FIC :: ALL TONY

ตอนที่ 7 : [6] STEVE (1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 964
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 22 ครั้ง
    7 มิ.ย. 61

STEVE(1)

   " สตีฟนายทำอาหารอร่อยที่สุดเลย "
     โทนี่ที่พึ่งตื่นเช้าขึ้นมาเพราะได้กลิ่นอาหารโชยเข้าห้องนอนจนอดใจไม่ไหวต้องตื่นขึ้นมาก่อนเวลา จนเจอหนุ่มผมบลอนด์ทองกำลังเตรียมมื้อเช้าอยู่ด้วยท่าทีขมักเขม่นไม่น้อย
     " งั้นคุณก็ต้องกินให้หมดนะโทนี่ "
     สตีฟที่กำลังจัดจานอยู่บนโต๊ะนั่นเงยหน้าขึ้นมามองต้นเสียง ที่กำลังเดินเข้ามาที่โต๊ะอาหารด้วยแววตาสนอกสนใจไม่น้อยเลย
     " ของอร่อยแบบนี้ก็ต้องกินหมดสิ "
     " ดีมาก มันดีต่อร่างกายของคุณ "
     สตีฟพูดจบก็วางจานอาหารจานใหญ่ไว้ข้างหน้าโทนี่ ลางๆประมาณว่าเขาทำให้อีกคนกินให้หมดเชิงๆนั้น
     " หืมม..แล้วมันจะดีต่อส่วนไหนในร่างกายบ้างนะ ? "
     เขาพูดติดตลกก่อนท้าวคางทำหน้าทะเล้นล้อเล่น กะให้อีกคนรู้สึกหงุดหงิดกับคำพูดกำกวมของเขา แต่สตีฟกลับตอบกลับมาไม่มีท่าทีจะเล่นด้วยซักนิด
     " ดีทุกส่วนแหละโทนี่ แต่คุณจะต้องออกกำลังกายด้วย "
     พูดจบก็เดินมานั่งเก้าอี้ตรงข้ามกับอีกคนพลางหยิบส้อมเตรียมจะกินอาหาร แต่ไม่ทันไรก็ต้องหยุดฟังอีกคนพูด
     " เข้าเรื่องออกกำลังกายอีกแล้ว ฟังจนหูเเข็งแรงแล้วเนี่ย ? "
     โทนี่ทำหน้าเบ้ไม่สบอารมณ์อย่างมาก เขารู้สึกไม่พอใจที่ในทุกๆเช้าสตีฟจะชอบบ่นเรื่องการออกกำลังกาย และเรื่องสุขภาพของเขาที่ดูเหมือนจะไม่ค่อยดูแล แต่อันที่จริงเขาก็ดูแลในเเบบของเขาล่ะนะ
     " อะไรคือหูแข็งแรง? "
     สตีฟทำหน้ามึน
     " ก็ฟังบ่อยน่ะสิ พอฟังบ่อยหูมันก็ใช้งานเยอะเหมือนกับการออกกำลังกายนั่นล่ะ เพราะฉะนั้นตอนนี้หูฉันคงแข็งแรงมากเลยล่ะ "
     โทนี่พูดไปพลางทำท่าป้องหูทั้งสองข้างพลางหมุนตัวไปมาทำหน้ามู่ทู่ไม่ชอบใจอย่างรุนแรง
     " แต่หูมันยกเวทไม่ได้นะโทนี่ อีกอย่างถ้าฟังบ่อยๆแล้วหูแข็งแรงได้ผมคงเเข็งแรงกว่าคุณ เพราะคุณชอบหาข้ออ้างมาพูดให้ผมฟังบ่อยๆ อย่างเช่นเรื่องนี้ไงล่ะ "
     เขาพูดจบก็หยิบขนมปังแผ่นใหญ่ๆกัดเข้าปากทันทีทันใด ทิ้งให้อีกคนนั่งท้าวคางทำหน้าเซ็งจิตหยิบส้อมขึ้นมาหมุนเล่นในมือพลางพูดแซวเล่น
     " จ้าพ่อกัปตันอเมริกาคนเก่ง ถ้าวันไหนทำได้แบบเกราะสุดที่รักของฉันแล้วค่อยมาบ่นจะดีกว่านะ "
     " ผมไม่ต้องทำได้แบบนั้นหรอก เพราะว่าผมก็มีคุณอยู่แล้วนี่ จริงไหม? "
     เขาพูดจบก็หันไปมองอีกคนที่นิ่งเงียบไปก่อนจะเดินออกจากโต๊ะนั่นทันที
     " พูดบ้าๆน่า... "
     " คุณกำลังเขินหรอโทนี่ ? "
     สตีฟพูดเปรยๆออกมาขณะที่นั่งอยู่บนโต๊ะ เขาหันมามองอีกคนที่กำลังหันหลังให้เขาทำท่าเดินออกไปด้วยท่าทีร้อนรนพิกล
     " พะ...พูดบ้าอะไร ไม่ได้เขินอะไรทั้งนั้นล่ะ ฉันจะไปเก็บจานแล้ว "
     เขาพูดเสร็จก็คว้าจากที่อยู่บนโต๊ะมาทันทีทันใด แทนที่สตีฟจะจับมือนั่นเขาก็ปล่อยให้อีกคนทำตามใจ เขานั่งมองด้วยท่าทีสนุกสนานก่อนจะบอกให้อีกคนหันมาหาตัวเอง
     " ตอนเขินคุณออกจะน่ารักนะโทนี่ มองผมสิ "
     " บ้าหรอ? ไม่เอา! "
     " ดื้ออีกแล้ว "
    เขาเดินเข้ามาชิดหลังอีกคน พลั้งกอดโทนี่จากทางด้านหลังแน่นไม่กะให้อีกคนหนีไปจากตัวเองได้เลยก็ว่าได้
     " อ๊ะ ! ทำอะไรเนี่ยหยุดเลยนะ "
     โทนี่มีท่าทีขัดขืนเล็กน้อย เขาดิ้นในอ้อมกอดนั่นอย่างไม่เป็นผล
สตีฟก้มลงเล้กน้อยให้หน้าแนบชิดกับอีกคน จนพอจะสัมผัสได้ถึงลมหายใจเเละเสียงหัวใจเต้นระรัวก่อนจะพูดปะทะใกล้หูเบาๆ
     " หันหน้ามามองผมสิ ถ้าไม่หันมาจะไม่ปล่อยนะ "
     " โอเค ปล่อยก่อนสิ... "
     โทนี่มองอีกคนก่อนพูดด้วยเสียงอ่อนเนิบ
     " เด็กดี... "
     เขาปล่อยกอด และทันทีที่แขนถูกละออกจากโทนี่ เขาก็วิ่งเผ่นแน่บออกไปทันทีทันใดที่มีโอกาศ
     " ฮะๆๆ สมน้ำหน้าตาแก่ขี้แกล้ง "
     " โทนี่มานี่เลยนะ "
     " จับให้ได้สิ ฮะๆๆ "
    
     ถ้าคุณเจอประโยคนี้ คุณลืมเรื่องที่คุณอ่านมันไปซะ มันเป็นอดีตไปนานแล้ว... ทุกอย่างมันเปลี่ยนแปลงไปเร็วเกินกว่าที่ผมจะรับได้ และผมก็ไม่เคยคิดจะยอมรับมัน
     ถ้าคุณยังจำได้...คุณคงแปลกใจใช่ไหม ว่าเรื่องราวที่ผ่านมาตั้งแต่ตอนแรก ไม่มีเขาอยู่ในเนื้อเรื่องเลย นั่นก็เป็นเพราะว่าเขาอีกคน... ผมไม่อยากผาดผิงในสิ่งที่ผมยังไม่ได้เห็นมันด้วยตาของผมเองหรอก แต่มันก็น่าคิดและมันทำให้ผมสูญเสียไปในที่สุด
     เรื่องราวต่อจากนี้คือเรื่องราวที่เกิดขึ้นก่อนตอนที่1จะเกิดขึ้น เรื่องราว ของเขา 2 คน และผม

Q.ในตอนนี้โทนี่จะเป็นผู้บรรยายเองทั้งหมดคะ ขอให้สนุกกับการอ่าน <3 BY.ไรท์เตอร์

     ผมกับเขามีความสุขดีในบ้านหลังหนึ่งที่ผมซื้อมาเพื่อตั้งใจเอาไว้ให้เขามาพักที่นี่ แต่หลังจากนั้นผมก็มาที่นี่บ่อยๆจนมันกลายเป็นบ้านหลังที่2ของผมเลยก็ว่าได้ สิ่งอำนวยความสะดวกไม่ได้ครบครันเท่าตึกในนิวยอร์ค แต่เเค่มีเขาคนนี้ผมก็รู้สึกอุ่นใจแล้ว
     ไม่เห็นจะต้องคิดให้มากมายเลย ตอนนี้ผมกำลังมีความสุขกับความรักหวานชื่นไร้คนกวนใจในบ้านไร่นี่สุดๆ มันสงบสุขจนถึงขั้นที่ผมเกือบคิดที่จะแขวนเกราะแล้วใช้ชีวิตอย่างคนธรรมดาเสียที แต่พอพูดแบบนั้นกับสตีฟ เขากลับไม่เห็นด้วย แถมบอกว่าผมมีเพียงเกราะที่ช่วยเหลือผมในยามวิการได้ในตอนที่เขาไม่อยู่ ไม่เห็นจะต้องกลัวอะไรเลย ไม่ใช่ผู้หญิงซักหน่อยที่จะโดนฉุดได้ง่ายๆน่ะ...
     " วันนี้เวรคุณเผาฟืนนะสตาร์ค "
     " ก็บอกแล้วไงว่าให้เรียกว่าโทนี่ อีกอย่าง...นี่ถึงเวรฉันเเล้วหรอ เมื่อวานฉันพึ่งจะทำไปตั้งเยอะนี่? "
     " เมื่อวานคุณบ่นว่าปวดหลังเพราะผมทำกับคุณรุนแรงเกินไป ผมเลยทำให้คุณต่างหาก เพราะงั้นวันนี้คือเวรของคุณแล้วโทนี่ "
     " อะ โอ้ยๆๆ เจ็บสะโพกจังเลย คงเพราะบอบช้ำจากข้างใน ต้องไปหายากินหน่อย สตีฟจัดการแทนเลยน้า "
     " จริงๆเลยนะโทนี่... "
     จริงๆผมไม่ได้ปวดหรอก และผมคิดว่าเขารู้ว่าผมก็แค่อยากจะอู้ไปวันๆซะมากกว่า อันที่จริงผมไม่คุ่นชินกับการจัดการและทำอะไรด้วยตัวเองซักเท่าไหร่นัก เพราะผมเป็นนักประดิษฐ์นี่ จะทำอะไรมันก็ต้องสะดวกสบายเป็นธรรมดา มือขยันไม่เคยห่างจากตัวผมซักเท่าไหร่ แต่พอมาอยู่นี่สตีฟก็บอกว่าอยากจะอยู่อย่างเรียบง่ายไม่หวือหวา รวมถึงอยากให้ผมได้ทำอะไรได้ด้วยตัวเองบ้าง ผมเลยจำใจต้องปล่อยเจ้ามือขยันตัวน้อยๆทั้งหลายของผมจัดการดูแลตึกที่นิวยอร์คแทนผม ไม่ใช่แค่มือขยัน จาวิสเองก็ด้วย
     แต่อย่าเป็นกังวลไปเลย จาวิสยังอยู่กับผมตลอดเวลา จนกว่าผมจะใช้งานมันเท่านั้นผมถึงจะติดต่อกับเขาได้โดยเชื่อมต่อไปที่ตึกstark tower
     อันที่จริงวันที่ดีก็ดำเนินผ่านพ้นไปเรื่อยๆ แต่แล้ว...ในวันนั้นที่ผมกำลังนั่งๆนอนๆอู้อยู่ในห้องส่วนตัว ผมได้ยินเสียงสตีฟเรียกให้ช่วยเสียงนั่นตะโกนดังมาก มันดังมาจากทางหน้าบ้าน แล้วผมก็รีบวิ่งไปดูทันทีไม่ได้รีรอท่าทีอย่างอื่นใด
     " เกิดอะไรขึ้นสตีฟ ? "
     จนวิ่งไปเปิดประตูบานใหญ่ก็เห็นสตีฟกับสีหน้าเป็นกังวลพร้อมกับใครอีกคนที่ดูเหมือนจะหมดสติ
     " เขาบาดเจ็บ ต้องช่วยเขา "
     สตีฟพาดร่างของอีกคนที่หมดสติไว้ข้างหลังของเขา จนเขาเดินเข้ามาพลางวางร่างหนานั่นลงบนโซฟา
     " นายรู้จักเขาหรอสตีฟ ? "
     " ยังไม่แน่ใจ "
     ผมไม่รู้จักเขา ผมไม่เคยเห็นเขา เขาไม่ใช่คนเเถวนี้แน่นอน เพราะก่อนเข้าพักที่นี่ผมตรวจสอบคนแถบนี้เเทบจะทั้งหมดซะด้วยซ้ำไป เขาเป็นใครกัน? แล้วสัญลักษณ์ประหลาดที่แขนเขาเองก็น่าสงสัย การแต่งตัวดูเหมือนนักฆ่าชั้นดีเลยทีเดียว หน้ากานั่นก็อีก แต่จนกว่าจะรู้ว่าคนๆนี้เป็นใครเราสองคนก็ไม่อยากจะปล่อยให้เขาตายไปต่อหน้าต่อตาทั้งๆที่ช่วยได้หรอกนะ
     แต่ที่สตีฟพูด มันยิ่งทำให้ผมกลับรู้สึกสนอกสนใจซะไม่ได้ ' ยังไม่แน่ใจ ' แปลว่าสตีฟน่าจะรู้จักสินะ...จริงๆผมอยากจะถามเขาตรงๆ แต่เหมือนอะไรบางอย่างในใจผมกลับบอกให้ผมเลือกที่จะเงียบแล้วรีบไปหาผ้าพันแผลมาแทน
     " สตีฟมาช่วยกันหน่อยสิ "
     ผมมองอีกคนอย่างขัดเคือง เมื่ออีกคนกำลังนั่งเหม่ออยู่คนเดียวไม่ยอมมาช่วยกัน แต่สตีฟกับนิ่งเงียบไม่ได้ยิ่งที่ผมพูดจนผมถึงกับต้องตะโกนเสียงดังออกมาจนเขาตกใจแล้วยอมเลิกเหม่อในที่สุด
     " สตีฟ!! "
     " ฮะ!? มาแล้ว "
     สตีฟเดินมาด้วยท่าทีมึนๆอย่างที่ไม่เคยเป็น
     " ไม่เป็นไรนะสตีฟ นายเหม่ออะไร ? "
     ผมเป็นกังวลเกี่ยวกับท่าทีดูอ่อนล้านั่นไม่น้อยเลย ก็แน่ล่ะคนรักกันก็ต้องเป็นห่วงกันเป็นธรรมดาล่ะน้าาา //เขินนะเนี่ย...
     " ไม่มีอะไรหรอก จะให้ช่วยตรงไหนหรอ ? "
     " นายจัดการที่ขาของเขา ฉันจะจัดการตรงนั้น "
     พูดจบผมก็เอื้อมตัวไปจับแขนซ้ายของคนที่นอนอยู่ขึ้นมาแต่กลับพบว่าน้ำหนักมันหนักหน่วงกว่าเเขนของคนปกติเสียได้ จนมาสังเกตุดูดีๆผมถึงกับต้องผงะจนไปกระเเทกสตีฟที่กำลังพันแผลอยู่จนได้ เขาหันมากระคองผมแล้วถามผมด้วยน้ำเสียอ่อนโยนเหมือนที่เคยเป็น
     " เป็นอะไรไปโทนี่ คุณดูตกใจนะ "
     " ส..สตีฟ...แขนของเขาเป็นเหล็ก... !? "
     " หมายความว่าไง ? "
     สตีฟพูดจบเขาก็เดินเบี่ยงมาหน้าผมก่อนจะเข้าไปสังเกตุดูแล้วก็พบว่ามันเป็นเรื่องจริง ทั้งตราสัญลักษณ์บนแขนนั่นทำให้เขาดปล่งตาอย่างที่ผมไม่เคยเห็น แล้วในไม่กี่วินาทีนั้นสตีฟนั่งลงข้างๆร่างไร้สตินั่นพลางกระชากหน้ากากของร่างตรงนั้นออก สตีฟเปลี่ยนสีหน้าไปโดยฉับพลัน เขานั่งทำสีหน้าเหมือนหาของที่หายไปจนเจอ ผมไม่เคยเห็นสตีฟเป็นแบบนี้มาก่อนเลย
     " สตีฟ...? "
     " ขอโทษที ผมจะอธิบายให้คุณฟัง เเต่เราต้องรีบช่วยเขาแล้วล่ะ "
     " อืม... "
     ผมแคลงใจในสีหน้าเจ็บปวดนั่น แต่ผมก็หายห่วงเมื่อเขาพูดว่า 'จะอธิบาย' แน่นอนว่าผมเชื่อใจเขาว่าเขาจะไม่โกหกผมแน่นอน ถึงแม้มันจะเป็นเรื่องคอขาดบาดตายก็เถอะ
     ไม่นานผมกับสตีฟก็จัดการรักษาอาการบาดเจ็บในเบื้องต้นให้กับร่างที่นอนสงบนิ่งอยู่จนเสร็จสิ้น ผมที่อ่อนล้าก็ไม่รีรอที่จะลงไปนั่งกับโซฟาตัวเก่งพลางใช้มือปาดเหงื่อพลางมองไปทางอีกคนที่มัวเเต่เหม่อมองไปที่หน้าต่างข้างนอก
     " สตีฟ...สรุปว่านายรู้จักเขาใช่ไหม ? "
     " ใช่ ผมรู้จักเขา...ดี "
     หืม..? สตีฟแปลกไปจริงๆ เขาดูล่องลอยเหมือนพยายามนึกอะไรให้ออกอยู่ตลอดเวลา หรือว่าเขาจะเหนื่อยเกินไป จริงๆก็ไม่อยากจะเซ้าซี้ถามเขาให้ดูมากความเรื่องผู้ชายแขนเหล็กคนนั้นหรอกนะ แต่มันก็ยังอดที่จะสงสัยไม่ได้จริงๆ มันอาจจะมีซัมติง(?)อยู่เบื้องหลัง และแล้วไม่นานไม่ทันที่ผมจะได้เอ่ยปากถึงประเด็นนั้นเขาก็พูดออกมาเอง
     " เขาเป็นเพื่อนสนิท...เพื่อนรักของผม "
     " งั้นแปลว่าเขาก็อายุเท่านาย? "
     " ก็ใช่... "
     " ได้ตาแก่เพิ่มอีก1แล้วสินะ ฮะๆๆ "
     ผมพยายามเปิดประเด็นให้มันดูสนุกสนานเพราะเห็นว่าอีกคนดูคร่ำเครียดมากเกินไปจนผมหงุดหงิด แต่กลับกลายเป็นว่าเขาไม่ยอมสติแตก หรือยอมมาแนวผมเลยซักนิด แบบนี้มันอึดอัดนะตาแก่อเมริกากับฝาครอบถังขยะ!
     " ไม่มีอย่างอื่นแล้วหรอสตีฟ เช่น...เขาเองก็เป็นซูปเปอร์โซเจอร์เหมือนกับนาย ? "
     สตีฟถึงกับหูผึ่งเมื่อได้ยินสิ่งที่ผมพูดเมื่อครู่
     " คุณรู้ได้ยังไงโทนี่ ? "
     " ไม่เห็นยาก บาดเเผลแบบนี้ก็มีแต่พวกมนุษย์ทนไม้ทนมือแบบพวกนายเท่านั้นล่ะที่ทนได้ สังเกตุที่หน้าอกของเขาสิ ถ้าฉันโดนแบบนั้นแค่จุดเดียวมีหวังตายกลางหิมะไปนานแล้ว "
     " ผมไม่ปล่อยให้คุณโดนอะไรแบบนั้นหรอกโทนี่ "
     " จ้าพ่อกัปตันอเมริกาคนเก่ง แต่มันก็แปลกที่รอยบาดแผลไปอยู่ตรงจุดปิดของร่างกายที่ทำร้ายได้ลำบาก เป็นไปได้ว่าถูกจู่โจมตอนไม่ทันรู้ตัว... "
     " ผมรู้ว่าคุณเก่งนะโทนี่ แต่ยิ่งคุณวิเคราะห์ผมยิ่งรู้สึกงง "
     " ก็ได้สตีฟ ฉันจะหยุดการวิเคราะห์อันแสนปราดเปรื่องของฉันไว้แต่เพียงเท่านี้ "
     " คุณไม่ใช่เชอร์ล๊อก โฮมส์นะโทนี่อย่าลืมตัวสิ "
     " เชอะ! ตาแก่ที่เอาแต่บ่นก็ไม่ได้มีดีไปมากกว่าฉันหรอก "
     " เรามาคุยเรื่องเดิมตั้งแต่แรกกันต่อดีกว่าไหมโทนี่ "
     " กำลังรอฟังอยู่ที่รัก "
     " เรียกที่รักผมไปไม่ถูกนี่คุณจงใจสินะโทนี่ ช่างเถอะ... เขาเป็นซูปเปอร์โซเจอร์ที่หายตัวไปเมื่อก่อนน่ะนะ ผมเองก้พึ่งได้เจอกับเขาหลังจากที่ตามหาเขามาตลอด ช่างบังเอิญจริงๆ "
     " เพื่อนที่ผลัดพรากกันสินะ ฉันเข้าใจนะสตีฟ ในที่สุดก็ได้เจอกันเเล้ว ฉันจะช่วยดูแลเขาให้เหมือนที่ฉันดูแลนายเลยละสตีฟ "
     " คุณดูแลผมด้วยหรอโทนี่ ? "
     " อะไรกัน ลืมเรื่องเมื่อคืนแล้วหรือไงกันนะ ? "
     " โทนี่นั่นมันคนละเรื่องนะ "
     " กัปตันนายหน้าแดงแล้วนะ ไม่เห็นจะต้องเขินเลยนี่ นายเองก็รู้ว่าสถานะของเราเปลี่ยนไปแล้วน่ะ "
     " คุณทำให้ผมรู้สึกอีกแล้วนะ "
     " กระตือรือร้นดีจังนะ เพราะแบบนี้ไงฉันถึงชอบนาย "
     " หืม...? ชอบที่ผมเป็นแบบนี้น่ะหรอ "
     " ใช่...หลอกกินง่ายดี "
     " โทนี่ !!! "
    
     ซักวันหนึ่งผ่านมา...วันมามากก็ผ่านไป(?)

     " อึ๊ก! "
     ผมได้ยินเสียงที่ไม่ค่อยคุ้นเคย ผมไม่ต้องเดาก็รู้ว่าเป็นชายปริศนาเพื่อนของสตีฟ จริงๆผมเองก็นั่งอยู่ไม่ห่างไปจากเขาเสียเท่าไหร่ นั่นทำให้ผมเรียกอีกคนที่อยู่ไกลกว่าผมให้เข้ามาดูอาการของเพื่อนรักของเขาได้ด้วยตัวเองจะดีกว่าถ้าเป็นผม
     " สตีฟ...ดูเหมือนกับว่าเพื่อนนายจะฟื้นแล้วนะ "
     " บัคกี้.! "
     ชื่อหมอนี่สินะ สตีฟท่าทางจะพูดจริงเรื่องที่เขาเป็นเพื่อนสนิทกัน เพราะดูท่าทางที่สตีฟจะเป็นห่วงคนๆนี้เอาซะมาก ดูทำเข้าสิประคบประคองซะ...ชิ.! ทีเป็นผมไม่เห็นจะประคองอะไรแบบนี้เลยนะ แต่ก็ช่วยไม่ได้คราวนี้เขาเจ็บอยู่นี่ ผมไม่ได้อิจฉาหรอกนะ มันก็แค่เรื่องที่เขาจำเป็นต้องทำไม่เห็นจะต้องอิจฉาเลย...(ไรท์ว่าโทนี่ละคะอิจฉาสุดๆ555)
     " สตีฟ? "
     " นายจำฉันได้แล้วหรอ? "
     " อื้อ! ฉันหนีมา เจอเจ้าพวกนั้นรุมไม่คิดว่าจะได้เจอนายสตีฟ "
     ว่าแล้วสิ้นเสียงหมอนั่น เขาก็โผกอดสตีฟที่นั่งประคองเขาอยู่ข้างๆแน่นซะผมเห็นละอยากจะกำหมัดต่อยรัวๆไปซักสองสามทีให้รู้ว่าใครเป็นใคร แต่สตีฟก็ยังดีที่รู้ตัวเขาเเกะมือของอีกคนออกก่อนจะเบี่ยงตัวมาหาผมพลางเเนะนำผมให้กับอีกคน จริงๆผมไม่ได้อยากให้เขารู้จักผมหรอกนะ ผมไม่อยากให้เขาอยู่ที่นี่...
     " บัคกี้ นี่โทนี่ สตาร์ค "
     " สตาร์คงั้นหรอ ? "
     เขาพูดย้อนนามสกุลผมขึ้นมา นั่นทำให้ผมสะดุ้ง เขาเองก็มีท่าทีแววตาที่ลุกวาวขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ช่างไร้เดียงสาเหลือเกิ๊นนน...//ผมประชด ท่าทางของหมอนี่มันขัดตาชอบกล
     " นายคือคนของตระกูลสตาร์คงั้นหรอ ? "
     ก็ใช่ไงไอ้บื้อ! ถ้าไม่ใช่แล้วจะใช้นามสกุลเขาหาพระวิมารอะไรล่ะ ?
     " อื้อ...ก็ใช่ไง "
     " ลูกของฮาเวิร์ดนี่เอง โชคดีจริงๆ โอ๊ย! "
     เขาพูดจบก็ทำท่าทีเจ็บเเขนขวาของเขาที่มีบาดแผลที่ค่อนข้างลึกและเป็นไปได้ว่าจะหายช้ากว่าจุดอื่นๆ เพราะบาดแผลค่อนข้างรุนแรงและดูโหดร้ายมาก สตีฟเห็นดังนั้นก็รีบไปช่วยก่อนจะหันมาหาผมด้วยแววตาอ้อนวอนเล็กน้อย
     " ผมขอยืมห้องคุณให้เขาพักก่อนจะได้ไหม ? "
     " จะให้หมอนี่นอนห้องฉันเนี่ยนะ !? "
     ผมทำหน้าไม่ค่อยพอใจ อันที่จริงผมไม่ชอบใช้ของร่วมกับใครโดนเฉพาะเตียงนอน ถ้าไม่ใช่สตีฟก็ไม่อยากจะให้มานอนทับที่ๆของฉันหรอกนะ แต่เพราะประโยคเดียวของสตีฟมันทำให้ผมต้องรีบเปลี่ยนใจไม่รู้ทำไมแต่ผมจะไม่ยอมให้เป็นแบบนั้นแน่!
     " งั้นให้เขาไปนอนห้องผม... "
     " นอนห้องฉันเถอะ !!! "
     " เเต่เมื่อกี้คุณดูไม่ชอบใจนี่ "
     " เปล่านะ ฉันแค่เครียดเรื่องของในห้องมันรกต่างหาก ถ้าเพื่อนนายเห็นฉันคงอายแย่ แฮะๆๆ "
     ใครมันจะยอมให้คนอื่นไปนอนในห้องสตีฟล่ะ เป็นตายยังไงก็ไม่ยอมหรอกนะ ยอมให้มานอนห้องเดียวกับเรายังจะดีซะกว่า อย่างน้อยๆผมก็เลือกที่จะมานอนโซฟาก็ยังดีกว่าใครเขาไปนอนกับสตีฟ อะไรจะเกิดขึ้นในตอนที่ผมไม่รู้เรื่องก็ไม่รู้ แบบนั้นไม่ดีแน่!
     " งั้นฉันขอไปเก็บของก่อนน้า.. "
     ว่าแล้วผมก็รีบวิ่งหรี่เข้าห้องไปทำใจพลางซ่อนอุปกรณ์ไฮเทคทุกสิ่งอย่างรวมถึงรายงานภารกิจไว้ในที่ลับอย่างดี อันที่จริงผมยังไม่ไว้ใจเขา ถึงเเม้ผมจะไว้ใจสตีฟมาก แต่ไม่แน่ว่าสัญลักษณ์บนแขนของเพื่อนเขาอาจจะเกี่ยวข้องกับอะไรบางอย่างเเน่ๆ ยังไงซะ...ผมก็ยังเชื่อไม่ได้100%หรอก อย่างน้อยๆผมก็ยังอยากจะรู้อะไรให้มากกว่านั้น
     ไม่ช้าไม่นานสตีฟที่เดินตามผมเข้ามาก็เดินเข้ามาพูดกับผม
     " มื้อเย็นเสร็จแล้วนะโทนี่ "
     " ได้ยินแล้ว "
     ผมพูดพลางทำเป็นจัดของต่อ อันที่จริงผมกำลังทำหน้ากังวลเล็กๆ ผมไม่อยากให้เขาเห็น ไม่อยากให้เขารู้ว่าผมรู้สึกกังวลเกี่ยวกับเรื่องเพื่อนของเขา ผมอยากให้เขาเห็นว่าผมเองก็ยอมได้และรับได้ในทุกๆสิ่งที่มันเป็น เพราะงั้นผมถึงไม่อยากให้เขาเห็นผมในภาวะแบบนี้
     " คุณโอเคใช่ไหมที่จะให้เขานอนห้องของคุณ "
     " โอเคสิ โอเคอยู่แล้ว แค่ไม่กี่คืนจนกว่าเขาจะหาย "
     ผมยิ้มเจือนหันไปทางเขา อย่างน้อยๆการแกล้งยิ้มครั้งนี้ของผมก็เป็นการทำเพื่อเขา ผมคิดแบบนั้น แล้วเขาก็ยิ้มกลับมาก่อนเดินออกไปจากหน้าประตูห้อง ผมก็ได้แต่หุบยิ้มแล้วเดินตามเขาไปที่ห้องครัวทานมื้อเย็นกันพร้อมหน้า3คนจนได้
     " บัคกี้นายโอเคขึ้นแล้วใช่ไหม ? "
     " อืม...ดีกว่าตอนแรก "
     " ดีแล้ว คืนนี้นายนอนห้องนั้นนะ "
     สตีฟพูดจบก็ชี้ไปที่ห้องนอนของผมพลางอธิบายต่ออย่างมีเหตุมีผล
     " ห้องของสตาร์คกว้างกว่ามีสองเตียง ห้องฉันถ้านายนอนฉันต้องออกมานอนข้างนอก นายโอเคนะ "
     " ไม่ใช่ปัญหาหรอกสตีฟ แต่ว่าสตาร์ค... "
     เขาหันมามองทางผมที่ได้เเต่เงียบฟังสองคนพูดสนทนากันเพราะเพียงแค่ไม่อยากขัดจังหวะของทั้งสองคน เขาทำท่าทีค่อนข้างเป็นกังวลเกี่ยวกับผมกับการที่ต้องค้างคืนในห้องเดียวกันทั้งๆที่พึ่งรู้จักกัน
     " ไม่เป็นไรหรอก นายป่วยอยู่ได้นอนเตียงน่าจะเหมาะกว่านอนโซฟานะ "
     " ขอบคุณนะสตาร์ค ถ้าไม่ได้คุณช่วยผมอาจจะตายแล้ว "
     เขาพูดจบก็ก้มหัวขอบคุณผมยกใหญ่ นั่นทำให้ผมไม่ชอบใจเลย เขาเหมือนสตีฟ โดยเฉพาะการขอบคุณที่แสนจะขี้เกรงใจ คนสมัยก่อนนี่ติดโรคขี้เกรงใจกันมาหรือไงกันนะผมล่ะไม่เข้าใจจริงๆ
     " ไม่ใช่เรื่องใหญ่หรอก ไม่ต้องเกรงใจไม่ต้องขอบคุณหรอกนะ "
     " บัคกี้ยิ่งทำแบบนั้นสตาร์คยิ่งลำบากใจนะ ทำตัวตามสบายเถอะ "
     ได้ทีเอาใหญ่เลยนะสตีฟ เดี๋ยวเหอะ! พอหมอนี่หายจะจับทำโทษซะให้เข็ดหลาบไม่มีวันลืมไปเลย! จากนั้นเราก็สนทนาทำความรู้จักกันต่อจนทานหมด บัคกี้ขอตัวไปเข้านอนพักในห้องก่อน สตีฟเองก็ด้วย ผมเลยได้โอกาศในการค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมจากสัญลักษณ์ที่แขนของบัคกี้ รวมถึงตอนนั้นผมได้ขอจับมือกับเขาเพื่อเป็นการทักทาย และแน่นอนผมได้ลายนิ้วมือมา
     ผมเริ่มค้นหาจากชื่อของเขา รวมถึงค้นเเฟ้มประวัติเก่าของสตีฟ ผมเชื่อว่าทุกอย่างถูกเชื่อมโยงกันทั้งหมด จนในท้ายที่สุดก็ไปเจอเข้าให้กับภารกิจของเขาในอดีตที่เกี่ยวกับไฮดร้า!
     ผมท่าทางจะเจอต้นตออะไรแย่ๆเข้าเสียแล้ว จากนั้นผมก็ค้นหาอะไรไปเรื่อยแต่ก็ไม่พบอะไรเพิ่มเติม ผมรู้เเค่ว่าเขาเคยเป็นไฮดร้า หรือที่เขามานี่คือหนึ่งในแผนการกันแน่ แต่ดูท่าทางสตีฟจะไม่รู้เรื่องที่เพื่อนของเขาเป็นไฮดร้า แต่เขาก็ไม่ได้มีท่าทีที่ผิดปกติเลยซักนิด จากนั้นผมก็เริ่มเชื่อมโยงไปถึงแผนการวิจัยของไฮดร้าผมคิดว่าเรื่องนี้อาจะมีความเกี่ยวข้องกับการลบความทรงจำของเขา
     ไฮดร้าอาจจะใช้เขาเป็นเครื่องมือในการทำงานโดยล้างสมองเขา นั่นทำให้สตีฟหาตัวเขาไม่เจอ จากนั้นเขาอาจจำทุกอย่างได้จนหนีออกมาจากที่นั่น จนถูกลอบทำร้ายเเล้วพวกเราก็มาเจอเข้า...นี่คงเป็นนิยามที่เป็นไปได้
     นั่นแปลว่าเขาอาจจะให้ข้อมูลเกี่ยวกับไฮดร้าซึ่งเป็นประโยชน์กับเราได้สินะ...
     ในตอนนั้นผมคิดเชื่อมโยงทุกๆเรื่องทั้งหมดได้และตั้งใจในตอนเช้าว่าจะคุยกับเขาให้ชัดเจนไปซะ ถ้าปล่อยให้เรื่องมันบานปลายละก็มันจะต้องไม่ดีแน่ๆ
     และก็ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่ผมเผลอนอนฝุบไปกับโซฟาตัวเก่งซะได้ คงเป็นเพราะคิดมากจนสมองล้าสินะ...

     เช้าแล้วจ้า !

     " โทนี่ทำไมคุณถึงมานอนที่นี่ ? "
     " สตีฟ ? นี่ฉันเผลอหลับงั้นหรอ ? "
     " ผมสิต้องถามคุณเราต้องรีบไปแล้ว "
     " รีบไปไหนน่ะ ? "
     " ฟิวรี่แจ้งมาว่ามีภารกิจใหม่ต้องให้เราไปด่วน "
     " ภารกิจสินะ แล้วเพื่อนนายล่ะ "
     ผมพูดพลางขยี้ตาแล้วลุกขึ้นมาคุยกับคนตรงหน้าที่อยู่ในชุดกัปตันอเมริกาเต็มยศสีน้ำเงินลายธงชาติประจำตัวของเขา
     " ผมก็กังวลเรื่องนี้อยู่ เขายังไม่ดีขึ้นเลย "
     ผมสังเกตุเห็นสีหน้ากังวลของสตีฟมาได้จากแววตาของเขา ผมไม่ชอบมันเลย ผมไม่อยากให้เขามีความรู้สึกไ่ดีแบบนี้ขณะทำภารกิจ เพราะงั้นผมก็พูดไปตามใจที่อยากจะพูด
     " งั้นฉันจะอยู่นี่ "
     " หมายความว่าไงโทนี่ "
     " นายกังวลว่าเพื่อนนายจะป่วยหนักกว่าเดิมนี่ มันก็ช่วยไม่ได้ ฉันจะอยู่ดูแลเขาแทนนายให้เอง นายไปทำภารกิจให้สำเร็จเถอะ "
     ผมพูดพลางยิ้มไปพลาง ผมไม่อยากให้เขาต้องมากังวลเรื่องไม่เป็นเรื่อง เรื่องนี้ผมทำได้ดีกว่าทำอาหาร อย่างน้อยๆเขาจะได้วางใจลงไปได้บ้างแค่นี้ผมก็พอใจแล้ว เขาเผยยิ้มจางๆออกมา ผมรู้ว่าเขาเองก็ไม่อยากจะให้มันเป็นแบบนี้ แต่ด้วยหน้าที่มันทำให้จำใจต้องยอมรับมัน
     " ขอบคุณนะโทนี่ ผมจะรีบกลับ "
     เขาพูดจบก็ก้มตัวลงมา หอมแก้มช้าๆ มันเหมือนเป็นธรรมเนียมของเราสองคนไปซะเเล้ว เมื่อจะมีใครออกจากบ้านไป มันจะตามมาด้วยรอยจูบบนแก้มซ้ายของแต่ละคนเสมอ ผมไม่รู้หรอกมันหมายถึงอะไร แต่สำหรับผมมันมีความหมายว่าเขาจะกลับมาเอาจูบนี่คืนไปอย่างแน่นอน
     " ผมรักคุณ "
     " ฉันก็รักนาย เดินทางปลอดภัย "    
     ผมเดินไปส่งเขาที่ประตู ก่อนจะเห็นว่าเขาไปจนลับสายตาแล้วผมก็หายห่วง แต่ตอนนี้เรื่องที่ต้องห่วงมากกว่าเรื่องอื่นๆก็คืออาการของเขาต่างหาก สตีฟบอกว่าเมื่อเช้าเขามีอาการที่ทรุดหนักลง ผมก็ไม่ค่อยแปลกใจหรอกว่าทำไมสตีฟถึงยอมที่จะไปคนเดียว เขาคงทนไม่ได้ถ้าปล่อยให้คนบาดเจ็บต้องอยู่คนเดียวโดยไม่มีคนดูแล เอาเถอะ มีผมคนนี้อยู่ทั้งคนหายห่วงสบายใจได้(หรอคะ?555)
     ทุกอย่างก็ดูเรียบร้อยดีเพียงแค่ต้องเช็คอาการของเขาไม่ให้ทรุดลงไปมากกว่าเดิม ระหว่างที่คิดอยู่นั้นผมเองก็เดินเข้าไปในห้องนอนเพื่อจะไปสังเกตุดูคนป่วย แต่ทว่าห้องกลับว่างเปล่าไร้วี่แววคนนอนอยู่
     " นี่มัน...เขาหายไปไหน? "
     ผมบ่นพึมพำสักพักพลางมองไปรอบๆห้องสี่เหลี่ยมแคบๆที่ไม่น่ามีที่อื่นที่จะไปนอนอยู่ได้โดยที่มองไม่เห็น แต่มันเป็นไปได้หรอที่เขาจะลุกขึ้นจากเตียงทั้งๆที่อาการของเขาสาหัส...
     และในวินาทีที่ผมหันกลับไป แทนที่จะได้เห็นทอดไปยังห้องนั่งเล่น กลับมีชายร่างสูงกำยำผมยาวประบ่าดวงตาของเขาดูบอบช้ำ ใบหน้าดูซีดเซียว และบาดเเผลที่อยู่เต็มตัวกำลังจ้องมองมาที่ผมอย่างไม่วางสายตา
     " นายคือ...สตาร์ค?! "
     เสียงของเขาเปลี่ยนไป จากอ่อนโยนกลายเป็นแข็งกระด้างโดยสิ้นเชิง แย่แน่...มันต้องเป็นอย่างที่ผมเคยคิดเอาไว้ ตอนนั้นผมคิดมันทุกวิถีทาง ทั้งหนี หรือจำกัดการค้นหา แต่ทางทีดีปากผมมันกลับไปไวกว่าซะงั้น
     " มะ...ไม่ใช่... "
     " ... "
     " ฉันไม่ใช่... "
     ผมพูดไปอย่างเอาหน้ารอด ถ้าเกิดมันได้ผลเขาจะไม่จับผมใช่ไหม แล้วพวกคุณคิดว่ามันได้ผลไหม...
     ไม่ซักนิด ผมมันทั้งโง่ทั้งบ้าที่คิดว่าจะรอด เขาใช้แขนเหล็กของเขาต่อยเข้าที่ท้องจนผมรู้สึกได้ถึงแรงกระเเทกอันมหาศาลที่ถูกกดลงบนท้อง ในที่สุดผมก็ไม่รู้สึกตัวไปพักใหญ่ จนกระทั่งลืมตาขึ้นมาอีกทีผมก็อยู่บนเก้าอี้ที่คุ้นเคย แต่กลับมีเชือกมัดข้อมือข้อเท้าไว้ติดกับเก้าอี้ซะดิบดี บ้าจริง! ถ้าเอาเกราะมาด้วยก็คงจะดีกว่านี้แน่ !
     " คุณใจดีกับผมเกินไปนะ "
     ผมได้ยินเสียงนั่นมาจากทางด้านซ้ายของผม แต่ผมไม่ได้หันไปมอง ผมได้แต่ก้มหน้าก้มตาพลางคิดไปพลาง ผมไม่ได้โต้ตอบเขาไปในทันที
     " อย่าหลงตัวเองไปหน่อยเลย ฉันทำเพื่อให้สตีฟสบายใจ ไม่ใช่เพื่อนายเลยซักนิด "
     " ทำเพื่อสตีฟไปแล้วคุณได้เป็นอิสระหรอ? ก็ไม่นี่ "
     " อย่ามาทำเป็นพูดดี นายต้องการอะไร เป็นสายให้ไฮดร้าสินะ คราวนี้อยากจะสร้างความเดือดร้อนอะไรให้พวกฉันตามไปแก้อีกช่วยบอกล่วงหน้าจะได้ไหมฉันกับสตีฟจะได้ตามไปแก้ได้ถูก "
     ผมพูดจบอีกคนก็หัวเราะเบาๆ ก่อนที่เขาจะลากเก้าอี้อีกตัวมานั่งตรงกันข้ามกับผมแล้วพูด
     " อันที่จริงมันก็ไม่ใช่แผนใหญ่อะไรหรอก "
     ผมมองดวงตาที่ปกปิดซ่อนเร้นนั่นอย่างพินิจพิเคราะห์ ไม่ผิดเลยจริงๆที่ผมคิดสงสัยตั้งแต่คราวแรกที่ได้เห็นเขา เพราะท่าทีที่ดูแปลกประหลาดมันทำให้ผมจับได้แต่เพราะความเชื่อใจสตีฟมันทำให้ผมสับสนจนไม่กล้าที่จะบอกความจริงอันเลวร้ายนี้กับเขา
     " นายแน่ใจงั้นหรอว่าไม่ใช่เเผนใหญ่ "
     ผมถามในเชิงวิเคราะห์ ทุกอย่างผ่านกระบวนการคิดของผมมาแล้ว ผมอยากให้เขาบอกความจริงทั้งหมดก่อนที่เรื่องจะไปกันใหญ่
     " คุณรู้นี่คุณสตาร์ค "
     " งั้นฉันขอเดา นายมาทำภารกิจบางอย่างที่ต้องแทรกซึมเข้ามาที่นี่ การที่จะกลมกลืนกับคนแถวนี้เป็นเรื่องยาก เพราะฉะนั้นจึงใช้วิธีที่ง่ายกว่า ทำร้ายตัวเองให้บาดเจ็บ ถ้าสตีฟเห็นสตีฟจะต้องช่วย จริงๆนายไม่ได้จำได้แต่นายแค่แกล้งจำได้ถึงอดีตเพื่อนสนิท ใช้ความสนิทและความเชื่อใจของฉันที่มีต่อสตีฟให้เป็นประโยชน์ต่อการล้วงข้อมูล แล้วนี่ก็คงได้ข้อมูลแล้วสินะ แล้วนายยังจะต้องเอาอะไรอีกล่ะ ! "
     ผมพูดจบเขาก็ลุกขึ้นยืนปรบมือพลางหัวเราะให้กับคำพูดแสนยืดเยื้อของผม เขาเดินเข้ามาใกล้
     " คุณพูดถูกเรื่องที่ผมทำร้ายตัวเอง ผมไม่ได้แกล้งจำได้ จริงๆผมจำได้แต่แค่ไม่อยากจะจำ และพูดถูกเรื่องที่ผมใช้ความเชื่อใจของคุณที่มีต่อสตีฟมาใช้ให้เป็นประโยชน์ แต่ที่จริงผมไม่ได้มาเอาข้อมูลหรือล้วงความลับ... "
     สิ้นเสียงเขามันทำให้ผมสงสัย ถ้าไม่ใช่เรื่องภารกิจมันจะมีเรื่องอื่นอีกงั้นหรอ ไม่นานเกินรอ ชายในชุดสีน้ำเงินลายธงชาติที่คุ้นเคยก็เดินเข้ามาจากทางประตูหน้าบ้าน นั่นทำให้ผมทั้งตกใจทั้งตื่นตระหนก เขาไม่ได้ไปไหนเลย!    
     " คุณดูแปลกใจนะโทนี่ "
     " เออ..คือ...นี่ล้อกันเล่นใช่ไหม? "
     .
     .
     .
     .
     .
     " Hail hydra... "
    
     END BUCKY/STEVE , NEXT... ?
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 22 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

107 ความคิดเห็น

  1. #93 micupcake16 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 กันยายน 2561 / 00:20
    เราก็อึ้งค่ะ แต่ก็ลุ้นด้วย
    #93
    0
  2. #70 DEER** (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2559 / 17:13
    =[]=//ช็อค พีคมากค่ะ รอๆๆๆๆๆ
    #70
    0
  3. #61 kottonne (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2559 / 00:44
    3Pชิมิ? เจ๊ดาวจะโดนรุมชิมิ? รู้สึกตื่นเต้น ฮ่าๆๆๆ ชอบบบบบบ
    #61
    0
  4. #60 ★Nya~LaZy★ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2559 / 00:27
    แคปเวอร์ไฮดร้าก็มานะคะ หวีดรุนแรง แต่เราเชียร์แขนเหล็กของสิบเอกค่ะ ฮือออ จ๊อบรุนแลงงง อย่าทำอะไรเจ๊รุนแรงนะคะ นี่เป็นผู้ถูกกระทำชำเร่าตลอด สงสาร ;w;
    #60
    0
  5. #59 NPanlutan (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2559 / 22:57
    โอ้โห อ่านจบละเบรคเอี๊ยดดดดเลย รีบกดไปดูตอนถัดไปเซอร์ไพรส์จริงๆค่ะ น้ำตาจะไหลแล้ว 555555555
    #59
    2
    • #59-1 AI(จากตอนที่ 7)
      15 มิถุนายน 2559 / 23:00
      รู้สึกอย่างไรบ้างคะ //จ่อไมค์
      #59-1
    • #59-2 NPanlutan(จากตอนที่ 7)
      16 มิถุนายน 2559 / 16:07
      รู้สึก "ได้เวลาสนุกแล้วสิ" 555555555555555 อย่าทำร้ายโทนี่น้อยมากนะคะ เลาสงสาร ;-;
      #59-2
  6. #51 Foxtail de.Gwynzivior (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2559 / 21:41
    มุ้งมิ้งมาก--- ตัวละมุนละไมเต็มไปหมด---
    #51
    1
    • #51-1 AI(จากตอนที่ 7)
      11 มิถุนายน 2559 / 07:39
      คืนความสุขเล็กน้อยกันก่อนจะไปเจออะไรหนักๆคะ 5555
      #51-1
  7. #46 Silver_Wolf (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2559 / 10:27
    รอๆๆๆ><
    #46
    0