:: [ทำ E-BOOK] :: Bad Marry : แต่งก่อนรัก

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 35,753 Views

  • 324 Comments

  • 1,524 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    392

    Overall
    35,753

ตอนที่ 6 : Marry : 4

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4124
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 84 ครั้ง
    10 ม.ค. 61














            “เปล่า แค่กลัวไม่ได้ใบประกอบวิชาชีพเพราะพาคนไปกินส้มตำแล้วมะละกอติดคอตาย”


            ใครมันจะไปกินมะละกอแล้วติดคอตายวะไอ้เหรียญเอ้ย ใครมาได้ยินนี่คงจะอับอายไปทั้งวงตระกูล สุดท้ายฉันกับคิมหันต์ก็ได้มากินส้มตำที่ร้านแห่งหนึ่งซึ่งฉันมาประจำ แต่พอเข้ามาเจ้าของร้านกลับทักคิมหันต์ซะงั้น แสดงว่าขาประจำเหมือนกันสินะ คนอย่างเขาเนี่ยนะจะกินส้มตำ แปลก!


                “สั่งสิ”

                “เอาแบบที่นายกินได้อ่ะ” ถึงจะบอกว่ากินได้ฉันก็ไม่เสี่ยงหรอกนะ

                “ฉันบอกให้เธอสั่ง” เออสั่งก็สั่ง อย่ามาโวยวายทีหลังนะเว้ยแม่จะตบให้คว่ำ

                “เอา...” หลังจากนั้นไม่นานอาหารที่สั่งไปก็มาเสิร์ฟ หืมน่ากินอ่ะไม่เกรงใจแล้วนะ

                “ค่อยๆกินเดี๋ยวติดคอ” ฉันลอยหน้าลอยตากินแล้วกินต่อ นี่ฉันก็ไม่ได้ตะกละขนาดนั้นนะฉันก็เคี้ยวแบบปกติทั่วไปนั่นแหละ ทำไมต้องให้เคี้ยวแบบไฮโซกลัวอิ่มหรอ ฝันไปเถอะ

                “กินดิจ้องทำไม!

 

                หลังจากนั้นเราก็ลงมือโซ้ย เอ่อ โซ้ยอ่ะใช้แค่ฉันคนเดียวพอ ส่วนคิมหันอ่ะเรียกว่ากินเป็นพิธีดีกว่า เค้ากินอาหารที่ฉันสั่งได้จริง แต่กินไม่เยอะไม่น้อย คือประมาณว่าแค่พออิ่มอ่ะ ส่วนฉันเนี่ยกินให้แน่นกระเพาะ

 

                “ฮื่อ! เผ็ดอ่ะ”

                “ใครใช้ให้สั่งแบบนั้นไม่ทราบ” เออ! ไม่มีใครสั่งฉันสั่งเองจะทำไม สั่งเองกินเองนักเลงพอเว้ย

                “ก็ฉันชอบกินแบบนั้นนี่ อึก” พูดจบฉันก็กระดกน้ำเข้าปากตาม แม่งโคตรแสบปากเลยว่ะ วันหลังเอาแค่พอดีๆก็ได้วะ อร่อยปากลำบากตูดแท้ๆ

                “อยากไปไหนอีกไหม” หืม ตอนนี้มันก็บ่ายโมงกว่าแล้วนี่นาจะไปไหนดีวะ หรือจะไม่ไปดี

                “ไม่ไปอ่ะกลับเลย”





               จะถามเพื่อ? หลังจากที่ฉันบอกว่ากลับบ้านเลยคิมหันต์ก็ขับรถออกจากร้านทันที แต่มันไม่ได้ลับบ้านมันพาฉันมาที่ผับเฮียผา คือคุณคะ ตอนนี้บ่ายโมงจะสองโมงผับยังไม่เปิดนะคะ โว้ยไอ้บ้า


                “ตามมา” 

               ฉันพยักหน้าแล้วเดินตามเขาเข้าไปในตัวผับ ตอนนี้มีคนงานของร้านกำลังเตรียมเปิดร้านกันอย่างขยันขันแข็ง บ้างก็เดินมาทักคิมหันต์ตามประสาคนรู้จักกัน

                “ไงมึง” เฮียผา

                “สวัสดีค่ะเฮียผา” เขาพยักหน้าให้ฉันนิดหน่อย โว๊ะสองคนนี้มันอะไรนักวะ

                “อืม เมียมึงอ่ะ”

                “อยู่ในห้อง ทำไม”

                “เธอไปหาเพื่อนเธอที่ห้องนั้นนะเดี๋ยวฉันตามไป” เขาชี้ไปที่ห้องๆหนึ่งที่ประตูแง้มๆอยู่

                “ไอด้า!

                “เฮ้ย! ยัยยเหรียญตกใจหมดเลย” ฮ่าๆ ทำหน้าตลกฉิบหาย

                “โทษๆ แล้วทำไรอยู่อ่ะ”

                “นี่ไงๆ” ไอด้าชี้ไปที่ทีวีขนาดใหญ่ยักษ์ ซึ่งสิ่งที่ปรากฏขึ้นนั้นคือ

 

                “กรี๊ด!

 

                “ใครเป็นอะไร!!” 


               ฉันหันไปที่ประตูก็เห็นคิมหันต์วิ่งหน้าตั้งมาทางนี้ ฉันเลยชี้ไปที่จอแล้วกรี๊ดออกมาอีกรอบพร้อมกับไปนั่งข้างๆไอด้า สงสัยละสิว่าคืออะไร เค้าคือไอดอลเกาหลีที่ฉันติดตามมาตั้งแต่เดบิวท์ ตามไปทุกคอนเสิร์ตที่ไปได้ ซื้อของออฟฟิศเชียลทุกชิ้นด้วย โอ๊ยพูดแล้วก็เขินอ่ะ


                “ฮือ เจบีสามีฉัน ซารางเฮอปป้า”

                “กรี๊ด! มาร์คอปป้า ฉันรักคุณค่ะ” ฉันกับไอด้าพูดกับสามีมโนอย่างมีคความสุข แต่ทันใดนั้นฉันก็รู้สึกถึงไอสังหารบางอย่าง...

                “พวกมันเป็นใคร!!!” สองเสียงที่ประสานขึ้นทำให้ฉันกับไอด้าหันไปมอง ก็เจอกับสองสามีหน้าโหดที่ที่หางคิ้วขวดกันแน่นก่อนจะเดินเข้ามาบังจอ

                “ออกไปนะอย่ามาบังสามีฉัน!” ฉันบอก

                “ไอด้าออกไปคุยกันข้างนอก!”ฉันได้แต่สงสายตาให้กำลังใจให้ไอด้าที่เดินตามเฮียผาออกไปอย่างสงบเสงี่ยม ให้เดาเฮียผาแกคงไม่รู้ว่าไอด้ามันติ่ง เวลาเราอยู่ด้วยกันที่ไรก็ต้องเป็นแบบนี้ทุกที มีเพื่อนกรี๊ดมันก็ดีอย่านี้แหละ

                “มัน เป็น ใคร!”ทำไมต้องเน้นด้วยวะก็บอกแล้วว่าเป็น...

                “สา มี!” ฉันบอกเสียงหนักแน่น ฉันไม่นอกใจคุณแน่นอนค่ะอปป้า

                “หึ! ผัวเธอก็ยืนอยู่นี่ไง!” มันไม่เหมือนกันเว้ย

                “นายมันตัวปลอม!” ฉันบอกแค่นั้นก่อนจะดันคิมหันต์ให้พ้นจอ


     หนึ่งชั่วโมงต่อมา

               

“รู้สึกว่าสามีเธอมันจะเยอะเกินไปแล้วนะ!


ตั้งแต่ชั่วโมงก่อนคิมหันต์กับเฮียผาก็เขามานั่งประกบฉันกับไอด้าตลอด พร้อมทั้งจิกกัดตลอดเวลาที่ฉันกับไอด้าเรียกใครว่าสามี คือเข้าใจไหมด้วยความที่ตามหลายวงมันก็จะมีสามีเยอะเป็นธรรมดา เรียกง่ายๆว่าเปลี่ยนสามีตามการแสดง ฮ่าๆ


                “ยุ่งน่า บ่นเป็นคนแก่ไปได้!

                “ใครแก่!” จี้ปมหรอแก ฮ่าๆ

                “คุยกับใครก็คนนั้นแหละ” ว่าจบฉันก็หันไปกรี๊ดกร๊าดกับไอด้าต่อ จนถึงเวลาใกล้เปิดร้าน

                “งั้นกูกลับก่อน”

                “อย่าลืมเรื่องที่คุยนะมึง กูไปด้วย”

                “เออ” เราล่ำลากันนิดหน่อยก่อนจะแยกย้ายกันไป คิมหันต์พาฉันไปกินข้าวก่อนจะกลับเข้าบ้าน  

               “นี่ทำไมเงียบอ่ะ” ใช่ตั้งต่ออกจากร้านเฮียผาเขาก็ไม่ปริปากคุยกับฉันสักคำ ถามอะไรก็ไม่ตอบ

                “...” ยังเงียบอยู่ใช่ไหม ได้เจอกันหน่อยเป็นไง

                “พรุ่งนี้กลับช้าหน่อยนะนัดเพื่อนกินข้าวไว้” อันนี้นัดไว้จริงๆเราจะคุยเรื่องงานเรื่องเรียนจบอ่ะ

                “...” เขาเปรยสายตามามองฉันนิดหน่อยแต่ก็ยังไม่ปริปากพูดอะไร


                อยากถามก็ถามมาเถอะพ่อคุณ...


Rrrrr


                ใครโทรมาป่านนี้นะ


                -ซันนี่-


                “ว่าไงซัน” ซันเป็นเพื่อนที่เรียนด้วยกันเวลาทำรายงานอะไรอย่างนี้เรามักได้อยู่กลุ่มเดียวกัน แต่ตอนนี้ฝึกอยู่คนละวอร์ด

                “พวกนั้นจะให้เราสองคนร้องเพลงคู่กันอ่ะ” ซันมันร้องเพลงเพราะมากแล้วก็ไม่อยากจะอวยตัวเองฉันก็ร้องเพราะเหมือนกันนะ ฮ่าๆ

                “งั้นซันเลือกเลยเหรียญได้หมด”

                “ที่โทรหาเพราะจะให้เธอเลือกอ่ะ” หาเรื่องให้ฉันอีกแล้วนะ

                “แล้วอยากได้แบบไหนอ่ะ” ฉันเหลือบตาเข้าไปในห้องก็เห็นคิมหันต์มองมาอยู่แล้ว ลืมบอกสินะว่าฉันออกมาคุยที่ระเบียงห้อง

                “แล้วแต่เธอ”

                “เดี๋ยวเลือกไว้ให้แล้วกัน” เราคุยกันต่ออีกนิดหน่อยถึงว่างสาย พอเข้ามาในห้องคิมหันต์ก็มองฉันตาขวางเลย กินอะไรผิดสำแดงหรือเปล่าคะ

 

                “คุยกับใคร” ยอมพูดแล้วนี่

                “เพื่อน” ฉันตอบส่งๆ

                “เสียงหวานจนนึกว่าคุยกับชู้” ฉันมองบนกับความคิดของเขา นี่แสดงว่ายังเคืองเรื่องที่ฉันกรี๊ดนักร้องเกาหลีอยู่ใช่ไหมเนี่ย เป็นบ้าหรอ ดึงสติหน่อยโว้ย

                “น่าคิด ถ้าได้เป็นชู้เมื่อไหร่จะพามาแนะนำแล้วกันนะ” ว่าจบฉันก็เดินไปนอนฝั่งของตัวเอง ไม่คุยด้วยแล้ว พูดออกมาแต่ละคำเอาไม้มาตีหัวกันเลยเถอะ!

               

หมับ

 

“อะไรของนายเนี่ย” ฉันโวยวายเมื่อคิมหันต์ ดึงหมอนที่ใช้กั้นเขตออกแล้วดึงฉันเข้าไปกอดแทน

                “ถ้าไม่อยากให้มันตายอย่าแม้แต่จะคิด” เป็นบ้าอะไรเนี่ย

                “พูดเหมือนหึงอ่ะ” ฉันเอี้ยวหน้าไปมองเขานิดหน่อย

                “...” ไม่ตอบวะ อะไรของเขาทำตัวเป็นหมาหวงก้างไปได้


               ขณะที่ร่างบางหลับไปแล้วที่มีอีกชีวิตหนึ่งที่ยังไม่หลับ คิมหันต์ได้แต่มองคนในอ้อมกอดด้วยความคิดที่หลายหลาย เขาไม่ต้องการให้ผู้ชายคนไหนมายุ่งกับเธอ ไม่อยากให้เธอไปบอกรักใคร เขาหวงผู้หญิงคนนี้มาก ไม่รู้ว่าตั้งแต่เหมือนไหร่ที่ผู้หญิงคนนี้มีอิทธิพลกับเขาขนาดนี้


                “เออฉันหึง พอใจหรอยัง”


                คิมหันต์กระซิบบอกคนในอ้อมกอดที่ไม่มีทางได้ยิน ก่อนจะปล่อยตัวเองไปกับความคิดแล้วหลับตามอีกฝ่ายไปตามๆกัน


     เช้าวันต่อมา

“คุณเหรียญทางข้าวก่อนไหมคะ”

“ไม่ค่ะเดี๋ยวสาย แล้วตอนเย็นไม่ต้องทำอาหารเผื่อเหรียญนะคะ”ฉันหันไปบอกพี่ชบาก่อนจะเดินออกจากบ้านไปที่รถของตัวเอง ไม่ทันจะได้ไปไหน คิมหันต์เขาก็เดิมตามมาติดๆ รถเขาจอดอยู่ข้างรถของฉัน แต่ปกติเขาจะกินข้าวเช้าก่อนออกไปทำงานนี่นา แต่ช่างเถอะเขาอาจจะมีประชุมเช้าก็ได้

“ตอนเย็นกลับมากินข้าวด้วยกัน”

“ก็บอกแล้วว่า...”

“จะรอ” ว่าจบก็ขึ้นรถแล้วก็ขับออกไปอย่างรวดเร็ว เป็นบ้าอะไรอีกเนี่ยจำได้ว่าบอกแล้วนะว่าจะไปกินข้าวกับเพื่อน!

 

ณ โรงพยาบาล

 

“เห้อ” ฉันถอนหายใจออกมายาวเหยียดอย่างเบื่อหน่าย

“เป็นไร ได้ราวด์เช้ายันจบฝึกไม่ดีหรอ” กาย

“มันก็ดีแต่...เห้อ” ใช่ฉันได้ราวด์เช้ายาวเลยไม่ต้องบอกก็รู้ว่าฝีมือใคร

“ทำไมทะเลาะกับคุณคิมหันต์หรือไง” ลาออกไปเป็นหมอดูเถอะ

“เออดิ”

“ทำไมทะเลาะกันได้ทุกวันเลยวะ”กายขมวดคิ้ว อยากจะบอกมันเหมือนกันว่าฉันก็ไม่รู้เว้ย!

“มึงไปทำไรให้เขาโกรธหรือเปล่า” เห็นฉันเป็นคนยังไงเนี่ย

“เยอะแยะจะเอาเรื่องไหนอ่ะ”


โป๊ก!

 

“เจ็บนะเว้ยไอ้บ้า!” ฉันได้แต่ยกมือลูบหัวตัวเองปอยๆเมื่อไอ้กายมันเขกหัวฉันจนแทบร้าว

“เออดีจะได้จำ มึงนี่มันจริงๆเลยนะ แทนที่จะดูแลผัวกลับต้องให้ผัวมาตามดูแล” ด่าไม่พอมันยังผลักหัวฉันซ้ำอีก ไอ้นี่หัวฉันไม่ใช่ของเล่นนะเว้ย

“โตแล้วก็ดูแลตัวเองไปสิ!”ว่าจบฉันก็ลุกขึ้น กลับวอร์ดดีกว่าเบื่อไอ้กาย ไอ้หมอบ้า

“แล้วจะไปไหนอีกวะ”

“ยุ่ง” ฉันตะโกนกลับไป

“เออ เดี๋ยวกูจะให้ไอ้ฟาร์มมาด่ามึง” ไม่กลัวเว้ยไม่ต้องมาขู่ซะให้ยาก

“หมอเหรียญคะหมอกรให้คุณเป็นเจ้าของไข้คนนี้ค่ะ”พี่พยาบาลที่เคยเห็นหน้ากันบ่อยๆยื่นแฟ้มประวัติคนไข้ให้ฉัน

“ได้ค่ะ ขอบคุณนะคะที่เอามาให้”ฉันยิ้มให้เธอแล้วกล่าวขอบคุณไป

“ยินดีค่ะ งั้นพี่ขอตัวไปทำงานก่อนนะคะ”ฉันพยักหน้ารับ ก่อนที่พี่พยาบาลจะเดินกลับเข้าไปไม่นานนักไอ้กายก็ตามฉันมา เพราะถึงเวลาตรวจแล้วน่ะ



ณ ร้านรวมเพื่อน

               

“เอาละค่ะเพื่อนๆทุกคนสรุปตามนี้นะ คู่จิ้นหมอผีร้องเพลงคู่ แก๊งหมอมาเฟียเล่นดนตรีให้คู่จิ้นหมอผี ส่วนที่เหลือตามสะดวกเพราะเราไม่ต้องการความตรึงเครียด และสุดท้ายดิฉันคุณหมอสุดสวยรับหน้าที่พิธีกรค่ะ ปรบมือ!


หลังจากนังหมอสุดสวย หรือสมชาติสรุปงานเรียบร้อยเราก็เริ่มลงมือทานข้าวกัน จริงๆวันนี้มากันไม่ครบหรอก เอาคนที่ว่างนั่นแหละมาคุย คงสงสัยล่ะสิว่าคู่จิ้นหมอผีคืออะไร มันคือฉันกับซันที่ได้ฉายานี้ก็เพราะตอนรับน้องฉันกับเขามีปัญหากับรุ่นพี่ที่เป็นพี่ระเบียบพวกเขาเลยเรียกพวกฉันว่าคู่จิ้นหมอผี ส่วนหมอมาเฟียน่ะคือพวกเพื่อนๆของซันพวกมันชอบทำหน้าดุเหมือนมาทวงหนี้สุดสวยเลยเรียกพวกมันแบบนั้น ก็เข้ากันดีนะ ฮ่าๆ


“ทุกคนเดี๋ยวฉันกลับก่อนนะ” ฉันบอกเพื่อน

“ทำไมรีบว่ะเหรียญ แกเพิ่งจะกินไปแค่สองคำเองนะ” จะบอกยังไงดีล่ะ

“เออน่ามีธุระเว้ย นี่เฉียดเวลามาคุยก่อนตอนนี้จะสายแล้ว”

“เออๆ อีกซันไปส่งเหรียญที่รถหน่อยสิ” ฉันส่งสายตาไปปรามสุดสวย

“ไม่ต้อง...”

“เอาดิมีเรื่องจะคุยด้วยพอดี” สงสัยจะเรื่องเพลง ฉันเลยพยักหน้าแล้วเดินนำไปที่รถ

“มีไรวะ”

“คนไข้ที่เธอได้จากเฮียกรวันนี้อ่ะ ฝากด้วยนะ”หมายถึงคนนั้นหรอ

“ทำไมวะ”

“คนรู้จักฉันเอง ฉันรู้ว่ามันไม่ดีแต่ฝากหน่อยแล้วกันสงสารว่ะ”

“อย่าคิดมากเลย ถึงไม่บอกฉันก็ดูแลดีอยู่แล้ว ไปนะ”

“ถึงแล้วโทรมานะ”ฉันพยักหน้าให้ซันก่อนจะขับรถออกจากร้าน ซันน่ะใจดีจะตายแต่อย่าให้มันร้ายนะรับรองถึงความสยองเลยล่ะ

 

ณ บ้านศิลาการณ์

               

“กลับมาแล้วหรอคะคุณเหรียญ” ป้าช้อย เธอเป็นแม่ของพี่ชบานะเห็นว่าเป็นคนเก่าคนแก่ของที่นี่

                “ค่ะ คิมหันต์ล่ะคะ” 


             “คุณคิมหันต์นั่งรอคุณที่โต๊ะอาหารเป็นชั่วโมงแล้วค่ะ” หลังจากที่เธอพูดจบฉันก็พุ่งตรงไปที่ห้องอาหารทันที พอไปถึงก็เจอคิมหันต์นั่งจ้องมาทางนี้พอดี ไอ้บ้าเอ้ยหิวแล้วทำไมไม่กินก่อนวะ แล้วถ้าเกิดว่าฉันไม่กลับมากินด้วยไม่ต้องหิวตายเลยหรอ ให้ตายเถอะ

                “เป็นบ้าหรอ ก็บอกแล้ว่าจะไปกินข้าวกับเพื่อนจะรอทำไม”

                “ฉันบอกว่าจะรอ” ดื้อด้านจริง ฉันพาตัวเองไปนั่งที่เก้าอี้ใกล้ๆเขา คือคิมหันต์นั่งหัวโต๊ะน่ะ

                “ขอนุญาติเสิร์ฟค่ะ” ไม่นานโต๊ะที่ว่างเปล่าก็เต็มไปด้วยอาหาร ซึ่งฉันก็ลงมือกินทันทีโดยไม่รอใครทั้งนั้น ไปกับเพื่อนทั้งทีก็กินได้ไม่กี่คำ

                “ทำไม?” หือ

                “กลัวคนแถวนี้หิวตายก่อนเลยกลับมากินที่บ้าน”

                “หึ” แค่นั้น แค่นั้นจริงๆแล้วเขาก็ไม่พูดอะไรต่อ แล้วลงมือกินข้าวตามฉันทันดี บางทีก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันจะกินข้าวกับเพื่อนก็ได้แต่ก็ไม่ทำ สงสัยจะเป็นบ้าไปแล้วฉัน


                หลังจากกินข้าวเสร็จฉันก็พาตัวเองขึ้นไปอาบน้ำ ไม่ไหวจริงๆตัวเหนียวมากเลย พออาบน้ำเสร็จก็เจอคิมหันต์ถือเอกสารกองโตเข้ามาวางที่โต๊ะตรงระเบียง ทำไมวันนี้ถึงหอบงานกลับมาทำ แต่จะว่าไปปกติเขากลับถึงบ้านก็สี่ทุ่มกว่านี่นา


                “งานเยอะทำไมไม่เครียดให้เสร็จก่อนกลับ”

                “ก็กลับมากินข้าว” แค่นี้เนี่ยนะ เวรเถอะแล้วก็มานั่งปั่นทีหลังใช้ได้ที่ไหน

                “ดินพอกหางหมู!!” ว่าจบฉันก็เดินลงมาข้างล่างก่อนจะเจอกับป้าช้อยที่ล้างมืออยู่ตรงอ่าง

                “ทำอะไรหรอคะป้าช้อย” ฉันเดินเข้าไปถาม แต่ก็ต้องตกใจเมื่อเห็นเลือดอาบมือเธออยู่

                “คือป้าเหม่อแล้วโดนมีดบาดเข้าให้น่ะค่ะ แต่ไม่เป็นไรค่ะเดี๋ยวก็หายแล้ว”

                “ตามเหรียญมาค่ะ” แผลลึกขนาดนั้นมันจะหายเองได้ยังไงกันเล่า

                “มีอะไรหรือเปล่าคะ”

                “ขึ้นไปนั่งบนนั้นเลยค่ะ” ฉันเปิดประตูห้องแล็บแล้วให้เธอเข้าไปนั่งบนเตียง ป้าช้อยเบิกตากว่างนิดหน่อยที่เห็นของในห้อง แน่นอนว่าเธอต้องตกใจอยู่แล้วเพราะโครงกระดูกอยู่ตรงข้างกับเตียงพอดี

                “ทำไมถึงมีของพวกนี้ได้ล่ะคะ” เธอถาม

                “เหรียญเป็นหมอค่ะ” ฉันบอกเธอยิ้มๆก่อนจะเตรียมอุปกรณ์ต่อ

                “ป้าก็นึกสงสัยอยู่เลยว่าห้องนี้มันมีอะไร”

                “ก็อย่างที่เห็นค่ะ ในห้องนี้มันมีของพวกนี้อยู่ ไหนจะยาอีกเลยไม่อยากให้เขามาค่ะ เดี๋ยวจะเป็นเรื่อง ถ้าเกิดอะไรขึ้นมันจะอันตราย จะเริ่มแล้วนะคะ”


                หลังจากนั้นฉันก็ลงมือเย็บแผลให้ป้าช้อย พร้อมจ่ายยาให้ไปกินด้วยฉันรู้สึกเหมือนที่นี่เป็นโรงพยาบาลขนาดเล็กเลยล่ะ มีของพวกนี้มันก็ดีเวลาฉุกเฉิน แต่ข้อเสียมันก็มีมากเหมือนกัน มันต้องมีคนคอยดูแลตลอด


                “อย่าลืมกินยาด้วยนะคะ อย่าพึ่งใช้มือมากเดี๋ยวแผลปริเอานะคะ”

                “ขอบคุณค่ะ คุณเหรียญเป็นหมอที่ดีมากเลยนะคะ”

                “ขอบคุณค่ะ” ฉันว่าพร้อมเก็บอุปกรณ์ไปด้วย

                “ว่าแต่คุณเหรียญลงมาทำไมคะ อยากได้อะไรหรือเปล่า”

                “เดี๋ยวเหรียญจัดการเองค่ะ ป้าช้อยไปพักเถอะ” ไม่นานนักฉันก็เก็บอุปกรณ์เสร็จ แล้วก็มุ่งไปหาเป้าหมายแรกที่ฉันลงมา


     แอ๊ด ด ด.

 

                ฉันเปิดประตูห้องนอนแล้วพาตัวเองไปที่ระเบียงทันที

                “ไปไหนมา” คิมหันต์เงยหน้าขึ้นมาถาม เห็นแบบนั้นฉันเลยยกแก้วกาแฟให้เขาดู ใช่ฉันไปชงกาแฟให้เขามา เห็นว่างานเยอะหรอกนะ

                “คิดว่าน่าจะดึกเลยเอามาให้” ฉันวางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะก่อนจะเดินเข้าห้อง หยิบโน้ตบุ๊คแล้วอ่านข้อมูลคนไข้เพื่อศึกษา

 

                เวลาผ่านไปสักพักใหญ่ๆคิมหันต์ก็หอบเอกสารออกจากห้องไปแล้วกลับเข้ามาใหม่ในเวลาไม่ห่างกันมาก เอางานไปโยนทิ้งหรอวะแบบ ไม่ทำแล้วเว้ย กูล้อเล่นแล้วก็ไปตามเก็บมา ฮ่าๆ ปัญญาอ่อนจริงๆฉัน


                “นอนได้แล้วครับ”

                “อืม” ฉันปิดโน้ตบุ๊คแล้วเอาไปเก็บ สุดท้ายก็พาตัวเองกลับมานอนที่เตียงโดยไม่มีหมอนข้าง ตั้งแต่เมื่อวานเขาก็เอาหมอนข้างไปไว้ไนก็ไม่รู้ลองหาแล้วแต่ไม่เจอ

                “ไปคุยอะไรกับเพื่อนมาบ้าง” หือ คิดยังไงถึงถามเนี่ย “ไม่ต้องเล่าก็ได้แค่ถามเฉยๆ”

                “ไปคุยเรื่องงานเลี้ยงเรียนจบมา” ถามก็ตอบฉันไม่มีความลับอะไรอยู่แล้ว

                “เรียนจบอยากได้อะไร”

                “ทำไมจะซื้อให้หรือไง” ฉันก็ถามไปอย่างนั้นแหละถ้าอยากได้อะไรเดี๋ยวซื้อเอง เงินก็มีอยู่

                “อือ”

                “ไม่อยากได้อ่ะ”

                “ฉันจะให้”ทำตัวเป็นเสี่ยไปได้ฉันไม่ใช่อีหนูนะ

                “จะให้อะไรก็ให้ คิดไม่ออก” 


               ฉันบอกแค่นั้นแล้วก็ไม่มีใครพูดอะไรอีก พอฉันเคลิ้มกำลังจะหลับก็รู้สึกได้ว่าโดนดึงไปกอดเหมือนทุกทีคงไม่พ้นเขาหรอก ช่างเถอะเขาก็กอดอยู่แทบทุกวันอยู่แล้ว ฉันกลัวตัวเองจะชินกับอ้อมกอดนี้จนติดเป็นนิสัยจัง

               

               “ฝันดีครับ”

                “อือ ฝันดี” ฉันตอบเสียงที่กระซิบอยู่ข้างหูก่อนจะหลับไปจริง





อัพครบ
(คอมเมนต์เป็นกำลังใจให้นักเขียนด้วยนะคะ)
...................................................................
มาคุยกัน


มีความเป็นห่วงสามีเบาๆนะคะเหรียญ
เลิกทะเลาะกันได้แล้วมั้งคะ ฮ่าๆ

...................................................................
อะไรกันสองคนนี้จะทะเลาะกันไปถึงไหนคะ
ว่าแต่เหรียญจะกลับมากินข้าวกับคุณคิมไหมน้อ

ปล.ขอบคุณนะคะสำหรับคำอวยพร เราดีขึ้นมากแล้วล่ะ

...................................................................

เราขอโทษนะคะที่เมื่อวานไม่ได้มาอัพนิยายให้
ขอโทษจริงๆนะคะ เราไข้ขึ้น นึกได้อีกทีก็ตอนนอนไปแล้ว
อภัยให้เราด้วยน้า ฮึ่ก
ปล.ช่วงนี้ก็รักษาสุขภาพกันด้วยนะ 
คนรอบตัวรวมถึงเราในตอนนี้ไม่สบายกันเยอะเลย

...................................................................











ฝากติดตามเรื่องนี้ด้วยนะคะ
Bad Marry



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 84 ครั้ง

5 ความคิดเห็น

  1. #324 pappyEP (@jaexopink) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 25 มีนาคม 2562 / 23:47
    น่ารักกกกกกกกกก
    #324
    0
  2. #272 dankoh (@baiimon) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2561 / 13:35
    น่าร้ากกกก
    #272
    0
  3. #35 airin0618 (@airin0618) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2561 / 11:17
    น่ารักที่สู๊ดดดดดดดด
    #35
    0
  4. #14 lawanwongpa (@lawanwongpa) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 6 มกราคม 2561 / 21:07
    หายไวๆนะคะ
    #14
    0
  5. #13 lawanwongpa (@lawanwongpa) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 มกราคม 2561 / 18:36
    รอค่าาาา
    #13
    0