FIC :: ALL TONY

ตอนที่ 13 : [12] CAME TO END GAME

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 398
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 32 ครั้ง
    5 พ.ค. 62

CAME TO END GAME

 

เรื่องราวเกิดขึ้น และจบลงในที่สุด รักคุณ 3000

***เหตุการณ์ในแฟนฟิคมีการอ้างอิงมาจากเนื้อหาของหนังTHE AVENGERS END GAMEบางส่วน และส่วนใหญ่ไม่ได้ถูกต้องตามไทม์ไลน์ของหนัง***


     " หยุดธานอสไม่ได้ " 

     คำพูดแรกที่ออกมาจากปากโทนี่หลังจากที่ได้เจอหน้าสตีฟ โทนี่แทบไม่ได้คิดอะไรตอนพูดออกมา แต่เพียงแค่เสียงแหบพร่าน่าสงสารจับใจของโทนี่ถูกเปล่งออกมาก็ทำเอาสตีฟใจสั่นจนแทบทะลุออกจากอก แต่ก็ทำได้เพียงกุมมือโทนี่เอาไว้เเน่นพลางตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงสั่นคลอไม่แพ้กัน 

     " ฉันก็เหมือนกัน " 

      " ฉันเสียเด็กนั่นไป "

     " ทุกคนที่นี่สูญเสีย โทนี่ " 

     เเววตาของสตีฟมองผ่านแววตางดงามนั่นไปพบเจอความทุกข์ภายในใจที่ไม่อาจจะระบายออกมาได้หมด ร่างกายผอมโทรมแทบจะเห็นกระดูก โทนี่ตอนนี้ดูเปราะบางราวกับว่าจะสลายได้เพียงเเค่จับแรงเกินไป เรียวหน้าดูซีดเผือกจากอาการขาดอาหารและน้ำมาหลายวัน 

     " " โทนี่พยักหน้าน้อยๆ เขาสบตาสตีฟไปเพียงชั่วครู่ก็หลบสายตาไปมองคนอื่นๆแทน สตีฟไม่ได้เอะใจ เขายังคงช่วยโทนี่ประคองตัวเองลงจากยานที่ลงจอดได้เมื่อสักครู่จากความช่วยเหลือของแครอล 


     โทนี่นั่งอยู่บนรถเข็น ข้างซ้ายถูกโยงสายน้ำเกลือไว้ เจ้าตัวเองไม่ได้นอนฟุบกับเตียงอย่างที่ควร แต่เพราะความร้อนใจของเขาเองทำให้ต้องลุกขึ้นมาทำอะไรซักอย่าง 

     เจ้าตัวนั่งออกห่างจากทุกคนหลายช่วงตัวจ่้องมองคนอื่นๆที่กำลังแลกเปลี่ยนแผนการกัน จนกระทั่งสตีฟพูดออกมาจากปาก...

     ' หงุดหงิดชะมัด ' โทนี่นึกในใจพลางขบเขี้ยวฟันในปากอย่างถือดี 

     แต่แล้วความอดทนของโทนี่ก็หมดลง " เดี๋ยวก่อนนะ " 

     เขาลุกขึ้นพรวดจากเก้าอี้ โรดี้ที่อยู่ไม่ไกลเดินเข้าไปใกล้เจ้าตัวพลางใช้มือประคองโทนี่ไว้พลั่งปากบอกให้โทนี่ใจเย็นก่อน แต่โทนี่ก็ยังดึงดันดึงสายน้ำเกลือออกทันทีที่อารมณ์เกรี้ยวกราดถาโถม เขาสะบัดมือเพื่อนรักอย่างโรดี้ออกก่อนเดินเข้าประชิดตัวสตีฟ

     " ฉันจำได้ว่ายังไงนะ ล่าสุดที่นายบอกเราจะสู้แล้วแพ้ไปด้วย " โทนี่เดินเข้าไปหาสตีฟที่ได้แต่ยืนนิ่งไม่ไหวติ่งอยู่ที่ขอบโต๊ะ ก่อนที่โทนี่จะพูดต่อเขาเว้นระยะระหว่่างเขากับคนตรงหน้าไว้ก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงสั่นเครือด้วยความโกรธ " ตอนนี้มันเป็นอย่างที่นายว่าแล้ว เราแพ้...แล้วใครเป็นคนแรกที่บอกนาย ฉันนี่ไง ฉันคนเดียว แต่นายก็ไม่เชื่อฉัน! แล้วพอถึงเวลานั้นนายกลับหายหัว ! " โทนี่พูดพร้อมกับชี้ไปที่กลางอกของกัปตันอเมริกาที่ตอนนี้ได้แต่ยื่นนิ่งทำอะไรไม่ถูก ได้แต่ปล่อยให้โทนี่ระเบิดอารมณ์ใส่ 

     ทันทีที่โทนี่พูดออกไปแบบนั้น เขากดหน้าลงให้พ้นจากสายตาของคนตรงหน้าก่อนถอนหายใจอย่างอ่อนล้า แต่ไม่ทันที่คนอื่นจะพาตัวโทนี่ไปพักเจ้าตัวก็โผล่งพูดขึ้นมาอีกด้วยโทนน้ำเสียงที่เบาลง แต่นัยย์ตากำลังถูกย้อมด้วยน้ำตาที่คนอื่นแทบไม่ได้เห็นมีเเต่สตีฟเท่านั้นที่เห็นได้ชัดจากมุมนี้ " ต่อไปนี้ฉันไม่เชื่อนายอีกแล้ว นายมันหลอกลวง " 

     " เอานี่ไป... " ไม่ทันขาดคำ โทนี่ก็คว้าเอาอาร์ครีแอคเตอร์ที่เป็นดั่งหัวใจสำคัญของเขาออกจากอกก่อนจะวางลงบนมือสตีฟ " เจอมันแล้วก็ใส่นี่ไปสู้เองสิ ! " 

     พูดไม่ทันจบ โทนี่ก็ล้มคว่ำลงไปกับพื้นทันที สตีฟที่เห็นท่าทีปวกเปียกตั้งแต่แรกนั่นคว้าเจ้าตัวเอาได้ทัน เพื่อนๆคนอื่นก็ด้วย สตีฟไม่ได้พูดอะไรออกมาซักคำเดียว เขาได้แต่แสดงสีหน้าเจ็บปวดไม่ต่างกัน เพื่อนๆต่างพากันเงียบกันไปทั้งห้อง

     แต่แล้วทุกคนก็เห็นพ้องต้องกันว่าต้องพาโทนี่ไปพักฟื้นอย่างเต็มที่ก่อน พวกเขาไม่รู้ว่าโทนี่ต้องเจอสิ่งที่หนักหนาขนาดไหน รู้แค่ว่าตอนนี้โทนี่ยังไม่พร้อมทำงาน 

     หลังจากที่การประชุมจบลงและจบลงได้ไม่สวยเท่าไหร่นักสตีฟยังคงอยู่ที่เดิม เขานั่งอยู่บนเก้าอี้ขนาดพอดีตัว มือทั้งสองกุมกันแน่นคอตกอย่างกับสุนัขไม่มีผิด แนตที่เดินเข้ามาในห้องเห็นกิริยานั่นก็อดทักไม่ได้

     " เราต้องก้าวต่อไปถูกใช่ไหมแคป "

     สตีฟได้ยินดังนั้นก็หัวเราะก่อนจะเผยรอยยิ้มบางๆบนใบหน้า 

     " ผมพร่ำบอกให้คนอื่นก้าวต่อไปแต่ผมเองกลับทำไม่ได้ซะเอง หัวเราะก็ได้นะ "
     " ฉันไม่มีรสนิยมตลกร้ายเหมือนนายหรอกนะ " แนตเดินเข้ามานั่งที่ฝั่งตรงข้ามกับแคป " หรือถ้าไม่ ก็คุยกับเขาดีๆ " 

     " คุยกับใคร " 

     แนตไม่พูดอะไร เธอเพียงแค่เอียงคอมองไปทางห้องพักฟื้นของโทนี่ หลังจากนั้นแคปก็ออกอาการอย่างเห็นได้ชัด มือไม้สั่นเทิ้มจนร่างสั่นไปพร้อมๆกัน 

     " เมื่อตะกี้คุณก็เห็นแล้ว เขาไม่แม้แต่มองหน้าผมด้วยซ้ำ "

     " ใครว่า เขามองนะ อาจจะเเค่นิดเดียวแต่ก็มอง " แนตยิ้มอย่างสนใจท่าทีของคนตรงหน้าที่ดูไม่สมกับร่างกายอันบึกบึนนั่นเลยแม้แต่น้อย 

     " แต่ผมคิดว่าเขายังไม่อยากคุยกับผมแม้ผมจะอยากคุย "
     " สตาร์คคงเกลียดนายจนตายแน่ๆสตีฟ " 

     แนตพูดจบก็ลุกขึ้น ตามมาด้วยเสียงทุ้มของกัปตันอเมริกาถามตามก้นเธอทันทีทันใดจนเธอต้องกันกลับไปตอบ

     " คุณคิดแบบนั้นหรอ "
     " ไม่รู้สิ แค่เดา แต่ฉันไม่อยากให้ทีมอึดอัด สตาร์คเป็นคนเดียวที่จะช่วยให้เราชนะได้ เพราะฉะนั้น งานหนักคงอยู่ที่คุณ " 

     หลังจากคำพูดของแนตจบลง ต่อมความสำนึกผิดของสตีฟก็ทำงานทันที นี่มันไม่ใช่เเค่เรื่องของเขากับโทนี่ แต่มันส่งผลให้การทำงานของทีมต้องหยุดลงแต่เพียงเท่านี้ทั้งๆที่เขาอยากจะให้มันไปต่อ 

     .

     .

     .

     " โทนี่ คือ... " 

     สตีฟยืนหน้ากระจก มือข้างหนึ่งถือมีดโกนหนวด อีกข้างนึงที่ว่างเปล่ากำลังทำท่ากวาดมือบนอากาศไปมา ทั้งๆที่หน้าที่ปกคลุมไปด้วยเครานั่นกำลังเปียกชุ่มด้วยครีมโกนหนวดกำลังแสดงสีหน้ายิ้มแย้ม แต่แล้วก็พูดกับตัวเองในกระจกวนไปวนมาอยู่กับประโยคเดิมๆ

     " โทนี่... "

     " ผม ผิด... " " ผมคิดผิด " " ผมผิดเอง "

     สตีฟถอนหายใจ ก่อนจะจัดการโกนเคราให้เรียบร้อยก่อนจะเลิกไปซะก่อน 

     ตั้งแต่ที่เเยกตัวออกมาจากโทนี่ ตลอดมาก็ทำเขากระวนกระวายใจ สับสน เหมือนหลงทางไม่มีผิด เหมือนกับว่าเขากำลังจมอยู่กับความรู้สึกผิดของตัวเองที่หลงลืมไปนาน พอได้สัมผัสมันอีกครั้งทำให้เขาแทบทำตัวไม่ถูก ถึงได้แต่ทำตัวนิ่งๆ ยืนฟังสิ่งที่โทนี่ต้องการจะระบายออกมาแม้จะไม่อยากให้เจ้าตัวฝืนตัวเองมากก็ตาม 

     ' ตลอดมาโทนี่ต้องต่อสู้ตัวคนเดียวมาตลอด แต่เรากลับ... ' สตีฟบ่นกับตัวเองในใจพลางทุบกำปั้นเข้ากับกำแพงระบายความรู้สึกอัดอั้นที่ไม่มีที่ระบายจริงจัง 

     แววตาเว้าวอนตอนมองเขาทั้งๆน้ำตาคลอเบ้านั่นทำเอาสตีฟแทบสติแตก ถึงแม้โทนี่จะไม่ได้บอกทั้งหมดว่าเขาต้องไปพบเจอกับอะไรมาบ้าง แต่ทุกๆอย่าง ทุกๆคำพูดที่เขาได้ตัดพ้อมานั่นก็เพียงพอที่จะทำให้สตีฟหัวกรุ่นกับตัวเองได้พอตัว 

     ตอนแรกที่ลงมาจากยานท่าทางโทนี่เองไม่ได้ดูรังเกียจเขาเหมือนตอนนี้เลยแท้ๆ เขาคงคิดเข้าข้างตัวเองเกินไปว่าโทนี่จะให้อภัยเขาง่ายๆ คงต้องทำอะไรซักอย่างที่จะไม่ทำให้ทุกอย่างแย่ไปกว่านี้ 

     ก๊อกๆ เสียงเคาะประตูตามมาด้วยเสียงขออนุญาติจากโรดี้

     " โทษนะแคป " 

     โรดี้ในชุดลำลองเดินเข้ามาในห้องพักของสตีฟก่อนจะนั่งลงที่เก้าอี้ที่ไม่ไกลจากประตูนัก

     " เชิญเลย " สตีฟวางผ้าขนหนูลงที่ราวผ้าก่อนจะตามไปนั่งข้างๆโรดี้

     " ขอโทษแทนโทนี่ด้วย " 

     การเปิดประเด็นของโรดี้ทำเอาเจ้าตัวสะดุ้งเฮือกขึ้งมาอย่างเห็นได้ชัด เขาได้แต่ยิ้มเจื่อนๆกลบเกลื่อนสีหน้าเพลียๆ

     " ไม่เลย โทนี่ไม่ผิด "

     " หมอนั่นคงจะเจออะไรที่มันหนักมากจนเสียสติไปถึงทำแบบนั้น "
     " เป็นผมก็คงสติเเตกเหมือนกัน ใครจะไปรู้ว่าแม้เราจะลงแรงไปเกินร้อยแล้วผลลัพย์กลับกลายเป็นแบบนี้ไปได้ "

     " อย่าโกรธโทนี่เลยนะ " 

     " คงต้องเป็นผมที่ต้องพูดมากกว่า " สตีฟกุมมือตัวเองไว้ก่อนจะหันตัวเองไปคว้าอะไรบางอย่างที่อยู่บนโต๊ะยื่นให้กับโรดี้ " ฝากเอานี่ไปคืนเขาได้ไหม "

     " อาร์ครีแอคเตอร์ ? " โรดี้คว้ามันมาจากมือสตีฟก่อนจะยกคิ้วสงสัย สตีฟเห็นดังนั้นก็ตอบกลับไป
     " มันไม่ควรจะอยู่ที่ผม "

          .

          .

          .

          เพล้ง ! เสียงอาร์ครีแอคเตอร์กระเเทกเข้ากับพื้น 

          โทนี่เขวี้ยงมันลงกับพื้นทันทีที่เห็นโรดี้วางมันลงบนโต๊ะข้างๆเตียงของเขา

          " ทำอะไรน่ะโทนี่ !  " โรดี้ตวาดเสียงดังแกมดุเพื่อนรักตรงหน้าเขาที่กำลังทำตัวเเย่่ๆออกมา

          " ฉันให้หมอนั่นไปแล้วนี่ " 
          " ฉันก็บอกแล้วว่าเขาฝากมาคืนให้นาย " 

          " ไม่เอา ถ้าจะคืนทำไมไม่มาคืนเอง "

          ภายในห้องนิ่งเงียบไปซักพักก่อนจะตามมาด้วยเสียงเปิดประตูจากข้างนอก สายตาของทั้งโทนี่และโรดี้มองไปยังจุดๆเดียวกัน 

     สตีฟเดินเข้ามาในห้องที่บรรยากาศไม่ค่อยจะดีนัก เขามองกวาดไปรอบห้องก่อนจะมองไปที่โรดี้ เจ้าตัวรู้ตัวดีก่อนจะพยักหน้าด้วยสีหน้าที่ดูกังวลเล็กน้อย อันที่จริงพวกเขาคุยกับมาก่อนแล้วว่าถ้าสตีฟเข้ามาโรดี้จะเป็นคนเดินออกไปรอข้างนอก ส่วนโทนี่เองก็ได้แต่นั่งหน้านิ่วไม่พอใจแต่ก็ไม่ยอมพูดอะไรออกมาตั้งแต่สตีฟเดินเข้ามาในห้อง

     สตีฟมองอาร์ครีแอคเตอร์ที่นอนคว่ำอยู่กับพื้นก็เดินเข้าไปหยิบมันขึ้นมาไว้ในมือก่อนจะยื่นมันให้กับเจ้าของ

     " ขอโทษด้วยที่เสียมารยาท ผมมาคืนของสำคัญให้คุณโทนี่ " 

     " ... "

     โทนี่ยังคงไม่ยอมขยับทั้งยังไม่ยอมบอกอะไร สตีฟถอนหายใจก่อนจะวางมันลงแถวๆนั้นพลางพาตัวเองออกข้างนอก

     " ขอตัวก่อน "

    " สำหรับฉัน มันไม่สำคัญเลยสักนิด " 

     เสียงเเว่วเบาๆออกจากปากของโทนี่ สตีฟหูดีพอที่จะได้ยินมันก่อนเขาจะหยุดความคิดที่จะเดินออกจากห้องแล้วกลับไปยืนใกล้ๆอีกคนที่กำลังทำตัวไม่ยอมรับฟังอะไรง่ายๆอยู่บนเตียง

     " แต่สำหรับผมมันสำคัญมากจนผมไม่คิดว่าตัวเองจะเก็บไว้ได้ " 

     " ถ้าสำคัญขนาดนั้นทำไมถึงทิ้งมันไปล่ะ " โทนี่กระเเทกเสียงดัง ดูก็รู้เขาไม่พอใจในตัวสตีฟขนาดไหน 

     " โทนี่... "

     สตีฟที่รู้ดีถึงความหมายในน้ำเสียงนั้น เขาได้แต่ก้มหน้ายอมจำนน เสียงพูดทุ้มๆของเขาที่เคยแข็งแกร่งกลับฟังดูเปราะบางที่สุดในเวลานี้ โทนี่เองยังไม่ยอมหยุดพักอารมณ์เสียของตัวเองก่อนจะเบี่ยงหน้าไปทางอื่น

     " ฉันไม่มีอะไรต้องคุยกับนาย "

     ในเวลานั้นสตีฟยังคงจ้องมองไปที่โทนี่ ถ้าเป็นใครซักคนที่จะรู้จักโทนี่ดีพอคงมีแค่เขาในตอนนี้ แต่การที่จะให้โทนี่หายดกรธต้องทำยังไงยังไม่มีใครรู้ แต่เพราะอยากจะอยู่ต่อ ลองใช้ความอดทนของกัปตันอเมริกาให้เป็นประโยชน์

     " แต่ผมมี "

     สตีฟและโทนี่ที่กำลังหัวกรุ่นนั่นนั่งประจันหน้ากัน โทนี่เงียบไม่ยอมมองอีกคนกลับกันสตีฟกลับมองโทนี่ไม่ละสายตา แล้วสตีฟก็ทำแบบนั้นจริงๆ เขานั่งนิ่งมองโทนี่อยู่นาน 

     " ผมรอได้ จนกว่าคุณจะยอมพูดกับผมดีๆ " 

     " ... "

     " เด็กนั่นที่คุณว่า เด็กควีนส์หรอ ? " 

     สตีฟเริ่มหาเรื่องพูดคุยเมื่อเห็นว่าในห้องเริ่มเงียบเกินไป ตอนแรกโทนี่ไม่ยอมตอบเลย แต่พอเวลาล่วงเลยผ่านมาซักพักหัวของโทนี่เริ่มที่จะเย็นลงเขาก็ตอบสตีฟ " เขาชื่อปีเตอร์ เด็กดี " 

     ทันทีที่โทนี่ตอบกลับ สตีฟก็ยิ้มออกมาอย่างเห็นได้ชัด แต่แล้วโทนี่ก้ถามขึ้นมาจนสตีฟเปลี่ยนสีหน้าแทบไม่ทัน ได้แต่ยิ้มเจื่อนๆก่อนตอบอย่างตรงไปตรงมา " ไม่ไปอยู่กับเพื่อนรักนายล่ะ "

     " เขาก็เหมือนกัน เหมือนเด็กควีนส์ เอ่อ ปีเตอร์ "

     " ...เสียใจด้วย " 

     " ตลกดีที่ต้องมาเห็นเพื่อนตายซ้ำๆ อาจจะชินแล้วก็ได้ " 

     " ... " 

     " คุณคุยกับผมได้แล้วใช่ไหม "

     " ก็แล้วแต่จะคิด " โทนี่เบี่ยงตัวไปอีกทางเพื่อหลีกหนีสายตาของกัปตันอเมริกาตรงหน้าที่กำลังดูระริกระรี้กับการได้พูดคุยกับเขา

     " ผมไม่อยากให้มันเป็นแบบนี้เลยโทนี่ ผมแค่อยากจะบอกว่าผมขอโทษ ขอโทษสำหรับทุกอย่างที่ผ่านมา "

     " แม้มันจะสายไปน่ะหรอแคป " โทนี่หันกลับมามองสตีฟที่กำลังมองมาไม่คลาดสายตาก่อนจะพูดต่อ " มันสายไปแล้วล่ะที่เราจะคุยกันเรื่องนี้ " 

     สตีฟรู้ได้ในทันทีว่าต้องออกไป เขาลุกขึ้นก่อนจะบอกลาโทนี่ด้วยรอยยิ้มจางๆบนใบหน้า

     " โอเค ผมจะออกไป ให้คุณพักผ่อน... " 


     " มองตาแทบทะลุไปก็ไม่ทำให้โทนี่หายโกรธคุณหรอกแคป " บาตั้นที่ตอนนี้กลายเป็นโรนินโผล่มาจากไหนก็ไม่รู้มายืนมองไปทางห้องกระจกที่โทนี่นอนอยู่พลางพูดกับสตีฟที่กำลังทำอย่างที่บาตั้นพูด 

     เจ้าตัวได้แต่มองเหม่อไปที่ห้องนั่นอยู่นานตั้งแต่ออกมาก็ไม่เคยเข้าไปเลยยกเว้นโทนี่จะหลับสนิทเขาถึงจะเข้าไปนั่งเฝ้าอยู่พักใหญ่ 

     " หมดหนทางที่จะได้คุยแล้วจริงๆ เขาพูด แต่ไม่เจรจาเรื่องคืนดี "

     " สตาร์คเจออะไรมาเยอะเเต่ก็ไม่ใช่ทุกเรื่องที่เขาจะรับได้ เรื่องเด็กคนนั้นก็คงจะเป็นเรื่องที่ลืมยาก ผมเองเข้าใจดีเพราะผมเองก็สูญเสียครอบครัวไป ถ้าเป็นคุณก็คงไม่ง่ายที่จะลืมใช่ไหม? " 

     " อ่า ลืมไม่ได้หรอก " 

     .

     .

     .

     เมื่อถึงเวลาหลับตาลงจิตสำนึกผลอยหลับลึกมักจะต้องเจอกับความว่างเปล่ามาเสมอ มันทำให้หัวผมโล่งจนอยากจะนอนตลอดไป เพราะมันทำให้ผมลืมเรื่องแย่ๆในวันนั้นๆได้ดี จนกระทั่งเมื่อหลายวันก่อนที่จะมีโอกาสได้ติดอยู่บนยานอวกาศไร้สัญญาณความช่วยเหลือ 

     เป็นอีกหนึ่งวันที่ไม่มีอะไรพิเศษ เป็นวันที่นัดกันกับเด็กนั่นว่าจะไปทานข้าวมื้อสำคัญในวันประกาศจบการศึกษา แทนที่จะได้คิดเรื่องเรียนต่อ กลับต้องออกมาถอดเสื้อกั๊กฮาโมนีสวมเกราะเหล็กขึ้นมาสู้กับยักษ์ตัวสีม่วงหน้าตาประหลาดที่สวมถุงมือสีทองเด่นอยู่ที่มือข้างซ้าย 

     คิดว่าจะจบลงได้ดีแล้วแท้ๆ แต่ในวันธรรมดาๆแบบนั้นที่ผมไม่ได้คาดหวังเซอร์ไพรส์พิเศษๆอะไรเแต่ในที่สุดผมก็อยากให้มันมีขึ้นมา...

     " คุณสตาร์ค...ผมขอโทษ "

     ทั้งๆที่กำลังจะหายไปแบบนั้นแท้ๆ กลับพูดออกมาได้ว่า ' ขอโทษ ' คนที่ต้องขอโทษน่ะ มันฉันต่างหาก ! 

     ถ้าเลือกได้ทำไมฉันไม่ตายแทนกันนะ คนที่สลายไปควรจะเป็นฉัน จนกระทั่งพ่อมดแลกอัญมณีชิ้นสำคัญแลกกับเรามา เพื่ออะไร จะให้อยู่ดูคนอื่นๆตายจากไปเพื่ออะไร !? 

     หลังจากนั้นมา การข่มตานอนหลับเพื่อให้ไปเจอภาพเดิมๆเช่นภาพโล่งๆก็ไม่เคยเกิดขึ้นอีกเลย ทุกๆครั้งหลังหลับตาพบเจอกับความมืดได้ซักพักก็จะตามมาด้วยภาพของคนในวันนั้นที่ค่อยๆสลายกลายเป็นผงถ่านสีดำสนิท ถึงขนาดที่ว่าพยายามจะคว้ามาด้วยสองมือก็ยังไม่สามารถจะคว้าเอาไว้ได้ มันไม่ว่างเปล่าเหมือนเดิมก็เลยทำให้เผลอสะดุ้งตื่นในทุกๆครั้งที่ผมเห็นภาพเดิมๆซ้ำๆฉายไปมาผ่านจิตสำนึกของผมไป 

     ไม่อยากหลับตา ไม่อยากเจอความมืด ไม่อยากเห็นปีเตอร์ตายลงตรงหน้าแบบนั้นอีก ไม่อยากเห็นทั้งหมดนั่น 

     " ช่วย..ช่วยด้วย !  " แต่แล้วโทนี่ที่สะดุ้งจากฝันร้ายก็คว้าเข้ากับแขนใครบางคนที่อยู่ข้างๆเตียง ทั้งอุ่น ทั้งเเข็งเกร่งจนไม่กล้าผละมือออก 

     " โทนี่ ผมอยู่นี่ " เสียงอ่อนนุ่ม แต่กลับทุ้มน่าฟังของกัปตันอเมริกาเปล่งออกมาเบาๆ 

     สตีฟ...ทำไมมาอยู่ตรงนี้ พูดไปขนาดนั้นแล้วแท้ๆ 

     แต่ว่า...อุ่นจัง คิดอะไรไม่ออกแล้ว...

     โทนี่ไม่ได้ลืมตาขึ้นมามอง เพียงแค่ใช้ใจสัมผัสไปตามความต้องการในตอนนั้น เขาไม่ได้รังเกียจสัมผัสจากมือหนาที่ไล่ผ่านข้างหูจรดแก้มนั่น ไม่ได้รู้สึกแย่กับสัมผัสหนังหน่วงและอุ่นร้อนนั่นที่กำลังโอบกอดรอบไหล่ไว้ หากแต่ว่าช่างรู้สึกดีเกินไปจนใจจะละลายกลายเป็นผง 

     " โทนี่ ? " 

     สตีฟค่อยๆแกะแขนที่เกาะก่ายแขนขวาของเขาออกจากเจ้าตัวที่กำลังแน่นิ่งไป สตีฟกลัวทำอะไรที่ผิดเขาเลยทิ้งตัวออกมาห่างอีกคนที่ดูเหมือนกำลังจะไม่ได้สติ จนกระทั่งโทนี่เองที่ไม่รู้สึกตัวแต่กำลังเผลอไผลไปกับความรู้สึกเยี่ยมยอดนั่นกำลังควาณหาข้อมือสตีฟที่อยู่ไม่ไกลนักจนเจอ ก่อนจะคว้าเข้ามาสวมกอดไว้ในอก 

     สตีฟเห็นดังนั้นเขาได้แต่เผลอยิ้มออกมา แค่ช่วงเวลานี้เท่านั้นที่สตีฟอยากจดจำเอาไว้ โทนี่ที่กำลังหลับลึก เรียวหน้าสวยที่กำลังซุกไซร้ลงที่มือหนาของตัวเอง

     " แบบนี้คุณจะกอดไม่ถนัดนะ " 

     พูดจบก็ทิ้งตัวลงนอนนอกผ้าห่มปล่อยให้โทนี่คว้าแขนข้างหนึ่งของเขาไปกอดไว้แน่น สตีฟได้แต่มองคนตรงหน้าพลางจ้องมองดวงตาคู่สวยที่ปิดสนิททิ้งเเพขนตาให้ลู่ลงน่าหลงใหล ยิ่งมองยิ่งทำให้นึกถึงวันเวลาเก่าๆ 

     " คุณกำลังฝันถึงใครอยู่ ฝันถึงผมบ้างหรือเปล่า " สตีฟพูดขึ้นทันทีที่เขาเห็นคิ้วของโทนี่เริ่มขมวดย่นจนแทบจะชนกัน " ผมฝันถึงคุณทุกคืนเลยโทนี่ มันเป็นฝันดีที่สุดในรอบ70ปีที่ผมหลับไป จนกระทั่งคุณกลับมา ฝันดีของผมดูจืดไปเลย "

     " ฝันดีโทนี่ " 

     พูดจบสตีฟก้มลงประทับริมฝีปากไว้บนหน้าผากสวยของคนตรงหน้าก่อนจะผลอยหลับตามไปในที่สุด

     คืนแล้วคืนเล่า สตีฟยังคงเข้าไปหาโทนี่ในตอนที่เขาหลับไปแล้วเสมอ แม้โทนี่จะไม่รับรู้เลยก็ตาม...

     .

     .

     .

     เเสงอาทิตย์ยามเช้าสาดส่องเข้ามาในห้องกว้างพลางทำให้โทนี่ลุกขึ้นจากเตียง เป็นอีกวันหนึ่งที่เขากวาดตาไปมารอบห้องไม่เจอใคร แต่มักจะเจอก็แต่ถาดอาหารที่คุ้นตา มีขนมปัง เนย นม สลัดดูน่ากินตั้งอยู่ที่โต๊ะใกล้ๆหัวเตียง 

     ทันทีที่เห็นเหมือนร่างกายสั่งการให้ท้องร้องขึ้นมาในทันที โทนี่คว้าถาดมาวางที่ตักแบบไม่ทันคิด เขาหยิบขนมปังใส่ปาก มือนึงถือแก้วนมดื่มตามหลังจากกัดขนมปังออกจนขาดทันทีอย่างรีบร้อนราวกับว่าไม่เคยกินมันมาก่อนยังไงอย่างงั้น ก่อนที่เจ้าตัวจะยกถาดอาหารออกจากตัวแล้วลุกขึ้นจัดการเปลี่ยนเสื้อผ้าจากชุดนอนเป็นชุดลำลองพอทำงานได้

     " ฟรายเดย์ เตรียมโต๊ะให้ด้วย " เขาพูดขนะที่กำลังก้าวขาลงจากเตียงเพื่อไปหยิบเสื้อคอกลมตัวโปรดในตู้เสื้อผ้า

     " เจ้านายคะ วันนี้เจ้านายควรพัก "

     " ทำตามที่ฉันบอก " 

     " รับทราบค่ะ " 


     แนตเดินเข้ามาในห้องรับแขกพร้อมกับถือแก้วชาเดินเข้ามานั่งลงบนเบาะพลางจิบชายามเช้า ทุกคนในห้องทั้ง ธอร์ แบนเนอร์ ฮอร์คอาย และกัปตันอเมริกามองตามเธอเป็นตาเดียวตั้งแต่ที่เธอเดินเข้ามาจนกระทั่งเธอนั่งลงทุกคนก็หันไปสนใจสิ่งที่ตัวเองกำลังตั้งใจทำอยู่ แต่ทันทีที่แนตอ้าปากพูด สตีฟก็ตาถลึงท่าทางดูตื่นเต้นกว่าใครเพื่อน

     " เจ้าตัวออกโรงแล้ว "

     " เจ้าตัว ? ใครหรอ ? " 

     แคปถามด้วยความตื่นเต้น เขาถึงกับเลิกจับหนังสือพิมพ์เพื่อเข้าไปฟังเเนตใกล้ๆ 

     " สตาร์คไง ลุกขึ้นมาทำงานแล้วล่ะ " แนตพูดไปยิ้มไป ท่าทางเธอจะสนุกกับการได้เห็นท่าทีของกัปตันอเมริกา เรียกว่าเป็นการสังเกตุการณ์ก็คงจะไม่ผิดนัก 

     และก็ตามคาด สตีฟที่ดูจะระริกระรี้กับข่าวนี้ที่สุดออกตัวจากห้องนั่งเล่นไปที่ห้องทำงานทันที 

     "  โทนี่จะหายโกรธแล้วใช่ไหม "

     แบนเนอร์เดินเข้ามาใกล้แนตสีหน้าเป็นกังวล ล่าสุดเขายังไม่เคยเห็นสตีฟกับโทนี่คุยกันจริงจังเลยแท้ๆ แต่ดูเหมือนแนตจะมั่นใจมากถึงกล้าพูดออกมาแบบนั้น

     " ทำไม ? กลัวหรือไง " แนตยกยิ้มอย่างพออกพอใจ เธอเฝ้าดูทั้งสองคนนั้นมาตลอดหลายวันที่ผ่านมา สตีฟใช้ไม้เเข็งของเขา อย่างโทนี่น่ะหรือจะทนไหว 

     " ไม่ได้กลัว แค่กังวล " บาร์ตันโผล่มาข้างหลัง แนตหันหลังกลับไปพูดกับบาร์ตันก่อนจะยื่นเหรียญสองเหรียญในมือ

     " ฉันลง 2 เหรียญ นายละ "

     " ฉันลง 3 เหรียญถ้าสตาร์คไม่หายโกรธ 2 เหรียญเป็นของฉัน " 

     " ดีล ! "

     .

     .

     .

     ห้องทำงานกระจกแสนไฮเทคถูกเติมเต็มไปด้วยอุปกรณ์หน้าตาประหลาดวางเรียงกันดูไม่ปะติดปะต่อกันดีนัก โทนี่เองกำลังยืนอยู่หน้าจอโฮโลแกรม 

     " ถ้าทำตามที่คิดได้ก็จะย้อนกลับไปได้... " 

     " โทนี่ !? " 

     สตีฟพุ่งตัวเข้ามาในห้องด้วยความรวดเร็ว เขาโผล่งชื่ออีกคนด้วยความลนลาน ส่วนโทนี่ไม่ได้หันไปมองทางต้นเสียงหากแต่เพียงว่าเขารู้อยู่แล้วว่าใครจะเข้ามาเป็นคนแรก 

     " เสียงดังจัง มีอะไรงั้นหรอ "

     " ทำไมคุณไม่นอนพักล่ะ " 

     " ไม่อยากอยู่เฉยๆ ถ้าเอาเวลาไปนอนก็จะมีแต่พวกไม่ได้เรื่องมาทำงาน " 

ๆโทนี่พูดไปพลางลากมือไปมา เขาเป็นพวกอยู่นิ่งๆไม่เป็นใครๆก็รู้ ส่วนสตีฟเองก็ได้แต่เป็นห่วงอยู่ห่างๆ ทันทีที่ได้ยินแบบนั้นสตีฟก็ทำหน้าเป็นลูกหมาหงอยทันที 

     " ผมขอโทษ " 

     " ทำไมทำหน้าแบบนั้น "

     " ... " 

     โทนี่หันไปมองอีกคนที่คอตกทำหน้าไม่พอใจตัวเองอยู่ลึกๆ เขาถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะพูดประโยคหนึ่งออกมาจากปากได้ 

     " ยังไม่หายโกรธ แต่จะคืนนี่ให้ " พูดจบโทนี่ก็คว้าโล่ห์แสนคุ้นตาขึ้นมา มันยังอยู่ในสภาพดี ไม่สิ เหมือนจะดีกว่าเดิมเสียด้วย เหมือนโทนี่จะไม่ได้อยู่เฉยเลยจริงๆ แต่สตีฟได้แต่มองมัน ไม่กล้าเเตะต้องแม้เพียงปลายเล็บด้วยซ้ำ

     " จะดีหรอโทนี่ " สตีฟทำหน้าลำบากใจทันทีที่เห็นโล่ห์อันเก่าที่เคยทิ้งมันไปแล้ว

     " ดีสิ รับไป " ว่าแล้วสตีฟก็รับมันไปตามที่เจ้าตัวคะยั้นคอยอจะให้ ไม่ทันที่สตีฟจะได้ใจชื่นโทนี่ก็พูดขึ้นมาอีก " อย่าลืมล่ะ ฉันยังไม่หายโกรธ " 

     " ... "

     สตีฟถึงกับยืนนิ่งไปพักนึง จนกระทั่งโทนี่ยกยิ้มมุมปากอย่างได้ใจ 

     " จนกว่าจะไปหาชีสเบอร์เกอร์มาให้ "

     สตีฟค่อยๆยืดไหล่ รอยยิ้มที่ขาดหายไปนานถูกเติมเต็มบนใบหน้าแสนเฉาของกัปตันอเมริกา 

     " ครับ " 

     .

     .

     .

     สตีฟถูกโทนี่ไหว้วานให้ช่วยเขาผลิตเครื่องข้ามกาลเวลา การจะที่จะต้องยกของหนักๆอยู่คนเดียวไม่ใช่เรื่องน่าอภิรมณ์นัก ถ้าจะให้คนอื่นๆในทีมมาช่วยก็กลัวจะวุ่นวายกันเข้าไปใหญ่ สตีฟที่มีเเรงเหลือเฟือคงจะช่วยเขาได้โดยที่ไม่บ่นแน่

     พวกเขาทำงานกันพักใหญ่ จนกระทั่งงานชิ้นโบว์แดงของโทนี่ก็เสร็จสมบูรณ์เหลือก็แค่ให้ใครซักคนทดลองมัน 

     โทนี่ที่กำลังรู้สึกว่าตัวเองว่างงานนั่นจ้องมองไปที่กัปตันอเมริกาในชุดเต็มยศก่อนจะนึกอะไรขึ้นมาได้ ตั้งใจจะถามมาตั้งนานแล้วแต่ไม่มีโอกาสได้คุยกันซักที 

     ว่าแล้วโทนี่ก็เดินเข้าไปหาอีกคนที่กำลังสวมหน้ากากครึ่งหน้าของเขาลง ทันทีที่โทนี่เริ่มอ้าปากถามสตีฟก็หันไปมองอีกคนทำท่าตั้งใจฟัง

     " คืนที่ฉันหลับไม่รู้เรื่องนายทำอะไรฉันตอนหลับน่ะแคป " 

สิ้นเสียงคำถามโทนี่ เจ้าตัวคนถูกตั้งคำถามถึงกับสะดุ้งเฮือกใหญ่จนทำผ้าเช็ดตัวในมือหล่นลงพื้น ใบหน้าภายใต้หน้ากากครึ่งหน้านั่นถูกฉาบด้วยสีแดงแทนอาการเก้อเขิน โทนี่ได้แต่นึกสนุกในใจ 
     " ผม มะ..ไม่ได้ทำอะไรที่ผิดศีลธรรมหรอก " 

     " ไม่ได้ว่าอะไรซักหน่อย ก็แค่สงสัย " โทนี่พูดพลางลูบคางไปมาอย่างสนอกสนใจท่าทีของคนตรงหน้า ' แหม ไม่มีพิรุธเลยนะแคป '

     " คุณได้ยินอะไรบ้างโทนี่ " สตีฟเลิกลั่ก เขากรอกตามองไปมาระหว่างโทนี่สลับไปมากับพื้นแถวนั้น ให้ตายสิหมดกันภาพลักษณ์ !

     " ได้ยินเยอะอยู่ ' ฝันถึงผมบ้างไหม ' ' รักคุณนะ ' อะไรทำนองนั้น " 

     " อ่าา..ผมผิดไปแล้วโทนี่ " 

     หมดคำจะแก้ตัว สตีฟลงไปนั่งที่เก้าอี้ก่อนจะเอามือทาบหัว เขาทำแบบนั้นไปเพราะว่าเขาคิดว่าโทนี่คงจะหลับไม่รู้เรื่อง จากนั้นก็ทำอะไรหลายอย่างที่โทนี่ไม่ได้พูดมันออกมาซึ่งก็ดีแล้ว แต่แค่นั้นก็ทำให้สตีฟหัวหมุนได้ดีเลยทีเดียว 

     " ใครว่านาย " โทนี่ขมวดคิ้วไม่พอใจมองสตีฟที่กำลังทำหน้าเหมือนกำลังสำนึกผิด โทนี่เองไม่ได้รู้สึกแย่แถมยังรู้สึกดี แต่การได้แกล้งคนตรงหน้านี่สิรู้สึกดียิ่งกว่า แต่ในที่สุด โทนี่ยิ้มอย่างพออกพอใจที่ได้รู้ตัวการที่ทำให้เขาหลับฝันดีตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา เขาก้มลงกระซิบข้างๆใบหูของกัปตันอเมริกาเบาๆ " ทำมากกว่านั้นก็ไม่ว่าหรอกนะ " 

     " โทนี่ !? " สตีฟถึงกับนั่งตัวตรงขึ้นมา ปากก็เหมือนจะบ่นโทนี่ที่ชอบยั่วเขา แต่ใจจริงเขาก็คงจะสนุกไม่น้อยที่ได้เห็นโทนี่กลับมาเป็นปกติ

     " ฮะๆๆ ชอบหน้านายตอนเขินจังเเคป พ่อฉันไม่ได้บอกหรอว่าทำแบบนี้มันยิ่งน่าแกล้งน่ะ " 

     " พ่อคุณไม่เคยบอก บอกแค่ว่าคุณเป็นตัวร้ายเลยล่ะ "

     " ใจร้ายจังนะ ตัวร้ายที่ไหนสร้างโล่ห์ให้นายล่ะเเคป "

     พูดจบสตีฟก็ลุกขึ้นก่อนจะคว้าตัวร้ายอย่างโทนี่เข้ามาสวมกอด พลางกระชับไหล่ให้แนบชิดเข้าไปอีก โทนี่ที่ไม่ทันได้ตั้งตัวนั่นได้แต่ยืนนิ่งปล่อยให้สตีฟเป็นคงนำไป จนเขาไซร้จมูกโด่งนั่งลงบนไรผมก่อนที่มือข้างหนึ่งจะคว้าเข้าที่หลังคอของโทนี่

     " คุณไงโทนี่ รักคุณนะ "

     " ... " 

     " ทำไม เป็นอะไรหรอ " สตีฟเห็นโทนี่นิ่งเงียบไปจนผิดปกติเขาก็คลายกอดของเขาออก สายตาสบกันในเวลานั้นโทนี่ก็พูดขึ้น

     " เปล่า พูดอีกทีสิแคป "

     " ยังไงนะครับ " สตีฟหัวเราะในลำคออย่างติดขัด 

     " พูดอีกที ฉันอยากได้ยินใกล้ๆ ชัดๆ ตรงหน้าเลย "

     โทนี่ยื่นหน้าไปใกล้ก่อน มือทั้งสองคนโอบกอดรอบเอวกันไว้ไม่ยอมห่าง แต่แล้วมือข้างหนึ่งของโทนี่ก็ค่อยๆยกมือขึ้นถอดหน้ากากที่ปกปิดครึ่งหน้าของอีกคนออก สตีฟทำหน้าตาเลิกลั่กก่อนจะยอมพูดอีกครั้งทั้งๆที่รู้สึกเขินมาก " รักคุณนะครับ "

     สิ้นเสียงบอกรักเบาๆแต่รับรู้ได้จนถึงขั้วลึกของหัวใจนั่นโทนี่ก็พูดขึ้น

     " ฉันรักนาย3000เลยสตีฟ " 

     " ทำไมต้อง 3000? " สตีฟหัวเราะออกเสียง 

     " ก็เพราะรักมากไง รักมากกว่านายอีก " 

     " รักของคุณเยอะขนาดนี้ผมเเย่เลย "

     " เเย่ยังไง ? "

     " มันทำให้ผมรักคุณมากกว่าเดิม มากกว่า 3000 อีก "

     " ให้ตายสิ โลภมากจัง แต่ฉันชอบนะ "


     END  

     จบไปแล้วกับความกาวหลังหนังจบ กาวกว่านี้ก็แย่แล้ว 555 

     ขอบคุณทุกๆท่านที่ยังคงติดตามกันมาอย่างยาวนานนะคะ ฝากติดตามตอนต่อของ STEVE(5) ด้วยน้า หลังจากนี้จะได้เจอสตีฟไฮดร้าแบบเต็มตัวกันแล้ว รวมถึงตัวร้ายอย่างเร้ดสกัลล์ก็จะกลับมามีบทบาทเล็กๆน้อยๆให้เราได้สนุกกันในตอนถัดไปด้วย ส่วนบัคกี้เองก็จะคอยช่วยโทนี่อยู่ห่างๆระยะเผาขน และยังมีตอนพิเศษต่างๆอีกมากมายที่กำลังเตรียมลงให้ได้อ่านกัน 

     ย่าลืมกดติดตามฟิคเรื่องนี้ไว้จะได้ไม่พลาดตอนใหม่ๆก่อนใครเลยนะจ้า 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 32 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

107 ความคิดเห็น

  1. #102 fansarapao (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2562 / 00:03
    โง้ยยยยยย ดีต่อใจดีจริงๆ ถ้าสุดท้ายไม่เป็นแบบในหนังจะดีกว่านี้ *ร้องไห้
    #102
    0