[ Fic gintama ] HijiGin Love forever.

ตอนที่ 36 : ❥ภาคปกติ : ตอน 19 : หากจะต้องรออะไรซักอย่างให้รอจนกว่าจะหลังค่อม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 413
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    22 เม.ย. 57

ภาคปกติ : ตอน 19 : หากจะต้องรออะไรซักอย่างให้รอจนกว่าจะหลังค่อม

          แสงตะวันยามเย็นเริ่มลับฟ้า สีของท้องฟ้ายามเย็นกลับกลายเป็นสีน้ำเงินเข้ม ผู้คนเริ่มเข้าห้องนอนของตนแล้วค่อยๆหลับใหลลงในค่ำคืนแห่งความเงียบสงบและเย็นเยือก

          แต่แทนที่จะเป็นอย่างนั้น กินโทกิที่กำลังโน้มตัวลงนอนก็สังเกตสิ่งผิดปกติที่หน้าต่างบานเดียวภายในห้อง ทำเอาเจ้าตัวตกใจไม่น้อยกับเงาคนที่กำลังพยายามปีนป่ายหน้าต่างบานนั้นไม่น้อย

          กินโทกิเห็นดังนั้นก็เหมือนจะระแวงอะไรบางอย่าง กินโทกิค่อยๆเดินโดยเอาหลังชิดกำแพง ก่อนจะค่อยๆก้มไปหยิบดาบไม้คู่ใจ ก่อนจะตั้งท่าพร้อมรบ

          ทันใดนั้น  ไม่ทันที่กินโทกิจะตั้งตัวได้ทัน ร่างที่กำลังปีนหน้าต่างอยู่นั้น จู่ๆก็กระโจนเข้าใส่กินโทกิ ทำเอากินโทกิหัวเคกกับกำแพง ร่างที่กระโดดมานอนทับกินโทกิเอาไว้ กินโทกิลูบหัวตัวเองเบาๆ พร้อมกับทำท่าทีโมโหเต็มพิกัด

          บ้าเอ๊ย !! จะมาขโมยงั้นสินะ งั้นก็ตายซะเถอะ! “

          กินโทกิตะโกนโวยวายก่อนจะรีบตั้งท่าทุบตีร่างตรงหน้าไม่น้อย แต่ก่อนที่กินโทกิจะลงมือกินโทกิค่อยๆสังเกตสีหน้าที่คุ้นเคยและกลิ่นที่คุ้นเคยนั่น

          เดี๋ยวๆๆๆ สต๊อปๆๆๆ นายเห็นฉันเป็นโจรได้ยังไงกันเนี่ย ?

          ฮิจิคาตะ !?

          กินโทกิทำหน้าอึ้งหวอเล็กน้อย ก่อนจะค่อยๆวางดาบลงแล้วก็กอดอกพูดกับฮิจิคาตะอย่างเป็นกันเอง

          ก็นายเล่นมาทางหน้าต่างนี่นา แล้วทำไมไม่เข้าหน้าบ้านละ

          กินโทกิถามด้วยความสงใส เพราะเขาคิดว่ามันคงไม่มีอะไรผิดปกติ ก่อนที่ฮิจิคาตะจะตอบฮิจิคาตะค่อยๆลุกขึ้นแล้วใช้มือหนานั่นปัดไหล่เบาๆก่อนจะพูดออกมาหน้าตาย

          ก็ฉันอยากมานอนกับนายนี่หว่า “

          อุ๊ !! “

          ฮิจิคาตะพูดจบประโยค ทำเอากินโทกิเกิดอาการอยากจะคายของเก่าซะงั้น ท่าทีของกินโทกิเหมือนกับว่าจะไม่เชื่อคำพูดของฮิจิคาตะเสียเท่าไหร่นัก

          นายกับฉันเนี่ยนะ ?

          กินโทกิชี้นิ้วมาที่ตัวเอง ไม่ทันไรฮิจิคาตะก็ตอบกลับด้วยท่าทีมั่นอกมั่นใจเต็มร้อยเลยทีเดียว ด้วยท่าทางและคำพูดของฮิจิคาตะนั้นทำเอากินโทกิเถียงไม่ขึ้น

          ก็นายเป็นแฟนฉันแล้วนี่ ฉันเลยต้องมานอนกับนายไง

          ไม่ๆๆๆ ฉันจะเป็นแฟนกับนายก็จริงแต่ทำไมต้องนอนด้วยกันล่ะ !! “

          “ นี่มันคือการฝึกอบรมคุณพ่อก่อนแต่งไง

          ฮิจิคาตะทำท่ามาดมั่นไม่น้อย ก่อนจะตามมาด้วยเสียงตะหวาดของกินโทกิที่ไม่พอใจไม่น้อยเลยทีเดียว

          ใครมันจะแต่งกับแกกัน !! “

          กินโทกิพูดจบก็ถอนหายใจ เหมือนกับว่ากินโทกิก็ยังคงไม่เข้าใจความหมายของฮิจิคาตะอยู่ดีนะ เขาจึงค่อยๆลากฟูกของตัวเองออกจากตู้ แล้วก็บอกกับฮิจิคาตะราวกับจะไล่ให้เขากลับไป

          เฮ้อ…ฉันมีฟูกแค่ผืนเดียว…ถ้านอนก็ไม่มีที่ให้นอนหรอกนะ “

          กินโทกิกำลังแสดงละครลิงอย่างสมบทสมบาทอยู่ เขาพยายามจะทำเนียน ราวกับจะบอกประมาณว่า ไม่มีที่นอนให้นายนอนกลับบ้านไปนอนเลยไป๊ ! อะไรทำนองนี้

          กินโทกิคิดเอาไว้แบบนั้น แต่คนตรงหน้ากลับทำหน้าตายก่อนจะค่อยๆปล่อยตัวเองนอนลงบนพื้นเสื่อทาทามิ ก่อนจะพูดประโยคชวนกินโทกิหงุดหงิดทันที

          ฉันรู้นะว่านายอยากให้ฉันไป แต่ฉันไม่ไปหรอกฉันจะนอนอยู่ตรงนี้จนกว่าจะได้นอนกับนายละนะ

          ฮิจิคาตะหันมาพูดกับกินโทกิที่นอนนอยู่ด้านขวาของเขาก่อนจะพูดพร้อมกับยิ้มออกมาเบาๆ ทำเอากินโทกิใจสั่นไม่น้อย

          ด้วยความดื้อรั้นปนทะเล้นๆของคนตรงหน้าทำเอากินโทกิรู้สึกเหมือนเสียเชิงนิด ๆไม่นานนักกินโทกิก็จำที่จะต้องหลับแบบฝืนๆใจหลับ

          ไม่นานนักกินโทกิก็หลับลึกลงไปเรื่อยๆ ก่อนจะค่อยๆลืมเรื่องราวของวันนี้ไปช้าๆ

          ผ่านไปเป็นเวลานานพอสมควร กินโทกิลืมตาขึ้นช้าๆ เหมือนเขาจะรู้สึกได้ถึงสิ่งผิดปกติที่มือซ้าย ก่อนจะหันไปดูกินโทกิดูตกใจเล็กน้อย

          มือซ้ายของเขาถูกมือของชายอีกคนหนึ่งที่นั่งเฝ้าอยู่ข้างกำลังกุมมือซ้ายของเขาซะแน่นจนเหงื่ออกชุ่มมือของเขาเต็มไปหมด

          กินโทกิเห็นดังนั้นก็หันไปมองหน้าของคนที่นั่งกุมมือตนอยู่

          ‘ หลับอยู่หรอ…? ฮึๆ..หมอนี่หลับในท่าแบบนี้น่ะหรอ ‘

          กินโทกิหัวเราะในใจเบาๆ เพราะท่านอนของฮิจิคาตะที่กลายเป็นท่านั่งอย่างสมบูรณ์แบบ กินโทกิค่อยๆดึงมือออก พอกินโทกิดึงมือออก

คนตรงหน้าก็กระชากมือนั่นกลับไปทันทีก่อนจะเอ่ยคำพูดบางคำทำเอากินโทกิถึงกับอยากจะร้องไห้อย่างไม่มีเหตุผล

          กินโทกิ…กินโทกิ… “

          ฮิจิคาตะพูดจบกินโทกิก็หลั่งน้ำตาออกมาเล็กน้อย ก่อนที่เจ้าตัวจะเช็ดน้ำตานั่น ฮิจิคาตะที่กำลังหลับอยู่นั้นก็ลุกขึ้นตื่นมาเห็นใบหน้ากินโทกิที่อาบไปด้วยน้ำตา เขาเห็นดังนั้นก็รีบเข้ามากอดพร้อมกับค่อยๆเอามือทั้งสองซับน้ำตาให้กับกินโทกิทันที

          กินโทกิเป็นอะไร? ร้องไห้ทำไมหือ..อย่าร้องนะๆ… “

          ฮึกๆ….

          ฮิจิคาตะค่อยๆโอบกอดคนตรงหน้า พร้อมกับซับน้ำตาที่ไหลรินอกมาพร้อมๆกัน ก่อนจะค่อยๆพูดปลอบประโลมคนตรงหน้าเบาๆ พร้อมกับถามต่อว่าเกิดอะไรขึ้น

          มีอะไรกินโทกิ…ไม่สบายหรือว่าเจ็บอะไรตรงไหน “

          ไม่…ฉันไม่ได้เป็นอะไร “

          “ แล้วทำไมนายต้องร้องไห้ด้วยล่ะหืม… “

          ฮิจิคาตะพูดกับคนตรงหน้า พร้อมกับใช้มือหนาของตนลูบบนใบหน้าคนตรงหน้าเบาๆ ไม่นานนักกินโทกิก็พูดออกมาเบาๆพร้อมกับใบหน้าหวานแดงเป็นลูกอม

          ฉันดีใจ…ก็เลยเผลอร้องไห้…ขอโทษนะ “

          กินโทกิพูดจบฮิจิคาตะก็เอาจับหัวกินโทกิเอามาประกบกับหน้าผากของตนเบาๆ ก่อนจะค่อยๆเอ่ยประโยคเดิมๆซ้ำๆของเขาแต่มันก็เป็นความหมายที่ลึกซึ้งพอที่จะให้กินโทกิยิ้มออก

          ฉันรักนายนะ… “

          อือ… “

          กินโทกิตอบกลับทั้งน้ำตา ก่อนจะได้ยินเสียงของคนตรงหน้าอีกครั้ง

          ขอจูบได้ไหม ?

          ฮิจิคาตะถามคนตรงหน้าที่กำลังหลบหน้าหลบตาเพราะความเขินอายอยู่นั่นด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะได้คำตอบชวนหลงเข้าจังๆอีกตะหาก

          เป็นแบบนี้แล้วยังจะต้องขออีกเหรอ “

          ฮิจิคาตะมองคนตรงหน้าก่อนจะใช้มือตนผลักคนตรงหน้าลงบนฟูกนอนก่อนจะค่อยๆกดจูบลบบนริมฝีปากบาง เริ่มด้วยอารมณ์แห่งความรักอันเปี่ยมล้น ก่อนจะค่อยๆเปลี่ยนเป็นนิ่มนวล

          ทั้งสองแลกลิ้นระหว่างโพรงปากกันนานพอสมควรก่อนที่กินโทกิจะเริ่มรู้สึกขาดอาการหายใจ จนทำให้ฮิจิคาตะต้องผละริมฝีปากของตนออกมา

          ด้วยอาการขาดอากาศ ทำเอากินโทกิหายใจหอบเฮือกใหญ่ ฮิจิคาตะเห็นดังนั้นก็ไถ่ถามคนตรงหน้าเบาๆ

          เป็นอะไรมากไหม ? ขอโทษนะฉันลืมไปว่านายยังไม่ชิน “

          ฮิจิคาตะพูดจบกินโทกิยื่นใบหน้าเข้าหาฮิจิคาตะก่อนจะค่อยๆกดริมฝีปากของตนเองลงริมฝีปากหน้าด้านบนเบาๆ ก่อนจะค่อยๆพูดทั้งๆที่ริมฝีปากของคนตรงหน้ายังอยู่บนริมฝีปากของตน

          ฉันยังต้องเรียนรู้อีก…นายสอนฉันได้ใช่ไหม ?

          ได้สิ…จะทำให้อย่าอ่อนโยนเลย “

          ถึงตอนนั้นฉันจะกอดนายเอาไว้เอง “

          อวดจริงๆเลยนะ ฉันต่างหากละที่ต้องกอดนาย

          ไม่นานนักทั้งคู่ก็นอนลงบนหมอนใบเดียวกัน ผ้าห่มผืนเดียวกัน และคนที่รัก…เหมือนๆกัน

 

          เช้าแล้วจ้า…!!

 

          “ อากินจังง อั๊วหิวข้าวแล้วน่อ

          คางุระจังสาวน้อยแห่งร้านรับจ้างสารพัดในชุดนอน เดินออกมาจากห้องนอนของตัวเองพร้อมกับค่อยๆเดินออกมาแล้วเปิดประตูห้องนอนของกินโทกิ

          ไม่นานนักคางุระก็ถึงกับผงะ เมื่อเห็นภาพบาดตาที่เห็น คุณพ่อ(?) กับคุณแม่(?) นอนอยู่บนที่นอนเดียวกันแถมยังกอดกันซะแนบแน่นเชียว คางุระเห็นดังนั้นก็รู้สึกไม่สบอารมณ์เท่าไหร่

          ก็แหมม…คุณลูกส่วนใหญ่ก็ต้องไม่ชอบคุณพ่อกันทั้งนั้นแหละน้า ชอบปล่อยให้คุณแม่อยู่บ้านแล้วร้องไห้อยู่คนเดียวบ่อยๆ เป็นแบบนี้คุณลูกก็เลยไม่ค่อยจะอยากให้คุณพ่ออยู่ใกล้คุณแม่เสียเท่าไหร่นัก

          เห็นดังนั้นแล้วคางุระก็หยิบแก้วน้ำชาที่กินเหลือเอาไว้มาเทใส่หน้าของคุณพ่อผู้ไม่รู้เรื่องอะไรเลย ทำเอาเหมือนคนจะจมน้ำตายยังไงอย่างงั้น

          แค่กๆๆ ! “

          เป็นอะไรฮิจิคาตะ ?

          ทั้งสองลุกขึ้นตื่นทันใด เพราะเสียงจามของฮิจิคาตะเล่นดังซะขนาดนั้นนี่นะ ไม่นานนักฮิจิคาตะก็ใช้มือเช็ดใบหน้าของตน

          ใครเล่นแบบนี้ก็ไม่รู้…เอาน้ำชามาราดใส่หัวฉันเนี่ย. “

          ฮิจิคาตะบ่นเบาๆ ตามมาด้วยเสียงเคืองๆปนสงใส

          ต้องเป็นคางุระแน่ๆเลย ขอโทษนะเดี๋ยวฉันจะไปตามคางุระแล้วให้มาขอโทษนาย

          กินโทกิทำท่าทีเดินไปหาคางุระ ฮิจิคาตะเห็นดังนั้นก็ดึงแขนกินโทกิเอาไว้ก่อนจะกระชากร่างนั่นลงมานั่งกับตน

          ไม่เป็นไร เด็กๆก็แบบนี้แหละ “

          ไม่เป็นไรจริงๆเหรอ “

          กินโทกิทำสีหน้ากังวลหน่อยๆ เหมือนว่าเขาจะไม่ค่อยอยากจะให้เกิดเรื่องแบบนี้กับฮิจิคาตะเสียเท่าไหร่นัก เพราะมันทำให้เขารู้สึกผิดไปตามๆกัน

          ไม่เป็นไรจริงๆ…ฉันจะไปทำงานละนะกินโทกิ “

          อืม…ระวังตัวด้วยละ “

          กินโทกิพูดพร้อมกับรอยยิ้มบนใบหน้า คนตรงหน้าเห็นแล้วถึงกับอยากจะได้รางวัลเล็กๆน้อยๆจากคนตรงหน้าเป็นกำลังใจใจการทำงานไม่น้อย

          นี่…อย่าลืมสินายต้องทำอะไรก่อนที่ฉันจะไปทำงาน “

          ฮิจิคาตะทำท่าทียื่นใบหน้าให้กับกินโทกิ กินโทกิไม่รอช้า กดริมฝีปากของตนลงบนแก้มซ้ายของฮิจิคาตะก่อนจะพูดเพื่อปัดเป่าความอายของตัวเองออกไป

          ไปทำงานได้แล้วน่า !! เดี๋ยวก็สายหรอก “

          ไปละนะ

          ช่วงเวลาหนึ่งของชีวิต อย่างน้อยความสุขที่สุดในชีวิตสักครั้งหนึ่งอาจจะไม่ได้มาจากคำพูดเล็กๆ หรือถ้อยคำใดที่ทำให้เราดีใจ

แต่เป็นคนที่เรารัก และคนที่รักเรา อย่างน้อยเพียงแค่สักวันหนึ่งทั้งคนที่เรารักและคนที่รักเราอยู่ด้วยกัน มันคนเป็นวันที่มีความสุขไม่น้อยไปกว่าวันอื่นๆเลยทีเดียว

‘ น่าจะเปลี่ยนจากจุ๊บก่อนไปทำงานเป็นบอกรักก่อนไปทำงานดีไหมนะ…? ‘

เห็นได้ชัดว่าฮิจิคาตะกำลังคิดแผนการอะไรร้ายๆอยู่นะเนี่ย....

 

B B
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

303 ความคิดเห็น

  1. #169 mojini (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2556 / 18:39
    อ๊ายยย ตอนนี้น่ารักจริงๆๆๆ

    คางุระไม่ต้องห่วงม่ามี๊ไป เดี๋ยว ปะป๋า(?) เค้าดูแลเอง กรี๊ดดดดด

    แหม่ ลูกสาวเธอก็ไปยั่วโมโหคุณพ่อเค้าา ไปเล่นกับพี่นู้นนน ป๊าม๊าเค้าจะอี๋อ๋อกัน ฮิฮิ

    นี่มันจุ้บทางอ้อมสินะๆๆ อ้อมทำไมล่ะ จุ้บไปเลยตรงๆก็สิ้นเรื่อง ฮ่าๆๆๆ
    #169
    0
  2. #166 my goku (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2556 / 00:27
    มัน....ฟิน...มากกกกกกก....จูบจริง..เอาจริงไปเลย5555
    รออ่านตอนต่อไปอยู้นร้าาาา ><
    ....สู้ๆคับผมไรต์ที่รัก ^^....
    #166
    0
  3. #162 นักเวทย์ปีศาจ (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2556 / 20:15
    ไม่ต้องใช้มุกจูบทางอ้อมหรอกค่ะ จูบตรงๆไปเล๊ย!!! ^w^
    #162
    0
  4. #161 ก้อนหนมปัง^^ (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2556 / 19:14
    กรี๊ดดดดดด หวานมากเยยยยย
    #161
    0