:: [ทำ E-BOOK] :: Bad Marry : แต่งก่อนรัก

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 34,163 Views

  • 323 Comments

  • 1,470 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    447

    Overall
    34,163

ตอนที่ 7 : Marry : 5

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3927
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 79 ครั้ง
    22 ม.ค. 61



















          วันนี้เป็นวันที่ฉันต้องมาฝึกงานวันสุดท้าย แล้วอาทิตย์หน้าฉันก็ต้องไปมหาวิทยาลัยเพื่อเดินเอกสารการจบ แอบใจหายเหมือนกันแหะเผลอแปปเดียวฉันก็เรียนจบซะแล้ว ได้เป็นหมอเต็มตัวแล้วเว้ย

               

Rrrrr


                -คิมหันต์-

                “ว่าไงโทรมาทำไม”

                “เดี๋ยววันนี้ฉันไปรับ” ก็ได้อยู่นะรถฉันเสียงเมื่อวานวันนี้ก็เลยให้คนของคิมหันต์มาส่งน่ะ

                “มาถึงแล้วก็โทรมาอีกทีแล้วกัน เดี๋ยวฉันเข้าไปทำงานก่อน”

               

ตุ๊บ!

               

หลังจากวางสายจากคิมหันต์ฉันที่กำลังจะก้าวขาเดินเป็นอันชะงักเพราะมีสิ่งหนึ่งตกลงมาตรงหน้าพอดี ฉันยืนอึ้งได้ไม่นาก็มีคนวิ่งเข้ามามุง ทั้งหมอและพยาบาลต่างก็เข้ามาเคลียพื้นที่ระหว่ารอตำรวจ สิ่งที่ตกมามันคือคน ซึ่งเป็นคนๆเดี๋ยวกันที่ฉันดูแลอยู่และเป็นคนเดียวกับที่ซันฝากให้ดูแล 


          เด็กคนนั้น...


                “มะ ไม่จริงอ่ะ” น้ำตาฉันไหลลงมาอย่างไม่ขาดสาย ขาไม่มีแรงแม้แต่จะยืนสุดท้ายฉันก็ล้มลงกับพื้นแล้วก็ได้แต่มองคนไข้ของตัวเองอยู่ข้างหน้า

                “มันต้องไม่เป็นแบบนี้ ฮึก”

                “เหรียญ!

                “ไหนสัญญากันแล้วไงว่าจะสู้ไปด้วยกันไง!!” 


               เธอสัญญากับฉันแล้วนะแสนดี


                “แสนดีสัญญาว่าจะสู้ค่ะ”

 

    คนโกหก!



  “เหรียญใจเย็นก่อน”

                “ทำแบบนี้ทำไม!!! เธอทำแบบนี้ทำไมแสนดี!!” ฉันตะโกนออกมาสุดเสียงจนกายต้องกอดฉันไว้แน่น หลังจากนั้นไม่นานตำรวจก็มา ทำไมเป็นแบบนี้!! 


                 เพราะไอ้สารเลวนั่นคนเดียว!


                “กายพาเหรียญเข้าไปก่อน”

                “ไม่เหรียญไม่ไป!! เป็นเพราะมันคนเดียว! เพราะมัน!” ฉันสะบัดออกจากายแต่ก็ไม่หลุดเขาเข้ามาจับฉันไว้ก่อนแล้วลากฉันออกมาจากตรงนั้น

                “ไม่ร้องนะเหรียญ” ฉันส่ายหน้าไปมา ฉันกะว่าจะมาบอกลาเธอเพราะฉันจะจบการฝึกแล้ว แต่เธอดันชิงบอกลาฉันด้วยวิธีนี้เนี่ยนะ 


               ไม่ยุติธรรมเลย...


                “ทำไมต้องเป็นแสนดีวะกาย เด็กคนนั้นทำอะไรผิดทำไมไอ้ชาติชั่วนั่นต้องทำให้เธอตกอยู่ในสภาพแบบนี้ด้วย ฮึก ชีวิตเขากำลังไปได้ดีทำไมมันต้องทำระยำแบบนี้กับแสนดีด้วย!

                “...”

                “พอเด็กคนนั้นดีขึ้นทุกอย่างก็เป็นแบบนี้! มันไม่ควรเป็นแบบนี้ ชีวิตเธอไม่ควรจบแบบนี้!


                จากที่อ่านข้อมูลของแสนดี เธอถูกพวกสารเลวย่ำยีและทำร้ายจนต้องเข้าโรงพยาบาล จากนั้นความกลัวก็เข้าครอบงำเธอจนกลายเป็นหวาดระแวง พออาการดีขึ้น เธอเริ่มยิ้ม เริ่มหัวเราะเหมือนคนอื่น ทุกอย่างก็พัง ตั้งแต่...


                “กายเมื่อวานมีคนมาหาแสนดีบอกว่าเป็นเพื่อนที่โรงเรียน”

                “รู้ได้ไง”

                “แสนดีบอกฉัน พอพวกนั้นกลับไปแสนดีก็ดูซึมๆไปเลย” มันต้องเกี่ยวกันแน่ๆ

                “งั้นไปหาตำรวจกัน” หลังจากนั้นฉันก็เข้าให้ปากคำกับตำรวจในฐานะแพทย์ผู้ดูแล พอให้ปากคำเสร็จกายก็พาฉันกลับเข้ามานั่นในห้องพักแพทย์

                “เหรียญ”

                “เฮียกร”

                “เฮียเคยเตือนแล้วใช่ไหมว่าอย่าสนิทกับคนไข้มากจนเกินไป” ใช่พอสนิทมากๆมันก็เป็นแบบนี้ไง

                “ขอโทษค่ะ ฮึก”

                “วันนี้วันสุดท้ายแล้วนี่ กลับไปพักเถอะเดี๋ยวเฮียจัดการให้”

                “แต่...” ฉันยังพูดไม่ทันจบเฮียกรก็ขัดขึ้นมากก่อน

               “ไม่มีแต่อะไรทั้งนั้นตรวจคนไข้ทั้งนำตาอย่างนี้เขาก็หดหู่กันหมดสิ เด็กคนนั้นเขาไม่ต้องทนเจ็บปวดแล้วนะเหรียญ เขาไม่ต้องเจอกับสิ่งที่ทำให้เขาเป็นแบบนี้แล้ว เขาคงไม่สบายใจนะถ้าเห็นเหรียญเป็นแบบนี้”

                “งั้นเหรียญขอไปห้องแสนดีก่อนนะคะ”


ห้องVIP นางสาวแสนดี อินงาม

 

                ฉันพาตัวเองเดินมาจนถึงห้องพักคนไข้ที่แสนดีเคยอยู่ ภาพต่างๆนานาตลอดการดูแลเธอมันไหลเข้าหัวฉันเป็นฉากๆ  จนสุดท้ายฉันก็ไปหยุดที่ข้างเตียงของเธอ ฉันใช้มือสัมผัสไปกับเตียงหยิบหมอนขึ้นหวังจะกอดเธอเป็นครั้งสุดท้าย แต่ก็ต้องชะงักเพราะให้หมอนนั้นมีการดาษพับเป็นสี่เหลี่ยมวางอยู่ พอเปิดขึ้นมาถึงได้รู้ว่ามันเป็นจดหมายของเธอ

 

ถึง หมอเหรียญ

สวัสดีค่ะหมอเหรียญ ถ้าหมอได้อ่านจดหมายฉบับนี้แสดงว่าแสนดีคงไม่ได้อยู่บนโลกนี้แล้ว แสนดีอยากจะขอบคุณที่หมอคอยดูแลแสนดีตลอดมานะคะ ขอบคุณสำหรับทุกๆอย่าเลย หมอเป็นเหมือนพี่สาวของแสนดีเลย แล้วแสนดีก็ต้องขอโทษที่ทำแบบนี้นะคะ แสนดีอยู่บนโลกนี้ไม่ไหวแล้วมันโหดร้ายเกินไป แสนดีไม่ชอบที่ตัวเองเป็นแบบนี้ แสนดีอยากหยุดไม่อยากคิดอะไรทั้งนั้น แสนดีรู้ว่าหมอคงโกรธมากแสนดีขอโทษนะคะ แล้วก็วันนี้หมอมาฝึกงานวันสุดท้ายใช่ไหมคะ แสนดีขอแสดงความยินดีกับหมอด้วยนะคะ หมออย่าลืมดูแลตัวเองด้วยนะคะ ทานข้าวให้ตรงเวลาด้วยนะ แสนดีรักหมอเหรียญนะคะ อย่าร้องไห้นะคะพี่สาวคนเก่งของหนู

ปล.ของขวัญอยู่ในลิ้นชักข้างเตียงนะคะ

             จาก แสนดี

 

                “ขอบคุณนะแสนดี”


                หลังจากอ่านจดหมายจนจบฉันก็เดินไปที่ลิ้นชักข้างเตียงคนไข้ พอเปิดออกมามันเป็นภาพวาดที่สวยมาก ในภาพมีฉันแล้วก็แสนดีมันเป็นภาพงานรับปริญญาในฝันของเธอ เธอเคยบอกฉันว่าอยากไปงานรับปริญญาของฉัน ฉันได้แต่กอดรูปและจดหมายพร้อมทั้งร้องไห้อยู่ข้างเตียง ตลอดการอ่านจดหมายฉันยังไม่ทันได้หยุดร้องเลยด้วยซ้ำ ทำไมเธอถึงน่าสงสารขนาดนี้ เรื่องพวกนี้ไม่น่าเกิดขึ้นกับเธอเลย


                “ถ้าชาติหน้ามีจริงพี่ขอให้แสนดีมีชีวิตที่มีความสุขแล้วก็ไม่ต้องเจอเรื่องแบบนี้อีกนะ”

                “เสียใจด้วยนะคะหมอ” ฉันยกยิ้มให้พยาบาลคนหนึ่งที่เดินผ่านมา ทั้งวอร์ดรู้กันดีว่าฉันสนิทกับแสนดีมาก แต่ก็ไม่มีใครคิดว่าเด็กคนนั้นจะทำแบบนี้หรอก



                ฉันออกจากตัวตึกแล้วมาเรียกแท็กซี่หน้าโรงพยาบาล แต่ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะไปไหนเลยให้คนขับขับรถไปเรื่อยๆก่อนถ้าจะลงเดี๋ยวจะบอกเอง สุดท้ายฉันก็นั่งมาจนถึงบริษัทนำเข้าและผลิตอะไหล่รถยนต์ขนาดใหญ่มันเป็นบริษัทของคิมหันต์น่ะ


                “เดี๋ยวจอดหน้าบริษัทข้างหน้านะคะ”

                “ตรงนี้นะครับ”

                “ค่ะ” หลังจากจ่ายค่าโดยสารเรียบร้อยฉันก็เดินเข้าไปในตัวบริษัททันที

                “ติดต่ออะไรดีคะ” พนักงานประชาสัมพันธ์ถามขึ้น

                “คุณคิมหันต์อยู่หรือเปล่าคะ”

                “อยู่ค่ะ ไม่ทราบว่าได้นัดไว้หรือเปล่าคะ” ฉันส่ายหน้า “ถ้าไม่ได้นัดไม่สามารถพบท่านได้นะคะ”

                “อ้าวคุณเหรียญมาหาคุณคิมหันต์หรอครับ”

                “ใช่ค่ะ แต่ไม่ได้นัดไว้” เขาเป็นคนของคิมหันต์น่ะ รู้สึกว่าจะชื่ออิฐสินะ

               “ถ้าเป็นคุณไม่เป็นไรครับ คุณญานี่คุณศิฐารัตน์ภรรยาคุณคิมหันต์” คุยกับฉันเสร็จก็หันไปบอกกับพนักงานคนที่ฉันคุยด้วยตอนแรก

                “ขะ ขอโทษนะคะดิฉันไม่ทราบว่าคุณเป็นภรรยาท่านประทาน” เธอก้มหัวขอโทษยกใหญ่

                “ไม่เป็นไรค่ะฉันเข้าใจ”

                “คราวหน้าถ้าคุณเหรียญมาให้เข้าไปได้เลยเข้าใจไหม”

               “ค่ะคุณอิฐ” เธอหันไปตอบรับก่อนจะพาฉันไปที่ลิฟต์ผู้บริหาร คุณญาเธอบอกให้ฉันกดไปชั้นสุดท้าย ออกจากลิฟต์ไปทางขวามือจะเจอห้องทำงานของคิมหันต์

             “สวัสดีค่ะคุณเหรียญ” นานาเลขาของคิมหันต์ ฉันพยักหน้าให้เธอนิดหน่อยก่อนจะเสียมารยาทเปิดประตูเข้าไปในห้องทันที

              “ขอโทษค่ะท่านประทานดิฉันห้ามเธอไม่ทัน”

              “ออกไปได้แล้ว” 


               ฉันไม่รู้ว่าเลขาเขาทำหน้ายังไงเพราะไม่ได้หันกลับไปมอง ฉันเดินเอาของไปวางไว้ที่โซฟาแล้วเดินไปนั่งตักเขาที่ทำงานอยู่ทันที สองมือก็กอดรอบคอเขาไปด้วย ตอนนี้ฉันต้องการใครสักคนอยู่เป็นเพื่อนแล้วฉันก็มาโผล่ที่นี่พอดี คนที่ฉันเลือกจึงเป็นคิมหันต์


                “ขอกวนนายสักวันแล้วกันนะ”

                “เป็นอะไรหืม” เขาถามพลางลูบหัวฉันเบาๆ

                “เปล่า”


[คิมหันต์]

 

อยู่ดีๆเหรียญก็โผล่มาที่บริษัททั้งๆที่ตอนนี้เป็นเวลางานของเธอ พองเธอวางของเสร็จก็ตรงมานั่งตักผมทั้งๆที่ปกติเธอจะไม่ทำแบบนี้ ถามอะไรก็บอกว่าเปล่าบ้าง ไม่มีอะไรบ้าง ตั้งแต่อยู่ด้วยกันมาสามเดือนทำไมผมจะไม่รู้ว่าวันนี้เธอแปลกไป


                “เมื่อยไหม” เหรียญถามขึ้นมาทั้งๆที่ตัวเองยังซุกหน้าลงกับไหล่ผมอยู่

                “ไม่เมื่อยนั่งไปเถอะ” ผมบอก

                “รู้หรอกว่าโกหก ฉันตัวหนักจะตาย” หึ เบากว่านี้ก็กระดาษแล้วครับ

                “ถ้าบอกว่าเมื่อยจะลุก”

                “อือ” ก็นั่งต่อไปแบบนี้แหละ


                ผมไม่พูดอะไรต่อแค่รวบขาเรียวที่ห้อยอยู่ข้างตัวขยับเข้าหาตัวเพื่อจะได้ทำงานได้ถนัดขึ้น ถ้าวันนี้งานไม่เยอะก็คงได้พาเธอไปเปลี่ยนบรรยากาศแต่วันนี้งานผมกองท่วมหัวเลย ผ่านไปประมาณครึ่งชั่วโมงผมว่าคนบนตักผมหลับไปแล้ว ไปเจอเรื่องอะไรมานะปกติร่าเริงจะตายตอนทะเลากันก็ไม่เห็นเป็นแบบนี้

               

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

               

“ขออนุ...” ผมยกมือห้ามก่อนเลขาจะพูดจบประโยค ผมกลัวเหรียญตื่นนะ

                “เอกสารการซื้อขายเพิ่มเติมค่ะ” ผมพยักหน้ารับก่อนจะโบกมือบอกให้เธออกไปได้

                “ฮึก” อะไรวะร้องไห้หรอ

                “เหรียญ”

                “...” ละเมอหรอวะ

                “เหรียญครับ”

                “ทำไมต้องเป็นเด็กคนนั้น”ผมดันเหรียญออกจากไหล่แล้วมองหน้าเธอตรงๆ ร้องไห้จริงๆด้วยสินะ ให้ตายสิพอเห็นน้ำตาเธอแล้วผมรู้สึกไม่ดีเลยว่ะ 



               “อยากเล่าไหม”

                “...”

                “เฮียอยากฟัง” เท่านั้นแหละน้ำตาที่เธอพยายามกลั้นก็พลั่งพลูออกมาไม่ขาดสาย เห็นแล้วใจจะขาด

                “เหรียญดูแลคนไข้อยู่คนหนึ่ง เขาชื่อแสนดีเป็นเด็กมัธยมกำลังจะเข้ามหาวิทยาลัยด้วย”

“...”

“ แสนดีโดนพวกสารเลวที่ไหนก็ไม่รู้ย่ำยีแล้วก็โดนทำร้าย ตอนเธอมารักษาเธอน่าสงสารมาก พอเวลาผ่านไปเธอดีขึ้นนะ กลับมายิ้มแล้วก็หัวเราะด้วย จนเมื่อวานมีเพื่อนมาเยี่ยมเธอพอพวกนั้นกลับไป แสนดีก็ซึมไปเลย”

“...”

“ จนมาเมื่อเช้าหลังจากวางสายคิม เด็กคนนั้นก็ตกลงมาจากดาดฟ้าตกลงมาตรงหน้าเหรียญ แสนดีเขียนจดไว้ให้เหรียญด้วยเธอขอบคุณแล้วก็โทษเรื่องวันนี้ เขาวาดรูปเก่งนะแล้วก็วาดให้เป็นของขวัญเรียนจบด้วย ฮึก ”


 ผมไม่เคยเห็นใครร้องไห้ได้น่าสงสารท่านี้มาก่อนเลย ตลอดเวลาที่เธอเล่า มันมีทั้งความสุข ความเศร้า ความทรมาน และความไม่เข้าใจปะปนอยู่ คงจะผูกพันกับคนไข้คนนี้มากสินะ ผมเข้าใจแล้วที่เพื่อนๆเธอบอกว่าหวงน้ำตาของเธอ เหรียญไม่เหมาะกับการร้องไห้ มันน่าสงการเกินไป


“แสนดีไปสบายแล้วนะ ถ้ายังร้องไห้อยู่แสนดีจะไม่สายใจนะ” ผมดึงเธอเข้ามากอดแล้วลูบแผ่นหลังเล็กเบาๆเพื่อปลอบใจ ใครเจอแบบนี้คงจะใจสลายไม่แพ้เธอเลยล่ะ

“...”

“ไปพักไหมเดี๋ยวเฮียพาไป”


เหรียญไม่ตอบอะไร แต่ผมพาเข้ามาในห้องนอนแล้ว เวลาผมทำงานดึกๆก็จะค้างที่นี่นั่นแหละ แต่ช่วงหลังๆไม่ได้ค้างแล้วล่ะ ผมวางเธอบนเตียงเบาๆก่อนจะดึงผ้าห่มมาห่มให้


“อย่าเพิ่งไปนะ”


 เหรียญบอกเบาๆ เห็นแบบนั้นผมเลยแทรกตัวลงไปนอนบนเตียงแล้วคว้าเธอมากอดไว้ รอจนเธอหลับไปจึงออกมาทำงานต่อ เรียกได้ว่าร้องไห้จนหลับไปเลยล่ะ




 Rrrrr

-หมอกร-


“อือ”

“รู้เรื่องหรือยัง” คงจะเป็นเรื่องเหรียญสินะ

“รู้แล้ว”

“กูไม่น่าให้เหรียญทำเคสนี้เลยว่ะสงสาร” มันบอกด้วยน้ำเสียงรู้สึกผิด

“ไม่ใช่ความผิดมึงหรอก ไม่มีใครคิดว่ามันจะเป็นแบบนี้อยู่แล้ว” ปลอบเมียแล้วยังต้องมาปลอบเพื่อนอีกหรอวะกู

“มึงรู้ไหนเมื่อเช้าเหรียญแม่งสติหลุดมากอ่ะ คนอะไรร้องไห้ได้น่าร้องตามมาก” จริงของมัน

“แล้วมึงเป็นไง” มันต้องไม่โอเคเท่าไหร่แน่ถึงโทรมา

“กูไม่เป็นไรหรอกแค่อึนๆว่ะ ยังไงก็ดูแลเมียมึงดีๆแล้วกันกูไปทำงานและ”

“อือ ขอบใจที่โทรมาบอก”


 เมื่อวางสายจากไอ้กรผมก็รีบปั่นงานของตัวเองต่อ ปล่อยให้เหรียญเศร้านานๆไม่ดีหรอก ผมทนไม่ได้หรอก

 

     18.24 น.

               

หกโมงกว่าแล้วนี่ เหรียญหลับไปตังแต่บ่ายตอนนี้ยังไม่ตื่นเลยแล้วผมก็ปั่นงานจนเสร็จแล้วเรียบร้อย ปลุกแล้วพาไปกินข้าวดีกว่า

 

                “เหรียญตื่นได้แล้ว” ผมเขย่าแขนเธอเบาๆ

                “อืม” เธอลืมตาขึ้นมาก่อนจะค่อยๆลุกขึ้นตาม “กี่โมงแล้ว”

                “หกโมงกว่า” เธอพยักหน้านิดหน่อย “ไปล้างหน้าล้างตาไปเดี๋ยวพาไปกินข้าวก่อนกลับ”

                “อยากกินอาหารญี่ปุ่น” เหรียญชะโงกหน้าออกมาจากห้องน้ำ ทั้งๆที่ฟองเต็มหน้า 


               เหอะยัยเด็กนี่


                “เดี๋ยวพาไป” ยังถือว่าอาการของเธอดีขึ้นเยอะจากเมื่อตอนกลางวัน เธอดูไม่มีชีวิตชีวายังไงก็ไม่รู้ 

                “เสร็จแล้วไปเร็วหิว” เหรียญวิ่งออกมาจากห้องนอนก่อนจะไปหยิบกระเป๋ากับรูปวาดขึ้นมาถือ

                “คราวหลังอย่าวิ่งเดี๋ยวล้ม” หลังจากที่ดุไปแบบนั้นเธอก็กรอกตาใส่ผมก่อนจะเดินออกไปจากห้องโดยไม่รอผม 


               ให้มันได้อย่างนี้สิ


                “ไม่กลับบ้านกลับช่องกันหรือไงเนี่ย” เหรียญบ่นแบบนี้มานับครับไม่ถ้วนตอนที่รถติด มันก็เป็นปกติของกรุงเทพอยู่แล้วไหมล่ะ

                “อีกนิดเดียวก็ถึงแล้ว”

                “ก็คนมันหิว!” 


                เด็กนี่หัวร้อนเพราะหิวแล้วล่ะครับ

               

หลังจากมาถึงร้านเหรียญก็สั่งอาหารมาเยอะมาก คงจะหิวจริงๆสินะ แล้วดูสิต้องหน้าตั้งตากินโดยไม่สนใจอะไรเลย พอกินเสร็จเราก็กลับเข้าบ้านทันที วันนี้เหนื่อยกันมาทั้งวันแล้ว ตอนนี้เหรียญก็อาบน้ำอยู่ ผมเลยนั่งเล่นเกมส์มือถือรอ


                “ดูสบายใจขึ้นนะ”

 

[จบบันทึกคิมหันต์]


             หลังพูดจบเขาก็พาตัวเองเขาห้องน้ำไป ดูสบายใจขึ้นอย่างนั้นหรอ อืมคงจะอย่างที่คิมหันต์ว่าล่ะมั้ง ต้องขอบคุณเขาด้วยที่อยู่กับฉันตอนที่กำลังอ่อนแอ ถ้าไม่ได้เขาป่านนี้ฉันแค่แย่กว่านี้แน่นอน เขาช่วยฉันได้เยอะเลยแหละ


                “ยังไม่นอน?” นอนมาทั้งวันแล้วไหมล่ะ

                “อืม วันนี้เขามาบอกลาฉันแล้วล่ะ”

  “...”เขาชะงักไปนิดหน่อยก่อนจะเลิกคิ้วเป็นเชิงถาม

                “ฉันฝันเห็นแสนดี เขามาลาที่ๆเขาอยู่ดูจะเป็นที่ๆเธออยู่แล้วมีความสุขนะ ฉันเลยสบายใจขึ้น”

                “ก็ดีแล้ว ส่วนเธอก็นอนได้แล้ว ไม่ต้องคิดมากหรอก” ฉันพยักหน้ารับก่อนจะลงไปนอน ไม่นานคิมหันต์ก็ตามมานอนข้างๆฉัน

                “ขอบคุณนะ” ฉันหันหน้าไปพูดกับเขาแล้วเบียดตัวเข้าซุกอกกว้างของเขา

                “อืม” เขาดูจะงงนิดหน่อยแต่ก็กอดฉันไว้เหมือนกัน ขอบคุณจริงๆนะที่อยู่ข้างๆกันตลอด

 

05.15 น.

 

                “คิมหันต์ ฉันไม่ไหวแล้วนะ!” ฉันวิ่งตามคิมหันที่นำอยู่ข้างหน้าประมาณสามก้าวเห็นจะได้ คงงงกันใช่ไหมล่ะว่าทำไมวันนี้ถึงมาวิ่งได้

 

สิบห้านาทีก่อนหน้า


                “ไม่เอาไม่ไปฉันไม่ชอบวิ่ง” ฉันบอกคิมหันต์เมื่อมันปลุกฉันตั้งแต่ไก่โห่

                “บอกให้ไปก็ไปลุก”

                “ไม่เอา”ฉันทิ้งตัวลงนอนอีกครั้ง

                “ลุกขึ้นมาก” แต่ไอ้บ้าคิมหันต์มันก็ดึงฉันขึ้นอยู่ดี

                “คิมไม่ไปนะ” ฉันว่าด้วยเสียงอ้อนๆหวังว่าเขาจะยอม แต่...

                “ไม่ต้องมาอ้อน!

 

                สุดท้ายฉันก็ต้องออกมาวิ่งโดยมีสภาพเหมือนหมาหอบแดดอย่างนี้ไง ไม่ใช่ว่าฉันไม่ออกกำลังกายนะ ฉันออกแต่ส่วนใหญ่ฉันจะเต้น เพราะไม่ชอบวิ่งมันไม่ใช่ทางของฉัน


                “อย่าบ่นวิ่งได้แค่ห้านาที่เองนะ” เออห้านาที่ก็เหนื่อยแล้วเว้ย

                “โอ้ยแล้วนายจะวิ่งเร็วขึ้นทำไมเนี่ย” ไอ้บ้าจากที่วิ่งนำอยู่แล้วพอเพิ่มความเร็วฉันต้องต้องเพิ่มด้วยสิ

                “เอาอย่างนี้ ใครถึงบ้านทีหลังต้องทำตามคำสั่งคนที่วิ่งถึงก่อน” โกงนี่หว่า ก็เขาวิ่งจนชินแล้วนี่ ขาก็ยาว วิ่งก็เร็วฉันจะไปชนะได้ยังไง!

                “เฮ้ย นายอย่าวิ่งเร็วสิ”



 สุดท้ายฉันก็ต้องวิ่งไล่เขาเป็นเด็กวิ่งตามรถไอศกรีม แถมปากก็ยังคอยแหกปากบอกให้เขาวิ่งช้าๆไปด้วย เขาก็วิ่งช้าลงนะแต่พอฉันวิ่งทันเขาก็เร่งความเร็วขึ้นอีก ความยุติธรรมอยู่ไหนทำไมทำร้ายสตรีใกล้ชราอย่างนี้ล่ะ ฉันจะฟ้องฉันจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด

 

                “หึ วิ่งเร็วเหมือนกันนี่”

 

                ปึ่ก

 

                ฉันทิ้งตัวนั่งกับพื้นทันทีที่เข้ามาในตัวบ้าน จะบ้าหรือเปล่าเนี่ยพาฉันวิ่งตั้งแต่ตีห้ายันเจ็ดโมงเนี่ยนะ บ้าไปแล้ว และสุดท้ายเขาก็เป็นคนถึงบ้านก่อนฉัน อย่าได้ถามหาความเป็นสุภาพบุรุษที่เขาจะยอมให้ฉันถึงก่อนเหมือนในหนัง นี่มันชีวิตจริงมันไม่มีใครยอมใครทั้งนั้น!

 

                “แฮ่ก ไม่ต้องพูดมาก” ฉันมองเขาตาขวาง โอ๊ยแม่งปวดขากว่าเต้นอีกขาใหญ่แน่เลยฉัน

                “ลุกขึ้นมามันเปื้อน” เขายื่นมือมาตรงหน้าฉัน

                “ลุกเองได้” พอฉันบอกแบบนั้นเขาก็หันหลังทำท่าจะเดินขึ้นไปบนบ้านฉันเลยรีบลุกแล้วกระโดดขึ้นหลังเขาทันที “แต่ฉันจะไม่เดินขึ้นบันไดเด็ดขาด!

                “เล่นอะไรของเธอ” รับกรรมไปซะเถอะ กรรมที่นายทำกับฉันวันนี้จงหนักไปซะ ฮ่า

               

ระหว่างที่คิมหันต์และเหรียญพากันขึ้นไปด้านบน แม่บ้านทั้งหลายที่แอบดูอยู่ก็พากันยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ไม่เว้นแม้กระทั่งมือขวาอย่างอิฐ มือขาวที่ทำงานกับคิมหันต์มานานก็ยังไม่เคยเห็นคิมหันต์เป็นแบบนี้มาก่อนเลย แล้วเขาก็ไม่เคยคิดแม้แต่น้อยว่าจะมีคนทำให้เจ้านายผู้แสนเยือกเย็นของเขาคนนี้ยิ้มได้ ทั้งๆที่ปกติจะมีแต่รอยยิ้มเย็นๆเท่านั้น คนที่ไม่เคยใจดีกับใคร ไม่เคยสนใจใคร แต่กับคนๆนี้เธอได้จากเจ้านายเขาไปทุกอย่าง

               

“วันนี้จะไปไหนหรือเปล่า”

                “ไม่ไปอ่ะ” วันนี้ฉันไม่มีโปรแกรมจะไปที่ไหนทั้งนั้นอ่ะ ว่าจะเตรียมเอกสารสักหน่อย “ทำไม”

                “แค่ถาม เดี๋ยวตอนเย็นจะมากินข้าวด้วย” ฉันพยักหน้ารับจากนั้นเราก็ไม่ได้คุยอะไรกันอีกจนเขาออกไปทำงานนั่นแหละ

                “ทำอะไรอยู่คะคุณเหรียญ” ป้าช้อย

                “เตรียมเอกสารจบการฝึกคะ”

                “เสร็จแล้วเข้าครัวกับป้าไหมคะป้าจะบอกให้ว่าคุณคิมเธอชอบอะไร”ทำไมวันนี้มาแปลก

                “ทำไมเหรียญต้องรู้ด้วยล่ะคะ” มันไม่ใช่ธุระอะไรของฉันสักนิด

                “รู้ไว้ก็ไม่เสียหายนะคะเผื่อจะได้ใช้”

                “ก็ได้ค่ะ”


หลังจากนั้นฉันกับป้าช้อยก็คุยกันต่อจนฉันจัดเอกสารเสร็จนั่นแหละถึงได้พากันย้ายที่ห้องครัว แล้วเธอก็สอนฉันทำนู่นทำนี่ บอกว่าคิมหันต์ชอบอย่างนั้นอย่างนี้จนฉันยอมรับในความใส่ใจของเธอเลยไม่แปลกที่คิมหันต์ไว้ใจเธอให้ดูแลบ้าน

 

                “ปกติคุณคิมหันต์ไม่เป็นแบบนี้หรอกนะคะคุณเหรียญ”พี่ชบา

                “ยังไงคะ”

               “ปกติแกจะทำหน้าโหดๆ ใครก็เข้าหน้าแกไม่ค่อยติดหรอกค่ะ ชบาเคยเห็นคุณคิมซ้อมคนด้วยนะคะ น่ากลัวมากเลยค่ะ”


               ก็ไม่แปลกหรอกหน้าอย่างนั้นอ่ะ


                “นังชบาถ้าคุณคิมมาได้ยินเข้าจะทำยังไง”

                “ก็จริงอ่ะแม่” จากนั้นป้าช้อยก็เอื้อมมือไปหยิกพี่ชบาจนต้องมาหลบหลังฉัน

          “คุณคิมเป็นคนมีเหตุผลค่ะ ถึงการกระทำจะรุนแรงไปบ้างแต่คุณเขาก็ไม่เคยทำใครก่อนนะคะ คนที่โดนคุณคิมซ้อมคราวนั้นน่ะเขาลอบยิงคุณคิมพอคุณเขาจับได้ก็ตามที่ชบาเล่านั่นแหละค่ะ”

                “ป้าดูจะเข้าข้างเขาจังเลยนะคะ” ฉันว่ายิ้มๆ

                “ถึงเขาจะดูใจร้ายในสายตาคนอื่นแต่คนในบ้านนี้มองเขาเป็นคนดีค่ะ”

                “จริงค่ะ ตอนนั้นก็ออกค่าเทอมให้พี่เขาบอกว่าเป็นโบนัสค่ะ”


               ถึงว่าทำไมคนที่นี่ถึงดูนับถือเขาจัง


                “ก็คงเป็นเหมือนที่ป้าช้อยกับพี่ชบาว่ามั้งคะ”

               จริงๆเขาก็ไม่ได้เลวร้ายขนาดนั้น ถึงแม้ว่าฉันจะไม่เคยเจอมุมมืดของเขาก็เถอะ



















อัพครบ
(คอมเมนต์เป็นกำลังใจให้นักเขียนด้วยนะคะ)
......................................................................
มาคุยกัน

มีใครอยู่บ้างของเสียงหน่อยค้าาาา
มาอัพให้วันละนิดละหน่อย หวังว่าคงจะยังไม่เบื่อเค้าน้า
ช่วงนี้มีอะไรให้ทำเยอะแยะเลย 
บางวันอาจจะมาช้าหน่อยคงไม่ว่ากันนะคะ
......................................................................
เผื่อว่าจะมีใครงงนะคะ 
คือแสนดีเป็นคนไข้ของเหรียญที่ซัยฝากให้ช่วยดูแล
แล้วสองคนนี้ก็สนิทกันมาก ความพูกพันที่เกิดขึ้น
มันทำให้เหรียญเสียใจมากที่ต้องมาเห็นแสนดีตายต่อหน้า
เราไม่ได้เล่าในส่วนตอนที่เหรียญดูแลแสนดีนะคะ
หวังว่าจะเข้าใจในพาร์ทนี้กันเด้อ
...................................................................... 
เอ้ามีใครรออยู่บ้างของเสียงหน่อยค่าาา
จะบอกว่าตอนนี้นี้มันจะมีน้ำตาหน่อยๆนะตัวเธอ
ฮืออออออออ

......................................................................













ฝากติดตามเรื่องนี้ด้วยนะคะ
Bad Marry


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 79 ครั้ง

3 ความคิดเห็น

  1. #36 airin0618 (@airin0618) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2561 / 11:28
    น่ารักที่สุดดด สามีแห่งชาติ ขอละมุนๆไม่มาม่าน้าไรต์
    #36
    0
  2. #16 PennuengEve (@PennuengEve) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 17 มกราคม 2561 / 21:13
    เฮียย ละมุ๊นละมุนง่ะ เป็นกำลังใจให้ไรท์น้าา
    #16
    0
  3. #15 Jejee ktv (@Jejeektv) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 11 มกราคม 2561 / 21:42
    สู้ๆนะคะ
    #15
    0