I am real | ฉัน... คือฉัน

ตอนที่ 3 : บทที่ 2 Complete 120%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,409
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 498 ครั้ง
    27 มี.ค. 64






บทที่ 2







        บทพิเศษ :: วิเวียน


เสียงจ้อกแจ้กจอแจของผู้คนดังขึ้นทั่วบริเวณ เวลานี้ฉันอยู่ที่โรงอาหารของคณะวิศวกรรมศาสตร์ที่พี่นักรบเรียนอยู่ ที่ฉันมาอยู่ที่นี่เวลานี้ก็เพราะว่าพี่นักรบเป็นคนนัดฉันออกมา ฉันก็ต่อรองเรื่องสถานที่แล้วแต่พี่เขาไม่ยอม ฉันเลยจำเป็นต้องมานั่งรออยู่ที่นี่คนเดียว


...เมื่อไหร่พี่นักรบจะเลิกเรียนสักทีนะ คนมองฉันเยอะขึ้นทุกทีแล้วด้วย


“ไง รอนานไหม” เสียงทักทายของคนที่ฉันรอดังขึ้นจากทางด้านหลัง


“ไม่นานเท่าไหร่ค่ะ” ตอบรับแล้วส่งยิ้มอ่อน ๆ ไปให้ จากนั้นก็ยกมือไหว้เพื่อนพี่นักรบอย่างพี่ซานกับพี่บรรทัดที่อยู่ทางด้านหลัง


ฉันไม่รู้ว่าพี่บรรทัดใช่คนเดียวกันกับพี่ชายของดินสอหรือเปล่า ฉันไม่กล้าถามพี่เขา แล้วก็ยังไม่ได้ทักไปถามดินสอด้วย เพราะช่วงนี้ที่โรงเรียนของดินสอจัดงานกีฬาสีอยู่


“ไปซื้อข้าว”


“ค่ะ” พยักหน้ารับแล้วลุกขึ้นจากที่นั่ง จากนั้นก็เดินตามพี่นักรบมาที่ร้านข้าวราดแกงร้านหนึ่ง ต่อแถวรอได้ไม่นานนักก็ถึงคิวของเราสองคน พี่นักรบสั่งผัดพริกแกงทะเลกับไข่ดาวราดข้าว ส่วนฉันเป็นพะโล้กับผัดผัก ฉันไม่ค่อยสันทัดเรื่องอาหารที่มีรสเผ็ดสักเท่าไหร่ ถ้าให้กินจริง ๆ คงได้ปวดท้องเป็นวัน ๆ แน่


“น้ำไรดี?


“หนูขอเป็นนมชมพูแล้วกันค่ะ”


“อาฮะ” ร้องรับแล้วหันไปสั่งน้ำกับคนขาย จ่ายเงินแล้วหยิบแก้วน้ำมาให้ฉัน ต่อมาก็หันกลับไปรับแก้วน้ำของตัวเอง เดินนำหน้าฉันกลับไปที่โต๊ะ 


ฉันที่ขาสั้นกว่าพี่เขามากโขก็ต้องพยายามก้าวให้เร็วเพื่อที่จะได้ตามทัน พอเดินมาถึงโต๊ะก็พบว่าพี่ซานกับพี่บรรทัดมีจานข้าววางอยู่ตรงหน้าคนละจาน และพี่ชายทั้งสองคนก็เริ่มลงมือกินกันไปก่อนแล้ว


     “นั่งดิน้องหนู”       
              
          “อ้อ ค่ะ” สงสัยคงจะยืนเก้ ๆ กัง ๆ นานเกินไปพี่ซานเลยร้องเรียก ดังนั้นฉันจึงทิ้งตัวนั่งลงข้าง ๆ กันกับพี่นักรบ บนโต๊ะอาหารพวกพี่เขาก็ไม่ได้คุยอะไรกันมากเหมือนโต๊ะอื่น ๆ เหมือนจะรีบกินข้าวแล้วรีบออกจากโรงอาหารไปอย่างไรอย่างนั้น


“ถามไรหน่อยสิ” เป็นพี่ซานที่ถามขึ้นมา


“ค่ะ”


“วันนี้ไม่ไปโรงเรียนเหรอ”


“หนูเรียนแบบโฮมสกูลค่ะ” 


ฉันคงยังไม่ได้บอกสินะ... 


เพราะว่าไม่อยากมีปัญหาที่โรงเรียนใหม่อีกแล้วขอพ่อเรียนแบบโฮมสกูล ซึ่งท่านก็อนุญาตแต่โดยดีเพราะกลัวจะไปก่อเรื่องอีก แล้วอีกอย่างฉันไม่อยากโดนตราหน้าว่าเป็นพวกใช้ความรุนแรงในโรงเรียนจนเพื่อนใหม่รับไม่ได้ แล้วไม่ยอมเป็นเพื่อนกับฉัน


“ทำไมอะ หรือไม่มีเพื่อน?


“มีปัญหาทางบ้านนิดหน่อยน่ะค่ะ” ส่ายหน้าเบา ๆ แล้วตอบกลับไป ก่อนจะยิ้มฝืน ๆ ตบท้ายบทสนทนาแล้วนั่งกินข้าวต่อเงียบ ๆ ใครจะไปบอกกันว่าโดนไล่ออกจากโรงเรียนเพราะใช้ความรุนแรง


“มึงก็ถามมาก”


“สงสัยหน่อยไม่ได้เลย?


“ใช่เรื่อง?” พูดจบพี่นักรบก็ชำเลืองมองมาที่ฉัน ดังนั้นฉันจึงยิ้มแล้วส่ายหัวเป็นการบอกว่าฉันไม่เป็นไร ดังนั้นพี่เขาเลยพยักหน้ารับแล้วเตะขาเพื่อนตัวเองใต้โต๊ะ จนพี่ซานร้องออกมาเสียงดัง


“กูเจ็บนะเนี่ยไอ้สัตว์”


“เรื่องของมึง” ว่าให้เพื่อนอีกครั้งก่อนจะมองหน้าพี่บรรทัด “แล้วมึงอะจะจ้องวิเวียนทำไมนักหนา”


“กูเปล่า...”


“ไปรู้ไรมาอีก?


“เปล่า แล้วกูก็ไม่ได้จ้อง แค่เป็นจังหวะมองเฉย ๆ”


“แล้วไป”






หลังจากจัดการกับมื้อกลางวันเรียบร้อยแล้ว พี่นักรบก็พาฉันออกมาจากมหาวิทยาลัย ฉันคิดว่าพี่เขาไม่มีเรียนช่วงบ่ายแล้วจนกระทั่งเขาบอกให้เพื่อนเช็กชื่อให้นั่นแหละ ฉันบอกให้กลับไปเข้าเรียนพี่เขาก็ไม่สนใจจะฟัง ลากฉันให้ตามมายังลานจอดรถของคณะดันฉันเข้าไปนั่งในรถ ขับออกมาจากมหาวิทยาลัยแล้วหยุดลงที่คอนโดแห่งหนึ่ง


“พาหนูมาที่นี่ทำไมคะ” ถามพลางมองไปรอบ ๆ อย่างหวาดระแวง


“อยากรู้ก็ตามมาสิ” 


การเชิญชวนของพี่นักรบทำให้ฉันรู้สึกใจไม่ดีขึ้นมา แต่ในเมื่อมากับเขาแล้วก็ทำใจดีสู้เสือ เดินตามพี่เขาเข้ามาในลิฟต์ เมื่อลิฟต์เปิดออกที่ชั้นสิบห้าของคอนโด พี่นักรบก็เดินนำฉันไปยังห้องที่อยู่ริมสุด เปิดประตูเข้าไปแล้วเดินหายไปยังห้องหนึ่ง ก่อนจะออกมาพร้อมกับน้ำเปล่าหนึ่งขวดและเบียร์อีกสามกระป๋อง


“พี่นักรบอยู่ที่นี่เหรอคะ”


“ก็อยู่...บ้าง” ฉันขมวดคิ้วทันทีเมื่อได้ยินคำว่าบ้างตบท้าย ห้องนี้ดูหรูหรามากก็จริงแต่มันเหมือนห้องที่ไม่มีใครอยู่เลย พวกเฟอร์นิเจอร์ก็เป็นของตกแต่งที่ทางคอนโดจัดให้ ก่อนหน้าที่จะขึ้นมาฉันได้ดูวีทีอาร์ที่อยู่ตรงล็อบบี้ ถึงได้รู้ว่าห้องนี้ไม่ได้ต่างไปจากเดิมเลยสักนิด


“หมายความว่ายังไงเหรอคะ”


“เดี๋ยวก็รู้เอง” พูดจบก็กวักมือเรียกฉันให้ไปนั่งโซฟาตัวเดียวกันกับเขา ดังนั้นฉันเลยได้แต่ทำตามอย่างว่าง่าย เดินไปนั่งข้าง ๆ พี่นักรบที่ยกเบียร์ขึ้นดื่ม ตามองไปยังจอขนาดใหญ่ที่กำลังฉายหนังฝรั่งเรื่องหนึ่ง

ขณะนั่งดูหนังกับพี่นักรบก็มีบางฉากบางตอนที่ฉันจำต้องเบนหน้าหนี เนื่องจากว่ามันค่อนข้างที่จะติดเรตฉันเลยทนดูไม่ไหว บางจังหวะก็ได้ยินเสียงพี่นักรบหัวเราะเยาะด้วย ฉันน่ะชอบดูพวกหนังตลกมากกว่าหนังแนวนี้ พอเห็นอะไรที่มันเกินกว่าลิมิตของหนังที่เคยดูมันเลยรู้สึกเขินขึ้นมา


“นี่”


“คะ?” หันไปหาคนที่ส่งเสียงเรียกขึ้นมาหลังจากที่หนังจบลง 


พี่นักรบที่มองฉันอยู่ก่อนแล้วจุดยิ้มไม่น่าไว้วางใจที่มุมปาก จากนั้นก็ขยับใบหน้าเข้ามาใกล้ ระยะห่างระหว่างเราสองลดลงเรื่อย ๆ ฉันที่ตกใจจนทำอะไรไม่ถูกก็ยกมือขึ้นไปดันหน้าอกแกร่งอย่างตื่นตระหนก 


“พะ พี่นักรบ”


“หืม?


“ถะ ถอยไปได้ไหมคะ”


 “รู้ไหมว่าพามาทำไม” ถามพร้อมขยับเข้ามาใกล้กันมากขึ้นกว่าเดิม


“มะ ไม่รู้ค่ะ”


“พามาเชือด...” หัวใจเต้นแรงขึ้นเมื่อได้ฟังสิ่งที่คนตรงหน้าบอกกล่าว เขาไม่คิดจะปิดบังในสิ่งที่กำลังจะทำเลยสักนิด บอกกันตรง ๆ แบบนี้ไม่กลัวว่าฉันจะแตกตื่นแล้วหนีเขาไปหรือยังไงกัน “อยากหนี?


“พะ พี่นักรบ ปล่อยหนู”


“ปล่อยได้ แต่เธอหนีไม่ได้หรอกนะ” หลังพูดจบไม่กี่วินาทีพี่นักรบก็ถอยห่างออกไป จากนั้นก็ลุกขึ้นแล้วเดินหายไปยังโซนของห้องครัว 


ดังนั้นฉันจึงหยิบกระเป๋าแล้วลุกขึ้น เดินไปเปิดประตูห้องเพื่อที่จะกลับบ้าน แต่เมื่อเปิดประตูออกก็เจอกับชายชุดดำสองคนที่ยืนเฝ้าอยู่ 


“บอกแล้วนี่ว่าเธอหนีไม่ได้”


“...”


“กลับมานี่วิเวียน”


“หนูไม่...”


“อย่าให้พูดซ้ำซาก” แววตาดุดันแข็งกร้าวขึ้นมาอย่างไม่เคยจะเป็น จากนั้นก็กระดิกนิ้วชี้เรียกให้ฉันกลับไปหาเขา 


ฉันคิดไม่ตกเลยว่าจะทำยังไงดี...




Ringtone ~



จนกระทั่งมีเสียงเรียกเข้าจากโทรศัพท์เครื่องหรูของพี่นักรบ เขาเดินไปหยิบขึ้นมารับ จากนั้นก็เรียกชื่อปลายสายออกมา “ว่าไงอิงฟ้า?” 


อิงฟ้า... ชื่อนี้ทำให้ฉันร้อนใจอย่างบอกไม่ถูก


“ว่างไหมเหรอ?” ทวนคำออกมาเสียงดัง สายตามองมาทางฉันอย่างกดดัน 


ถ้าเขาบอกว่าว่างอิงฟ้าก็อาจจะมาที่นี่ และแน่นอนว่าฉันยอมให้มันเป็นแบบนั้นไม่ได้ ฉันจะไม่ยอมให้อิงฟ้ามาหาพี่นักรบเด็ดขาด ดังนั้นฉันจึงปิดประตูห้องแล้วเดินกลับไปหาพี่นักรบ 


เขายกยิ้มขึ้นเมื่อเห็นฉันเดินกลับเข้ามา ก่อนจะบอกอิงฟ้าไปว่า “ไม่ว่าง อยู่บ้าน” แล้วก็วางสาย


“อิงฟ้าจะมาที่นี่เหรอคะ”


“ไม่มาแล้ว”


“แล้วเธอมาบ่อยหรือคะ”


“ไม่จำเป็นต้องตอบ” ฉันเม้มปากแน่นทันทีเมื่อได้รับคำตอบแบบนั้น ดูเหมือนที่ผ่านมาจะมีแค่ฉันคนเดียวที่กระวนกระวายเรื่องเขา ขนาดตอนนี้ทั้งที่รู้ทั้งรู้ว่าเขากำลังจะทำอะไร แต่ก็ไม่อาจหนีไปได้เพียงเพราะไม่อยากให้อิงฟ้ามาที่นี่


...ฉันนี่มันอ่อนแอจริง ๆ


“หนูอยากกลับบ้านค่ะ”


“กลับได้ แต่จะไม่ได้เจอกันอีก”


“ทำไมคะ”


“ไม่รู้จริงหรือแกล้งไม่รู้” เป็นคำถามที่ไม่ต้องการคำตอบ เพราะเมื่อถามจบพี่นักรบก็เดินหายเข้าไปในห้องนอน ส่วนฉันก็ยังคงยืนอยู่ที่เดิม กำสายกระเป๋าแน่น ใช้ความคิดอย่างหนักเพื่อตัดสินใจเลือกทางให้ตัวเอง


ถ้าฉันเลือกกลับบ้านพี่เขาก็จะไม่ทำอะไรแต่ต้องแลกกับการไม่ได้เจอเขาอีก แต่ถ้าฉันยอมเขาแต่โดยดีฉันจะยังมาเจอเขาได้เหมือนปกติ...ใช่ไหม? แล้วถ้าฉันเลือกอย่างหลังวิวาห์จะโกรธไหมนะ


“สรุปจะกลับไหม” หันไปมองตามเสียงก็พบกับพี่นักรบที่เนื้อตัวเปียกชื้น มีผ้าขนหนูพันรอบเอวยืนกอดอกพิงกรอบประตู นี่ฉันยืนคิดเรื่องของเขาอยู่นานแค่ไหนแล้วเนี่ย “ถ้าจะกลับจะให้คนไปส่ง”


“คือ...”


“อย่าช้า”


“มะ ไม่กลับค่ะ”


“บอกไว้ก่อนว่าฉันไม่ได้บังคับเธอ”


“ค่ะ หนูเต็มใจเอง...” เมื่อได้ฟังคำพูดของฉันพี่นักรบก็พยักหน้ารับอย่างพึงพอใจ ต่อมาฉันก็ถามคำถามหนึ่งกับเขาไปเพื่อความแน่ใจ “หนูยังมาเจอพี่ได้ใช่ไหมคะ”


“ถ้าไม่ล้ำเส้นก็ไม่มีปัญหา” พูดจบก็วางมือไว้บนหัวฉัน จากนั้นก็ออกแรงลูบเบา ๆ คล้ายเอ็นดูนักหนา “เชื่อฟังฉันแล้วเป็นเด็กดี ทุกอย่างจะออกมาดีเอง”





ต่อมาฉันก็ถูกพาเข้ามายังห้องนอน ทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วจนฉันประมวลผลไม่ทัน ไม่รู้ว่าฉันควรจะรู้สึกยังไง ในใจมันมีความกังวล กระวนกระวาย บางครั้งก็เขินอาย บางครั้งก็เหมือนจะขาดใจตายให้ได้ ฉันยอมเป็นเด็กดี ไม่ขัด ไม่ว่าอะไรสักอย่าง ปล่อยให้พี่นักรบทำทุกอย่างตามความต้องการของเขา 


ซึ่งฉันไม่รู้เลยว่าการเลือกทางนี้มันจะส่งผลต่อฉันในอนาคตอันใกล้นี้



กิจกรรมรักสิ้นสุดลงเมื่อเวลาผ่านไปหลายชั่วโมง ฉันนอนหมดสภาพอยู่บนเตียงกว้าง พยายามฝืนร่างกายอันบอบช้ำหยัดตัวลุกขึ้นนั่งโดยใช้หลังพิงกับหัวเตียง มองไปยังประตูห้องน้ำที่พี่นักรบเข้าไปเมื่อไม่กี่นาทีก่อน จากนั้นก็ยกยิ้มขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ 


ตอนนี้ฉันให้เขาได้แล้ว เขาจะไม่ไปหาคนอื่นแล้ว...


...คิดแบบนั้นทั้ง ๆ ที่ไม่รู้เลยว่าความคิดของตัวเองนั้นมันงี่เง่าสิ้นดี


“พี่นักรบจะไปไหนเหรอคะ” ถามขึ้นเมื่อเห็นว่าคนที่ออกมาจากห้องน้ำเดินมาหยิบกระเป๋าสตางค์ กับกุญแจรถที่โต๊ะเล็กข้างหัวเตียง “หรือว่ามีธุระ”


“กลับบ้าน” อย่างนี้นี่เอง “ไหวแล้วค่อยกลับ คนของฉันอยู่ข้างนอก พวกนั้นจะไปสง”


“หนูกลับเองได้ค่ะ ไม่ลำบากหรอก”


“ตามใจ” พูดจบก็หันหลังก้าวขาไว ๆ ไปยังประตูห้องนอน เปิดมันออกแล้วเดินออกไป 







หลังจากมีครั้งที่หนึ่งแน่นอนว่าครั้งที่สองต้องตามมา ฉันยอมทุกอย่างเท่าที่ผู้หญิงคนหนึ่งจะยอมได้ 


แต่ว่านะ...ความสัมพันธ์ของฉันกับพี่นักรบในช่วงหลัง ๆ นี้มันไม่ดีขึ้นเลย ฉันรู้สึกกับพี่เขามากขึ้นเรื่อย ๆ ตั้งแต่ครั้งนั้น มากขึ้นอย่างรวดเร็วจนน่ากลัว รู้สึกหงุดหงิดงุ่นง่านทุกครั้งที่ติดต่อพี่เขาไม่ได้ ในหัวมันคิดไปไกลจนเคยขึ้นเสียงใส่พี่นักรบไปหลายต่อหลายครั้ง และทุกครั้งก็เป็นฉันเองที่ต้องขอโทษ และขอให้เขาอย่าทิ้งกันไป


“อ้าวน้อง?


“สวัสดีค่ะพี่ซาน” ยกมือไหว้คนตรงหน้าแล้วมองผ่านไปทางด้านหลังเพื่อมองหาใครอีกคน...


วันนี้เป็นอีกวันที่ฉันติดต่อพี่นักรบไม่ได้ เลยจำเป็นต้องมาดักเจอเขาที่มหาวิทยาลัย แล้วฉันก็ไม่ได้บอกก่อนด้วยว่าจะมา เพราะถ้าบอกฉันคงโดนดุ แล้วก็ห้ามไม่ให้มาแน่


“พี่นักรบอยู่ไหนคะ”


“มันไม่ได้มาเรียน”


“แล้วพี่เขาไปไหนคะ”


“น้องโทรไปถามมันดูสิ”


“ถ้าหนูติดต่อพี่นักรบได้หนูจะมาถามหากับพี่ทำไม” เมื่อฉันเริ่มทำตัวไม่น่ารักพี่ซานก็ขมวดคิ้วแล้วมองฉันอย่างไม่ชอบใจ ต่อมาก็ถอนหายใจออกมาแล้วทำท่าจะเดินผ่านฉันไปแต่ก็โดนฉันรั้งไว้ก่อน “สรุปว่าตอนนี้พี่นักรบอยู่ไหนคะพี่ซาน”


“ไม่รู้ อยากรู้ก็หาเอง” ได้ยินแบบนั้นก็กัดริมฝีปากตัวเองแน่น ต่อมาพี่ซานก็พูดกับฉันว่า “พี่ว่าน้องทำใจเถอะ ลองมันได้เป็นแบบนี้แล้วน้องคงโดนเขี่ยทิ้งสักวัน”


“ทะ ทำไมพี่ถึงพูดแบบนี้...”


“ถึงจะใจร้ายไปหน่อยแต่พี่พูดจริง” ตบบ่าฉันสองสามครั้งอย่างเห็นใจก่อนจะเดินออกไปจากจุดที่ฉันอยู่...


โดนเขี่ยทิ้งอย่างนั้นหรอ 


ไม่มีทาง ฉันไม่ยอมเด็ดขาด ในเมื่อฉันก็ให้ไปทุกอย่างแล้ว เขาจะมาทิ้งฉันได้ยังไง!



ในเมื่อพี่เขาไม่อยู่ที่มหาวิทยาลัยฉันจึงตัดสินใจมาที่คอนโดของพี่นักรบที่เคยมาแล้วหลายครั้ง ที่นี่ถ้าไม่ได้รับอนุญาตก็เข้าไม่ได้ ดังนั้นฉันจึงยังยืนรออยู่ที่หน้าคอนโด


“ไง นังเด็กขี้ขโมย” เสียงหนึ่งดังขึ้นจากทางด้านหลัง


“อิงฟ้า?


“ทำไมมองฉันด้วยสายตาแบบนั้นล่ะ” คนตรงหน้าเหยียดสายตามอง จากนั้นก็หัวเราะในลำคอ ก่อนจะพูดประโยคที่ทำให้ฉันฟิวส์ขาดขึ้นมา “หรือว่าโดนเขี่ยทิ้งแล้ว”


“ฉันไม่ได้โดนทิ้ง!


“เหรอ? ยังไม่โดนทิ้งแต่ทำไมนักรบถึงเรียกฉันมาล่ะ”


“หมายความว่ายังไง”


“หมายความว่าเขาเบื่อมึงแล้วไงอีโง่!


เพียะ!


“นี่มึงกล้าตบกูเหรอ?!” ฉันเองก็ตกใจไม่น้อยที่พลั้งมือไปตบเข้าที่ใบหน้าของอิงฟ้าแบบนั้น แต่สิ่งที่เธอพูดมันทำให้ฉันอดไม่ไหวจริง ๆ 


...แต่ก่อนฉันเป็นคนบอกวิวาห์ให้ใจเย็นเองแท้ ๆ 


แต่วันนี้ฉันกลับทำแบบที่วิวาห์ทำ


“มีปัญหาอะไรกัน” คนที่ทำให้ฉันวุ่นวายใจเดินมาจากทางลานจอดรถแล้วถามขึ้นเสียงขรึม และยังไม่ทันที่ฉันจะได้อ้าปากตอบอะไร อิงฟ้าก็เข้าไปกอดแขนออเซาะพี่นักรบเสียแล้ว


“ก็เด็กนี่มันตบอิงน่ะสิคะ”


“ทำเขาทำไม?” หันมาถามฉันเสียงเขียว


“ก็เขาว่าหนูก่อน”


“รับความจริงไม่ได้เองมากกว่า” 


ได้ยินดังนั้นฉันจึงตวัดสายตาไปมอง คนโดนมองอย่างอิงฟ้าก็ไม่ได้สะทกสะท้านอะไร แถมยังลอยหน้าลอยตาใส่จนฉันโมโหขึ้นมาอีกรอบ ดังนั้นเลยเดินเข้าไปกระชากอิงฟ้าออกจากคนของตัวเอง จากนั้นก็ผลักเธอจนล้มลงกับพื้น 


“อีบ้า!


“อย่ามายุ่งกับพี่นักรบ!


“ทำไมฉันจะยุ่งไม่ได้ ในเมื่อเขาไม่ได้เป็นของแก!


“เขาเป็นของฉัน! พี่นักรบเป็นของฉัน!


“มันว่าอย่างนั้นแหละค่ะนักรบ” อิงฟ้าหันไปพูดกับพี่นักรบแล้วแสยะยิ้ม ดังนั้นฉันจึงหันไปมองบ้าง...


สิ่งที่ฉันเห็นคือดวงตามืดครึ้มของเขา แต่ว่าทำไมต้องมองฉันแบบนั้นด้วย ก็ในเมื่อที่ฉันพูดไปทั้งหมดมันเป็นความจริง พี่นักรบเป็นของฉัน เราเป็นของกันและกัน


“บอกว่าอย่าล้ำเส้น”


“ก็มันมายุ่งกับพี่!


“กลับไปก่อนไป”


“ไม่ค่ะ!


“จะเอาแน่?” ร่างฉันเย็นเฉียบทันที ฉันรู้ว่าถ้าฉันยังไม่หยุดมันจะเกิดอะไรขึ้น เขาคงจะหลบหน้าฉันหนักกว่าที่ผ่านมา หรือไม่ก็บอกให้ฉันเลิกยุ่งกับเขาไปเลย “ว่าไง”


ฉันเงียบ


“งั้นก็...”


“กลับก็ได้ค่ะ” ก่อนเขาจะพูดจบฉันก็ตอบกลับไป 


ก่อนกลับก็หันไปมองอิงฟ้าที่ลุกขึ้นมายืนกอดอกอยู่ข้าง ๆ พี่นักรบ จากนั้นก็เดินกระแทกเท้าไปโบกแท็กซี่กลับบ้าน โดยที่ตลอดทางฉันคิดอยู่ตลอดว่าจะทำยังไงกับสถานการณ์ตอนนี้ดี 


ทำยังไงพี่นักรบถึงจะกลับมาเป็นของฉันเหมือนเดิม...






“คุณหนู ร้องไห้ทำไมคะนั่น”


“ไม่มีอะไรค่ะ”


“ใครทำอะไรหรือเปล่าคะ”


“ก็บอกว่าไม่มีอะไรยังไงล่ะคะ!


“คุณหนู...”


“ขอโทษค่ะ” เมื่อรู้ตัวว่าขึ้นเสียงใส่แม่นมที่ดูแลกันมาตั้งแต่เล็กแต่น้อยก็ยกมือขึ้นไหว้ขอโทษแล้ววิ่งขึ้นมาบนห้องนอน ขังตัวเองอยู่ในห้องเป็นรอบที่เท่าไรก็ไม่อาจนับได้


“ฮึก! เอายังไงดีวิเวียน...”



Ringtone ~


-ดินสอ-


“ฮัลโหล” รับสายพร้อมปรับเสียงไม่ให้สั่น “มีอะไรหรือเปล่าดินสอ”


[มึงมีปัญหาอะไรหรือเปล่าวิเวียน]


“เปล่า”


[แล้วทำไมเสียงแปลก ๆ]


“ฉันดูซีรีส์อยู่ มันเศร้าเลยร้องไห้” โกหกออกไปคำโต ถ้าเกิดว่าดินสอรู้ว่าฉันไปทำอะไรมาคงจะโกรธฉันแน่ แล้วดินสอก็จะต้องบอกให้ฉันเลิกยุ่งกับพี่นักรบ ซึ่งฉันไม่มีทางยอมอยู่แล้ว


[ถึงว่า...พรุ่งนี้ว่างป่ะ ไปซื้อหนังสือติวเป็นเพื่อนหน่อยสิ]


“ได้เลย ถ้าอย่างนั้นก็เจอกันที่ห้างนะ”


[โอเค เจอกันเว้ย] ฉันรีบกดวางสายแล้วซุกหน้าลงกับหมอน ก่อนจะปล่อยให้ตัวเองร้องไห้ออกมาอีกครั้ง


...รู้จักกันมาได้ไม่กี่เดือนแท้ ๆ แต่ฉันต้องร้องไห้เพราะเขาไปกี่ครั้งแล้วก็ไม่รู้ ถ้าวิวาห์อยู่ฉันคงโดนด่าเละ





 

วันต่อมา...


เมื่อถึงเวลานัดฉันก็มารอดินสอที่ห้าง ไม่นานนักเธอก็มาถึง เราสองคนพากันไปหาซื้อหนังสือเตรียมสอบ ก่อนจะมานั่งกินขนมที่ร้านหนึ่งซึ่งอยู่ในตัวห้าง
              
ช่วงหลัง ๆ มานี้ฉันไม่ค่อยได้อ่านหนังสือเลย มัวแต่เอาเวลาไปตามพี่นักรบหมด เป้าหมายต่าง ๆ ที่ตั้งไว้ก็เริ่มมองไม่เห็นทาง แล้วถ้าจะให้กลับไปอ่านฉันก็คงจะยังตั้งสติไม่ได้...

ทำไมความรักของฉันมันถึงไม่ราบรื่นเหมือนคนอื่นเลยนะ


“วิเวียน!


“วะ ว่าไง เรียกซะเสียงดัง”


“เหม่ออะไรวะ กูเรียกตั้งนานแล้วนะ”


“คิดอะไรนิดหน่อยน่ะ”


“ไม่นิดแล้วแหละ หน้ามึงนี่อย่างกับคนแบกโลกไว้สิบใบ” ฉันได้แต่มองหน้าเพื่อนสนิทแล้วเม้มปากแน่นเท่านั้น ก็เป็นเพื่อนกันมานานนี่เนาะ ไม่แปลกหรอกที่ดินสอจะดูฉันออก “มีเรื่องอะไรก็เล่าให้กูฟังได้ เกิดมึงเป็นไรขึ้นมาวิวาห์จะฆ่ากูเอา”


“วิวาห์ไม่ทำแบบนั้นหรอก”


“แล้วสรุปเป็นอะไร”


“ไม่มีอะไรหรอก”


“แน่ใจนะ ถ้ารู้ทีหลังจะด่าให้” อมยิ้มให้กับเพื่อน ก่อนจะตักฮันนีโทสต์เข้าปาก สายตาก็กวาดมองไปเรื่อย แต่ใครจะรู้ว่าการมองไปเรื่อยเปื่อยของฉันจะทำให้เจอกับภาพบาดตาบาดใจเข้า


...พี่นักรบอยู่กับอิงฟ้าที่ร้านอาหารที่เยื้องกับร้านที่ฉันนั่งอยู่


“ทำไมล่ะ...”


“บ่นไรของมึงวะ”


“เปล่า”


“เปล่าแล้วขมวดคิ้วทำไม” ยังไม่ทันที่จะได้อ้าปากตอบเพื่อนฉันก็เห็นสองคนนั้นกำลังจะเดินออกมาจากร้าน ดังนั้นจึงควักเงินออกมาวางทิ้งไว้บนโต๊ะแล้วเดินดุ่ม ๆ ออกมาด้านนอก โดยมีดินสอตามหลังมา “มึงจะไปไหน”


“กลับไปก่อนเลยดินสอ ฉันมีธุระ”


“ก็ไปด้วยกันเนี่ยแหละ กูว่าง”


“ไม่เป็นไร” เพราะไม่อยากให้เพื่อนรับรู้อะไรที่มันแย่ ๆ เลยไม่อยากให้มาด้วย 


แต่เพื่อนฉันก็ดื้อเกินกว่าจะฟัง


ฉันเดินตามพี่นักรบกับอิงฟ้ามาจนถึงลานจอดรถที่เงียบสงัด ก่อนที่อิงฟ้าจะได้ขึ้นไปนั่งบนรถฉันก็กระชากแขนเธอออกมาแล้วเหวี่ยงเธอลงกับพื้น ขึ้นไปคร่อมบนตัวแล้วตวัดมือตบเข้าที่ใบหน้าเนียนสวย


เมื่อวานก็อยู่ด้วยกัน แล้วทำไมวันนี้ถึงต้องมาอยู่ด้วยกันอีก...


เคยเห็นหัวฉันบ้างไหม!


“เฮ้ยมึง! หยุดเลย” ดินสอที่เข้ามาห้ามก็โดนฉันผลักจนกระเด็น “มึงพอเหอะ นี่มันอะไรกันวะ?!


“โอ๊ย! อีบ้า!


“หยุด!” คราวนี้เป็นพี่นักรบที่ส่งเสียงห้ามปรามขึ้นมาบ้าง เมื่อส่งเสียงแล้วฉันไม่ฟัง พี่เขาก็เดินมากระชากฉันให้ลุกขึ้นจากตัวอิงฟ้า พลิกฉันหันหน้าเข้าหาตัว แล้วตะโกนใส่หน้า “เป็นบ้าอะไร?!


“ก็พี่จะมาอยู่กับมันทำไม?!


“ล้ำเส้นกันเกินไปแล้ว”


“มันเป็นสิทธิ์ของหนู หนูเป็นเมียพี่นะ!


“นี่มึงพูดอะไรออกมา?” เหลือบไปมองเพื่อนที่ถามขึ้นมาอย่างตกใจ เพราะแบบนี้ไงเลยไม่อยากให้มาด้วย ฉันไม่อยากให้เพื่อนผิดหวัง “พี่ทำอะไรเพื่อนดิน?!


“มันไม่ใช่เรื่องของเธอดินสอ”


“แต่นั่นมันเพื่อนดินนะ!


“อย่ามายุ่ง!” กดเสียงต่ำจนคนฟังหน้าซีดเซียว จากนั้นก็หันกลับมามองฉันอย่างเต็มตา 


มือหนาที่จับต้นแขนฉันทั้งสองข้างก็ออกแรงบีบจนเจ็บไปหมด ฉันกลัวเขาในตอนนี้ยังไงก็ไม่รู้สิ 


“เธอ...ไม่ใช่เมียฉัน!


“พี่พูดอย่างนี้หมายความว่ายังไง?!


“ฉันไม่น่าเข้าไปยุ่งกับเธอตั้งแต่แรกเลยว่ะ” พูดจบก็ปล่อยแขนฉัน มองกันอย่างสมเพช ก่อนจะหมุนตัวกลับไปที่รถ แน่นอนว่าฉันไม่ยอมอยู่เฉย รีบวิ่งไปดึงแขนพี่นักรบไว้เพื่อไม่ให้เขาไปไหน “อะไรอีก!


“พี่จะไม่รับผิดชอบหนูเหรอ?!


“รับผิดชอบ?” แค่นเสียงหัวเราะแล้วพูดต่อว่า “เธอเต็มใจเองนะอย่าลืม”


“แต่...”


“เลิกยุ่งกับฉันซะถ้ายังไม่อยากเดือดร้อน” มองกันด้วยสายตาเย็นชา ก่อนจะกระชากมือฉันที่จับแขนเขาออก ต่อมาไม่นานก็มีชายชุดดำเข้ามาดึงตัวฉันให้ออกห่างจากวิถีทางเดินรถ ฉันได้แต่ดีดดิ้นแล้วมองตามรถคันหรูของพี่นักรบอย่างเจ็บใจ


“ปล่อยฉัน!


“ผมว่าคุณทำตามที่คุณนักรบบอกดีกว่า”


“เขาไม่ฆ่าฉันจริง ๆ หรอก เขาแค่...”


...เขาแค่ขู่


“ถ้ายังไม่รู้จักเขาดีพอก็อย่าลองดี” ครั้นเมื่อฉันถูกปล่อยให้เป็นอิสระ ร่างทั้งร่างก็ทรุดฮวบลงกลับพื้น สองมือก็ทุบลงกับพื้นปูนจนเจ็บแสบไปหมด


“เฮอะ น่าสมเพชจริง ๆ นะมึง”


“อิงฟ้า...”


“จะบอกให้เอาบุญนะ ถ้ายังไม่อยากเดือดร้อนอย่างที่เขาพูดก็อย่าสาระแนไปยุ่งกับเขาอีก แล้วก็ไม่ต้องเสียใจไปหรอกนะ เพราะนักรบเขาก็แบบนี้แหละ กินเบื่อแล้วเขาก็เขี่ยทิ้ง...แบบมึงไงวิวาห์” พูดจบเจ้าของใบหน้าฟกช้ำก็เดินไปอีกทาง


ฉันมันโง่เองที่หลงระเริงไปกับความรู้สึกดีจอมปลอมนั่น...


“ไม่จริง!


“กลับกันเถอะมึง”


“ทำไมต้องเป็นแบบนี้ด้วยดินสอ”


“มึงน่าจะรู้ดีไม่ใช่เหรอวิเวียน”


“ฉันไม่รู้อะไรทั้งนั้น...”


“เลิกหลอกตัวเองสักทีเถอะวิเวียน เพราะนี่มันไม่ใช่ชีวิตของมึงไง มึงเลยต้องมาเจอเรื่องบัดซบแบบนี้!” เพราะแค่นี่ไม่ใช่ชีวิตของฉันน่ะเหรอ โลกมันไม่เคยยุติธรรมกับฉันเลยสักครั้ง 


ไม่เลยตั้งแต่ฉันเกิดมา...




ฉันเกิดวันที่ 21 สิงหาคม 


และฉันก็ตายวันที่ 21 สิงหาคม ในปีเดียวกัน... 



ใช่ ฉันตายแล้ว เกิดมาได้ไม่กี่นาทีก็ตายเพราะหัวใจวาย...


ทั้งหมอและพยาบาลพยายามช่วยฉันสุดชีวิตนั่นแหละ แต่สุดท้ายก็ช่วยฉันไว้ไม่ได้ ต่างกับวิวาห์ที่สมบูรณ์แข็งแรงดีทุกอย่าง และต่อมาไม่นานนักแม่บังเกิดเกล้าของฉันก็ตรอมใจที่เสียลูกสาวอีกคนไป สุดท้ายก็ลาจากโลกแล้วทิ้งวิวาห์ไว้กับพ่อ


ฉันสามารถคุยกับวิวาห์ได้ประมาณห้าขวบ วิวาห์มองเห็นฉัน จากนั้นเราก็เป็นเพื่อนเล่นกันมาตลอด ทำเหมือนกับว่าฉันมีชีวิตอยู่ นอกจากวิวาห์ก็มีนมดอกไม้ที่รับรู้ว่ามีฉันอยู่บนโลก ส่วนอีกคนก็คือดินสอ...เพื่อนของฉันคนนี้สามารถมองเห็นวิญญาณได้


เวลาที่วิวาห์ออกไปเรียนฉันก็ต้องอยู่บ้านคนเดียว ตอนนั้นฉันรู้สึกเหงาเลยขอไปกับวิวาห์ด้วย จากนั้นมาเราสองพี่น้องก็อาศัยอยู่ในร่างเดียวกัน โดยผลัดกันออกมาใช้ชีวิตคนละวัน 


ตอนแรกมันก็สนุกดีอยู่หรอก แต่พอฉันโดนเพื่อนแกล้งวิวาห์ก็จะเปลี่ยนตัวออกมาทันที สุดท้ายก็จบด้วยการทะเลาะวิวาท และเราทั้งสองคนก็ต้องย้ายโรงเรียน ฉันไม่ชอบที่วิวาห์ทำแบบนั้น เราเลยทะเลาะกันทุกครั้งเวลามีเรื่องที่โรงเรียน 


จนเมื่อตอน ม.ห้าที่ฉันทนไม่ไหวจริง ๆ เลยออกปากไล่วิวาห์ ไล่เธอทั้ง ๆ ที่ตัวเองไม่มีสิทธิ์ เธอเป็นเจ้าของร่าง แต่กลับยอมให้วิญญาณอย่างฉันได้ใช้ชีวิตอย่างคนปกติ


“คุณหนูเป็นเป็นไรคะ วันนี้ก็ร้องไห้มาอีกแล้ว”


“นมคะ...” เรียกแม่นมเสียงอ่อนแล้วเข้าไปกอดเธอแน่น 


มันคงถึงเวลาที่ฉันต้องยอมรับสักทีว่าตัวเองนั้นตายไปแล้ว ฉันไม่สมควรที่จะใช้ชีวิตอยู่อย่างมนุษย์ทั่วไปอีกแล้ว


“เป็นอะไรคะ บอกนมได้ไหม”


“วิขอโทษ...”


“คุณวิเวียน”


“วิจะเอาวิวาห์มาคืนให้นะคะ แล้ววิก็จะไปตามทางของวิ...”


“ฮึก! คุณหนูจะไปไหนคะ”


“ไปในที่ที่วิควรจะไปตั้งแต่แรกค่ะ” ฉันผละออกมายืนดี ๆ ก่อนจะยกมือขึ้นปาดน้ำตาให้แม่นม ยิ้มอ่อนโยนให้เธอก่อนจะพูดว่า “ขอบคุณที่ดูแลเราสองคนนะคะ พอวิไม่อยู่แล้ว วิฝากนมดูแลวิวาห์ด้วยนะคะ”


“ค่ะ นมจะดูแลให้ คุณหนูก็โชคดีนะคะ สักวันเราคงจะได้เจอกันอีก”


“วิจะรอวันนั้นนะคะ สวัสดีค่ะ” เมื่อลาแม่นมเรียบร้อยฉันก็หันกลับไปหาดินสอ เพื่อนคนนี้ไม่ใช่คนที่ร้องไห้ง่าย ๆ แต่บัดนี้กลับร้องไห้ไม่หยุด “ขอบคุณนะดินสอ ขอบคุณมากจริง ๆ”


“ไม่เป็นไรเว้ย มึงก็เพื่อนกูเหมือนกัน”


“ถ้าฉันไปแล้ว แกขึ้นไปดูวิวาห์ให้หน่อยนะ”


“ได้ โชคดีนะวิเวียน”


ฉันยิ้มให้เพื่อนก่อนจะเดินขึ้นมาบนห้องนอน เปิดคอมพิวเตอร์แล้วพิมพ์เรื่องราวที่ต้องการบอกเล่าให้เขาได้รับรู้ลงไปในกล่องข้อความ...


ฉันต้องรับผิดชอบการกระทำของตัวเองก่อนไป ต้องเล่าเรื่องของตัวเองให้พี่นักรบได้รับรู้ เผื่อว่าในอนาคตพี่นักรบกับวิวาห์ได้เจอกัน เขาทั้งสองคนจะได้ไม่ต้องบาดหมางกันเพราะฉัน 


ไม่รู้ว่าอีเมลนี้จะถูกเปิดอ่านไหม ถ้าพี่นักรบได้อ่านก็คงดี แต่ถ้าไม่ได้อ่าน...ก็ไม่เป็นไร ถือว่าฉันได้บอกเรื่องที่ควรบอกไปแล้ว


“วิวาห์ ตอนนี้เธออยู่ไหน” เอ่ยเรียกด้วยน้ำเสียงสั่นไหว “ฉันขอโทษนะวิวาห์ ฉันมันแย่เองที่พูดกับเธอแบบนั้น ออกมาหน่อยได้ไหม ฉันอยากเจอเธอมากเลยตอนนี้”


ทุกอย่างยังคงเงียบสงัด ไม่มีเสียงตอบรับจากคนที่ฉันกำลังรอคอย


“กลับมาเถอะนะ ไม่ต้องไปไหนแล้ว มาเอาร่างของเธอคืนไปเถอะ ฮึก! กลับมาใช้ชีวิตของเธอต่อนะ”


“พอใจแล้วหรือไง” น้ำเสียงคุ้นหูที่ไม่ได้ยินมานานดังขึ้น ฉันมองไปรอบห้องก็ไม่เจอเธอ “ไม่ต้องมองหา”


“ออกมาหน่อยได้ไหม ฮึก! ออกมาเจอกันหน่อย”


“ฉันถามว่าใช้ชีวิตจนพอใจแล้วหรือไง” 
              
“ฮึก! ฉันไม่เอาแล้ววิวาห์...ไม่เอาอีกแล้ว” ร้องไห้สะอึกสะอื้นก่อนจะทรุดตัวลงนั่งกับพื้นกระเบื้อง ต่อมาก็ตั้งจิตให้มั่นแล้วออกมาจากร่างที่ฉันอาศัยอยู่นานนับสิบปี ถึงเวลาที่ต้องเลิกเห็นแก่ตัวแล้วคืนทุกอย่างให้วิวาห์ไปสักที


พึ่บ!


“เฮอะ!


“ขอโทษนะวิวาห์...ขอโทษจริง ๆ” เอ่ยกับคนตรงหน้าหลังจากที่ออกมาจากร่างได้สำเร็จ ใจจริงอยากจะเข้าไปกอดสักครั้งแต่ก็ทำไม่ได้ พลังวิญญาณของฉันตอนนี้อ่อนแรงเหลือเกิน “ขอโทษที่เอาร่างเธอไปทำเรื่องแย่ ๆ”


“ตอนทำทำไมไม่คิดให้มันดี ๆ ก่อน”


“เธอจะซ้ำเติมฉันทำไมนักหนา!


“เปลี่ยนไปเยอะนะวิเวียน” เมื่อได้รับสายตาดุดันจากพี่สาวฉันก็เม้มปากแน่น 


นั่นสินะ...จนถึงวินาทีสุดท้ายฉันก็ยังจะพูดจาแย่ ๆ อย่างนั้นกับวิวาห์อีก ฉันนี่มันไม่ได้เรื่องเลยจริง ๆ


“ฉันขอโทษ...”


“นี่ถ้าไม่โดนทิ้ง เธอก็คงไม่คิดจะเรียกฉันออกมาหรอกใช่ไหม” มองฉันอย่างเวทนาก่อนจะลุกขึ้นยืน ถ้าเกิดว่าวิวาห์จับตัวฉันได้ เธอคงตีฉันจนตัวเขียวเป็นแน่ “ไอ้เวรนั่นมันเป็นใคร”


“เรื่องมันจบแล้ววิวาห์”                                                 


“แน่สิ! เพราะเวลาของเธอมันหมดตั้งแต่พาฉันออกมาแล้ว!” 


ถึงจะตะโกนใส่อย่างเกรี้ยวกราด แต่น้ำตาที่ไหลอาบใบหน้านั่นทำให้รู้ได้ทันทีว่าเธอกำลังเสียใจ 


“ฉันยอมให้เธอใช้ร่างเพราะอยากให้เธออยู่กับฉัน ถึงเธอจะไล่ฉันออกไปจากชีวิตแต่เราก็ยังอยู่ข้าง ๆ กันตลอดเวลา ฉันยอมไม่มีตัวตนบนโลกใบนี้เพราะแค่อยากให้เธออยู่กับฉัน แต่เพราะผู้ชายคนนั้นคนเดียว เพราะมัน...เธอถึงต้องไปจากฉัน! เพราะมันทำให้ฉันไม่เหลือใครสักคน!


“ขอโทษนะ...ถ้าฉันไม่ไปยุ่งกับเขา เราคงได้อยู่ด้วยกันต่อ”


“ฉันต้องทำยังไงต่อวิเวียน ฉันต้องอยู่บนโลกงี่เง่านี่คนเดียวน่ะเหรอ”


“เธอยังมีดินสอ มีนมดอกไม้ แล้วก็มีพ่อนะ”


“พ่อ?” ทวนคำแล้วหัวเราะในลำคออย่างเจ็บปวด “คนที่โทษว่าทุกอย่างเป็นเพราะฉันคนนั้นน่ะเหรอวิเวียน”


“วิวาห์...”


“ฉันทำให้เธอตาย ฉันทำให้แม่ตาย...ฉันทำจริง ๆ เหรอวะ?!


“ไม่เลยวิวาห์ เธอไม่ได้ทำอะไรเลย ฉันมันอ่อนแอเองที่เติบโตขึ้นมาพร้อมเธอไม่ได้ ส่วนเรื่องแม่...เป็นเพราะฉันตายแม่ถึงต้องตรอมใจตายตาม ทุกอย่างมันเป็นเพราะฉันเอง” 


วันนั้นฉันไม่น่าโทษวิวาห์เลย รู้ทั้งรู้ว่าวิวาห์ต้องจิตตกทุกครั้งเวลามีคนบอกว่าเธอทำให้แม่กับน้องต้องตาย 


“ฉันขอโทษนะวิวาห์”


“ไม่ต้องมาพูดดี เธอจะไม่อยู่แล้วยังจะมาปลอบอะไรฉันอีก!


“ฟังนะวิวาห์ ฉันอยู่กับเธอตลอด...อยู่ในใจไง”


“ฮึก! ไม่เอา ฉันจะให้เธออยู่ด้วย...”


“ฉันก็อยากอยู่กับเธอ แต่ฉันไม่ไหวแล้ววิวาห์”


“เพราะไอ้บ้านั่น!


“ไม่ทั้งหมดหรอกนะ”


“หมายความว่ายังไง?” ฉันเม้มปากแน่นแล้วส่ายหัว เรื่องนี้ฉันพูดไม่ได้หรอก มันไม่ใช่เรื่องที่ฉันจะต้องพูด แต่อีกไม่นานวิวาห์ก็จะรู้เอง “บอกมาวิเวียน!”            


“ดินสอจะเป็นคนบอกเธอเอง”
              

“นะ นี่เธอ...” วิวาห์เบิกตากว้างเมื่อเห็นว่าร่างของฉันกำลังจะแตกสลาย เธอพยายามจะคว้าฉันไว้แต่ก็ไม่เป็นผล ฉันบอกแล้วไงว่าตอนนี้พลังวิญญาณฉันมันอ่อนแรง ทำให้วิวาห์จับตัวฉันไม่ได้เหมือนแต่ก่อน “ฮึก ไม่ ไม่เอาแบบนี้สิ ฉันไม่ยอมให้มันเป็นแบบนี้หรอกนะ”


“ฉันรักเธอนะวิวาห์ เธอเป็นพี่สาวที่ดีที่สุดในโลกเลย”


“ฮึก! กลับมาก่อนวิเวียน”


“มีความสุขมาก ๆ นะ อย่าใจร้อนด้วยจะได้ไม่ต้อง ฮึก! ย้ายที่เรียนอีก”


“ฉันจะใจร้อน! เธอต้องกลับมาห้ามฉันสิ ห้ามไปนะ!


“ฮึก...พอแล้ววิวาห์”


“ไอ้วาห์!” เป็นดินสอที่ดึงวิวาห์ไปกอดไว้เพื่อไม่ให้วิวาห์มาคว้าร่างฉันไว้อย่างเปล่าประโยชน์ เธอมีเพื่อนที่ดีมาก ๆ เลยนะวิวาห์ ถึงไม่มีฉัน...แต่ดินสอจะช่วยให้เธอผ่านเรื่องพวกนี้ไปได้


“ปล่อยกู!” วิวาห์ยังคงพยายามสะบัดตัวออกจากการเกาะกุมของดินสอ จนสุดท้ายก็หลุดออกมาได้เพราะดินสอต้านแรงของวิวาห์ไม่ไหว ก่อนที่ฉันจะหายไปจริง ๆ วิวาห์ก็พุ่งเข้ามาหาเพื่อที่จะกอด ความพยายามของเธอไม่เป็นผล ดังนั้นเธอจึงทรุดนั่งลงไปกับพื้น แล้วร้องไห้ออกมาอย่างน่าสงสาร


“วิวาห์ฉันขออะไรสักอย่างได้ไหม”


พยักหน้ารับอย่างบ้าคลั่งแล้วพูดออกมาว่า “ได้ ฉันให้ได้ทุกอย่างเลย...”


“เธอมีความสุขให้ฉันได้ไหม” ไม่รู้ว่าสิ่งที่ขอมันมากเกินไปไหม แต่ฉันอยากให้วิวาห์มีความสุขกับชีวิตจริง ๆ สักที บางทีถ้าเราไม่เจอกันตั้งแต่แรกวิวาห์ก็อาจจะมีความสุขไปแล้ว “ทำให้ฉันหน่อยนะ”


“ฮึก! ก็ได้”


“ขอบใจนะวิวาห์” ส่งยิ้มอย่างอบอุ่นส่งไปให้เป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะพูดว่า “ลาก่อน พี่สาวของฉัน”


“มะ...ไม่นะ ไม่!!


จบบทพิเศษ








Complete 120%






Talk


ความสัมพันธ์ของวิเวียนกับวิวาห์คล้ายกับการโดยผีสิง

จะต่างกันที่วิวาห์ยอมให้น้องใช้ร่างเพื่อที่จะได้อยู่ด้วยกัน

แต่เพราะวิเวียนอยากใช่ชีวิตเหมือนคนปกติทั่วไป

ตอนนั้นเลยไล่วิวาห์ไปที่อื่น แต่วิวาห์ไปอยู่ที่ไหนมานั้น

เดี๋ยวมีเฉลยในตอนหน้านะคะ











ปล. ไม่มี NC นะที่รัก





Character









รูปภาพจาก Pinterest



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 498 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

447 ความคิดเห็น

  1. #345 akao_aot (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 เมษายน 2564 / 20:32
    ดีมากแต่งดีมากเลยแงง
    #345
    0
  2. #177 -kitten (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 เมษายน 2564 / 02:15
    พีคมากเลยค่ะ แอบขนลุกเบาๆ55555
    #177
    0
  3. #62 DangBenchamas (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 มีนาคม 2564 / 08:26
    รอค่ะ สนุกแล้ว ต้องให้วิวา มาปราบพี่นักรบ อิอิ
    #62
    0
  4. #61 natty2338 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 มีนาคม 2564 / 07:00
    เย้เย้
    วิวาห์แซ่บแน่นอน
    #61
    0
  5. #60 firstzy93 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 มีนาคม 2564 / 01:25
    วิวาห์จะเป็นยังไงต่อ
    #60
    0
  6. #59 mielovekie (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 มีนาคม 2564 / 00:09
    รอนะคะ

    เนื้อหาน่าติดตามต่อมากค่ะ อยากรู้แล้วว่าวิวาห์จะทำยังไงต่อไป
    #59
    0
  7. #58 StronglyLoaom (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 มีนาคม 2564 / 22:22
    นักรบทำไมก่อนน เเงงเเอบปลดว่าที่พระเอกทิ้ง
    #58
    0
  8. #57 Rich99 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 มีนาคม 2564 / 21:40
    คลายปมแล้ว ต่อค่ะ สนุกมาก
    #57
    0
  9. #56 Rungru (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 มีนาคม 2564 / 21:15

    รอออ ....จ้า มาเร็วๆน๊า...

    #56
    0
  10. #54 Nongladdawan (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 มีนาคม 2564 / 20:36
    เนื้อเรื่องน่าติดตามค่ะ สนุกๆๆ
    #54
    0
  11. #53 APK87 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 มีนาคม 2564 / 20:31
    ขอวิวาห์แซ่บๆนะ มีเอาคืนให้น้องสาวแน่ แค่คิดก็เด็ดแน้ววววว
    #53
    0
  12. #51 natty2338 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 มีนาคม 2564 / 07:29
    มีคน1ตายเลยมีอีกคนแทนแน่นอน
    แซ่บๆนะเอาให้นักรบหันกับมาเดินตามรักบ้าง
    ขอให้เป็นเนื้อเรื่องแบบนี้
    แต่ไม่ชอบสองบุคลิกน่ะ
    #51
    0
  13. #50 mielovekie (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 มีนาคม 2564 / 00:49
    ทำไมเกือบทุดคนเรียกวิวาห์แล้วทำไมวิเวียนเรียนโฮมสคูล
    #50
    0
  14. #49 MinimalJ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 มีนาคม 2564 / 23:11

    พระเอกคือนักรบจริงๆ เหรอเนี่ย


    ปล.วิเวียนคือจิตวิญญาณที่อยู่ในตัววิวาห์เหรอ หรือยังไงอะ แบบว่าตอนคลอดมีปัญหาแล้วหมอเลือกให้รอดได้แค่คนเดียว หรือเป็นเคสไคมีร่าจริงๆ

    #49
    0
  15. #48 Rich99 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 มีนาคม 2564 / 23:10
    อิงห้าเรียกวิวาห์ เหมือนนักรบ ก็เตยเรียกชื่อนี้ รึว่าวิเวียนมารับผล..... แทนวิวาห์ แล้วนางก็ ตา..ยจริงๆเหรอคะ เอ่อชอบรอ E-book เหอะ
    #48
    0
  16. #47 Tangkwatyl (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 มีนาคม 2564 / 22:54
    นักรบเป็นพระเอกจริงๆหรอ🥺
    #47
    0
  17. #45 naanaa2532 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 มีนาคม 2564 / 20:17
    หลังจากนี้นักรบจะรักวิวาห์ก่อนใช่ไหม
    #45
    0
  18. #44 APK87 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 มีนาคม 2564 / 20:09
    รอวิวาห์ปะทะกับนักรบเลยค่ะ น่าจะเร็วๆนี้
    #44
    0
  19. #43 Rungru (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 มีนาคม 2564 / 14:13

    ถ้าเป็นวิวาห์ปะทะนักรบคงสนุกแน่

    #43
    0
  20. #42 DangBenchamas (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 มีนาคม 2564 / 13:07
    ไม่น่าพลาดเลย สงสารนางเหมือนกัน ความเหงา ความไม่พร้อมของครอบครัว นะ
    #42
    0
  21. #41 MinimalJ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 มีนาคม 2564 / 12:10

    ผู้ชายแบบนักรบอย่าไปอยากได้เลย

    ฟันแล้วทิ้งชัดๆ


    นี่กลับไปคิดเรื่องวิว่ห์กับวิเวียน คิดไม่ออกจริงๆ

    ว่าถ้าไม่ใช่ลักษณะของโรคหลายบุคลิก (สองบุคลิก)

    หรือฝาแฝดจริงๆ มันจะเป็นแนวทางไหนได้บ้าง

    จะว่าเป็นไคมีร่าก็ไม่น่าได้เพราะแค่มี DNA 2 ชุด

    แต่แฝดอีกคนไม่มีตัวตน


    ยังไงก็จะติดตามอ่านต่อไปนะ

    แม้จะไท่ชอบพระเอกแบบนักรบแล้วก็เถอะ

    ขอให้วิเวียนตาสว่างไวๆ แล้ววิวาห์ออกมาสักที

    #41
    0
  22. #40 Orathaiff (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 มีนาคม 2564 / 11:06
    ไม่น่ารักเลย
    #40
    0
  23. #39 Rich99 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 มีนาคม 2564 / 08:03
    เอ่อ กรรมค่ะกรรม
    #39
    0
  24. #37 nuttha1990_ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 มีนาคม 2564 / 21:28
    ลูกโลกันต์ก็เหมือนโลกันต์นั่นแหละ แล้วดูเหมือนจะร้ายกว่าด้วยนะ
    #37
    0
  25. #36 firstzy93 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 มีนาคม 2564 / 21:04
    นักรบนิสัยไม่ดีเลย
    #36
    0