-END- SMOG #ฟิคหมอกควัน { BNYOUNG / JJP / BNior }

ตอนที่ 1 : SMOG #ฟิคหมอกควัน 1 / 5 100 % [รีไรท์]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,809
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 282 ครั้ง
    9 มี.ค. 61





SMOG 
#ฟิคหมอกควัน


 




[1]


      ความเหลื่อมล้ำของความสั่นคลอน

            เราทำเป็นมองไม่เห็น ทั้งที่จริงแล้วมองเห็น

            เราปฏิเสธ ภายใต้ท่าทีแห่งการยอมรับ

                                    -จินยอง-

            "ฮึก" เสียงผวาคว้าอากาศหายใจแสนหนาวเย็นลงไปในปอด มันเย็นจัดเหมือนถูกแช่อยู่ในอ่างน้ำแข็งต่อให้ในร่างกายจะร้อนเพราะความรู้สึกหลากหลายที่วิ่งพล่าน และสองขาที่ออกแรงวิ่งมาไกลแสนไกล

            เงาต้นไม้สูงรอบข้างเหมือนปีศาจที่กำลังวิ่งไล่ตามทุกย่างก้าวที่วิ่งตรงมา

            ร่างกายสั่นเทิ้มจากบาดแผลตามตัว ทั้งร่องรอยเล็กน้อยจากหนามแหลมและกิ่งไม้ที่บาดผิว ไปจนถึงแผลแตกจากการถูกต่อยตี รวมถึงรอยเลือดดวงใหญ่ที่คล้ำเข้มอยู่บนชุดนักเรียนสีขาว

            จุดหมายคือการวิ่งตรงไปข้างหน้า แม้ว่าความจริงแล้วมันจะเป็นทางตันที่สิ้นหวังเสียยิ่งกว่าทางที่จากมา แต่เขาก็ต้องวิ่งต่อไป

           แกรก

            ใบหน้าขาวซีดหวั่นผวามากยิ่งขึ้นเมื่อได้ยินเสียงกิ่งไม้ลั่นตามมาจากด้านหลัง ตาโตสั่นระริกเหมือนริมฝีปากด้วยความกลัวอย่างห้ามไม่อยู่

            เขายันกายลุกขึ้นอีกครั้งออกแรงวิ่งอย่างเต็มที่แม้จะดูไม่สมดุลเหมือนตุ๊กตาที่ถูกบีบหักจนเสียรูป อีกไม่ไกลคือแสงไฟที่ละลานตา สองขาตะกายเพื่อไปให้ถึงที่นั่น

            เพื่อพบกับแผ่นปูนมากมายของร่างที่จากลา

            ตุบ

"ฮึก" สะอื้นออกมาอย่างไม่อาจห้ามเมื่อสะดุดล้มกองลงกับพื้นอีกครั้ง ร่างกายถูกคลุกด้วยฝุ่นดินและใบไม้ ตะเกียกตะกายลุกขึ้นด้วยเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มี

            ปัง!

            เสียงปืนแผดดังไปทั่ว เพียงแค่หนึ่งนัด หยดเลือดร่วงกราวลงบนพื้น เสียงเหมือนฝนที่ตกลงกระทบแอ่งน้ำ

แดงฉานและแปดเปื้อน

            ร่างทั้งร่างร่วงหล่นลงแทบพื้น ในวินาทีแห่งความตายเขาพลิกตัวกลับมาเพื่อมองหน้าฆาตกรที่ตามล่าสังหารตน ตาโตเอ่อคลอด้วยน้ำตาแห่งความกลัวและร้องขอ

            "ได้ ...โปรด"

            ปัง!

            ร่างกายสั่นกระตุกเล็กน้อยและแน่นิ่งกองแทบพื้นดิน ตาโตของจินยองเบิกค้าง แววตาแห่งความกลัวยังฉายค้างอยู่ชัดเจน

 

 

            "คัท"

            เสียงปรบมือดังขึ้น แต่ไม่มีเสียงโห่ร้องแม้นี่จะเป็นเทปสุดท้ายของค่ำคืน ทุกคนยังติดอยู่ในพะวงแห่งการเอาชีวิตรอดที่ได้เห็นตลอดหลายสิบนาที ยิงยาวอย่างไม่มีการหยุดเลยสักวินาที

            "นายเก่งมากเลยนะจินยอง ฉัน ว้าว ไม่น่าเชื่อ" ผู้กำกับวัยกลางคนรีบวิ่งตรงไปหานักแสดงหนุ่มน้อยที่ยันตัวขึ้นจากพื้นดิน ฝ่ายดูแลนักแสดงรีบเข้ามาดูแลรอยเปื้อนและสำรวจว่านักแสดงคนนี้มีรอยแผลอะไรจากการที่ทิ้งร่างล้มกับพื้นครั้งแล้วครั้งเล่าจริง ๆ หรือไม่

            "ขอบคุณผู้กำกับคังมากเลยครับ ขอบคุณครับ ขอบคุณที่ทำงานอย่างหนักครับทุกคน" นักแสดงหน้าใหม่วาดยิ้มอย่างนอบน้อม โค้งเคารพให้กับทีมงานทุกคนที่อยู่รอบตัว หลายคนยิ้มรับด้วยไมตรี แต่หลายคนก็เก็บความไม่พอใจไว้ใต้สีหน้าที่เมินเฉย

            "เอาล่ะ ๆ คืนนี้ดึกมากแล้ว พวกเราไปพักผ่อนกันเถอะ นายเล่นได้ดีมากวันนี้ ฉันชอบ ๆ" ผู้กำกับคังเอ่ยชมเปาะไม่หยุดปาก ทำให้ใจของนักแสดงหน้าใหม่ชุ่มชื่นขึ้นมาได้บ้าง ทั้งร่างก้มโค้งอีกหลายครั้ง ก่อนจะตรงไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อกลับไปพักผ่อน

            "กลับก่อนนะครับ" จินยองโค้งลาคุณป้าที่ทำหน้าที่ตรวจสอบเสื้อผ้าของนักแสดงที่แสนเลอะเทอะอีกครั้งยามที่เอาไปคืน รอยยิ้มจาง ๆ เจืออยู่บนใบหน้า

            การใช้ชีวิตเป็นนักแสดงสำหรับจินยองเป็นเรื่องที่ไม่คุ้นชินนัก เขาเพิ่งจะใช้ชีวิตแบบนี้ไม่ถึงหนึ่งเดือนเสียด้วยซ้ำ ทุกอย่างแปลกใหม่จากชีวิตที่เคยผ่านมาสำหรับจินยอง

            มันเป็นเรื่องยากที่ดูเหมือนเกินจะรับไหว แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นสิ่งที่อยากจะลองทำมันให้สำเร็จ

            "ก็แค่เด็กเส้นไม่เห็นจะเก่งเท่าไหร่เลย"

            "เฉย ๆ อะ ถ้าไม่ใช่เด็กฝากจากพาราไดซ์ผู้กำกับคังก็ไม่ชมแบบนั้นหรอก"

            "จริง ๆ เลยน้า โชคดีจังเลยมีคนอุปถัมภ์เนี่ย หนูตกถังข้าวสารชัด ๆ"

            "บทนี่ก็เอาตัวเข้าแลกมาใช่ไหมล่ะ เป็นผู้ชายแท้ ๆ น่ารังเกียจจริง"

            เสียงล่องลอยดังมาตามทางที่ต้องเดินผ่านเพื่อกลับออกไปที่ลานจอดรถ เสียงซุบซิบที่แม้ไม่เอ่ยนาม แต่คนฟังกลับรับรู้ได้ไม่ยากว่ากำลังพูดถึงใคร แต่ก็ไม่ได้หยุด ไม่หันไปมองหรือสนใจ สองเท้าแค่จ้ำเดินออกไปให้เร็วมากขึ้น

            เถียงไปก็เท่านั้น คนเกลียดยังไงก็เกลียด

            จินยองเคยชินกับการถูกสาดคำแย่ ๆ ใส่ ชินกับการถูกมองในแง่ร้าย และถ้ามันไม่ใช่ความจริง เขาไม่เคยเห็นว่ามันมีค่าพอให้สนใจ

            ทว่ายิ่งมันไม่ใช่คำลือลวงหลอกทั้งหมดก็ยิ่งแย่ที่จะทำสงครามน้ำลายใส่กัน

            ติ้ง

            จินยองมองดูข้อความที่ถูกส่งมาจากผู้จัดการส่วนตัวร่างท้วมของตนว่ากลับไปแล้ว และมีคนขับรถอื่นที่กำลังรอรับอยู่ที่เดิม จินยองขมวดคิ้วเล็กน้อย ใช้ความคิดไปกับข้อความที่ได้รับแทนการใส่ใจกับถ้อยคำแย่ ๆ มากมายที่ฝังลึกอยู่ในสมอง

            ทันทีที่เดินมาถึงลานจอดรถ จินยองไม่จำเป็นต้องรอข้อความจากผู้จัดการส่วนตัวว่ารถหน้าตาแบบไหนที่รอตนอยู่ ในเมื่อเขามีควันนำทาง

            ควันจากปลายบุหรี่ ลอยคลุ้งอยู่กลางอากาศเย็นจัด

แผ่นหลังกว้างโดดเด่นในกางเกงและเสื้อยืดสีดำแบบที่ชอบ แขนเสื้อสั้นทำให้เห็นรอยสักรูปปีกจากหยาดหมึกสีดำที่ยื่นออกมาถึงต้นแขน ยืนพิงกระโปรงรถสีเดียวกับราตรีเงาวาวราคาแพงคู่ใจ จิวแหลมและห่วงเหล็กหลายอันบนใบหูคุ้นเคยรับกรอบหน้าคมสันที่จ้องมองควันบุหรี่ซึ่งตนพ่นออกมาจากปาก

            ท่านประธานแห่งพาราไดซ์

            "มาแล้วเหรอ" เสียงนุ่มแหบทักทาย ควันพวยพุ่งออกมาอีกครั้งเมื่อบุหรี่ถูกทิ้งลงกับพื้น หัวรองเท้าหนังบดขยี้มันจนแหลกลาญติดพื้นถนน

            "สวัสดีครับท่านประธาน ไม่นึกว่าท่านจะมารับเองแถมมายืนรอแบบนี้ ไม่กลัวคนจะแตกตื่นเหรอครับ" จินยองโค้งคำนับให้กับท่านประธานของบริษัทที่ตนสังกัดอยู่เพียงแค่หนึ่งเดือน

            แต่มากกว่าหกเดือนแล้ว ที่จินยองรู้จักกับเดฟ โซล หรืออิม แจบอม

            หากต้องให้คำจำกัดความว่าอิม แจบอมเป็นใคร ก็คงมีหลายสถานะให้ขยายความ

            ทั้งนักแต่งเพลงยอดฝีมือ อดีตนักร้องนำวงร็อคระดับตำนานอย่างวง Icarus ช่างภาพมีชื่อ และเจ้าของค่ายเพลงพาราไดซ์ ค่ายเพลงที่แปลกพอ ๆ กับเจ้าของค่าย แต่เพลงทุกเพลงกลับโด่งดัง โดยเฉพาะเมื่อถูกตีตราไว้ด้วยชื่อของเดฟโซล

            และแน่นอนอิม แจบอมคือผู้อุปถัมภ์ของปาร์ค จินยอง

            "ใครจะแตกตื่น" คนดังที่ชอบลืมว่าตนมีชื่อเสียงมากแค่ไหนทำหน้าตาไม่ทุกข์ร้อน

            "ถ้าแถวนี้ไม่ได้เป็นเขตอุทยานที่ไม่มีคน ท่านประธานคงโดนรุมไปแล้ว" จินยองบ่นพึมพำ แต่คนถูกว่าเพียงยักไหล่เท่านั้น

 

            "วันนี้เครียดเหรอครับ" ยามที่ถามจินยองยังคงจ้องมองไฟข้างรถที่วูบวาบระยิบระยับเข้านัยน์ตา อาจเปรียบมันเป็นดาวปลอม ๆ ของโลกมนุษย์ ให้มองแทนดาวบนฟากฟ้าที่น้อยครั้งจะเงยหน้าขึ้นไปมอง

            "อืม" เสียงครางรับง่ายดาย แล้วทั้งรถก็เงียบกริบไร้ซึ่งบทสนทนาใด ไร้ซึ่งเสียงเพลง มีเพียงเสียงของแหวนโลหะหลายวงบนมือใหญ่ที่เคาะกับพวงมาลัย

            เพราะเครียดนี่เองถึงได้ดั้นด้นมารับไกลถึงขนาดนี้ ทั้งที่เกือบตีสองแล้วแท้ ๆ จินยองคิดในใจเรื่อยเปื่อยเหมือนดวงตาที่จับจ้องนอกถนนแทนคนข้างกาย

            นอกจากแสงไฟข้างถนน จินยองก็ยังเห็นเงาของตัวเองที่สะท้อนกลับมา

            เกลี้ยงเกลา ไร้ร่องรอยการสัก เจาะ หรือแม้แต่ผมก็ยังดำสนิทอย่างที่เกิดมา

            ราวกับบริสุทธิ์เสียนักหนา

          "... ย อย่าฉีก ผมบอกแล้วว่าจะถอด อื้อ ถอดเอง..."

            "..."

            "..."

            "..."

            "ย หยุด ...คุณจะทำเสื้อของผมเป็นรูอีกตัว"

            "ชู่ว ..."

            "..."

            "เดี๋ยวซื้อให้ใหม่"

            มีเพียงเสียงลมหายใจสั่นสะท้านเมื่อริมฝีปากที่ใช้เจรจานั้นบดเบียดเข้าหากันราวกับนักเดินทางที่กระหายน้ำ เหลือเพียงเสียงเบียดเสียดของร่างมนุษย์ที่ถาโถมเข้าใส่กัน

            กับกิจกรรมคลายเครียดที่กำลังเริ่มต้น

            "อื้อ อือออ" เสียงหลุดออกจากริมฝีปากอิ่มตึง ยามที่รู้สึกได้ว่าร่างหล่นไปกองบนพื้นเพราะสองขาที่อ่อนแรง ฝ่ามือได้รูปไล้สัมผัสบ่ากว้างของอดีตนักร้องร็อคมีชื่อที่กำลังคร่อมทับและบดจูบไปตามร่างกายของตน

            แม้ในห้องที่เปิดเครื่องทำความอุ่นไว้ แต่ผิวที่ปะทะอากาศจากเสื้อผ้าซึ่งถูกฉีกขาดก็ยังคงรู้สึกเย็น หัวคิ้วของจินยองขมวดมุ่นเมื่อถูกกัดเข้าที่ช่วงเอวคอด

            "อย่าทำรอยไว้มากนะครับ" อย่าทำเหมือนเมื่อก่อนที่ทำให้ลายพร้อยไปทั้งตัว

            "น่าเบื่อจริง" มีแค่เสียงบ่นพึมพำที่ตอบกลับมา และความรู้สึกเจ็บจี๊ดของการถูกกัดดูดใกล้ท้องน้อย มือใหญ่ฟอนเฟ้นบีบเคล้นไปทั้งตัวของจินยอง ตาโตจ้องมองเพดานลวดลายสวยงามที่ราคาแพงไม่แพ้อย่างอื่นในบ้านหลังนี้

            มันไม่ได้สวยงามล่อตาล่อใจ แต่จินยองก็ยังคงมอง มองแทนการจ้องมองสีหน้าที่กำลังเปี่ยมอารมณ์ของอิม แจบอม

            ท่วงท่าและสีหน้าที่แสนมีเสน่ห์ หากเผลอสบมองก็เหมือนกับโดนร่ายคำสาปใส่

            จินยองไม่อยากติดอยู่ในคำสาปนั้นมากกว่าเดิม ถึงได้เลือกที่จะหลบสายตาไป

            ทั้งที่อยากจดจ้องมอง

            "อื้อ" ลมหายใจผวาเข้าเพราะรู้สึกได้ถึงร่างกายที่กำลังถูกคุกคามหนักหน่วงมากขึ้น จินยองแยกสองขาตัวเองออกจนกว้างอย่างง่ายดายเมื่อถูกจับที่ต้นขา สองเท้าคล้องเกี่ยวรอบช่วงสะโพกแกร่งแน่นหนั่นด้วยกล้ามเนื้อไว้จนแน่น

            เปลือกตาปิดหลับลง ปล่อยให้ร่างกายโยกขยับไปตามการชักนำ

            สอดประสานกิจกรรมคลายเครียดนี้ให้เสร็จสมบูรณ์

           "..." ภาพแรกหลังจากที่ปรือตาตื่นมาคือเพดานสีเทาคุ้นตา เปลือกตายังติดหนักอยู่เพราะความงัวเงียแต่ก็ต้องฝืนยันร่างกายลุกขึ้นมาจากเตียง ตาโตกวาดมองไปรอบห้อง ถอนหายใจเมื่อเห็นเสื้อผ้าราคาแพงของตัวเองกลายร่างเป็นเศษผ้าอยู่ตามพื้น

            ยันร่างผอมบางให้ลุกขึ้นจากเตียง คว้าผ้าห่มขึ้นมาพันตัวไม่ให้ต้องล่อนจ้อนเดินไปทั่วห้อง

            "อื้อออ" ขมวดคิ้วเข้าหากันเมื่อรู้สึกเจ็บแปลบไปทั้งสะโพก แต่ก็ยังคงขยับขาอย่างเชื่องช้าตรงไปเข้าห้องน้ำเพื่อทำความสะอาดตัว

            วัดจากความรู้สึกเหนียวเหนอะหนะตรงซอกขาพอจะบอกจินยองได้ดีว่า คนที่หายไปจากการนอนข้างกันคงรีบร้อนมากจนไม่ได้ทำความสะอาดส่วนไหน ๆ บนตัวจินยองเหมือนตอนที่ทำให้เลอะเทอะ

            มันไม่ใช่ครั้งแรกที่เป็นแบบนี้ และจินยองก็เรียนรู้แล้วว่าต้องดูแลตัวเองยังไงให้สะอาดสะอ้าน

            ตลอดระยะเวลาเกือบครึ่งปีที่ผ่านมา จินยองค่อย ๆ ปรับตัวให้ชินกับยมทูตเจ้าของชีวิต

            ไม่สิ

ต้องเรียกว่า อิม แจบอม

            "อาาา สบายจัง" ร่างผอมบางเอนกายนอนอยู่ในอ่างอาบน้ำขนาดใหญ่เงาวับที่ยามนี้น้ำอุ่น ๆ โอบกอดจินยองไว้จนเกือบจมไปทั้งตัว กลิ่นหอม ๆ เจือไอน้ำอุ่นไปทั่วห้องน้ำหรูหราที่ใหญ่เสียยิ่งกว่าที่พักสุดท้ายก่อนจะมาอยู่ที่นี่

            ความสบายแบบที่จินยองไม่เคยคิดจินตนาการว่าจะได้สัมผัส กลับเจอได้ง่ายดายตั้งแต่เอื้อมมือไปหายมทูตแปลกหน้าในคืนนั้น

            มือผอมหยิบรีโมตขึ้นมาเพื่อกดเลือกเพลงจากเครื่องเล่นที่ฝังอยู่ในผนัง กดสุ่มเลือกจากสักเพลงในอัลบั้มของวง Icarus             วงร็อคชื่อกระฉ่อนที่แสนโด่งดัง

            เสียงแหบนุ่มผสานบีทดนตรีหนักดังไปทั่วห้องน้ำ ไม่เหมาะสมต่อการผ่อนคลายแต่ทำให้คิดถึงเจ้าของเสียงนั้นจับใจ

            คือเสียงเดียวกับที่กระซิบเรียกชื่อจินยองอยู่ข้างหูเมื่อคืนนี้

            เสียงของเดฟโซล นักร้องนำของวงร็อคอย่าง Icarus ซึ่งประกาศยุติกิจกรรมในนามวงไปเมื่อหลายปีก่อน แต่เพลงหลายเพลงที่โด่งดังก็ยังคงถูกเปิดอยู่เสมอตามที่ต่าง ๆ

            "..." เสียงเพลงจบไปเพลงแล้วเพลงเล่า ในที่สุดจินยองก็ดันร่างลุกขึ้นจากอ่างน้ำ กดปิดเพลงและเช็ดร่างกายให้แห้งสะอาดอย่างที่ควร

            สองขาเดินเตร่ออกมาจากห้องแต่งตัวด้วยเสื้อแขนยาวลายขวางสีขาวน้ำเงินกับกางเกงขาสั้นรัดแนบจนเห็นก้นงอน เสื้อผ้าเนื้อดีราคาแพงที่มีอยู่จนล้นตู้สามใบในห้องแต่งตัวแม้จะไม่ได้ร้องขอ

            เส้นทางที่จะเดินไปก็ยังคงเป็นที่เดิมหลังจากคว้าขวดน้ำเปล่าขวดโตติดมือมาด้วย

            ก๊อก ก๊อก

            "ผมเข้าไปนะครับ" ขานบอกอย่างมีมารยาท ก่อนจะเปิดเข้าไปแม้ไม่มีเสียงตอบรับ และไม่แปลกใจสักนิดเมื่อคนเดียวที่นั่งอยู่ในห้องห้องนั้นหน้านิ่วคิ้วขมวดอยู่กับอุปกรณ์ทำเพลง หูฟังอันโตราคาแพงเหลือล้นถูกครอบอยู่เพื่อย้ำฟังจังหวะที่ต้องการ

            จินยองเดินเลี่ยงไปนั่งรอที่โซฟาหลังห้อง ไม่ได้เข้าไปยุ่งให้นักแต่งเพลงมือฉมังเกิดความขุ่นใจ น้ำเปล่าที่ตั้งใจเอามาให้ถูกวางอยู่บนโต๊ะ

            เสียงคลิกและเคาะดังให้ได้ยินอยู่เนือง ๆ

            ไม่ว่าใครได้มาเห็นสีหน้าตั้งอกตั้งใจของท่านประธานแห่งค่ายเพลงพาราไดซ์คนนี้แล้วก็คงจะตกหลุมรักได้ไม่ยาก เพราะเต็มไปด้วยความงดงามและมีเสน่ห์

            ตกหลุมรัก ทั้งที่รู้ดีว่าไม่ควรทำแบบนั้น

            "..." ในห้องทั้งห้องเต็มไปด้วยความเงียบ จินยองเอนกายพิงพนักโซฟา เปิดหนังสือหน้าที่คั่นกลางไว้และเริ่มอ่านมันต่อ

ใกล้ ๆ จบเล่ม แจบอมก็คงจะทำงานเสร็จพอดี

 

            ...ครั้งนี้จินยองคาดการณ์ไม่ผิดนัก

            "อ้าว ตื่นแล้วเหรอจินยอง" เสียงแหบนุ่มทักทาย แม้ว่า   จินยองจะนั่งอยู่ในห้องนี้มาเกือบหนึ่งชั่วโมงแล้วก็ตาม หูฟังอันโตถูกวางทิ้งไว้ที่โต๊ะ และขวดน้ำเปล่าบนโต๊ะก็โดนคว้าไปกระดกดื่มดับกระหาย จินยองอมยิ้มกับตัวเองที่เตรียมน้ำมา

            เวลาทำเพลงอิม แจบอมจะไม่ง่วง ไม่หิว ไม่หยุดดื่มแม้แต่น้ำสักแก้ว จนกว่าจะถึงจุดที่ตัวเองพอใจ ทำอยู่แบบนั้นจนน่ากลัวว่าจะป่วยเอา จินยองถึงได้ต้องคอยเดินเข้ามาดูในห้องนี้ แม้ว่าจะไม่ได้มีสิทธิ์อะไรมากมายขนาดนั้นก็ตาม

            แต่ก็เพราะเป็นห่วงก็เลยต้องยอมถูกดุบ้างในบางครั้ง

            "เป็นยังไงบ้างครับ เรียบร้อยหรือยัง พี่แจบอม" จินยองยิ้มหวานให้กับคนวัยสามสิบตรงหน้า ไม่อิดออดเมื่อถูกดึงเข้าไปกอดในแผงอกกว้าง สรรพนามหวานหูที่จะเรียกเฉพาะตอนอยู่ลำพังกันสองคน

            "ดีกว่าเมื่อวานเยอะ พอเอาความเครียดยุ่ง ๆ ออกจากหัว ก็ดีเลยล่ะ" แจบอมพึมพำ มือใหญ่เริ่มลูบเฟ้นวนที่แถวหัวเข่าของ  จินยองเพื่อสะสางความขุ่นมัวของตัวเอง

            "ฮื่อออ อย่าเพิ่งสิครับ เมื่อกี้อาบน้ำตรงสะโพกมีแต่รอย ผมยังต้องไปถ่ายละครอยู่นะ" เสียงหวานค้านอย่างประนีประนอม แต่ก็ไม่ได้ผลักไสริมฝีปากที่ขบเม้มลงที่ใบหูของตน

            จะผลักไสได้ยังไง ในเมื่อมันเป็นสิ่งที่ควรทำแลกเปลี่ยนกลับไป

            "ละครที่ต้องถ่ายเหลืออีกสองฉากใช่ไหม" ท่านประธานแห่งพาราไดซ์คว้ามือถือมาเปิดดูตารางงานของคนในค่ายที่เลขาส่งมาไว้ให้ แค่พักเดียวก็หาตารางงานของนักแสดงคนเดียวของค่ายเจอ

            "ครับ เหลือสองฉาก วันพุธก็น่าจะเสร็จแล้วถ้าไม่ต้องถ่ายซ่อม" แต่มันเป็นละครเรื่องแรกของจินยอง เขาแอบคิดอยู่เหมือนกันว่าคงต้องถ่ายแก้เยอะแยะมากมาย

            "แล้วที่มหาวิทยาลัยเป็นยังไงบ้าง" แจบอมยันตัวลุกขึ้น กลับไปนั่งตรงหน้าจอเหมือนเดิม แต่ยังไม่ยกหูฟังขึ้นมาครอบ เป็นการบอกว่ายังคงพร้อมจะรับฟังเสียงของจินยอง

            "ตอนนี้ก็กำลังดีเลยครับ เพราะพี่จินอูเลือกรับงานให้ไม่ตรงกับตารางเรียนก็เลยไม่กระทบอะไร" จินยองขานบอกให้คนที่ออกเงินจ่ายค่าเทอมทุกวอนได้รับรู้ ความจริงแล้วจินยองไม่จำเป็นจะต้องเรียนต่อก็ได้ แต่เพราะว่าอยากเรียน คนตรงหน้านี้ก็เลยออกทุนให้เรียนต่อสมใจ

            เหมือนทุก ๆ อย่างในชีวิตจินยอง ที่ถูกรังสรรค์ขึ้นจากอำนาจเงินของอิม แจบอม

            "นี่จินยอง"

            "ครับ" ลุกเดินมาหา เมื่อเห็นก้านนิ้วซึ่งประดับด้วยแหวนโลหะกระดิกเรียก

            "หลังจากถ่ายละครเรื่องนี้เสร็จแล้ว ฉันจะยังไม่รับละครเรื่องใหม่ให้นาย แล้วก็ไปดูตารางเรียนมาด้วย นายต้องหาวันว่างติดกันสักห้าวันจะได้พักร่างกายยาว ๆ เริ่มจากวันศุกร์นี้" จินยองคิดตามเสียงแหบนุ่ม ถ้าวันศุกร์ก็อีกแค่สี่วันเท่านั้น

            "ทำไมครับ" ถาม ทั้งที่ก็พอจะรู้คำตอบอยู่ในใจ

            "เพลงใหม่ที่ฉันจะทำ มันเครียดมาก ฉันไม่อยากให้มีอะไรผิดพลาด ฉันอยากให้ออกมาดีที่สุด" จินยองครางอ๋อรับในลำคอ ยิ้มเจื่อนกับตัวเอง

            แบบนี้นี่เองถึงต้องให้ตัวระบายความเครียดว่างอยู่ใกล้ ๆ ให้ดึงมากอดฟัดได้ตลอด

            แต่ไม่เป็นไรหรอก เพราะจินยองเต็มใจ

            นี่มันน้อยนิดด้วยซ้ำถ้าเทียบกับทั้งหมดที่แจบอมมอบให้

            "ได้ครับ ผมจะคุยกับเพื่อนให้ช่วยจดงานไว้ให้"

            วันศุกร์เวียนมาถึงในเวลาอันรวดเร็ว จินยองอ่านทวนบทละครเรื่องแรกที่ตนเพิ่งถ่ายเสร็จไปทั้งหมดเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีส่วนตรงไหนผิดพลาดมากเสียจนต้องถ่ายซ่อม และทบทวนกับตัวเองว่าแสดงได้ดีมากพอหรือยัง

            สมุดที่ใช้จดตารางงานถูกหยิบขึ้นมาขีดเขียน ช่วงห้าวันนี้ตารางของจินยองว่างจริง ๆ แต่หลังจากนั้นก็มีไปเรียนการแสดงสลับกับเรียนที่มหาวิทยาลัย มันดีเหมือนกันที่หลังจากได้รับเล่นละครเรื่องแรกแล้วมีเวลาไปเรียนการแสดงเพิ่มเยอะ ๆ ถึงจะเป็นแค่บทตัวประกอบแต่จินยองก็พยายามกับมันอย่างหนัก

            จินยองรู้ว่าตัวเองต้องไปเรียนการแสดงเพิ่มอีกมาก ตนยังไม่เก่งกาจอะไรคู่ควรกับโอกาสที่ทางพาราไดซ์หยิบยื่นมาให้ ต้องเก่งกว่านี้ ต้องขยันมากกว่านี้

            จินยองชอบตอนที่แจบอมยิ้มให้แล้วบอกว่าเขาทำได้ดี

            แก้วตาโตเหลือบมองถุงสีดำประดับตราสีเงินคุ้นตาที่มาวางอยู่ในห้องนอนของตัวเองตอนไหนก็ไม่รู้ เดินตรงไปดูก็เจอกล่องสีดำอีกกล่องด้านใน

            'Jinyoung'

            กระดาษที่เขียนชื่อไว้ไม่ผิดแน่ว่าส่งตรงมาให้เขา จินยองแกะออกดู เลิกคิ้วมองเสื้อหรูหราราคาแพงอีกตัวที่ตนก็คงไม่ใส่

            "แทนตัวที่ทำขาดไง" คำตอบดังขึ้นพร้อมกอดอุ่นจากเจ้าของทุกสิ่งทุกอย่างในห้องพักนี้ มือหนาลูบล้วงไปตามเอวคอด

            "ผมบอกว่าไม่ต้องซื้อมาให้แล้วไงครับ ในตู้สามใบนั่นผมก็ใส่อยู่ไม่กี่ตัว" จินยองบอกกลับเสียงอ่อน แจบอมหัวเราะหึ เกลี่ยจมูกไปตามซอกคอขาว

            "ฉันเชื่อ เพราะฉันก็เห็นนายใส่แต่ตัวเดิม ๆ" เสื้อสีพื้นกับกางเกงสีทึม นานทีจะเปลี่ยนลาย จินยองใส่แต่แบบนี้วนเวียนอยู่ทุกวัน ตอนแรกแจบอมคิดว่าจินยองไม่มีเสื้อผ้าหลากหลายมากพอใส่ ก็เลยซื้อให้ใหม่พร้อมกันเกือบสามสิบชุดจากหลากหลาย        แบรนด์ดัง

            แต่จินยองก็ยังใส่ตัวเดิม ๆ นี่ถ้าแจบอมไม่เอาเสื้อผ้าที่    จินยองใส่เป็นประจำเมื่อก่อนนี้ทิ้งขยะไปตั้งแต่วันแรกที่เราเจอกัน ก็คงเอาแต่ใส่ชุดมอซอพวกนั้น

            ทั้งที่รูปร่างหน้าตาของจินยองจะใส่อะไรก็ดูดีไปหมดแท้ ๆ

            "ไม่ใส่อะไรเลยก็น่าดู" เสียงแหบกระซิบชิดใบหูจนคนตัวเล็กกว่าดิ้นขลุกขลักด้วยความขัดเขิน อ้อมกอดยิ่งรัดแน่นมากขึ้น

            ตุบ

            รู้ตัวอีกทีจินยองก็กองอยู่บนเตียงที่นุ่มนิ่มมากกว่าพื้นห้องแข็ง ๆ เสื้อผ้าถูกถอดออกอย่างรวดเร็วให้สมคำของคนที่บอกว่าอยากดู จินยองไล้ปลายนิ้วเรียวยาวของตนไปตามกรอบหน้าของแจบอมที่จ้องมองมา สัมผัสจิวสีดำที่ทำให้ใบหน้าคมยิ่งดูดุดัน

            ทั้งที่ภายนอกเป็นคนที่ดูน่ากลัว แต่ดวงตาเรียวคู่นี้กลับแสนอบอุ่น

            อบอุ่นเหมือนบ้านที่พึ่งพิงสุดท้ายที่จินยองมี

            แต่ก็ลึกเหมือนจมอยู่ก้นแม่น้ำที่ไร้หนทางจะตะกายขึ้นมา

            "อย่าทำหน้ายั่วฉันแบบนั้นสิจินยอง" เสียงแหบกระหายเอ่ยบอก จินยองได้แต่สงสัยว่าตนไปทำหน้ายั่วใส่ตอนไหน และไม่ทันจะได้ถามริมฝีปากก็ไม่ว่างไว้พูดอีกต่อไป

            รสชาติจูบของแจบอมยังคล้ายทุกครั้ง ดุดัน และแฝงไปด้วยกลิ่นรสจาง ๆ ที่ขมและเย็น เป็นรสชาติและน้ำหนักริมฝีปากที่มัวเมาให้จินยองหลอมละลาย

            "ฉันชอบยาสีฟันรสนี้" เสียงแหบกระซิบบอก ลิ้นชื้นตวัดไล้เลียตั้งแต่ติ่งหูไปถึงซอกคอ จินยองได้แต่อมยิ้มจาง ๆ ทั้งที่ก็ใช้ยาสีฟันหลอดเดียวกันแท้ ๆ

            แจบอมชอบชมว่ารสชาติปากของจินยองหวาน

            ส่วนจินยองก็ชอบตอบกลับไปว่า รสชาติในปากของ         แจบอมขมบุหรี่

            หลัง ๆ มานี้เวลาจูบถึงได้รสเย็น ๆ ของหมากฝรั่งเลิกบุหรี่ผสมมาด้วย

            "อื้อออ เจ็บ อย่ากัดสิ" ริมฝีปากอิ่มพึมพำประท้วง รู้สึกได้ถึงฟันคมที่ฟัดลงบนยอดอกตัวเอง ถ้ารุนแรงแบบนั้นมันต้องบวมเป่งด้วยรอยฟันอีกแน่ ๆ จินยองทำได้แค่สอดมือขยุ้มเส้นผมดำขลับไว้ ทั้งร่างดิ้นเล็กน้อยจากการตื่นตัวแต่ก็พยายามฝืนไม่ให้มากเกินไปจนคนตัวโตที่กำลังเพลิดเพลินรำคาญ

            ถึงจะทั้งเสียวทั้งรู้สึกมากจนปวดมวนไปทั้งท้องน้อยแล้วก็ตาม

            "ไม่มีถ่ายละคร ไม่มีเรียน" คำอธิบายลอยขึ้นมา ก่อนฟันคมจะขบไล่ไปตามช่วงเอวคอดไล่ต่ำลงไปเรื่อย ๆ มือทั้งสองข้างก็ลูบเคล้นลงน้ำหนักตามผิวขาวนวลอย่างไม่ออมแรง

            จัดวันว่างให้จินยองขนาดนี้แล้วก็คงกะจะเล่นให้พังกันไปข้างเลยสินะ

            ราว ๆ เที่ยงวันเสาร์ คือสิ่งที่นาฬิกาบนผนังบอกกับจินยองตอนที่ลืมตาขึ้นมา ตั้งแต่เช้าวันศุกร์ จินยองเพิ่งจะมารู้สึกตัวเอาตอนนี้ ลำคอแห้งผากเป็นผงเพราะเมื่อวานปลดปล่อยเสียงร้องอยู่นาน

            หันไปเห็นขวดน้ำเปล่าพร้อมแก้วน้ำใบสวยวางไว้รอที่ข้างเตียง อมยิ้มน้อย ๆ เมื่อเห็นว่าถูกเตรียมไว้ให้

            "อื้อออ" หลุดเสียงร้องอย่างห้ามไม่อยู่เมื่อทันทีที่ขยับก็เจ็บไปทั้งตัว ครั้งนี้เหมือนจะทำให้เจ็บยอกเสียยิ่งกว่าครั้งแรกที่จินยองเอาตัวเองไปมอบให้แจบอมเสียอีก

            ขบเม้มปากอิ่มที่มีรอยปริแตกเข้าหากันเพื่อกลั้นเสียงแต่ยิ่งทำให้เจ็บมากกว่าเดิม เลยปล่อยให้เสียงโอดโอยหลุดออกมาเป็นระยะตลอดการขยับตัวเพราะอยู่ในห้องคนเดียวตอนนี้

            ถ้ามีแจบอมอยู่ด้วยจินยองจะทำเหมือนไม่เจ็บ จะไม่ทำให้แจบอมต้องกังวลที่จะระบายความเครียดลงมา

            เพลงนี้คงสำคัญมาก ๆ แจบอมถึงได้เครียดกับมันขนาดนี้

            ความสัมพันธ์ที่ท่านประธานใหญ่มีต่อจินยองเป็นการหยิบยื่นและตอบแทน

            ไม่ได้มีความรู้สึกอะไรร่วมมากไปกว่าความสงสาร ...ก็พยายามจะบอกตัวเองไว้

            "..." พรูลมหายใจเฮือกยาวเมื่อขยับตัวมานั่งอยู่ที่ขอบเตียง จินยองอมยิ้ม เมื่อสำรวจแล้วว่าตนใส่เสื้อยืดแขนยาวสีเหลืองอ่อนกับกางเกงผ้าสีเทาแบบที่ชอบ ดูเหมือนจะถูกอาบน้ำให้จนสะอาดสะอ้านและแต่งตัวใหม่จากอิม แจบอม

            พอถูกดูแลแบบนี้แล้วจินยองก็ยิ่งยิ้มกว้าง

            จินยองชอบเวลาที่ท่านประธานแห่งพาราไดซ์ใจดีแบบนี้

            ชอบอิม แจบอม

            "..." ยังคงยิ้มแม้แต่ยามที่กลืนหยาดน้ำใสลงคออึกใหญ่ ความกระหายทำให้รินน้ำมาดื่มเพิ่มอีกแก้ว

            "สุดยอดเลยแจบอม ฉันรักเพลงนี้ เดฟ โซล" เสียงแหลมแปลกหูดังลั่นเข้ามาทำเอาหัวคิ้วของจินยองขมวดมุ่น

            ตลอดเวลาหกเดือนที่มาอยู่ห้องพักนี้กับแจบอม จินยองไม่เคยเห็นใครคนอื่นเข้ามาที่นี่นอกจากผู้จัดการจินอูกับเพื่อนของประธานค่ายในบางครั้ง และไม่เคยมีเจ้าของเสียงนี้

            "ฉันทุ่มเทกับมันมาก ดีใจที่เธอชอบ เซนา" เสียงแหบนุ่มเจือเสียงหัวเราะทั้งคุ้นและแปลกประหลาด นั่นคือเสียงของอิม แจบอม เสียงที่เพราะเหมือนในเพลงมากมายที่เขาชอบแอบฟังตั้งแต่รู้ว่าแจบอมเป็นคนร้องเพลงพวกนี้

แต่เสียงหัวเราะที่มีความสุขนั่นแปลกหู จินยองไม่ค่อยได้ยินมันนัก

            และเก็บความสงสัยไว้ไม่อยู่ว่าใครคือคนที่ได้รับฟังเสียงหัวเราะนั่นไป

            จิกมือไปกับกางเกงจนเหมือนขยุ้มกำเพื่อกัก ความเจ็บปวดทางร่างกายไว้ สองขาก้าวเดินเร็วสุดเท่าที่ความเจ็บเสียดในร่างกายจะปรานี

            “ขอบคุณมากสำหรับเพลงนี้ ฉันจะอวดทุกคนว่านายแต่งให้ สาบานเถอะเพลงนี้ต้องดังเป็นพลุแตกเพราะนาย" ถ้อยคำหวานหยดไม่ต่างจากน้ำเสียงพร้อมกับริมฝีปากเคลือบสีแดงสดประทับจูบข้างแก้มของท่านประธานแห่งพาราไดซ์

            จินยองได้แต่ยืนกำลูกบิดประตูห้องนอนตัวเองค้างอยู่แบบนั้น จ้องมองใบหน้าสวยงามและรูปร่างสูงระหงผิวขาวละเอียดของนักร้องหญิงมีชื่อคนหนึ่งที่ตนคุ้นเคยกับเธอตามหน้านิตยสารและรายการเพลง

            ซอ เซนา หรือ เฮเลน คนที่ยืนกอดคลอเคลียอยู่กับแจบอมไม่ได้ห่าง

            "ถ้าเพลงมันดังก็เพราะเสียงของเธอด้วยเซนา" แจบอมยิ้มกว้างให้กับหญิงสาว จินยองคิดกับตัวเองว่าควรจะผลุบหายกลับเข้าห้องไป ไม่ใช่ยืนจ้องมองอยู่แบบนี้

            มันทั้งเสียมารยาทและทำให้จินยองอึดอัดราวกับจมน้ำ

            แต่จินยองก็ไม่ขยับตัวไปจากตรงนั้นสักก้าว

            "เดี๋ยวฉันกลับแล้วนะ ตอนอัดเสียงจะโทรบอกนะเผื่อแจบอมอยากไปดู" เซนากอดลาแจบอมอีกครั้ง จังหวะที่หญิงสาวหันมาจินยองตัดสินใจแล้วว่าจะกลับเข้าไปในห้อง

            "นั่นใครเหรอ" แต่ก็ไม่ทัน ท่าทางค้างคาอยู่แค่มือที่กำลูกบิดประตูอย่างไม่รู้ว่าจะเปิดหรือปิดกันแน่

            "ว่าไงแจบอม นั่นน่ะ เขาเป็นอะไรกับนาย ทำไมมาอยู่ที่นี่ล่ะ" เป็นคำถามที่จินยองได้แต่หันไปมองแจบอมระหว่างรอคำตอบ เพราะตนก็ไม่รู้เช่นกันว่าจะตอบออกไปอย่างไร

            ตาคมคู่นั้นหันมาจ้องมองจินยองชั่วครู่แล้วละสายตาไป

            "กลับไปได้แล้วซอ เซนา มา ฉันไปส่ง” มือใหญ่โอบพาสาวสวยให้เดินจากไป ลงบันไดไปชั้นล่างของห้องพักขนาดใหญ่

            เหลือแค่จินยองที่ยืนอยู่ตรงนั้น สุดท้ายจินยองก็เลือกที่จะปิดประตูห้องนอนของตนลง พิงแนบร่างไว้กับกำแพงห้อง

            นั่นสิ อิม แจบอม กับ ปาร์ค จินยองเป็นอะไรกัน

            มันไม่มีคำตอบดี ๆ หรอก

            จะให้ตอบไปว่า เป็นผู้อุปถัมภ์กับเด็กในอุปถัมภ์ก็ดูจะไม่สมควร

            บางทีความจริงก็ไม่ได้น่าฟังเอาเสียเลย





 

ฟิคแก้บนค่ะท่านผู้ชมมมมมมมมมมมม

เนื่องจากเคยบนบานศาลกล่าวกันไว้ว่าขอให้ JJP คัมแบ็ค ซึ่งก็คัมแบ็คแล้ว หวานหยดละมุนละไม่ใส่ไข่แปดฟอง

เราก็บนว่าจะแจกฟิค (เรื่องนี้) จำนวน20เล่มจากการสุ่มรี เมื่อยอดวิว เอ็มวีสามล้าน (ก็สุ่มไปเรียบร้อยแล้ว) และจะเอามาลง

เมื่อยอดวิวเอ็มวีเจ็ดล้านวิว ซึ่งตอนนี้ลดเหลือ 5.7 ล้านวิวเนอะ เพราะมันคือการแก้บนไม่แก้สักทีทั้งที่ได้คัมแบ็คแล้วมันตะขิดตะขวงใจ


ฟิคหมอกควัน นั้นเมาสมดังที่คิดไว้ เมาๆ กรึ่มๆ ฟามรักเอยกันไป มีทั้งหมด 5 ตอนค่ะ และอาจจะมีตอนพิเศษมั้งนะ


แม้จะเป็นฟิคแก้บนแต่ก็มอบฟีดแบ็คให้เราเถอะ อย่าปล่อยให้เหงาเปล่าเปลี่ยวเลยคนดี 

แท็กเรื่องนี้คือ #ฟิคหมอกควัน นะคะ




#ฟิคหมอกควัน
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 282 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

334 ความคิดเห็น

  1. #323 llllovellll (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2561 / 21:51
    หน่วงงงง แงงง สงสารน้องงง
    #323
    0
  2. #321 Kwan_Z.E* (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2561 / 17:08
    งื้อน้อนนนน อ่านกี่รอบแล้วไม่รู้ รู้แต่ชอบมาก รอไรท์รีปริ้นท์นะคะ
    #321
    1
    • #321-1 Butterfly 8ffect(จากตอนที่ 1)
      29 พฤศจิกายน 2561 / 19:17
      ไม่มีรีปรินท์แล้วค่ะ เรามีแต่สต้อก ซึ่งเพิ่งหมดไปก่อนหน้านี้ไม่นาน งื่ออ
      #321-1
  3. #314 ZilaHoOz (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2561 / 02:23
    อ่านมาเรื่อยๆคือยังอึนยังงง และเข้าใจที่จินยองมัวเมากับแจบอมแต่เพราะความไม่ชัดเจนที่ทำเหมือนน้องจะเป็นของเล่นและของตาย มันก็ยิ่งทำให้จินยองเจ็บมากไปอีก สงสาร TT"
    #314
    0
  4. #301 กีกี้ส์ :-*) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2561 / 15:36
    โง้ยย ขนาดแค่เริ่มนะเนี่ย อ่านแล้วยังเจ็บแทนเลย
    #301
    0
  5. #293 `Gyeommdefs. (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2561 / 16:28
    ฮืออ สงสารรร
    #293
    0
  6. #288 Taonoiifangkung (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 26 เมษายน 2561 / 00:37
    เป็นความรักที่ดูอึนๆเนาะ นี่จินยองเจ็บอีกแล้ว
    #288
    0
  7. #271 agasep2 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 9 มีนาคม 2561 / 20:06
    โอ้ยยย เจ็บกับความไม่ชัดเจนนี้
    #271
    0
  8. #260 EUNHWA_OK (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2561 / 14:37
    หมอกควันมันสีเทาและเจ็บปวดแบบนี้เอง ฮืออออ
    #260
    0
  9. #229 Harukim (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2561 / 01:50
    มีน้องไว้เป็นอะไรเหรอแจบอม น้องรักแจบอมแล้วแจบอมรักน้องมั้ย
    #229
    0
  10. #227 newexo (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2561 / 18:25
    เจ็บยอกรึเปล่าคะ พี่เขียนว่าเจ็บหยอกนี่น้องงงไปหลายแวบบบบ
    พึ่งมีเวลามาอ่านค่ะแบ่บฟหฟฟะลำกกกมันดีมากกฟสล เหมือนพลาดอะไรไปและตามไม่ทันอย่างรุนแรง สนุกมาก ลุ้น ตอนแรกที่เปิดมาเสียงปืนดังนี่ตกใจ พอรู้ว่าถ่ายหนังนี่โล่งจนสบถ 555 ตอนนึงยาวทากๆ อ่านละแบ่บอุทานว่ายังไม่หมดอีกเหรอหลายรอบมาก 555 ชอบพี่แจบอมลุคนี้เอาไปสิบสิบ เหมือนดึงความสามารถทุกอย่างของพี่เขามารวมกันไว้ตรงนี้ เมนพี่แจบอมแบบหนูกระอักเลือด ฮือ จะร้องไห้ อยากได้แบบนี้ ใจร้ายก็เอา ชอบ
    #227
    0
  11. #219 jjtk (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2561 / 22:47
    ป๋ามากกกกกก เลี้ยงต้อยย แต่ป๋า อย่าทำให้น้องคิดมากจะได้ไหมคะ
    #219
    0
  12. #212 MMRMhew'Slp (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2561 / 19:42
    จินย๊องงงงงงงงงงงงง
    #212
    0
  13. #173 งิจังอีโช่ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2561 / 11:51
    มันคงไม่ใช่อย่างที่เราคิดใช่มั้ยคะ
    #173
    0
  14. #165 cream_0622 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2561 / 09:08
    ง่าาาาา
    #165
    0
  15. #164 Q&Paradise (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2561 / 06:19
    สงสารจินยอง..
    #164
    0
  16. #149 uuuuuuuuu (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2561 / 20:34
    เราชอบเรื่องนี้...
    #149
    0
  17. #146 Reeya.P (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2561 / 16:41
    ความสัมพันธ์ที่สับสน จินยองหลงรักคุณแจบอมเข้าอย่างจังแบบถอนตัวไม่ขึ้นเลย แต่คุณแจบอมก็เหมือนจะมีใจให้อยู่นะแบบนิดนึงอ่ะแต่ยังไม่มากเท่าจินยอง ต้องรอดูต่อไป สู้ๆนะคะไรท์
    #146
    0
  18. #136 FMBN9394_ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 30 มกราคม 2561 / 22:59
    ฮื่อออออสงสารจินยอง แต่คือในใจเราแอบคิดว่าพี่แจบอมนางก็มีใจให้จินยองนะ ดูจากการที่แบบพยายามเลิกบุหรี่ แล้วทุ่มเทหลายอย่างให้ ยอมให้ไปเรียนไรงี้ คือดูใส่ใจจจจจ
    #136
    0
  19. #47 jammyjamjamm3939 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 1 มกราคม 2561 / 15:10
    วงวารน้องงง
    #47
    0
  20. #42 ป้าข้างห้อง (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2560 / 23:51
    ท่านประธานรู้สึกยังไงกับน้องหรอ? สงสารจินยองงงงงงงง
    #42
    0
  21. #40 Natkamon___06 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2560 / 23:21
    ร้องไห้อ่ะ คืออย่าดูเหมือนจินยองเป็นของเล่นได้มั้ย มีนเจ็บอ่ะเหมือนไม่มีสิทธิ์อะไรเลย พูดอะไรไม่ได้ เหมือนไม่สำคัญ
    #40
    0
  22. #36 Kwan_Z.E* (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2560 / 12:06
    คำพูดท่านประธานนี่ทำร้ายจิตใจคนฟังไม่รู้ตัวเลยนะคะ จินยองงงงง น้องน่าจะยิ่งกว่ารักท่านประธานไปเรียบร้อยแล้วใช่ไหมคะอีหรอบนี้ แงงงง แถมแอบมีซัมติงกันมาก็นานอยู่นะคะเนี่ย อย่าให้น้องและคนอ่านรอนานนะคะคุณเดฟฟฟ
    #36
    0
  23. #30 CaliforniaGirl (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2560 / 23:37
    มันก็จะหม่นเหมือนหมอกควัน ฮืออออออ น้องจินยองงง
    #30
    0
  24. #26 mAjjcs (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 18 กันยายน 2560 / 00:38
    คือตอนที่แจบอมบอกว่าจะได้มีเวลาหยุดพักยาวๆ นี่แบบดีใจมากนะ นึกว่าเพราะเป็นห่วงจินยองจริงจัง แต่นี่คือแบบ ฮืออออ เพื่อตัวพี่เองงงง โอ้ยยย ถึงจินยองจะเต็มใจก็เถอะ TT
    #26
    0
  25. #16 AssaKa ChunCha (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 14 กันยายน 2560 / 06:57
    โอ๊ยยยชอบ ละมุนนิดๆเวลาอยู่ด้วยกันแล้วท่านต้องการระบาย แต่หน่วงมาก TT__TT ไม่รู้สถานะตัวเองว่าคืออะไร เอามาเพื่อแค่ระบายความเครียดแบบนั้นใช่มั้ยคะท่านประธานอิมแจบอม สงสารจินยอง ฮือๆๆๆๆๆ / รอไรท์เสมอ เรื่องนี้โดนอีกแล้วคะ ขอบคุณนะคะ
    #16
    0