ไปต่างโลกด้วยความรู้เกษตร

ตอนที่ 12 : ขยะต้องถูกกำจัดทิ้ง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,550
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 81 ครั้ง
    27 พ.ย. 63

เวลาผ่านมาปีครึ่ง หลังจากที่ ฟู่เฉิน ได้กลับมาอยู่ที่เมืองเฟิงหวง ตอนนี้ไม่มีเหตุการณ์ใดๆ ที่ทำให้มันหนักใจ ไม่ว่าจะด้านธุรกิจโรงแรม ที่ถูกพัฒนาขึ้นโดยความคิดของมัน ร้านขายโอสถ ก็เป็นอีกธุรกิจที่ทำเงินให้กับตระกูลฟู่เป็นอย่างมาก เพราะมียาของมันที่ปรุงขึ้นระดับเต็ม 10 ตั้งแต่ยารักษา ยาเพิ่มพลังปราณ ยาบ่มเพาะ ที่สามารถเข้ากันกับทุกธาตุ ที่มันปรุงขึ้น เว้นแต่ยาพิษที่มันไม่ปรุงมาไว้ขาย

ทุกคนที่เกี่ยวข้องกับมันล้วนแต่มีพลังที่เพิ่มขึ้นอย่างน่าอัศจรรย์ ไม่เว้นแม่แต่ครอบครัวเซี๊ยะ ที่ได้รับความอนุเคราะห์จากมัน

ตอนนี้ฟู่ฉางเชิง มีระดับพลังอยู่ที่ระดับสวรรค์ขั้น 5 แม่ใหญ่ก็เช่นกันมีระดับพลังสวรรค์ขั้น 5

ส่วนพี่สาวทั้ง 3 คน พี่หญิงใหญ่อยู่ระดับสวรรค์ขั้น 3 นอกนั้นก็เรียงลำดับลงมา

ทหารยาม พวกเขามีพลังระดับนภาขึ้นไปทั้งนั้น คนใช้ในบ้าน หรือที่โรงแรม ร้านขายยาก็เช่นกัน ทุกคนล้วนมีพลังระดับนภากันทั้งนั้น นี่ถือว่า เป็นการปฏิวัตคนในตระกูลฟู่เลยก็ว่าได้ เพราะทุกคนต้องมีการบ่มเพาะ ถ้าหากขาดพลังประสิทธิภาพของงานก็จะต่ำด้วยเช่นกัน นอกจากนั้น การดูแลตัวเองก็จะต่ำไปด้วย

พ่อของเซี๊ยะหยูหลาน เซี๊ยะหม่ามีระดับพลังระดับสวรรค์ขั้น 2 แม่ของนางก็ไม่น้อยหน้า อยู่ขั้น 1 ส่วนนางนั้นมีระดับพลังสวรรค์ขั้น 4 น้องชายของนาง เซี๊ยะจ้าวจง อยู่ระดับนภาขั้น 6 เขามีอายุเพียงแค่ 12 ปีเท่านั้นเอง

ส่วนมันตอนนี้มีระดับพลังอยู่ที่ระดับราชันย์ขั้น 6 ถึงแม้มันจะทำในหลายๆ สิ่งจนแทบไม่มีเวลาฝึกฝน แต่พลังในระดับสูงขั้นราชันย์ ไม่ใช่ใครๆ ก็สามารถก้าวกระโดดได้เช่นมัน

ช่วงนี้พ่อของมันไม่ค่อยได้ทำงาน เขาจึงมีเวลาอยู่กับแม่ใหญ่และคนในครอบครัวเยอะขึ้น โดยเฉพาะพี่สาวทั้งสามของมัน เหมือนจะไม่อ้างว้างเหมือนแต่ก่อน เพราะในแต่ละวันพวกเขาจะสนธนากันเรื่องฝึกฝนซะส่วนใหญ่ ส่วนเรื่องธุรกิจ พนักงานที่ทำงานประจำก็สามารถไว้ใจได้ ทั้งความปลอดภัย และความซื่อสัตย์ จึงทำให้ทุกคนมีเวลาส่วนตัวเยอะกว่าปกติ...ซึ่งจะเป็นพี่หญิงใหญ่เป็นคนที่ไปสั่งงานในแต่ละวัน แต่ก็เป็นเฉพาะที่โรงแรม ส่วนร้ายขายยาจะเป็น ฟู่เฉินเป็นคนดูแล ถ้ามันไม่อยู่ คนที่ไปแทนจะเป็นแม่ใหญ่ไปดูแล

นอกจากการสอนเรื่องฝึกฝนเรื่องการบ่มเพาะแล้ว ฟู่เฉิน ยังสอนทุกคนให้สามารถปรุงยาได้...เมื่อมันไม่อยู่พ่อของมันจะเป็นคนดูแลเรื่องการสอนปรุงยาแทน พวกเขาจึงมีการฝึกฝนอยู่สม่ำเสมอ

"ฟู่เฉิน พรุ่งนี้เจ้าจะไปเมืองหลวงเหรอ ทำไมเร็วจัง" พี่หญิงใหญ่ของมันใจหาย เมื่อได้ยินข่าวว่า มันจะไปเมืองหลวง เพื่อสืบข่าวเรื่องพ่อแม่ที่แท้จริงของมัน

"หือ...ยี่เหริน เจ้าพูดแบบนี้ เจ้าอยากตามน้องชายไปด้วยรึ...คงไม่ได้หรอก เพราะกิจการโรงแรมต้องอาศัยเจ้าดูแล ถ้าเจ้าไปมีหวังข้าต้องเหนื่อยแน่ๆ " แม่ของนางมองค้อนไปหานาง เพราะนางรู้ดีว่า พี่สาวคนนี้ห่วงน้องชายเอามากๆ

"แหะๆ พี่หญิงใหญ่ ข้าไปคนเดียวดีแล้วล่ะ มันจะได้สะดวกเวลาไปกลับ เอาเป็นว่า ข้าไปถึงที่โน่นข้าจะเปิดมิติ มารับพวกท่านไปเที่ยว ท่านไม่ต้องเป็นห่วงหรอก แต่ที่ข้าต้องไปคนเดียวก่อน เพราะข้าไม่รู้สถานที่ มันจึงยากที่จะกำหนดทิศทาง ท่านคงเข้าใจนะ" เมื่อได้ฟังพวกนางก็เข้าใจทันที เพราะ ฟู่เฉิน สามารถเปิดมิติไปที่ไหนก็ได้ ขอแต่สถานที่นั่นเขาเคยไปมาก่อนนั่นเอง

เช้าวันใหม่ ฟู่เฉิน ออกเดินทางแต่เช้า เขาไม่ได้อำลาอะไรใครให้เป็นที่สนใจมากนัก เขาบอกแต่แม่ใหญ่ พี่สาวทั้งสามและหยูหลานเท่านั้น ว่าเขาจะเดินทางในตอนเช้า พอถึงตอนเช้า ทุกคนก็ไม่เห็นเขาแล้ว เพราะความเร็วในการเหาะบนอากาศของเขาเร็วมาก เทียบได้กับมังกรเต็มวัยเลยก็ว่าได้

"เด็กน้อย ถ้าเจ้าเดินทางแบบนี้มันก็เสียของหมดสิ เจ้าต้องเดินเท้าไปตามเมืองต่างๆ ผจญโลกนี้อย่างท้าทาย มันถึงจะสนุก "เสียงมังกรดังขึ้น ซึ่งมันก็คิดว่า เป็นสิ่งที่ดี มันลืมไปว่า มันต้องการประสบการณ์ในโลกนี้ให้มาก มันจึงต้องเดินทางไปเมืองหลวงนั่นเอง

พอใกล้ถึงเมือง มันก็ร่อนลงก่อน จากนั้นมันก็เดินเท้าไป "น้องชาย เจ้ามาจากเมืองไหนรึ " ทหารยามรักษาประตูได้กล่าวถามมัน

"โอ้ววว...พี่ชาย ข้ามาจากเมืองเฟิงหวง จะไปเมืองหลวง แต่คงไม่ทันแล้วล่ะ ไม่ทราบว่า เมืองชินหัว มีที่พักแรมบ้างหรือเปล่า ขอรับ" มันไม่ได้ทำท่าทางเย่อหยิ่งจองหอง แต่กลับพูดจาเป็นกันเองกับเหล่าทหารยาม

"เมืองชินหัวของเรา ขึ้นชื่อเป็นเมืองหน้าด่าน ก่อนจะมุ่งหน้าสู่เมืองหลวง มันก็แน่นอนอยู่แล้วล่ะ น้องชายที่เจ้าจะพักที่นี่ " ทหารยามตอบกลับด้วยความสบายๆ

"ฮ่าๆ เป็นอย่างนั้นเอง เอานี่พี่ชาย ถือว่า เป็นสินน้ำใจ ที่ท่านให้ข้อมูลแก่ข้า" มันยื่นเงินให้อีกฝ่ายจำนวน 1 เหรียนทอง ซึ่งมันมากกว่าเงินเดือนที่มันได้ทั้งเดือนเลยก็ว่าได้

"แหะๆ...น้องชาย เจ้าอย่าได้ใจดีกับใครๆ นะโดยเฉพาะเรื่องเงินๆ ทองๆ มันอันตรายรู้ไหม นี่ถือว่า กันเอง ข้าแนะนำเจ้าอย่าได้ไปที่ หอนางโลม หรือบ่อนการพนัน ไม่งั้นได้มีเรื่องแน่ๆ เชื่อข้า" ทหารยาม ทำหน้าที่ที่ดีทันทีหลังจากได้หนึ่งทองมา มันจัดแจงทุกอย่างให้ฟู่เฉินอย่างไม่อิดออดเลย

"เห้อ...มันก็เป็นแบบนี้กันทุกที่ ไม่ว่าจะโลกไหนๆ ล่ะนะ..."ฟู่เฉิน ยิ้มและถอนหายใจ จากนั้นมันก็เดินเข้าสู่เมืองชินหัวทันที

"เห้ย...พวกสวะ หลีกทางซิว๊ะ" เสียงดังมาแต่ไกล มันเป็นรถม้า น่าจะเป็นคนใหญ่คนโต คนที่หลบไม่ทันก็โดนแส้คนขับตีเอา บางรายก็ถูกรถม้าวิ่งชน ทำให้มีคนบาดเจ็บจำนวนมาก

"แก...หลีกทางไป อยากตายรึไงว๊ะ " มันร้องตะโกนเสียงดัง เมื่อรถม้ามาใกล้ ฟู่เฉิน แต่มันก็ไม่หยุดรถ กะวิ่งชน และมันก็ฟาดแส้นำหน้า แต่ผิดคาด ฟู่เฉิน จับแส้มันได้ เขาถีบไปที่ม้าจนมันล้มกลางถนนทั้งสองตัว และรถม้าก็เทกระจาดคนในรถ ไปคนละทิศละทาง

"ใต้เท้าาาา " เสียงทหารคุ้มกันที่วิ่งมาตามหลัังร้องเสียงดัง

"แกๆ กล้ามากที่ทำกับท่านผู้ตรวจการ แกต้องตายสถานเดียว" หัวหน้าองครักษ์ มันแหกปากร้องกลางถนน มีคนต่างมุงดูมากมาย

"โอ๊ะ...ผู้ตรวจการรึ โทษทีๆ ข้านึกว่า ขยะที่ไหนมาขี่ม้าทั้งชนคน และทำร้ายประชาชนไปทั่ว ถ้าเรื่องนี้ถึงหูองค์จักรพรรดิ์ ข้าว่า ตระกูลของผู้ตรวจการน่าจะถูกตัดหัวทั้งโคตรแน่เลย...มีอย่างที่ไหนเป็นถึงผู้ตรวจการ แต่เอาอำนาจที่องคจักรพรรดิ์ให้มา  นำไปเที่ยวทำร้ายคนไปทั่ว อือ...น่าคิด" เสียงของ ฟู่เฉิน ดังก้องไปทั่วเมืองชินหัว ทุกคนต่างออกมาดู

"สารเลว...เจ้ากล้ามากที่มาใส่ร้ายข้า ข้าเป็นถึงผู้ตรวจการ และว่าที่ราชบุตรเขย เจ้ากล้ารึ" ชายหนุ่มลุกขึ้นได้ มันก็ร้องด่ามันทันที

"โอ้ววว…ท่านเป็นถึงว่าที่ราชบุตรเขยเชียวรึ...แหมๆ แบบนี้ท่านยิ่งเลวระยำกว่าสุนักเสียอีก  มีอย่างที่ไหนเป็นถึงราชตระกูล  แต่กลับทำตัวต่ำทราม  ดูถูกประชาชนของตน ถ้าไม่มีประชาชน  ไหนเลยจะเป็นอาณาจักรได้" ฟู่เฉิน มันไม่รอช้า มันหายตัวไปทันที จากนั้นก็ปรากฏตัวตรงหน้าชายหนุ่ม เขาเตะไปที่เป้าน้องชายของมันเบาๆ แต่เบาๆ ของเขามันไม่ธรรมดา เพราะนั่นมันจุดอ่อนไหว จนทำให้ว่าที่ราชบุตรเขยต้องตัวงอเป็นกุ้งเผาทันที เหล่าทหารองครักษ์ได้แต่อ้าปากค้าง เพราะคนธรรมดาที่ไหนจะหายตัวไป จนพวกมันมองตามไม่ทัน

ผลสรุป คือ ฟู่เฉิน จับว่าที่ราชบุตรเขยแขวนไว้ที่ประตูเมือง พร้อมทั้งทหารองครักษ์ของเขา นอกจากนั้นเขายังเขียนข้อความติดไว้ ใครกล้าเอาขยะที่ทำร้ายประชาชนลง มันผู้นั้นก็ย่อมเป็นขยะเช่นกัน ดังนั้น ขยะต้องถูกกำจัดทิ้ง...

ข่าวเรื่องว่าที่ราชบุตรเขยถูกแขวนไว้ที่ประตูเมืองชินหัวแพร่สะพัดไปถึงเมืองหลวงไม่ถึงสองวัน องค์จักรพรรดิ์ได้รับทราบ เขาโกรธมาก แต่ไม่ได้โกรธเพราะว่าที่ราชบุตรถูกแขวน แต่โกรธเพราะมันเอาอำนาจที่พระองค์มอบให้ ไปทำร้ายประชาชน ตามข่าวไม่ใช่เฉพาะที่เมืองชินหัวที่ประชาชนถูกทำร้าย จากความบ้าอำนาจของมัน

คนที่โกรธมาก คือ ตระกูลลั่ว ผู้นำคนปัจจุบัน ลั่วหว่านเชียง ส่วนคนที่ถูกจับแขวน ชื่อ ลั่วซานเหอ ลูกชายของผู้นำตระกูลนั่นเอง แถม ลั่วชิงชาง ปู่ของมันเป็นถึงราชครู

ส่วนพ่อของ ฟู่เฉิน มีนามว่า ลั่วซาน  แม่ของมันมีนามว่า ไป๋หยูชิง  ทั้งสองถูกขังไว้ที่คุกประจำตระกูลลั่ว ฐานไม่ฟังคำสั่งปู่ของมัน ที่ไปรับหญิงอื่นมาเป็นภรรยา เพราะเป้าหมายของปู่ของมัน คือ ให้เป็นราชบุตรเขย แต่พ่อของมันมีหญิงคนรักอยู่แล้ว และวันที่นางคลอดบุตร ตระกูลลั่วก็บุกไปที่บ้านของแม่มัน จากนั้นก็ทำการฆ่าล้างตระกูลไป๋ คนที่ยังมีชีวิต คือ แม่ของมันที่พ่อของมันเอาชีวิตตนเองเป็นเดิมพัน ถ้าตระกูลลั่วคิดจะฆ่านาง ก็จงฆ่ามันให้ตายไปด้วย ปู่ของมันไม่มีทางเลือก เขาจึงได้สั่งขังทั้งสองตั้งแต่นั้นมา จนตอนนี้ทั้งสองก็ยังถูกขังอยู่เลย

"องครักษ์หลิว...เจ้าไปสืบข่าวมาให้แน่ชัดว่าเรื่องมันเป็นมายังไง ส่วนคนที่ทำเช่นนั้น ข้าคิดว่า เขาคงไม่ใช่คนธรรมดาแน่ เขาถึงกับกล้าลงมือกับคนที่ข้าแต่งตั้งให้ไปทำหน้าที่ และส่งคนไปจับตาดูตระกูลลั่วด้วยว่า พวกนั้นมีปฏิกิริยายังไง ไปได้" องครักษ์หลิว หลิวอี้ตง เป็นคนที่มีฝีมืออยู่ระดับจักรพรรดิ์ พอได้รับคำสั่งเขาก็หายตัวไปจากห้องจักรพรรดิ์ทันที

ฝ่าย ฟู่เฉิน ไม่รู้ด้วยซ้ำว่า คนที่มันจับแขวนประตูเมืองเป็นคนตระกูลของมัน และมันก็ยังไม่ทราบว่า ใครเป็นใครด้วย

ฟู่เฉิน พักอยู่ที่โรงเตี๊ยมของเมืองชินหัวหนึ่งคืน ตอนเช้าเขาก็ออกเดินทางต่อ เขาไม่สนด้วยซ้ำว่า พวกที่ถูกแขวนจะเป็นเช่นไร

"โฮ่ะๆ เด็กน้อย เจ้าไม่กลัวรึ ที่ทำให้ผู้มีอำนาจโกรธ ต่อไปเจ้าอาจอยู่ไม่เป็นสุขก็ได้นะ " เสียงมังกรหัวเราะพอใจ กับสิ่งที่มันทำ

"ไม่หรอกท่านมังกร ตามที่ข้าได้ยิน เจ้าคนที่ถูกข้าแขวนไว้มันมาจากตระกูลลั่ว และการที่ข้าลงโทษมันๆ ก็สมควรแล้ว การใช้อำนาจของตระกูลมาข่มเหงรังแกคนอื่น มันเป็นนิสัยของคนอ่อนแอ สิ้นคิด ถ้าประชาชนไม่ชอบ มีรึตระกูลจะอยู่ได้นาน" มังกรหลงต้าฟังแล้วนึกว่า มันไม่สนใจว่า คนผู้นั้นเป็นใคร ที่แท้มันกลับได้ยินและรับรู้ข่าวสารรวดเร็วแบบนี้ได้ ถือว่าใช้ได้พอสมควร

ระหว่างทางที่จะไปเมืองมังกร ฟู่เฉิน จำเป็นต้องผ่านป่าและเทือกเขาสูง ซึ่งเป็นถิ่นอาศัยของเหล่าสัตว์อสูรน้อยใหญ่ เหล่านักผจญภัย สำนักเรียนต่างๆ ก็ต่างส่งศิษย์ของตนเข้าไปยังป่าแห่งนั้น เพื่อฝึกฝน บางครั้งพวกเขาต้องปะทะกับมนุษย์ด้วยกันเอง แต่พวกเขาก็ถือว่า คุ้มค่าที่จะเสี่ยง เพราะป่าอสูรแห่งนี้ เป็นแหล่งทรัพยากรที่มีค่า ทั้งสมุนไพร สัตว์อสูรระดับสูง รวมไปถึงแร่ที่มีราคาแพง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 81 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

18 ความคิดเห็น

  1. #18 อัมพร? (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2563 / 11:33

    ไม่อัพนิยายต่อแล้วหรือคะ

    #18
    0
  2. #16 คนอ่าน (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2563 / 19:26

    เรื่องสนุกมากค่ะ ขัดใจที่ท่านใช้สรรพนาม”มัน” กับคน น่าจะใช้ “เขา” แทนนะคะ ขอบคุณค่ะ

    #16
    0
  3. #15 Nidmitsu789 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2563 / 21:34

    รีบสืบเรื่องราวด่วน จะได้ช่วยพ่อกับแม่ออกมาก่อนที่จะสิ้นชีวิตน่ะ

    #15
    0
  4. #13 Cros1995 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2563 / 15:05

    กำลังมันส์เลยคับ

    มาต่อเร็วๆน้าาาาาาาา

    #13
    0
  5. #12 พริก (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2563 / 13:51

    น่าสนุกอะ

    #12
    0