{ YAOI } #กอดเสือมือเปล่า

ตอนที่ 1 : #กอดเสือมือเปล่า l หนึ่ง 100 %

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 629
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 88 ครั้ง
    6 ม.ค. 62





#กอดเสือมือเปล่า

ตอนที่ หนึ่ง 
แมวตัวลายตัวนั้นฉันเห็นมันทำตาลุกวาว



 


          "เอ่อ เอ่อ คือว่า... ผม.." เสียงกระท่อนกระแท่นของชายวัยกลางคนที่ยืนผมบางทำท่าอึกอักน่ารำคาญเกือบนาทีทำให้ประธานบริษัทหนุ่มหน้าตาคมคายที่งานล้นมือจำต้องเงยหน้าขึ้น

 

            ดวงตาเรียวคมกริบส่งคำถามไปหา ฝ่ายนั้นยิ่งสะอึกไปอีกรอบ เงียบกริบเหมือนลืมลิ้นไว้ที่บ้าน

 

            ถ้าไม่พูดอะไรสักที แล้วมันจะมายืนเสนอหน้าตรงนี้ทำไม

 

            "ไม่พร้อมก็อย่าเข้ามารบกวนเวลาทำงานผม" ชายหนุ่มขยับนิ้วให้บอดี้การ์ดประจำตัวทั้งสองคนลากมันออกไป พอเป็นแบบนั้นถึงจะแหกปากออกมาได้

 

            "ผมมาขอร้องท่านครับ อย่าไล่ผมออกเลย ผมยังมีลูกเมียที่ต้องดูแล ลูกผมกำลังเข้าวัยรุ่นเลยเสียสมาธิไป ผมขอโทษกับความผิดพลาดครั้งนี้ ผมขอโอกาส ท่านนนนน" เสียงโหยหวนเงียบหายไปเมื่อประตูห้องปิดลงกั้นเสียงภายนอกได้อย่างดี ดุจเพชรส่ายหน้ารำคาญใจ เขาก็ให้โอกาสมาแก้ตัวแล้วไง ยืนอึกอักอยู่ได้ งานก็ไร้ฝีมือ ทำผิดซ้ำซาก เก็บไว้ทำไม

 

            "คุณเพชรคะ วันนี้คุณมีนัดกับมิสเตอร์ซี ดิฉันจัดการเคลียร์งานตามตารางเวลาให้แล้วค่ะ" น้ำเสียงนิ่งสงบของเลขาส่วนตัวอย่างมาริสาเอ่ยบอก พอได้ยินชื่อในกำหนดการนัด ดุจเพชรก็พยักหน้ารับ

 

            ดวงตาคมกริบมองหญิงสาวอย่างมาริสาที่ยังคงทำงานได้ดีไม่มีตก ทั้งที่เพิ่งจะเสียพ่อไปไม่ถึงเดือน แยกแยะเรื่องงานและเรื่องส่วนตัวได้ดี คนแบบนี้สิถึงน่าเก็บไว้ทำงานกับพรหมพิริยะ

 

            พรหมพิริยะ ..เป็นชื่อที่ใครก็ขยาด เพราะพรหมพิริยะคือตระกูลที่นับว่าเป็นพยัคฆ์ร้ายตัวฉกาจทางด้านการเงินของไทย

 

            ไม่ใช่แค่ในทางสว่าง แต่พรหมพิริยะนั้นมีอำนาจในการจัดการการเงินใต้ดินและพื้นที่สีเทาในเงามืดได้แข็งแกร่งเสียยิ่งกว่าความมั่นคงที่แลดูขาวสะอาดในตลาดโลก

 

            จากคนตระกูลพรหมพิริยะทั้งหมด ผู้ที่ใครต่อใครเข็ดขยาดจะยุ่งเกี่ยวมากที่สุดคงเป็น

 

-ดุจเพชร พรหมพิริยะ- เพราะนิสัยที่เป็นพรหมพิริยะโดยแท้ ทั้งเด็ดขาด ไม่สนความเป็นความตายใดที่ไม่มอบผลประโยชน์ให้ตน กับสีหน้านิ่งเรียบดุดันตลอดเวลา

 

สร้างความกดดันให้กับผู้พบเจอได้ไม่น้อย

 

ต่อให้มีรูปร่างหน้าตาที่หล่อเหลาติดอันดับที่สุดคนหนึ่งในวงการ เครื่องหน้าคมคาย รูปร่างสูงใหญ่ผิวขาวเหลืองที่มีบ่ากว้างแข็งแรงขับดันให้ดูดียิ่งกว่านายแบบโด่งดังบางคนก็ตาม

 

            “....” ดวงตาทรงอัลมอนด์คมกริบจดจ้องมองปากกาในมือของตัวเอง นิ่งคิดชั่วครู่พลันมีรอยยิ้มแต้มชัดขึ้น และตัดสินใจเร่งทำงานเพื่อให้มีเวลาสะสางธุระกับมิสเตอร์ซี มากยิ่งขึ้น

 

            "คุณมาริสา ผมขอสรุปผลประกอบการของคาสิโนทั้งหมดในเดือนนี้ด้วย" ดุจเพชรหันกลับมาทำงานต่อ รอยยิ้มบนใบหน้าหายไปราวกับไม่เคยเกิดขึ้น

 

 

『』

 

 

            14:00 - 15:30 พบ มิสเตอร์ซี

 

            กำหนดเวลาในตารางที่ชัดเจนทำให้ คนขับรถประจำตัวของดุจเพชรเตรียมรอประจำที่ตั้งแต่เวลาบ่ายโมงครึ่ง เพราะรู้ดีว่าเจ้านายตนเป็นคนเคร่งเรื่องความตรงต่อเวลามาก ยิ่งกับการนัดพบ –มิสเตอร์ซี- ที่มีเพียงนามแฝงผู้นี้ก็ยิ่งเข้มงวด

 

            แม้ตนจะทำหน้าที่ขับรถแทนคนเก่ามาให้ตลอดหนึ่งปีเต็ม แต่ก็ไม่เคยมีโอกาสได้พบมิสเตอร์ซีสักครั้ง เพราะทุกหนจะจอดที่หน้าตึกสูงลิบสีทะมึนตึกเดิมแถบชานเมืองที่ผู้คนน้อยนิด คุณดุจเพชรจะหายเข้าไปตามเวลานัดและออกมาก่อนเวลาเล็กน้อย             

 

            มิสเตอร์ซีนี้ผู้นี้หากไม่ใช่นักธุรกิจมืด หรือคนสำคัญที่ต้องซ่อนตัวในเงายามพบกับเสือร้ายแห่งพรหมพิริยะแล้ว ก็น่าจะเป็นคนรักลับ ๆ ของคุณดุจเพชร

 

            เพราะมีหลายครั้งเหลือเกินที่ตนสังเกตเห็นว่าเสื้อผ้าของเจ้านายถูกเปลี่ยนใหม่ ไม่ใช่ชุดเดิมก่อนเข้าไป และตารางนัดพบก็ถี่นัก ในเวลาหนึ่งเดือนคุณดุจเพชรต้องมีนัดกับมิสเตอร์ซีอย่างน้อยสองครั้ง บางเดือนก็สี่ครั้ง และจะนัดเจอแค่ที่เดิมเสมอ

 

            ตึกสูงใหญ่ที่ดูทะมึนน่ากลัวนี่

 

            "ผมจะรออยู่ที่เดิมนะครับ" คนขับรถบอกกับผู้เป็นนาย ดุจเพชรพยักหน้าก่อนจะก้าวเข้าไปด้านในตึกสีทึมโดยมีบอดี้การ์ดสองคนตามเข้าไปด้วย

 

            เมื่อผ่านตัวตึกหรูเข้าสู่สวนสีเขียวเป็นลานกว้างงดงาม บอดี้การ์ดทั้งสองคนก็เลือกโต๊ะมุมเดิมในสวนเพื่อนั่งลงรออย่างไม่ต้องถามซ้ำให้เจ้านายรำคาญใจ

 

            ดุจเพชร พรหมพิริยะกระชับสูทของตัวเอง ใบหน้าคมนิ่งเดินตัดผ่านทางในสวนของโครงการนี้ด้วยความเคยชิน จวบจนทะลุอีกฝั่ง ดวงตาเย็นชืดเป็นประกายมากขึ้นเมื่อมาถึงสถานที่ที่ตนต้องแวะเยือนเป็นประจำเพื่อสะสางความเครียด

 

            การนัดพบกับมิสเตอร์ซี

 

            กริ้งงง

 

            "ห้องเดิมของคุณเพชร ป้าเตรียมไว้ให้แล้วนะคะ" รอยยิ้มหวานของป้าภา หญิงวัยกลางคนร่างท้วมต้อนรับชายหนุ่มตัวโตที่แสนคุ้นหน้า แค่เปิดประตูเข้ามากลิ่นที่คุ้นเคยก็ทำให้ผ่อนคลายแล้ว

 

            "วันนี้มีน้องใหม่มาด้วยนะคะ ยังไม่ได้พาลงมาเปิดตัวเลย แต่ว่าป้าเห็นคุณนัดเข้ามา ก็เลยเตรียมน้องให้รอเจอคุณเพชรก่อนค่ะ" เจ้าของร้านยิ้มหวานมอบให้อีกที ดุจเพชรพยักหน้ารับ ห้ามรอยยิ้มไว้ไม่อยู่

 

            แต่พอได้ยินเสียงกระดิ่งร้านสั่นอีกรอบขายาวก็รีบจ้ำเดินขึ้นไปห้องของตัวเอง

 

            จะให้ใครรู้ว่าเขามาที่นี่บ่อย ๆ ไม่ได้มันจะเสียไปถึงภาพลักษณ์ของพรหมพิริยะ

 

            "แคท แคท คาเฟ่ ยินดีต้อนรับค่ะ" เสียงต้อนรับของป้าภาเจ้าของร้านยิ่งย้ำว่ามีคนเข้ามาใหม่เพื่อที่จะมาจิบเครื่องดื่มเคล้ากับการเล่นแมวเพิ่มอีกคน

 

            แต่ตอนนี้ดุจเพชรไม่สนใจอะไรแล้ว

 

            "เมี้ยวววว" "มี้ววว" "ม้าววว" 

 

นอกจากบรรดาก้อนขนตรงหน้า

 

ทันทีที่ดุจเพชรเปิดประตูห้องประจำของตนเข้ามา เจ้าแมวทั้งหลายในห้องกระจกที่นอนกลิ้งกันเกลื่อนคอนโดแมวก็ร้องขึ้นทักทาย แค่นั้นแล้วก็นอนอยู่ที่เดิมไม่สนใจคนคุ้นหน้า

 

            แต่ดุจเพชรไม่มีปัญหาอะไร เดินไปนั่งบนเบาะนั่งเดิม ดวงตาเรียวคมกวาดมองเจ้าเหมียวทั้งหลายอย่างมีความสุข รอยยิ้มที่แทบจะเป็นของหายากในวงสังคมของชายหนุ่ม ถูกใช้ออกมาอย่างพร่ำเพื่อโดยที่เจ้าของยังไม่รู้ตัวหรือถึงรู้ก็คงไม่ห้ามสำหรับเจ้าเหมียว

 

            ห้องนี้เป็นห้องส่วนตัว กระจกใสที่มองออกไปเห็นห้องโถงของบรรดาแมว แต่จากมุมที่เขาอยู่คนจากห้องฝั่งอื่นจะมองไม่เห็นเขา มีเพียงเหล่าแมวเท่านั้นที่มองเข้ามาเห็นเขา เพราะมีห้องแบบนี้ที่นี่ก็เลยเป็นที่โปรด แถมป้าภาก็เก็บความลับของลูกค้าอย่างดี

 

            "เมี้ยว เมี้ยว มานี่มา มาหาพี่สักตัวสิครับ" ชายหนุ่มร้องเรียก มือหนาดึงประตูกั้นเล็ก ๆ พอให้แมวที่นอนเหยียดอยู่ในห้องโถงกลางเดินออกมาหาตนได้

 

            แต่แมวก็คือแมว บ่อยครั้งเขาต้องขอให้ป้าภาอุ้มมาส่งให้ถึงจะได้กอด ได้ฟัดพุงให้หนำใจ

 

            "พี่มีขนมนะ ใครอยากมาบ้าง" มือหนาแกว่งทั้งขนม ทั้งของเล่นล่อ แต่วันนี้เหล่าคุณหญิงคุณชายคงได้ไปเยอะแล้ว ถึงแค่ชายตามามองแล้วก็มองค้อนกลับไปเลียอุ้งเท้าปุยๆของตัวเองต่อ

 

            "ใจร้ายกับพี่เพชรจังเลยน้า" ดุจเพชรพึมพำ สรรพนามนี้นอกจากหยกน้องชายก็คงเป็นบรรดาแมวเหมียวเท่านั้นจะได้รับไปครอบครอง มือหนาควานคว้าโทรศัพท์ประจำห้องเพื่อจะขอป้าภา อุ้มเจ้าเหมียวมาให้เขานั่งสางขนให้สักตัว

 

            "ม้าวววว" เสียงเล็ก ๆ พร้อมเจ้าตัวน้อยสก็อตติชขนสีเทาปุกปุยเดินออกมา แล้วปีนซบบนตักทำเอาดุจเพชรวางโทรศัพท์ทันที ขนสีเทาของเจ้าหนูน้อยเปื้อนชุดสูทราคาแพงแต่ดุจเพชรไม่ได้ใส่ใจ

 

            ก่อนที่จะออกจากที่นี่เขาจะอาบน้ำเปลี่ยนชุดใหม่ทุกครั้งอยู่แล้ว ไม่ใช่แค่เรื่องรักษาภาพพจน์ของพยัคฆ์ร้ายแห่งพรหมพิริยะ แต่เพราะหยกน้องชายของเขาแพ้ขนแมว เขาจึงต้องทำความสะอาดตัวเองทุกครั้งก่อนออกไป

 

            แต่จะให้ทำใจไม่มาฟัดพุงเจ้าเหมียวพวกนี้เลย เขาก็เครียดตายพอดี

 

            "ไงครับ น้องคนใหม่ที่ป้าภาบอกใช่ไหม หืมมม น่ารักจังเลยครับ" มือหนาช้อนเจ้าแมวน้อยขึ้นมาสบตา ดวงตากลมแบ๋วจ้องมองมา หาววอดใส่เล็กน้อยแล้วซุกหน้าไปกับมือของดุจเพชร

 

            เขาถูกชะตากับแมวน้อยตัวนี้เหลือเกิน

 

            "ขี้อ้อนอะไรแบบนี้นะ" ดุจเพชรใจหลอมละลาย คลึงจมูกไปกับขนหอม ๆ ของแมวน้อย มือหนาช้อนป้ายชื่อของเจ้าตัวเล็กมาดู

 

            "ขนุน น้องชื่อขนุนเหรอครับ" ใบหน้าหล่อเหลามุ่นคิ้วเล็กน้อย ชื่ออะไรไม่เหมาะสมกับความเจ้าหญิงน้อยของน้องเลย

 

            ดุจเพชรไม่เคยเลี้ยงแมว ไม่เคยมีสัตว์เลี้ยงเพราะหยกแพ้ขนแมวและเมื่อก่อนตอนรับตำแหน่งเขาก็ไม่มีเวลานัก ถึงต้องนัดพบกับมิสเตอร์ซีบ่อยครั้งแทน

 

            เขาถูกชะตาและอยากพาน้องขนุนกลับบ้านไปกับเขา

 

            จัดบ้านหลังเล็กในสวนแยกเพื่อเลี้ยงน้องก็ได้ ก่อนไปหาหยกเขาค่อยอาบน้ำเอาขนน้องออกจากตัว น่าจะพอได้

 

            น้องกำลังทำให้เขาก้าวข้ามกรอบของตัวเองครั้งใหญ่ แต่เขาก็ถูกใจน้องจริงๆ

 

            "มาอยู่กับพี่ไหมครับ เดี๋ยวพี่จะตั้งชื่อให้ใหม่ ขนุนอะไรไม่น่ารักสมกับน้องเลย" ดุจเพชรถามด้วยช่องเสียงที่แปดเอาใจ ขนุนน้อยไม่ตอบโต้แต่หาวหวอดนอนคลอเคลียกับอกแกร่งไปแล้ว วัยกำลังโตนี่นะ

 

            เอาล่ะ เห็นที่วันนี้เขาจะได้มีแมวเป็นของตัวเองแล้ว

 

 

 

            ดุจเพชร พรหมพิริยะไม่เคยอยากได้อะไรแล้วไม่ได้

 

            "ป้าขายน้องขนุนให้คุณเพชรไม่ได้จริง ๆ ค่ะ"

 

            แต่ครั้งนี้ทำไมไม่ได้สักทีล่ะห๊ะ

 

            "ป้าภา! ทำไมไม่ได้ล่ะ ผมเพิ่มเงินได้อีกนะ หลักแสนก็ยอมจ่ายเพื่อน้องขนุน" สีหน้านิ่งดุแบบที่ไม่เคยใช้ในการนัดพบมิสเตอร์ซีเลยสักครั้งกำลังจะถูกงัดออกมาใช้ครั้งแรก แต่เพราะเจ้าเหมียวมากมายที่พร้อมใจกันมาเดินคลอเคลียเลยดุได้ไม่ถนัดนัก

 

            "หรือป้าคิดว่าผมจะเลี้ยงน้องไม่ได้"

 

            "ไม่ใช่ค่ะ ป้ารู้ว่าคุณเพชรรักแมว แต่น้องขนุนไม่ใช่แมวป้าค่ะ ยัยหนูนี่เป็นแมวของลูกค้าอีกคนเขามาฝากไว้ ไม่ใช่ตัวที่ป้าบอกคุณเพชรหรอกค่ะ ถ้าจะซื้อคุณเพชรต้องรอคุยกับเจ้าของน้องเอง คุณรอได้ไหมคะอีกสักชั่วโมงเจ้าของน้องขนุนก็คงมารับน้องแล้ว" ข้อมูลเพิ่มเติมที่ได้รับมาทำเอาหัวคิ้วดุจเพชรแทบจะผูกกัน

 

            ดวงตาคมปลายไปมองน้องขนุนที่กำลังเล่นกับก้อนไหมพรมแล้วก็พยักหน้ากับตัวเอง

 

            "ได้ครับ ผมจะรอ" ออกปากชัดเจน มือหนากดส่งข้อความไปให้บอดี้การ์ดทั้งสองคน รู้ถึงกำหนดการที่จะเลื่อนออกไป และไม่ลืมต่อสายหาเลขาของตนเอง

 

            "คุณมาริสา ยกเลิกนัดเย็นนี้ให้ผมด้วย บอกเจ้าสัวไปว่าผมมีธุระสำคัญ แล้วค่อยนัดใหม่วันหลัง อื้ม ขอบคุณมาก"

 

            『』

 

 

            เขาเป็นคนไม่ชอบรอ

 

และการเสียเวลาไปหนึ่งชั่วโมงเพื่อรอเจรจาธุรกิจทำให้เขาร้อนใจไม่น้อย ยังดีที่บรรดาแมวอ้วนทั้งหลายเดินผ่านเอาหางมาแกว่งซ้าย แกว่งขวาให้เขาได้เล่นฆ่าเวลา ทว่าดวงตาคมก็ชำเลืองมองนาฬิกาข้อมือเป็นระยะ ๆ

 

            กริ้งง

 

            "ขนุนลูก มาหาปะป๋าเร็วมาลูก" ทันทีที่เสียงเรียกชื่อแมว(ที่จะต้องเป็น)ของเขาดังมาให้ได้ยิน ดุจเพชรก็รีบนั่งหลังเหยียดตรงมองคนมาใหม่ที่เดินเข้ามาในห้องเพื่อเจรจาธุรกิจกัน

 

            เด็ก

 

            คือคำนิยามแรกที่ดุจเพชรมีในใจสำหรับคู่ธุรกิจ เป็นเด็กหนุ่มตัวขาว ไม่สูงนัก ตาไม่ได้เล็กเรียวแบบเขา แต่ก็ไม่โตมากทว่าวาวเป็นประกาย อายุคงสักราว ๆ สิบแปด ไม่ได้อ้วนออกจะผอมด้วยซ้ำแต่ตัวกลับดูนิ่ม ๆ ทำตาใสมองมาแบบนี้แต่เขาไม่ใจดีด้วยหรอกนะ

 

            ที่จริงหน้าตาหวาน ๆ ซื่อ ๆ ดูหลอกง่ายแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน จะได้เจรจาจบไว ๆ

 

            "เชิญนั่ง" มือหนาผายไปที่เบาะตรงข้าม แต่อีกฝ่ายทำหน้างง ย่อตัวลงอุ้มน้องขนุนแนบอก ดุจเพชรขมวดคิ้วทันที

 

            "ป้าภายังไม่ได้บอกคุณเหรอ"

 

            "บอกอะไรครับ"

 

            "ว่าผมจะขอซื้อน้องขนุน" ดุจเพชรพูดอย่างฉะฉานดุดันเช่นยามเจรจาธุรกิจ อีกฝ่ายทำหน้าเหรอหรา ปากอิ่มสีสดมุ่ยทันที

 

            "ผมไม่ขายน้อง คุณอยากได้ก็ไปร้านขายสัตว์เลี้ยงนู่น"

 

            "แต่ผมถูกชะตาน้อง คุณอยากได้เท่าไหร่ ผมให้ได้ สองแสน หรือสามแสน"

 

            "ผมไม่เอาเงินคุณหรอก ผมก็มีเงินเถอะ น้องขนุนไปกันลูก " ว่าแล้วเด็กหนุ่มตัวขาวก็พาว่าที่แมวของเขาเดินไปเฉย ดุจเพชรรีบตามทันที แต่เพราะไม่อยากปึงปังเสียงดังให้แมวมากมายในร้านตกใจจึงทำให้เดินช้ากว่าปกติไปมากพอตัว

 

            แต่ก็ยังตามทันก่อนอีกฝ่ายจะพาน้องขนุนออกไปจากร้าน

 

            "ผมขอซื้อน้องขนุน หนึ่งล้าน" เสนอราคาที่ใครก็ไม่กล้าปฏิเสธ

 

            "ไม่ขาย บอกแล้วว่าผมรวย" แต่เด็กนั่นก็ใส่หมวกกันน็อกโดดขึ้นมอเตอร์ไซค์สีเขียวพาสเทลพาน้องขนุนในกล่องใส่แมวนั่งตะกร้าหน้ารับลมไปหน้าตาเฉย

 

            "เว้ย!!" ดุจเพชรสบถอย่างอารมณ์เสีย เขาอยากได้ก็ต้องได้ เด็กนี่มันเป็นใคร ถึงกล้าเอาน้องขนุนของเขาไป

 

            『』

 

            "นันทภัทร พชรดนัย ครับ ชื่อเล่นชื่อคุณผักขม เป็นลูกชายของคุณ..." ข้อมูลยาวเหยียดที่บอดี้การ์ดส่วนตัวกำลังอ่านให้ฟัง ดุจเพชรรับมันเข้าสู่สมองทั้งหมด ดวงตาคมกริบจ้องมองทิวทัศน์ด้านนอกของรถ ซึ่งกำลังเคลื่อนตัวไปตามท้องถนน

 

            ไม่บ่อยนักที่เขาจะออกนอกกำหนดการที่วางไว้ ยิ่งกระฟัดกระเฟียดมาขึ้นรถด้วยความร้อนใจ พร้อมรูปในมือถือที่ไม่ชัดนักกับชื่อจากป้าภาว่า –ผักขม- ที่ให้คนสนิทหาข้อมูลอย่างเร่งด่วนแบบนี้แล้วด้วย

 

            แต่ดุจเพชรอยากรู้เกี่ยวกับศัตรูให้มากที่สุดเพื่อจะชิงน้องขนุนมาเป็นของตัวเอง และเด็กชื่อผักขมนี่ก็หาข้อมูลง่ายชนิดเจอละเอียดยิบในสามนาที

 

            พชรดนัย ตระกูลที่ควบคุมธุรกิจเครื่องอุปโภคบริโภคขนาดใหญ่นี่เอง ถึงว่าเด็กนั่นเลยมั่นใจว่าตัวเองรวยนัก แล้วคนรวยอะไรขี่มอเตอร์ไซค์ธรรมดา ๆ ไปรับแมวกัน ยิ่งแมวอย่างน้องขนุน น้องควรได้นั่งรถหรู ๆ ของเขาเสียมากกว่า

 

            "พชรดนัย นี่ที่มีข่าวลือเรื่องแย่งมรดกกันใช่ไหม" ดุจเพชรเอ่ยถามขึ้นมาเมื่อฟังข้อมูลของศัตรูที่ตนต้องชิงน้องขนุนด้วยได้สักพัก

 

            "ใช่ครับ เท่าที่เราหาข้อมูลมาได้ คุณนันทภัทรเป็นทายาทสายตรงที่เจ้าสัวชัยระบุในพินัยกรรมให้ได้รับมรดกกว่าเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์แทนพ่อแม่ของคุณเขาที่ตายไปก่อนหน้าครับ โดยเจ้าสัวระบุว่าให้มีผลเมื่อคุณนันทภัทรอายุครบยี่สิบปีบบริบูรณ์ ซึ่งคืออีกหกเดือนข้างหน้าครับ"   

 

            อย่างนี้นี่เอง พชรดนัยมีแต่พวกเขี้ยวลากดิน จู่ ๆ เด็กที่ชื่อผักขมนี่ได้มรดกไปตั้งเยอะแยะ ดูท่าจะอายุไม่ยืนแล้วล่ะ

 

            "คุณเพชรครับ" เสียงของบอดี้การ์ดทำให้ดวงตาคมชำเลืองมองตาม

 

            "นั่นคุณนันทภัทรไม่ใช่เหรอครับ"

 

            ใช่แล้วล่ะ หน้าขาว ๆ แก้มล้นจากหมวกกันน็อก กับมอเตอร์ไซต์สีเขียวพาสเทลที่กำลังขับผ่านไปนั่น ใช่เด็กที่เพิ่งต่อล้อต่อเถียงกับเขาเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อนแน่นอน

 

            "ตามไปห่าง ๆ"  ดุจเพชรออกคำสั่ง และรถสีดำของตัวเองก็ค่อย ๆ ตามไปอย่างมีชั้นเชิงไม่ให้ใครจับได้โดยง่าย

 

            ต่างจากรถอีกคันที่ตามจี้มอเตอร์ไซต์คันนั้นอย่างไม่คิดจะซ่อนตัว ดุจเพชรจับสังเกตได้ตั้งแต่ห้านาทีแรกที่ขับตามผักขมแล้ว แต่คนโดนตามไม่มีท่าทีที่จะรู้ตัวเลยว่ามีรถสะกดรอยตามตนถึงสองคัน

 

            "รถคันนั้นใช้ยี่ห้อยอดนิยม ติดฟิล์มดำ ไม่มีป้ายทะเบียน ผมว่าต้องตั้งใจมาทำร้ายคุณนันทภัทรแน่ครับ" คนสนิทมือขวาเอ่ยขึ้นเหมือนกับที่เขาคิดทุกประการ ตามจี้ขนาดนี้แล้ว เห็นทีคงเป็นคนในพชรดนัยนั่นแหละที่จะเก็บเสี้ยนหนามให้พ้นทาง

 

            "เราจะทำยังไงครับคุณเพชร"

 

            "โทรไปแจ้งคุณมาริสาด้วยว่าให้เตรียมสั่งพวงรีดไว้ เอาใหญ่หน่อยให้สมกับที่พรหมพิริยะให้กับพชรดนัย พรุ่งนี้น่าจะได้ใช้" ดุจเพชรสั่งเสียงนิ่ง ที่เขาตามมานี่ไม่ได้คิดว่าจะมาช่วยเสียหน่อย ไม่ใช่เรื่องที่พรหมพิริยะต้องไปสอดกับพชรดนัย

 

            แต่เขามาตามรอเพื่อที่พอเด็กนั่นตายเขาจะได้พาน้องขนุนกลับไปกับเขา

 

            ก็ทำไมล่ะ เจ้าของตายปุ๊บ น้องก็เป็นแมวไร้เจ้าของแล้วนี่ เขาก็รับน้องไปเลี้ยงได้

 

            ไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย เขาก็แค่ขับรถไปตามถนน แล้วก็รอ

 

            "ทางข้างหน้าเป็นทางค่อนข้างเปลี่ยว ผมว่าทางนั้นคงจัดการกับคุณนันทภัทรเร็ว ๆ นี้แหละครับ"

 

            "อืม งั้นเราก็ตามไป จอดห่างหน่อย" ดุจเพชรกล่าว เหลือแค่ให้พชรดนัยจัดการมรดกเลือดของตระกูลตัวเองเสร็จสิ้น ส่วนเขาก็รอไปรับน้องขนุนเป็นของตัวเอง

 

ดวงตาคมมองตามรถของเด็กคนนั้นไปจนลับสายตา ยามเลี้ยวเข้าซอยเปลี่ยว ใบหน้ากลม ๆ เชิดขึ้นมารับลมผ่านกล่องใส่แมวจนขนสีเทาลู่ตามลม

 

เดี๋ยวนะ!!

 

            ตาคมเบิกกว้างเมื่อคิดได้ว่าน้องขนุนยังนั่งอยู่ที่ตะกร้าหน้ารถคันนั้น ถ้าพวกคนร้ายมันขับรถชนเพื่อให้เด็กคนนั้นตายล่ะ น้องขนุนก็จะเจ็บตัวน่ะสิ ไม่ได้การละ

 

            "ตามไป ตามไป ตามไปเลย!" คำสั่งใหม่จากเสียงดุดันสร้างความประหลาดใจชั่วครู่ แต่รถหรูก็ทะยานไปรวดเร็วตามคำสั่งทันที

 

            โครม!

 

            เสียงล้มดังลั่น โดยมีรถตู้สีดำไร้ป้ายทะเบียนขวางอยู่ทำให้ดุจเพชรร้อนใจจนรีบวิ่งลงมา มือหนาคว้าปืนของตัวเองมาไว้ในมือ

 

            "แม่ง แค่แมวตัวเดียวขวางมึงก็ยิงไปเลย กระสุนมันทะลุแมวได้อยู่แล้วเว้ย ยังไงไอ้คุณหนูนี่มันก็ตาย" ยิ่งได้ยินคำว่าแมวดังมาขายาวก็ยิ่งเร่งวิ่ง

 

            ไม่นะเว้ย ห้ามทำอะไรน้องขนุน

 

            ปัง!

 

            "เหี้ย ใครวะ" เสียงสบถพร้อมปืนที่ดังลั่นสวนกลับมา แต่ทายาทพรหมพิริยะก็ยิงโต้กลับได้อย่างแม่นยำ ยิ่งมีบอดี้การ์ดอีกสองคนช่วยเหลือแล้วยิ่งได้เปรียบ สุดท้ายกลายเป็นพวกนั้นที่รีบวิ่งขึ้นรถตู้เผ่นหนีไป

 

            ดุจเพชรจิ๊ปากอย่างหงุดหงิดที่พวกนักฆ่ากระจอกพวกนั้นคิดจะยิงน้องขนุน  เดินมาใกล้ ๆ ก็ยังเห็นตากลม ๆ ของผักขมกระพริบจ้องมา

 

            ยังไม่ตายสินะ เสียดายจัง

 

            "คุณ ...คุณที่อยากได้น้องขนุน" ผักขมพึมพำบอกเสียงแผ่ว ตอนนี้ผักขมรู้สึกเจ็บหนักไปทั้งตัว ตนไม่รู้ว่าโดนอะไรบ้างแต่ความเจ็บที่รถมอเตอร์ไซต์ทับอยู่ตอนนี้ก็เจ็บที่สุดในชีวิตที่เคยเจอแล้ว

 

            ถ้าเจ็บจนตายได้ ผักขมก็คิดว่าคงเป็นตอนนี้

 

            และอย่างเดียวที่นึกห่วงก็คือเจ้าแมวขนสีเทาที่นอนขดตัวสั่นอยู่บนอกตน

 

            "น้องขนุนชอบกินroyal caninลูกแมวซองสีชมพู-ทอง อย่างอื่นน้องไม่กิน อย่า ..อึก อย่าลืมเกาพุงให้น้องก่อน ..ก่อนนอน" ผักขมเอ่ยคำสั่งเสียด้วยเสียงเจ็บปวด แววตาเต็มไปด้วยความเป็นห่วงเจ้าแมวน้อย ดุจเพชรจ้องมองด้วยความรู้สึกประหลาดใจไม่น้อย

 

            เด็กนี่ไม่พูดถึงตัวเองเลย ไม่ขอความช่วยเหลือให้ตัวเองด้วยซ้ำ แต่กลับเป็นห่วงและเอาแต่พูดถึงแมวของตัวเอง

 

            "ได้ฉันดูแลน้องอย่างดีเอง" ดุจเพชรรับปากด้วยความเต็มใจ เขาต้องการเลี้ยงน้องขนนุนอยู่แล้ว ส่วนเด็กนี่ทิ้งไว้แบบนี้ ไม่ถึงมือหมอสักพักเดี๋ยวก็ตายงานของคนพวกนั้นก็คงสำเร็จไปเอง

 

            "ม้าววววววว ม้าววว" เสียงร้องของแมวน้อยขนสีเทาโหยหวนแทบขาดใจเมื่อถูกดึงจากอกของคนที่เลี้ยงมา เล็บเล็ก ๆ จิกเสื้อไหมพรมของผักขมไว้จนแน่น ร่างน้อยดิ้นพล่านไม่อยากไปไหน

 

            พอได้ยินเสียงร้องทรมานของขนุนแล้วผักขมก็ยิ่งน้ำตาไหล ส่วนว่าที่เจ้าของใหม่แมวน้อยหลังรอเจ้าของเก่าตายอย่างดุจเพชรก็ทำใจแข็งไม่ไหว

 

            ถ้าเป็นแบบนี้น้องขนุนต้องฝันร้ายแน่ ๆ

 

            เคร้ง

 

            เสียงเหล็กกระแทกไปกับพื้นซีเมนต์ ตามด้วยเสียงหมวกกันน็อคที่โดนโยนลงพื้น เจ้าแมวน้อยนอนคุดคู้อยู่บนอกของผักขมไม่ยอมไปไหน แม้แต่ตอนที่ร่างของเจ้านายตัวหอมจะลอยอยู่ในอากาศ ภายใต้วงแขนแกร่งของผู้ชายอีกคน

 

            ดุจเพชรชำเลืองมองใบหน้าเจ้าของน้องขนุนที่ตนอุ้มมาด้วย ตอนนี้น้องขนุนยังเด็ก ถ้าแยกกับเจ้าของเดิมแบบไม่ดีอย่างนี้น้องจะฝังใจ งั้นก็ช่วยไม่ได้ล่ะนะ

 

            "กลับบ้าน" ดุจเพชรออกคำสั่งทันทีที่พาตัวเองและร่างกายบาดเจ็บของทายาทพชรดนัยเข้ามาในรถ ไม่แม้จะปล่อยออกจากอ้อมแขน ให้ร่างน้อยที่บาดเจ็บนั้นนอนซบอยู่แทบอก

 

            เป็นเรื่องที่แม้แต่คนสนิททั้งสองยังนึกประหลาดใจ

 

            นึกคิดเอาเองแล้วว่า นันทภัทร พชรดนัยจะต้องพิเศษบางอย่างต่อเจ้านายของพวกตนแน่ ๆ

 

            "ให้ผมตามทีมแพทย์มารอคุณนันทภัทรเลยนะครับ" บอดี้การ์ดประจำตัวรีบบอก ดุจเพชรพยักหน้าอย่างขอไปที ดวงตาเรียวคมจ้องมองที่แผ่นอกบางไม่ละสายตา ไม่ได้สนใจรอยเลือดที่เปื้อนเสื้อของผักขม แต่สนใจเจ้าก้อนขนน้อยที่ยังสั่นเทาด้วยความกลัว

 

            ไม่เป็นไรนะน้องขนุน ถ้าเจ้าทาสของน้องทนพิษบาดแผลไม่ไหว พี่เพชรจะดูแลน้องเอง

 

            "อีกเรื่องสำคัญ" น้ำเสียงเคร่งนั้นจริงจัง

 

            "ครับคุณเพชร"

 

            "ให้คนไปซื้อroyal canin ลูกแมวซองสีชมพู-ทองด้วย ฉันกลับไปถึงต้องได้เห็น"

 

 

『』

 



นามสกุลของน้องผักขมอ่านว่า พะ-ชะ-ระ-ดะ--ใน นะคะ
เป็นการพบปะกันระหว่างพระ-นาย อย่างพี่ดุจเพชรและน้องผักขม 555 
เป็นพล็อตที่เราคิดไป ๆ แล้วมันสนุกดี ไม่เครียดมาก 



กดเฟบเรื่องนี้ไว้น้า มาตอนใหม่จะได้แจ้งเตือนนน 
ส่งกำลังใจให้ได้ที่แท็ก #กอดเสือมือเปล่า 
ได้ทั้งฟีดแบคแล้วก็รูปน้องแมวน่ารักๆเลยจ้า  อิอิ

#กอดเสือมือเปล่า


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 88 ครั้ง

31 ความคิดเห็น

  1. #28 Nattha_rika (@got7poo) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 19 เมษายน 2562 / 10:58
    รอนานแล้วเด้อออ
    #28
    0
  2. #27 Nattha_rika (@got7poo) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 19 เมษายน 2562 / 10:58
    อัพเถอะะะะ
    #27
    0
  3. #26 bnyoungmylife (@bnyoungmylife) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 28 มีนาคม 2562 / 12:44
    ตะมายเพิ่งเจอเรื่องนี่น้า น่ารักมากๆเลยค่ะงื้ววว ปักหมุดรอเลยค่ะ
    #26
    0
  4. #25 _XIAMX_ (@93nine) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 มีนาคม 2562 / 21:28
    -เจ้าบ้า!!!มีแต่คำว่าน่ารักเต็มไปหมด แงงงงงงงน้องขนุน!!!
    #25
    0
  5. #24 Fallen Neko (@snowji) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2562 / 18:54
    มีแต่คำว่าน่ารักเต็มไปหมดเลยโง้ย ความทาสแมวเล่นใหญ่นี้
    #24
    0
  6. #23 Kwan_Z.E* (@kwan-kirenez) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 29 มกราคม 2562 / 01:34
    ส่งสารผักขมล่วงหน้าเลย แพ้น้องขนุนไม่ทิ้งฝุ่นเลย 55555555555 ใดๆ ล้วนอึ้งความทาสแมวของคุณดุจเพชรเค้า เล่นใหญ่เล่นโตจนขำจริงๆ ค่ะ 55555555555555
    #23
    0
  7. #22 W.com (@OHMLlove) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 23 มกราคม 2562 / 01:57
    ทำไมขำ อิพรี่ทำทุกหนทางที่จะได้ครอบครองน้องขนุนเลยอ่ะ ถึงขนาดรอให้เจ้าของเก่าเค้าตาย ความเล่นใหญ่นี่คงไม่แพ้กัน คนนึงรถล้มถึงกับต้องสั่งเสียให้ดูแลแมว อีกคนก็จะซื้อแมวด้วยราคาเป็นล้าน บันเทิงมากเรื่องนี้ อ่านแล้วขำมาก//แต่คุณพี่เค้าลืมไปรึเปล่าคะ ว่าถ้าอยากเลี้ยงแมวก็แค่เป็นแฟนเจ้าของแมวไงคุณพี่!!!
    #22
    0
  8. #21 김유MYLOVE. (@thechaotic) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 19 มกราคม 2562 / 21:11
    ฟิคไรเนี่ยยย พี่เพชรสนใจน้องขนุนอย่างเดียวเลย555555555555
    #21
    0
  9. #20 Scret-mn (@Scret-mn) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 13 มกราคม 2562 / 23:55
    คือพี่คะไม่สนใจคนที่บาดหน่อยหรอ555 สนใจแต่น้องขนุน555
    #20
    0
  10. #18 realmemintt (@Chinatsu) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 9 มกราคม 2562 / 23:58
    นี่ฟิคตลกถูกป่ะคะ 555555 ความทาสแมวของทั้งสองคนนี่สุดๆ ขี้เว่อทั้งคู่ด้วย สูสีกันมากค่ะคู่นี้ เรียกได้ว่าศีลเสมอกันนะคะ น้องผักขมนี่นอกจากจะน่ารักมากยังขี้เว่ออีกนะคะ รถล้มคือสั่งเสียฝากฝังน้องขนุนเรียบร้อย ส่วนคนพี่ก็จะซื้อน้องขนุน1ล้าน นี่มันสุดจริงๆค่ะ น้องขนุนหนูค่าตัวแพงมากลูก น่ารักเหมือนเจ้าของอีก เป็นกามเทพให้เจ้าทาสกับว่าที่เจ้าทาสนะลูกนะ ทำหน้าที่ดีๆนะลูก เดี๋ยวซื้อroyal-canin ซองชมพูทองให้เป็นรางวัลนะคะ
    #18
    0
  11. #17 Namfon_Pk0 (@NamfonPk) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 9 มกราคม 2562 / 19:59
    โอ้ยยย สนุกมาก ตลกด้วย ทาสแมวกันทั้งหมดเยย คนอ่านก็ทาสแมวค้าบ อึงแงงงงงงง
    #17
    0
  12. #16 braion (@ziptiz) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 9 มกราคม 2562 / 13:43
    เรียกแทนคัวเองกับน้องแมวว่าพี่เพรชอ่ะ น่ารักมากกกก
    #16
    0
  13. #15 priew_inlove (@priew_inlove) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 8 มกราคม 2562 / 00:21
    ทำไมตาพี่ดูมุ้งมิ้นขนาดนี้ สวยยัยน้องก็ทาสแมวมากกก
    #15
    0
  14. #14 phitchayathidada (@phitchayathidada) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 7 มกราคม 2562 / 23:53
    ว้ายตั่ยเเล้ว พี่เพชร5555 มุ้งมิ้งมากกกก บ้าบอ ห่วงน้องผักขมด้วยซี่ใจร้ายนัก
    #14
    0
  15. #13 น้องคยอม (@kyummy) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 7 มกราคม 2562 / 23:02
    นี่มันอะไรกันเนี่ย 555555555555555555
    #13
    0
  16. #12 น้องคยอม (@kyummy) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 7 มกราคม 2562 / 22:58
    นี่มันอะไรกันเนี่ย 555555555555555555
    #12
    0
  17. #10 jiab155 (@jiab155) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 7 มกราคม 2562 / 22:39
    เปิดตัวนางเอกได้แบบเย่อหยิ่งสุด55555555
    #10
    0
  18. #9 B1986 (@B1986) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 7 มกราคม 2562 / 06:57
    คุณดุจจจจจมุ่งมิ้งแต่ใจร้ายมาดโหดคือปับหมั่นไส้ในความเสีย2-8เวลาคุยกับน้อวขนุนอ่ะ
    #9
    0
  19. #8 xx_x_ (@gh-xx_x_) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 6 มกราคม 2562 / 23:40
    น้องขนุนนนนนนนน เราอยากแย่งน้องขนุนด้วยยน้องผักขมด้วยย
    #8
    0
  20. #7 ป่มนย้องงง (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 6 มกราคม 2562 / 22:05

    เดี๋ยวววว ช่วยผักขมเพราะน้องขนุน? What!?คือพี่ อยากได้แมวอ่ะเข้าใจนะ แต่แบบถึงขั้นไม่อยากช่วยเหลือเจ้าของคนเก่านี่ก็ใจร้ายเกินไป ยังดีที่ช่วยน้องผัก//ขวัญเอ้ยขวัญมานะลูก อยากรู้จริงๆว่าจะรักกันยังไง @_@

    ป.ล. ชอบชื่อมากค่ะ>< ตามมาจากทวีตอีกที แงงงง รอติดตามอยู่นะคะ^^

    #7
    0
  21. #6 feb (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 6 มกราคม 2562 / 20:15

    คุณเพชรนี่เป็นคนยังไง! เห็นคนจะโดนทำร้ายแต่ไม่ช่วย

    ถ้าน้องขนุนไม่ติดเจ้าของไม่ห่วงเจ้าของจนร้องงอแง ป่านนี้น้องผักขมก็คงนอนจมกองเลือดตายไปแล้ว ใจร้ายที่สุดเลย

    หลงน้องขนุนเกือบตาย อย่าให้เห็นว่าตอนหลังมาวอแวเจ้าของน้องขนุนแทนนะคะ คนใจร้าย /จับตามอง

    #6
    0
  22. #5 Love (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 6 มกราคม 2562 / 19:42

    มาตอนเดียวแต่คือสนุกมากค่ะ ไม่รู้จะว่าอะไรกะอิตาคุณเพชรดี ถถถถ มีการกลัวแมวฝันร้ายงี้เราไม่อยากจะแนะนำเลยว่ากลัวขนุนจะฝันร้ายหรือไม่ไปกับตัวเอง ก็เอาไปทั้งขนุนทั้งเจ้าของนั่นแหละค่ะคุณขา แค่นี้ก็ไม่ต้องกลัวน้องจะฝันร้ายหรือเสียใจอะไรแล้วค่ะ ถถถถ

    #5
    0
  23. #4 เดฟเจ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 6 มกราคม 2562 / 19:33

    พี่เพ้ดดดดดด ใจร้ายค่ดดดดด พี่ไม่ห่วงน้องผักขมเลย พี่ห่วงน้องขนุนอย่างเดียว


    เรื่องนี้พี่ดูไม่รักน้องเลย คือรักแมวมากกก พี่ไม่สนใจน้องผักขมเลนอ่ะ จะซื้อน้องขนุนอย่างเดียวน้องผักขมจะตายต่อหน้ายังมาสั่งซื้อพวงหรีดอีกใจร้ายอ่ะ ใจพี่แข็งกว่าเพชรอีก แอบขำตอนสุดท้ายที่พี่แกสั่งซื้ออาหารลูกแมวตามที่น้องบอกพี่สั่งคนขับรถให้ขับกลับบ้าน แสดงว่าพี่จะเอาทั้งเจ้าของทั้งน้องไปเลี้ยงใช่ไหมมมมม ฮือๆๆๆๆ ช่วยปกป้องน้องผักขมจากญาติๆ เขี้ยวล่กดินด้วยระคะ พี่อย่าใจร้ายกับน้องมากนะคะ คิดาะว่าพี่เลี้ยงลูกแมงสองตัวก้อได้ รอตดตามสถานการณ์ต่อไปนะคะว่าจะกอดเสือเพชรด้วยมือเปล่าได้จริงไหม

    #4
    0
  24. #2 - Nusjung - (@tabtimnak) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 6 มกราคม 2562 / 19:17

    5555 อะไรเนี่ย พบรักเพราะแมวงี้ก็ได้เหรอ นายเอกรอดได้เพราะแมวเนี่ยนะ ถามจิ๊งง

    #2
    0