คัดลอกลิงก์เเล้ว

ยอดวิวรวม

1,423

ยอดวิวเดือนนี้

7

ยอดวิวรวม


1,423

ความคิดเห็น


11

คนติดตาม


43
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  17 เม.ย. 59 / 13:09 น.
[YUZHOU] CRAZY WEDDING | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
สวี่เว่ยโจว...เรามาแต่งงานที่นี่กันเถอะ!
.
.
.
.
.
.
.
.

เนื้อเรื่อง อัปเดต 17 เม.ย. 59 / 13:09




ONE SHOT : CRAZY WEDDING


PAIRING : HUANG JINGYU x XU WEIZHOU


RATE : PG


สวี่เว่ยโจว...ถึงเมืองไทยแล้วเรามาแต่งงานกันเถอะ!’


คำพูดของใครบางคนทำให้สวี่เว่ยโจวต้องมานั่งหน้าแดงอยู่ในห้องพัก ถึงแม้ว่าผู้จัดการจะบอกกับเขาว่าพักผ่อนได้ตามสบาย  แต่ทว่าเขากลับข่มตานอนไม่หลับจริง ๆ


คำพูดนั้นทั้งเอาแต่ใจทั้งเห็นแก่ตัว  ไม่ยอมฟังความเห็นของเขาบ้างเลย  คิดแล้วสวี่เว่ยโจวก็ได้แต่หัวเราะเบา ๆ คิดไปอีกว่าแต่คำพูดทั้งหมดนั้นมันก็สมกับที่ออกมาจากปากของหวงจิ่งหยูดีเหมือนกัน...


...แต่ว่าเราจะแต่งงานกันได้ยังไงล่ะ...


...หวงจิ่งหยูคนโง่...


คนคิดมากคว่ำหน้าลงกับเตียงแล้วโขกศีรษะกับหมอนสองสามที  คนพูดเองยังไม่เห็นจะคิดอะไรเลย  แล้วทำไมเขาต้องมาคิดมากด้วย ไม่เห็นยุติธรรมเลย!


พลันความคิดทั้งหมดต้องสะดุดลงเมื่อได้ยินเสียงเคาะประตูห้องจากข้างนอก นักแสดงหนุ่มขมวดคิ้วเล็กน้อย ตอนนี้ก็ไม่ใช่เวลาที่ควรจะมีใครมาหาเขาแล้วเสียด้วย


...ก็มันดึกแล้วนี่นะ...


เสียงเคาะประตูยังดังอยู่ต่อเนื่องจนสวี่เว่ยโจวนึกรำคาญ สุดท้ายแล้วเขาก็ต้องลุกจากเตียงไปเปิดประตูจนได้ เดิมทีตั้งใจจะต่อว่าให้สมกับที่มารบกวนเวลาพักผ่อนของเขา แต่เมื่อใบหน้าของคนที่มาเคาะประตูเปิดเผย เขาก็กลืนคำด่าทั้งหมดไปทันที


“หะ...หวงจิ่งหยู”


เจ้าของชื่อยิ้มเผล่ ก่อนจะคว้าข้อมือของสวี่เว่ยโจวออกจากห้องพัก “ไปกันเถอะ”


“หา? เดี๋ยวสิ...นี่เราจะไปไหนกัน???” สวี่เว่ยโจวงงเป็นไก่ตาแตก พยายามจะสะบัดข้อมือตัวเองออกจากการเกาะกุมแต่กลับไม่เป็นผล เขายังคงถูกหวงจิ่งหยูลากถูไปตามใจอยู่ดี


“ไม่มีเวลาถามแล้ว เว่ยโจว” ร่างสูงพึมพำ “เรามีเวลาแค่คืนนี้เท่านั้นนะ”


“แล้วอย่างนั้นนายบอกฉันไม่ได้เหรอว่าเราจะไปไหนกัน” สวี่เว่ยโจวเอ่ยถามอีก น้ำเสียงเง้างอดทำเอาคนที่จับข้อมือบางอยู่เผลอยิ้มออกมา


“เดี๋ยวนายก็รู้เอง” สวี่เว่ยโจวส่งเสียงเหอะในลำคอเมื่อได้ยินคำตอบที่ไม่น่าพอใจเท่าไรนัก


“...ฉันเกลียดนิสัยส่วนนี้ของนายจริง ๆ”


หวงจิ่งหยูทำหูทวนลม ลากคนที่ตัวเล็กกว่ามาหยุดอยู่หน้าโรงแรมแล้วหันหน้ามาสบตากับสวี่เว่ยโจวเนิ่นนาน  มองใบหน้าที่เจ้าตัวเฝ้าคิดถึง ซึมซับความรู้สึกในตอนนี้ให้นานที่สุด


“สวี่เว่ยโจว...”


“อะ...อะไร” ใบหน้าติดหวานขึ้นสีแดงเรื่อ ร่างสูงเอื้อมมือไปปัดผมอีกฝ่ายเบา ๆ แล้วพูดขึ้นอีก


“เรามาแต่งงานกันเถอะ...”















 

แสงไฟข้างทางส่องสว่าง  เสียงเพลงคลอจากร้านรวงและผู้ชายสองคนเดินทอดน่องอยู่บนฟุตบาท ไม่บ่อยนักที่พวกเขาจะได้มีโอกาสทำแบบนี้ร่วมกัน เมื่อเริ่มมีชื่อเสียงก็ต้องระวังตัวเป็นพิเศษ


...มันก็นานมาแล้วที่ได้ออกมาเดินเล่นด้วยกันแบบนี้...


สวี่เว่ยโจวหันซ้ายหันขวาอย่างตื่นเต้น  บางครั้งก็เผลอหยุดเดินจนสุดท้ายหวงจิ่งหยูต้องเอื้อมมือไปจับมือเขาไว้ คนเป็นน้องมองตามงง ๆ ก่อนจะเอ่ยถาม


“นี่...ถามจริง ๆ เถอะ ที่พูดน่ะ หมายความว่ายังไง”


“พูดอะไร” อีกคนยังทำหน้าตาย จนสวี่เว่ยโจวชักจะหมั่นไส้


“อย่างน้อยนายก็ตอบฉันมาสักคำถามเถอะ” สวี่เว่ยโจวพูดอย่างปลงตก สุดท้ายแล้วเขาก็ถูกคนเป็นพี่ลากไปลากมาอยู่วันยังค่ำ


 ทั้งคู่ไปหยุดอยู่ที่ร้านอาหารเล็ก ๆ ข้างทางร้านหนึ่ง สวี่เว่ยโจวมองหน้าหล่อเหลาของอีกฝ่ายอย่างประหลาดใจ แล้วก็ต้องประหลาดใจหนักเข้าไปอีกเมื่อจู่ ๆ คนตัวสูงก็ลากแขนเขาเข้าไปในร้านซะอย่างนั้น


“หวงจิ่งหยู! คนตัวเล็กกว่าดุเบา ๆ แต่กลับไม่สามารถห้ามอีกฝ่ายได้เลย


หวงจิ่งหยูลากสวี่เว่ยโจวให้ก้าวมานั่งด้วยกัน  เขาหันไปสั่งเบียร์และอะไรอีกนิดหน่อยก่อนจะหันหน้ามายิ้มกว้างจนเห็นเขี้ยวทั้งสองข้างจนชวนให้คนมองหมั่นไส้จนต้องตีแขนแน่น ๆ ไปสองที


“ยิ้มหาพ่อนายสิ! นี่มันงานแต่งงานประเภทไหนกัน!


หวงจิ่งหยูหัวเราะอย่างอารมณ์ดีแล้วพูดเสียงพร่า “นายอยากแต่งงานกับฉันขนาดนั้นเลยเหรอ โจวโจว”


คนที่ถูกกระเซ้าว่าอยากแต่งงานสะดุ้งโหยง  “พ่อนายสิ!


“เอาน่า ๆ รู้ไหม...ฉันชอบฉากนี้มากเลย” หวงจิ่งหยูกำลังพูดถึงฉากที่ทั้งคู่ดื่มเหล้าจนเมาที่ข้างถนน เบียร์หนึ่งขวดถูกวางลงบนโต๊ะ ร่างสูงรินเบียร์ลงบนแก้วแล้วพูดอีก “โจวโจว...ครั้งแรกที่ฉันเห็นนาย ฉันไม่คิดเลยว่าฉันจะรักนายได้มากขนาดนี้...นายเห็นถึงความรักของฉันบ้างรึเปล่า”


สวี่เว่ยโจวนิ่ง....


และดูเหมือนว่าสติสตังของเขาก็จะหลุดไปพร้อมกับคำพูดเมื่อครู่เรียบร้อยแล้ว ใบหน้าหล่อเหลาติดหวานขึ้นสีแดงระเรื่อ ในหัวมีแต่คำพูดของอีกฝ่ายดังวนเวียนอยู่ในหัวซ้ำไปซ้ำมา


...ไม่บ่อยนักที่เขาสองคนจะได้มาเจอกัน...


...และยิ่งไม่บ่อยที่จะได้ฟังคำพูดแบบนี้จากปากของหวงจิ่งหยู...


“นายพูดอะไรออกมารู้ตัวบ้างไหมวะ” สวี่เว่ยโจวบ่นเบา ๆ กำลังจะยกแก้วเบียร์ขึ้นดื่มแก้เก้อแต่กลับถูกมือหนาขวางไว้ก่อน “อะไรอีกล่ะ”


“ดื่มไม่ได้” หวงจิ่งหยูพูด คราวนี้ในดวงตาคมดูจริงจังขึ้นไปอีก “อ่า...ให้ตายสิโจวโจว นี่มันเหล้ามงคลนะ นายจะดื่มสุ่มสี่สุ่มห้าได้ยังไง”


สวี่เว่ยโจวเหลือกตามอง เหล้ามงคลบ้านพ่อมันสิ! งานแต่งงานที่ไหนเขาหาเหล้ามงคลได้ตามข้างถนนแบบนี้บ้าง แล้วนี่มันใช่เหล้าเสียที่ไหน...นี่มันเบียร์ชัด ๆ !!!


...จะมาไม้ไหนอีกล่ะหวงจิ่งหยู...


...ฉันตามไม่ทันแล้วนะ!


“งั้นไหนนายลองบอกฉันสิ ว่าฉันต้องทำยังไงบ้าง” หวงจิ่งหยูหัวเราะกับคำพูดนั้น เขาพยักพเยิดให้อีกคนหยิบยกแก้วเบียร์ขึ้นมา พออิดออดยกช้าหน่อยก็ถูกมองดุ ๆ


“เร็วสิเว่ยโจว นี่มันเป็นพิธีศักดิ์สิทธิ์นะ”


“ครับ ๆ” สวี่เว่ยโจวนึกขำ ยอมยกแก้วเบียร์ขึ้นตามที่อีกคนชี้นำ คนเป็นพี่ยิ้มน้อย ๆ แล้วยกแก้วเบียร์ตัวเองขึ้นมาถือบ้าง ร่างสูงโน้มหน้าเข้าไปใกล้ ลมหายใจร้อน ๆ ของกันและกันทำเอาสวี่เว่ยโจวทำตัวไม่ถูก แต่กลับถูกสายตาของหวงจิ่งหยูตรึงเอาไว้ไม่ให้ขยับไปไหน


...สายตาแบบที่เขาเคยพูดว่าอยากเห็น...


...สายตาที่กู้ไห่ใช้มองไป๋ลั่วอิน...


...ไม่อยากจะเชื่อว่าสุดท้ายแล้วเขาก็ได้รับมัน...


“สวี่เว่ยโจว” ชื่อเต็มยศจากอีกฝ่ายทำเอาเจ้าของชื่อหน้าร้อนเห่อ สายตาที่หวงจิ่งหยูมองมายิ่งทำให้ใจของเขาเต้นระรัวยิ่งกว่ากลองในจังหวะเพลงร็อกไหน ๆ “ที่ฉันบอกว่าฉันรักนาย ฉันไม่ได้พูดในฐานะที่นายเป็นไป๋ลั่วอิน รู้ตัวไหม ฉันรักนายเพราะนายคือสวี่เว่ยโจว ฉันดูแลนายได้ตลอดชีวิตถ้านายต้องการ ฉันจะเป็นที่พึ่งให้นาย...ฉันจะรักนายเท่าที่ชีวิตนี้ฉันจะรักได้”


นักแสดงหนุ่มนั่งฟังเงียบ ๆ บันทึกทุกถ้อยคำของคนอายุมากกว่าให้ประทับแนบแน่นในใจของเขา สายตาที่บอกทุกความรู้สึกทำเอาเขาน้ำตารื้น แล้วน้ำเสียงทุ้มพร่าก็ค่อย ๆ พูดขึ้นทีละคำ


“...นายจะให้ฉันรักนายรึเปล่า”


...ในดินแดนที่ไม่มีใครรู้จักเรา...


...ในดินแดนที่อิสรเสรี...


...เราจะได้รักกัน...


คำพูดของหวงจิ่งหยูดังขึ้นในห้วงความคิด เขารู้ดีว่าอีกคนรอคอยเวลานี้มานานมากแค่ไหน พอ ๆ กับที่รู้ตัวว่าเขาเองก็รักคนตรงหน้ามากแค่ไหน


“อืม...”


“อืมคืออะไร ตอบฉันหน่อยสิ โจวโจว” เขี้ยวเสน่ห์ถูกเผยให้เห็นเพราะคนพูดยิ้มกว้างเสียยิ่งกว่าอะไร แต่ถึงกระนั้นก็ยังไม่วายแกล้งน้องอยู่ดี


“นายนี่นะ!” สวี่เว่ยโจวขึ้นเสียงดังแก้เก้อ “ฉันยอมทำอะไรบ้า ๆ กับนายมาขนาดนี้แล้วยังจะถามอะไรอีก...”


หวงจิ่งหยูยิ้มร่า และยิ่งยิ้มกว้างขึ้นไปอีกเมื่อได้ยินประโยคต่อมาของน้อง


“...ฉันรักนายจนรักคนอื่นไม่ได้แล้ว หวงจิ่งหยู...”


“ดื่ม” แก้วเบียร์สองแก้วชนกระทบกันเบา ๆ


ทั้งที่เป็นแค่เบียร์ยี่ห้อไทยธรรมดา ๆ เท่านั้นแต่สวี่เว่ยโจวกลับรู้สึกได้ว่ามันหวานอร่อยกว่าเบียร์ยี่ห้อไหนที่เขาเคยดื่ม รวมทั้งความลึกซึ้งที่ทำให้เขามองแก้วเบียร์ในมือไม่ได้เป็นแค่เบียร์ธรรมดา...


...บางทีเขาก็เริ่มรู้สึกว่ามันคือเหล้ามงคลอย่างที่หวงจิ่งหยูพูดแล้ว...


เขาเพิ่งดื่มเบียร์หมดไปแค่แก้วเดียวเท่านั้น แต่ทันทีที่วางแก้วเบียร์ลง ก็ถูกคนตรงหน้าฉุดให้ลุกขึ้นอีกรอบ


“หา? เดี๋ยวสิจิ่งหยู...จะไปไหนอีก???”


 ร่างสูงวางเงินจำนวนหนึ่งลงกับโต๊ะ ก่อนจะรีบดึงคนตัวเล็กกว่าให้เดินออกไปด้วยกัน สวี่เว่ยโจวยังคงงงงวยอยู่ไม่หาย เขานึกว่าพิธีแต่งงานอะไรนั่นจะจบลงตั้งแต่ดื่มเหล้ามงคลเสร็จแล้วแท้ ๆ


...นี่แต่งงานยังต้องไปทำอะไรต่ออีกเหรอ...


“ตามมาเถอะน่า”


“หวงจิ่งหยู ฉันชักกลัวนายขึ้นไปทุกวันแล้วนะ”


ได้แต่ถอนหายใจหนัก ๆ ใส่คนตัวสูงกว่าแต่กลับถูกอีกฝ่ายหัวเราะใส่หน้าซะอย่างนั้น “เรายังทำพิธีไม่เสร็จเลยนะ โจวโจว”


“แต่ฉันง่วงแล้ว!


“เจ้าสาวจะง่วงได้ยังไงล่ะ แล้วนายจะให้ฉันแต่งกับใคร” หวงจิ่งหยูพูดอย่างอารมณ์ดี ทำเอาสวี่เว่ยโจวได้แต่ครางเบา ๆ เป็นเชิงยอมแพ้


“โจวโจว!


เสียงเรียกพร้อมด้วยรอยยิ้มเจิดจ้าของอีกฝ่ายทำให้สวี่เว่ยโจวเผลอยิ้มตามออกมา แสงไฟจากข้างทางยิ่งขับให้รอยยิ้มบนใบหน้าหล่อเหลาดูอ่อนโยนขึ้นอีกเป็นกอง


“นายพร้อมจะมาแต่งงานกับฉันรึยัง  โจวโจว”














 

ทั้งคู่เดินมาถึงโบสถ์เล็ก ๆ ที่แอบอยู่ท่ามกลางตึกใหญ่ ชายหนุ่มสองคนมองหน้ากันเล็กน้อย แล้วก็เป็นสวี่เว่ยโจวที่พูดขึ้นมาก่อน


“นี่โบสถ์มันไม่ปิดแล้วรึยังไง”


“ไม่หรอกน่า” หวงจิ่งหยูตอบแล้วผลักประตูโบสถ์เบา ๆ ความอลังการภายในโบสถ์ทำให้พวกเขาตื่นตาตื่นใจกันอย่างมาก หวงจิ่งหยูลากคนตัวเล็กกว่าให้ก้าวเข้ามายืนหน้าสุดของโบสถ์ เขาจับมือคนอายุน้อยกว่าแน่นก่อนจะค่อย ๆ คุกเข่าลงกับพื้น สายตาคราวนี้ไม่มีแววล้อเล่นเหมือนตลอดระยะทางที่มาถึงที่นี่


“จิ่งหยู...” สวี่เว่ยโจวเรียกชื่ออีกฝ่ายเบา ๆ ไม่อยากจะเชื่อว่าคน ๆ นี้จะกล้าทำถึงขนาดนี้


“โจวโจว...” คนอายุมากกว่าเอ่ยตาม  ริมฝีปากบางจรดลงบนนิ้วเรียวยาวของสวี่เว่ยโจว มองซ้ายมองขวาอยู่ครู่หนึ่งสุดท้ายก็ต้องถอดสร้อยข้อมือของตัวเองออกมาวางบนฝ่ามือของอีกฝ่าย


“เรามาแต่งงานกันเถอะ...”


“ รู้แล้ว...นายบอกฉันมาหลายทีแล้วนะ” สวี่เว่ยโจวพูดขำ ๆ มองดูสร้อยข้อมือสีเงินในมือตนเองแล้วก็เอ่ยกระเซ้าอีกฝ่ายเสียงเบา “นายนี่มันโคตรแย่เลยว่ะ ขนาดแหวนสักวงยังไม่มีเลย”


“ไว้งานแต่งของเราจริง ๆ ฉันจะหามาให้เท่าที่นายต้องการเลย” คนที่คุกเข่าอยู่เงยหน้าตอบทันควัน ก่อนจะหันมาเร่งรัดเอาคำตอบจากสวี่เว่ยโจว “ว่าไงล่ะ นายจะแต่งงานกับฉันรึเปล่า”


“แล้วที่ร้านเมื่อกี้ล่ะ”


“ไม่นับสิ ตอนนี้เราอยู่ในโบสถ์กันนะ”


สวี่เว่ยโจวถอนหายใจกับความเอาแต่ใจของคนที่โตแต่ตัว “แต่ฉันมีลูกให้นายไม่ได้นะ”


“ใครสนล่ะ”


หวงจิ่งหยูยืนเต็มความสูงแล้วเอ่ย  สายตาหวานซึ้งที่จงใจส่งให้อีกฝ่ายยังคงไม่เบือนหนีไปไหน ให้สายตาได้จดจำแค่เพียงภาพของสวี่เว่ยโจวแต่เพียงคนเดียว


“โจวโจว...”


“มีอะไร...”


ร่างทั้งร่างถูกรวบเข้าไปกอดโดยไม่ทันตั้งตัว หวงจิ่งหยูวางคางตนเองลงกับไหล่ของคนตัวเล็กกว่า น้ำเสียงทุ้มพร่าดังขึ้นอีกหน กระแสความอ่อนโยนในน้ำเสียงทำเอาคนฟังน้ำตาคลอ


“นายก็คือลูกของฉัน...ชีวิตฉันในชาตินี้เกิดมาเพื่อรักนายคนเดียวก็พอแล้ว”


“นาย...ไปจำกู้ไห่มาได้ยังไง” เสียงสั่นเครือของคนในอ้อมแขนทำให้หวงจิ่งหยูต้องปล่อยมือออกแล้วหันไปเช็ดน้ำตาให้อีกฝ่ายแทน


“ตอนนี้ฉันยังไม่มีแหวนแต่งงาน ไม่มีไฟร้อยกว่าดวงมาขอนายแต่งงานเหมือนอย่างกู้ไห่...แต่โจวโจวอา  นายแต่งงานกับฉันเถอะนะ เรามาแต่งงานที่นี่กันเถอะ”


“แต่...แต่ที่นี่ไม่มีบาทหลวง”


“ฉันจะเป็นบาทหลวงให้เอง” หวงจิ่งหยูขันอาสา เขาจูงมืออีกคนให้หันหน้าไปทางพระเยซูคริสต์แล้วเริ่มทำพิธีทั้งที่คนน้องยังมองด้วยสายตาสงสัย


“สวี่เว่ยโจว” ร่างสูงหันหน้ามายิ้มให้คนข้างตัว “คุณจะรับหวงจิ่งหยูเป็นสามีของคุณไหม คุณสัญญาว่าจะซื่อสัตย์ต่อเขา ทั้งในยามสุขและยามเศร้า ในยามไข้และสบายดี จะรักและให้เกียรติเขาชั่วชีวิตของคุณหรือไม่”


มือหนาบีบกระชับแน่นขึ้น สวี่เว่ยโจวที่ตอนนี้กลั้นน้ำตาไม่อยู่แล้วได้แต่พูดไม่ออก ทำได้แค่พยักหน้ารับเท่านั้น


“ตอบฉันหน่อยสิ โจวโจว...” น้ำเสียงอบอุ่นดังเร่งรัด สุดท้ายแล้วเขาก็ต้องกลืนก้อนสะอื้นลงไปแล้วเอ่ยตอบเบา ๆ


I do.


“นายถามฉันบ้างสิ นายรับฉันเป็นเจ้าบ่าวแค่ฝ่ายเดียวไม่ได้นะ” หวงจิ่งหยูพูดติดตลก อีกฝ่ายปาดน้ำตาออกลวก ๆ แล้วเอ่ยถามบ้าง


“หวงจิ่งหยู...คุณจะรับสวี่เว่ยโจวเป็น...” พิธีสะดุดกึกเมื่อสวี่เว่ยโจวนึกขึ้นได้ เป็นเพราะหวงจิ่งหยูแทนตัวเองเป็นสามีไปแล้ว...มันหมายความว่าเขาเป็น ภรรยารึไง?


“ภรรยา” หวงจิ่งหยูเอ่ยขึ้นทันควัน แล้วทันทีที่พูดจบก็ถูกภรรยาที่ว่าทุบหลังเข้าเต็มเปา


“ทำไมนายได้เป็นสามีแต่ฉันได้เป็นภรรยาล่ะ!


“ก็เพราะว่าฉันเป็นสามีนายไง เอาน่าที่รัก...เป็นภรรยาฉันก็ไม่ได้เสียหายสักหน่อย ใคร ๆ ก็อยากเป็นภรรยาฉันทั้งนั้น แล้วนายก็ตกลงจะแต่งงานกับฉันแล้วด้วย” หวงจิ่งหยูเอ่ยขู่


...และสุดท้ายแล้วเขาก็ต้องตามใจไอ้คนเอาแต่ใจคนนี้อยู่ดี...


“ก็ได้...นาย เอ่อ คุณจะรับสวี่เว่ยโจวเป็น...ภรรยาหรือไม่” พูดจบก็หูเหอแดงไปหมด ยิ่งหันไปเจอสายตาแพรวพราวของอีกคนยิ่งร้อนเข้าไปใหญ่ “....คุณสัญญาว่าจะซื่อสัตย์ต่อเขา ทั้งในยามสุขและยามเศร้า ในยามไข้และสบายดี จะรักและให้เกียรติเขาชั่วชีวิตของคุณหรือไม่”


“ผมสัญญา”


พูดจบ ร่างสูงก็หันมารั้งคอน้องให้รับจูบจากเขา ลิ้นร้อนลากไล้ไปทั่วริมฝีปากของอีกคนราวกับกลัวว่าความหอมหวานตรงหน้าจะหายไปทันทีที่เขาปล่อยตัวสวี่เว่ยโจวไป ริมฝีปากร้อนผละออกแล้วโน้มลงมากอบเกี่ยวความหวานครั้งแล้วครั้งเล่าจนนับไม่ถ้วน


 “โจวโจว...” เสียงพร่าดังขึ้นข้างหู  เสียงหอบลมหายใจดังอยู่ไม่ไกล “เราแต่งงานกันแล้วนะ”


“อือ...”


“ฉันสัญญานะ ว่าจะรักนายตลอดไป...รักนายเท่าที่ชีวิตนี้ของฉันจะรักได้” สวี่เว่ยโจวคลี่ยิ้มออกมาทั้ง ๆ ที่น้ำตายังคลออยู่  ความรู้สึกตีตื้นขึ้นมาจนพูดไม่ออกแม้แต่คำเดียว


“ฉันจะรักนายให้มากกว่าที่กู้ไห่รักไป๋ลั่วอิน....”


หมดสิ้นซึ่งคำพูดอะไรอีก...


เมื่อใบหน้าของสวี่เว่ยโจวเคลื่อนไปประทับริมฝีปากของอีกคนแผ่วเบา เสียงหัวเราะสดใสดังก้องไปทั่วทั้งโบสถ์ ชั่วเวลานั้นที่หวงจิ่งหยูลืมผู้คนบนโลกไปเสียสนิท  เห็นแค่ภาพรอยยิ้มของชายที่ตนรักเท่านั้น


...ภาพงานแต่งงานที่มีเพียงเขาสองคน...


...เขาจะจดจำภาพนี้เอาไว้...


....ไม่ว่าจะเกิดหรือตายอีกกี่ชาติ...


...เขาก็จะจำภาพงานแต่งงานครั้งนี้ได้ขึ้นใจ...


[END]

 

พูดคุย ::: สวัสดีค่ะ...แบร์เองนะคะ เดิมทีแบร์คิดว่าแบร์จะลงฟิคเรื่องนี้หลังจากที่ทั้งคู่กลับไปแล้วคือวันพรุ่งนี้...แต่อะไรหลาย ๆ อย่างที่มันถาโถมเข้ามาจนทำให้สุดท้ายแบร์ก็ต้องตัดสินใจลงฟิคเรื่องนี้ในวันนี้ และต้องเป็นเวลานี้ด้วย

ในช่วงเวลาที่แบร์ยังรู้สึกอยู่...

ได้โปรดอย่าเรียกหวงจิ่งหยูว่าคนทรยศเลยนะคะ แบร์เองก็เป็นคนหนึ่งที่กล้าพูดได้ว่าแบร์ไม่เข้าใจอะไรเลย ไม่สิ...แบร์ไม่อยากเข้าใจมากกว่า แบร์คิดแค่ว่าเฮโรอีน แอดดิทมันมีแค่ไป๋ลั่วอินกับกู้ไห่ มีแค่สวี่เว่ยโจวกับหวงจิ่งหยู

...แต่แบร์คิดง่ายเกินไป...

หวงจิ่งหยูไม่ได้ทรยศหรอกค่ะ ในฐานะของคนที่ชื่นชอบทั้งสองคนแล้วแบร์ทำใจไม่ได้ที่มีคนเรียกเขาแบบนั้น เขามีเหตุผลของเขา เหตุผลที่ยิ่งใหญ่พอที่จะให้เขาเลือกทางนั้น แต่แบร์แค่ยังไม่พร้อมจะเข้าใจ...

แบร์คิดแค่ว่าเขาคือกู้ไห่ของแบร์ กู้ไห่ของเจ๊ไข่ แต่นับต่อจากนี้ไป เขาจะเป็นหวงจิ่งหยู และอาจจะไม่ใช่กู้ไห่ของใครอีกแล้ว...แบร์ยังไม่พร้อมจะยอมรับเลย 

ขอโทษนะคะ...ทั้งที่ฟิคหวานขนาดนี้แต่แบร์กลับคุยซะดราม่า แต่ความรู้สึกตอนนี้แบร์รู้สึกแบบนี้จริงๆ

แบร์รู้สึกว่าเขาจะไม่ใช่กู้ไห่ของแบร์แล้ว...และแบร์ก็ไม่รู้ว่าใครจะเป็นกู้ไห่ได้ดีขนาดนี้อีกแล้ว...

ขอโทษจริงๆ นะคะ ขอโทษจริงๆ ถ้าหากท่านใดได้อ่านทอล์คอันนี้ได้โปรดทิ้งความรู้สึกของท่านไว้ในบทความนี้ อย่าพกออกไปด้วยเด็ดขาดเลยนะคะ ด้วยความหวังดี.

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ พระพายพัด/พัฐพาย จากทั้งหมด 9 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

11 ความคิดเห็น

  1. #11 Wait
    วันที่ 29 มีนาคม 2562 / 21:06

    สัญญาแห่งผืนทะเล จะรอต่อไป ถึงบางทีจะสุขบางทีจะทุกข์แค่ก็ตาม รอจริงๆรอไห้ถึงวันนั้น

    #11
    0
  2. #10 Wait
    วันที่ 29 มีนาคม 2562 / 21:03

    ร้องไห้หนักมาก

    #10
    0
  3. #9 Wait
    วันที่ 26 มีนาคม 2562 / 18:45

    และถ้าในอนาคตเขาอาจไม่ได้กลับมาร่วมงานกันอีกหรือต่างคนต่างมีแฟน ผมจะพยามยอมรับและจะทำไห้ได้. รอมาตลอดเพื่อเขาสองคน


    #9
    0
  4. #8 Wait
    วันที่ 26 มีนาคม 2562 / 18:42

    ผมเชื่อคับว่าป๋าไม่ได้ทิ้งน้องป๋ายังติดต่อกับน้องอยู่

    #8
    0
  5. #7 ShipYZ
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2559 / 10:42
    ได้แต่ยิ้มทั้งน้ำตาเลยค่ะ

    เค้าสองคนจะเป็นไป๋ลั่วอินกับกู้ไห่ของเราแบบนี้ไปเรื่อยๆ

    คนเรามีสิทธิ์เลือกทางเดินของตัวเองค่ะอย่าไปโทษเค้าเลย

    รักทั้งคู่อยากให้ทั้งคู่มีอนาคตที่ดี 😭😘

    ขอบคุณสำหรับฟิคนะคะ
    #7
    0
  6. #6 hanuSE (@mominamijung) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 28 เมษายน 2559 / 00:43
    ชอบทอคอะเจ็บปวดและสวยงาม
    #6
    0
  7. #5 5415711027
    วันที่ 18 เมษายน 2559 / 19:24
    ค.รู้สึกตอนนี่ ทุกตัวอักษรทำให้เรา

    ยิ้มทั้งน้ำตา

    #5
    0
  8. #4 Jiจิ'biบิ. (@luvshose) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 18 เมษายน 2559 / 11:30
    ฮือออออ มีทเมื่อวานมันเจ็บมากๆ ชีวิตจริงนี่ยิ่งกว่าในหนัง แต่ก็โกรธใครไม่ลงจริงๆค่ะ อย่างน้อยเบื้องหลังเค้าก็คงได้คุยกันบ้าง. แม้เราจะไม่เห็นก็ตาม ?_?
    #4
    0
  9. #3 D.Pearlz (@danita_pearl) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 18 เมษายน 2559 / 11:28
    ความทรวจำของเราจะมีกู้ไห่กับไป๋ลั่วอินที่สวยงามอยู่เสมอค่ะ ขอบคุณนะคะ :)
    #3
    0
  10. #2 PCY_ (@25012544) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 18 เมษายน 2559 / 10:48
    พี่คะ.. น้ำตาแตกค่ะ ชอบมาก น่ารักมาก อยากให้เป็นจริงมาก.. ????????????????????????
    #2
    0
  11. #1 ผู้ก้าวขึ้นเรือแม้จะจมน้ำตาก็ไม่เป็นไรขอแค่พอ
    วันที่ 18 เมษายน 2559 / 01:29
    ขอบคุณนะคะที่แต่งเรื่องสั้นนี้ขึ้นมา มันช่วยให้เราฟินไปต่อได้ถึงแม้จะมีดราม่าโถมเข้ามาใส่ ขอบคุณจริงๆค่ะ ถ้าแต่งมาอีกก็จะตามอ่านค่ะ ขอบคุณจริงๆนะคะ
    #1
    0