-END- [LeoN] Little Tulip #ทิวลิปN {#7Flowers} mpreg Vixx เลโอเอ็น

ตอนที่ 10 : Little Tulip :: NINE :: 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 14,522
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 200 ครั้ง
    16 เม.ย. 60








Little Tulip 
:: NINE ::




            "หมอนัดวันนั้นจริงๆเหรอ" น้ำเสียงทุ้มนุ่มที่เจือความผิดหวังไว้ไม่น้อยเลยทำให้ฮัคยอนหลบตาลงอย่างไม่กล้าสู้สบมองได้นานมากนัก

 

            ยามที่เอ่ยปากบอกออกไปถึงกำหนดวันที่จะได้ไปตรวจตัวเล็กในท้องอีกครั้ง ด้วยอายุครรภ์ 16 สัปดาห์ซึ่งกำลังจะถึงในสัปดาห์ถัดไปจากนี้

 

            ความจริงแล้ว วันที่ฮัคยอนควรจะไปลูกน้อยในท้องไม่ใช่วันที่เอ่ยปากบอกไป ฮัคยอนพยายามชวนเอ่ยถามถึงวันที่จะติดงานหรือไม่ว่างของคนตัวโต แล้วพอได้รู้ว่าวันอังคารหน้าคุณแทคอุนต้องไปดูที่ตั้งโรงงานทอผ้าใหม่ที่นอกเมือง ฮัคยอนก็รีบตะครุบขโมยวันนั้นมาแอบอ้างในทันที

 

            แม้จะต้องถูกคุณหมอแทคยอนดุเสียหน่อยที่เลื่อนวันนัดตามใจชอบเป็นเร็วเข้ามาเกือบสามวัน แต่ฮัคยอนคิดว่าน่าจะโทรไปแจ้งความจำนงพร้อมเหตุผลให้คุณหมอเข้าใจได้ในที่สุด

 

            "วันนั้นฉันติดงานสำคัญด้วยสิ" เสียงทุ้มบ่นพึมพำอย่างเสียดาย ฮัคยอนยังคงยิ้มไว้แม้ดวงตาจะหมองเศร้าลงไปเล็กน้อย เมื่อรู้ดีอยู่แก่ใจว่าวันที่นัดหมายนั้นตนรู้ดีแก่ใจว่าแทคอุนจะไม่ว่างไป

 

            "ผมเชื่อว่าคุณหมอจะบอกว่าตัวเล็กแข็งแรงแน่นอนครับ ไปทำงานเถอะนะครับไม่ต้องกังวล" มือน้อยกอบกุมมือหนาของคนตัวโตที่นั่งเคียงข้างกันบนเตียงเอาไว้ จนฝ่ามือหนาเย็น ๆ นั้นอบอุ่นมากขึ้น

 

            ดวงตาเรียวคมจ้องมองใบหน้าของคนตัวเล็กที่อวบอ้วนมีน้ำมีนวลมากขึ้นนั่งยิ้มอยู่ข้าง ๆ กัน แทคอุนถอนหายใจ มือน้อยสีน้ำผึ้งแตะที่ปลายคางคมสันอย่างเอาใจ

 

            "เชื่อใจผมนะครับ แล้วก็ไปทำงานในวันนั้นให้สบายใจ"

 

            "รู้แล้วน่ะ นายท้องตั้งเก้าเดือน ฉันจะไปส่งนายที่โรงพยาบาลให้ได้สักวันแหละ แต่ฉันไม่ได้อยากไปขนาดนั้นหรอกนะ ก็แค่อยากรู้ว่าห้องตรวจคนท้องนี่เป็นยังไง แถมนายเป็นผู้ชายอีกคงมีอะไรแปลกๆให้ดู" เสียงทุ้มพูดแก้เก้อ ทว่ามือหนากระชับบีบมือน้อยแน่นขึ้นราวกับย้ำคำสัญญาว่าจะช่วยดูแลลูกน้อยบ้าง

 

            แต่ฝ่ามืออุ่นกลับไม่ได้หอมหวานในความรู้สึกของฮัคยอนอย่างที่ควรเป็นนัก

 

            ตาโตหลุบลง หลีกหนีที่จะสบแววตาคมที่กำลังมองมาคู่นั้น

 

 

 

 

            หน้าท้องที่เคยผอมบางของฮัคยอน เริ่มเด่นนูนสูงขึ้นจนเสียดสีกับเนื้อผ้านิ่มของเสื้อไหมพรมสีเลือดหมูตัวโปรดที่สวมใส่ ร่างกายดูนุ่มนิ่มขึ้นด้วยอายุครรภ์16สัปดาห์ มือน้อยบรรจงจัดเส้นผมสีดำสนิทของคนตัวโตที่นั่งอยู่บนเกาอี้ตรงหน้าอย่างถนัดมือ ยามที่ขยับนิ้วไปตามเส้นผมนิ่มราวเสนไหม ก็ถูกสายตาคมจดจ้องมองตามไปด้วย

 

            "วันนี้หล่อมากเลยครับ คุณแทคอุนของผมนี่หล่อมากจริงๆเลย" ฮัคยอนยิ้มน้อยนิ้มใหญ่ยามที่เอ่ยชม เมื่อพิจารณาใบหน้าคมรับทรงผมที่จัดแต่งจนได้ทรงตามใจตน

 

            "..." ตาเรียวคมจ้องมองคนตัวเล็กตรงหน้า วันนี้คือกำหนดวันไปหาหมอเพื่อตรวจครรภ์ของฮัคยอน

 

            "ตั้งใจทำงานนะครับ" ฮัคยอนเขย่งตัวกดจมูกหอมแก้มขาวของแทคอุน ให้กำลังใจด้วยทั้งวาจาและการกระทำ แทคอุนถอนหายใจ ย่อตัวลงลูบหน้าท้องนูนแล้วก็ออกไปทำงานในที่สุด

 

            ฮัคยอนยืนอยู่ชิดหน้าต่าง มองรถคันคุ้นตายามที่มือน้อยลูบหน้าท้องของตัวเองอย่างเชื่องช้า

 

           คุณหมอแทคยอนเคยบอกว่า หากต้องการวันนี้จะเริ่มตรวจได้แล้วว่าลูกน้อยในท้องเป็นเพศใด แต่ว่าฮัคยอนไม่ได้เอ่ยปากบอกคนที่ตนโกหกเพื่อไม่ให้ตามมาได้รับรู้ กลัวจะยิ่งอยากตามมา

 

            แม้จะน่าเสียดายไม่น้อยเลยที่จะไม่ได้มีช่วงเวลาที่บีบจับมือกันในห้องตรวจเพื่อลุ้นเพศลูกน้อยไว้ในความทรงจำบ้าง แต่ไม่เป็นไร

 

            ไม่เป็นไรหรอกเนอะฮัคยอน

 



 

            คุณหมอแทคยอนมองว่าที่คุณแม่ตัวน้อยที่กึ่งนั่งกึ่งนอนเอนอยู่บนเตียงตรวจ แม้มือหนาใหญ่จะแตะต้องครรภ์อ่อน ๆ ของฮัคยอนอย่างถนอมตามอาชีพ แต่สายตาคุณหมอตัวโตนั้นคอยจ้องมอง พลางส่ายหน้าให้กับความดื้อและเหตุผลของการที่ถูกโทรมาเลื่อนวันนัดเป็นเร็วขึ้นเกือบสามวันจากหยิน ฮัคยอน ผู้ชายรายเดียวและรายแรกที่เขาเคยได้เจอะเจอในการตั้งครรภ์โดยธรรมชาติ บุตรชายสกุลหยินผู้โอบรับคำอวยพรมาตามสายเลือดสกุลหยินในตัว

 

            "ผมรู้สึกเหมือนถูกคุณหมอดุด้วยสายตาเลย" ฮัคยอนพึมพำออกมาเมื่อสายตาตำหนิกลาย ๆ นั้นยังคงไม่ละจากไปไหน

 

            "ก็มันไม่น่าดุหรือไงครับ เฮ้อ เอาจริงๆเถอะ เหลืออีกหลายเดือนคุณฮัคยอนคิดว่าตัวเองจะหลอกไม่ให้คุณพ่อของเด็กมาด้วยได้อีกนานแค่ไหนกัน" แทคยอนพอจะรู้เรื่องราวโดยคร่าว ๆ จากการไต่ถามเหตุผลประกอบกับการตัดสินใจในการดูแลลูกน้อยในท้องของฮัคยอน

 

            "ความลับไม่มีในโลกหรอกนะครับ ผมว่าไม่ควรยิ่งบอกเร็ว ๆ เหรอครับ คุณพ่อของเด็กจะได้ช่วยดูแลมากขึ้น"

 

            "..." ฮัคยอนเม้มริมฝีปากตัวเอง กดสายตาลงมองหน้าท้องนูนของตัวเอง สิ่งมีชีวิตเล็ก ๆ ที่กำลังเติบโตอย่างแข็งแรงอยู่ภายใน

 

            "ถ้าเกิดไม่บอกอะไรเลย แล้วสมมุตินะครับ สมมุติหมอไม่เก่งพอขึ้นมาจริง ๆ มันจะไม่ใจร้ายกับคุณพ่อของเด็กไปหน่อยเหรอครับ คุณฮัคยอน ถ้าวันนั้นมาถึง" คุณหมออย่างแทคยอนแค่รู้สึกว่าฮัคยอนกำลังพยายามแบกพูนพอกโลกไว้บนบ่าตัวเอง รับดูแลภาระอันหนักหนาทุกข์ทนเพียงลำพัง

 

            แทคยอนเคารพในการตัดสินใจของฮัคยอน แต่ก็เพียงแค่อยากจะเอ่ยเตือนเท่านั้น

            เมื่อไร้การตอบรับคุณหมอแทคยอนเงียบไป และสนใจเพียงเครื่องมือแพทย์ราคาแพงยามที่ฮัคยอนเอาแต่นิ่งเงียบ


            ฮัคยอนเงียบนิ่งวนเวียนในความคิดของตัวเอง แม้จะปลอบใจว่าคุณแทคอุนไม่เสียใจนานนักหรอกหากสิ่งที่คาดไว้เกิดขึ้นจริง หากตนได้ตายจากไป  เมื่อเสียมันไปแล้วในบางชิ้นส่วนไม่สำคัญ ตอนแรกก็คงทำให้คุณแทคอุนรู้สึกแปลก ๆ อยู่บ้าง แต่หลังจากนี้ไม่นาน เดี๋ยวก็ดีขึ้นแล้วล่ะ 


          แต่หากคุณแทคอุนรู้ในทุกอย่างที่ฮัคยอนซ่อนไว้ ยามที่คิดว่าคุณแทคอุนต้องมาพะว้าพะวงว่าลูกน้อยที่เติบโตในท้องเขาจะเป็นอันตรายด้วยไหมนี่สิที่ฮัคยอนกังวล

 

            ฮัคยอนคิดเสมอว่าตัวเองเห็นแก่ตัว ฮัคยอนเก็บงำความลับนี้ไว้ก็เพื่อถนอมใจของตัวเอง ฮัคยอนกลัวถูกคุณแทคอุนเกลียดที่อ่อนแอไม่สมมูลค่าที่ลงทุนไป และฮัคยอนไม่อยากเห็นคุณแทคอุนต้องมาเศร้าหรือกังวลใจในการที่ต้องคอยลุ้นระทึกในสิ่งที่อาจเกิดขึ้นกับลูก

 

            การระแวงว่าจะสูญเสีย ความรู้สึกนั้นมันทรมานเกินไป แต่หากเมื่อสูญเสียก็เพียงแค่ใช้เวลานิดหน่อยในการสมานแผลเหล่านั้น ยิ่งไม่มีความรักเข้ามาเกี่ยวข้องในความรู้สึกของคุณแทคอุนต่อเขา


อะไร ๆ มันก็จัดการได้ง่ายมากขึ้น รวมถึงความรู้สึกของคุณแทคอุนด้วย

 

            "ผมเคยบอกแล้วไงครับ ว่าความเครียดน่ะมันไม่ดีกับคนท้อง" เสียงทุ้มอ่อนโยน พร้อมความรู้สึกของกระดาษทิชชู่แตะลงที่แก้ม ฮัคยอนถึงได้รู้ตัวว่าตนกำลังร้องไห้เพราะคุณหมอแทคยอนบรรจงเช็ดน้ำตาให้

 

            "ขอโทษครับ" ฮัคยอนเอ่ยปาก รับกระดาษสีขาวนิ่มมาเช็ดน้ำตาต่อเอง ฮัคยอนไม่คิดว่าตัวเองจะร้องไห้

 

            "ยิ่งโรคประจำตัวของคุณฮัคยอนเอง ร้องไห้มาก ๆ น่ะไม่ดีหรอกนะครับ เครียดมากก็ไม่ดี"

 

            "เหมือนทุก ๆ โรค ความเครียดจะมีผลเกี่ยวด้วยตลอดเลยนะครับคุณหมอ เห็นเตือนแบบนี้กันทุกที" ฮัคยอนฉีกยิ้มยามเอ่ยยวน 

 

            "ก็เพราะว่าถ้าใจคนเราป่วย ร่างกายมันจะยิ่งแย่ยังไงครับ แต่ถ้าใจสู้ไหวน่ะ ก็ถือว่ามีแต้มดีมากกว่าใครเพื่อน" แทคยอนยิ้มบอก ถ้วยคำที่คล้ายกับคำดี ๆ ที่บรรดาพี่น้องชอบพูดให้ฮัคยอนฟังยามที่เราทั้งเจ็ดสวมกอดให้กำลังใจกันและกัน

 

            เหตุผลที่ฮัคยอนมักจะแย้มยิ้มเพื่อเยียวยาหัวใจและร่างกายตัวเองมากขึ้นบ้าง

 

            "โอกาสมันไม่ได้มีน้อยอย่างที่คุณฮัคยอนกังวลขนาดนั้นหรอกนะครับ ยิ่งคุณดูแลร่างกายและจิตใจตัวเองดีแบบนี้ ผมว่ายังไงผลมันก็ต้องออกมาดีอยู่แล้วล่ะ โรคประจำตัวของคุณฮัคยอนน่ะ เราดูแลมันได้นะครับ จริงไหม"

 

            "..."

 

            "เชื่อสิ หมอเก่งนะ" แทคยอนยักคิ้วบอกหวังให้ผ่อนคลาย ทำเอาฮัคยอนหลุดยิ้มออกมาได้ เพราะฮัคยอนคาดหวังในความเก่งของแทคยอนไม่น้อยเลยเช่นกัน

 

            "ไม่พูดเรื่องโรคนั้นละ มา เดี๋ยวเรามาดูสิวันนี้เจ้าตัวเล็กเป็นยัง..."

 

            ครืน

 

            "โรคอะไร" 


               "...."


          "ฮัคยอนมีโรคประจำตัวอะไร" เสียงทุ้มนิ่งเย็นที่ฮัคยอนรู้สึกเหมือนตัวเองโดนผีหลอกดังขึ้นใกล้ชิดอยู่เพียงตรงบานประตูที่เปิดออก

 

            ฮัคยอนรู้สึกว่ามือเท้าเย็นเฉียบ วูบโหวงในท้อง ทว่าหัวใจในอกดวงน้อยเต้นตุบตับจนแน่นคับในอกยามที่หันไปมองร่างกายสูงใหญ่ ผิวขาวสว่าง และตาคมที่จ้องมองที่ตนนิ่งงัน

 

            “จะไม่มีใครตอบฉันเหรอคนที่กำลังเดินเข้ามาในห้องตรวจและหยุดยืนอยู่ข้างเตียงของฮัคยอนคือจอง แทคอุนไม่มีผิดเพี้ยนไปจากเมื่อเช้าเลยนอกจากทรงผมที่ดูจะยุ่งมากขึ้น

 

            "คุณคือ.."

 

            "ผมจอง แทคอุน ผมเป็นสามีของฮัคยอน เป็นพ่อของเจ้าตัวเล็ก" เอ่ยพูดด้วยเสียงนิ่งเรียบ ดวงตาคมจ้องมองหน้าของหมอหนุ่มตัวโตกับคุณแม่ตัวน้อยบนเตียงตรวจสลับกัน


            "เพราะมีโรคประจำตัวใช่ไหม ฮัคยอนถึงต้องกินยาเยอะ โรคอะไร" ท่าทีจริงจังและนิ่งสงบของแทคอุนนั้น ฮัคยอนรับรู้ได้ดีว่าภายใต้นั้นมีความปรารถนาที่ต้องการรับรู้คุกรุ่นอยู่ในแทคอุนไม่น้อย

 

            แทคอุนจ้องมองคุณหมออย่างคาดคั้นเอาคำตอบ คุณหมอแทคยอนสบตากับฮัคยอนราวกับขอแนวทางการตัดสินใจ อ๊ค แทคยอนยอมรับว่าสบายใจมากกว่าถ้าได้บอกทุกความจริง แต่ยังคงเคารพการตัดสินใจจากผู้ที่ได้ผลของความลับนี้มากที่สุด

 

            "ผมยังไม่ลืมคำถามที่ถามไปนะครับ"

 

            "คุณฮัคยอนเป็น..."

 


            "ภูมิแพ้น่ะครับ" น้ำเสียงหวานดังขึ้น พร้อมรอยยิ้มเจื่อนจางที่วาดออกมา มือน้อยจับข้อมือใหญ่ให้หันมามองตนเอง และมันก็ได้ผล

 

            "ผมแพ้อากาศครับ ช่วงนี้อากาศหนาวผมกลัวจะป่วย เดี๋ยวตัวเล็กไม่แข็งแรงก็เคยรับปากคุณแทคอุนไว้แล้ว ว่าจะดูแลลูกให้ดีที่สุด" ฮัคยอนรีบอธิบายต่อ คำอธิบายที่ใกล้เคียงความจริงเพียงแผ่วเบาแต่ก็เจือปนถ้อยโป้ปดได้อย่างแนบเนียน

 

            "นายแพ้อากาศเย็นเหรอ"

 

            "ครับ จะคอยคัดจมูกทุกทีเลย ก็เลยต้องคอยกินยาอยู่บ่อย ๆ ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงหรอกครับ คุณแทคอุนไม่ต้องเก็บเรื่องนี้ไปคิดให้เสียเวลาหรอกน่ะครับ ไม่มีอะไรสำคัญ" ฮัคยอนพยายามที่จะยิ้มกว้างมากขึ้นอย่างทุกที หัวใจเต้นระรัวลุ้นนักว่าคนตัวโตจะเชื่อกันไหม

 

            มีเพียงท่าทีนิ่ง ๆ ที่ดูเหมือนกำลังขบคิดอะไรอยู่และดวงตาเรียวคู่นั้นที่จ้องมองมาไม่วางตา

 

            ยิ่งถูกมองก็เหมือนตาคมเห็นทะลุเข้ามาในความลับที่ซุกซ่อนไว้เบื้องหลังคำโกหก

 

            "วันนี้คุณหมอบอกว่าเราจะรู้แล้วไม่ใช่เหรอครับว่าเจ้าตัวเล็กมีกี่คน เป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย คุณแทคอุนมาก็ดีเลย เรามาลุ้นด้วยกันนะครับ"เสียงหวานรีบพาเปลี่ยนเรื่อง 

 

            "จริงเหรอ ฮัคยอน จริงเหรอ" แทคอุนเลิกตาโต รอยยิ้มเก็บงำไว้ได้ไม่อยู่ที่ได้ฟังเรื่องดี ๆ จนใบหน้าครุ่นคิดจับผิดเมื่อครู่มลายหาไปเหลือแต่รอยยิ้มที่คลุกเคล้าความตื่นเต้นและความสุข ฮัคยอนส่งยิ้มกว้างจากใจที่ปรากฏขึ้นเมื่อพูดเรื่องลูก มือน้อยบีบเฟ้นฝ่ามือหนา

 

            "คุณหมอครับ ตรวจกันเถอะนะครับ" ฮัคยอนจ้องมองคุณหมอแทคยอนที่ยังคงเงียบนิ่ง ทิวลิปแห่งสกุลหยินส่งสายตาร้องขอ พยักหน้าเร่งเร้า คุณหมอแทคยอนพรูลมหายใจออกแล้วทำตามหน้าที่ของตัวเอง นึกรู้สึกผิดกับตนเองที่รับปากว่าจะช่วยเก็บทุกความกลับให้กับฮัคยอน

 

            "..."  ระหว่างรอคุณหมอเตรียมตัว เรียวนิ้วอวบเล็กน้อยเกลี่ยฝ่ามือหนาแผ่วเบา แทคอุนไม่ได้สอดนิ้วมือรับ เพียงกระชับปลายนิ้วจับเล็กน้อย ไม่ขยับความอุ่นไปไหนให้ฮัคยอนได้ไล้ปลายนิ้วอยู่เช่นนั้น

 

 

            ตาคมมองสลับทั้งทิวลิปดอกบางที่ยิ้มหวานให้สลับกับภาพแปลกตาตรงหน้า แม้ไม่เข้าใจในทั้งส่วนสีขาว หรือดำในภาพ แต่หัวใจในอกของแทคอุนก็เต้นตุบด้วยความตื่นเต้นไม่น้อย

           

            เพราะเป็นครั้งแรกเลยที่แทคอุนได้เห็นลูกน้อยของตัวเองกับตา

 

            "อืมม" เสียงทุ้มครางในลำคอของคุณหมอตัวโตทำเอา พ่อแม่มือใหม่ยิ่งตื่นเต้นมากขึ้น

 

            "เจ้าตัวเล็ก เป็นยังไงบ้างครับคุณหมอ"

 

            "แข็งแรงดีครับ สมบูรณ์ตามพัฒนาการ เร็ว ๆ นี้อาจจะเริ่มดิ้นนะครับ”

 

“จะดิ้นแล้วเหรอ ตัวเล็ก” คุณแม่ครางเสียงอย่างตื่นเต้น

 

“ยังไงรบกวนคุณพ่อกับคุณแม่จำวันที่เจ้าหนูน้อยเริ่มดิ้นมาบอกหมอด้วยนะครับ" คุณหมอหนุ่มอธิบายเสียงน่าฟัง แทคอุนสบตากับฮัคยอนยามที่ได้ฟัง สุขภาพแข็งแรงดีของเลือดเนื้อเชื้อไขน้อยๆทำให้หัวใจเต็มปรี่ได้ไม่แพ้กับถ้อยความอื่น

 

            "เจ้าหนู.." แทคอุนทวนคำ

 

            "ครับ  ยินดีด้วยนะครับ หมอว่าน่าจะเป็นลูกชายเก้าสิบเก้าเปอร์เซ็นต์เลยล่ะครับ" คุณหมอแทคยอนยิ้มยามบอก 

 

            "คุณแทคอุนครับ..." ครางเรียกเสียงแผ่วด้วยรอยยิ้ม น้ำตาเอ่อคลอตาโตจนมือหนาต้องต้อนซับให้ แทคอุนยิ้มกว้างไม่ต่างกัน

 

            "ตอนแรกกะว่าจะตัดชุดกระโปรงสวย ๆ ไว้ให้ แต่เป็นลูกชายก็ดีไม่แพ้กันเลย ฮัคยอน"  ฮัคยอนก็พยักหน้ารับ รอยยิ้มแห่งความดีใจและหยาดน้ำตาผสมผสานกันได้อย่างลงตัวเป็นภาพที่แสนสวยงาม

 

มันต้องดีแน่ๆหากนี่จะไม่ใช่ครั้งเดียวและครั้งสุดท้ายที่น้ำตาแห่งความสุขได้เกิดขึ้นจากฮัคยอนและแทคอุนในโรงพยาบาลแห่งนี้

 

           

 

 

            เสียงจอกแจกจอแจดูจะเป็นเรื่องปกติของโรงพยาบาลในยามที่มีผู้คนมากมายอย่างในตอนนี้ ฮัคยอนนั่งลูบหน้าท้องของตัวเองอย่างแผ่วช้า ยามที่มองคนตัวโตข้างกายดูรูปอัลตร้าซาวด์ที่ได้มาเป็นของฝากจากคุณหมอ

 

            รอยยิ้มจากแทคอุนทำให้ฮัคยอนวาดยิ้มออกมาได้ไม่แพ้กัน

 

            "ว่าแต่วันนี้ไม่ไปทำงานหรือครับ" เอ่ยถามถึงงานที่ตนตั้งใจไว้อย่างดิบดีเพื่อใช้เป็นข้ออ้างในการหลีกเลี่ยง แต่จนแล้วจนรอดคุณแทคอุนก็มาโผล่ในห้องตรวจจนได้ ดีที่เอ่ยอ้างไปจนพ้นมาได้

 

            "พี่เจสอยากไปดูแทนน่ะ มันว่าง ๆ ไม่มีอะไรทำ ก็เลยตามมาที่นี่" แทคอุนไม่ได้หันมามองทิวลิปข้างกายยามพูด แม้จะข้ามความจริงที่ว่า ตนไปขอร้องเจสสิกาอยู่นาน จนในที่สุดพี่สาวคนสวยก็ยอมไปแทน แล้วรีบตามมาที่โรงพยาบาลทันที

 

            "ถ้าไม่มาวันนี้ฉันต้องเสียดายแน่ ๆ" แทคอุนพึมพำ มือหนาแตะลงบนหน้าท้องนูนที่มีเจ้าเล็กแบบในรูปอัลตร้าซาวด์ที่ตนมอบยิ้มให้

 

            "แล้วภูมิแพ้ของนายน่ะ แพ้อะไรบ้าง"

 

            "..." ฮัคยอนหลบตาลงยามที่ถูกถามถึงคำถามที่ทำให้ต้องเป็นคนโกหกอีกครั้ง

 

            คนโกหกแสนขี้ขลาดที่เห็นแก่ตัว

 

            "แพ้อากาศเย็นน่ะครับ"

 

            "แค่นั้นเหรอ ไม่สบายตรงไหนอีกหรือเปล่า"

 

            "..."

 

            "..."

 

            "ไม่มีแล้วครับ" เสียงขานรับแผ่วเบาเสียจนฮัคยอนยังรู้สึกได้

 

            "ถึงว่าถึงได้ติดผ้าพันคอ" แทคอุนนึกถึงผ้าพันคอลายทิวลิปผืนสวยที่ฮัคยอนชอบหยิบติดตัวไปทุกที ทว่าวันนี้กลับไม่เห็น

 

            "ให้ยืม" ผ้าพันคอสีเทาตุ่นผืนยาวถูกยื่นเข้ามาให้ตรงหน้าของฮัคยอน 


               "แอร์มันเย็น " มือหนาขยับผ้าอีกหลายครั้ง  และเมื่อเห็นฮัคยอนเอาแต่จ้องมองด้วยดวงตาสั่นระริก ไม่ยอมรับไปเสียที เนื้อผ้านุ่มนวลจึงค่อยๆ ถูกบรรจงพันรอบคอของฮัคยอน


              ความอบอุ่นแผ่ซ่านจากคนให้ผ่านเนื้อผ้ามาสู่หัวใจดวงน้อยของทิวลิปกลีบบาง


 "ฉันขี้เกียจถือแล้วมันเมื่อย"


“..” ดวงตาโตที่เต็มตื้นด้วยความรู้สึกยังคงจ้องมองมาไม่ละไปไหน มองเสียจนคนถูกมองอย่างแทคอุนรู้สึกสั่นประหม่า

 

            "ฉะ ฉันแค่ห่วงเจ้าหนูน้อยเท่านั้นแหละ ถ้า ถ้านายหนาวจนป่วย ลูกก็แย่สิ" รีบบอกเหตุผลเร็วปรื๋อ ทว่ามือหนาจัดผ้าพันคอให้เข้าที่

 

            ยามที่กระพริบตา น้ำตาที่คลอเคลือบหยดลงไปจนทำให้ฮัคยอนสามารถมองใบหน้าขาวละเอียด จมูกโด่งสันแลตาเรียวรีของคนตรงหน้าได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น สีหน้านิ่งๆที่ใบหูแดงจัด

 

            ...ฮัคยอนจะไม่เป็นภาระ จะไม่ทำให้ต้องคอยเป็นห่วง

 

            ไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ

 

"ผมสัญญา ว่าลูกของเราจะเป็นเด็กน่ารักที่แข็งแรง จะวิ่งเล่นไล่จับกับคุณแทคอุน ฮึก จะนอนตาแป๋วให้คุณแทคอุนอ่านหนังสือนิทานให้ฟังทุกคืนเลย

 

 สัญญา ...ไม่ว่าต้องแลกกับอะไรก็ตาม

 

            "ขี้โกงนี่ ให้ฉันทำคนเดียวเลย นายล่ะ" แทคอุนทำหน้าหาเรื่องแต่ก็เก็บซ่อนรอยยิ้มได้ไม่มิดเลยสักนิด

 

            "..." ส่วนฮัคยอนแม้ว่าจะพยายามวาดยิ้ม แต่ก็ไม่อาจซ่อนหยดน้ำตาและความเจ็บปวดในแววตาได้เลย

 

            "คนท้องนี่ขี้น้อยใจจริง ล้อเล่นแค่นี้ก็ร้องละ นายจะคอยทำอาหารอร่อย ๆ ให้ฉันกับลูกกินใช่ไหมล่ะแผ่นหลังบางที่เริ่มสั่นเพราะแรงสะอื้น หยดน้ำตาที่ร่วงลงบนผ้าพันคอ ทำเอามือหนาซับเช็ดให้

 

            "ชู่ว พอละร้องอยู่ได้ รำคาญจัง" น้ำเสียงทุ้ม นุ่มนวลเหมือนมือหนาที่ยังคงประครองแก้มไว้

 

            ฮัคยอนเอียงแก้มแนบชิดฝ่ามือหนา วาดรอยยิ้มมอบให้กับเจ้าชายน้ำแข็งแห่งสกุลจองซึ่งกำลังมอบความอบอุ่นแก่กัน

 

            พอเห็นทิวลิปดอกน้อยคลี่กลีบวาดยิ้มสวย แทคอุนเองก็มอบรอยยิ้มจาง ๆ คืนกลับมาราวกับปลอบโยน

 

            หากความรักคือกับดัก

 

บางครั้งกับดักใหญ่ ก็ใช้ความรักและรอยยิ้มแสนหวานเป็นเครื่องมือ

 

 

 

 





            บรรยากาศเย็นสดชื่นผสานแสงรำไรของยามเช้าที่รดรินผิวนั้น บอกฮัคยอนได้ดีว่าเช้าแล้ว ฮัคยอนตื่นมาสักพักแล้ว แต่ก็ยังคงปิดเปลือกตานอนหลับนิ่งต่อไป

 

            แกล้งหลับตานอนนิดหน่อย แต่ได้รับอะไรแสนดีมากเสียจนคุ้มค่า

 

            "เจ้าหนูตัวเล็กของพ่อจะดิ้นอีกเมื่อไหร่กันครับ หืมม" เสียงทุ้มนุ่มแผ่วเบายังคงดังมาให้ได้ยิน ฮัคยอนยังคงหลับตาแต่เก็บรอยยิ้มไว้ไม่อยู่ เพราะรู้สึกได้ถึงมือใหญ่ที่จับคลำไปทั่วท้องนูน ไหนจะลมหายใจอุ่นๆที่รดรินผ่าวแผ่วทำให้รู้ว่าใบหน้าของคนตัวโตไม่ได้อยู่ห่างไกลไปไหน

 

            "วันนี้คุณพ่อไม่ได้ทำงานนะครับ จะอยู่กับตัวเล็กกับคุณแม่ทั้งวันเลยดีไหม" น้ำเสียงที่บีบจนน่ารักทำเอาฮัคยอนบังคับให้ตัวเองหลับต่อไม่ไหว ยิ้มกว้างออกมาเสียจนคนตื่นอยู่คงสังเกตได้ เลยต้องทำทีเป็นหาวแล้วบิดตัวตื่นขึ้นมา

 

            ทันทีที่ฮัคยอนทำแบบนั้น คนตัวโตก็เด้งลุกนั่งหลังตรงแด่ว มือไม้คว้าผ้าห่มมาถือไว้แก้เก้อ

 

            "ฉ ฉันเห็นผ้าห่มมันหลุดเลยหยิบจากพื้นขึ้นมา ไม่ได้ทำอะไรแปลกๆ นะ" แทคอุนรีบพูดออกมาเสียงดัง ฮัคยอนไม่ได้แย้งต่างหรือกล่าวคำไหน เพียงแค่ฉีกยิ้มกว้างหวานแฉ่งให้เท่านั้น มือน้อยเอื้อมจับมือหนาให้วางลงบนหน้าท้องนูนน้อย ๆ ที่ยามนี้ได้ 20 สัปดาห์ของตนเอง

 

            เมื่อเกือบสิบวันก่อนเจ้าหนูดิ้นครั้งแรก คุณพ่ออย่างแทคอุนมีโอกาสได้สัมผัสคงติดใจน่าดูถึงได้มาคอยลุ้นว่าจะดิ้นอีกทีเมื่อไหร่

 

            "อรุณสวัสดิ์นะครับคุณแทคอุน" ฮัคยอนฉีกยิ้มหวานให้

 

            "อืม.." พึมพำในคอเสียงพร่าทว่าก็ยังนั่งมองรอยยิ้มหวาน ๆ ของทิวลิปรับยามเช้าอยู่อีกพักใหญ่

           

            หลังมื้อเช้าที่วันนี้ฮัคยอนขึ้นนั่งทานร่วมโต๊ะกับครอบครัวสกุลจอง หลังจากทักทายและถามถึงหลานตัวน้อยที่ฮัคยอนอุ้มท้องอยู่นั้น ช่วงสายฮัคยอนเลือกที่จะมานั่งในศาลาสีขาวรับลมเย็น ๆ เช่นเดิม ในมือมีหนังสือกับสมุดที่ใช้สำหรับจดสูตรอาหารติดตัวไว้ หมายใจจะเขียนสูตรอาหารหรือเขียนบันทึกต่อ แต่สิ่งที่คาดหวังไม่ได้เป็นอย่างใจ

 

            ยามที่มีแฟ้มสามสี่แฟ้มใหญ่ถูกหอบหิ้วมาเต็มสองอ้อมแขนของแทคอุนวางลงตรงหน้าของฮัคยอน

 

            "ลายผ้ากับชนิดผ้า" ฮัคยอนพึมพำยามที่เปิดแฟ้มตรงหน้าออกดู แฟ้มแรกเป็นลายผ้า แฟ้มสองเป็นโทนสีที่จัดชุดไว้เข้ากัน แฟ้มสามเป็นเนื้อและชนิดของผ้าเหมือนแฟ้มที่สี่

 

            "ถ้าแบมแบมได้มาเห็นแฟ้มพวกนี้ ต้องสนุกเหมือนได้เจอของเล่นใหม่แน่ ๆ" ฮัคยอนยิ้มหวานยามนึกถึงน้องคนเล็กที่ชื่นชอบการตัดเย็บเสื้อผ้าให้เหมาะสมอย่างใจตนมากที่สุด

 

            "ว่าแต่เอามาให้ผมดูทำไมครับ"

 

            "จะทำคอลเลคชั่นใหม่"

 

            "...."

 

            "ช่วยเลือกหน่อย" สิ้นคำแทคอุน ฮัคยอนยิ้มกว้าง พยักหน้ารับ

 

            "ได้สิครับ ต้องเลือกยังไงบ้างครับ เป็นชุดแนวไหนเหรอครับ มีธีมไหมครับ"

 

            "อยากเลือกอะไรก็เลือก ชอบอันไหนก็เอาโพสอิทนี่ติดไว้" แทคอุนวางโพสอิทรูปวงกลมสีส้มแสดปึกใหญ่ให้ส่วนตัวโตๆก็นั่งเคียงข้างไม่ไปไหน ฮัคยอนวางมือข้างนึงแตะที่หน้าท้อง ยามที่สอดส่ายสายตามองไปในแฟ้มที่ละหน้าอย่างสนใจ เหมือนเชื้อเชิญให้ลูกน้อยช่วยกันเลือก

 

            ฮัคยอนสนใจแฟ้มตรงหน้าพอพอกับที่สายตาของคนตัวโตข้างกายที่คอยมองยามที่เห็นฮัคยอนเลือกแปะโพสอิทลงไป

 

            "ผ้าสีเขียวอมฟ้านี่สวยจัง" เสียงบ่นพึมพำ แก้มฮัคยอนอมลมเป็นก้อนยามที่มือน้อยตั้งใจดึงแผ่นโพสอิทออกมาแปะลงบนรูปที่ต้องการ

 

            แทคอุนนั่งอยู่เคียงข้างเงียบเชียบราวกับไร้ตัวตนทว่าฮัคยอนยังคงรู้สึกได้ถึงความอุ่นข้าง ๆ กาย ยามที่มือหนาช่วยดึงแผ่นโพสอิทให้ยามที่ฮัคยอนยิ้มกว้างขึ้น หรือพึมพำเมื่อเจอผ้าแบบที่ถูกใจ

 

            มันทำให้รู้ว่า ข้างๆฮัคยอนไม่ได้ว่างเปล่า

 

 

           

            ฮัคยอนแน่ใจตัวเองเปิดเลือกในแฟ้มไปจำนวนไม่น้อย และมันก็ใช้เวลามากจริง ๆ เมื่อถึงเวลาใกล้มื้อกลางวันที่ป้าริเอะยกจานใส่แอปเปิ้ลเขียวมาให้เสียจานใหญ่

 

            "แอปเปิ้ลเขียวเนี่ยอร่อยเหรอ ฉันว่าเปรี้ยวมากเลยนะแทคอุนบ่นขึ้นมายามที่หยิบแอปเปิ้ลชิ้นตรงหน้าตัวเองเข้าปาก ฮัคยอนยังคงอมยิ้มแฉ่งตามเคย มือน้อยยื่นป้อนแอปเปิ้ลให้แทคอุน แต่คนตัวโตทำหน้านิ่งรับมาแล้วก็ยื่นกลับมาจ่อปากฮัคยอนแทนเหมือนแกล้งเอาคืน

 

            แต่เป็นการแกล้งที่ฮัคยอนยิ้มแฉ่ง งับปลายแอปเปิ้ลเข้าปาก แก้มขยับยามที่เคี้ยวเนื้อผลไม้ตุ้ยๆ

 

            "คุณฮัคยอนคะ" ป้าริเอะเดินตรงมาหาอีกครั้ง ก่อนเวลามื้อเที่ยงนิดหน่อย หรือว่ามีปัญหาอะไร ฮัคยอนคิดยามที่เงยหน้ารับด้วยรอยยิ้ม

 

            "มีแขกมารอพบคุณฮัคยอนค่ะ"

 

            "ใคร" เสียงที่ถามไม่ใช่ฮัคยอนทว่าเป็นเสียงทุ้มเข้มของแทคอุน

 

ยังไม่ทันที่คนท้องซึ่งอุ้ยอ้ายกว่าจะลุกได้ทัน แทคอุนบอกให้ป้าริเอะเดินนำไปแล้วตัวเองรีบจ้ำเดินนำไปก่อน ใจกลัวนักว่าจะเป็นจีซูเพื่อนของตัวเอง  ทั้งไล่ทั้งหลอกบอก สั่งห้ามไม่ให้มันมาที่บ้านไม่ว่ายังไงก็ตาม ให้เพ้อเจ้อละเมอหาไปเถอะน้องฮัคยอนเนี่ย ให้ตายก็ไม่ได้เจอ ทำขนาดนี้มันยังจะรู้ว่าฮัคยอนอยู่ที่นี่ แล้วเสือกเอาดอกไม้มาให้ฮัคยอนล่ะก็ พ่อจะเอาแผ่นอัลตาซาวน์ลูกฟาดหน้าให้

 

            "คุณแทคอุน รอผมด้วยสิ" ฮัคยอนรีบจ้ำเท้าเร็วขึ้น นึกคิดกลัวอยู่ไม่น้อย ถ้าเป็นคุณหมอแทคยอนมาหาจะมีเรื่องอะไรไหม กลัวว่าถ้าคุณหมอกับพ่อของลูกได้อยู่ด้วยกันตามลำพัง คุณหมอจะอ่อนใจเล่าทุกความลับออกมาเสียหมด

 

            ฮัคยอนขยับขาก้าวเร็วขึ้นตามแผ่นหลังกว้าง จนพ้นเขตสวนสวยมาที่หน้าบ้าน เห็นป้าริเอะยืนอยู่ข้างๆ และแผ่นหลังกว้างหนาของแทคอุน

 

            ทว่าไม่เห็นแขกที่มาหาฮัคยอน

 

            แต่เมื่อฮัคยอนก้าวเข้ามาใกล้มากขึ้น หลังแผ่นหลังกว้างที่บังจนมิดนั้นเผยร่างผอมบาง ผิวขาวละเอียด

 

            "อยู่นี่เอง ฮัคยอน" และริมฝีปากสีชมพูดระเรื่อวาดยิ้มสวยงามของหญิงสาวแสนสวย

 

            "ไลลา..." คนตรงหน้าฮัคยอนคือเพื่อนของฮัคยอนเอง

 

 

 

"นี่ถ้าฉันรู้ว่าคนท้องที่จะจ้างฉันมาดูแลคือนายเองนะฮัคยอน ฉันจะรีบเคลียร์ตัวเองแล้วมาให้เร็วกว่านี้" ไป่ ซินอี๋ หรือไลลายังคงยิ้มหวานเหมือนเคย หญิงสาวนั่งหลังตรงสง่าในชุดกระโปรงยามคลุมเข่าสีเขียวเข้มที่แสนสุภาพและรัดกุม เส้นผมสวยราวเส้นไหมปล่อยละใบหน้าขาว สร้างภาพสวยราวเทพธิดาอย่างเคย

 

            ไลลายังคงทั้งสวยและใจดีแบบที่ฮัคยอนคุ้นชิน

 

            "ตื่นเต้นที่สุดเลย ฉันกำลังจะได้เป็นป้าใช่ไหมฮัคยอน เพื่อนของฉันกำลังท้อง ลูกของนายต้องน่ารักแน่ แล้วแฝดอีกหกคนก็ต้องท้องเหมือนกันใช่ไหม เหมือนที่นายเคยเล่าเรื่องสกุลหยินให้ฟัง" ไลลายิ้มกว้าง ฮัคยอนเองก็ยิ้มรับ

 

            ฮัคยอนนึกไต่สวนความรู้สึกในอกตอนนี้ของตนไม่ทันว่ารู้สึกเช่นไรกันแน่ เขาดีใจแน่ล่ะ ได้เจอเพื่อนที่ห่างหายไปหลายเดือน ทว่าก็รู้สึกวูบโหวงในอกอย่างอธิบายไม่ได้

 

            มันเหมือนเสียดาย อยากได้เวลาอีกสักหน่อย แต่ฮัคยอนก็เผอเรอลืมไป ว่ามันไม่มีเวลาอีกแล้วสำหรับฮัคยอน

 

            ดีแล้ว ไลลามาที่นี่ตอนนี้นั้นเป็นเวลาที่เหมาะสมแล้วล่ะ

 

            ฮัคยอน หลงระเริงในความใจดีของคุณแทคอุนมามากเกินพอแล้ว

 

            "เธอเก็บของมาแล้วใช่ไหมไลลา"

 

            "อื้ม ฉันส่งข้อความมาหานาย แต่ว่านายยังไม่เปิดดู เลยลองมาตามที่อยู่ที่นายเคยให้ไว้ดู ตอนแรกก็ตกใจนะ ไม่นึกว่าจะเป็นนายเสียเองที่ฉันต้องมาดูแล แต่ก็ดีมาก ๆ เลยล่ะ

 

            "งั้นคืนนี้ก็เริ่มนอนที่นี่เลยนะ เดี๋ยวฉันจะพาไปแนะนำตัวกับคนในบ้าน คนในสกุลจองอาจจะไม่ค่อยพูดแต่ทุกคนใจดีมากๆเลยล่ะ เธอจะต้องชอบแน่" ฮัคยอนฉีกยิ้มกว้างสูดลมหายใจลึก นึกเดินหน้าต่อไปตามที่เคยตั้งใจไว้

 

            "คนแรกเลยนะไลลา ที่เธอควรจะรู้จักไว้" ฮัคยอนจับมือหญิงสาวให้เดินตามตัวเองจากศาลาสีขาวมาในสวนสวยที่บรรยากาศสวยงามแบบที่เหมาะสม จะเล่าขานถึงการได้พบเจอกันของเจ้าหญิงและเจ้าชาย

 

            "คุณแทคอุนครับ นี่ไป่ ซินอี๋ หรือไลลาเพื่อนของผม เธอจะมาช่วยเลี้ยงเจ้าตัวเล็กครับ" ฮัคยอนพาไลลามาหยุดยืนหน้าผู้ชายตัวโต ผิวขาวละเอียด สองแขนแกร่งได้รูปกอดอกตัวเอง ยามที่ดวงตาคมจ้องมองมาที่หญิงสาวตรงหน้า

 

            "สวัสดีค่ะ คุณแทคอุน" ไลลาโค้งให้อย่างมีมารยาทอย่างเคย แทคอุนพยักหน้าเล็กน้อยรับการทักทาย

 

            "ไลลา ส่วนนี่คุณแทคอุน คุณแทคอุนเป็น ..เป็นพ่อของเจ้าตัวเล็กนะ" ฮัคยอนแนะนำเร็วปรื๋อ เพราะจู่ๆก็นึกคิดถึงตอนที่คุณแทคอุนแนะนำตัวกับคุณหมอว่าเป็นสามีของฮัคยอน และก่อนที่บางอย่างในใจจะลุกลามใหญ่โต เหมือนยามน้ำหมึกกระจายตัวฟุ้งในแก้วน้ำจนเกราะกรังดำปื้นไปทั้งใจ ฮัคยอนคิดว่าตัวเองควรรีบเดินออกไปจากตรงนี้

 

            "เดี๋ยวผมฝากคุณแทคอุนช่วยแนะนำที่นี่ให้ไลลาหน่อยได้ไหมครับ ผมขอเข้าไปดูในบ้านหน่อยว่าคุณย่ากับคนอื่นๆอยู่ในบ้านไหม จะได้แนะนำไลลาให้รู้จัก" ฮัคยอนยิ้มทว่าไม่อาจสบตาแทคอุนได้เต็มที่นัก ขาเรียวมุ่งจะเดินเข้าไปในบ้าน เปิดบรรยากาศแห่งการรู้จักกันให้กับคนทั้งสอง

 

           

 

            "เดี๋ยว.." สองขาหยุดชะงักยามมือหนาเกี่ยวต้นแขนน้อยไว้

 

            "ขอโทษนะไลลา ฉันขอคุยกับเพื่อนของเธอตามลำพังหน่อย" น้ำเสียงนิ่งสนิทเอ่ยปาก ไลลามองที่ฮัคยอนด้วยความเป็นห่วง แต่รู้ชัดดีว่าตัวเองเป็นเพียงแขก จึงโค้งลาเล็กน้อยและเดินไปหากระเป๋าของตัวเองที่มีคนในบ้านยืนอยู่ด้วยสองคน

 

            "คุณแทคอุนมีอะไรจะคุยกับผมเหรอครับ" ฮัคยอนถามแต่เลือกที่จะไม่สบตา เอาแต่มองมือตัวเอง

 

            "เรื่องไลลานี่ยังไง"

 

            "ถ้าเรื่องนี้ เธอเป็นเพื่อนของผมครับ เธอเป็นคนดี เป็นคนสวยที่นิสัยน่ารักมากๆครับ ทำอาหารเก่ง ทำงานบ้านได้ดีมาก เลี้ยงเด็กก็ได้ครับ เธอรักเด็ก รักเด็กมาก ๆ เลย" ฮัคยอนเอ่ยอ้างสรรพคุณเสียมากมาย แต่แทคอุนยังคงมองมานิ่ง ๆ

 

            "ผมขอให้เธอมาช่วยรับงานพิเศษครับ คือดูแลคนท้อง ยิ่งผมท้องแก่ก็อาจจะยิ่งยุ่งยากขึ้น ถ้ามีไลลาคอยดูแลอยู่ใกล้ ๆ น่าจะดีกว่า  ...ถ้าคุณแทคอุนไม่เห็นด้วย ผมพอจะมีเงินที่นายแม่ให้ติดตัวมาด้วย ผมขอจ่ายเองก็ได้ครับ แต่ขอ...."

 

            "จะบ้าหรือไง" น้ำเสียงดุแทรกเข้ามา ฉันมีปัญญาจ้างคนมาดูแลลูกเมียตัวเองน่ะ" ตามด้วยเสียงพ่นลมหายใจเฮือกยาว

 

            "ฉันแค่อยากรู้ว่า นายจะให้เธอนอนที่ไหน ไม่ได้เตรียมห้องไว้นี่" เรื่องนี้ฮัคยอนลืมคิดไปเลย

 

            "งั้นให้ไลลานอนกับผมก่อนได้ไหมครับ"

 

            "ไม่มีทาง!" แทคอุนขึ้นเสียงดัง ไลลามานอนกับฮัคยอน แล้วตัวเองจะไปนอนที่ไหนล่ะ จะไปนอนกอดทิวลิปอุ่น ๆ ได้ที่ไหนอีก

 

            "ข้างห้องฉันมีห้องว่างอีกห้องเดี๋ยวให้คนขึ้นไปทำความสะอาดให้"

 

            "ขอบคุณนะครับคุณแทคอุน" มือน้อยจับมือใหญ่ไว้แน่น

 

            "ต่อไปมีอะไรสำคัญ ๆ ช่วยบอกฉันก่อนได้ไหม" เป็นคำขอที่ฮัคยอนไม่ตอบอะไรเสียทั้งนั้น ฮัคยอนตอบไม่ได้ ตอบไปก็จะมีแต่คำโกหกหลอกลวง จึงได้แต่เงียบ สีหน้าเศร้าหมองของฮัคยอนทำให้แทคอุนถอนหายใจเฮือกยาว

 

            "เรื่องไลลาฉันจะคุยกับทุกคนให้ คงไม่มีใครขัดหรอก เห่อหลานกันจะแย่นี่ มีคนมาช่วยดูแลเจ้าตัวเล็กอีกคนไม่เห็นเป็นไร"

 

            "ขอบคุณครับ” ฮัคยอนวาดยิ้มมากขึ้น ดวงตากลมโตเงยขึ้นมองคนตรงหน้า

 

“ไลลาเป็นผู้หญิงที่ดีมากเลยล่ะครับ เชื่อเถอะถ้าคุณแทคอุนได้อยู่ใกล้ๆ ไลลา จะต้องชอบมากแน่ๆ"

 

            "อวดเพื่อนจังเลยนะ" แทคอุนมองคนตัวเล็กที่อวดเพื่อนไม่หยุด เห็นแล้วก็นึกหมั่นไส้ไม่น้อย ควรจะยิ้มแฉ่งคุยโม้แบบนี้แค่ตอนที่ชมว่าแทคอุนหล่อสิ

 

            "ก็เพื่อนผมน่าอวดนี่ครับ ไลลาเป็นผู้หญิงที่ใครได้ไปเป็นภรรยาต้องโชคดีแน่ ๆ เลยล่ะครับ" ฮัคยอนย้ำคำให้แทคอุนรับรู้ คนตัวโตกอดอกจองร่างน้อย

 

            "โชคดีเหรอ โชคดีกว่าการมีลูกกับทายาทสกุลหยินอีกหรือไง" คนตัวโตเอ่ยยวนใส่ แต่กลับได้รับรอยยิ้มจาง ๆ จากบุตรชายแห่งสกุลหยิน

 

            "คุณแทคอุนต้องเป็นผู้ชายที่โชคดีที่สุดในโลกแน่ครับ" น้ำเสียงแผ่วหวาน แต่ถ้อยความที่แทคอุนได้ฟังทำเอาคนตัวโตใบหูแดงกร่ำ

 

            "ขี้โม้จริง" ขายาวจ้ำเดินนำหน้า ฮัคยอนโอบกอดหน้าท้องตัวเองหลวม ๆ สาวเท้าก้าวตามไป มองแผ่นหลังกว้างเบื้องหน้าตนไม่ละสายตา

 

            คุณแทคอุนจะเป็นผู้ชายที่โชคดีมากแน่ ๆ เพราะจะได้ทั้งลูกที่มีสายเลือดแห่งความสกุลหยินปะปน และได้ผู้หญิงแสนดีอย่างไลลาเคียงข้าง

 

ยิ่งเห็นสายตาที่แฝงความชื่นชมของคุณแทคอุนที่มองไลลาเมื่อครู่ ฮัคยอนควรยิ่งยินดีสิถึงจะถูก สายตาที่ไม่ได้มีแต่ความรำคาญเจือปนแบบตอนที่มองมาที่ฮัคยอน สายตาที่คุณแทคอุนมองไลลาตั้งแต่วันแรกที่เจอกัน

 

            น่ายินดีจะตายไป

 

ในใจที่ต้องชื่นบานไม่ได้เป็นอย่างที่ควร และมันไม่ควรจะเป็นแบบนี้

 

ฮัคยอนไม่ควรรู้สึกเศร้า

 

ไม่ควรเลย

 










**สาระขึ้นบน ถถถ มีการเปลี่ยนแปลงชื่อตัวละครนะคะ จากไอรีน เราเปลี่ยนไปชื่อ ไลลานะคะ (ชื่อจริงชื่อ ไป่ ซินอี๋) 
อิมเมจ ยังคงเดิมนะคะ
 




ตอนนี้บอกก่อนเลยค่ะว่าเราจะค่อยๆม่ากันแล้วนะคะ  ต่อไปก็จะม่ากันละเนอะ ม่านิโหน่ยย เจ็บนิดๆเหมือนมดกัดนะนิ๊ดเดียววว 

งือออออ กว่าจะมาได้แต่ละตอน ฮึกกกกก คิดถึงงงงง ได้มาเจอกันในสวนดอกไม้ ทิวลิปดอกน้อยกันเถอะค่ะ งือออ คิดถึงงงง คิดถึงทิวลิป คิดถึงชาวสวน คิดถึงการแต่งฟิค อยากว่างแล้วว อยากฝึกงานจบแล้ว ฮึกกก

     เข้าสู่สาระพักการบ่น ถถถถถ  ตอนนี้ห่างหายกันไปนานน้ำตาก็คลอยามแต่งอีกแล้ว ว่อยยย ร้องเองไปเลยค่ะ ถถถ

     คิดถึงนะคะ ทุกคน สำหรับทิวลิปน้อยที่แสนน่ารัก สามารถรดน้ำพรวนดินใส่ปุ๋ยกันได้เลยน้าา จะโหวต หรือเมนต์ หรือแท็ก #ทิวลิปN เราก็ไปสิงไปส่อง รับกำลังใจอยู่ตลอดเลยยย ดีทั้งนั้นเลย ชวนเพื่อนมาอ่านด้วยก็ได้นะคะ ถถถ หลอกมางี้ โอยยยย

     ไปละน้าา คิดถึงเน้ออ เดี๋ยวช่วงปีใหม่จะมีเวลาว่างอีกหน่อย จะพยายามมาหานะคะ จ๊วบบบบบบบบ




#ทิวลิปN










____________________
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 200 ครั้ง

5,465 ความคิดเห็น

  1. #5455 toto (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2562 / 00:38

    เดี๋ยวจะทะเลาะกันเพราะยัดเยียดผู้หญิงให้นะ

    #5455
    0
  2. #5420 llllovellll (@llllovellll) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 11 มกราคม 2562 / 02:38
    เข้าใจเหตุผลที่น้องทำนะ แต่คือน้องถามใครบ้างหรือยัง อย่างน้อยเพื่อนตัวเองก็ได้ อยากให้เค้ารักกัน ถามความสมัครใจของคนอื่นรึยัง แม้แต่ตัวเองยังเจ็บปวดเลย เห้อ น้องนะน้อง
    #5420
    0
  3. #5404 Maysquidz (@piemintza) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2561 / 15:23
    หนูจะดีเกินไปแล้วลูก รักคุณเค้าขนาดไหนกัน ให้เค้ารักลูกก็พอ แถมยังพาเพื่อนมาอยู่ใกล้ๆคุณเค้าเผื่อคุณเค้าจะชอบพอ แง้ เจ้า! /me ดมยา คุณพ่อนี่ก็ซึนใช้ได้เลยจ้า ยอม5555555 แล้วแบบความลับเกือบแตกแหนะ;-; อมก
    #5404
    0
  4. #5399 tonlhewpinket (@tonlhewpinket) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2561 / 13:08
    ไลลา ไม่อยากจะเกลียดเทอเลยนะ...จริงๆ...
    #5399
    0
  5. #5351 Taonoiifangkung (@Taonoiifangkung) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2561 / 01:35
    โถ้ววววว สงสารทิวลิปน้อย ทำไปเพราะความรักทั้งนั้น แต่เจ็บเองนี่สิ เห้อออ
    #5351
    0
  6. #5329 nymphbp (@hurry) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2561 / 17:13
    ดาวร้าวจะเป็นไลลาจริงหรออออ แต่คุณพ่อน่ารักขึ้นทุกวันนนน
    #5329
    0
  7. #5316 ItsHannieP (@SWEETYZ_HHCB) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2560 / 07:12
    กลิ่นดราม่าเริ่มมาทีละนิด อมก.
    #5316
    0
  8. #5297 ppploycb (@ppployployju) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2560 / 02:58
    ห้องตัวเองมีไม่นอน ที่เมื่อก่อนแยกห้องนอน คือติดน้องช้ะมะ5555555555 เห็นดราม่าลางๆ ฮืออออ น้องจะเป็นคนดีเกินไปแล้ว
    #5297
    0
  9. #5271 EUNHWA_OK (@EUNHWA_OK) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2560 / 21:58
    ยอมใจความรักของทิวลิปเลย แต่พ่อของตัวเล็กก็ซึนได้อีก
    #5271
    0
  10. #5161 Kimkratae (@nongkatae) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2560 / 19:11
    จะม่าอีกแล้ววว เพิ่งดีเองนะะ
    #5161
    0
  11. #4844 |2e@L (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2560 / 19:10
    มันดีแล้วเหรอ มันควรเป็นแบบนี้เหรอ ?
    #4844
    0
  12. #4709 ออมม่า (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2560 / 17:44
    วิ่งไปหยิบทิชชู เตรียมม่า อะไรไม่เจ็บเท่าสายตาแทคอุนมองไลลา
    #4709
    0
  13. #4336 Anase-san (@951902) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2560 / 22:34
    โอ้ยยยยย เพื่อนมาแล้ว มาตอนที่คุณพ่อของเจ้าตัวเล็กกำลังหลงคุณแม่แบบนี้เนี่ยน่ะ ฮืออออ มดกัดจิ๊ดๆ นี้มันต้องเจ็บมากแน่เลย
    #4336
    0
  14. #3313 Catty_bbam (@noocattyjung) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 24 เมษายน 2560 / 15:37
    ทิวลิปน้อย.. แคร์คุณแทคอุนมากอ่ะ!! ฮือออออ~
    #3313
    0
  15. #2836 Monster (@maco) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 18 เมษายน 2560 / 00:40
    พอเห็นแจ้งเตือนเลยรีบมาอ่านอีกรอบ ฮรื่อออออ หน่วงอารมณ์มากกกก
    #คิดถึงไรท์มากเบยยยยย
    #2836
    0
  16. #2835 Monster (@maco) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 18 เมษายน 2560 / 00:39
    พอเห็นแจ้งเตือนเลยรีบมาอ่านอีกรอบ ฮรื่อออออ หน่วงอารมณ์มากกกก
    #คิดถึงไรท์มาเบยยยยย
    #2835
    0
  17. #2800 Callmewater (@Callmewater) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 เมษายน 2560 / 11:18
    Welcome back ha writer
    #2800
    0
  18. วันที่ 17 เมษายน 2560 / 10:15
    ฮือออ สงสารทิวลิปอ่ะ
    #2795
    0
  19. #2775 ฝนแจ้แพ้แครอท (@discouraged) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 เมษายน 2560 / 01:34
    ฮือ โอ้ยเหมือนมันชุลมุนขึ้นเรื่อยๆ แงงงงง
    #2775
    0
  20. #2618 EUNHWA_OK (@EUNHWA_OK) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 16 เมษายน 2560 / 19:03
    ไลล่าร้ายหรือดีเราไม่สามารถรู้ได้เลย แต่จะว่าทิวลิปใจร้ายไม่ได้ ในเมื่อคุณแทคอุนไม่บอกความรู้สึกที่มีให้ทิวลิปรู้
    ทิวลิปก็มีสิทธิคิดสิทธิทำ
    #2618
    0
  21. #2601 sheera2 (@SHEERA) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 14 เมษายน 2560 / 19:00
    โอ้ยยยพออ่านไฮเดรนเนียร์จบก็มาอ่านเรื่ิองนี้ต่อเลย ไรท์ค่ะอย่าทำให้รีดร้องไห้ไปมากกว่านี้เลยไม่ไหวแล้วจะเป็นไบโพล่า รีบๆมาต่อนะคะลุ้นมากมายกับคู่นี้ สู้ๆค่ะไรท์
    #2601
    0
  22. #2600 numnim03 (@numnim03) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 14 เมษายน 2560 / 11:18
    คิดถึงทิวลิปแล้วค่ะ มาอัพต่อเร็วๆนะคะ :)
    #2600
    0
  23. #2596 Kangggg (@Kangggg) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 11 เมษายน 2560 / 01:36
    ชอบฟิคแนวนี้มาก เรื่องนี้ตรงใจสุดๆ มาอัพต่อรัวๆเร็วๆนะคะ เย่!!
    #2596
    0
  24. #2595 Jan Kamkaw (@nongkunkrap) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 เมษายน 2560 / 22:35
    คิดถึงทิวลิปแล้วค่ะ
    #2595
    0
  25. #2593 Faerwell_Blacker (@Faerwell_Blacker) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 เมษายน 2560 / 14:17
    คิดถึงทิวลิปจังเลยค่ะ
    #2593
    0