คัดลอกลิงก์เเล้ว

[FengWen] REPLACE

หลินเฟิงซงรักสวี่เว่ยโจว...เหมือนโหยวฉีรักไป๋ลั่วอิน แล้วทำไมโหยวฉีถึงไม่มองหยางเหมิ่งคนนี้บ้าง.

ยอดวิวรวม

972

ยอดวิวเดือนนี้

5

ยอดวิวรวม


972

ความคิดเห็น


8

คนติดตาม


34
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  26 มี.ค. 59 / 23:34 น.
นิยาย [FengWen] REPLACE [FengWen] REPLACE | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
REPLACE



'ได้โปรดให้ฉันแทนที่เขา'




'ฉันหลงรักนายจริง ๆ'



'ดวงตาคู่นั้นฉันอยากจะให้นายมีไว้มองแค่ฉันเพียงคนเดียว'

----------------------------------------------------

อ่านเถอะ...อยากให้อ่าน 555555555555555555555555

เพราะความติ่งไม่เข้าใครออกใคร อ่านกันเถอะค่ะ <3




เนื้อเรื่อง อัปเดต 26 มี.ค. 59 / 23:34


 

ONE SHOT : REPLACE


PAIRING : LIN FENGSONG x CHEN WEN


RATE : PG-15


“ฉันว่าฉันชอบเว่ยโจวว่ะ”


“ฉันไม่ได้ชอบนาย”


“ฉันไม่ได้ชอบนาย”


“ฉันไม่ได้ชอบนาย....”


เฮือก!!!


ร่างผอมแห้งของนักแสดงหนุ่มผุดลุกขึ้นจากเตียงอย่างรวดเร็ว เหงื่อไหลพลั่กราวกับน้ำตก เฉินเหวิ่นค่อย ๆ ปรับลมหายใจของตนเองให้เป็นปกติ มือเล็กกุมหน้าอกตัวเองแน่น ความรู้สึกเจ็บเกร็งที่บริเวณใกล้หัวใจทำเอาเขาต้องนิ่วหน้าออกมา


...คำพูดทิ้งขว้างของใครบางคนกลับทำให้คนที่ใส่ใจเจ็บเจียนตาย...


คนตัวเล็กมองดูนาฬิกาบนหัวเตียง ส่ายหน้าเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าเพิ่งจะเป็นเวลาตีสามเท่านั้น เขาแทบหาสาเหตุไม่ได้ว่าเพราะอะไรทำไมจู่ ๆ ก็คิดถึงคำพูดของคนที่ไม่ได้เจอกันมาร่วมเดือนแบบนี้


...หลินเฟิงซง...


...นายใจร้ายเกินไปแล้วนะ...


 ทั้งที่เป็นกลางเดือนพฤษภาคมแท้ ๆ แต่เฉินเหวิ่นกลับรู้สึกหนาวเหน็บขึ้นมาดื้อ ๆ เขายกแขนขึ้นโอบกอดตัวเองอย่างอ่อนล้าหากแต่กลับยิ่งเย็นยะเยือกที่หัวใจมากกว่าที่เคย


ในที่สุดเฉินเหวิ่นก็ได้รับรู้ความเป็นจริงข้อหนึ่งเมื่อต้องจากหลินเฟิงซงไปเป็นเวลานานถึงขนาดนี้...ไม่มีผ้าห่มหรืออ้อมกอดของใครจะอุ่นได้เท่าอ้อมกอดของหลินเฟิงซง...


...นายใจร้ายจังนะ...


มือเล็กกอดกระชับร่างตนเองไว้แน่น คู้ตัวจนเข่าแทบชิดกับอก แต่กลับไม่มีอะไรดีขึ้นเลย สุดท้ายแล้ว...เฉินเหวิ่นถึงได้ปล่อยให้น้ำตาไหลออกมาอย่างหมดรูป


...หนาว...


...หนาวจริง ๆ นะ...


...ที่ที่ไม่มีหลินเฟิงซง...


...มันหนาวจริง ๆ...















 




เฉินเหวิ่นแทบลืมไปเสียสนิท...


ว่าในวันนี้เป็นวันเปิดกล้องซีรีส์ของพวกเขา ทำให้บรรยากาศการถ่ายทำในวันแรกเต็มไปด้วยความวุ่นวายเมื่อนักแสดงหลักดันลืมวันสำคัญแบบนี้ไปซะได้ ช่ายจีต้านแทบจะกินหัวเขาเข้าไปได้แล้วด้วยซ้ำที่เขามาสายไปเกือบหนึ่งชั่วโมงเต็ม


...ก็เพราะเจ้านั่นแท้ ๆ...


คิดแล้วก็อดหันไปมองใบหน้าหล่อเหลาของคนที่นั่งหลับอยู่ข้าง ๆ กันไม่ได้ แทบไม่อยากจะเชื่อว่าครั้งหนึ่งพวกเขาเคยสนิทกันมากถึงขนาดนี้


...และจู่ ๆ ก็กลายเป็นเขาเองที่กล้าจะมองหน้าอีกฝ่ายเหมือนเคย...


เฉินเหวิ่นเลื่อนโทรศัพท์ในมือไปเรื่อย ๆ ฟังเสียงทะเลาะวิวาทของสวี่เว่ยโจวกับหวงจิ่งหยูไปพลาง แต่ทว่าสมาธิทั้งหมดกลับไปตกอยู่ที่ชายหนุ่มข้าง ๆ จนหมด แม้ว่าจะไม่ได้หันไปมองแม้แต่เสี้ยวเดียวแต่เขากลับรับรู้ได้ว่าหลินเฟิงซงหลับลึกแค่ไหน คงเป็นเพราะงานที่โหมหนักมาตลอด


ทั้งที่อยากบอกกับคนที่ชอบทำเป็นเข้มแข็งมากแค่ไหนว่าเป็นห่วงแต่ก็ต้องเงียบไปเพราะรู้ว่าตนเองไม่มีสิทธิ์พอ


...ในเมื่อหลินเฟิงซงรักสวี่เว่ยโจว...


...เหมือนโหยวฉีรักไป๋ลั่วอิน...


...แล้วทำไมโหยวฉีคนนี้ถึงไม่มองหยางเหมิ่งบ้าง...


...ทำไมฉันถึงแทนที่ไป๋ลั่วอินของนายไม่ได้...


“เหวิ่น...เหวิ่นเหวิ่นอา...” เสียงเรียกพร้อมแรงสะกิดดังขึ้นเหนือหัวของเขา ทำให้เจ้าตัวเงยหน้าขึ้นไปมอง ช่ายจีต้านส่งยิ้มเล็ก ๆ ให้เขาก่อนจะพยักพเยิดไปทางคนที่กำลังนอนหลับอยู่ “ฝากปลุกเขาทีสิ เดี๋ยวต้องเข้าฉากแล้วนะ” พูดจบก็เดินออกไปทั้งอย่างนั้น ไม่ได้มองหน้าของเฉินเหวิ่นเลยแม้แต่น้อยว่าเขากระอักกระอ่วนมากแค่ไหน


ร่างผอมถอนหายใจเฮือกแล้วเลือกเก็บโทรศัพท์ลงในกระเป๋า เมื่อได้มองดูใบหน้าของหลินเฟิงซงตรง ๆ เขากลับหัวใจเต้นแรงขึ้นมา


...ทั้งที่คิดว่ามันสงบไปเสียนานแล้ว...


...ความรู้สึกที่ตีตื้นขึ้นมาทำเอาหูอื้อตาลายไปหมด...


...ไม่เห็นสิ่งใดรอบกายอีกนอกจากเขา...


“ฟะ ฟะ เฟิงซง” เฉินเหวิ่นรับรู้ได้ว่าเสียงของตัวเองแห้งผากขึ้นมาทันตา ร่างเล็กกลอกตาหลุกหลิก การไม่ได้คุยกันมานานร่วมเดือนซ้ำการคุยกันล่าสุดยังเป็นการตัดสัมพันธ์แบบนั้นอีก มีเหรอเขาจะกล้ามองใบหน้าคมคายเป็นครั้งที่สอง


ฉันไม่ได้ชอบนาย


เฉินเหวิ่นหน้าซีดเผือดเมื่อเผลอไปคิดถึงคำพูดของอีกฝ่าย รู้ตัวว่าคงทนไม่ได้แน่ ๆ ถ้าหากจะต้องคุยกับหลินเฟิงซงเกินสามคำในวันนี้


ทว่าโชคกลับไม่เข้าข้าง ขณะที่คนตัวเล็กกำลังมองซ้ายขวาหาคนมาช่วยเหลือตนเองได้ กลับถูกมือแกร่งคว้าหมับเข้าที่ต้นแขนพร้อมกับเปลือกตาก็เปิดขึ้นมองเฉินเหวิ่นนิ่ง ๆ


...ดวงตาที่เขาเคยหลงใหล...


...ดวงตาคู่นั้นที่อยากจะให้มองแค่เขาเพียงคนเดียว...


“ตะ ตะ ตะ...ตื่นแล้วเหรอ” เฉินเหวิ่นฉีกยิ้มส่งให้ พยายามปรับน้ำเสียงให้เป็นปกติเมื่อเริ่มรู้สึกว่าตนเองติดอ่างขึ้นมาซะอย่างนั้น “เอ่อ...ต่อไปต้องเข้าฉากแล้ว เตรียมตัวด้วยล่ะ”


“เหวิ่นเหวิ่น” เสียงทุ้มต่ำอันคุ้ยเคยดังขึ้น ไม่ได้ยินเสียงมาร่วมเดือน... เมื่อกลับมาได้ยินอีกครั้งเฉินเหวิ่นแทบจะคุมสติไว้ไม่อยู่ เขาคิดถึงคน ๆ นี้มากเกินไปแล้ว “ทำไมไม่ตอบข้อความฉันเลย”


...เพราะนายชอบสวี่เว่ยโจว...


“เปล่า ๆ ก็แค่ยุ่ง ๆ น่ะ นี่ก็ได้กลับมาเจอกันแล้ว เห็นไหม” พูดจบก็ตบท้ายด้วยการหัวเราะแก้เก้อ แต่ดูเหมือนคำตอบนั้นจะไม่ทำให้คนตัวสูงกว่าพอใจเท่าไรนัก แรงที่ต้นแขนบีบรัดแรงขึ้นไปอีก


“ไม่ว่าจะยุ่งแค่ไหนนายก็ควรจะตอบข้อความฉัน”


“อ่า ๆ รู้แล้ว ๆ” เฉินเหวิ่นยิ่งฟังก็ยิ่งงง ไม่เข้าใจว่าเพราะอะไรคนตรงหน้าถึงได้ดูขุ่นเคืองขึ้นมาแต่ก็ตอบรับกลับไปทั้งที่ยังไม่เข้าใจ “อ๊ะ...จริงสิ เราต้องเข้าฉากนะ”


 หลินเฟิงซงขมวดคิ้วทันที แสดงออกชัดเจนว่าคนตัวเล็กพูดขัดใจเขาเข้าให้แล้ว แต่จะทำยังไงได้ในเมื่อทั้งคู่ได้ยินเสียงร้องด่าแม่ดังมาจากช่ายจีต้าน สุดท้ายแล้วหลินเฟิงซงก็คงต้องบอกตัวเองว่าเดี๋ยวค่อยมาเคลียร์กับหมอนี่ทีหลัง


พันธนาการที่ต้นแขนหายไปแล้ว พร้อมกับร่างสูงที่เดินจากไปเมื่อครู่ ทิ้งให้เฉินเหวิ่นนั่งนิ่งอยู่กับที่ มือเล็กเอื้อมไปจับบริเวณที่หลินเฟิงซงเคยจับ ซึมซับไออุ่นของอีกฝ่ายให้นานที่สุดแล้วจึงลุกตามไป


...แค่นี้ก็เกินพอที่จะรักนายแล้ว...

 











ห้องเรียนที่คุ้นเคยหวนกลับมาอีกครั้ง  เฉินเหวิ่นนั่งลงที่เดิมเงียบ ๆ ได้ยินเสียงผู้กำกับกำลังอธิบายนั่นนี่นู่นให้หลินเฟิงซงกับสวี่เว่ยโจวฟัง ยังดีที่หวงจิ่งหยูกลัวว่าเขาจะเหงา ถึงได้เดินมาพูดคุยกับเขาอยู่นานสองนาน จนกระทั่งเริ่มการถ่ายทำถึงได้ออกไปยืนหลังกล้องเพราะฉากนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเขา


ฉากนี้เป็นฉากที่โหยวฉีชวนไป๋ลั่วอินไปเทียนจิน ซึ่งมันเป็นบทโต้ตอบของทั้งสองคนไม่ได้เกี่ยวข้องกับหยางเหมิ่งเลย เฉินเหวิ่นถึงได้ฟุบหน้าลงกับโต๊ะหลับตาลงอย่างสบายใจเฉิบ กะว่าจะนอนหลับให้คุ้มที่เมื่อคืนไม่ได้นอนมาทั้งคืน


“อินจื่อ อินจื่อ” เสียงหลินเฟิงซงดังเข้ามาในโสตประสาทของเฉินเหวิ่น ร่างเล็กขยับตัวเล็กน้อย


...เสียงของหลินเฟิงซงมีผลต่อหัวใจของเฉินเหวิ่น...


“เสาร์นี้...นายไปบ้านฉันไหม แม่ฉันอยากเจอนายมากเลยนะ ฉันพูดถึงนายเยอะมากเลย...ไปเถอะนะ แม่ฉันอยากเจอนายมากจริง ๆ” เสียงออดอ้อนของหลินเฟิงซงดังขึ้นซ้ำแล้วซ้ำอีก เฉินเหวิ่นรู้ได้เลยว่าหากเปลี่ยนเป็นตนเองไปนั่งแทนที่ของสวี่เว่ยโจวแล้วได้ฟังเสียงหวาน ๆ แบบนั่นเขาคงต้องระเบิดตัวเองแน่ ๆ


...ถ้าได้นั่งแทนที่ของสวี่เว่ยโจว...


“นี่นายเอาฉันไปนินทาอะไรกับแม่นายวะนั่น” สวี่เว่ยโจวพูดขึ้นบ้าง


“เอาน่า นายเบี้ยวฉันมาหลายรอบแล้วนะ ไปด้วยกันเถอะนะ แล้วฉันจะบอกให้แม่ทำอาหารเยอะ ๆ เลย” เฉินเหวิ่นได้ยินเสียงขยับเก้าอี้ดังกึงกังก่อนจะได้ยินเสียงร้องของหลินเฟิงซงตามมา ศีรษะเล็ก ๆ ก็รีบเงยหน้าขึ้นทันที


ดูท่าการขยับตัวเมื่อครู่จะทำให้มือของหลินเฟิงซงไปกระแทกกับขอบโต๊ะเรียนเข้าให้ เฉินเหวิ่นเห็นชัดว่ามือข้างนั้นช้ำจนเห็นได้ชัด เขาเอื้อมมือออกไปตามสัญชาตญาณแต่ยังช้ากว่าคนที่นั่งอยู่ข้างหลังหลินเฟิงซง


“นายนี่ไม่ระวังเลยว่ะ” สวี่เว่ยโจวตำหนิยิ้ม ๆ ประคองมือหนาไว้แน่นแล้วหันไปหาทีมงานคนอื่น “มียาไหมครับ” ศีรษะของสวี่เว่ยโจวถูกคนหน้าหล่ผลักเบา ๆ ด้วยความเอ็นดู


เฉินเหวิ่นนิ่งอึ้ง เขาได้แต่กำมือของตัวเองกลับมาเงียบ ๆ มองดูสองคนที่หยอกล้อกันอยู่ข้างกายแล้วพลันรู้สึกเหมือนตนเองถูกตัดออกจากสถานที่ตรงนี้ไปทันที


...เฉินเหวิ่นคนโง่..


ร่างบางผุดลุกขึ้นจากที่นั่งของตนเอง เดินตรงไปที่ผู้กำกับแล้วเอ่ยถามเสียงเบา “คือผมรู้สึกไม่ดีเท่าไร...ถ้าฉากนี้ผม...”


“อ้าว เป็นอะไรล่ะเฉินเหวิ่น” ผู้กำกับทำหน้าตาตื่น ตัวนักแสดงหนุ่มส่ายหน้าเล็ก ๆ แต่ไม่รู้ว่าสีหน้าของเขาแสดงออกชัดเจนขนาดไหนผู้กำกับถึงได้อนุญาตให้เขาออกไปพักได้


แผ่นหลังบาง ๆ ดูบอบบางเกินไปที่จะรับเรื่องร้ายแรงอะไรได้ทั้งนั้น คล้อยหลังของเฉินเหวิ่น เจ้าตัวไม่อาจรู้ได้เลยว่ามีสายตาของใครบางคนมองตามจนลับตา...
























 

ฉากต่อไปยิ่งชวนอึกอักกันเข้าไปอีก...


เฉินเหวิ่นกลืนน้ำลายอึก เพราะมันเป็นฉากที่โหยวฉีมาเห็นหยางเหมิ่งร้องไห้อยู่ข้างอัฒจันทร์เชียร์ของโรงเรียนเพราะถูกจับไปวิ่งแข่งในงานกีฬาสี เพราะอย่างนั้นฉากนี้ถึงได้มีแต่หลินเฟิงซงกับเฉินเหวิ่นเข้าฉากกันสองคนเท่านั้น


ซ้ำตอนนี้ยังดึกมากแล้ว สวี่เว่ยโจวกับหวงจิ่งหยูก็กลับไปแล้ว ทีมงานก็เหลืออยู่น้อยนิดแบบนี้เฉินเหวิ่นยิ่งประหม่าเข้าไปอีก ทั้งที่วันนี้ทั้งวันเขาอุตส่าห์อดทนหลบเลี่ยงหลินเฟิงซงมาจนถึงตอนนี้แล้วแท้ ๆ


เขายืนอยู่ข้างอัฒจันทร์ของโรงเรียน จากที่ถูกช่ายจีต้านและผู้กำกับบิ้วท์มาอย่างดีแล้ว น้ำตามากมายถึงได้ไหลออกมาอย่างง่ายดาย เสียงฝีเท้าของหลินเฟิงซงดังเข้ามาใกล้ ก่อนที่ไหล่ของเขาจะถูกจับเอาไว้


“เฮ้ย นี่นายร้องไห้ทำไมน่ะ”


เฉินเหวิ่นคงไม่รู้...ว่าใบหน้าเปื้อนน้ำตาของตนไปกระตุกหัวใจของอีกฝ่ายเข้าเต็มแรง...


ไอ้ตัวแสบ...


หลินเฟิงซงนึกขบเขี้ยวเคี้ยวฟันอยู่ในใจ หลบหน้าเขามาทั้งวัน กระทั่งข้าวเที่ยงยังไม่ยอมลงมากินด้วยกัน ไม่เปิดโอกาสให้เข้าไปเคลียร์ด้วยแม้แต่นิดเดียว แต่ตอนนี้เจ้านี่กำลังทำให้เขาใจอ่อนอีกแล้ว!


“คงไม่ใช่ว่าถูกจับให้ไปวิ่งห้ากิโลหรอกนะ”


“นายรู้ได้ยังไง” เฉินเหวิ่นพูดทั้งที่ยังร้องไห้อยู่ นั่นยิ่งทำให้หลินเฟิงซงแทบจะหมดความอดทนลงตรงนั้น


...นายแกล้งฉันอยู่สินะ...


“ไม่ใช่นายที่บอกฉันรึไงล่ะ” เขาต่อบท ทั้งที่อยากจะให้การถ่ายทำสิ้นสุดลงตั้งแต่เดี๋ยวนี้เลยเสียด้วยซ้ำ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ซะนี่


“จริงสิ...ฉันบอกนายเองนี่นา...”


การถ่ายทำดำเนินไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งสิ้นสุดลง เฉินเหวิ่นก็แทบจะไม่มีน้ำตาหลงเหลืออยู่แล้ว เขาต้องร้องไห้จนปวดตาไปหมด ตอนนี้ตาก็บวมจนแทบมองอะไรไม่เห็นแล้วด้วย


...เฉินเหวิ่นต้องการกลับบ้าน...


ร่างผอมเดินสะโหลสะเหลไปหยิบกระเป๋าของตัวเอง บอกลาทีมงานเล็กน้อยแล้วทำท่าจะกลับบ้ายไป แต่กลับถูกใครบางคนรั้งตัวไว้ซะก่อน เขามองเห็นหน้าไม่ชัดเพราะตาที่บวมเป่ง ซ้ำคนที่ลากแขนเขาไปยังไม่พูดอะไรอีกจึงยากที่จะรู้ว่าเป็นใครกันแน่


“นี่...อย่าเที่ยวลากคนอื่นเขาไปทั่วสิ” เสียงเล็ก ๆ เหมือนผู้หญิงดังขึ้น มันฟังดูแหบแห้งไปหมดเสียจนหลินเฟิงซงสงสาร


“เงียบสักที” เสียงทุ้มพร่าที่คุ้นเคยทำเอาสติของเฉินเหวิ่นแทบหลุด เขาขืนตัวออกจากพันธนาการทันทีที่รู้ตัว แต่นั่นทำให้หลินเฟิงซงหงุดหงิดแทบบ้า พอดิ้นมาก ๆ เข้า สุดท้ายคนตัวสูงกว่าก็เริ่มรำคาญ จับตัวเฉินเหวิ่นเหวี่ยงขึ้นพาดบ่าจนร่างเล็กร้องลั่น


“โอ้ย!!! ทำอะไรของนายน่ะ ปล่อยฉันลงนะ หลินเฟิงซง!


“ไม่ปล่อย ทำไมไม่เรียกซงซง ไหนเรียกซงซงเหมือนเดิมสิ” พูดไม่พูดเปล่า ซ้ำยังฟาดก้นคนตัวเล็กด้วยแรงไม่เบาทีเดียว เฉินเหวิ่นเลยทุบหลังกลับบ้าง “ตัวแสบเอ๊ย...”


“ปล่อยฉันนะ! นายไม่อายคนบ้างรึยังไง! ปล่อย!” คนตัวเล็กแผลงฤทธิ์ไม่หยุด จริงอยู่ว่าตัวแค่นี้คงไม่ทำให้หลินเฟิงซงสะดุ้งสะเทือนได้ แต่ทิ้งไว้แบบนี้นาน ๆ เขาก็เริ่มจะรำคาญแรงเล็ก ๆ นี่เหมือนกัน


ร่างสูงจับเฉินเหวิ่นยัดเข้าไปในรถของตัวเองแล้วแทรกตัวตามเข้าไปอย่างรวดเร็ว กดล็อกประตูเอาไว้ไม่ให้อีกฝ่ายหนีไปโดยง่าย ใบหน้าหล่อชวนฝันโน้มลงมาแทบชิดกับใบหน้าของเฉินเหวิ่น ยิ่งทำให้ใจของเขาเต้นแรงจนแทบไม่เป็นจังหวะ


“เหวิ่นเหวิ่นอา...” น้ำเสียงอ่อนอกอ่อนใจดังขึ้นข้างหู มือข้างหนึ่งลูบไหล่เฉินเหวิ่นเบา ๆ พาลให้ทั้งร่างอ่อนระทวยไปหมด “นายเป็นอะไรของนาย ทำไมไม่ตอบข้อความฉันเลยทั้งเดือน ไม่มาเจอกัน...พอวันนี้ได้เจอก็ไม่ยอมคุยกับฉันอีก”


“...”


“ฉันทำอะไรให้นายไม่พอใจกันนะ...นายอยากกินสตาร์บัคฉันก็เลี้ยงแล้วไง หรือนายอยากได้ของอะไรแค่บอกฉันก็หามาให้อยู่แล้ว ถ้านายไม่สบายใจฉันก็จะขับรถไปหาทันทีเลย”


เฉินเหวิ่นยังนิ่งเงียบ ฟังเสียงอีกฝ่ายออดอ้อนอยู่ข้างหูไม่หยุด ลิ้นชื้นแฉะไล้ใบหูเขาเบา ๆ ถึงเขาจะอยากผลักไสคนตรงหน้าออกมากแค่ไหนก็ไม่เหลือเรี่ยวแรงจะต่อสู้ด้วยแล้ว


...ร่างกายของเขาอ่อนเหลวยิ่งกว่าขี้ผึ้งลนไฟเสียอีก...


“แต่นายเล่นไม่พูดอะไรแบบนี้ฉันจะแก้ตัวยังไงล่ะ เดือนทั้งเดือนนายก็หายไปเลย ไม่ตอบข้อความฉัน ไม่ยอมมาเจอฉัน...แล้วพอเจอตัวก็เอาแต่หลบหน้าฉันอีก” หลินเฟิงซงหันมาสบตากับคนใต้ร่าง ริมฝีปากบางประทับลงกับหน้าผากมนแล้วพูดขึ้นอีก “เฉินเหวิ่น...เหวิ่นเหวิ่นอา...เหวิ่นเอ๋อร์...นายบอกฉันสิ นะ...นะ...นะ”


“พะ พอแล้ว” เฉินเหวิ่นหูตาพร่ามัวไปหมดแล้วในตอนนี้ เขาไม่เคยถูกลูกอ้อนของอีกฝ่ายโจมตีหนักขนาดนี้มาก่อนในชีวิต ราวกับว่าถูกถ้อยคำหวานหูดึงให้อารมณ์วาบหวามปะทุขึ้นได้ไม่ยาก


...ยอมแล้ว...


...เฉินเหวิ่นแพ้ทางหลินเฟิงซงจริง ๆ นะ...


“มะ ไม่ใช่นายรึไงที่บอกฉันว่าชอบสวี่เว่ยโจวน่ะ”


...พูดออกไปแล้ว...


ร่างบางหลบตาของอีกฝ่ายทันที ได้ยินเสียงถอนหายใจหนัก ๆ ของคนตัวสูงกว่าดังชัดเจน


“เรื่องนี้เหรอ ที่ทำให้นายหลบหน้าฉัน” ถามย้ำให้แน่ใจพอไดรับคำตอบเป็นความเงียบก็ทำให้ต้องร้อนรนพูดต่อ “ฉันก็พูดตั้งนานแล้วไม่ใช่รึไง เหวิ่นเอ๋อร์...”


“แล้วมันไม่ได้หมายความอย่างนั้นรึไงเล่า!” คนตัวเล็กของเขาแผลงฤทธิ์อีกรอบ


“แต่ว่าตั้งแต่นายหายไป...ฉันคิดถึงแต่นายนะ”


คนฟังนิ่งอึ้ง ตัวแข็งทื่อเสียจนหลินเฟิงซงสังเกตได้ เขาอยากจะขำก็ไม่กล้า  อยากจะดุให้คนตรงหน้าเลิกดื้อเสียทีก็ไม่ใจแข็งพอ สุดท้ายเลยทำได้เพียงแต่กดจมูกลงกับแก้มกลม ๆ ด้วยความหมั่นเขี้ยว


“นายหายไปตั้งนานสองนาน  ไม่ยอมฟังฉันเลย  ถึงไม่ได้รู้ความจริง...ตอนนี้ฉันชอบนาย แล้วจะให้ฉันไปรักคนอื่นได้ยังไง ตอบฉันสิ เหวิ่นเอ๋อร์”


ตอนนี้สติของเฉินเหวิ่นเรียกได้ว่าหลุดลอยไปแล้วอย่างแท้จริง ได้แต่ปล่อยให้อีกฝ่ายทั้งจูบทั้งหอมไปตามใจชอบ ในหัวมีแต่คำว่าฉันชอบนายเต็มไปหมด


“ดะ เดี๋ยวนะ...” ใบหน้าเล็กเบี่ยงหลบริมฝีปากอุกอาจของหลินเฟิงซง เหมือนว่าสติของเขาจะกลับมาได้ครึ่งหนึ่งหลังจากที่ทบทวนบางอย่างได้ “แล้ว...ที่นายบอกว่าไม่ได้ชอบฉัน...”


“ฟังฉันนะ ฉันจะพูดแค่ครั้งนี้ครั้งเดียว และครั้งสุดท้าย” หลินเฟิงซงพูดขัดขึ้น สองมือประคองใบหน้าของคนที่ตนเองรัก จ้องลึกลงไปในดวงตาสีดำสนิทแน่วแน่  ต้องการจะถ่ายทอดทุกความรู้สึกของเขาให้คนตรงหน้าเพียงผู้เดียว


“ฉันเคยชอบโจวโจว”


...รู้แล้ว...


เฉินเหวิ่นค้านในใจ เขาย้ำประโยคนี้กับตัวเองมากี่รอบต่อกี่รอบแล้ว ไม่อยากจะฟังอีกต่อไปแล้ว


“ฉันไม่เคยคิดว่าจะมีใครมาแทนที่โจวโจวได้...แม้แต่นาย อาจจะเป็นเพราะเราอยู่ใกล้กันเกินไปฉันถึงได้ละเลยความรู้สึกของนายไป...แม้แต่วันที่นายบอกว่าชอบฉันและฉันพูดแบบนั้นออกไป จนถึงวันนี้ฉันอยากบอกว่าฉันเสียใจ” ดวงตาสีดำสนิทที่เฉินเหวิ่นหลงใหลฉายชัดว่าทั้งหมดที่กล่าวล้วนเป็นความจริง นั่นยิ่งทำให้เฉินเหวิ่นใจเต้นแรงกว่าเคย


“เหวิ่นเอ๋อร์...แต่ตอนนี้ฉันรู้แล้ว พอนายหายไปฉันก็ร้อนใจมาก ฉันคิดถึงนายทุกวัน ฉันอยากบอกนายว่าฉันชอบนายเข้าให้แล้ว ยิ่งเดินผ่านร้านที่นายชอบ เห็นอะไรที่นายอยากกินฉันก็ซื้อมาให้นายทุกอย่าง แต่นายก็ไม่ยอมออกมาเจอฉันเลย”


“...”


“นายลงโทษฉันหนักมากแล้วนะ ยกโทษให้ฉันสักทีเถอะนะ...”


มือหนาลูบไล้ตามกรอบหน้าแผ่วเบาด้วยความทะนุถนอม  ริมฝีปากบางค่อย ๆ เคลื่อนลงประทับจูบที่ริมฝีปากของอีกคน  เน้นย้ำรสสัมผัสซ้ำแล้วซ้ำอีก  กอบเกี่ยวความหอมหวานที่ไม่เคยมีผู้ไดได้ลิ้มลอง ความวาบหวามระหว่างคนสองคนถูกจุดปะทุขึ้นมาอีกครั้ง ความอ่อนโยนจากคนตรงหน้าหลอมละลายร่างกายของเฉินเหวิ่นให้อ่อนระทวยเป็นครั้งที่สอง


แล้วริมฝีปากของหลินเฟิงซงก็ผละออกไป เขายิ้มให้คนใต้ร่างแล้วเอ่ยขึ้นที่ข้างหู  เป็นประโยคที่ทำเอาเฉินเหวิ่นน้ำตารื้น


 “ฉันตกหลุมรักนายเข้าแล้ว...รู้ตัวไหม”


...สวรรค์...


...คนที่เอาแต่หลงรักเขาข้างเดียวมาตลอด...


...ตอนนี้ได้รับความรักกลับคนมาแล้วนะครับ...


[End]

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ พระพายพัด/พัฐพาย จากทั้งหมด 9 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

8 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 7 ธันวาคม 2561 / 04:32
    This is sooooooooooo good
    #8
    0
  2. วันที่ 23 เมษายน 2559 / 01:34
    โอ้โหหห จากหน่วงงงมากกกกกกก พลิกกลับมาเป็นหวานมากกก สติไปหมดแล้ว ลูกอ้อนแบบนี้ ใครโดนคือตายสถานเดียว 55555555555 ตอนแรกแอบเชียร์ให้เหวิ่นทิ้งเฟิงไปเลย แต่ดันมาสารภาพรักแบบนี้ เอาไปเลยจ่ะ ยกเหวิ่นให้เฟิง 55555
    #7
    0
  3. วันที่ 16 เมษายน 2559 / 00:41
    ฮือออออออชอบมากกกกกก ละมุนมากค่ะ แงงงงงงงง
    #6
    0
  4. #5 fah_phetmanee (@fah_phetmanee) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 5 เมษายน 2559 / 07:55
    หนุกมากกกกกกกกกมาต่อน้าาาาาาาาาา
    #5
    0
  5. วันที่ 4 เมษายน 2559 / 13:17
    โอ้ยยย ชอบมากเลยอ่า

    แบบ ยัยหนูดูนุ่มนิ่ม น่าถนุถนอม แต่ไม่สำออยอ่า

    รักเค้าไหม รักมาก แต่พอเขาบอกไม่รักก็ไม่วอแว

    แถมหนีเขาด้วย  หลบหน้าหลบตาให้หล่อมองตาม

    ไม่ได้งอน  แต่ได้รับการง้อ มันใช่อ่ะ ไม่ได้จะเหนือแต่มาเหนือมาก

    ยิ่งตอนหล่อง้อนี่แบบ  ลูบไหล่ตะไม ไม่ต้องมาใกล้ๆหู คือเขินแทน

    เราเพ้อมากเลยอ่ะ 555 เราชอบฟีลประมาณนี้ ไรต์แต่งเก่งมากเลย   


    #4
    0
  6. #3 alicey (@beautybuby) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 มีนาคม 2559 / 11:15
    ดาเมจรุนแรงมากกกก ชอบบบ
    #3
    0
  7. #2 Nam-Love-Super Junior-Siwon (@namnarakjungza) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 มีนาคม 2559 / 03:38
    เขินไม่ไหวแล้ววววว ??
    #2
    0
  8. วันที่ 27 มีนาคม 2559 / 03:19
    ปูเสื่อรออ
    #1
    0