ส่วนเกสรานั้นนั่งมือเท้าโซฟาแน่น  ก้มหน้าลงมองพื้นด้วยความรู้สึกเจ็บปวดรวดร้าวในใจที่ต้องต่อสู้กับบิดามารดาด้วยความไม่เป็นธรรม เจ็บทั้งกายเจ็บทั้งใจ

            “ คุณเข้าข้างลูก! เกสถึงได้กำแหงกับพ่อไงล่ะ  คอยดูสิ! ต่อไปลูกสาวคุณก็จะเป็นเหมือนเจ้าเกริก ที่คิดทรยศต่อความหวังดีของพ่อกับแม่ ” นายทนงกล่าวเสียงแข็งไม่แพ้ภรรยา

            “ ถ้าคุณพ่อคุณแม่มีความคิดที่จะให้เกสลงเล่นการเมืองในอนาคตแล้วล่ะก็  กรุณาอย่าพยายามผลักให้เกสทำเรื่องไม่ดีเลยค่ะ  ถ้าหากเกิดการตรวจสอบขึ้นมา ชื่อเสียงเกสต้องเสียแน่  แล้วคิดดูสิคะว่า  เกสจะได้เป็นอย่างที่คุณพ่อคุณแม่ตั้งใจจะให้เป็นไหมคะ? ” เกสรากล่าวออกไปทั้ง ๆ ที่ไม่อยากจะพูด  ทำให้นายทนงถึงกับอารมณ์ปะทุขึ้นอีกครั้ง  เพราะคิดว่าลูกสาวได้กล่าวสั่งสอนคนเป็นพ่อ  แต่คราวนี้เกสรารอดพ้นจากการถูกทำร้ายร่างกาย  เพราะมารดาเป็นคนควบคุมสติบิดาไว้จนอยู่หมัด  การถกเถียงอย่างเอาเป็นเอาตายของพ่อแม่ลูก  ซึ่งเกสราไม่คาดคิดว่าจะบานปลายถึงเพียงนี้ 

            “ จะไปไหนก็ไปไปเกส  รอให้คุณแม่คิดได้ก่อนว่าเกสควรจะต้องทำยังไง? เพื่อเป็นการชดเชยความผิดหวังและเสียใจของคุณพ่อ  อย่าคิดว่าตัวเองเก่ง แล้วมาแสดงความยโสโอหังใส่พ่อกับแม่นะเกส  ที่นี่ประเทศไทยนะ! ” นางดวงรัตน์กล่าวน้ำเสียงขุ่นกับลูกสาว  เมื่อได้โอกาสออกจากห้องทำงานของบิดามารดา  เกสราแทบจะเป็นลมทั้งยืน  ก่อนจะตัดสินใจเดินขึ้นห้องนอนของเธอเพราะทนกับสภาพความเจ็บปวดทางกายไม่ไหว  หลอดแก้วสีชาขนาดเท่านิ้วก้อยได้ถูกล้วงออกมาใช้งานอีกครั้งเพื่อบรรเทาความปวดฉุกเฉิน  อีกครั้งที่ผู้บริหารสาวต้องนอนจมคราบน้ำตา  ยากที่ใครจะมาเข้าใจความรู้สึกของเธอ ณ เวลานี้ได้  เกสราตั้งคำถามกับตัวเองในขณะที่นอนฟุบหน้าลงกับหมอนและกำลังต่อสู้กับความเจ็บปวดที่กำลังโจมตีเธออยู่ขณะนี้  ไม่รู้เธอเกิดมาทำไม? เกิดมาเพื่อใคร? ความสุขที่แท้จริงคืออะไร? ความรักที่แท้จริงเป็นเช่นไร? แล้วชีวิตที่เหลือ  ใครจะช่วยเธอปลดโซ่เหล็กที่มัดชีวิตของเธอได้  ทำไมดูเหมือนเธอจะได้พบเจอกับความสุขของชีวิต  แต่ก็ต้องคอยผจญกับความทุกข์ในเวลาเดียวกัน  ดอกเตอร์สาวนอนฟังเสียงสั่นสะเทือนของโทรศัพท์มือถือและเสียงแจ้งเตือนของข้อความที่ถูกส่งเข้ามาอย่างถี่ยิบ  และคงไม่ใช่ใครอื่นที่พยายามติดต่อเธอมา  คงเป็นกัปตันรูปงามนั่นเอง  เมื่อความปวดรุนแรงเกินต้านทานได้  ปลายนิ้วเรียวสวยกดยาฉีดเข้าปากอีกครั้ง  หวังให้ออกฤทธิ์เร็วขึ้น  ก่อนจะซบหน้าลงนอนน้ำตาไหลหยดลงบนพื้นผ้าสีขาวที่หุ้มหมอนนุ่ม  ธีรธรรมมองเครื่องสื่อสารในมือด้วยสีหน้าเคร่งเครียด  ก่อนหันไปถามหนุ่มผมยาวที่มานอนค้างที่บ้านตั้งแต่เมื่อวาน 

            “ เกริกได้คุยกับเกสบ้างไหมวันนี้? ”                                                    

            “ คุยตอนพี่เกสโทรมาปลุกก่อนเที่ยงครับพี่ธรรม ” เกริกพลตอบพร้อมเสียงหัวเราะ  เมื่อคืนสนุกมากเลยเข้านอนซะเกือบเช้า  ธีรธรรมได้แต่ยิ้มอย่างเข้าใจ  ก่อนจะสนทนากันต่อ  ทันใดนั้นเสียงโทรศัพท์มือถือของเกริกพลก็ดังขึ้น  สีหน้าหนุ่มเซอร์เปลี่ยนเป็นเศร้าสลดทันที เมื่อได้คุยกับคนที่โทรเข้ามา ธีรธรรมยืนฟังการพูดคุยอย่างถือวิสาสะ  สีหน้าเคร่งเครียดตามเกริกพล  เมื่อเสียงที่ลอดมาตามสายคือคนรักของเขา

            “ พี่ธรรมพาเกริกไปบ้านพ่อกับแม่หน่อยครับ  เดี๋ยวนี้! ” หนุ่มผมยาวขอร้องคนข้างกายเสียงเข้ม ก่อนจะโทรหาคนขับรถของเกสรา  ให้ไปบอกแม่บ้านให้ขึ้นไปดูพี่สาวสุดที่รักของเขา  กัปตันหนุ่มพยายามทำใจให้นิ่ง  อยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเกสรา  ทำไมหนุ่มรุ่นน้องถึงได้แสดงอาการเครียดเกร็งได้ถึงขนาดนี้  แล้วเกสราไม่ได้ทำงานที่บริษัทหรือไร? ธีรธรรมสงสัย  ได้แต่เร่งความเร็วรถขึ้นเพื่อให้ได้ไปถึงจุดหมายปลายทางอย่างรวดเร็ว  เป็นห่วงเกสรามาก  ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับสาวคนรักของเขากันแน่

                               

             

 

             

 

            นายทนงและนางดวงรัตน์กำลังนั่งปรึกษาหารือกันอย่างคร่ำเครียดเกี่ยวกับเรื่องงานที่จะต้องสานต่อหลังจากชวดเงินกองโต  สามีภรรยาเจ้าของบ้านตกใจที่เห็นลูกชายคนเล็กเดินเข้าบ้านพร้อมกับธีรธรรม เกริกพลยกมือไหว้บิดามารดาก่อนจะบอกให้นักบินหนุ่มรูปงามนั่งคุยกับพ่อแม่ของเขา ระหว่างที่รอเขาขึ้นไปหาพี่สาว  ธีรธรรมสัมผัสได้ถึงความไม่สบายใจของบุคคลในบ้านหลังนี้ที่ดูแปลก ๆ  แต่ก็ไม่อยากทำตัวให้เป็นปัญหา  จึงนั่งลงสนทนากับผู้อาวุโสรอเกริกพลพาเกสราลงมาข้างล่างเพื่อที่จะได้กลับบ้านเขาพร้อมกัน  เสียงหัวเราะพูดคุยอย่างเป็นกันเองของบิดามารดาดอกเตอร์สาวช่วยลดภาวะความตึงเครียดให้กับกัปตันหนุ่มได้ระดับหนึ่ง  แต่พอเห็นหนุ่มผมยาวพาพี่สาวเดินลงมาจากบันไดมาถึงห้องรับแขก  ธีรธรรมสังเกตเห็นสีหน้าและแววตาของผู้ใหญ่ทั้งคู่เปลี่ยนไปทันตา  นักบินหนุ่มอยากเดินเข้าไปหาคนรักใจจะขาด  อยากถามว่าเป็นอะไร? ไม่สบายมากหรือเปล่า? แต่เสียงสตรีสูงวัยกลับแทรกขึ้น

            “ เกสไม่สบาย  เกริกจะพาพี่เขาไปไหนล่ะลูก ” นางดวงรัตน์ส่งเสียงหวานถามลูกชาย

            “ เกริกจะพาพี่เกสไปหาหมอครับคุณแม่ ” เกริกพลตอบเสียงดังฟังชัด  แววตาที่มองมารดานั้นไม่เป็นมิตรเอาซะเลย  กัปตันหนุ่มได้ที  รีบกล่าวขึ้นทันที

            “ ไปบ้านพี่ดีกว่าเกริก ดลอยู่ที่บ้านแล้ว  ดีเลย! จะได้ตรวจอาการให้เกสด้วย ” ธีรธรรมรีบบอกกับบิดามารดาของเกสราว่า  น้องชายของเขาเป็นแพทย์  ไม่ต้องห่วงเรื่องเจ็บป่วยของลูกสาว  นายทนงและนางดวงรัตน์พยักหน้ารับรู้พร้อมกัน  เอ่ยปากฝากดูแลลูกสาวจอมดื้อ  ที่โหมทำงานหนักจนร่างกายอ่อนเพลีย  

            “ แล้วจะกลับกันเลยใช่ไหม?  ธรรมพาเกสไปรอที่รถก่อนก็ได้ลูก ขอพ่อกับแม่ขอคุยกับเกริกสักหน่อย  นานทีลูกชายจะกลับบ้าน ” นางดวงรัตน์กล่าวเสียงอ่อนหวานต่อหน้ากัปตันหนุ่ม  ธีรธรรมไม่รอช้ารีบกล่าวลาและพาแฟนสาวซึ่งหน้าตาบวมปูดสภาพอิดโรยไปยังรถส่วนตัว   เพื่อสอบถามอาการต่าง ๆ เมื่อพ้นร่างลูกสาวและแฟนหนุ่มไปแล้ว  นายทนงและนางดวงรัตน์เปิดฉากสนทนากับบุตรชาย  แต่ด้วยความที่เกริกพลเป็นห่วงพี่สาวมากจึงย้อนถามบิดามารดากลับไปว่า  ได้ทำร้ายร่างกายเกสราหรือเปล่า? เป็นเหตุให้ผู้กำเนิดทั้งสองโมโหที่โดนถามแทงใจดำ  ก่อนจะต่อว่าเกริกพลว่าเป็นลูกชายไม่เอาถ่าน  หาอนาคตก็ไม่ได้  หนุ่มมาดเซอร์โต้ตอบกลับบิดามารดาด้วยคำพูดรุนแรงและแสบทรวงพอกัน  ด้วยฤทธิ์โทสะนายทนงได้พลั้งมือทำร้ายร่างกายลูกชายหัวดื้อที่ไม่ยอมรับฟังข้อเสนอจากบิดามารดา  เป็นเหตุให้นางดวงรัตน์ต้องเข้ามาห้ามศึกเอาไว้เสียก่อน  เพราะท่าทางลูกชายของเธอคงโกรธเคืองบิดาไม่แพ้กัน

            “ คุณพ่อคุณแม่ชอบระบายความโกรธรุนแรง ทุกครั้งที่เกริกกับพี่เกสทำอะไรไม่ได้สมหวังดั่งใจ เพื่อความสะใจ พอใจของตัวเองเป็นที่ตั้ง  แล้วคิดถึงหัวอกคนเป็นลูกบ้างไหมครับ  ว่าเจ็บไหม? ” เกริกพลกล่าวจบยกมือขึ้นเสยผม  ดวงตาคมเข้มจ้องมองบิดามารดาสลับกันไปมา  นายทนงเริ่มจะอารมณ์ฉุนเฉียวขึ้นอีกครั้ง  เพราะไม่ชอบการกล่าวโต้ตอบของหนุ่มผมยาว  ก่อนจะชี้หน้าบุตรชาย  พ่นเสียงด่าทอใส่อีกชุดใหญ่จนรู้สึกหายใจหอบ

            “ ไปเลยเจ้าเกริก! จะไปอยู่กับพี่แกที่ไหนก็ไปเลยไป! อย่ากลับมาให้ฉันเห็นหน้าแกอีกก็พอ  ไอ้ลูกไม่รักดี!...” เกริกพลฟังคำสั่งและคำด่าทอจากปากบิดาด้วยความไม่พอใจ

            “ รีบไปสิเกริก จะรอให้เจ็บตัวมากกว่านี้งั้นเหรอ? ” นางดวงรัตน์กล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นสะท้าน 

“ เกริกไม่กลัวเจ็บตัวหรอกครับ แต่เกริกกลัวคนประณามว่าเป็นลูกคนขี้โกงมากกว่า ” เกริกพลกล่าวยกมือไหว้บิดามารดา  ก่อนจะเดินออกจากห้องรับแขกสุดหรูของบ้านไปยังรถนักบินหนุ่มที่กำลังรออยู่  เมื่อพ้นร่างสูงของลูกชายไปแล้ว  สองสามีภรรยาหันหน้าเข้าหากัน  ต่างกล่าวโทษซึ่งกันและกันเพื่อหาคนผิดที่เลี้ยงดูลูกให้เป็นคนก้าวร้าว  ทั้งคู่ต่างยัดเยียดความบ้าอำนาจ เจ้าบงการให้แก่กัน  โดยไม่มีใครยอมรับผิดและที่ลูกลุกขึ้นมาต่อต้านพ่อแม่แบบนี้   ท้ายสุดนายทนงและนางดวงรัตน์กลับโยนให้เป็นความผิดของลูกไปซะอย่างงั้นที่ไม่ยอมรับความหวังดีที่พ่อแม่ได้ตระเตรียมไว้ให้

            เกริกพลนั่งเฝ้าพี่สาวไม่ห่างในห้องนอนส่วนตัวของธีรธรรม  ที่เมื่อคืนเกสราได้ใช้อาศัยหลับนอนตามคำขอของนักบินคนรัก  หลังจากที่สองหนุ่มได้พาเกสรามาที่บ้านอมรเลิศสกุลชัย   ดอกเตอร์สาวก็ถูกนายแพทย์กัปตันนฤดลจับตรวจอาการซะเดี๋ยวนั้น  โดยมีปานฤทัยเป็นผู้ช่วย นับเป็นความโชคดีของผู้บริหารสาวและน้องชายที่มีแหล่งพักพิงอันแสนอบอุ่นและปลอดภัยให้ได้อาศัยในยามร้อนใจ  ธีรธรรมมองหน้าเกสราที่ดูสดชื่นขึ้นเล็กน้อยในสายตาเขา  หลังได้รับการตรวจร่างกายอย่างละเอียดจากนายแพทย์ประจำครอบครัว  เกริกพลเองก็พลอยคลายความกังวลไปมาก  อย่างน้อยพี่สาวสุดที่รักของเขาก็ได้รับการดูแลเป็นอย่างดี  ส่วนนางดวงรัตน์ก็ได้โทรเข้ามาสอบถามอาการบุตรีจากนักบินหนุ่มเป็นระยะเช่นกัน

            “ พี่เกสต้องพักผ่อนเยอะ ๆ ตามคำแนะนำของพี่หมอดลนะ  อย่าคิดว่าตัวเองเก่ง  ครั้งนี้ถือว่าโชคดีที่ไม่ช็อกหมดสติไปซะก่อน  ได้เวลาดูแลตัวเองให้มากกว่าเดิมแล้วนะ  รู้ไหมว่าพี่ธรรมเป็นห่วงพี่เกสมากแค่ไหน? ” เกริกพลกล่าวกับพี่สาว  เบนสายตาไปมองหนุ่มที่นั่งโอบร่างคนป่วยแน่นราวกับอยากจะป่วยแทน

            “ ต่อไปนี้พี่ธรรมจะเข้มงวดเรื่องเวลากับสุขภาพของเกสให้มากขึ้น  จะมาทำงานหามรุ่งหามค่ำเหมือนเมื่อก่อนไม่ได้อีกแล้วนะ  ร่างกายเกสเริ่มประท้วงแล้วรู้ไหม?  ห้ามเถียงครับท่านผู้บริหาร!...ถ้าอยู่ที่ทำงานพี่ธรรมเป็นลูกน้องเกส จะสั่งให้ทำอะไรก็ได้  แต่ถ้าอยู่บ้านพี่ธรรมจะเป็นคนดูแลเกสเอง  แล้วเกสก็ต้องเชื่อฟังพี่ธรรม  ห้ามดื้อด้วย! ” ธีรธรรมกล่าวลงท้ายเสียงดุ  เกสราได้แต่นั่งฟังหน้าละห้อยแต่ลึก ๆ แล้วดีใจไม่น้อยที่มีคนห่วงใยเธอด้วยความจริงใจ  นักบินหนุ่มยังนั่งแจกแจงและอธิบายถึงผลเสียของการบ้าทำงานอย่างหนักหน่วงโดยไม่ดูแลสุขภาพร่างกายไปพร้อมของผู้บริหารสาวสวย  โดยมีเกริกพลเป็นผู้สนับสนุนอีกคน  ปานฤทัยซึ่งนั่งอยู่ที่ปลายเตียงอีกมุม  มองอากัปกิริยาของกัปตันธีรธรรมที่ปฏิบัติต่อแฟนสาวด้วยความประทับใจไม่คิดว่าผู้ชายคนนี้จะมีมุมที่น่ารักไม่แพ้พี่ชายน้องชายเลย นายแพทย์นักบินอีกคนยืนมือกอดอกมองผู้บริหารสาวคนเก่ง ก่อนปากถามอาการอีกครั้ง

            “ เกสยังปวดหัวอยู่ไหม? ”

            “ ปวดค่ะ  ตอนนี้เริ่มปวดที่รอบดวงตาด้วย ” ผู้บริหารสาวตอบ 

            “ พี่ดลขอดูยาแก้ปวดที่เกสใช้ประจำด้วยไหมครับ? ” นายแพทย์นฤดลกล่าว  เกสราหน้าซีดลงอย่างเห็นได้ชัด ก่อนจะหันไปมองน้องชาย  เกริกพลจึงจำต้องบอกความจริงกับพี่สาวเรื่องยาที่ใช้อยู่  เพราะเขาเองก็กังวลไม่น้อย  ในที่สุดเรื่องการใช้ยาแก้ปวดชนิดรุนแรงของเกสราก็ถูกเปิดเผย  นฤดลและปานฤทัยอ่านฉลากและส่วนประกอบของยาที่ติดอยู่ข้างขวดด้วยความสนใจเป็นอย่างมากและไม่อยากจะเชื่อว่าผู้บริหารคนเก่งท่านนี้ใช้ยาตัวนี้มานานแล้ว  จนถึงขั้นที่เรียกว่าเสพติดก็ว่าได้  หลังจากที่ได้สอบถามปริมาณการใช้จากเจ้าตัว พร้อมกับสอบถามแหล่งที่มาของยาจากเกสราอย่างละเอียด  ธีรธรรมเองก็ไม่อยากจะเชื่อแต่ก็เข้าเหตุผลในการใช้ของเกสรา  ในเมื่อรู้ความจริงแล้ว  นักบินหนุ่มจึงเอ่ยกับแฟนสาวน้ำเสียงจริงจังด้วยความรักและห่วงใย

            “ เกสต้องพยายามลดการใช้ยาตัวนี้ให้น้อยลงนะ? แล้วหันมารักษาสุขภาพด้วยวิธีธรรมชาติบำบัดแทน  พี่ธรรมจะช่วยเกสเองนะครับ ” ธีรธรรมยกมือขึ้นนวดศีรษะได้รูปของคนรักตามที่พี่เลี้ยงของบิดาเคยสอนเอาไว้เพื่อเป็นการช่วยผ่อนคลายให้สาวคนรัก  เกสราพยักหน้าพร้อมกับสูดลมหายใจเข้าปอดลึก  รู้สึกโล่งอย่างบอกไม่ถูก  นายแพทย์นฤดลออกตัวว่าจะช่วยอีกคน  ปานฤทัยถึงกับหัวเราะหึหึในลำคอนึกตลกผู้ชายบ้านนี้พอ ๆ กับหัวเราะตัวเองที่มีคนรักดูแลดี  นับเป็นโชควาสนาอันดีเยี่ยม  การสนทนาเรื่องเจ็บป่วยของเกสรายังดำเนินอยู่พักใหญ่  ก่อนเสียงผู้เชี่ยวชาญด้านเครื่องมือแพทย์จะดังขึ้น

            “ พรุ่งนี้เช้า  พี่เกสไปตรวจร่างกายด้วยเครื่องเอ็มอาร์ไอที่ออฟฟิศปานนะคะ ” สิ้นเสียงปานฤทัย  ชายหนุ่มทั้งสามคนส่งสายตาไปรวมกันที่เกสรา

            “ ถูกข่มขู่ด้วยสายตาแบบนี้  ไม่อยากไปตรวจ  คงต้องถูกคนอุ้มไปแน่ ๆ ” ผู้บริหารสาวกล่าวด้วยน้ำเสียงขบขัน  ชายตามองคนนวดหัวให้ด้วยรอยยิ้มที่มุมปาก  ธีรธรรมหยุดนวดหัวให้แฟนสาว  ก่อนเอ่ยปากออกไปว่า

            “ ดีมากเกส  จะได้ดูรอยปูดที่หัวเกสด้วยว่ามันคืออะไร? ” เกสราเม้มริมฝีปากเข้าหากัน  เธอรู้ดีว่ามันคืออะไร?  แต่ไม่สามารถบอกกับคนนอกครอบครัวได้  ส่วนนฤดลนั้นไม่รอช้า  รีบขอดูทันที  เกริกพลมองหน้าพี่สาวนิ่งแต่ไม่พูดอะไร  ถ้าหากคนเหล่านี้รู้ว่าพี่สาวถูกพ่อตัวเองทำร้ายมาคงน่าอายและขายหน้ามาก  การสนทนาได้สิ้นสุดลงเมื่อบุรินทร์  เอื้องฟ้าและคุณหญิงวีรญาได้เข้ามาสอบถามอาการดอกเตอร์สาวด้วยความเป็นห่วงเป็นใย  เมื่อรู้ว่าเกสราไม่เป็นอะไรมากผู้ใหญ่ก็หายห่วง  ก่อนจะบอกให้ทุกคนลงไปทานอาหารค่ำร่วมกัน

            “ ถ้าเกสไม่อยากลงไปก็ได้นะลูก  แม่ทำข้าวต้มทะเลไว้ให้น่ะ  ธรรมเอาขึ้นมาให้หนูเกสกินที่ห้องละกัน  จะได้กินยาแล้วนอนพักผ่อน ” เอื้องฟ้าบอกกับลูกชาย

            “ เกสลงไปข้างล่างดีกว่าค่ะแม่เอื้อง  แค่ปวดหัวไม่ได้ป่วยอะไรหนักมากค่ะ ” เกสราตอบมารดานักบินหนุ่ม  ส่วนคนอื่น ๆ เริ่มทยอยลงไปยังห้องอาหารประจำบ้านกันก่อน  เมื่อเหลือแค่ธีรธรรมและเกสราในห้องนอน  กัปตันกอดแฟนสาวแน่น  กดศีรษะของเกสราแนบชิดแผ่นอกหนา  ริมฝีปากบางของนักบินหนุ่มจรดลงที่หน้าผากมน  ไออุ่นของลมหายใจธีรธรรมที่เกสราได้สัมผัสผ่านพื้นผิวเนียนบางนั้นช่างทำให้เธอรู้สึกดีเหลือเกิน  หญิงสาวออกแรงกอดรัดชายหนุ่มแน่นขึ้น

            “ ไม่ว่าเกสจะต้องเผชิญกับอะไรก็ตาม  พี่ธรรมจะเป็นหลักให้เกสได้กอดแล้วก็จะกอดเกสไว้แน่น ๆ แบบนี้ตลอดไป ”

            “ ขอบคุณมากนะคะพี่ธรรม ” ถึงแม้จะไม่ได้รับความรักความอบอุ่นจากพ่อแม่แท้ ๆ แต่ก็ยังมีความรักจากผู้ชายคนนี้  คนที่เกสราได้มอบความรักและชีวิตให้ครอบครอง  และผู้ชายอย่างธีรธรรมคงจะไม่ทำให้เธอช้ำใจ  เสียใจเป็นอันขาด  เกสราเชื่อมั่นในความรักของเธอและธีรธรรมว่าจะต้องเป็นความรักที่มีแต่ความสุขและความสมหวัง  ดอกเตอร์สาวตั้งสัตย์กับตัวเองว่า  ถ้ามีลูกกับธีรธรรม  เธอจะไม่ทำร้ายลูกตัวเองดั่งเช่นที่ถูกบิดามารดากระทำต่อบุตรแน่นอน

 

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 57 ครั้ง

295 ความคิดเห็น

  1. #125 noodao (@daonet) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2561 / 11:03

    แซ่บอ่ะ พี่ธรรมของเกส .... ขอมาแบบนี้พี่ธรรมจัดให้

    #125
    0
  2. #80 pimpim (@pimpimwall) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 13 เมษายน 2561 / 21:10
    โห...พี่ธรรม...ไวยิ่งกว่าความเร็วแสง
    #80
    0
  3. #79 dawbaba (@dawbaba) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 12 เมษายน 2561 / 19:52
    เห้ย พี่ธรรรรมมม กินเกสแล้วฤา
    #79
    0
  4. #78 Poo7979 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 12 เมษายน 2561 / 12:51
    มาทั้งทีก็ลุกน่าดูพี่ธรรม กับ น้องเกส เรื่องนี้ขอแบบสนุกนะตัวเอง อยากได้บทสนุก

    สนานเฮฮาเยอะๆ บทเศร้าขอแบบเบานะตัว ขอบคุณที่เขียนให้อ่าน
    #78
    0
  5. #77 Poo7979 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 12 เมษายน 2561 / 12:50
    มาทั้งทีก็ลุกน่าดูพี่ธรรม กับ น้องเกส เรื่องนี้ขอแบบสนุกนะตัวเอง อยากได้บทสนุก

    สนานเฮฮาเยอะๆ บทเศร้าขอแบบเบานะตัว ขอบคุณที่เขียนให้อ่าน
    #77
    0
  6. #76 Poo7979 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 12 เมษายน 2561 / 12:50
    มาทั้งทีก็ลุกน่าดูพี่ธรรม กับ น้องเกส เรื่องนี้ขอแบบสนุกนะตัวเอง อยากได้บทสนุก

    สนานเฮฮาเยอะๆ บทเศร้าขอแบบเบานะตัว ขอบคุณที่เขียนให้อ่าน
    #76
    0
  7. #75 satamsomtua (@satamsomtua) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 12 เมษายน 2561 / 03:21
    อือหือพี่ธรรมน้องเกส คืนนี้จะได้นอนกันไหมน่ะ
    #75
    0
  8. #74 y_ying29 (@y_ying29) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 12 เมษายน 2561 / 00:59
    ยอมมมมม
    #74
    0
  9. #73 mintmon (@mint_mon) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 11 เมษายน 2561 / 23:34
    แงงงงงงงงง ค้างงงงงค่ะไรท์
    #73
    0