-END- [KrisLay] White Lily #ลิลลี่ชิงชิง {#7Flowers} mpreg

ตอนที่ 6 : White Lily :: Five :: 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 28,994
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 495 ครั้ง
    25 ส.ค. 60

  

 

 



White Lily 
:: Five ::



               "โอเค จัดการตามที่คุณบอกเลย ขอบคุณมาก อืม ฝากด้วยคริสพูดกับปลายสายด้วยน้ำเสียงที่ไม่ได้ชัดถ้อยชัดคำเหมือนเคย ตอนนี้ภายในจิตใจเขามันว้าวุ่นและมีเรื่องให้คิดมากมายหลายอย่าง


            อย่างแรก เมื่อคืนฝนตกหนักและมีฟ้าฝ่าหลายหน ซึ่งจุดที่รองรับแรงมหาศาลของสายฟ้าไม่ใช่ที่ไหนไกลเลยนอกเขตโรงงานที่มีต้นไม้จากหนึ่งโซนที่จะตัดในปีหน้าเสียหายเกือบทั้งหมดเพราะฟ้าผ่า


            เหตุการณ์เมื่อคืนนี้ทำให้สกุลอู๋เสียหายไปจำนวนมาก แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่ทำให้อู๋ อี้ฟานรู้สึกเป็นกังวลมากที่สุดในยามนี้


            "ฮึก .." เสียงสะอื้นไห้ไม่ได้มากจากที่ไหนเลยนอกจากเก้าอี้ตรงหน้าตัวเอง คนที่สง่างามเสมอกำลังนั่งกำมือตัวเองจนแน่น ร้องไห้หนักจนสะอื้นอยู่บนรถเข็นของเธอ อี้เฟยรู้เรื่องทุกอย่างในเวลาใกล้เคียงกับคริส


            ได้ทันเห็นสภาพของอี้ชิงก่อนที่แม่บ้านจะแต่งตัวให้ใหม่และคริสอุ้มมาเพื่อส่งโรงพยาบาล


            อี้เฟยเห็นและรับรู้ทุกอย่างได้โดยง่าย อย่างน้อยถ้าพี่สาวของตนจิกหัวคริสโขกพื้นระบายความโกรธหรือตีด้วยท่อนไม้คริสคงรู้สึกดีกว่านี้ แต่อี้เฟยไม่ทำแบบนั้น เธอเพียงแค่ตบหน้าน้องชายหนึ่งครั้งและไม่พูดอะไรอีก ตลอดเวลาที่รอก็แค่ร้องไห้


            เสียงร้องไห้จากพี่สาวที่แสนเข้มแข็งในวันที่คริสกระทำผิดมันทำให้เขารู้สึกเหมือนกำลังจะจมหายลงไปในโซฟา มีเพียงความเงียบที่กัดกินให้ความรู้สึกผิดกร่อนลึกลงมาในใจเขา


            คริสจดจำได้แล้วแม้ไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์ ว่าตนทำอะไรลงไป จากสภาพและทุกอย่างที่ได้เห็น คริสรู้ว่าสาเหตุคือเขาอย่างแน่นอน


            เนื้อตัวอี้ชิงที่แดงช้ำ พิษไข้สูงจนร่างกายขาวผอมร้อนจัดไม่ได้สติจนต้องนำส่งโรงพยาบาล


            ทุกอย่างเกิดขึ้นเพราะการกระทำของเขาทั้งสิ้น


            "อืออเสียงแหบแผ่วที่ครางขึ้นมาทำให้อี้เฟยรีบเข็นรถเข็นไปข้างเตียงของอี้ชิง คริสยันตัวลุกขึ้นทันทีเช่นกันแต่ไม่กล้าก้าวขาออกไป ได้ยืนเคว้งอยู่กลางห้องพักคนไข้


            "อี้ชิง อี้ชิงเป็นยังไงบ้าง ไหวไหม ฮึก พี่ขอโทษนะอี้ชิงอี้เฟยเสียงสั่นเครือ ห้ามน้ำตาตัวเองไม่อยู่อีกหน อี้ชิงกระพริบเปลือกตาที่ปวดบวมหลายครั้งอย่างไม่คุ้นชิน หูของเขาก็กำลังปรับตัว


            อี้ชิงตะหนักได้ว่าเขากำลังป่วยหนักในวินาทีนั้น เพราะทั้งตากฝนตลอดคืนและตากแดดจ้าอีกหลายชั่วโมงด้วยร่างกายที่ถูกทารุณจนแตกยับ


            การป่วยไข้หนักนี้ไม่คุ้นชินสำหรับอี้ชิงเลย เพราะตั้งแต่จำความได้ อี้ชิงไม่เคยป่วยหนัก มากที่สุดคือเป็นไข้พร้อมพี่น้องคนอื่น เขาหายในหนึ่งวัน แต่พี่น้องของเขานอนซมกันอย่างต่ำสามวันจนเขาต้องเป็นฝ่ายดูแล


            นี่เป็นครั้งแรกที่อี้ชิงป่วยหนักจนหมดสติและตื่นอีกหนในโรงพยาบาล


            "อี้ชิง ดื่มน้ำก่อนนะ ฮึก ดื่มน้ำนะอี้ชิงหันไปมองอี้เฟยที่ร้องไห้หนักจนตาและปลายจมูกแดงช้ำ เธอปรับเตียงให้อี้ชิงด้วยเครื่องควบคุมข้างเตียงจนร่างน้อยอยู่ในท่าทีกึ่งนั่งทั้งที่ไม่ได้ขยับตัว มือผอมยืนแก้วน้ำกับหลอดมาให้ อี้ชิงเอื้อมรับน้ำมาดื่มแม้จะไม่ได้รู้สึกหิวน้ำมากนัก


            "ขอบคุณครับพี่อี้เฟยเสียงแหบแห้งที่พูดประโยคแรกหลับมาทำให้อี้เฟยร้องไห้หนักกว่าเดิม มือสั่นเทาวางแก้วน้ำที่ถูกดูดไปเล็กน้อยที่ข้างโต๊ะ


            "เรื่องทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับอี้ชิงพี่รู้ว่ามันแย่มาก ๆ แต่อี้ชิงพี่ขอโทษ ขอโทษแทนน้องชายเลว ๆ ของพี่ อี้ชิง ฮึก อี้ชิงอี้เฟยละล่ำละลักบอกรัวเร็ว เธอกลัวไปหมดแล้ว โรงงานที่1ที่ถูกฟ้าฝ่าเมื่อคืนนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่ ที่เธอกลัวกว่านั้นคืออี้ชิงจะเจ็บหนักจนเป็นอะไรไป เรื่องมันแย่แค่ไหนใครบ้างไม่เห็น ไม่ถึงสิบวันที่อี้ชิงมาอยู่สกุลอู๋ก็ถูกทำเรื่องแย่ขนาดนี้แล้ว


            "...." อี้ชิงไม่ได้ตอบอี้เฟย แต่ยิ้มจาง ๆ มอบให้จนเห็นลักยิ้มตื้นเขินเล็ก ๆ บนใบหน้าซีดเซียว มือน้อยบีบตอบกลับมือของอี้เฟยเท่านั้น อี้เฟยพูดไม่ออกได้แต่ร้องไห้ออกมา ตาโตของอี้ชิงขยับเชื่องช้าและไปหยุดที่มุมห้อง


ผู้ชายคนนั้นอยู่ในห้องนี้ด้วย ยืนอยู่ตรงนั้น


            "พี่อี้เฟย ผมขออยู่กับอี้ชิงตามลำพังได้ไหมในที่สุดเสียงทุ้มหนักก็เอ่ยขึ้นมา อี้เฟยปาดน้ำตามองไปที่น้องชาย เธอคว้ากล่องทิชชู่สานจากไม้ไผ่สีอ่อนขว้างใส่น้องชายเต็มแรง


            "แกยังคิดว่าฉันจะไว้ใจให้แกอยู่ตามลำพังกับอี้ชิงอีกเหรอ เด็กเลวอี้เฟยกร่นด่าเสียงขมขื่น คริสยังคงยืนนิ่ง


            "ผมขอ พี่อี้เฟยคริสเอ่ยย้ำอีกครั้ง อี้เฟยหันไปมองหน้าของผู้ที่ได้รับผลจากเรื่องนี้มากที่สุด สีหน้าของอี้ชิงเรียบนิ่ง พยักหน้าเล็กน้อยให้อี้เฟย


            "พี่อี้เฟยไปล้างหน้าล้างตา หาอะไรเย็น ๆ ดื่มนะครับ ผมไม่เป็นไรอี้ชิงยิ้มจาง ๆ ยามที่บอก อี้เฟยรู้ดีว่าถึงจุดนี้เธอเป็นเพียงคนนอก จึงทำได้เพียงบีบมือสวยของอี้ชิงจนแน่น


            "มีอะไรกดปุ่มเรียกพยาบาลได้เลยนะ เขาพร้อมจะลากทุกคนออกจากห้องให้อี้ชิงทุกคนนั้นหมายถึงแค่คนคนเดียวที่อี้เฟยหมายถึง คนที่เธออยากจะเข็นรถไปทับเท้าให้เจ็บหนักโอดโอยก่อนจะออกจากห้องถ้าไม่ติดว่านั่นคือน้องชายของเธอเอง


            "....." พอไร้เสียงสะอื้นไห้ของอี้เฟยในห้องผู้ป่วยนี้เงียบสนิทไปในทันที อี้ชิงยังคงนั่งอยู่ท่าเดิม สายตาเย็นนิ่งสงบอย่างเคยมองเข็มน้ำเกลือที่ทิ่มอยู่หลังมือตนเองราวกับไม่เคยพบเห็น


            อี้ชิงที่ขาวอยู่แต่เดิมแล้วยามนี้ขาวซีด และมีรอยแผลหลายรอยประปรายอยู่ตามผิวเนื้อให้ได้เห็นในชุดคนไข้


            คริสขบบดปากตัวเองจนแน่น เขาทั้งมีหลายคำที่อยากพูดและทั้งรู้สึกว่าไม่ควรจะพูดมันออกไป ในที่สุดเขาเลือกจะทำลายความอึดอัดนั้นโดยก้าวเข้ามาใกล้เตียงอี้ชิงมากขึ้น


            แต่กลับยิ่งอึดอัดมากกว่าเดิม


            "..." สายตาเยือกเย็นช้อนมองมาที่เขาตรงนิ่ง เมื่อเหลืออีกสองก้าวคริสจะถึงเตียงของอี้ชิง และคริสรู้สึกได้ถึงบางอย่างที่แผ่ออกมาว่าเขาควรหยุดอยู่ตรงนี้


            คริสรู้สึกยามที่ยืนเคว้างคว้างอยู่กลางห้องนี้เอง ว่าตัวสูงโย่งและแขนขายาวของเขามันเก้งก้างแค่ไหน


            "อี้ชิง.." ท่ามกลางความเงียบกริบจนได้ยินเสียงหายใจและเสียงน้ำเกลือหยดลงมา คริสก็เปิดปากเรียกชื่อของอี้ชิง เจ้าของชื่อไม่ได้มองตรงมา สีหน้าเรียบนิ่งไม่มีการเปลี่ยนแปลงแม้แต่น้อย


            "อี้ชิง ฉ.. ฉันขอโทษ เมื่อคืน เมื่อคืนนี้ฉันไม่มีสติ ฉันเป็นบ้า ฉัน..." คริสพูดคำว่าไม่ได้ตั้งใจไม่ออก เพราะแม้เขาจะทำทีเป็นลืมไปแต่แท้จริงแล้วเขาก็จำได้ จำความคิดชั่ว ๆ ตอนที่ตัดสินใจทำลงไปได้หลายอย่าง มีหลายส่วนในมโนคิดที่คริสตั้งใจที่จะทำลายลิลลี่ให้แหลกคามือตัวเอง ถึงเมื่อเช้าเขาจะลืมหลายอย่างเพราะความเมาค้างจากพิษสุรา แต่การกระทำเมื่อคืนนี้เกิดจากตัวเขาเอง เกิดจากการสาดเทโทสะของตนใส่อี้ชิง


            ระบายความฉุนเฉียวลงที่กายมนุษย์แทนเครื่องเรือนไร้ชีวิตอย่างทุกที


            "ฉันสาบานว่าฉันไม่ได้อยากให้นายเจ็บขนาดนี้ ฉ ฉัน ขอโทษอี้ชิงคริสเค้นทุกคำพูดออกมาจากร่างกายตัวเองอย่างยากเย็นเพราะใจมันหนักไปหมด


            ตาคมจ้องมองร่างตรงหน้าตน อี้ชิงยังคงนิ่งฟังไม่หือไม่อือตอบกลับมาสักนิด มีเพียงสีหน้าที่เปลี่ยนเพียงเล็กน้อยและกลับมานิ่งสงบเหมือนเดิม เพียงแค่ไม่มีรอยยิ้มบาง ๆ แสนชินตานั้นประดับอยู่อีกแล้ว


            "...." ความนิ่งเงียบใจเย็นของอี้ชิงตอนนี้เหมือนสุมไฟลงมาในอกของคริส เพราะเขาไม่อาจรู้หรือคาดเดาสิ่งใดได้เลย จากท่าทีของคนตรงหน้า


            ไม่รู้ว่าถูกโกรธเคืองมากแค่ไหนเสียด้วยซ้ำ


            "อี้ชิง พูดกับฉันเถอะ ได้โปรด ได้โปรดพูดกับฉันคริสร้องขึ้นอย่างร้อนใจ ตนแทบจะคุกเข่าลงตรงนี้ ลิลลี่สีขาวแสนสวยที่ยามนี้แปดเปื้อนบอบช้ำด้วยน้ำมือของคริสยังนิ่งงัน


            "ด่าฉันเถอะอี้ชิง นายจะหยิบของใกล้มือนายปาใส่ฉันอย่างที่พี่เฟยทำก็ได้ พูดกับฉันได้ไหม อย่างน้อยก็พูดสักคำ อี้ชิงคริสยังคงร้องตื๊อ


            "ได้โปรด อี้ชิง..." ความร้อนใจทำให้คริสเยื้องเท้าเพื่อจะก้าวเข้ามาใกล้


            "โปรดยืนอยู่ตรงนั้นประโยคแรกที่อี้ชิงพูดออกมากับคริสยังติดแหบอยู่เล็กน้อย คริสยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นเหมือนถูกสาป แก้วตาสวยที่นิ่งราวกลับทะเลที่คลื่นนิ่งสงบที่สุดมองมาที่คริส


            "คุณอยากฟังคำว่าอะไรเหรอครับอี้ชิงเอ่ยถามคำถามที่คริสตอบไม่ได้เช่นกัน เขาไม่รู้ว่าหลังเรื่องเลวร้ายที่เขาทำลงไป คนอย่างเขาสาสมกับคำแบบไหน


            "ฉัน ฉันไม่รู้ ด่าฉันก็ได้อี้ชิงคริสเอ่ยขึ้นเพื่อสานต่อบทสนทนา


            "ด่าแล้วได้อะไรเหรอครับ"


            "อี้ชิง... นายไม่พูดอะไรเลย มัน มัน...ยิ่งแย่นะ"  คริสรู้สึกได้ว่าเสียงของตนสั่น เขาร้อนไปทั้งอกเพราะความอึดอัด ยิ่งอี้ชิงนิ่ง คริสยิ่งรู้สึกว่าตนแทบมอดไหม้ให้กับไฟในใจตัวเอง


            "ทำไมถึงได้อยากฟังอะไรจากผมนักในตอนนี้ล่ะครับ"


            "...เพราะฉันคริสพูดไม่ออก เขาไม่มีเหตุผลใดที่ดีพอเลย


"อยากได้ยินเสียงของนายพึมพำแผ่วพร่าออกมา อี้ชิงกดยิ้มมุมปาก หากแต่คราวนี้มันไม่ได้เย็นชื่นใจ แต่ดูเย้ยหยันขมขื่นเหลือทน


            "อยากฟังเหรอครับ งั้นผมควรพูดอะไรดีสีหน้าเรียบนิ่งของอี้ชิงกร่อนลงดวงตาเห่อแดงมากขึ้น


            "ที่จริงผมรอฟังมากกว่า ผมรอฟังคำขอโทษที่ต่อว่าครอบครัวของผมจากคุณ แต่คุณไม่พูดมันเลยสักนิด เพราะคุณคิดไม่ได้ด้วยซ้ำว่าที่คุณพูดออกมามันแย่แค่ไหนน้ำเสียงของอี้ชิงเต็มไปด้วยความขมขื่น คริสงับปากฉับราวกับถูกเย็บปาก และเหมือนกลืนเข็มพวกนั้นลงไปในคอด้วย


            "ผมรู้ว่าคุณไม่ชอบบ้านของผม ไม่ชอบพวกเรา คุณมองว่าเสียเงินไปจำนวนมากอย่างไร้สาระเพื่อแลกมากับแค่ผม กับแค่ลิลลี่จากบ้านหลังหนึ่งที่เป็นซ่อง ใช่ ผมถูกแลกกับเงินของคุณเพื่อมาหลับนอนและมีลูกให้คุณ ..คุณคงคิดว่ามันช่างง่ายแสนง่าย สกุลหยินแค่มีลูกชายแล้วก็รอขายน้ำตาหยดจากขอบตาของอี้ชิง แต่ไร้เสียงสะอื้น


            "ผมไม่ได้ขอให้คุณเชื่ออะไรในครอบครัวหรือตัวผมเลย นอกจากการเคารพกันในฐานะที่มนุษย์จะทำต่อกัน ขอแค่อย่าดูถูกเหยียดหยาม แต่ผมก็เห็นแล้วล่ะ ว่าคุณดูถูกสกุลหยินไว้ต่ำมากแค่ไหน ที่คุณทำกับผมเมื่อคืนไม่ใช่เพราะว่าคุณเกลียดผม แต่เพราะว่าคุณไม่มองว่าผมมีค่าความเป็นมนุษย์เท่ากับคุณ"


            "....." คริสเถียงไม่ออก เพราะแม้ไม่อยากยอมรับ แต่อี้ชิงพูดได้ถูกต้องเสียจนคริสรู้สึกหน้าม้าน 


             "คุณคิดว่ามันเป็นเรื่องที่มีความสุข สนุกและง่ายดายเหรอ นายแม่กับคุณแม่ทำทุกอย่างเพื่อรักษาสกุลหยินไว้ แลกทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อมัน ผมกับน้องอีกหกคนถูกฝึกสารพัดอย่างตั้งแต่เด็ก มันทั้งเหนื่อย ทั้งยาก แต่เราทำเพราะสกุลหยิน ตั้งแต่เกิดมาผมกับน้อง ๆ ถูกเลี้ยงเพื่อโตขึ้นไปเป็นเมียผู้ชายสักคน ถูกสอนว่าต้องรักเขามากที่สุด ต้องมอบความรักให้ ทั้งที่ไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร นิสัยเป็นยังไง จะดีเลวยังไงตาโตที่เคลือบน้ำตาไว้จาง ๆ ของอี้ชิงจ้องมองหน้าของคริส


            "ไม่รู้เลยว่าเขาจะนิสัยแบบคุณมือน้อยยกขึ้นเช็ดน้ำตาของตัวเอง


            "ผมถูกสอนมาให้รัก ผมเคยคิดว่ามันคงไม่ยาก การมอบความรักแบบที่ถูกคาดหวังมาตลอด แต่รู้ไหมคุณอู๋ อี้ฟาน คุณทำให้มันยากคริสเห็นความเจ็บปวดในแววตานั้น


            "คุณทำให้ผมทำหน้าที่ของบุตรชายสกุลหยินยากขึ้น"


            "อี้ชิง... ฉัน"


            "แต่คุณรู้ไหมอะไรทำให้ผมรู้สึกแย่ที่สุดกับเรื่องที่คุณทำ แม่ของผมบอกว่าร่างกายของผมคือของขวัญจากสวรรค์ ผมเป็นคนที่ไม่เคยป่วยหนัก ไม่ว่าจะเป็นแผลอะไรมันก็จะหายเร็วกว่าคนอื่นมาก ผมคิดว่าผมใจเย็นมากแล้ว และเรื่องที่คุณด่าทอบ้านของเรา ไม่มีน้องคนไหนทนได้แน่”


            "....."


            "เมื่อคืนคุณ...ทำเรื่องเลวร้ายกับผม คุณมัดผมทิ้งไว้กลางสายฝน ทิ้งให้ผมตากแดด อย่างไม่สนใจเลยสักนิด


            "...."


            "ตอนนี้ผมป่วยหนักที่สุดในชีวิต แต่ถ้าเป็นพี่น้องของผมคนอื่นตอนนี้คุณคงยืนอยู่หน้าห้องดับจิตหรือไม่ก็ไอซียู"   อี้ชิงกัดฟันจนแน่นแต่ก็ยังคงหลุดเสียงสั่นสะอื้นออกมา มือน้อยจิกผ้าห่มบนตักตัวเองเต็มแรง


            "เพราะเป็นผม ต่อให้คุณทำร้ายมากไหน ผมก็คงไม่ตายคามือคุณง่าย ๆ นี่เป็นเรื่องเดียวที่ทำให้ผมรู้สึกดี ที่คุณเป็นคนเลือกลิลลี่มา"


            “.....”


“....”


“ฉันรู้ ตอนนี้นายคงเกลียดฉันมาก"


            "คุณไม่รู้หรอกครับอี้ชิงเอ่ยเสียงขื่น ใช้ฝ่ามือต้อนเช็ดน้ำตาออกจากหน้าตัวเองให้มากที่สุด


            คริสรู้สึกเหมือนกำลังกลืนของร้อนและตะปูนับพันลงไปในคอ มันตื้อตึงและเจ็บแปลบอยู่ในอก ตอนนี้เป็นคริสเสียเองที่ไม่รู้ว่าจะพูดอะไรออกมา


            แม้แต่คำว่าขอโทษตอนนี้ก็เหมือนคมมีดที่ขวางอยู่กลางอกเขาจนเจ็บยอกไปหมด     


            "แต่คุณไม่ต้องห่วงหรอกนะ ผมจะไม่กลับไปสกุลหยิน จะไม่บอกนายแม่กับคุณแม่เรื่องนี้ ผมรู้ดีว่าหน้าที่ของผมคืออะไร สกุลอู๋เสียเงินไปจำนวนมากเพื่ออะไร ผมจะเป็นแม่ของลูกคุณ จะอยู่ตรงนั้นเลี้ยงดูลูกหลานของสกุลอู๋อย่างดีที่สุดตามที่บุตรชายสกุลหยินควรทำอี้ชิงบอกด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบตามเดิม แม้จะยังแดงจัดและเปียกชื้นแต่ยามนี้สีหน้าของอี้ชิงกลับมาเรียบนิ่งเช่นเคย


            "แล้วความรู้สึกของนายล่ะอี้ชิง ให้ฉันทำอะไรเพื่อชดใช้ให้นายได้บ้าง"


            อี้ชิงเอนแผ่นหลังแนบชิดกับเตียงนิ่ม ดวงตาเรียบนิ่งราวกับมีกำแพงที่มองไม่เห็นขวางกั้นไว้มองมาที่คริส


            "ไม่เป็นไรหรอกครับ ตอนนี้มันไม่สำคัญอะไรอีกแล้ว"


            คำตอบบางเบาจากน้ำเสียงเดิม แต่มันกลับบาดลึกราวคมมีดสำหรับคนฟัง


            คริสได้ลงมือทำลายสิ่งที่ตนชื่นชอบไปแล้ว


            และมันแหลกสลายย่อยยับจนเกินกว่าจะมีมนต์วิเศษใดเยียวยาได้


            แม้แต่โชคดีจากสกุลหยินที่ตนไม่เคยนึกศรัทธาก็ตามที



            บรรยากาศในห้องดูอึดอัดน้อยลงเมื่อมีพยาบาลสาวเพิ่มเข้ามาอีกสองคนเพื่อคอยดูคนป่วยบนเตียงอย่างดีสมกับเม็ดเงินจำนวนมากที่สกุลอู๋จ่ายให้ อี้เฟยยังคงอยู่บนรถเข็นของเธอที่ข้างเตียงของอี้ชิง นั่งมองร่างน้อยที่ยิ่งดูบอบบางเมื่อกำลังหลับลึกอยู่บนเตียงคนไข้


            อี้เฟยถอนหายใจ มือของตนบีบกันแน่นอยู่บนตัก ราวสามชั่วโมงได้แล้วที่อี้เฟยเข้ามาในห้องนี้เพื่อไล่น้องชายของตนอย่างคริสให้กลับไปทำงาน คริสมีท่าทีไม่เต็มใจนัก แต่เธอย้ำชัดว่ายิ่งคริสอยู่ก็ยิ่งทำให้บรรยากาศมันอึดอัด และตัวเธอก็ชังน้ำหน้าน้องชายเหลือเกิน


            คริสยอมจากไปในที่สุด ส่วนอี้เฟยเองก็ไม่ได้รู้สึกดีใจมากขึ้นที่เป็นแบบนั้นทั้งที่เป็นคนออกปากไล่ไปเอง


            เธอไม่อยากให้ทุกเรื่องราวมันเป็นแบบนี้


            เธอไม่อยากให้โชคดีของสกุลหยินหนีหายไปจากคริสเพราะนิสัยมุทะลุนั่น อยากให้คริสปลอดภัยจากเรื่องร้าย ๆ เสมอแม้น้องชายตัวดีจะทำร้ายคนอื่นยังไงก็ตาม


            ต่อให้โกรธแสนโกรธแต่อี้เฟยก็ยังคงรักและเป็นห่วงน้องชายไม่ได้ลดลงจากเดิม

 


            "ขอบคุณมากนะครับ" อี้ชิงยิ้มหวานพร้อมกับค้อมศีรษะลงต่ำให้กับคุณแม่และคุณพ่อของอี้เฟย ท่านทั้งสองมาพร้อมผลไม้สดหลายชนิดที่น่าจะดีต่อสุขภาพของคนที่กำลังป่วยไข้ ผู้เป็นใหญ่ในบ้านสกุลอู๋ทั้งสองมองสบตากัน ยิ่งอี้ชิงยิ้มหวาน ความรู้สึกผิดก็กร่อนจิตใจพวกเขามากขึ้น


            ทั้งสองไม่ได้หูหนวกตาบอดถึงจะไม่รู้ว่าเพราะอะไรและใครทำให้อี้ชิงต้องนอนป่วยอยู่บนเตียงคนไข้แบบนี้


            "เดี๋ยวพี่ปอกผลไม้ให้แล้วกันนะ อี้ชิงจะได้ทานเลย" อี้เฟยเสนอขึ้นมาพร้อมเข็นรถไปบริเวณเตรียมอาหาร คุณแม่ของอี้เฟยเองก็เดินตามไปเพื่อช่วยจัดการ อี้ชิงเอ่ยขอบคุณเสียงใส


            แก้วตาวาวใสหันมามองคุณพ่อของอี้เฟยที่นั่งลงข้างเตียง ใบหน้าของท่านคล้ายกับคริสอยู่หลายส่วนโดยเฉพาะคางและดวงตา ทว่าอี้ชิงไม่ได้รู้สึกมีปัญหาในการที่ท่านมานั่งอยู่ข้างเตียง อย่างที่รู้สึกกับตัวลูกชายของท่าน


            "ฉันต้องขอโทษอี้ชิงมากจริง ๆ" ชายวัยกลางคนเปรยขึ้นมาเสียงหนัก ในห้องยิ่งเงียบลงไปอีกจนได้ยินเสียงมีดฝานผ่านเนื้อผลไม้


            "ไม่ใช่ความผิดของคุณท่านนี่ครับ" อี้ชิงยิ้มจาง ๆ มอบให้ด้วยใจความที่เป็นเช่นนั้นจริง ๆ


            "ไม่ใช่ความผิดของคุณหญิง ไม่ใช่ความผิดของพี่อี้เฟยด้วย" หันไปมองอีกสองคนที่กำลังง่วนอยู่กับผลไม้ไม่ไกลนัก


            "หนูเป็นเด็กดีมากนะที่ยังพยายามปลอบใจพวกเราทั้งที่หนูเองเป็นคนเจ็บตัว แต่อี้ชิงมันเป็นความผิดของพวกฉัน" นายท่านสกุลอู๋ถอนหายใจที่เจือหนักด้วยความรู้สึกร้อยพันออกมาอย่างเกินอดกลั้น


            "นี่ไม่ใช่ครั้งแรกหรอกที่คริสเป็นแบบนี้" น้ำเสียงทุ้มหนักนั้นสะกดให้อี้ชิงรับฟังได้อย่างดี


            "คริสเป็นเด็กหัวดี แต่ก็เป็นคนที่อารมณ์ร้อนมาตั้งแต่เด็ก ๆ แล้ว ฉุนเฉียวโมโหหงุดหงิดง่าย ชอบลงกับข้าวของและคนอื่น ตอนนั้นฉันเองก็ไม่รู้จะจัดการยังไง คิดฝากไว้ให้เป็นเรื่องทางโรงเรียนช่วยดูให้แทน คิดปลอบใจว่าลูกหลานคนมีฐานะหลายคนก็นิสัยแบบนี้" คำบอกเล่าถูกกั้นลงด้วยเสียงถอนลมหายใจ


            "จนวันหนึ่งตอนคริสอายุสิบปี เขาทำแขนของเพื่อนหัก ตอนนั้นฉันกับคุณแม่ของคริสรู้ตัวแล้วล่ะว่ามันไม่ใช่เรื่องปกติ จากความหน้าบางที่กลัวว่าจะถูกเอาไปนินทาถ้าส่งลูกไปหาจิตแพทย์ ฉันก็ตัดสินใจพาไปมันวันนั้นเลย คริสใช้เวลาอยู่เกือบสามปีกว่าจิตแพทย์เด็กจะลงความเห็นว่าคริสเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว" นายใหญ่สกุลอู๋หยุดพูดลง พร้อมกับที่จานผลไม้ถูกพามาตรงหน้าอี้ชิง


            "คริสที่จัดการอารมณ์และความโมโหของตัวเองได้ดีเป็นน้องชายที่ดีมาก ๆ เลยล่ะ อี้ชิง เด็กนั่นน่ะน่ารัก ไม่จ้องแต่จะทำลายทุกอย่างรอบตัวมากเท่าที่ผ่านมา" อี้เฟยเล่าด้วยรอยยิ้มแสนหวาน ก่อนที่ดวงตาสุกสกาวนั้นจะหมองหม่นลง


            "แล้วทุกอย่างมันก็กลับมาแย่อีก ตอนที่พี่กลายเป็นแบบนี้ เพราะมันไม่ใช่อุบัติเหตุมันยิ่งทำให้คริสโกรธแค้นที่พี่เดินไม่ได้ โกรธที่มีคนทำร้ายพี่ คริสเสียศูนย์ไปเลยล่ะ ภายนอกการทำงานเขายังดูปกติดี แต่คุมอารมณ์โกรธไม่อยู่เหมือนกับตอนเด็ก ๆ เริ่มทำลายข้าวของเพื่อจัดการอารมณ์ตัวเอง แต่ตอนนี้คริสเป็นชายหนุ่มโตเต็มวัยแน่นอนว่าพวกเราต้องเปลี่ยนเฟอร์นิเจอร์กันบ่อยมาก เพราะมันพังเกินจะซ่อม

เคยคิดอยู่หลายหนว่าจะจัดการกับเรื่องนี้ยังไงดี แต่พวกเราก็เห็นตรงกันว่าคริสตอนนี้มีทั้งชื่อเสียง มีหน้าที่รับผิดชอบมากมาย การไปหาจิตแพทย์อาจจะทำให้เกิดข่าวไม่ดีออกมา ก็เลยปล่อยไว้แบบนั้น"


            "และตอนนี้ ฉันเห็นแล้วล่ะว่า เราไม่ควรทำแบบนั้น ไม่ควรจะจะกวาดเศษฝุ่นไปซุกอยู่ใต้พรม ทั้งที่ถ้าให้คริสไปพบจิตแพทย์ตั้งแต่สามปีก่อน ตั้งแต่ที่อี้เฟยต้องเริ่มนั่งรถเข็น ตอนนี้อี้ชิงก็คงไม่ต้องมานั่งอยู่ในห้องนี้" มืออุ่น ๆ ของคุณนายสกุลอู๋ลูบผมอี้ชิงยามที่เอ่ยบอกเช่นนั้น


            เมื่อไม่มีเสียงของคนสกุลอู๋อีกทั้งห้องก็เงียบลง


            อี้ชิงยังคงยิ้มเพื่อทุกคนว่าไม่เป็นไร ไม่ใช่ความผิดของพวกเขา มือน้อยรับชิ้นลูกแพรที่ถูกหั่นให้อย่างดีมาถือไว้พร้อมคำขอบคุณ



            ในเวลาเกือบห้าทุ่มหลังจากที่พยาบาลเอาชุดยาสำหรับทานก่อนนอนมาให้ อี้ชิงก็ได้อยู่ในห้องคนเดียวจริงจังครั้งแรกของวัน คนสกุลอู๋ทิ้งหน้าที่และงานที่รับผิดชอบเพื่อมาอยู่เป็นเพื่อนอี้ชิงจนถึงช่วงเย็น ก่อนส่งไม้ต่อให้พยาบาลที่เวียนเข้ามาดูแล


            "...." เสียงถอนหายใจจากลิลลี่ดังแข่งกับเสียงเครื่องปรับอากาศ ร่างน้อยเริ่มขยับตัวอย่างเชื่องช้า การนั่งอยู่บนเตียงเป็นเวลาเกือบหนึ่งวันเต็มทำให้อี้ชิงเมื่อยล้า


            ตอนนี้แม้จะยังรู้สึกเจ็บแปลบ ๆ อยู่บางจุดของร่างกาย แต่มันก็ไม่มากมายอะไรเท่าไหร่นักเท่าตอนที่ตากอยู่กลางสายฝน จากบาดแผลฉีกขาดและเจ็บช้ำมากมาย ตาโตมองรอยเข็มขัดที่ข้อมือตัวเอง ซึ่งเหลือเพียงรอยจาง ๆ สีน้ำตาลเข้มทั้งที่ผ่านมาไม่ถึงหนึ่งวันเต็ม  ร่างกายอี้ชิงก็ยังคงรักษาตัวเองได้อย่างน่าอัศจรรย์เหมือนอย่างเคย


            สองขาขยับเพื่อพาตัวเองลงจากเตียง อี้ชิงอยากจะเข้าห้องน้ำและเชื่อมั่นในร่างกายของตัวเองว่าน่าจะพอไปได้โดยไม่ต้องเรียกพยาบาลให้ต้องวุ่นวายมาช่วยเหลือ


            แกรก


            "....." ตาโตของอี้ชิงเบิกกว้างเมื่อถูกกอดประครองไว้อย่างรวดเร็วทันทีที่ตนกำลังจะลุกขึ้นเดิน ใบหน้าคมคายยากจะลืมของคริสติดจริงจังอยู่ไม่น้อย


            "ลงมาเดินเองได้ยังไง เดี๋ยวก็ล้มหรอก" บอกเสียงแข็ง ภาพเนื้อตัวอี้ชิงเมื่อตอนเช้าตรู่ของวันยังติดแน่นอยู่ในหัวของคริสไม่จางหายไปไหนเลยแม้สักนิด อย่างน้อยคงต้องนอนโรงพยาบาลเป็นสัปดาห์ แต่พอเปิดประตูเข้ามาดันเห็นร่างน้อยกำลังจะลงเดินเองก็ต้องรีบมาคว้าตัวกลัวว่าจะล้ม


            ล้มลงไปเพราะร่างกายบาดเจ็บจากฝีมือของคริสที่ทำเอาไว้


            "ผมคิดว่าผมน่าจะเดินเองได้แล้ว" อี้ชิงตอบเสียงเรียบนิ่ง และเพราะไม่มีรอยยิ้มจาง ๆ อย่างเคยคริสจึงได้แต่มองใบหน้าน่ารักนั้นอย่างหมองใจ แต่ก็ไม่กล้าจะคลายมือออก


            "ไม่มีทางหรอกอี้ชิง เมื่อเช้านั่นมัน..." คริสเงียบลง อี้ชิงเองก็เงียบ


            "จะไปไหน ฉันจะอุ้มไป"


            "ไม่ต้องหรอกครับ ผมไปได้จริง ๆ " อี้ชิงยืนกราน คริสเริ่มจะหน้ามุ่ยมากขึ้นอีกครั้ง และตอนนี้อี้ชิงรู้ดีแล้วว่าคนตัวสูงนี้มีปัญหามากแค่ไหนในการจัดการอารมณ์โกรธ


            ที่สำคัญสุดอี้ชิงไม่ได้แม้แต่คิดที่จะยั่วโมโห


            "ผมไม่ได้อวดดีหรือไม่เห็นค่าความช่วยเหลือของคุณ แต่ผมรู้จักร่างกายตัวเองค่อนข้างดี ผมคิดว่าผมพอเดินเองได้แล้ว และถ้าผมคิดผิด ตอนนั้นคุณอยากจะอุ้ม ผมก็ตามใจคุณ" อี้ชิงใช้น้ำเสียงนิ่งเรียบบอกอย่างประนีประนอม คริสนิ่งไปครู่ ก่อนจะพยักหน้า


            "ฉันจะปล่อยมือแล้วนะ" วงแขนแกร่งปล่อยออก สองขาเดินถอยหลังออกห่าง เห็นร่างน้อยตรงหน้ายังยืนอยู่ได้ และเพียงครู่เดียวอี้ชิงก็ก้าวเดิน ถึงจะไม่เร็วและคล่องแคล่วเท่าปกติ แต่อี้ชิงก็เดินตรงไปห้องน้ำเองได้


            คริสรู้สึกว่ามันแทบเป็นไปไม่ได้เลยที่อี้ชิงจะลุกขึ้นมาเดินไหว แต่ก็ก็เห็นหลักฐานอยู่คาตา คริสทำได้แค่เดินตามไปและหยุดรออยู่หน้าประตูกระจกฝ้าที่ถูกปิด


            ร่างกายอี้ชิงเยียวยาตัวเองได้รวดเร็วจริงดั่งคำที่เจ้าตัวบอก เสียจนคริสยิ่งรู้สึกขมปร่าอยู่ในอก


            ตอนแรกกะว่าจะคอยมาอยู่ข้างเตียง คอยอุ้ม คอยโอบอี้ชิงยามอยากเคลื่อนย้ายไปตรงไหน คอยดูแลเป็นการไถ่โทษ เผื่อว่าจะชดใช้อะไรให้อี้ชิงได้บ้าง แต่ในเมื่อร่างน้อยดูแลตัวเองได้ การที่คริสเข้ามาหาก็ดูเหมือนจะเป็นการวุ่นวายไปเท่านั้น


            ถ้าไม่จำเป็นต้องอยู่ ไม่มีข้ออ้างที่จะต้องอยู่ ก็มีแต่จะทำให้อี้ชิงรู้สึกอึดอัดใจที่ต้องอยู่ใกล้กัน


            เพราะคริสรู้ดีเชียวล่ะว่าการต้องมองเห็นคนที่ตนไม่ชอบขี้หน้าหรือเกลียดชัง มันเหมือนมีไฟสุมอกมากแค่ไหน มันน่าขุ่นเคืองใจจนทุ่มโต๊ะให้พังสักสามตัวก็ยังไม่พอ


            "...." เสียงประตูห้องน้ำเปิดออก คริสรีบหันไปมองเพื่อตรวจสอบร่างน้อยที่กำลังเดินออกมา ทำให้ทั้งคู่ประสานแววตากันพอดี


            อี้ชิงที่เงยหน้ามองขึ้นมามีแววตาประหลาดใจที่เห็นคริสยืนอยู่ในห้องไม่ไปไหน


            "ยังไม่กลับไปพักผ่อนที่บ้านอีกเหรอครับ" เป็นถ้อยคำไล่กลับที่นุ่มนวลอย่างสุดแสนได้สมกับลิลลี่แห่งสกุลหยินออกปาก คริสได้แต่ทำหน้าขื่นเหมือนกินยาขมรับ


            "ฉันอยากอยู่ดูแลนาย" คริสพึมพำเสียงแผ่ว รู้สึกกระดากอายอยู่ไม่น้อยทั้งที่เอ่ยปากจะทำสิ่งดี ๆ บางทีนี่คงเป็นความรู้สึกละอายใจ


            "ไม่จำเป็นต้องทำแบบนั้นหรอกครับ พี่อี้เฟยจ้างพยาบาลไว้ให้ผมหลายคน" อี้ชิงตอบแม้ไม่หันไปมองคู่สนทนา เม้มปากตัวเองเล็กน้อยตอนที่ยันตัวขึ้นนั่งบนเตียง


            "มีฉันอีกคนไม่ดีหรือไง ก็ช่วย ๆ กันไงล่ะ"


            "กลับไปพักผ่อนเถอะครับ" พอไม่มีรอยยิ้มหวานประกอบ น้ำเสียงด้านแข็งขึ้นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ความอารีของลิลลี่แสนหวานกลับทรมานใจคริสได้อย่างไม่น่าเชื่อ


            "ถ้าฉันแค่จะนั่งอยู่เป็นเพื่อนนายล่ะ"


            "เดี๋ยวผมก็หลับแล้ว มันไม่มีประโยชน์อะไรหรอกครับ " อี้ชิงเอนหลังนอนลงบนเตียง มือน้อยกดปิดไฟจนเหลือแสงสลัวเพียงแถวบริเวณหน้าห้องน้ำที่คริสยืนอยู่ ทั้งห้องเงียบลง


            เหลือแค่คริสเพียงลำพังที่ยืนมองแผ่นหลังผอมบางยามร่างน้อยพลิกตัวหนีไปอีกด้าน

 



 

 


มาแล้วววว 

เหตุการณ์รุนแรงเมื่อตอนที่สี่ที่ผ่านมาไม่ต้องกังวลว่าหลานจะไม่ปลอดภัยกันนะคะ เพราะตอนนี้ลิลลี่ยังไม่ท้องเน้อ


ตอนที่แล้วน้ำปุ๋ยค่อนข้างดีมากเลย (และเกินครึ่งคือคำสาปแช่งคุณเจ้าของลิลลี่ ถถถ)

ฝากชาวสวนลิลลี่ผู้น่ารักช่วยกันรดน้ำใส่ โรยปุ๋ย เสริมราก เสริมใบ บำรุงดอกให้ลิลลี่ชูช่อสวนแข็งแรงไปด้วยกันนะคะ ง่าย ๆ เหมือนเดิม คือ เมนต์ โหวต แล้วก็แท็ก #ลิลลี่ชิงชิง ค่ะ (ลิลลี่ มีไม้เอกด้วยน้า)


รักและเอ็นดูลิลลี่ด้วยกันน้าาาา



#ลิลลี่ชิงชิง
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 495 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,728 ความคิดเห็น

  1. #3722 Jilin (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2563 / 08:46

    พี่คริสคงต้องรับผลกรรมที่ตัวเองก่อไว้แล้ว

    #3,722
    0
  2. #3707 Dongdung56789012 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2562 / 23:50
    อ่านไปเจ็บไปเจ็บจิดๆๆ
    #3,707
    0
  3. #3682 llllovellll (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2562 / 23:54
    รับผลการกระทำที่ตัวเองทำต่อไปเถอะ ไปพบจิตแพทย์ด้วยก็ดีนะคุณคริส ไม่อยากให้พี่อี้เจ็บตัวอีกแล้ว
    #3,682
    0
  4. #3638 APK (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 27 เมษายน 2562 / 15:07

    พิคริสก็น่าสงสารอยู่นะ จัดการกับอารมณ์ตัวเองไม่ค่อยได้


    #3,638
    0
  5. #3622 |2e@|_ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 เมษายน 2562 / 15:27

    เหอ ๆ ความหัศจรรย์ของร่างกายอี้ชิง ทำพิษต่อการง้องอนเสียแล้ว

    แต่มันดีมาก ๆ เลยนะ น้องจะได้ไม่เจ็บนาน

    หาหนทางอื่นต่อไปนะคุณชายอู๋...แม้จะรู้ถึงต้นสายปลายเหตุของอารมณ์รุนแรง แต่ก็นะ หลังจากนี้ ควรไปพบจิตแพทย์โดยเร็ว และแบบจริงจังแล้วละ

    #3,622
    0
  6. #3602 TwilightPrincess (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 เมษายน 2562 / 13:35

    เพราะที่ผ่านมา คริสถูกปล่อยประละเลยเรื่องอารมณ์จนเกินจะควบคุม ผลมันเลยทำให้เป็นแบบนี้ ครั้งนี้คริสทำเกินไปมากจริงๆ ไม่แปลกที่อี้ชิงจะโกรธ ต้องรอดูว่าคริสจะทำให้อี้ชิงรักได้มั้ย

    #3,602
    0
  7. #3532 PANGPANG77 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 เมษายน 2562 / 23:27

    เอาจริงๆพี่คริสทำแรงเกินไปมากๆเลย โกรธมาก แต่ตอนที่เข้ามาอยู่เป็นเพื่อนอี้ชิงความโกรธมันหายไปเลย เพราะลึกๆพี่คริสอาจจะไม่ได้ตั้งใจที่จะทำแบบนั้น หวังอี้ชิงจะหายโกรธพี่คริสขึ้นนิดนึงก็ยังดี
    #3,532
    0
  8. #3119 iamchnp_ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2562 / 12:19
    ก็บอกแล้วคุณอู๋ว่าถ้าไม่มีลิลลี่จะยิ่งกว่าโชคไม่ดี นี่ขนาดยังมีอยู่นะเนี่ย รู้จักคุมตัวเองหน่อย
    #3,119
    0
  9. #2870 pupe. (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2561 / 05:43
    สมน้ำหน้า พี่เฟยคือคนที่ได้ทำทุกสิ่งแทนดิช้อนไปแล้ว ชังน้ำหน้านัก
    #2,870
    0
  10. #2767 Maysquidz (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2561 / 02:10
    คนเสียความรู้สึกไปแล้วน่ะ เหตุผลอะไรก็เยียวยาให้มันกลับมาไม่ได้หรอก นี่หน้าชาแทนพี่คริสเลยจ้า ขอยาดสมน้ำหน้าได้มั้ยนิ-..- พี่อี้คิอแบบ แกร่งจริงๆนะ กอดนะคะคนดีของหนู ถึงกระนั้นก็ยังใจเย็น ให้ตายเถอะพี่โคตรจะแสนดีเลย หนูยอมใจ ;-;
    #2,767
    0
  11. #2754 toto (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2561 / 14:47

    เจ็บมั้ยเฮียคริส

    #2,754
    0
  12. #2605 Area6104 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2561 / 08:02
    ถึงพี่คริสจะเป็นอย่างนั้น แต่ในมุมของคนที่โดนทำลายไม่มีใครไม่เจ็บปวดหรอก ลิลลี่เหมือนจะเสียศูนย์ไปแล้ว พี่คริสได้เวลาปรับตัวใหม่แล้วนะถ้ายังอยากมีลิลลี่ดอกเดิมที่สดใสอยู่เคียงข้าง พระเอกทุกคนนี่น่าตีจริงๆ
    #2,605
    0
  13. #2368 PandaPhung (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2561 / 19:17
    อ่านเซต7ดอกไม้ทีไร ก็ได้แต่ภาวนาขอให้ไปตอนหลังๆไวๆทุกที กว่าคุณผู้ชายแต่ละบ้านจะได้สติสตัง มีความคิดความอ่านเป็นปกติ รู้จักรักและถนอมดอกไม้ของเรา ก็นู่นอ่ะ ตอนจบนู่น ต้องเสียไปก่อนถึงจะรู้สึก โง้ยยยย /ปาข้าวของใส่เฮียระบายอารมณ์
    #2,368
    0
  14. #2359 Jekkju (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2561 / 14:40
    เจ็บแทนได้ม้ายยยย
    #2,359
    0
  15. #2341 p-my (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2561 / 23:31
    หนูใจเย็นมากเลยลูก TT
    #2,341
    0
  16. #2094 colmegeegee (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 กันยายน 2561 / 11:49
    อยากจะทะลุมือถือไปตบอิคุณคริส
    #2,094
    0
  17. #2045 EsHyun (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2561 / 17:18
    สมน้ำหน้า คนนิสัยไม่ดี
    #2,045
    0
  18. #2020 Taonoiifangkung (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2561 / 15:21
    แค่อี้ชิงพูดด้วยก็ใจดีแล้วนะ โดนซะมั่งเหอะคนใจร้าย เช๊อะะ
    #2,020
    0
  19. #1970 ALIVE (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2561 / 07:39
    สใหน้าเฮียโดนสะบ้าง แต่ปวดใจจังอี้ชิงแข็งไปนะ กลับมายิ้มให้เฮียเร็วๆนะ อึดอัด
    #1,970
    0
  20. #1935 Puripurple (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2560 / 01:17
    สมน้ำหน้าทากๆ พุดเรย ทำร้ายจิตใจลิลลี่ดีนัก โดนโกรธเลย โกรธนานๆเลยลิลลี่ ให้อิพี่คริสขาดใจ!
    #1,935
    0
  21. #1933 NLHH12 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2560 / 00:19
    พี่คริสสมควรโดนหนักๆ
    #1,933
    0
  22. #1924 dreamlay (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2560 / 07:47
    ฮื่อออสงสาร #ลิลลี่ชิงชิง
    #1,924
    0
  23. #1619 Star (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2560 / 15:29
    กราบเรียนไรต์จ๋าาา มาต่อเถอะนะคะ อยากอ่านต่อแล้ว ลิลลี่จะเป็นยังไงต่อ ฮื่อออออ
    #1,619
    0
  24. #1605 hunhunie (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2560 / 00:56
    น้ำตาไหลพรากตอนลิลลลี่สาธยายความยากลำบากของตัวเอง สงสารมากๆคริสพลาดแล้วหล่ะอี้ชิงเฉยชากับคริสแล้วซึ่งมันก็สมควรจำไว้
    #1,605
    0
  25. #1495 nuengruedeeln (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 กันยายน 2560 / 21:22
    สนุกมากกกกกก เพิ่งมาเจอออออออ เป็นกำลังใจให้นะคะ พล้อตเรื่องดีมากๆๆๆๆ ชอบมากเลย ฮื้อออออออออออ
    #1,495
    0