FIC :: ALL TONY

ตอนที่ 9 : [8] STEVE (3)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 744
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 21 ครั้ง
    4 พ.ค. 62

STEVE(3)
 ... Content from episode [7] STEVE (2) ...
   
     " โทนี่ !? "  
     " สตีฟ... "
     " วันนี้ทำไมคุณดู .... "
     " ยังไงหรอ ? " โทนี่ยิ้มอย่างสนอกสนใจในคำตอบของสตีฟ
     " คุณดูสว่าง... อย่างกับเปล่งแสง "
     " เปล่งแสงอะไร พูดบ้าๆน่าสตีฟ " โทนี่พูดขึ้นพลางหัวเราะร่า ถึงแม้จะนานแค่ไหนรอยยิ้มของโทนี่ก็ยังจริงใจ สดใสไม่เปลี่ยนแปลง เมื่อเขาได้เห็นรอยยิ้มนั่น เขาก็ยิ้มออกมาได้อย่างง่ายดายราวกับต้องมนต์
     " ผมคงจะบ้าจริงๆ ว่าแต่ ที่นี่ที่ไหน เราปลอดภัยแล้ว ? " 
     เขาพูดย้อนไปในเหตุการณ์ล่าสุดเท่าที่เขาจำได้ ตอนที่เขารู้ตัวคือตอนที่เห็นโทนี่นอนหมดสภาพในชุดเกราะ แต่เขาเองก็บาดเจ็บไม่น้อย หลังจากนั้นก็จำอะไรไม่ได้อีก และสิ่งที่เขาหวังคือทั้งเขาและคนตรงหน้าจะยังปลอดภัยดี 
     แต่เมื่อสิ้นเสียงของสตีฟไปพักหนึ่งทั้งคู่ก็เงียบไป บรรยากาศรอบๆนิ่งสนิท สตีฟที่จ้องมองโทนี่ไม่วางตาถึงกับออกอาการเงอะงะเมื่อเริ่มเห็นร่างที่ดูโปร่งแสงเมื่อครู่ของโทนี่ค่อยๆดำสนิท มืดมิดและเต็มไปด้วยรอยแผลเป็นที่บัคกี้ได้ทิ้งเอาไว้ ทั้งช้ำเลือดและเเตกกระจายรอบตัว เลือดสีแดงคล้ำค่อยๆไหลจากทุกๆอนูของรอยแผลเป็น หรือก็คือภาพล่าสุดที่สตีฟจำได้นั่นเอง 
     ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยแผลฉีกขาดจนน่าเป็นห่วง ริมฝีปากที่ค่อยๆบวมเป่งนั่นพูดขึ้นมาด้วยรอยยิ้มประหลาด
     " พูดอะไรของนายน่ะสตีฟ นายปลอดภัย แต่ฉันตายแล้ว "
     " ตาย !? ตายงั้นหรอ ? ทำไมผมถึงไม่รู้เรื่อง " เขาเริ่มสติแตก 
     โทนี่หรี่เข้าใกล้สตีฟ เขาจับเข้าที่มือทั้งสองข้างของกัปตันอเมริกาที่กำลังงุนงงอยู่ก่อนจะพูดต่อด้วยท่าทีกระวนกระวายไม่แพ้กัน มือของโทนี่ที่แคปได้สัมผัสคือมืออันคุ้นเคยที่ค่อยๆเย็นเฉียบขึ้นทุกๆขณะ
     " ฉันยังไม่อยากตายสตีฟ ช่วยฉันด้วย " โทนี่เริ่มคร่ำครวญ 
     สตีฟไม่เคยเห็นโทนี่ในสภาพสิ้นหวังจนต้องขอร้องชีวิตจากใคร แม้แต่ในฝันยังไม่เคยแม้แต่จะคิด แต่นี่มันอะไรกัน แม้หน้าตาเขาจะไม่ได้แสดงออกว่าสงสัยมากนัก แต่คิ้วเขาเลิกยกใหญ่เสียยิ่งกว่าอะไรดี ไม่เพียงแค่งงเท่านั้นที่โทนี่ยังอยู่ที่นี่ในสภาพแบบนี้ แต่ยังพูดวนไปวนมาว่าตัวเองตายแล้ว ถ้าเป็นความฝันมันก็ช่างเหมือนจริงเหลือเกิน สตีฟได้แต่คิดในใจแบบนั้น 
     " จะให้ผมทำยังไง แล้วทำคุณถึงยังอยู่นี่ ทำไมผมยังสัมผัสคุณได้ " สตีฟทวนคำโทนี่ 
     " ช่วยฉันที ฉัน ไม่..ไม่อยากไป... " โทนี่ยังคงคร่ำครวญ ตัวของเขาค่อยๆลอยขึ้นจากพื้นเหมือนกับลอยอยู่กลางอากาศอย่างทุรนทุราย เสียงของเขาเริ่มทรมาณราวขาดอากาศหายใจ มือทั้งสองยังคงรั้งแขนทั้งสองของสตีฟไว้เพื่อไม่ให้ตัวเองไปไกลจากตรงนั้น 
     เมื่อเห็นตัวของอีกคนกำลังลอยขึ้นไม่รู้ด้วยสาเหตุใดสตีฟก็รีบคว้ามืออีกคนเอาไว้แน่นขึ้น ก่อนจะพยายามใช้เเรงที่มีดึงกลับมา
     " ไปไหน คุณจะไปไหน " สตีฟตะโกนด้วยความตกใจต่อภาพตรงหน้า
     ยิ่งพยายามก็ดูเหมือนจะไม่เป็นผล ร่างของโทนี่ที่บอบช้ำเต็มทีค่อยๆดิ้นรนสุดชีวิตเพื่อเหมือนพยายามหายใจ ในขณะเดียวกันร่างของเขาก็ค่อยๆลอยสูงขึ้นจนเหนือการควบคุมของสตีฟที่ได้แต่พยายามคว้าแขนของโทนี่สุดชีวิต แต่โทนี่เองเหมือนจะยอมแพ้แล้วปล่อยให้เลยตามเลยในที่สุด ก่อนห้วงเวลาสุดท้ายที่ทั้งสองจะจากกันไป โทนี่พูดขึ้นมา
     " ฉัน.ไม่อยาก..ไปจากนาย... " 
     .
     .
     .

     " โทนี่  !! "
     สตีฟสะดุ้งตื่นจากฝันร้าย เมื่อสตีฟรู้สึกตัว เขาดีใจเหลือเกินที่มันเป็นเพียงแค่ฝันอย่างที่เขาภาวนาตลอดช่วงระยะเวลาที่เขาอยู่ในฝันร้ายนั่น
     หลังจากที่สตีฟลืมตาตื่นขึ้นมาได้ไม่นาน แนทหรือแบล๊ควิโดว์ก็สะดุ้งตัวขึ้นมาพลางมองไปยังเตียงพักผู้ป่วยที่อยู่ห่างจากเธอประมาณ 3-4ก้าว
     " ดูเหมือนเขาจะฟื้นแล้วนะ " แนทยิ้มอย่างโล่งอก คนที่นั่งอยู่ข้างๆเธอยกยิ้มตาม
     " หลับเป็นตายไปสามวันสามคืน ที่ฟื้นได้คงเพราะซูปเปอร์โซลเยอร์สินะ ของเขาดีจริงๆ " บาตั้นหัวเราะ
     " หนวกหูน่า ไปไกลๆเขาจะได้พัก "
     ฮอร์คอายทำหน้ามู่ทู่ไม่พอใจเล็กน้อยก่อนจะเดินออกไป ปล่อยให้นาตาชาผู้เชี่ยวชาญอยู่ข้างๆดูอาการของสตีฟต่อ

     " ที่นี่ที่ไหน ? " สตีฟหอยหายใจถี่ราวกับคนจมน้ำ หน้าอกเขากระเพื่อมขึ้นลง หอบหายใจอย่างบ้าคลั่ง
     " อเวนเจอร์ทาวเวอร์ หรือที่นายเรียกมันว่าบ้าน " นาตาชายิ้มอย่างสนใจ
     " บ้าน...แล้วสตารค์ไปไหน เขาควรจะบาดเจ็บเหมือนผม " 
     " ไม่ใช่ว่าใครจะโชคดีเหมือนนายนะสตีฟ " นาตาชาเดินทิ้งตัวออกมาพลางชื้ไปที่แขนจักรกลหน้าตาคุ้นเคย หรือว่ามือกลของหุ่นอัจฉริยะของโทนี่นั่นเอง โชคไม่ดีนักที่ไร้วี่แววของเจ้าของ กลับแต่มีชิ้นส่วนของชุดเกราะอยู่เต็มไปหมด
     " หมายความว่าไง " สตีฟเลิกคิ้วสงสัย แต่แล้วแนทก็ก้มหน้าก้มตาพูดความจริงให้อีกคนฟัง
     " โทนี่เลือกช่วยคุณไว้ เกราะครึ่งหนึ่งของเขาใช้งานไม่ได้ มันช่วยได้แค่คนเดียว "
     สตีฟที่ฟังอย่างใจจดใจจ่อนั่งนิ่งไป 
     " เราค้นหาเขาดีหรือยัง... "
     " ทั่วมหาสมุทร...เราใช้บุคลากรอย่างเต็มประสิทธิภาพ ฟิวรี่ต้องไม่ชอบใจแน่ที่คนฝีมือดีอย่างสตาร์คจะมาตายง่ายๆ แต่มันก็ไม่มีอะไรคืบหน้าไปมากกว่าเกราะพวกนี้ เราเสียใจจริงๆ "
     สิ้นเสียงของแนท แคปที่นั่งหลังตรงเมื่อครู่โค้งหลังตัวเองลงฟุบกับผ้าห่มพื้นบาง มือทั้งสองข้างเข้าเกาะกุมซึ่งกันและกันบังคับให้มือหยุดสั่นเพราะความเครียดเข้าปกคลุมพื้นที่ในจิตใจเขา ไม่ได้ต่างกันเลยซักนิด เขาประติดประต่อเรื่องราวจากภาพสุดท้ายที่เขาจำได้ และภาพในฝัน การตื่นขึ้นมาจากฝันในครั้งนี้ไม่ได้สวยงามอย่างที่เขาคิด เขากัดฟันกรอดจนแนทได้ยินเสียงขบกรามดังลั่น เสียงเเรกที่เล็ดลอดมาจากไรฟันของเขา...
     " ผมควรจะช่วยเขา " สตีฟพูดขึ้นมาทั้งๆที่หน้ายังคงจุ่มอยู่กับผ้าห่ม 
     แนทรีบพูดสวนทันที เธอรู้ดีว่าคนตรงหน้าต้องพบเจอกับอะไรมามากมาย และเหตุการณ์ครั้งนี้คงจะเกินรับมือพอดู
     " อย่าโทษตัวเอง ฉันเข้าใจดี และฉันเข้าใจสตาร์ค ที่เขาเลือกแบบนี้เขาต้องมีเหตุผล "
     " อย่าพูดเข้าข้างผมเลย ผมผิดทั้งหมดนั่น.. ผิดทั้งหมดนั่นเลย " สตีฟยังคงโทษตัวเอง มือเขากุมกันแน่นจนน่ากลัว เเนทเห็นดังนั้นเธอรู้ตัวว่าควรถอยห่างออกมาจากกัปตันอเมริกาที่กำลังสงบสติอารมณ์ของตัวเอง 
     " นายคงอยากอยู่คนเดียวซักพัก " 
     พูดจบเธอก็เดินออกไปจากห้องทันที 

     ซ้ำแล้วซ้ำอีก ความผิดซ้ำซากในใจของสตีฟผุดขึ้นมาเป็นดอกเห็ด คราวก่อนก็บัคกี้ ครั้งนี้ก็เป็นโทนี่ที่เขาอยากจะช่วย แต่ก็ช่วยไว้ไม่ได้ แม้จะเป็นทหารที่พร้อมเสียสละชีวิตตัวเองเพื่อช่วยอีกคน แต่ตอนนี้เขากลับไม่ได้ใช้ชีวิตอันมีค่าของเขาแลกกับอะไรเลย สตีฟได้แต่นั่งกุมมือตัวเองที่สั่นเทาไม่ยอมหยุด 
     ครั้งก่อนที่เขาเห็นบัคกี้ตายต่อหน้าต่อตา เขาสาบานกับตัวเองอีกครั้งเมื่อเจอกับบัคกี้ที่กลายเป็นวินเทอร์โซลเจอร์ว่าจะไม่ให้เกิดเหตุการร์แบบนี้ซ้ำสอง แต่แล้วกลับเกิดขึ้นกับคนใกล้ตัวอย่างสตาร์ค 
     เขาไม่เคยเป็นแบบนี้  ครั้งนั้นเขากับบัคกี้ไม่ได้ลงเอยอย่างโทนี่ เขาไม่เคยรู้สึกเหมือนลอยเคว้งอยู่กลางอากาศขนาดนี้ เขาพึ่งกลับมาเจอกับโทนี่เมื่อไม่นานมานี้ วันก่อนเขากับโทนี่ยังมีความสุขในห้องส่วนตัว แต่แล้วก็เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น เขาได้แต่โทษตัวเองที่ประมาทเกินไป ได้แต่โทษตัวเองที่ทำให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก 
     ความรู้สึกผิดเกาะกุมกายใจสตีฟ เขาขดตัวกับฟูกนอนจนเผลอหลับไปเพราะความอ่อนล้า ดวงตาถูกปิดลงพร้อมกับภาพดำมืดเข้าสู่โสตประสาท แต่เเล้วก็เหมือนถูกปลุกข้างในฝันราวกับตาเห็น ร่างกายที่ด้านชากลับสัมผัสได้ถึงอากาศอุ่นสบายจากฮีตเตอร์
     ในวินาทีนั้นเอง ภาพห้องเล็กๆห้องหนึ่งถูกฉายขึ้นมาต่อหน้าสตีฟ เขากลายเป็นบุคคลที่สามที่เห็นตัวเองและโทนี่นั่งอยู่ในห้องเดียวกัน 
     
     " โทนี่ คุณกำลังทำอะไรอยู่ " สตีฟที่ยืนมองอยู่ห่างๆเดินเข้าไปใกลอีกคนที่กำลังนั่งบนพื้นพรม 
     แขนทั้งสองข้างตั้งบนโต๊ะรับแขกพร้อมกับคางของอีกคน บนโต๊ะมีแท๊ปเล็ตวางอยู่ฉายภาพโฮโลแกรมสีฟ้าเป็นรูปโครงสร้างคล้ายอาคารขนาดใหญ่
     " ห้ามมองนะ ไปไกลๆ " โทนี่รีบปิดจอโฮโลแกรมที่แสดงผลอยู่ไม่ยอมให้อีกคนเห็น
     " โทนี่... " สตีฟลากเสียงยาวยืดมองตาปริบๆ 
     " ก็ได้... " โทนี่มองบนเพราะรู้ความหมายดีก่อนจะลากเสียงยาวยืดตามอย่างไม่สบอารมณ์นัก " สร้างอนาคตของเราไง "
     " อนาคตของเรา ? รวมของผมด้วยหรือเปล่า ? " สตีฟยิ้มชอบใจ
     " ก็ต้องรวมสิ... " 
     อีกคนพูดจบก็ถูกโอบเอวเอาไว้ สตีฟค่อยๆไล้จมูกตัวเองเข้าแนบชิดไหล่กระชับเเน่นจนไม่เหลือช่องว่าง
     " ทำต่อสิผมอยากดูคุณใกล้ๆ " 
     " บ้า ! ใกล้ขนาดนี้ใครเขา.. " ไม่ทันพูดจบสตีฟก็รีบตัดบท
     " ก็คุณบอกเอง อนาคตของเราสองคน ผมอยากมีส่วนร่วมกับมันในทุกๆขั้นตอนเลย "
     " คนแบบนายอีกไม่นานฉันคงเบื่อ " โทนี่หลบหน้าไปอีกทางก่อนจะทำหน้ายู่ยี่ สตีฟเห็นดังนั้นเขาก็ยิ้มออกมาพลางกระชับแขนตัวเองแน่นขึ้น
     " คุณไม่เบื่อหรอกเชื่อผมสิ " 
     สิ้นเสียงกัปตันอเมริกา หนุ่มมหาเศรษฐีหันหน้ากลับมาสบตาสวมตาคู่สวยไร้ตำหนิของคนตรงหน้า ก่อนจะยื่นริมฝีปากเข้าใกล้จุมพิศเบาๆเพียงเพื่อระบายความรู้สึกนึกคิดของตนเองก่อนจะยิ้มตอบ
     " นายพูดถูก " 
     .
     .
     .
     " ให้ตายเถอะพระเจ้า... "
      สตีฟตื่นขึ้นมากลางดึกท่ามกลางอากาศหนาวของฤดูฝนกลับเหงื่อชุ่มเสื้อนอนตัวโปรดของเขา เพียงเพราะว่าฝันดีเมื่อครู่ต้องหยุดลงเมื่อภาพร้ายๆวันก่อนโผล่ขึ้นมาหลอกหลอน แม้จะฝันดีก็มักจะตามมาด้วยฝันร้ายเสมอในรูปแบบที่ไม่ซ้ำกันไปในแต่ละวัน 
     วันๆหนึ่งที่เขาต้องพยายามข่มใจหลับ และต้องพึ่งยาอย่างMelatoninช่วยให้เขาหลับไปแบบไม่ทันตั้งตัวบ้าง หรือไม่ออกเดินออกไปไกลๆจากหมอนใบคุ้นเคยที่เคยร่วมหลับนอนกับคนที่เขาฝันถึง พลางลงไปวาดรูป หรือทำงานอย่างใดอย่างหนึ่งที่น่าจะเป็นประโยชน์ไปมากกว่าพยายามจะหลับ 
     คนที่แข็งแกร่งทั้งภายในและภายนอกอย่างสตีฟ ใครจะไปนึกถึงสภาพของเขาในตอนนี้ออก ดวงตาริบหรี่สิ้นหวัง ร่างกายเหนื่อยล้าอ่อนแรงเพราะเรื่องร้ายๆในวันวานยังคงหลอกหลอน อย่าว่าแต่ทำงานเลย แค่วันนี้มีชีวิตอยู่เพื่อนๆของเขาก็ดีใจมากมายเท่าไรแล้ว

     นิคฟิวรี่ที่ตอนนี้ปลดตำแหน่งของตัวเองอดนึกเป็นห่วงไม่ได้ เขาเดินเข้ามาในห้องของสตีฟที่เขาใช้หลับนอนอย่าเงียบๆและไม่มีคำขออนุญาติใดๆหลุดออกมาจากปากของเขา
     " หมดอาลัยเหมือนคนสิ้นใจแล้วหรอกัปตัน "
     " ถ้าสิ้นใจได้ง่ายๆก็ดีน่ะสิ...แต่เพราะว่าผมเป็นสัญลักษณ์ของประเทศนี้ ผมถึงยังต้องอยู่ "
     " ไม่มีใครขอให้นายอยู่เพื่อเป็นสัญลักษณ์ ประเทศนี้เน่าเฟะมานานไม่งั้นฉันคงไม่ปลดเกษีณรตัวเองออกมารับใช้ชีวิตของตัวเองที่เหลือหรอก "
     " งั้นหรอ... " สตีฟยังคงนิ่งเฉย 
     " ผมแค่เข้ามานี่เพื่อดูคุณในฐานะคนรู้จักกันที่เป็นห่วงคุณก็เท่านั้น ไมใช่ในญานะของกัปตันอเมริกา มีคนส่งจดหมายถึงคุณ แต่ไม่ถึงคุณ "
     " ผมไม่มีใครให้ส่งจดหมายมาให้ผมหรอก "
     " แม้จะเป็นจดหมายจากโทนี่ สตาร์คอย่างงั้นหรอ ? "
     " ...? " สตีฟแทบจะกระโดดโหยงออกจากเตียงนอนทันทีทันใดที่ได้ยิน นัยย์ตาเขายังคงมีความหม่นหมองสงสัยเล็กน้อยในดวงตาฟ้าใสที่กำลังเปล่งประกายเมื่อได้เห็นความหวังอันริบหรี่ที่รอมานานแรมเดือน 
     " เจอเขาที่ไหน ? " สตีฟมีท่าทีร้อนรน เขาอดจะคิดเข้าข้างตัวเองไม่ได้ว่าโทนี่ยังคงปลอดภัยอยุ่ที่ไหนซักแห่ง แต่ความฝันเขาก็ต้องหยุดชะงักลงเมื่อฟังฟิวรี่พูดจนจบอย่างใจเย็น
     " ไม่ได้เจอเขาซะทีเดียว เจอแค่บันทึกภาพที่เขาทิ้งไว้ก้นทะเล เราเชื่อว่าเป็นข้อความที่เขาต้องการจะส่งเป็นครั้งสุดท้าย นั่นหมายถึงคุณ "
     " ก็ยังถือว่าเป็นข่าวดี ขอบคุณ " 
     สตีฟพูดจบก็หยิบดิสเล็กๆที่มีความหมายมาไว้ในมือ แทนที่เขาจะรีบร้อน แต่เขากลับลงไปนั่งบนที่นอนตัวเดิม ซ้ำยังดูไม่พร้อมที่จะเปิดดูความจริงที่อยู่ในดิสซักเท่าไหร่นัก ฟิวรี่เห็นเป้นดังนั้นเขาก็เลือกที่จะปลีกตัวออกมา เชื่อว่าเขาอยากจะเห็นมันเเค่คนเดียว

     หลังจากที่ฟิวรี่ออกมาแล้ว เจ้าหน้าที่โคลสันเดินเข้ามาใกล้พลางกระซิบข้างใบหู
     " คุณยังใช้วิธีเดิมอีกหรอคะ " 
     " วิธีเดิมอะไรของคุณ ผมไม่เข้าใจ " ฟิวรี่พูดในขณะที่ขาของเขาเองก็ยังเดินอยู่
     " เหมือนกับตอนปลุกระดมทีม หรือก็คือดิสปลอม... " ทั้งคู่แทบจะหยุดเดินชั่วขณะหนึ่ง จนฟิวรี่หันมายิ้มให้
     " ผมไม่เคยใช้มุขเดิมหรอก อีกไม่กี่วันคุณก็คงได้รู้ "
     " งั้นหรอคะ ไม่บอกงั้นสินะคะ "
     " ปล่อยให้เป็นไปตามสมควรเถอะ "
     " เข้าใจแล้วค่ะ " ทั้งสองคนยิ้มตอบให้กันพลางเดินจากไปไกลจากตัวตึก ทิ้งสตีฟให้นั่งสงบนิ่งอยู่ท่ามกลางความเงียบสงัดยามค่ำคืน 

       เป็นเพราะความเครียดเข้าครอบงำสตีฟมาแรมเดือน แม้แต่ในตอนที่เขาส่องกระจกเขายังจำตัวเองไม่ได้ด้วยซ้ำ เคราเขียวครึ้มขึ้นปรกครึ่งใบหน้า เขาเลิกที่จะดูแลตัวเองแล้วหันไปหาข้อมูลเก่าๆของโทนี่มาอ่าน สารภาพว่าเขาเคยคิดถึงตอนร่วมรักจนเสร็จไปหลายครั้ง แต่ทุกๆครั้งก็จะตามมาด้วยความรู้สึกผิดที่ถาโถมเข้ามาในใจไม่ยอมหยุด   
     และแล้วค่ำคืนที่สตีฟหวาดกลัวก็ตามมา เมื่อถึงเวลาที่เขาข่มตานอนหลับ ภาพของโทนี่ที่กำลังจมน้ำผุดขึ้นในฝันจนเขาต้องรั้งผ้าห่มเพื่อระบายความอัดอั้น เขายังไม่ได้ดูข้อมูลภายในดิสนั่น เพียงเพราะว่าเขากลัวจะเป็นเรื่องที่เขารับไม่ได้ และเป็นอีกคืนหนึ่งที่เขายังคงหลบไม่ลง 
     ร่างกายทรุดโทรงของเขาลากตัวเองมาที่ปลายเตียงหลังจากที่สะดุ้งตื่น กวาดสายตาไปรอบห้องทึบไร้แสงสว่างจากสิ่งอื่นใด แต่มีสิ่งหนึ่งที่สะท้อนเข้าไปในดวงตาสีฟ้าหม่นของเขาในเวลานั้น 
     ดิสตั้งอยู่บนโต๊ะที่เคยเป็นโต๊ะทำงานตัวโปรด เขาถอนหายใจพลางเดินไปนั่งที่เก้าอี้ถัดไปจากโต๊ะ เขาคิดได้แค่ว่า ยังไงซะคืนนี้ก็ไม่มีทางหลับลงแน่ถ้าไม่ได้เปิดดูดิสเจ้าปัญหานี่ อย่างน้อยอาจจะเป็นข่าวดีไม่มากก็น้อย คิดได้แบบนั้น มือซ้ายพลางเปิดคอมพิวเตอร์ขนาดเล็กรุ่นอนาล๊อก ก่อนจะหยิบดิสนั่นเสียบเข้าThumb driveต่อโดยตรงเข้ากับเครื่อง 
     ไฟล์ขนาดเล็กถูกเปิดผนึกขึ้นมา มันเป็นวิดิโอบันทึกเสียงความยาวไม่เกิน 25 วินาที 
     
     " บ้าเอ๊ย! เกราะเสียหายมากเกินไป จาวิส ! พลังงานพอจะขึ้นไปได้ไหม " 
     " เพียงพอสำหรับคุณครับ " 
     " แล้วสตีฟล่ะ " 
     " ผมช่วยได้คนเดียว... "     
     " ช่วยเขาก่อนจาวิส "
     " เจ้านายครับ ครั้งนี้มีพลังงานไม่มากพอ ผมช่วยได้แค่คนเดียว "
     " ฉันรู้แล้ว ปล่อยฉันไป ไปช่วยเขา ! "
     " เจ้านายครับ "
     " เลือกคนบาดเจ็บสาหัส แล้วช่วยเขา ! "

     ' โทนี่..คุณก็เจ็บ '
     สตีฟถึงกับจุกข้างในอก เขาแทบสะกัดกั้นห้วงอารมณ์แปลกๆไว้ไม่ถูก มือแกร่งของเขาเกาะกุมที่อกตัวเองราวกับจะขาดใจ

     " รับทราบครับนาย "
     " ... "
     เสียงของวิดิโอหายเงียบยาวไปจนกระทั่งเหลืออยู่ไม่ถึง10วินาทีสุดท้ายก่อนจะจบลง 
     " กัปตันโรเจอร์ปลอดภัยแล้วครับเจ้านาย เจ้านายครับ ! "

     สตีฟหยุดนิ่งรอฟังเสียงที่นิ่งเงียบกลับมีแต่เสียงจากแรงอัดกระเเทกของน้ำที่เหมือนจะเหนือการควบคุม 
     ซากของชุดเกราะถูกค้นพบบางส่วนเท่านั้น ส่วนสำคัญที่ปกป้องอาร์ครีแอคเตอร์ของโทนี่ถูกบัคกี้ทำพังตั้งแต่เริ่ม เกราะส่วนที่ยังทำงานได้ก็นำมาช่วยเขาอีก แม้เขาจะรอดมาได้ แต่มันไม่น่าดีใจเลยซักนิด แต่อย่างน้อยๆเขาก็ได้ยินเสียงความหวังดีของสตาร์คผ่านแผ่นดิสเล็กๆนี่ หัวใจแทบสลาย ความหวังริบหรี่ถูกบดบังลงด้วยเสียงแผ่วเบาของโทนี่ เพียงเท่านี้ก็เพียงพอแล้วสำหรับสตีฟ 

     เช้าวันต่อมา

     " ใครกดกาแฟทิ้งไว้ตรงนี้ "  นาตาชาโรมานอฟเอ่ยถามในห้องสรรถนาการณ์ที่เหล่าฮีโร่จะรวมตัวกันในทุกๆมื้ออาหารที่วันนี้ในห้องกว้างมีเพียงเเน๊ตกับบาตั้นในห้องเท่านั้น คนอื่นๆอย่างบรูซเองก็ไปทำภารกิจส่วนตัว วันด้ากับวิชั่นเองก็พร้อมใจกันออกไปข้างนอก ทิ้งเพื่อนซี้ทั้งสองนั่งอยู่ในตอนเช้าเพียงแค่สองคน 
     " ฉันเอง แต่วันนี้ไม่มีอารมณ์จะกิน "
     " เสียของ เอาไปกินซะ " ว่าจบนาตาชาก็โยนแก้วทั้งใบให้บาตั้นที่ยังทำหน้าเหวอไม่เลิกแม้จะรับได้ทั้งแก้วก็ตามที
     " ใครใช้ให้โยนแก้วที่มีกาแฟอยู่ไม่ทราบ "
     " นายไม่มีสิทธิบ่น " พูดจบก็กระดกชาเข้าปากสบายอารมณ์ แต่แล้วทั้งคู่ก็ต้องหยุดการก่อวิวาทะ " นั่นสตีฟใช่ไหม ? " แน๊ตนิ่วหน้าเมื่อเห็นสตีฟเดินผ่านหน้าห้องกระจกไป
     " ใช่ แล้วเธอคิดว่าเป็นใครล่ะ "
     " ไม่ ฉันหมายถึง เขาแบกอะไร " พูดพลางซดกาแฟเข้าปากไปพลาง สายตามองตามสตีฟไม่ห่าง เธอกังวลไม่มากก็น้อยว่าเพื่อนร่วมงานของเธอจะกลายเป็นผักไปมากกว่าเดิม
     " แบกกระสอบต่อยมวย แบกวนไปวนมาตั้งแต่ตี5 เพราะว่าต่อยไม่กี่ทีก็ขาดกระจุย ตอนนี้ทั้งนวม ทั้งกระสอบพังกันเป็นหน้ากลอง ราบคาบซะยิ่งกว่าอะไรซะอีก " บาตั้นพูดด้วยใบหน้าเรียบเฉยราวกับว่าชินชามาก
     " นายรู้มาจากไหน " แน๊ตหันไปท้าวสะเอวถามอีกคนที่นั่งอยู่ใกล้ๆบนโซฟาสีครามตัวโปรด
     " เฝ้าดูตามคำสั่ง ดูในระยะไกลเหมือนเคย "
     " ใครสั่งให้เฝ้าเขา "
     " ฟิวรี่ " พูดจบก็กลืนกาแฟใส่ปากเพราะไม่อยากตอบคำถามของแน๊ตต่อ  เห็นดังนั้นเธอก็วางแก้วชาลงกับเค้าเตอร์แล้วเดินตามคนที่เธอกำลังรู้สึกเป็นกังวลมากที่สุดอย่างกัปตัน

     " แคป...หายดีแล้วหรอ ? "
     " รู้อะไรไหม ผมไม่ได้เป็นอะไรเลย " สตีฟหันกลับมายิ้มแห้งๆใส่
     " เดี๋ยวก่อน จะไปไหน " เธอยื่นตัวเข้าไปขวางทางสตีฟที่กำลังหอบกระสอบทราย
     " ซ้อมมวย "
     " พักทานอะไรก่อนไหม "
     " ผมไม่หิว ขอบคุณนะครับ " สตีฟโค้งตัวเล็กน้อย เขาพยายามเลี่ยงเดินไปไกลๆ เเต่ก็ตามเคย 
     เเนทื้อเขาไว้อีกครั้งจนได้ แต่ครั้งนี้เขาแอบอารมณ์เสียอยู่ไม่น้อย ถึงกับวางกระสอบทรายที่วางไว้บนบ่าทั้งยังเดินไปนั่งที่เก้าอี้โปร่งสีดำสนิท สีหน้าไม่สบอารมณ์เลิกคิ้วเล็กน้อยเพียงพอให้แน๊ตรู้เรื่องเเล้วลงไปนั่งข้างๆตามอีกคน
     " นายไม่ได้สบายดีอย่างที่เห็น เชื่อสายตาฉันสิ " 
     " คนที่ผม... " แคปกลืนคำพูดของเขาลงคอก่อนจะพ่นอีกคำออกมาแทน แน๊ตได้แต่เลิกคิ้วทำเป็นไม่สนใจมันแต่จริงๆแล้วเธอกลับรู้ดีกว่าใคร เผลอๆอาจจะรู้ดีกว่าเจ้าตัวด้วยซ้ำ " คนที่ผมรู้จักตาย ผมควรจะรู้สึกดีหรอ ? "
     " เขาก็เพื่อนฉัน เพื่อนเราทุกคน งานนี้จะไม่มีใครตายฟรี ถ้าคุณบอกอะไรที่ช่วยเราได้.... "
     " ผมไม่มีอะไรจะบอก ผมรู้แค่ว่าเขายอมตายเพื่อผม ผมรู้แค่นั้น " สตีฟทำท่าจะเดินออกไปจากตรงนั้น แต่คำพูดของแน๊ตชวนให้สตีฟหยุดขาตัวเองเอาไว้ที่เดิมก่อนจะตั้งใจฟังสิ่งที่นาตาชากำลังสาทยาย
     " อย่าให้อารมณ์มาเป็นตัวตัดสินใจแคป คิดให้รอบคอบ สตาร์คไม่ใช่คนที่จะมาตายง่ายๆคุณรู้ดีกว่าใคร แต่ทุกอย่างต้องมีรหัสผ่าน และเท่าที่ฉันรู้สตาร์คได้มอบให้คุณแล้ว " 
     " คุณหมายความว่าอะไร รหัส อะไร ? "
     " ผลงานชิ้นสุดท้ายของเขา  " แนทก้มหน้าก้มตาหยิบอะไรบางอย่างออกจากกระเป๋ากางเกงก่อนจะยกมันขึ้นให้สตีฟดู ภาพบันทึกจากกล้องวงจรปิดแสดงให้เห็นว่าจาวิสที่อยู่ในร่างกายหยาบเดินวนไปวนมาในห้องแลปไม่ได้หยุดมาตลอด 1อาทิตย์ที่สตีฟมัวแต่นอนหมกตัวอยู่ในห้อง " จาวิสหายไปไหนหลายวัน นายไม่ได้สังเกตงั้นสิ ? " ถึงแม้ว่าสตีฟจะรู้ดีและยอมรับว่าแนทเป็นสุดยอดสายลับที่แทบจะหาตัวจับยาก แต่วันนี้ทำให้เขารู้ด้วยว่าไม่ควรจะไว้วางใจในพื้นที่ส่วนตัวมากนัก เพราะเเม้เเต่หน้าห้องแลปส่วนตัวของสตาร์คเธอก็ไม่วายไปวางกล้องไว้ทั่วทุกมุมห้อง
     " คุณวางกล้องไว้ที่ไหนบ้าง " สตีฟชักจะสงสัยในความละเอียดรอบคอบของแนท
     " ทุกจุดในตึกสตาร์ค ใช้ยามวิกาลเท่านั้น สาบานว่าไม่ได้เห็นพวกคุณมีอะไรกัน " แนทพูดจบด้วยสีหน้าเรียบเฉย เเต่สตีฟถึงกับหน้าเเดงขึ้นหูขึ้นมา เขาไม่ได้พูดตรงๆเรื่องนั้นแต่เเนทกลับพูดออกมาเป็นเรื่องธรรมดา อันที่จริงคนในกลุ่มรู้เรื่องกันหมด แต่ที่ไม่บอกหรือพูดกันทั่วไปเพราะกลัวจะทำให้สตีฟกับโทนี่อึดอัดในการทำงานเปล่าๆ 
     " ขอบคุณ "
     " ไม่ใช่เรื่องใหญ่หรอก แต่ตอนนี้เรามีแค่คุณเท่านั้นที่จะเปิดประตูนั่นได้ "
     " ทำไมเราไม่ขอกับจาวิสดีๆ "
     " เขาไม่ยอมปิดระบบรักษาความปลอดภัยของเขา แม้แต่ฉันก็เข้าไปไม่ได้ "
     " เเล้วเรื่องผลงานสุดท้ายที่ว่านี่คือ "
     " ฉันไม่รู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับมันมากหรอก รู้แค่ว่าไม่ใช่สิ่งที่ธรรมดาแน่ๆ คนอย่างสตาร์คที่ไม่เคยแม้แต่ล๊อกประตูห้องน้ำ จู่ๆวันหนึ่งลุกขึ้นมาล๊อกประตูห้องทดลอง ฉันว่ามันฟังไม่ขึ้น ฟิวรี่ก็ไม่บอกอะไรฉัน ตอนนี้จนปัญญาแล้ว แถมเขายังยกเลิกทีมค้นหาตัวสตาร์คอีกด้วย "
     " ถึงค้นเจอ เราก็คงจำเขาไม่ได้แล้วล่ะ ผมคิดไว้แล้ว แค่ยัง...ไม่รู้สิ ผมขอตัวก่อน ขอบคุณมาก "
     " ... " แนทได้แต่ยืนเฉยปล่อยให้อีกคนเดินจากไป

     สตีฟเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าประตูห้องทดลอง ผ่านไปไม่ถึงชั่ววินาที จาวิสในร่างพ่อบ้านผิวขาวหัวบลอนด์ก็เดินเข้ามาข้างๆของสตีฟทันที
     " มีธุระอะไรหรือครับคุณโรเจอร์ "
     " ไม่..เออ ผมแค่มาเดินเล่น "
     " คงไม่ได้สงสัยอะไรอยู่ใช่ไหมครับ "
     สตีฟถึงกับถอนหายใจยกใหญ่ เขาหายใจเฮือกสุดท้ายก่อนจะพูดออกมาตรงๆ เพราะเขาอดที่จะสงสัยไม่ได้อย่างที่จาวิสถามมาจริงๆ
     " นายกำลังทำอะไรอยู่งั้นหรอจาวิส "
     " ครับ ? " จาวิสขึ้นน้ำเสียงสงสัย
     " คือว่า เพื่อนๆหลายคนไม่เห็นนายหลายวัน พวกเขาเป็นห่วง "
     " อย่ากังวลไปเลยครับ ผมเป็นAI ร่างนี่ก็อาศัยพลังจากอาร์ครีแอคเตอร์ของทั่วทั่งตึกนี่ ถ้าผมไม่ออกไปไหนไกล ถึงจะออกไปไกลก็ยังมีชีวิตอยู่ในร่างนี่ได้นานพอจะกลับมา หรือไม่ผมก็กลับมาในรูปแบบของโปรแกรม "
     " ครับ... " สตีฟถึงกับเอ๋อไปซักพัก อันที่จริงเขาไม่เข้าใจตั้งแต่คำว่า AI แล้ว ถึงแม้จะได้ยินโทนี่พูดกรอกใส่หูเขาบ่อยๆ แต่ก็ยังไม่รู้ความหมายที่แน่ชัดนัก
     " มีอะไรให้ช่วยไหมครับ ? "
     " อันที่จริงผมอยากรู้ว่าในห้องนี้มีอะไร นายทำอะไรอยู่งั้นหรอจาวิส "
     " เป็นข้อมูลลับครับ คุณต้องใส่รหัสผ่าน "
     " รหัส ? รหัสอะไร ไม่เคยมีใครบอกผม "
     " คุณสตาร์คบอกว่าเขาได้แจ้งมันไว้กับคุณแล้วครับ รหัส..? "
     " อ่า... "
     ' คนอย่างโทนี่ กับรหัสงั้นหรอ...? '
     .
     .
     .
     " ต้องการให้ผมอธิบายส่วนไหน เเจ้งได้ทันทีนะครับคุณโรเจอร์ "
     " ขอบคุณครับ " สตีฟที่เข้ามาในห้องสุดล้ำได้แล้วก็ได้แต่ยืนงงๆในห้องโล่งๆ เขาไม่คิดว่าโทนี่จะมีห้องที่ลึกลับไปได้มากกว่าที่เห็น แต่กลับมีห้องนี้เขายังไม่เคยแม้แต่สังเกตอยู่อีกด้วย 
     ส่วนพ่อบ้านจาวสิเองก็ยืนประจำตำแหน่งของมุมห้อง เขาทำให้สตีฟรู้สึกเหมือนกับว่าสตีฟได้อยู่คนเดียวในห้อง คงเพราะระบบปฏิบัติการณ์ที่ได้รับประสบการณ์จากโทนี่เอง และจากการปรับแต่ง เขาแทบจะเป็นพ่อบ้านจริงๆแบบ 100%ไปแล้ว
     สตีฟเดินกวาดสายตาไปเรื่อยๆ แต่แล้วเขาก็ต้องสะดุดตากับตู้ที่กำลังบรรจุอะไรบางอย่างไว้ข้างใน เขาเดินเข้าใกล้อย่างระมัดระวัง ตั้งแต่เหตุการณ์แย่ๆครั้งนั้นเขาดูระเเวงไปกับทุกๆเรื่อง แต่ก็ถือเป็นเรื่องที่ดี เขาก้าวขาอย่างเชื่องช้า จนกระทั่งเสียงอันคุ้นเคยดังขึ้นมา
     " สตีฟ ? " 
     เสียงเรียกชื่อของกัปตันอเมริกา เสียงคุ้นหูของสตีฟดังขึ้น พร้อมกับชื่อเรียกเเสนสนิทสนมทั้งๆที่ในห้องไม่ควรมีใครที่จะเรียกชื่อนี้ออกมาได้แท้ๆ เขาถึงกับยืนหยุดนิ่งอย่างระเเวดระวัง
     " ใครอยู่ในห้องนี้ !? "
     " สตีฟ ทางนี้... "
     แต่แล้วสตีฟก็เข้าใกล้ตู้กระจกที่ส่วนบนใสจนเห็นคนถูกบรรจุอยู่ภายใน ภาพนั้นจะตราตรึงเข้าไปในใจของสตีฟไปตลอดชีวิต 
     " ทำหน้าแบบนั้นหมายความว่ายังไง " น้ำเสียงติดตลกนั่นดังกังวาลขึ้นอีกครั้ง
     เสียงคุ้นเคยที่ว่าไม่ใช่เสียงของใครอื่น กลับเเต่เป็นเสียงของโทนี่ที่ดังออกมากังวาลทั่วห้อง และร่างที่ถูกบรรจุในตู้กระจกก็ไม่ใช่ใครอื่นไกล โทนี่ที่กำลังนอนหลับตาสนิทในตู้กระจก ร่างกายหยุดนิ่งลงพร้อมกับส่วนของร่างกายที่ไม่ค่อยสมบูรณ์นัก แขนขาเปื่อยเพราะบาดแผลที่ถูกน้ำทะเลนานเกินไป ใบหน้าฉโลมไปด้วยเลือดถูกทำความสะอาดบางส่วนแต่ก็ไม่ได้ออกมาดูดีนัก
     " ทะ..โทนี่ ?! "
     " ฉันเอง "
     ปล่อยให้สตีฟได้ตาค้างอยู่พักใหญ่ จาวิสก็เดินเข้ามาใกล้ก่อนจะพูดขึ้น
     " ขอแนะนำให้รู้จักกับ AIคุณสตาร์คครับคุณโรเจอร์... " 
     " AI ? สตาร์ค ? " สตีฟอึ้ง อ้าปากตาค้าง หน้าเหวออย่างไม่ต้องสงสัย
     " ใช่ครับ หรือก็คือสมองกลอัจฉริยะ ก่อนหน้านี้คุณสตาร์คสร้างสิ่งนี้ไว้เพียงแค่ไม่ได้เปิดใช้งาน ดังนั้นAIคุณสตาร์คจึงไม่มีความทรงจำในช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมาครับ "
     " หรือตั้งแต่ที่ฉันหายไปใช่ไหมจาวิส " 
     " ถูกต้องครับคุณโรเจอร์ " จาวิสพูดเสร็จก็เอื้อมมือไปจับเข้ากับจอโฮโลแกรม แสงสีฟ้าคุ้นเคยฉายให้เห็นภาพจำลองใบหน้าของโทนี่ขึ้นมาในรูปแบบสามมิติ สตีฟได้แต่ตาค้าง ตอนนี้มันมากเกินกว่าที่เขาจะทำความเข้าใจไปแล้ว " ครั้งแรกคุณสตาร์คสร้างไว้เพื่อป้องกันในเหตุการณ์ฉุกเฉินในกรณีที่ตัวเองไม่สามารถทำงานได้เท่านั้น แต่ตอนที่คุณหายไปเจ้านายต้องการสร้าง AIแบบที่เป็นคุณขึ้นมาเพื่อบำบัดจิต แต่ก็ยังไม่สมบูรณ์มากนัก ตอนนี้มีเพียงแค่AIคุณสตาร์คที่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด " 
     " แล้วทำไมนายต้องหลบๆซ่อนๆด้วยล่ะ "
     " เป็นเพียงความโง่เขลาของผมเองครับที่ไม่สามารถขัดคำสั่งภายในระบบได้ คุณสตาร์คคงไม่ต้องการให้ใครเห็นเขาในสภาพแบบนี้แน่ ที่ผมเข้ามาที่นี่เพราะกำลังซ่อมแซมเจ้านายครับ "
     " ซ่อมแซม " สตีฟทวนคำด้วยความสงสัย คิ้วเขาขมวดเข้ากันเป็นผมใหญ่ยากที่จะคลายออก แต่แล้วจาวิสก็อธิบายให้เข้าใจอย่างง่ายกับสตีฟ
     " ใช่ครับ ร่างกายแม้จะเสียหายไปมาก แต่อวัยวะทั้งหมดยังสมบูรณ์ อีกทั้งยังมีAIคุณสตาร์ค ผมเชื่อว่าผมจะปลุกเจ้านายขึ้นมาได้ "
     " ต้องใช้เวลาขนาดไหน " สตีฟตาตื่นขึ้นมาทันควัญ นี่เป็นข่าวดีที่สุดที่เขาได้ยินมาในเดือนนี้ ดีใจซะยิ่งกว่าได้ขึ้นเงินเดือนเสียอีก แต่จาวิสก็ยังคงตอบด้วยความใจเย็น เขาไม่อยากทำให้สตีฟมีความคาดหวังแล้วต้องผิดหวังอีกครั้ง 
     " ไม่ทราบครับ ผมไม่เคยซ่อมแซมร่างกายมนุษย์มาก่อน ความเสียหายระดับนี้ผมเองก็พึ่งเคยเจอ แต่ผมยืนยันว่าคุณสตาร์คจะกลับมาในไม่ช้าแน่นอนครับ เพราะฉะนั้น... "
     " เข้าใจแล้ว ผมเข้าใจแล้วล่ะจาวิส " สตีฟมองแววตาที่ฉายความกังวลจากจาวิสออก เขาพยักหน้าเข้าใจว่าจาวิสต้องเหนื่อยและทำงานหนักมาในช่วงนี้ การเข้ามาวุ่นวายของสตีฟอาจไม่ใช่ผลดี เเต่ก่อนเขาจะออกไปจากห้องนั่น " จาวิสครับ ถ้าผมจะขอเข้ามาที่นี่ทุกวันจะได้ไหม ผมอยากคุณกับเขา เอ่อ...AIโทนี่น่ะ " สตีฟพูดติดขัด แต่แล้วจาวิสก็นิ่งคิดไปซักพักก่อนจะพูดออกมา
   "  อันที่จริงเรื่อง AI... "
.
.
.
     " โทนี่...โทนี่ "
     สตีฟที่กำลังเดินไปมาในห้องนั่งเล่นพลางใช้นิ้วเคาะเครื่องเล็กๆที่ใช้ฉายโฮโลแกรม ทั้งๆที่จาวิสเองก็สอนวิธีใช้ง่ายๆให้แล้วแท้ๆ แต่พ่อกัปตันอเมริกาไร้ความรู้ด้านเทคโนโลยีก็กลับลืมจนเปิดเครื่องไม่เป็นตามเคย 
     หลังจากที่กัปตันเอยปากขอแบบนั้นออกไป...

     " ได้สิครับคุณโรเจอร์ ไม่มีปัญหาเลยครับ "
     " แล้วถ้าผมอยากคุยกับเขา เอ่อ..AIโทนี่น่ะ "
     " อันที่จริงผมตั้งใจจะมอบให้คุณเมื่อเช้า เเต่เห็นคุณวุ่นวายอยู่ เชิญเลยครับคุณโรเจอร์ " พูดจบจาวิสก็หยิบยื่นกล่องเล็กๆให้กับสตีฟ     
     " มันคือ ? " สตีฟทำหน้างง เขาไม่ได้ขอกล่องจากจาวิส 
     " เครื่องโฮโลแกรมแสดงภาพเสมือนจริงครับ คุณกับคุณสตาร์คมีความสัมพันธ์อันดีต่อกัน คงไม่ดีแน่ถ้าเจ้านายฟื้นขึ้นมาแต่กลับไม่มีความทรงจำดีๆร่วมกับคุณ ผมรบกวนให้คุณช่วยสร้างความทรงจำใหม่ให้กับเจ้านายด้วยนะครับ "

     ' ถึงจะพูดแบบนั้นก็เถอะ ความทรงจำดีๆงั้นหรอ แต่เครื่องนี่ก็แค่แสดงภาพไม่ใช่หรือไงกัน ' 
     แต่ถึงจะคิดแบบนั้น สตีฟก็มีท่าทีตั้งใจไม่น้อยไปกว่าเดิมเลย ออกจะตื่นเต้นเกินหน้าเกินตาเสียด้วยซ้ำ

     " โทนี่... " สตีฟกระซิบกระซาบกับเครื่องโฮโลแกรม ไม่ทันได้ตั้งตัวภาพสามมิติของโทนี่ก็แสดงขึ้นมาฉับพลัน
     " มีอะไรไม่ทราบตาแก่ขี้บ่น "
     " โทนี่ คุณจำผมได้หรือเปล่า ? "
     " ถามอะไรแปลกๆ จำได้สิ ฉันไปขุดนายขึ้นมาจากมหาสมุทรอย่าลืมล่ะ " สตีฟได้ยินก็ยิ้มละไมออกมา โทนี่ตัวจริง โทนี่ที่เขาได้ยินเสียง แม้จะสัมผัสไม่ได้แต่ก็ดีเหลือเกิน
     " ใช่ๆ คุณทำมัน คุณเก่งโทนี่ " สตีฟยิ้มตอบอย่างพึงพอใจ ในที่สุดเสียงของคนที่คิดถึงมาตลอดก็อยู่ตรงหน้านี้แล้ว 
     " พูดอะไรแปลกๆน่ะ ฮะๆๆ "
     " ก็คุณเก่งจริงๆ ผมอยากชมคุณ "
     " พอเลยๆ ไม่ชอบให้ตาแก่แบบนายมาชมหรอกนะ "
     " ว่าแต่ คุณจำได้ถึงไหน " สิ่งที่สตีฟอยากรู้มากที่สุดคือช่วงความทรงจำของโทนี่ 
     " หมายความว่าไง " ภาพในจอโฮโลแกรมโทนี่กำลังยิ้มอย่างสนใจในคำถาม
     " แบบว่า ตอนนี้เราเป็นอะไรกัน " 
     " เพื่อนร่วมงาน มั้งนะ " โทนี่หัวเราะติดตลกจนถูกเสียงที่ตอบกลับมาดุซะยกใหญ่
     " ไม่ล้อเล่นสิโทนี่ " 
     โทนี่ยิ้มท่าทีสนุกสนานที่ได้เห็นอีกคนทำหน้านิ่วขึ้นมาเพราะสตีฟมักจะจริงจังกับทุกๆเรื่อง
     " ที่เราแยกไปอยู่ด้วยกันไง อย่าบอกนะว่านายลืม ฉันโกรธจริงๆนะ "
     สตีฟได้ยินแบบนั้นถึงกับยิ้มออก อย่างน้อยๆโทนี่ก็ยังจำช่วงเวลาดีๆได้ เรื่องที่เขาเป็นไฮดร้าถูกลบออกไปอาจจะเป็นเพราะโทนี่ปรับแต่งมันจนเลือนหายไปในอดีต
     " ไม่ลืม จะลืมได้ไง " 
     " หลังจากนั้นเราก็ทำอะไรกันอีกเยอะเลย แต่ฉันจำได้แค่ เมื่อวานเราทำอาหารเย็นกันใช่ไหม "
     " คงใช่ ใช่ๆ เราทำอาหารกัน คุณชอบมันไหม "
     " นายทำอร่อยเสมอนั่นแหละ " 
     " ไว้ผมจะทำให้กินอีก "
     " จะให้ฉันอ้วนเป็นหมูหรือไง ไม่กินอีกแล้วนะวันนั้นกินจนแทบอ้วก "


     ราวกับสารเสพติด สตีฟคุยกับAIโทนี่ทุกเช้าเย็น ตอนค่ำๆเขาให้ระบบAIโทนี่ได้พักอย่างเต็มรูปแบบเพราะเขายังเชื่อว่าถึงเป็นAIยังไงก็ต้องนอน และทุกๆช่วงเวลาหัวค่ำของวันเขาก็มักจะเข้าไปนั่งนอนใกล้ๆกับตู้กระจกที่ภายในเป็นโทนี่นอนอยู่ด้วยความหวัง 
     สองมือของเขาก่อนจะหลับไปมักกอบกุมตู้กระจกนั่นไว้ไม่ให้ห่างตัวแม้จะนอนไม่สบายแต่เช้ามาเขาก็มักจะทำตัวเเจ่มใสทุกๆครั้งที่ได้คุยกับ AIโทนี่สตาร์ค 
     ร่างกายของโทนี่ถูกจาวิสซ่อมเเซมด้วยระบบเดียวกับการรักษาแผลเป็นของบารตั้น มันดีขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อในช่วงเวลาประมาณ 2 อาทิตย์ที่ผ่านมาที่สตีฟพยายามอดทนรอวันที่จะได้กอดร่างของโทนี่ให้หายจากความรู้สึกโหยหา 
ส่วนAIโทนี่เองก็เพิ่มหน่วยความจำมาได้มากพอสมควร สตีฟที่พยายามอย่างสุดความสามารถทำให้ระบบAIของโทนี่มีชีวิตชีวามากขึ้นผิดหูผิดตา 

     " คุณโรเจอร์ วันนี้ผมอยากให้คุณไปลุ้นผลการทำงานของผม " 
     จู่ๆจาวิสในร่างพ่อบ้านก็เดินเข้าไปหาสตีฟที่กำลังคุยเล่นกับAIโทนี่ที่โซฟา แต่ทันทีที่ได้ยินแบบนั้นเขาก็แทบจะยินดีลุกขึ้นไปทันทีทั้งๆที่จริงๆยังไม่อยากจะลุกไปไหน 
     " นายซ่อมแซมร่างกายของโทนี่เสร็จแล้วหรอจาวิส ? "
     " ใช่ครับ เหลือแค่ลองinterface ข้อมูลเข้าเชื่อมต่อกันเท่านั้น "
     " พระเจ้า ขอบคุณมากจาวิส "
     " ไม่ต้องขอบคุณหรอกครับ เป็นหน้าที่ของผม " 
     พูดจบจาวิสก็เปิดตู้กระจกนั่นออก โทนี่ในตู้สวมชุดลำลองพร้อมออกมาเดินเล่นนอนแน่นิ่งอยู่บนที่นอน ร่างกายกลับมาสมบูรณ์เหมือนเดิมราวกับมนต์สะกด สตีฟจ้องมองร่างตรงหน้าไม่วางตา เขามองแล้วมองอีกจนจาวิสเอ่ยปากเรียก
     " คุณโรเจอร์ครับ ตอนนี้รบกวนจับมือเจ้านายไว้ได้ไหมครับ "
     "ได้สิ "
     สตีฟทำตามจาวิสอย่างว่าง่าย เขาแทบไม่มีอะไรในหัวให้สงสัยในสิ่งแปลกตาตรงหน้า ทั้งเครื่องปั่นไฟหน้าตาประหลาด ทั้งหน้าจอหลายสินจอที่แสดงผลอีกมากมายเกินกว่าจะเรียนรู้ 
     " ผมกำลังโหลดข้อมูลAIของคุณสตาร์คนะครับ "
     " เข้าใจแล้ว " สตีฟกุมมืออีกคนแน่นไม่ยอมปล่อย เขาคาดหวังกับการรอคอยในครั้งนี้มากกว่าครั้งไหนๆ แต่แล้วเมื่อเข็มนาฬิกาเดินไปได้ซักพัก เสียงไซเรนฉุกเฉินจากความผิดพลาดก็ดังขึ้น 
     " เกิดอะไรขึ้น "
     " ไม่ทราบครับผมกำลังแก้ไขอยู่ " จาวิสกุลีกุจอลากมือไปมาบนจอโฮโลแกรม คำว่าErrorสีแดงตัวโตขึ้นมาเป็นคำเดียวที่สตีฟจับใจความได้ ในจังหวะเดียวกันนั้นมือที่สตีฟกุมอยู่ก็กระตุกเกร็งขึ้น 
     " โทนี่ !? คุณฟื้นแล้ว โทนี่  ! " 
     ภายใต้เสียงจากไซเรนฉุกเฉิน โทนี่ก็ลืมตาขึ้นมาช้าๆ มือเย็นเฉียบสั่นสะท้านในรอบมือของงสตีฟ จาวิสได้แต่พยายามแก้ไขเหตุการณ์ตรงหน้าที่ดูเหมือนจะไม่มีอะไรดีขึ้นเลย ดวงตาที่เปิดขึ้นอย่างช้าๆของโทนี่ค่อยๆปิดลงตามเสียงไซเรนที่ดังขึ้นจนน่ากลัว สตีฟเขย่ามือที่ค่อยๆอ่อนแรงลงอย่างน่าใจหาย
     " คุยกับผมก่อนโทนี่ โทนี่ ! "
     " สตีฟ... ฉัน..ไม่อยากไป... " 
     สิ้นเสียงแผ่วเบานั่นมืออ่อนปวกเปียกก็ไร้ซึ่งเเรงใดๆ ดวงตาหลับสนิทเหมือนไม่เคยเปิดขึ้นมา เสียงไซเรนดับลงกลับมีเสียงลากยาวเเสดงให้เห็นว่าอัตราการเต้นของหัวใจหลายเป็นศูนย์ ใบหน้าของสตีฟจุ่มเข้ากับมือของตัวเองที่กุมมือที่ไร้วิญญารของอีกคนเอาไว้ 
     " ผมขอโทษครับคุณโรเจอร์ "
     " ไม่ต้องขอโทษหรอกจาวิส...ขอผมอยู่กับเขาซักพักได้ไหม " 
     จาวิสไม่ได้พูดอะไร เขาแค่เดินออกมาด้วยแววตาเศร้าสร้อย ทิ้งให้สตีฟจมอยู่กับความผิดหวังต่อไปอย่างเดียวดาย 
     ทั้งโทนี่ ทั้งAIที่โทนี่สร้างขึ้น หายไปกับตา สิ่งที่สตีฟพยายามทำเองก็หายไปตรงหน้า และสิ่งที่ตามหลอกหลอนสตีฟในฝันเรื่อยมา กลับติดตามเขามาจนถึงวินาทีสุดท้าย 
     " ผมรักคุณโทนี่... "
     เครื่องช่วยหายใจของโทนี่ถูกนำออกตั้งแต่ตอนแรก รวมทั้งอุปกรณ์ต่างๆมากมายที่พอจะช่วยได้จาวิสก็ทำการถอดออกไปหมด เหลือเพียงเครื่องวัดอัตราการเต้นของหัวใจที่ยังคงเปิดไว้อยู่ ในช่วงเวลานั้นที่ความเงียบเข้าปกคลุมทั่วทั้งห้อง กัปตันอเมริกากำลังจะเผลอหลับด้วยความรู้สึกสิ้นหวัง เสียงอัตราการเต้นของหัวใจค่อยๆดังถี่ขึ้น 
     สตีฟที่ได้ยินเสียงแปลกๆลุกขึ้นมามองคนที่นอนอยู่สลับไปมากับจอแสดงผล อาร์ครีแอคเตอร์ของโทนี่ถูกเปิดขึ้น ไม่รู้เพราะอะไรการเเสดงผลถึงเป็นไปอย่างช้าๆ แต่เปลือกตาแสนสวยของโทนี่กำลังค่อยๆเปิดขึ้น ดวงตากรอกไปมามองไปทั่วเพื่อปรับแสง
     " สตีฟ..? "

END

     ฟิคตอนนี้เป็นตอนที่ไรท์ตั้งใจตอบเเทนสตีฟด้วยความเจ็บช้ำ และปวดร้าวค่ะ ให้เขาได้รู้ว่า โทนี่น่ะ ดูแลดีๆนะเว้ยยย !!! (?)
     ตลอดมาทำฟอร์ม ตอนนี้มาเสียดาย ไรท์อยากให้เขารู้สึกสูญเสีย รู้สึกอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อนเพื่อเป็นการเอาคืนนั่นเองค่ะ แต่ในท้ายที่สุดไรท์ก็ทำให้เขามีความสุขนะคะ และหวังว่าทุกคนที่อ่านจะมีความสุขเช่นกัน //ถึงแม้จะเเค่ไม่กี่บรรทัดก็ตาม แฮ่---!

     ตอนนี้เป็นตอนต่อจาก STEVE HYDRA ค่ะ ไรท์ก็งงตัวเองเหมือนกันค่ะว่าจะตั้งชื่อต่างกันทำไม แต่เนื้อเรื่องมันคนละแบบอะ สตีฟตอนนี้ไม่มีความเป็นไฮดร้าเลยจะตั้งแบบนั้นมันก็ยังไงๆอะนะ 555 
     จากตอนนี้มีตอนต่อไม่ค้างคาแน่นอนจ้า สัญญาจุ๊บุ๊ๆ แต่จะแต่งให้แฮปปี้เพื่อเป็นการไถ่โทษที่ทำให้ทุกคนต้องมาดราม่าเคล้าน้ำตาละนะ 
     ขอให้มีความสุขกับการอ่านจ้า


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 21 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

107 ความคิดเห็น

  1. #87 ลักยิ้ม (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2561 / 21:49

    น้ำตาซึมไปหลายรอบมากTT

    #87
    0
  2. #85 Imarya Suki (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2559 / 20:34
    เอาโทนี่สุดเคะที่สุดน่ารักยิ่งกว่าแมวซน?ของ(สตีฟ)เรากลับมาาาา
    #85
    2
    • #85-1 AI(จากตอนที่ 9)
      27 พฤศจิกายน 2559 / 15:01
      ช่วยโทนี่ยังไงดีคะ ช่วยลูกแมวตกน้ำยังไงดี //วิ่งพล่าน
      #85-1
  3. #81 NPanlutan (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2559 / 20:41
    ปักธงรอเลย ตื่นเต้นนนนน
    #81
    0
  4. #80 kkkdaytv14 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2559 / 19:30
    ค่าาาา แล้วจะรอนะ อิอิ
    #80
    0