-End- Diamond eyes #ดมอบีนยอง {omegaverse , mpreg } [BNyoung/BNior] #Inyoureyesปจ

ตอนที่ 20 : Diamond eyes {17} 100% #ดมอบีนยอง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,739
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 533 ครั้ง
    13 ก.ย. 62





Diamond eyes
#ดมอบีนยอง
{17}


 


ห้องว่าราชการของเมืองนอร์ธนั้นเป็นห้องโถงกว้างตั้งอยู่บนชั้นสามของอาคารปลูกสร้างขนาดใหญ่ สองชั้นล่างเป็นห้องจัดเก็บของล้ำค่าที่มิอาจบริโภคได้ ไม่ว่าจะแพรพรรณ อัญมณี  ทอง เครื่องเงิน สินค้าหายาก จะถูกจัดเก็บไว้อย่างเรียบร้อยรอบคอบ

 

โดยมีห้องว่าราชการตั้งอยู่เหนือความมั่งคั่งแห่งเมืองนอร์ธ

 

ในห้องจะตกแต่งด้วยโทนสีครามตัดเงิน ทว่ามิทิ้งความหรูหราด้วยการประดับอัญมณีหลากสีมากมูลค่าซึ่งเป็นสินค้าหลักจากเหมืองแร่ของเมืองได้อย่างลงตัว

 

ห้องนี้เป็นทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า เพดานสูงประดับโคมระย้าหนุนกับแสงสว่างจากหน้าต่างรอบด้านอยู่เสมอ เต็มผืนที่ผนังด้านในสุดแขวนธงสีครามเข้มประทับตราสัญลักษณ์สีเงินของราชวงนอร์ธไว้หนึ่งผืน ถัดมาบนแท่นไม้ คือบัลลังก์ของราชาแห่งนอร์ธซึ่งตั้งอยู่สูงกว่าเก้าอี้ตัวอื่น

 

เดิมทีขนาบข้างพรมสีน้ำเงินที่ทอดยาวกลางห้องจะเป็นโต๊ะยาวฝั่งละตัว มีเพื่อให้เหล่าเจ้ากรมต่าง ๆ ของเมืองนอร์ธนั่งยื่นฎีกาและว่าราชการกัน

 

ทว่าวันนี้เรื่องที่จะกระทำในห้องนี้ต่างไป โต๊ะเนื้อดีทั้งสองจึงถูกยกออก เหลือเพียงเก้าอี้ที่จัดไว้ไม่กี่ตัว รวมทั้งเก้าอี้ตัวใหม่ที่ถูกเสริมเข้ามาต่ำชั้นกว่าบัลลังก์ไปเพียงนิดเดียว

 

เก้าอี้ในตำแหน่งซึ่งมักเป็นของราชินีแห่งเมืองนอร์ธ ทว่าในสมัยราชาองค์ก่อนไม่มีราชินี และเหล่าสนมทั้งหกไม่ได้เข้ามาร่วมประชุมด้วย เก้าอี้ในตำแหน่งนี้จึงหายไปกลาย ๆ แต่ในวันนี้กลับมาอีกครั้ง

 

ทั้งยังถูกจัดแต่งให้ดูหนานุ่มนั่งสบายมากกว่าดูน่าเกรงขามอย่างปกติ แม้มีคนนึกขัดในใจแต่ก็ไม่อาจติติงในเมื่อผู้ที่นั่งลงบนเก้าอี้ตัวนั้นเป็นโอเมก้ามีครรภ์แปดเดือนถ้วนพอดี ไม่แปลกที่ควรจะนั่งให้สบาย

 

"พาคนท้องแก่มาชมการตัดสินโทษกบฏเช่นนี้ ข้าเห็นว่ามิค่อยสมควรต่อสุขภาพของทายาทแห่งนอร์ธเท่าใดนัก ราชาเดฟ" คาลเดอร์ เกรแฮมเอ่ยทัก เมื่อเดินอย่างองอาจเข้ามาในห้องว่าราชการแล้วเห็นใบหน้าที่ยังคงงดงามหมดจดแม้จะอวบอิ่มขึ้นจากการตั้งครรภ์ยืนข้างหลานชายตน

 

แน่นอนว่าคาลเดอร์ย่อมต้องเป็นห่วงเหลนตัวน้อย นี่คือแต้มต่อที่มีค่ามากของตนทีเดียว หากไม่ได้คลอดออกมาอย่างสมบูรณ์จะทำเยี่ยงไร

 

"ท่านตามิต้องห่วง จีนพอใจที่จะอยู่ในห้องนี้ ข้าก็พอใจที่เขาอยู่เช่นกัน" ราชาคนปัจจุบันแห่งนอร์ธเอ่ยอย่างปรานีปราศรัย รอยยิ้มมุมปากน้อย ๆ ดั่งเช่นที่ได้รับการสั่งสอนมา ต่างจากแองเจลโล่ ปาร์กเกอร์ ซึ่งไม่บ่อยนักที่จะได้ออกมาเจอผู้คนมากมายโดยไม่มีกระสอบสมุนไพรห้อมล้อมรอบทิศทาง

 

อีกทั้งคราวนี้ก็ถูกแต่งตัวในชุดคลุมสีครามเข้ม ประดับเครื่องยศหรูหรานั่งเคียงบัลลังก์ราชา มิมีสิ่งใดที่คุ้นชินเลย จึงทำให้มีเพียงรอยยิ้มจืดเจื่อนด้วยความประหม่า ก่อนจะหลุบตาลงพื้น ใช้สองมือลูบหน้าท้องนูนใหญ่อบอุ่นไม่ละมือให้รู้สึกใจสงบมากขึ้น

 

อัลฟ่าเดฟปรายตาเรียวคมกวาดมองไปทั่วห้องเมื่อเห็นว่าผู้คนที่มีความจำเป็นในการพิจารณาคดีกบฏในวันนี้มาอย่างครบถ้วนแล้วก็หันมาหาโอเมก้าเจ้าของกลิ่นกระดังงาข้างกาย

 

"มาเถิดจีน ข้าจะพาเจ้าไปนั่ง ยืนนานจะไม่ดี" น้ำเสียงทุ้มนุ่มอบอุ่นต่างจากดวงตาเรียวคมที่แสนเย็นชาเมื่อครู่ลิบลับ และราชาแห่งนอร์ธก็มิสนใจสายตาของผู้ใดที่มองมา ตนไม่นึกให้ใครมาช่วยโอบประคองคู่แท้ของตน ร่างกายสูงใหญ่ค่อย ๆ พาโอเมก้าตระกูลปาร์กเกอร์มานั่งบนเก้าอี้ที่เตรียมไว้ให้

 

เดฟสบตากับไอรีน่า โรมานอฟและคาร่า เกลเลอร์  เบต้าหญิงทั้งสองในยามนี้ก็กำลังทำหน้าที่เดิมของตนคือเสริมการปกป้องให้แก่แองเจลโล่ ปาร์กเกอร์ ในยามที่เดฟทำได้ไม่เต็มที่

 

"อดทนรอสักหน่อยนะเจ้าจีน อีกไม่นานก็เสร็จสิ้นแล้ว เจ้าไม่ต้องกังวล"

 

"แค่มีท่าน ข้าไม่กังวลสิ่งใด ทุกอย่างจะต้องผ่านไปด้วยดีแน่ท่านเดฟ" มือน้อยลูบใบหน้าคมสันมอบรอยยิ้มหวานให้แบบที่หากไม่ใช่ห้องว่าราชการเดฟคงโผจูบร่างน้อยตรงหน้าสักหน แต่ที่ทำได้มีเพียงแค่ละมือออก

 

ทว่าเท่านี้ก็มากพอให้เกิดคำครหาและเพิ่มน้ำหนักความจริงในใจเหล่าเจ้ากรมและผู้คนในห้องว่า อัลฟ่าเดฟนั้นทั้งหลงทั้งรักแองเจลโล่ ปาร์กเกอร์มากเหลือเกิน ก่อนที่จะได้พินิจพิเคราะห์ผู้นั่งเก้าอี้ราชินีต่อ เบต้าไอรีน่าและเบต้าคาร่าก็ยกฉากกั้นไม้มาบังล้อมโอเมก้าท้องแก่ไว้ด้านใน นั่งนาน ๆ ยืดขาแข้งคุมร่างกายได้ไม่ดีคงกลัวมีภาพไม่งามให้ได้เห็น

 

 ร่างสูงใหญ่ของเดฟก้าวขึ้นนั่งบนบัลลังก์ตน มงกุฎที่ประดับด้วยเพชรสีดำซึ่งเคยเป็นดวงตาของอดีตอัลฟ่าผู้ครองบัลลังก์แห่งนอร์ธรุ่นแล้วรุ่นเล่าถูกสวมลงแก่เดฟเป็นสัญญาณแห่งการเริ่มว่าราชการ

 

เดฟขณะสวมมงกุฎนั่งบัลลังก์เหมาะสมยิ่งนัก ผู้ซึ่งอยู่ในห้องยากจะปฏิเสธเมื่อมองเห็น

 

"เบิกตัวผู้ต้องหาทั้งหมดได้" เดฟเอ่ยคำสั่งและในทันทีนั้นทหารก็โค้งรับและทำให้ทันที

 

เรื่องที่จะพิพากษาในวันนี้ค่อนข้างเปราะบาง เพราะเช่นไรเจ้าชายจาคอปและพระสนมเซเรน่ารวมทั้งบรรดาทหารติดยศที่ถูกคุมตัวก็เป็นคนของราชวงศ์ เพื่อไม่ให้เกิดการครหา ประตูและหน้าต่างจึงถูกดึงลงกลอนปิดจนมิดชิด

 

ผู้คนที่ใช้พิจารณาคดีมีไม่มากนัก น้อยกว่าเรื่องทั่วไปในปกติด้วยซ้ำ มีเจ้ากรมทหาร เจ้ากรมตุลาการ  และผู้สนับสนุนฝ่ายสหพันธ์ที่ชนะสงครามในครั้งนี้ รวมทั้งเหล่าทหารคนสนิทติดตามแต่ละฝ่ายจำนวนเล็กน้อยที่ได้เข้ามาในห้องด้วย

 

และครั้งนี้พระสนมรีเบกกา มารดาของราชาเดฟเข้าร่วมด้วย ทว่าไร้เงาของเจ้าชายโอเมก้าลอเรนโซ่ซึ่งอยู่ในที่ปลอดภัยและยังคงมิได้กลับคืนมาที่นอร์ธ

 

ส่วนทางด้านกบฏ เมื่อสิ้นเจ้ากรมการคลังที่ถูกวินิจฉัยว่าล้มป่วยตายฉับพลันไปเมื่อวันก่อนก็เหลือ เพียงทหาร เจ้ากรมเล็ก ๆ ที่เคยเป็นพวกไม่มากนัก และแน่นอนคือเจ้าชายจาคอป ทหารคิม และพระสนมเซเรน่า ส่วนบุตรชายอัลฟ่าอีกสองคนของพระสนมเซเรน่าพบว่าล่องเรือออกจากเฟนเรียร์ไปตั้งแต่สงครามชิงบัลลังก์เริ่มได้ไม่นาน

 

แม้จะเป็นนักโทษ ทว่าเชื้อพระวงศ์ยังคงได้นั่งเก้าอี้บุนวม ตรวนโซ่เหล็กเข้าไปสองแขนขาล็อกไว้กับเก้าอี้ ส่วนบรรดาเจ้ากรมและทหารผู้พ่ายสงครามถูกจัดให้นั่งคุกเข่าอยู่บนพื้น เช่นที่ทหารคิมนั่งคุกเข่าถูกโซ่ตรวนสองข้อมืออยู่ข้างเก้าอี้ของเจ้าชายจาคอป

 

สภาพของนักโทษแต่ละคนนั้นไม่สู้ดีนัก เสื้อผ้ามีรอยขาดและเปรอะเปื้อน แต่เจ้าชายจาคอปยังคงนั่งตัวตรงอกผายไหล่ผึ่งไม่ต่างจากเดิม ทว่าพระสนมเซเรน่านั้นเงียบกริบแต่ใบหน้างดงามแหงนมองเพดานสายตาเลื่อนลอยราวกับหลุดจากโลกแห่งความจริงไปแล้ว

 

"ข้อพิพาทความผิดในครั้งนี้ เจ้าชายจาคอป..." อัลฟ่าเฮเลน โรมานอฟก้าวอย่างองอาจในชุดสีครามเข้มประดับดาบคู่ใจออกมาด้านหน้าอ่านม้วนกระดาษในมือ ร่ายยาวตั้งแต่เจ้าชายจาคอปเริ่มวางแผนกับเจ้ากรมการคลังคามิลซึ่งสิ้นชีพไปแล้ว

 

เป็นการลงรายละเอียดยิบย่อยและปรับแต่งให้เกินจริงไปบ้างตามประสาผู้ชนะกระทำต่อผู้แพ้ มีความยืดยาวที่น่าเบื่อ แต่เพราะน้ำเสียงฉะฉานน่าฟังของอัลฟ่าเฮเลนและเบต้าอีกสองคนที่ผลัดกันอ่านนั้นชวนสนใจอยู่บ้างจึงพอทนได้

 

วี๊ดด

 

ผ่านไปเกือบชั่วยามในที่สุดการอ่านประกาศข้อพิพาทก็จบลง คาลเดอร์ลอบมองนาฬิกาพกของตน ประเมินว่ากว่าจะได้ตัดสินประหารเจ้าชายจาคอปและพวกก็คงปาเข้าไปเที่ยงพอดี

 

กินเวลามากโขกับสิ่งที่รู้ดีอยู่แล้วว่าจะออกไปในทิศทางไหน

 

"การกระทำของเจ้าชายจาคอปนั้น ท่านเห็นเป็นเช่นไร ท่านเจ้ากรมทหารคาลเดอร์" ราชาเดฟเอ่ยถามขึ้นมา คาลเดอร์ที่กำลังเบื่อหน่ายยืดหลังตรง ยันตัวลุกขึ้นอย่างผ่าเผย

 

ได้โอกาสพูดในสิ่งที่อยากพูดโดยไม่ต้องดูเจ้ากี้เจ้าการเกินไปพอดีไม่คว้าไว้ได้อย่างไรเล่า เจ้าชายเดฟใหม่นักกับการเป็นราชา ฟังความเห็นผู้มากประสบการณ์กว่าเช่นตนย่อมเหมาะสม ค่อยว่าง่ายหน่อย

 

"ข้าเห็นว่าเช่นไรกบฏโทษมีสถานเดียวอยู่แล้ว หลักฐานอันเป็นรูปธรรมชัดเจนในทุกสิ่งทางนอร์ธต่างมีอย่างครบถ้วน ไฉนเลยเสียเวลาคุยกับนักโทษกบฏให้มากความ" คาลเดอร์ก้าวออกมาด้านหน้าด้วยความเคยชิน เอ่ยถ้อยผลักให้ผู้แพ้เป็นเพียงคนนอก ส่วนตนคือนอร์ธยึดอำนาจรัฐสนับสนุนตน ให้ฟังดูเหมือนทั้งหมดนี้ทำในนามเมืองนอร์ธมิใช่ปรารถนากำจัดเสี้ยนหนามส่วนตัว ดูดีนักฟังอย่างไรก็ดูดี

 

 ดวงตาคมโตทรงอำนาจกวาดมองไปทั่วห้องด้วยความคุ้นเคย ก่อนชำเลืองมองราชาแห่งนอร์ธซึ่งเป็นหลานตน

 

"ข้าเห็นควรให้ตัดสินโทษประหารแก่กบฏไปเสียตั้งแต่ตอนนี้"

 

"โทษประหาร ท่านพินิจว่ามันไม่มากเกินไปหรือท่านคาลเดอร์" ราชาเดฟเอ่ยถาม คาลเดอร์เห็นความมิเดียงสาในหลานชายของตนแล้วอดจะยิ้มเล็กน้อยไม่ได้ ยามเป็นราชา ไร้เดียงสา ใจอ่อนเช่นนี้เลยหรือ ไฉนเมื่อยังเป็นเจ้าชายถึงได้หัวแข็งดื้อรั้นควบคุมยากจนน่ากำจัดทิ้งมากกว่าเลี้ยงไว้

 

"ไม่มากเกินไปหรอกราชาเดฟ เห็นกันอยู่เสมอว่าอย่าตีงูหลังหักมันจะแว้งกัดเอาได้ เช่นที่เห็นตัวอย่างบนแผ่นดินนอร์ธหลายต่อหลายหนอย่างไรเล่า" เจ้ากรมทหารเอ่ยเรื่องราวที่ตนมีส่วนร่วมมาเนิ่นนานหลายสิบปีตลอดเวลาที่รับตำแหน่งนี้ คอยควบคุมจัดการราชวงศ์นอร์ธมาเสมอ

 

วี๊ดด วี๊ดด

 

"ข้าเห็นด้วยกับท่านเจ้ากรมทหาร" ราชาเดฟคลึงฝ่ามือไปกับดาบเล่มโปรดของตนซึ่งเสียบอยู่กับแท่นประดับข้างบัลลังก์

 

"เก็บผู้หวังร้ายไว้ข้างตัวก็มิต่างหอกข้างแคร่" ราชาแห่งนอร์ธแย้มยิ้มเล็กน้อยอย่างที่คุ้นเคย

 

"นอร์ธ ควรเปลี่ยนแปลงเสียที"

 

เคร้ง แกร๊ง

 

เสียงโซ่ขาดสะบั้นลงพลันเจ้าชายจาคอปที่เคยถูกจองจำสลัดโซ่ข้อมือข้อเท้าทิ้งให้ห่างตัว ดังเช่นทหารคิมหยัดยืนขึ้นพร้อมมีดเล่มเหมาะมือ ทั้งยังโยนดาบเล่มโตให้แก่นายตน

 

"กบฏคิดต่อสู้! สังหารมันเดี๋ยวนี้" เสียงคำสั่งจากเจ้ากรมทหารดังลั่นขึ้น ตามมาด้วยเสียงโรมรันของคมหอกคมดาบที่พุ่งเข้าหากัน เสียงการปะทะน่าหวาดหวั่นดังอยู่หลายนาทีก่อนจบลงที่กองเลือดอาบนองบนพื้นพรมสีน้ำเงินเข้ม

 

และความเย็นของดาบคมที่ทาบอยู่บนคอของคาลเดอร์ เกรแฮม ทว่าผู้จับปลายดาบอีกฝั่งมิใช่เจ้าชายจาคอปที่ถูกกำหนดให้เป็นศัตรูแต่เป็นอัลฟ่าเฮเลน โรมานอฟผู้ซึ่งดำรงตำแหน่งแม่ทัพของราชาเดฟ

 

"เฮเลนเจ้าเป็นกบฏหรือ!" เจ้ากรมทหารคำรามถามอย่างตระหนก ดวงตาคมโตของชายชราเบิกโพลงเมื่อเห็นว่าทหารคนสนิทของตนถูกแทงจนล้มลงกับพื้น และดาบเล่มโตนั้นผู้ที่ถือมันก็คือราชาเดฟเอง

 

เมื่อกวาดตามองไปทั่วห้อง ทหารที่กำลังถูกดาบคมกดแนบคอล้วนเป็นทหารคนสนิทที่ภักดีกับเจ้ากรมทหารเช่นตนทั้งนั้น ทว่าเจ้าชายจาคอปกับทหารคิมนอกจากมิถูกจองจำซ้ำยังยืนหันดาบเข้าใส่ตนได้อย่างอิสระ

 

คาลเดอร์เดือดดาลไปทั้งใจ กัดขบฟันแน่นจนได้กลิ่นคาวเลือด

 

"ได้ยังไงกัน มันเป็นอย่างนี้ได้อย่างไร" คาลเดอร์คำรามลั่น ไฉนเลยการพิพากษาเจ้าชายจาคอปและพวกกลับกลายเป็นตนและลูกน้องที่ถูกไล่ต้อนได้

 

หรือว่ามันเป็นแผนลวงแต่แรก

 

"ท่านคิดว่าจะไม่มีผู้ใดเอะใจกับแผนของท่านหรือ ทั้งที่ท่านไปตกลงกับเจ้ากรมการคลังคามิลให้กำจัดข้าและเจ้าชายจาคอป ทั้งที่ท่านยักยอกทุนสงครามซึ่งกู้ยืมจากตระกูลเจมส์เพื่อลอบตั้งทัพใหม่ของตนมาจัดการกำจัดพวกข้า เรื่องพวกนั้นน่ะท่านคาลเดอร์ มันมิอาจเป็นความลับไปตลอดหรอกนะ" เดฟกล่าวด้วยน้ำเสียงชืดเย็นชา ดวงตาคมจับจ้องมองดาบคมที่เปื้อนเลือดในมือตน

 

"เจ้าเอาอะไรมาพูดกันเดฟ ข้านี่น่ะหรือจะทำเรื่องพวกนั้น เจ้าคิดสังหารตาของเจ้า เข้าข้างศัตรูกับกบฏอย่างจาคอปหรือ" คาลเดอร์ยังเอ่ยต่อไป แม้จะกลัดกลุ้มกังวลที่หลานชายพูดออกมาได้ตรงจุดทุกอย่าง ทว่ามินึกยอมรับ

 

"พวกข้ามิได้โง่เง่าเบาปัญญา การนัดพบเพื่อเจรจาของท่านกับท่านคามิลกี่หนบ้างข้ารู้สิ้น ทรัพย์สินที่หายไปเท่าไหร่บ้าง ข้าก็รู้" เดฟเอ่ยด้วยเสียงราบเรียบ และอีกเรื่องสำคัญที่มิได้กล่าวคือ ทหารในความดูแลของเจ้ากรมทหารคาลเดอร์ ซึ่งส่งไปลอบสังหารแองเจลโล่ เมื่อครั้งส่งตัวกลับโรงเรียนโอเมก้าลินน์นั้นตนก็รู้ 

 

ที่จริงต้องเอ่ยว่า แรกเริ่มเดิมทีแล้ว ตนเริ่มมาเอะใจกับความผิดปกติให้มากขึ้นจากเหตุการณ์นั้น ด้วยข้อมูลที่ไอรีน่า คาร่า และเฮเลนนำมาบอก ทว่ามิอาจเอ่ยปากบอกได้ เพราะถ้าจากเหตุห่วงชีวิต หากถูกบิดเบือนไปว่าเป็นเพราะมัวเมาคลั่งในรักมากไปย่อมไม่เป็นการดี

 

"ข้ามีหลีกฐานทุกอย่าง มิใช่เพียงข้า แต่ทางจาคอปเองก็มี ทั้งท่านและคามิลรวมหัวกันตลบหลังพวกเรา มั่นใจในแผนการ จนมิเคยระแวดระวังตัวสักนิด"

 

"เจ้ากับจาคอปสนทนากันเมื่อใด ได้อย่างไรกัน"

 

"ท่านคิดว่าเหตุใดข้าถึงต้องการใช้แผนที่เวทมนตร์เข้าไปในนอร์ธเพียงลำพังเล่าท่านคาลเดอร์ ในเมื่อพวกท่านวางแผนลับเพื่อสังหารพวกข้า พวกข้าเองก็ย่อมทำได้" เดฟสบตากับจาคอป พี่น้องต่างแม่ที่ยืนกำดาบนิ่งอยู่เบื้องหน้าตน

 

ตั้งแต่จำความได้ ตนและจาคอปถูกวางให้เป็นคู่แข่งและศัตรูกัน เพราะตำแหน่งราชา เพื่อตอบสนองอำนาจที่หนุนหลังเราทั้งสองฝ่าย เดฟเองมิเคยอยากเป็นราชา แม้แต่เป็นเจ้าชายก็เหนื่อยล้า ทว่ามิอาจออกจากเส้นทาง สละโซ่ตรวนที่กักขังกำหนดบทบาทชีวิตตนได้

 

เกิดเป็นเจ้าชาย หากมิตายอย่างราชา ก็เหลือเพียงหมากไร้ค่าที่ต้องหวาดระแวงไปชั่วชีวิต ช่างไม่ยุติธรรมที่พวกตนถูกกำหนดชีวิตให้เป็นเช่นนี้จากการบงการและชักใยแสนกระหายอำนาจของผู้อื่น

 

และเมื่อรู้ว่าท่านเจ้ากรมทหารผู้เป็นตาแท้ ๆ วางแผนและตกลงกับเจ้ากรมการคลังคามิลซึ่งนับได้ว่าเป็นลุงของตนเช่นกัน เพื่อที่จะสังหารและกำจัดตนรวมทั้งจาคอปทิ้งเพราะควบคุมยากเกินไป

 

สิ่งที่ทำได้ดีที่สุดในการพลิกสถานการณ์นี้คือ หามิตรที่เหมาะสมและศัตรูอันแท้จริง เช่นสิ่งที่คาลเดอร์สอนเดฟมาเสมอ ไม่มีมิตรแท้หรือศัตรูถาวร

 

เมื่อทุกอย่างคืบหน้า เดฟรู้มาว่าคาลเดอร์กับคามิล ตั้งใจให้สงครามยืดเยื้อจนทหารในสังกัดของเดฟและจาคอปล้าอ่อนแรง ทั้งดึงงบประมาณการรบจากทั้งสองฝั่งเก็บเข้ากระเป๋าส่วนตนได้มากพออย่างแนบเนียน สุดท้ายจะตลบหลังสังหารพวกตน สงครามที่ควรยืดยาวไปอีกหกเดือนถึงหนึ่งปีจำต้องจบเร็วที่สุดเพื่อไม่ให้เข้าแผนของเจ้ากรมทหารและเจ้ากรมการคลัง

 

เดฟจึงทำทีเสนอให้ใช้แผนที่เวทมนตร์ในการลอบเข้าวังนอร์ธ

 

ตนตั้งใจเพื่อไปพบกับจาคอปและทหารคิมโดยเฉพาะ  แน่นอนว่าถ้าจะสานต่อแผนนี้ทางฝั่งจาคอปย่อมต้องร่วมมือ และหากเสนาธิการผู้วางกลยุทธ์ของจาคอปอย่างทหารคิมไม่เห็นด้วยก็เป็นการยากยิ่งจะสำเร็จ

 

แม้ลำบากไปเสียหน่อย แต่เมื่อเจรจาด้วยเหตุผล เป็นโชคดีที่ทหารคิมฉลาดนัก เบต้าผู้นั้นรู้สึกเอะใจในเจ้ากรมการคลังคามิลอยู่แล้วและมันตรงกับข้อมูลที่เดฟให้มา จาคอปจึงตกลงในแผนนี้

 

ไม่ใช่ด้วยความเชื่อใจหรือยึดมั่นในสายเลือดพี่น้องเท่าใดนัก ทว่าแผนการและพันธมิตรที่เสนอหนทางรอด ย่อมดีกว่ามิตรเก่าที่วางแผนส่งพวกตนไปตาย

 

การเจรจาเปลี่ยนสงครามนี้เป็นแผนกำจัดศัตรูที่แท้จริงซึ่งมีร่วมกันจึงเกิดขึ้น

 

ระยะเวลาหลายต่อหลายคืนเนิ่นนานนับเดือนหลังจากนั้น เดฟและเหล่าทหารคนสนิทลอบเข้าไปในเมืองนอร์ธผ่านแผนที่เวทมนตร์ทุกค่ำคืนเพื่อร่วมวางแผนกับทางเจ้าชายจาคอปและทหารคิม

 

ล่อหลอกให้ฝั่งเจ้ากรมทหารคาลเดอร์และสหพันธ์คนอื่นที่ไม่เข้าพวกตนคิดว่าเป็นการกรุยทางเพื่อโจมตีฝั่งเจ้าชายจาคอป

 

ทว่าแท้จริงแล้วเดฟไปเพื่อวางแผนกับฝั่งจาคอป เพื่อจัดการทุกอย่างให้เบ็ดเสร็จ ถอนรากถอนโคน

 

แม้แต่การที่จับกุมเจ้าชายจาคอปในฐานะผู้แพ้สงครามนี้ก็เป็นการตกลงไว้เช่นกัน การกำหนดวันในการพิจารณาโทษก็ร่วมเลือกอย่างดี

 

ต้องเป็นหลังจากเดฟขึ้นนั่งตำแหน่งราชาแล้ว เพื่อให้อำนาจที่ยังค้างคาในหลายส่วน เข้าสู่มือราชาแห่งนอร์ธอย่างเบ็ดเสร็จได้มากที่สุด

 

"การตัดสินโทษกบฏในวันนี้ก็เพื่อดึงท่านและทหารชั้นผู้นำที่ภักดีของท่านเข้ามาในห้องลงกลอนรอบด้านนี้อย่างไรเล่าท่านคาลเดอร์" เจ้าชายจาคอปเอ่ยด้วยเสียงทุ้มแหบ เครื่องแต่งกายที่มอซอมิได้ทำให้ดูน่าเกรงขามน้อยลงเลย เครื่องหน้าดุดันคมคาย และดวงตาเรียวเล็กเหมือนหมาป่าดั่งเช่นพี่น้องร่วมสายเลือดอย่างเดฟนั้นดูเยือกเย็นกดดันไม่ต่างกัน

 

"พวกเจ้า เจ้า คิดว่าจะกำจัดข้าง่าย ๆ งั้นหรือ!" อัลฟ่าชราคำรามลั่น คาลเดอร์หายใจรัวเร็วด้วยโทสะ เดฟกระตุกยิ้มเมื่อได้ฟัง

 

"ข้ามิเคยคิดว่ามันจะง่ายจึงวางแผนอย่างดีที่สุด มีแต่ท่านนั่นแหละท่านคาลเดอร์ที่ลำพองใจว่าทุกสิ่งอยู่ในกำมือจนประมาทนัก" น้ำเสียงของเดฟนั้นเย็นชา กอปรกับดวงตาเรียวคมที่จ้องเขม็งมายิ่งแข็งกร้าว

 

"ผู้ภักดีต่อข้าไม่ยอมให้ทุกอย่างเป็นเช่นนี้แน่ เจ้าจะต้องเจอบทเรียนราคาแพงที่อาจหาญต่อกรกับข้า เดฟ! จาคอป!"

 

"เหอะ ถ้าหากพวกมันยังเหลือสักคนมาช่วยท่านล่ะก็นะ" จาคอปแค่นหัวเราะ

 

"ท่านคิดว่าเราแยกทหารชั้นปกครองของท่านมาที่นี่ทำไมหรือ ข้างนอกนั่นคนของท่านถูกกำจัดทั้งหมดแล้ว ต้องขอบคุณท่านนักที่ช่วยทุ่นแรงกำจัดท่านคามิลและผู้ภักดีต่อเจ้ากรมการคลังไปจนสิ้น" เดฟเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลขึ้น ทว่ากลับฟังดูน่าหวาดหวั่นจับใจ

 

คาลเดอร์นึกเดือดดาลดั่งไฟสุ่มอก จนคมดาบเย็นเฉียบบนคอยังแสบผิว

 

มิผิดจากที่คิดเลยสักนิดว่าเดฟและจาคอปนั้นเป็นเจ้าชายที่เก่งกล้าเกินไป เกินควบคุม ถูกแล้วที่ตนหมายกำจัดให้สิ้น

 

"พวกเจ้าทำแบบนี้ไม่ได้ หึ เรื่องน่าอดสูนี้ยอมรับได้หรือ ข้าเป็นตาเจ้านะ เดฟ รีเบกก้า! รีเบกก้า! มาดูสิ่งที่ลูกชายชั่วช้าของเจ้าทำกับพ่อเจ้า ทำแบบนี้ได้อย่างไร" คาลเดอร์ร้องเรียกบุตรสาวของตัวเองที่นั่งอยู่มุมห้อง ทว่าการหันรีหันขวางเช่นนั้นทำให้ดาบคมในมือเฮเลนบาดเข้าผิวคอจนเลือดซิบ คาลเดอร์จึงต้องยืนนิ่งกวาดตามองรอบด้านด้วยดวงตาโทสะล้น

 

"ทำไมจะมิได้เล่า ท่านพ่อ" รีเบกก้ายังคงมีสีหน้าเยือกเย็นเหมือนอย่างเคย เรือนร่างงามระหงในชุดสีขาวเดินมาหยุดยืนต่อหน้าบิดาตน

 

"เจ้า! รีเบกกา"

 

"ท่านคิดว่าหากมิได้ข้าช่วยเจรจา เดฟจะรวบรวมอำนาจเหนือสหพันธ์ได้อย่างไร" พระสนมรีเบกกามารดาของเจ้าชายเดฟกดยิ้มมุมปาก ทว่ามีแต่ความขมขื่น ตระกูลโรมานอฟเอย ตระกูลอิซิดอร์และตระกูลใหญ่ทั้งหลายเอย หากไร้รีเบกกาคงมิเข้าพวกกับเดฟโดยง่าย

 

"ทำไมกันรีเบกกา เจ้าทรยศพ่อเจ้าได้อย่างไร"

 

"ท่านเองมิใช่หรือที่ทรยศข้าซ้ำแล้วซ้ำอีก ท่านบังคับให้ข้าผูกชะตากับราฟาเอลทั้งที่ข้ามีคนรักอยู่แล้ว ท่านสนับสนุนให้ราฟาเอลขึ้นครองบัลลังก์เพราะเขาควบคุมง่าย ท่านร่วมมือกับราฟาเอลสังหารคนรักของข้า"

 

"เจ้ารู้หรือรีเบกกา"

 

"ใช่ หลังจากข้าโง่งมมานานหลายสิบปี คิดว่าเขาผู้นั้นถูกขับไล่และคงใช้ชีวิตอยู่สักแห่งหนในเฟนเรียร์ ทว่าแท้จริงแล้วเขาถูกท่านสังหารอย่างโหดร้าย ข้ารู้แม้แต่ที่ท่านยุยงให้ราฟาเอลข่มขืนข้าเพื่อให้กำเนิดทายาทที่จะขึ้นครองนอร์ธต่อ ราฟาเอลนั้นน่าชิงชัง ทว่ายังมิอาจสู้ท่านเลย ท่านพ่อ"

 

"เจ้าควรตระหนักว่าข้าเป็นพ่อเจ้า"

 

"ข้าก็เป็นลูกท่าน ข้ามิเห็นท่านตระหนักสิ่งใดเลยสักอย่าง หึ ท่านพ่อ ถึงเวลาที่ท่านจะทำเพื่อข้าแล้วมิใช่หรือ"

 

"รีเบกกา!" คาลเดอร์ตะโกนเรียกชื่อบุตรสาวอย่างเดือดดาล ในห้องไร้เงาบุตรชายคนโต มิอาจรู้ได้เลยว่ายังเป็นมิตรตนที่ถูกกำจัดสิ้นหรือกลายเป็นศัตรูกับตนไปแล้วเช่นกัน

 

"เหอะ บุตรสาวข้า เจ้าชิงชังบิดาเช่นข้า รวมหัวกับบุตรชายเช่นนี้ หากเจ้าอยากเป็นราชินีเหตุใดมิเทใจให้ราฟาเอลไปเล่า ราฟาเอลผู้นั้นทั้งตอแยทั้งบังคับเจ้าให้ขึ้นเป็นราชินีเคียงบัลลังก์ด้วย เจ้าเองนั่นแหละที่ไม่เคยยินยอม ราฟาเอลถึงไม่แต่งตั้งสนมคนไหนให้เป็นราชินีเพราะแบบนี้เจ้าก็รู้ดี จะมาอยากมีอำนาจเหนือบัลลังก์อะไรเอาตอนนี้"

 

"ใครว่าข้าอยากได้อำนาจเหนือบัลลังก์น่าชังนี่กัน" รีเบกกาทอดสายตามองมงกุฎแห่งนอร์ธที่ถูกวางทิ้งไว้บนบัลลังก์

 

"สิ่งที่ทำให้ข้าตอบรับแผนการของเดฟ สิ่งเดียวกันที่ทำให้จาคอปเองก็ตอบรับ ก็คือการสิ้นสุดเรื่องชวนคลื่นเหียนนี่ต่างหากท่านพ่อ"

 

"เจ้าหมายความว่าอย่างไร"

 

"ท่านคาลเดอร์ ในเมื่อเจ้ากรมต่าง ๆ และขุนนางเช่นท่าน หรรษาในการปกครองและชักใยนอร์ธอยู่เบื้องหลังเสมอมา ไฉนเลยมิสู้เปลี่ยนการปกครองเป็นรัฐสภาเช่นที่เพิร์ลเป็น ใครปรารถนาทำสิ่งใดล้วนตรวจสอบกันได้ หาใช่ดึงบังเหียนอยู่เหนือราชาแล้วทำสิ่งตามใจชอบตนเช่นที่ท่านทำ" เดฟเอ่ยขึ้นไม่รีบร้อน แต่ทำให้คาลเดอร์กัดฟันตัวเองแน่นขึ้น

 

ก่อนหัวเราะเหอะ ดวงตาคมของอัลฟ่าชราจ้องหน้าบุตรสาว

 

"ดูเหมือนพวกเจ้าจะวางแผนกันมามากมาย ทว่ามีสิ่งหนึ่งที่เจ้าคงลืมบอกแก่บุตรชายเจ้าไปใช่หรือไม่รีเบกกาความลับนั่น มิเช่นนั้น เดฟคงมิภักดีกับเจ้าอยู่เช่นนี้" คาลเดอร์กระตุกยิ้ม ดวงตาของจิ้งจอกเฒ่าเจ้าเล่ห์พราวระยับเมื่อคิดว่าตนนั้นกำลังมีแต้มต่อ 

 

หากตนต้องลงเหวก็มิขอลงเหวตามลำพัง จะดึงเอาคนที่เป็นเสี้ยนหนามทั้งหลายลงไปด้วยให้หมดสิ้น

 

"เดฟเอ๊ยเดฟ จาคอปก็ด้วย เจ้ารู้หรือไม่ว่าบิดาพวกเจ้าสิ้นใจได้อย่างไร" เรื่องที่ดูไม่เข้ากับเหตุการณ์ที่ถูกเอ่ยขึ้นมาทำให้เดฟและจาคอปสบตากันก่อนจ้องมองไปที่เจ้ากรมทหาร พอเห็นสายตาใคร่รู้เสียงหัวเราะของอัลฟ่าชราก็ดังก้อง

 

“ท่านพ่อป่วยพิษไข้หายากจนตาย” 

 

"เพราะสตรีที่อยู่ตรงหน้าเจ้าอย่างไรเล่า นางเป็นผู้วางยาพิษบลูไลแลคในอาหารมื้อสุดท้ายให้บิดาที่กำลังป่วยของพวกเจ้ากิน ราชาราฟาเอลถึงได้สิ้นใจ"

 

"จริงหรือท่านแม่" เดฟหันไปมองสตรีผู้ให้กำเนิดตน ทว่ารีเบกกายังคงยืนสงบนิ่ง ดวงตาสวยล้ำลึกทว่าไร้ความรู้สึกเศร้าเสียใจ

 

"เรียกว่าลอบวางยาพิษได้ด้วยหรือในเมื่อข้าบอกราฟาเอลแล้วว่าในซุปถ้วยนั้นมียาพิษ แต่ก็เลือกที่จะกินเข้าไปเอง ชีวิตไม่ควรชดใช้ด้วยชีวิตหรืออย่างไร ราฟาเอลฆ่าคนรักของข้า ข่มขืนข้า ทำให้ชั่วชีวิตข้ามีแต่เรื่องราวน่าอดสู ได้รับความตายตอบแทนก็สมแล้ว" รีเบกกาจ้องมองใบหน้าของบิดาตน

 

"แล้วจะปล่อยผ่านไปเช่นนี้หรือ รีเบกกาผู้นี้สังหารราชาคนก่อน นางควรต้องโทษประหาร ตัดคอเสียบประจานมิใช่หรือ" คาลเดอร์ตะโกนก้องขึ้นมาอย่างจนหนทางและคับแค้นใจ หากบุตรสาวทรยศตน ตนก็ไม่นึกเอาไว้ ลากกันลงนรกไปให้หมดสิ้นพร้อมกันย่อมดีที่สุด

 

"ท่านอย่าลืมสิในเมื่อตอนนี้บุตรชายข้าเป็นราชา มันคือการเปลี่ยนผ่านบัลลังก์ที่มิอาจย้อนคืน ย่อมมีการสูญเสียเลือดเนื้อ ในตอนนี้ราฟาเอลก็แค่ชายคนหนึ่งที่ตายไป" รีเบกกากระตุกยิ้ม กวาดตามองรอบห้อง นอกจากเดฟกับจาคอป ผู้มีอำนาจในห้องนี้อย่างยิ่งพันธมิตรของรีเบกกามีใครตระหนกตกใจกับเรื่องที่พวกนั้นรู้อยู่ก่อนนี้บ้าง

 

"แล้วท่านเอาเรื่องเช่นนี้มาว่าร้ายข้าได้ด้วยหรือท่านพ่อ ในเมื่อท่านก็ยินดีที่ข้ากำจัดราฟาเอลให้พ้นทางท่าน ไม่เช่นนั้นท่านคงห้ามข้าแล้ว คงติติงข้าสักคำเมื่อราฟาเอลสิ้นใจ แต่ท่านก็มิได้ใยดี หากมีใครที่จะผิดในเรื่องนี้พอกับข้าก็คือท่าน ท่านพ่อ" สิ้นคำเอ่ยของรีเบกกานั้นมีแต่คาลเดอร์ที่เดือดดาลขึ้น เดฟรู้สึกตระหนกและปวดลึกในใจกับในข้อมูลใหม่ที่ได้รับ ทว่าสิ่งเบื้องหน้าที่เริ่มไว้ย่อมสำคัญในการสานต่อมากกว่า

 

 

"เป็นเจ้า! เป็นเจ้านี่เอง เจ้าพรากเขาไปจากข้า เจ้าเสมอ เป็นเจ้าเสมอรีเบกกา!" เสียงหวีดร้องดังลั่น เซเรน่าถลันตัวลุกขึ้นวิ่งเข้าใส่รีเบกกา จิตใจที่เจ็บช้ำเพราะกลายเป็นผู้แพ้สงคราม เพราะถูกเด็ดฝันนั้นทำให้ล่องลอยไปไกลหาคนที่ใจนางคิดคะนึง แม้กระทั่งยามที่จาคอปลุกขึ้นมาเผยแผนการทั้งหมด ทหารคิมปลดโซ่ให้นาง นางก็มิได้สติคืนมาสนใจ

 

แต่เพราะชื่อเพียงชื่อเดียว คือราฟาเอล คนที่เซเรน่ารักที่สุดเท่านั้นซึ่งเร้าความสนใจได้ ที่ทำให้นางตั้งใจฟังสิ่งที่เกิดขึ้น

 

"รีเบกกาเจ้ามันสารเลว เจ้าพรากเขาไปจากข้าซ้ำแล้วซ้ำอีก!" เซเรน่าโถมตัววิ่งเข้าหารีเบกกา จนจาคอปทิ้งดาบในมือเพื่อกอดรั้งมารดาที่ตนรักและทำเพื่อนางเสมอ กอดไว้มิให้วิ่งพล่านอาละวาด เซเรน่ากรีดร้องทั้งน้ำตา มือเรียวผอมชี้หน้าสตรีที่เป็นมารหัวใจอย่างรีเบกกา ในบรรดาสนมทั้งหก ทำไมเซเรน่าจะมิรู้ว่าใครคือผู้น่าชิงชังที่สุด

 

"ข้าพรากเพียรทำทั้งชีวิตให้เขารัก ให้เขาสนใจข้า แต่มันก็ไม่เคยเป็นแบบนั้นเพราะเจ้า ข้าทุ่มเททำทุกทางเพื่อขึ้นเป็นราชินีเคียงข้างราฟาเอล อย่างน้อยเขาจะได้สนใจ ข้าพยายามแค่ไหนเพื่อมีแต่ทายาทเป็นอัลฟ่า ยากลำบากเหลือแสนมิมีใครรู้ แต่ข้าก็ไม่สมหวัง ราฟาเอลไม่เคยชายตาแลมองข้า

แต่เจ้ารีเบกกา เขาเอาแต่รักเจ้า สนใจแต่เจ้า ตอนข้าไปดูแลเขาที่ป่วยหนัก เขาเอาแต่ชื่นชมกับถ้วยซุปโง่เง่าที่เจ้าทำมา เอาแต่พร่ำเพ้อว่าในถ้วยนี้ใส่สิ่งใดไว้ไม่นึกสนใจ เพราะเป็นอาหารมื้อแรกและมื้อเดียวที่เจ้าเคยทำเพื่อเขา" เซเรน่ากัดริมฝีปากตัวเองแน่นจนห้อเลือด ใบหน้าอ่อนล้าโรยแรงเปื้อนน้ำตา

 

"แม้แต่ก่อนตาย เขาก็ยังเรียกชื่อเจ้าเป็นหนสุดท้าย ไม่แม้แต่มองมาที่ข้าซึ่งนั่งกำมือเขาไว้จนสิ้นลมหายใจ ทำไมไม่เป็นข้า ไม่เคยเป็นข้าเลยสักหน!" เซเรน่ากรีดร้องก่อนจะทรุดลงนั่งกับพื้นโดยมีอ้อมแขนของจาคอปกอดปลอบผู้เป็นมารดาไว้ไม่ห่าง  เสียงร้องไห้ดังระงมไปทั่วห้อง

 

รีเบกกาจ้องมองพระสนมอีกคน ซึ่งตนรู้เสมอมาว่านางมิเคยเป็นมิตรด้วยเลยสักหน เพราะชิงชังที่รีเบกาเป็นที่รักจากชายผู้นั้น ชายที่รีเบกาเกลียดชัง

 

"ราฟาเอลมิเคยรักเจ้าเลย เจ้ายังจะทุ่มเทเพื่อชายผู้นั้นถึงเพียงนี้ทำไมเซเรน่า" รีเบกกาเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ยังเจือความเห็นใจ ความเห็นใจที่มีต่อสตรีผู้ทุ่มเทในรักแต่มิเคยได้คืนย้อนมา

 

ทั้งห้องว่าราชการไร้เสียงใดนอกจากเสียงร้องไห้อย่างทรมานใจของเซเรน่า ผู้ซึ่งไม่ว่านานแค่ไหนก็ดูจะเป็นคนที่เสียใจที่สุดในการจากไปของราฟาเอล

 

ความวุ่นวายราวกับละครฉากใหญ่นั้นทำให้เกิดช่องโหว่มากมาย

 

ปึง

 

คาลเดอร์ เกรแฮมได้จังหวะต่อสู้ ถีบเข้าที่กลางตัวของเฮเลนในขณะที่ทุกคนเผลอ วิ่งอย่างช่ำชองด้วยทักษะทหารซึ่งฝึกฝนมาจนคล่องแคล่วแม้จะแก่ชรามากแล้วก็ไม่ลดหย่อนลงนัก

 

คาลเดอร์ไม่นึกวิ่งออกไปทางประตูเพราะรู้ว่าตนไม่อาจสู้ได้ ทว่าหากมีแต้มต่อย่อมเปลี่ยนทุกอย่าง เจ้ากรมทหารคว้าดาบมีดสั้นจากรองเท้าหนังยาวของตนวิ่งตรงไปที่เก้าอี้ของราชินีแห่งนอร์ธ

 

แองเจลโล่ ปาร์กเกอร์ คือจุดอ่อนของเดฟและย่อมเป็นแต้มต่อที่ยอดเยี่ยม ถึงคนท้องจะพาเดินทางยากเย็นสักหน่อย ทว่าไม่มีใครเป็นตัวประกันดีกว่านี้อีกในการหนีเอาตัวรอด คาลเดอร์ถีบฉากกั้นไม้เต็มแรง หมายใช้มีดสั้นคมกริบทาบลำคอบางของแองเจลโล่เพื่อใช้พาตนหนี

 

ทว่าสิ่งที่พบเจอหลังฉากกั้นกลับเป็นดาบเล่มโตในมือของเบต้าคาร่า เกลเลอร์

 

ฉึก

 

และมันแทงทะลุอกของคาลเดอร์ที่โถมตัวเข้าไปอย่างรอท่าอยู่แล้ว ร่างของอัลฟ่าชราล้มลงสิ้นใจแทบในทันทีโดยที่ยังมิได้ทันไตร่ตรองสิ่งใด

 

คาร่า เกลเลอร์มองร่างอัลฟ่าเจ้ากรมทหารที่สิ้นใจแทบเท้าตน และคิดว่าเป็นจริงเช่นท่านเดฟเอ่ยปากวางแผนไว้ แต่แรกที่เอาแองเจลโล่ ปาร์กเกอร์เข้ามาไว้ในห้องให้ทุกคนเห็น ก่อนซ่อนไว้หลังฉากกั้นแล้วให้ไอรีน่าลอบพาออกไปซ่อนที่ห้องลับ

 

เพื่อล่อหลอกให้คาลเดอร์คิดว่ามีจุดอ่อนของท่านเดฟอยู่ตรงนี้ ให้เห็นชัดเจนและเข้าถึงได้ง่าย ซ้อนแผนเผื่ออีกชั้นในสถานการณ์ไม่คาดคิด อย่างไรคาลเดอร์ที่โดนบีบย่อมใช้วิสัยเดิม หมายคว้าเอาตัวแองเจลโล่เป็นตัวประกันแน่

 

ทำให้เข้าใจว่ามีจุดอ่อนชัดเจนอยู่ตรงไหน สุดท้ายคนจนตรอกก็จะหมายมาจัดการจุดอ่อน ทว่ามิรู้ว่าถูกวางแผนตลบหลังรอเอาไว้แล้วเช่นกัน

 

และเมื่อเรื่องราวพลิกผันไปมาจนออกมาในรูปแบบที่คาลเดอร์มีจังหวะหลุดรอดออกมาได้ ก็พุ่งตรงมาหาตัวประกันที่เป็นจุดอ่อนของท่านเดฟจริง ๆ

 

 

 

 


ตอนที่แล้วที่พี่เดฟยังไม่อ่านจดหมาย ก็ตามนี้จ้า เพราะน้องบอกให้อ่านจดหมายหลังจากชนะสงคราม ที่ผ่านมายังไม่ชนะจริงๆเลยไม่อ่าน แต่หลังจากนี้ก็จะอ่านได้ละ

 

ตอนนี้คือเขียนเหนื่อยสุด เหนื่อยิ่งกว่าเขียนฉากเรท ถถถถ อยากให้อ่านกันเยอะๆนะคะ ขอฝากฝังทีมอวยในการอวยอีกยกค่ะเพราะเขียนยากจริงจัง ถ้าเป็นไปได้ตอนนนี้ไม่อยากให้อ่านข้ามกันเลยนะคะ อยากให้อ่านให้ครบถ้วนเพราะเป็นการสางปม ถ้าไม่อ่านให้ดีอาจจะงงกันได้

สมารถอิน วิเคราะห์ และต่างๆมาได้เต็มที่เลยนะคะ เราชอบอ่าน หลังจากนี้ก็จะมีสตอรี่อยู่อีกนิดหน่อย แต่ก็เป็นการเก็บรายละเอียดปมที่คลายออกมากว่าค่ะ 


รวมเล่มยังสั่งได้นะคะเพราะเนื้อหายังมิเสร็จ ก็เพิ่งเขียนตอนนี้ไได้มาอย่่างเหนื่อยยากนี่แหละค่ะ ถถถ เป็นแนวที่ตอนเขียนสนุกดีแต่ก็รู้สึกจะขาดใจตายในเวลาเดียวกัน 5555555 ขอกำลังใจจากคนอ่านในการต่อชีวิตด้วยนะคะ ถ้าพูดถึงเรื่องนี้อย่าลืมติดแท็กน้าา ติดแท็กกันมาเย้อๆ เล้ยยย


หนุกหนานในการอ่านนะคะ

 

 

 

#ดมอบีนยอง

@butterfly8ffect

https://web.facebook.com/butterfly8ffect/


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 533 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,273 ความคิดเห็น

  1. #3261 sayewj (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2563 / 22:14
    สุดยอดไปเลยตอนนี้ ท่านเดฟฉลาดสมกับที่ตาแก่คาลเดอร์คิดจะกำจัดจริงๆ แต่เสียใจด้วยที่ประมาทเกินไปจนโดนเดฟตลบหลังได้อย่างแนบเนียน แผนการซับซ้อนแต่แน่นอนสุดๆ ผมนี่ลุกขึ้นปรบมือให้เลย
    แต่ต่อจากนี้นี่สิ เหมือนจะยังไม่ได้จบลงด้วยดีเพราะเรื่องเกี่ยวกับพระสนมรีเบกก้ามั้ย นี่ก็ว่าแล้วเชียวว่าทำไมพ่อท่านเดฟอยู่ดีๆก็เสียได้ เฮ้อ เดฟคงเสียใจน่าดู คงมีเรื่องต้องเคลียร์อีก
    #3,261
    0
  2. #3235 ทำไมต้องอิมแจบอม' (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2563 / 14:30
    เราเดาถูกแหละ อิอิ อยากหวีดทหารคิม น้องฮันบิน เมนเราฮืออออ
    #3,235
    0
  3. #3199 Mintty_Luhan (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2562 / 18:30
    สุดยอดเลย เรื่องนี้เพราะรักทำได้ทุกอย่าง ทุกตัวละครมีสตอรี่ความรักของตัวเองทั้งนั้น
    #3,199
    0
  4. #3195 Keiharu_jbjy (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2562 / 21:31
    โอ้โหว มันส์มากค่ะ มีความเหนือฟ้ายังมีฟ้าจริงๆ มันต้องเจอแบบนี้ พวกฉลาดแกมโกง ทำทุกอย่างเพื่อตัวเอง โดนไม่สนใจว่าจะต้องทำลายชีวิตใครบ้าง พี่เดฟเก่งมาก ปกป้องเจ้าจีนได้ดีมากๆ ฮืออ
    #3,195
    0
  5. #3190 IHOPe.. (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2562 / 23:26
    ราชาเดฟแห่งนอร์ธ ท่านฉลาดยิ่งนัก
    #3,190
    0
  6. #3170 llllovellll (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2562 / 17:48
    พิเดฟฉลาดมาก ประทับใจจจ
    #3,170
    0
  7. วันที่ 10 ตุลาคม 2562 / 19:08
    ยิ่งกว่าเรื่องราวการชิงบัลลังก์! ซับซ้อนมากแม่~~
    #3,147
    0
  8. #3075 love bb lava (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2562 / 23:22
    เข้มข้นสุดๆไปเลย คิดว่าคนนี้ฉลาดแล้ว ก็ยังมีอีกคนที่ฉลาดกว่า555555 ตอนวิ่งหาฉากกั้นในใจคือกรีดร้อง กลัวน้องจินยองกับลูกจะเป็นอะไรไป คุณพ่อเดฟที่ฉลาดจริงเๆลย
    #3,075
    0
  9. #3013 Toeykak (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 29 กันยายน 2562 / 23:33
    ตอนนี้คือสนุกมากกก หยิบดาบกันด่ากัน โช๊ะช้ะๆมาก ตอนเซเรน่ากรีดร้องวิ่งมาฉอดๆรีเบกกาคืออินมากกก เข้าใจนางมาก คือเราเห็นภาพตามเป็นฉากๆเลยเจ็บคอแทนนางมากๆ55555 ประทับใจสุดๆเลยค่ะ
    #3,013
    0
  10. #3011 김유MYLOVE. (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 29 กันยายน 2562 / 12:28
    ชนะจริงๆแล้วสักที น้ำตาจะไหล แต่แปลว่าใกล้จะจบแล้วด้วยอะดิ เส้าา
    #3,011
    0
  11. #3005 poseidon-303 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 26 กันยายน 2562 / 04:51

    อ่านยาวมาเลยค่าาาา ไรท์สุดยอดมากๆ เลยค่ะ เนื้อเรื่องสนุกมาก มีปมน่าติดตาม แถมแก้ปมสวยงามฝุด ภาษาสวย อ่านลื่นมากค่าาา love ^^
    #3,005
    0
  12. #3004 modismad (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 25 กันยายน 2562 / 15:34
    คือไรท์เก่งมากเลยค่ะ แบบนับถือ มันแบบบทหนังบทดีๆเรื่องนึงเลยอ่ะ มันดี
    #3,004
    0
  13. #3000 Myheartforjb (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 22 กันยายน 2562 / 16:09
    ไรท์สู้ๆ
    #3,000
    0
  14. #2998 Nanthida_w (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 21 กันยายน 2562 / 21:35
    ไรท์เก่งที่สุดเลยค่าาา เป็นกำลังใจให้ 💚💚💚
    #2,998
    0
  15. #2997 sor55524 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 20 กันยายน 2562 / 20:42
    ต่อน๊าไรท์ คิดถึงมากกกก
    #2,997
    0
  16. #2996 p-my (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 20 กันยายน 2562 / 17:39
    อือหืออ อ่านว่ายากแล้ว คนแต่งยากกว่าอีกอ่ะ ไรท์แต่งได้ไง คือดีมักๆๆ
    #2,996
    0
  17. #2995 BADTZBASTSU (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 20 กันยายน 2562 / 13:20
    ฉลาดดดด ท่าเดฟฟ
    #2,995
    0
  18. #2994 Jinyoung_socute (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 20 กันยายน 2562 / 02:50
    ฉลาดหลักแหลมสมเป็นราชาแห่งนอร์ท
    #2,994
    0
  19. #2992 Apg (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 19 กันยายน 2562 / 23:10

    เก่งมากเลย เขียนเรื่องแผนซ้อนแผน จนคนอ่านคิดไม่ถึงเลย ขอบคุณนะคะ

    #2,992
    0
  20. #2991 Marilyn88 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 19 กันยายน 2562 / 12:55
    สนุกจังงงงงง รอค่ะ
    #2,991
    0
  21. #2987 pbangrum (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 17 กันยายน 2562 / 12:35
    สนุกมากๆ แบบสุดๆ รายละเอียดเยอะจริง แล้วเราก็ต้องอ่านแบบตั้งใจอ่ะ กลัวตัวเองจะงง เข้มข้น ไรท์สุดจริงๆโคตรเก่งอะ
    #2,987
    0
  22. #2986 Ttkkenyg (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 17 กันยายน 2562 / 00:40
    สุดยอดไปเลยพี่ซาก!!!
    #2,986
    0
  23. #2984 dkkamolchanok (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 16 กันยายน 2562 / 14:07
    ละตายเองด้วยนะ ไม่ได้ฆ่าด้วย5555
    #2,984
    0
  24. #2983 N_udaen_G (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 16 กันยายน 2562 / 13:40
    แบบซ้อนแผนกันสุดเพื่อกำจัดศัตรูให้ได้อะ เข้มข้นมากๆ ค่ะ
    #2,983
    0
  25. #2982 PandaPhung (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 16 กันยายน 2562 / 13:15
    รุ่นลูกก็ขอให้ทุกอย่างจบลงแค่รุ่นพ่อเนอะ พินาศกันตั้งแต่ความคิดละ เหนื่อยใจแทนลูกๆ มานั่งฟังอะไรแบบนี้
    #2,982
    0