I am real | ฉัน... คือฉัน

ตอนที่ 1 : จุดเริ่มต้น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,374
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 214 ครั้ง
    28 ก.พ. 64








จุดเริ่มต้น

 






 “เฮ้ย วันนี้เอาร่างไหนมาโรงเรียนวะ” เสียงที่ร้องทักขึ้นมาเป็นของเพื่อนร่วมชั้นเรียนคนหนึ่ง คนที่เพิ่งกลับจากการซ้อมดนตรีทำเป็นไม่สนใจแล้วเดินกลับไปนั่งที่โต๊ะของตัวเอง


“หยิ่งว่ะ เพื่อนกูถามทำไมไม่ตอบ”


“ที่ไม่ตอบเพราะมันก็ไม่รู้เหมือนกันมั้งมึง”


กำหมัดแน่น พร้อมกันนั้นก็หายใจเข้าลึก ๆ หวังว่าพวกเพื่อนจะเลิกพูดจาหาเรื่องเธอสักที แต่ความหวังของเธอมันก็สูญสิ้นเมื่อหนึ่งในนั้นพูดออกมา


“ไปหาหมอมาหรือยังวะ สรุปว่าเขาได้บอกไหมว่ามึงเป็นโรคหลายบุคลิกอะ”


ปัง!


“พวกมึงเป็นเหี้ยอะไรมากป่ะ?!” เมื่อความอดทนที่มีอยู่น้อยนิดหมดลงก็ตบโต๊ะเสียงดัง ลุกขึ้นแล้วหันไปถามกับเพื่อนกลุ่มดังกล่าว เรื่องที่พวกมันพูดน่ะไม่ได้มีความจริงอะไรเลย โรคสองบุคลิกหรอ? บ้าบอสิ! ถึงจะบอกความจริงไปก็ไม่มีใครเชื่ออยู่ดี แถมยังจะหาว่าเธอนั้นเป็นโรคประสาทอีกด้วยมั้ง


“กูก็ถามดี ๆ ไหมวะ”


“ดีบ้านพ่อมึงเป็นแบบนี้เหรอ”


“อ้าวอีนี่ แค่นี้ถึงกับเล่นพ่อกูเลยเหรอ?!


“ทีมึงพูดไม่ดีกับกูล่ะ เคยนึกถึงความรู้สึกกูป่ะ”               
                

“มึงมันป่วยจริง ๆ นี่หว่า ตั้งแต่เข้า ม.สี่ มากูก็เห็นมึงทำตัวแปลก ๆ ทุกวัน เดี๋ยวก็ดีเดี๋ยวก็ร้าย ถ้ามึงไม่ได้ป่วยแล้วมึงเป็นอะไรวะ ผีเข้าเหรอ?” ถ้าสมองจะคิดได้แค่นี้...“ป่วยก็ยอมรับว่าป่วยดิ!


“ไอ้เหี้ยแต้ม!


“เฮ้ย! พวกมึงพอเหอะ เดี๋ยวอาจารย์มาเห็น”


“มึงอย่าเสือกดินสอ”


“ไอ้แต้ม มึงก็อย่าหาเรื่องมันดิ” หันไปเอ็ดเพื่อนร่วมห้องก่อนจะกระตุกแขนเพื่อนยิก ๆ ด้วยความที่เห็นแก่เพื่อนสนิทที่คบกันมาตั้งแต่ที่โรงเรียนเก่าอย่างดินสอ วิวาห์จึงยอมล่าถอยแล้วเดินกลับไปนั่งที่โต๊ะของตัวเอง “ไอ้วิวาห์ มึงก็ใจเย็นก่อน”


“ใครใช้ให้พวกมันปากหมา”


“เอาน่ามึง เดี๋ยววิเวียนจะมันใช้ชีวิตในโรงเรียนลำบากนะเว้ย”


“รู้แล้วน่า” เมื่อพูดถึงน้องสาวฝาแฝดก็อารมณ์ที่พุ่งขึ้นสูงก็สงบลงอย่างไม่น่าเชื่อ แต่ใครจะคิดว่าเพื่อนชายกลุ่มเดิมจะจุดชนวนขึ้นมาอีก แล้วคราวนี้ก็ทำให้วิวาห์เดือดสุด ๆ ในรอบปีเลยก็ว่าได้


“ได้ข่าวว่าเพราะมันเกิดมา เลยทำให้แม่มันต้องตาย”...มันไม่ใช่อย่างนั้นสักหน่อย ฉันไม่ได้เป็นคนทำ “พ่อก็มีเมียใหม่ไปแล้ว คนไม่มีใครรักอย่างมึงทำไมไม่ตาย ๆ ตามแม่มึงไปซะ”


“ไอ้แต้มมึงอย่าหาเรื่อง” เป็นอีกครั้งที่ดินสอปรามเพื่อนร่วมห้อง


“กูพูดความจริง เป็นเพราะมัน แม่กับ...”


พลั่ก!     
                

“อั้ก!” ไม่รอให้อีกฝ่ายพูดจบ วิวาห์ก็ยกเก้าอี้ที่นั้งขึ้นสูงก่อนจะทุ่มลงเพื่อนร่วมห้องอย่างแต้มสุดแรง การกระทำของหญิงสาวทำให้เพื่อนร่วมห้องคนอื่นตกใจเป็นอย่างมาก ไม่มีใครคิดว่าวิวาห์จะทำอะไรที่มันรุนแรงขนาดนี้ เพราะตั้งแต่ที่เข้าโรงเรียนมาวิวาห์ก็ควบคุมตัวเองได้ดีมาตลอด


“มึงลองพูดออกมาใหม่สิ กูจะเอาให้ตายเลย!


“ไอ้วิวาห์! มึงทำบ้าอะไรเนี่ย”


“มึงปล่อยกูดินสอ!”   

“แค่นี้มึงต้องทำมันขนาดนี้เลยหรอวะ?!” เพื่อนของแต้มถามเสียงดังเมื่อเห็นว่าแต้มสลบไปแล้ว แถมเลือดยังไหลออกมาไม่ขาดสายเลยอีก “อีโรคจิต!


“มึงก็อยากโดนแบบมันด้วยใช่ป่ะ”


“วิวาห์ พอเหอะเดี๋ยวครู...”  
                
“วันวิวาห์! ตามครูไปที่ห้องปกครองเดี๋ยวนี้!” เจ้าของชื่อมองครูประจำชั้นแล้วถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่าย มองเพื่อนที่กำลังถูกหามไปโรงพยาบาลด้วยแววตาสมเพช


เมื่อมาถึงห้องปกครองวิวาห์ก็เอาแต่นั่งเงียบไม่พูดไม่จากกับใครสักคำ ต่อให้ครูประจำชั้นจะพยายามถามหาเหตุผลของกระกระทำอย่างใจเย็นก็ตาม


ก๊อก ก๊อก ก๊อก


ประตูห้องปกครองถูกเคาะจนเกิดเสียงก่อนที่ผู้มาใหม่อย่างวัชระจะเข้ามาข้างใน เขามองไปยังวิวาห์ที่นั่งนิ่งไม่แม้แต่จะเงยหน้ามองเขาอย่างเงียบงัน


“สวัสดีครับคุณครู”


“สวัสดีค่ะคุณพ่อ” ครูประจำชั้นทักทายกลับอย่างเป็นมิตร “ที่ครูเชิญคุณพ่อมาวันนี้ก็เพราะว่าวันวิวาห์มีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม ใช้ความรุนแรงในโรงเรียนจนเพื่อนได้รับบาดเจ็บและเข้าโรงพยาบาล”


“ผมต้องขอโทษด้วยนะครับ ผมเลี้ยงลูกได้ไม่ดีเอง”


“เหอะ!” วิวาห์ส่งเสียงในลำคอแล้วกลอกตาขึ้นมองด้านบน


“ตอนนี้ผู้ปกครองของนักเรียนอีกคนกำลังมาที่นี่ เดี๋ยวเรามาคุยกันนะคะว่าจะเอายังไง แต่ครูขอบอกให้ทำใจไว้ก่อนเลยนะคะ บางทีวันวิวาห์อาจจะต้องออกจากโรงเรียน เพราะกระทำผิดกฎร้ายแรง”


“ครับ ผมจะยอมรับทุกอย่าง”


หลังจากนั้นไม่นาน...ผู้ปกครองของคู่กรณีก็มาถึง แน่นอนว่าวิวาห์ถูกด่าทอต่อว่าอย่างไม่ได้รับความเกรงใจ แต่เจ้าตัวก็ยังนิ่งเฉย ปล่อยให้อีกฝ่ายทำไปอย่างที่ต้องการเท่านั้น


“ดูสิ! ฉันพูดขนาดนี้ยังไม่มีสำนึกอีก ขอโทษสักคำน่ะมีไหม?!


“หนูไม่จำเป็นต้องขอโทษ”


“นั่งเด็กพ่อแม่ไม่สั่งสอน!


“ใจเย็น ๆ ก่อนนะคะคุณแม่ เกรงใจคุณพ่อเขานะคะ”


“เกรงใจทำไม เลี้ยงลูกมาแบบนี้ก็สมควรโดนแล้ว!


“ผมต้องขอโทษด้วยนะครับ ส่วนเรื่องค่ารักษาผมจะรับผิดชอบเอง ผมขอโทษจริง ๆ ที่เลี้ยงดูวิวาห์ได้ไม่ดี”


“วันวิวาห์” คนถูกเรียกเงยหน้าขึ้นมองครูประจำชั้น “มาขนาดนี้แล้วเธอก็ควรขอโทษนะ เรื่องมันจะได้ดีขึ้น”


“บอกว่าไงคะว่าหนูไม่จำเป็นต้องขอโทษ”


“นังเด็กอวดดี! ครูต้องไล่เด็กคนนี้ออกจากโรงเรียน เด็กคนนี้มันเป็นภัยต่อนักเรียนคนอื่น ถ้าคุณไม่ไล่มันออกฉันจะเอาเรื่องโรงเรียนให้ถึงที่สุด!


“ใจเย็น ๆ ก่อนนะคะคุณแม่ เรื่องนี้มัน...”


“ให้นักเรียนเซ็นใบลาออกซะครูเดือน” ผอ.โรงเรียนที่นั่งฟังอยู่นานก็เอ่ยขึ้นมา เรื่องนี้มันต้องจบแบบนี้ ไม่อย่างนั้นโรงเรียนอาจจะเสียชื่อเสียงได้ “ต้องขอโทษจริง ๆ นะครับคุณพ่อ ผมจำเป็นต้องให้วันวิวาห์ออกจาโรงเรียนจริง ๆ”


“ครับ ผมเข้าใจ”


สุดท้ายแล้ววิวาห์ก็ถูกไล่ออกจากโรงเรียนอีกครั้ง ใช่แล้ว...อีกครั้ง ก่อนหน้านี้วิวาห์ก็เคยเจอคดีทะเลาะวิวาทจนถูกไล่ออกจากโรงเรียนเก่ามาก่อน แล้วเหตุการณ์มันก็คล้าย ๆ กับเรื่องของวันนี้เลย





หลังจากจบเรื่องที่โรงเรียนสองพ่อลูกก็พากันกลับมาที่บ้าน ตลอดทางก็ไม่มีการพูดคุยอะไรทั้งสิ้น ต่างคนต่างเงียบอยู่ในโลกส่วนตัวของตัวเอง


เพียะ!


“เลิกก่อเรื่องสักทีวันวิวาห์!” วัชระตบหน้าลูกสาวจนหน้าหันก่อนจะพูดออกมาอย่างเหลืออด...นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่วิวาห์ก่อเรื่องร้ายแรงในโรงเรียน ซึ่งทุกครั้งเขาก็เป็นคนต้องไปจัดการเรื่องให้ วัชระรู้สึกเหนื่อยใจกับลูกสาวคนนี้เหลือเกิน


“พ่อจะมาสนใจอะไรวาห์ ไปอยู่กับเมียใหม่พ่อนู่น”


“แกอย่ามาพูดกับฉันอย่างนี้นะ!”       
                
“ทำไมวาห์จะพูดไม่ได้!” วิวาห์อย่างก็ตะคอกกลับอย่างไม่ไว้หน้า เธอกับพ่อของเธอไม่ลงรอยกันมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว เรื่องตะคอกกลับถือว่าธรรมดามาก “เหอะ! คงจะรักมันมากขนาดที่ลูกแท้ ๆ แตะต้องไม่ได้เลยสินะ”


“วิวาห์!


“หรือมันไม่จริง?!” วัชระหมอหน้าลูกสาวในไส้อย่างอ่อนอกอ่อนใจ


“ฉันไม่เคยสอนให้แกพูดแบบนี้กับฉันนะ!


“ก็แน่ล่ะสิ เพราะพ่อไม่เคยเลี้ยง ไม่เคยดูดำดูดีอะไรวาห์อยู่แล้ว!


เพียะ!


เป็นอีกครั้งที่ใบหน้าสวยหันตามแรงตบ “ทำเป็นรับความจริงไม่ได้...”


“วันวิวาห์!” ตะคอกเสียงดังเมื่อวิวาห์พูดจาอย่างถือดี เพื่อไม่ให้ทะเลาะกันจนเรื่องบานปลายไปมากกว่านี้ วัชระจึงเอ่ยกับลูกสาวอย่างเด็ดขาดว่า “ถ้าย้ายไปโรงเรียนใหม่แล้วแกยังก่อเรื่องอีกฉันจะไม่ให้แกเรียนอีก!


“......”


“เข้าใจที่พูดไหมวิวาห์?


“ค่ะ” เมื่อตอบรับผู้เป็นบิดาแล้ว วิวาห์ก็ขึ้นมาชั้นสองของบ้านซึ่งเป็นที่ตั้งของตัวเอง ส่วนบิดาของเธอก็คงจะกลับไปอยู่กับเมียใหม่ที่บ้านอีกหลังหนึ่ง ถ้าไม่มีเรื่องที่โรงเรียนเราก็คงไม่ได้เจอกัน พ่อไม่เคยสนใจอะไรเธออยู่แล้ว


“วิวาห์” ทันทีที่พี่สาวก้าวเข้ามาในห้องวิเวียนก็เอ่ยเรียกทันที ที่วิวาห์ก่อเรื่องมาเธอก็รู้ และเธอก็รับรู้เหตุการณ์ทุกอย่างเป็นอย่างดี แต่ว่า...“ฉันเคยเตือนแล้วใช่ไหมว่าให้ใจเย็น ๆ”


“เธอไม่มีสิทธิ์มาพูดกับฉันแบบนี้นะวิเวียน”


“ไม่มีสิทธิ์เหรอ...” ทวนคำของพี่สาวมองใบหน้าที่เหมือนกันอย่างอ่อนใจ ก่อนจะแค่นหัวเราะเหอะออกมาไม่ดังและไม่เบาเกินไป “มันกี่ครั้งแล้วที่เราต้องย้ายโรงเรียนเพราะการกระทำแย่ ๆ ของเธอ!


“มันว่าฉันก่อน”


“แต่เธอก็ต้องใจเย็นไง”


“แต่นี่มันชีวิตฉัน ไม่ใช่ชีวิตเธอ”


“แต่เธอสัญญากับฉันแล้วว่าจะให้ฉันใช้ชีวิตได้ตามปกติเหมือนคนอื่น!


“แล้วมันไม่ปกติตรงไหน? ฉันยอมเธอขนาดนี้แล้วนะวิเวียน” วิเวียนเม้มริมฝีปากแน่นเมื่อได้ยินพี่สาวแท้ ๆ พูดออกมาแบบนั้น และใช่.. วิวาห์ยอมให้เธอใช้ชีวิตมาได้ทุกวันนี้ก็เพราะรักน้องสาวคนนี้มาก “เธอก็น่าจะรู้ ว่าถ้าฉันเอ่ยปากไล่เธอแค่คำเดียว เธอก็อยู่ที่นี่ต่อไปไม่ได้”


วิเวียนได้ฟังแล้วสูดหายใจเข้าปอดลึก ๆ จากนั้นก็ถอนหายใจออกมายืดยาว ก่อนจะพูดกับวิวาห์อีกครั้ง “ฉันขออะไรสักอย่างได้ไหม”


“อะไรอีก?


“เธอช่วยหายไปจากชีวิตฉันได้ไหม” เมื่อได้ฟังคำพูดนั้นของน้องสาววิวาห์ก็ขมวดคิ้วมุ่น อยากจะเข้าไปบีบคอคนพูดแล้วถามจริง ๆ ว่าพูดอะไรออกมา “ฉันขอใช้ชีวิตนี้แบบไม่มีเธอได้ไหม?


“กล้าพูดแบบนี้กับฉันหรอวิเวียน?


“ฉันปล่อยให้เธอทำแบบนี้ต่อไปไม่ได้แล้ว!


“ฉันไม่เห็นถึงความจำเป็นที่ต้องทำอย่างนั้น”


“ทำเพื่อฉันอีกสักครั้งได้ไหมวิวาห์ ช่วยหายไปจากชีวิตฉันได้ไหม”


“ฉันต้องทำเพื่อเธออีกสักกี่ครั้งกัน”


“...ไม่ใช่เพราะเธอเหรอที่ทำให้ฉันเป็นแบบนี้” เมื่อวิเวียนพูดมาถึงตรงนี้...วิวาห์ก็รู้สึกเหมือนมีอะไรมาจุกอยู่ที่ลำคอ


...ไม่ว่าใครหน้าไหนก็โทษว่ามันเป็นความผิดเธอทั้งนั้น ไม่เว้นแม้แต่คนตรงหน้าที่คิดว่าจะเข้าใจกันมากที่สุด สุดท้ายวิเวียนก็โทษทุกอย่างว่ามันเป็นความผิดของเธอเหมือนอย่างที่คนอื่น ๆ ทำ


“หายไปใช่ไหม?” สิ้นประโยคน้ำตาก็ไหลลงมาอย่างห้ามไม่อยู่ ต่อมาวิวาห์ก็ยกมือขึ้นปาดมันออกลวก ๆ แววตาที่เคยเศร้าสร้อยก็แข็งกร้าวขึ้นมาภายในเสี้ยววินาที “วันไหนที่เธอขอให้ฉันกลับมา วันนั้นจะเป็นเธอที่ต้องหายไป จำไว้...”


“ไม่มีวันนั้นหรอกวิวาห์” พูดแล้วหันหน้าไปอีกทางเพื่อไม่ให้อีกคนเห็นน้ำตาที่ไหลลงมาอาบหน้า             


“แล้วฉันจะคอยดู”


“ออกไป!


“แล้วเธอจะเสียใจ” พูดกับวิเวียนเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะไปตามคำขอ


เมื่อเห็นทางหางตาว่าวิวาห์ออกไปแล้ว วิเวียนก็ปล่อยให้ตัวเองร้องไห้ออกมาอย่างสุดจะกลั้น...ขอโทษที่ต้องพูดแบบนั้น เธอเพียงแค่อยากใช้ชีวิตอย่างที่เธอต้องการบ้าง ต่อให้ต้องเสียคนที่รักอย่างวิวาห์ไปก็ไม่เป็นไร อย่างน้อยเธอก็จะได้มีชีวิตเป็นของตัวเองเหมือนคนอื่น...


ต่อไปนี้เธอจะเป็นคนกำหนดชีวิตของเธอเอง










Talk


สวัสดีค่ะนักอ่านทุกท่าน วันนี้ไรท์มาเปิดเรื่องใหม่ให้ได้อ่านกัน

ถ้าช่วงแรกอ่านแล้วรู้สึกงง ๆ ไม่ต้องแปลกใจนะคะ 

เพราะไรท์ต้องการให้งง แต่ถ้าไม่งงก็ไม่เป็นไรค่า ฮ่า ๆ ๆ

อย่างที่บอกไปนะคะว่าเรื่องนี้อัพแค่ 70 - 80% ของเนื้อเรื่องทั้งหมด

ไรท์จะพยายามตัดจบแบบไม่ให้ค้างคานะคะ

สุดท้ายนี้ก็ขอให้ทุกคนสนุกกับการอ่านค่าาา





Character









รูปภาพจาก Pinterest





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 214 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

456 ความคิดเห็น

  1. #113 ttut12345678 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 เมษายน 2564 / 12:18
    แงงสนุกมาก
    #113
    0
  2. #97 Smontong (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 31 มีนาคม 2564 / 18:28
    อ่ยยยย กรี๊ดดดดคนอย่างอิพวกนี้ต้องเจอคนอย่างกู แกจะได้รู้จักคำว่าปากแซ่บของจริงแน่ ตบเป็นตบค่ะ-เองสมควร ร้อนค่ะร้อนนนนนนน
    #97
    0
  3. #52 marshamallow (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 25 มีนาคม 2564 / 14:10
    กลับมาอ่านตอนนี้อีกรอบ กระจ่างมาก! เค้าคิดว่าเค้าเดาได้นิดๆละ ใช่มั้ยนะ🤣
    #52
    0
  4. #18 aranyaorchid (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 7 มีนาคม 2564 / 11:55
    งงดีค่ะ
    #18
    0
  5. #9 Kran999 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 5 มีนาคม 2564 / 09:19

    แค่นี้ยังน้อยไปนะ
    #9
    0
  6. #3 StronglyLoaom (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 3 มีนาคม 2564 / 00:02

    โดนเพื่อนพูดขนาดนั้นเป็นเราซัดไม่ยั้งเหมือนกัน ครอบครัวเเย่มาก
    #3
    0