FIC :: STEVExTONY :: U KNOW WHO I AM.

ตอนที่ 11 : [9] ห้องน้ำและห้องครัวคือจุดที่อันตรายที่สุดในบ้าน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 591
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    10 พ.ค. 59


บันทึกโดย สตีฟ 
(เขียนหลังจากที่ผ่านเหตุการณ์เมื่อตอนที่แล้วไป 2-3 อาทิตย์)

     สวัสดีครับ ผมชื่อสตีฟ โรเจอร์ 
     ตำแหน่งงานของผมนั้นไม่แน่นอนมาตั้งนานแล้วครับ แต่ถ้าหากพูดถึงในอดีตละก็ ผมเป็นทหารประจำการ แต่ตอนนี้จะพูดได้ว่าถูกปลดก็ไม่แปลกครับ เพราะเล่นโดนแช่แข็งใต้ทะเลนานถึง 70 ปี มันก็ต้องหมดวาระบ้างอะไรบ้าง แต่ยังดีที่ผมได้เบี้ยเลี้ยงของรัฐบาล ปีๆหนึ่งก็ได้ราวๆ 200 เหรียญเห็นจะได้ 
     ก็อย่างที่ทราบกันดี ผมเองก็เป็นตาแก่จากยุคแรกๆที่ยังไม่มีทีวีสี่สีด้วยซ้ำไป เรื่องรักๆใคร่ๆก็ไม่เคยละครับ มันก็เป็นเรื่องยากมากจริงๆที่จะเรียนรู้อะไรใหม่ๆสำหรับผม แต่ผมก็พร้อมที่จะเรียนรู้นะ 
     เหมือนจะเล่าอดีตมากเกินไปหน่อย ตอนนี้ผมมีงาน และมีที่อยู่เป็นหลักเป็นแหล่งแล้วครับ แต่ผมไม่ได้เงินเดือน เพราะคนที่คอยจ่ายเงินเดือนให้ผมเขาพูดว่า ' ทำงานใช้ค่านวมทั้งหมดให้ได้ก่อนแล้วค่อยรับเงิน ' 
     เป็นซะแบบนั้นไปครับ คนอะไรก็ไม่รู้รวยล้นฟ้ายังจะมาเก็บค่านวมกันอีก พอเขารู้ว่าผมบ่นไปแบบนั้นเขาก็ว่ากลับมาครับว่า ' ถ้าทำพังไปสองสามอันมันก็ไม่แปลก แต่เล่นพังหมดทั้งยิม ใครมันจะไม่คิดเงิน ' ตามนั้นล่ะครับ แต่จริงๆยิมของเขาห่วยต่างหากล่ะ ของเปราะบางเหมาะสำหรับคนแรงน้อยอย่างเจ้าของซะมากกว่า 
     พูดถึงเรื่องงานของผม งานนี้ไม่ได้แตกต่างจากการเป็นทหารเสียเท่าไหร่หรอกครับ ยังคงดูแลปกป้องคนอื่นเช่นเคย ผมชอบงานนี้นะ แต่ไม่ชอบตอนที่ช่วยใครไว้ไม่ได้ ดังนั้นก็เลยต้องช่วยให้ได้หมดทุกครั้งไป
     ที่อยู่ผมก็อาศัยอยู่ที่บริษัทที่ชื่อว่า avengers ทุกคนไม่ค่อยอยู่ติดที่เหมือนกับผม เพราะพวกเขาต่างก็มีที่ๆของตัวเอง ส่วนผมนั้นชีวิตส่วนใหญ่ก็จะถูกป่วนจิตจากเจ้าของบริษัทครับ 
     บางครั้งก็ใช้ให้ไปปลุก ทำอาหารให้กิน เหมือนเป็นแม่บ้านจำเป็นซะดื้อๆเลยครับ ทำทุกอย่างตั้งแต่พื้นไปถึงเตียง(?) 
     แต่ผมก็มีความสุขดีตั้งแต่มาอยู่ที่นี่ หลังจากที่ได้เรียนรู้จากการสูญเสียสิ่งที่สำคัญ และก้าวข้ามความรู้สึกผิดมาได้ จิตใจผมรู้สึกโล่งที่สุดเท่าที่เคยเป็นมา แต่ตอนนี้ผมยังแปลกใจอยู่เรื่องเดียว ในเรื่องความสัมพันของผมกับเจ้าของบริษัทขี้จุกจิกคนนี้
     วันๆเขาไม่เคยไปไหนเลยครับ เขาจะวนอยู่3ห้อง คือห้องนอน ห้องนั่งเล่น และห้องแลป จะมีบ้างในบางวันที่ผมจะเห็นเขาแวะเข้าห้องยิมไปซ้อมอะไรเล็กๆน้อยๆ การนอนของเขาก็ไม่ค่อยจะเป็นเวลาที่แน่นอน บางครั้งผมไม่เคยเห็นเขานอนเลย หรือบางทีก็นอนตอนเช้า บางทีก็นอนตอนค่ำแล้วลุกขึ้นมาตอนดึกอีก 
     การกินยิ่งหนักไปอีก เขาไม่ชอบทานอะไรซ้ำๆเดิมๆ อีกอย่างคือไม่ชอบให้แม่บ้านมาทำให้กินทั้งๆที่มีเงินพอจะจ้างแม่บ้านมาทำอาหารให้กินไปทั้งชีวิตได้สบายๆแท้ๆ ทั้งยังชอบทดลองอะไรกับตัวเองโดยที่ไม่มีระบบป้องกัน ทั้งๆที่ก็ป้องกันได้เต็มที่หรือไม่ก็ทดลองกับคนอื่นแท้ๆ เป็นคนที่พิลึกๆน่ะครับ 
     แต่ว่าสิ่งที่ผมไม่เข้าใจหนักกว่านั้นคือสิ่งที่เขาทำกับผม เขามักบอกว่าเรื่องเพศไม่เกี่ยว แล้วหลังๆชอบพูดถามผมว่า ' นายเป็นรุกหรือเป็นรับกันแน่ ' ผมได้ยินแล้วผมจะไปตอบอะไรได้ ? ได้แต่ทำหน้ามึนสิครับ ผมไม่ค่อยจะสนใจเรื่องนั้นหรอก อีกอย่างเรื่องแบบนี้มันต้องเกิดขึ้นหลังแต่งงานสิถึงจะถูกต้อง แต่เขาก็แค่ถามไม่ได้ทำอะไรเกินเลยจนให้คิดไปไกลกว่านี้หรอกครับ 
     แต่ช่วงหลังๆจะว่าไปเขาคนนั้นก็ดูแปลกๆไปหน่อยเหมือนกัน แต่ผมก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก...
.
.
.
     " ทำไมหลังๆที่เขียนกลายเป็นเรื่องของสตาร์คซะได้... "
     ผมก็งงตัวเองนะ ทั้งๆที่ตอนแรกตั้งใจจะเขียนเรื่องของตัวเองให้เป็นชีวะประวัติติดไว้ซักนิด แต่กลายเป็นว่าดูเหมือนจะมาบ่นเรื่องของสตาร์คซะส่วนมาก
     แต่มันก็ไม่ได้แย่ขนาดนั้นหรอกนะ ผมได้แต่ยิ้มอยู่คนเดียวพลางนึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีตตอนอีกคนตัวเล็กเท่าแขนของผมอยู่เลย ยังยิ้มได้ แล้วก็ดูสนุกได้มากกว่าตอนนี้ซะอีก อาจจะเพราะว่าเป็นเด็กละมั้ง..
     " อ้ากกกก !! "
     ไม่ทันได้ทำอะไรเลยเเท้ๆ จริงๆก็โตแค่ตัวเท่านั้นละ เพียงแค่ความน่ารักหายไป กลายเป็นความน่าชังซะแทน 
     หลังจากที่ผมได้ยินเสียงร้องดังลั่นที่เหมือนจะมาจากห้องครัวนั่นผมก็รีบวิ่งไปดูทันที สภาพที่ผมได้เห็นหลังจากที่เปิดประตูเข้าไปคือซากอาหารที่ดูแล้วน่าจะเป็นไข่ปลิวว่อนแตกลงพื้นเต็มไปหมด กับเตาที่เหมือนจะเปิดคาไว้(เพื่อ?) กระทะที่ปลิวกระเด็นไปไกลเกินกว่ามนุษยืปกติจะทำกัน 
     นี่ยังไม่รวมชิ้นส่วนอื่นๆที่ผมไม่รู้ว่ามันเรียกว่าอะไรนั่นพังกราดไปกับพื้น ส่วนตัวการหรอ? ไม่ต้องคิดอะไรให้ยุ่งยาก
     คุณคงไม่เคยเห็นมหาเศรษฐี รวย และอัจฉริยะทำอาหารใช่ไหม? เขาคนนี้ก็เช่นกัน ไม่เคยแม้แต่จับหม้อต้มน้ำร้อนด้วยซ้ำไป อย่างน้อยๆสิ่งที่ผมได้เรียนรู้ในวันนี้ก็คือห้ามให้อัจฉริยะคนนี้จับอะไรก็ตามในห้องครัวยกเว้น ช้อน ซ่อม แล้วก็มีด 
     แล้วจากการมองในแวบเดียวของผมที่เห็นเจ้าตัวการยืนเกร็งอยู่ในท่าย่อเข่าเล็กน้อยเหมือนจะโยนบอล เเขนซ้ายพาดไว้ข้างหลัง มือขวาที่สวมเกราะส่วนแขนไอออนแมนแล้วถือกระทะทำท่าเหมือนกำลังจะพยายามผัดอะไรบางอย่างอยู่ 
     พอเขาเห็นว่าผมเขามาเขาก็รีบวางกระทะนั่นทันทีทันใดก่อนทำหน้าเลิกละๆ
     " คุณแน่ใจนะว่าคุณกำลังทำอาหาร "
     ผมพูดจบก็กอดอกมองอีกคน ผมไม่ได้รู้สึกแปลกใจกับเหตุการณ์นี้ แต่พอเห็นท่าทีคนไม่ยอมแพ้นั่นก็อดขำไม่ได้จริงๆ
     " ใช่...ใช่ แน่นอนทำอยู่ ใกล้เสร็จแล้ว "
     สตาร์คยิ้มเจือนๆยกไหล่เล็กน้อยทำท่าทีให้เหมือนมั่นใจสุดขีด เเน่นอนว่าผมดูออกกับท่าทีที่ไม่เป็นธรรมชาติแบบนั้นอยู่แล้ว ท่าทีนั่นทำให้ผมรู้ได้ทันทีว่าที่ผมพูดจี้ไปมันสำเร็จอย่างไม่ต้องสงสัย
     " อ่อ งั้นคงไม่ต้องให้ผมช่วยนะ "
     " แน่นอน นายไปทำงานของนายต่อเถอะ โชคดี "
     ประโยคสุดท้ายของสตาร์ทแบบนี้คือการไล่อย่างไม่ต้องสงสัย ผมแกล้งเดินไปซักนิดก่อนจะหยุดแล้วมองผ่านกระจกเล็กๆแล้วเห็นอีกคนพยายามจะปรุงรสโดยการใส่เกลือหรืออะไรซักอย่างก่อนเขาจะเห็นว่าสตาร์ทดันทำสิ่งนั้นหลุดมือไปเต็มๆ 
     ผมเลยแกล้งเดินกลับไปอีกที แล้วทันทีที่ผมเดินเข้าห้องสตาร์คก็หยุดการกระทำทุกอย่างทันทีก่อนจะเหงื่อตกพลักๆมองมาทางผมด้วยสายตาไม่ค่อยประสงค์ดีซักเท่าไหร่บวกกับสายตาสงสัยเล็กน้อย เพราะเขาพึ่งทำอะไรพลาดไปครั้งใหญ่ก็เท่านั้นเอง
     " คือผมลืมไปว่ายังไม่ได้กินอะไรเลย "
     ผมพูดพลางเดินไปที่โต๊ะอาหารตัวเก่งแล้วมองไปทางอีกคน
     " คุณทำเสร็จแล้วใช่ไหม? งั้นถ้าคุณคิดจะแบ่งให้ผม... "
     ไม่ทันที่ผมจะพูดจบสตาร์คก็พูดสวนทันทีทันใด
     " โอ๊ะแย่จังนะเพื่อน แต่ตระกูลสตาร์คถือการแบ่งกันกินเป็นเรื่องที่แย่และไม่เหมาะไม่ควรมากๆ ฉันเกรงว่าฉันจะ..เออ..โทษทีนะ "
     ผมละอยากรู้จริงๆว่าสตาร์คจบสาส์นการแถมาจากไหนกันแน่ ที่แน่ๆคงมาจากพันธุกรรม แต่ก็ไม่คิดว่าจะได้มาขนาดนี้ 
     สตาร์คผายมือทำท่าทีเหมือนเสียดายที่แบ่งอาหารเช้าให้ผมไม่ได้ เเต่เขาหารู้ไม่ว่าเขาพลาด ผมตั้งใจอยู่แล้วละ คราวนี้คนที่ถูกต้มไม่ใช่ผมซะแล้ว คนอ่านก็อย่าพึ่งตกใจกับพฤติกรรมของผมนะครับ ผมจะรีบหายจากโรคขี้แกล้งก่อนถึงตอนหน้าแน่นอนเลยครับ//ขยับตา1ที
     " น่าเสียดายนะ ไม่เป็นไรงั้นเดี๋ยวผมนั่งดูคุณก็ได้ คุณคงไม่ว่าอะไรนะ "
     " ม่ายย โอเคค "
     สตาร์คลากเสียงยาวซะสูง เขาหันกลับไปหยิบสิ่งที่หน้าตาเหมือนไข่เจียวธรรมดาๆ แต่มีความไม่ธรรมดาที่มหาเศรษฐี รวย อัจฉริยะทำ(?)
     เขาดูเหมือนไม่ค่อยจะเต็มใจมานั่งตรงข้ามกับผมแต่มันก็เลือกไม่ได้เพราะมันมีเก้าอี้แค่นี้ เขามานั่งตรงหน้าผมก่อนเขี่ยสิ่งที่เขาทำแล้วหั่นมันออกเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วตักมันเข้าปากเป็นชิ้นเเรกก่อนสีหน้าจะค่อยๆเปลี่ยนจากจะร้องไห้เป็นโกรธสุดขีด ก่อนจะเปลี่ยนเป็นร้องไห้เหมือนจะอ้วกอีกครั้ง 
     ผมเห็นแล้วก็แอบขำในใจก่อนท้าวคางดูอีกคนสบายอารมณ์ นานๆทีจะได้เห็นเขาทำเองกินเอง นี่ไม่ใช่ภาพที่หาดูได้ง่ายๆเลยจริงๆ จะว่าไปเเล้ว ภาพงั้นหรอ...
     ทันทีที่คิดได้ผมก็หยิบมือถือเจ้ากรรมนายเวร(สตีฟคิดเอง)ขึ้นมาแล้วเลือกหาอยู่พักนึงจนจิ้มสุ่มๆไปเจอพอดี แล้วกดถ่ายรูปอาหารมื้อแรกที่ทำโดยสตาร์คแล้วถ่ายรูปกิริยาใบหน้าคนกินไว้อย่างชัดเจนจนเขาต้องหลุดขำออกมา
     " ฮะๆๆๆ สตาร์คคุณกินมันได้จริงๆหรอ "
     " ได้ก็บ้าแล้ว ! แล้วนั่นถ่ายอะไรลบเดี๋ยวนี้เลย ! "
     เขาตะหวาดไม่พอใจยกใหญ่ เเต่เพราะพิษของรสชาติอาหารทำให้เขาต้องพะอืดพะอมอยู่นาน
     " เป็นไรไหม "
     ผมเป็นห่วงเขาเมื่อเห็นเขาดูอาการไม่ดีขึ้นเลย นี่ก็ผ่านมานานแล้วแท้ๆ แต่มันก็ตามมาด้วยเสียงที่พูดพร่ำบอกว่าไม่เป็นไรเช่นเคย
     " ไม่เป็นไร ฉันโอเค... "
     ตามที่คาดไว้ สตาร์คไม่เคยพูดว่าไม่ไหว การที่เขาพูดว่าไม่ไหวนั่นคงเป็นคำสุดท้ายของลมหายใจสุดท้ายของเขาเลยก็ว่าได้
     " งั้นผมช่วย...ครัวนี่เดี๋ยวผมจะจัดการให้ คุณไปพักเถอะ "
     " ... "
     ผมพูดจบผมก็ไม่ได้มองอะไรนอกจากจานอาหารแล้วก็กำลังตั้งใจจะลุกขึ้นแล้วหยิบจานไปล้าง แต่พอเห็นอีกคนสงบปากสงบปากคำไปนั่นทำให้ผมอดสงสัยที่จะหันกลับมามองไม่ได้จริงๆ
     " อะไร? มีอะไรไม่พอใจหรือไง? "
     " ฉันว่ามันแปลกๆ...จาวิสเช็คสมองสตีฟทีสิ "
     เขาพูดจบก็เดินเข้ามาใกล้ผมแล้วเอามือขวาข้างถนัดของเขานาบที่ไหล่ผม อีกข้างกุมคางทำท่าเหมือนนักสืบ
     "  ไม่พบความผิดปกติทั้งทางร่างกายและสมองครับนาย "
     " งั้นหรอจาวิส ช่างมันเถอะ งั้นก็ฝากด้วยนะสตีฟ "
     ก่อนที่เขาจะพูดจบเขาก็เดินออกจากห้องไป ไป ไป... ไปไหนก็ไม่รู้ 
     เอาละส่วนผมก็ทำการเก็บของทุกอย่างจนเข้าที่แล้วก็เดินกลับห้องตัวเองเหมือนเคย แล้วก็เห็นอีกคนมานั่งเล่นที่ห้องรับแขก ซึ่งผมไม่รู้เลยว่านี่มันเป็นอารมณ์ไหนของเขากันแน่ ถึงอย่างนั้นผมก็ไม่มีอะไรทำอยู่แล้ว เลยเลือกที่จะเดินไปที่ห้องรับแขก เผื่อจะได้อะไรทำให้หายเบื่อบ้าง
     " ลมอะไรหอบมาละสตาร์ค "
     " ก็แค่อารมณ์ไม่ค่อยดี อ่อเเต่ฉันน่าจะพูดว่า ฉันมีสิทธินั่งทุกที่น่ะนายว่าไหม "
     นั่นไงมาแล้ว การปราศัยโดยคุณสตาร์ค...
     " นั่นสินะ "
     แล้วเราทั้งคู่ก็เงียบไปซักพักจนสุดท้ายสตาร์คก็เป็นคนพูดขึ้นมาเองจนได้
     " อยู่บ้านมันออกจะน่าเบื่อน่ะว่าไหม "
     เขาพูดจบก็เอามือไปประสานกันที่ท้ายทอย
     " ผมเห็นด้วยนะ "
     " งั้นไปเที่ยวกันไหม... "
     " ผมไม่มีเงินไปหรอก ต้องใช้หนี้ค่านวมให้คุณไง ลืมแล้วหรอ? "
     " เฮ้ ! นี่นายเชื่อจริงๆหรอว่านายต้องชดใช้ค่านวมน่ะ "
     เขาพูดจบก็หัวเราะแล้วดิ้นอยู่บนที่นั่งเหมือนคนขำจนไร้สติ ดูท่าทางนั่นสิ น่าชังอย่างที่ผมบอกไปใช่ไหมล่ะ
     " ก็ผมทำพัง ผมควรชดใช้ อีกอย่างคุณก็ไม่ได้ให้เงินเดือนผมนี่ "
     " ก็ใช่น่ะสิ "     
     ผมขอเดาว่าสตาร์คต้มผมเล่นแน่ๆ ผมตามเขาไม่ทันโดยเฉพาะเรื่องเงินเรื่องทอง
     " แล้วนี่สรุปว่ายังไงกันแน่ ? "
     " ไม่รู้สิ "
.
.
.
.
บรรยายโดย คุณสตาร์ค สุดที่รักคุณสตีฟ //โดนตี
.
.
.
.
     ฮะๆๆฮ่าา ตาแก่เอ๊ย อย่าคิดว่าจะรอดจากกับดักของฉันไปได้โดยไม่มีรอยขีดข่วนละ อย่าคิดว่าการที่ฉันยอมเรื่องตอนเช้าไปแล้วฉันจะยอมไปซะทุกเรื่องนะ 
     คือแบบนี้นะทุกคน ผมไม่อยากจะบอกแผนใครอื่นนอกจากพวกคุณ พวกคุณคือคนที่ผมไว้ใจนะ 
     ตั้งแต่เหตุการณ์แย่ๆนั่นจบลง หมอนั่นไม่เคยจับเนื้อต้องตัวผมเลย ไม่เคยเเม้แต่จับแขนด้วยซ้ำไป มันทำให้ผมรู้สึกจะบ้าตายเต็มทีแล้ว บอกตามตรงเลยว่าผมจะไม่ทนอีกต่อไปแล้ว และนี่คือการลงโทษคนใจร้าย ไร้น้ำยา และไม่มีความเป็นผู้นำ
     ผมจะจัดการมันทุกอย่างด้วยตัวเอง นี่คุณก็คงรู้กันใช่ไหมว่าผมไม่เคยพลาดที่จะฟาดสาวๆในทุกๆเดือน เเต่ผมพลาดไปสองเดือนเพราะรอเจ้าบ้าใจร้ายคนนี้ที่ปล่อยให้ผมรออยู่คนเดียวทั้งๆที่อยากจะระเบิดเต็มแก่
     ริงๆเขาน่าจะรู้ตัวได้ตั้งนานแล้ว จนกระทั่งเมื่อวันก่อนผมทนไม่ไหวเลยถามเขาไปตรงๆ แต่เขากลับทำหน้ามึนกลับมา อ๊าคค ! จะบ้าตาย ! 
     จริงๆที่ผมเอาแต่อยู่ในห้องแลปนั่นผมทำการวิจัยเกี่ยวกับเขาอยู่ ว่าเขาจะมีปฏิกิริยากับเรื่องอะไรบ้าง ซึ่งที่ผ่านมาผมก็พยายาม ทั้งฟิตหุ่นรอ ทั้งควบคุมอาหารรอ รอแล้วรอหลายรอแล้ว ก็ยังไม่มีปฏิกิริยาอะไรเลย วันนี้คือวันเผด็จศึกของผม
     ถ้าเขาไม่เริ่มเอง ผมก็จะเป็นคนเริ่มมันก่อน !!
     " ไม่ตลกเลยนะสตาร์ค นี่คุณโกงเงินเดือนผมไปกินเองงั้นหรอ ? "
     หวา...ท่าทางเขาจะเริ่มฉุนซะแล้ว จริงๆแล้วผมไม่ได้ฮุบเงินเดือนเขาไปกินหรอกนะ ผมแค่โอนเข้าไปอีกบัญชีนึงก็เท่านั้นเอง 
     ผมเห็นท่าทีเข้าเริ่มไม่พอใจ นั่นก็เริ่มเข้าทางผมซะเเล้ว ผมไม่รีรออะไรรีบยกตัวขึ้นไปคร่อมอีกคนที่นั่งอยู่ แน่นอนว่าคนตรงหน้าผมทำสีหน้ามึนงงเล็กน้อยถึงปานกลาง ก็แน่ละไม่งงก็แปลก 
     " นี่คุณ... "
     มาแล้วประโยคคำถามสุดฮิต พร้อมคิ้วที่ม้วนทบกันเป็นชั้น ผมคิดว่าแผนของผมไปได้ด้วยดีกว่าแผนที่ผ่านมานะ ผมไม่ได้ตอบอะไรกลับไปแต่ผมค่อยๆละสายตาจากร่างตรงหน้าไปยังดวงตาคู่สวยสีฟ้าผมน้ำเงินราวกับท้องฟ้ากว้างเช่นเดียวกับอกกว้างที่มือข้างซ้ายของผมย้ายไปค้ำไว้ไม่ให้ตัวของผมตกลงไปอยู่ใต้อธิพลของอีกคน
     มือขวาที่ว่างอยู่ของผมซุกซนปีนป่ายเสื้อสูทสีน้ำเงินของผมเองก่อนเคลื่อนไปที่เสื้อกั๊กตัวในของผมแล้วปลดกระดุมสามสี่เม็ดนั่นออก
     เหยื่อของผมเริ่มติดเบ็ดเเล้ว เมื่อผมเห็นสีหน้าเขาเริ่มเปลี่ยนจากความสงสัยเป็นการสงบสติอารมณ์และดวงตาที่กลายเป็นสิ่งบ่งบอกได้อย่างดีว่าเขาต้องการมัน
     พวกคุณคิดสงสัยกันบ้างไหมว่าทำไมผมต้องใส่เสื้อหลายชั้นมากกว่าปกติ จริงๆนี่ผมตั้งใจ มันคือเคล็ดลับผเด็จศึกยังไงล่ะ ยิ่งถอดยิ่งมีอารมณ์น่ะว่าไหม? (สาวๆที่เคยนอนด้วยบอกเขามาแบบนี้)
     ก่อนที่มือของผมจะไม่ยอมหยุดจนกระทั่งเริ่มปลดกระดุมคอเสื้อสีขาวที่อยู่ในสุด แต่ยังไม่ทันถึงเครื่องปฏิกรอาร์คด้วยซ้ำไป มือหนาของคนตรงหน้าผมกลับจับมือผมไว้จนผมต้องหยุดขยับ 
     ' คงจะทนไม่ไหวแล้วล่ะสิ เริ่มเลยสตีฟ... '
     พอผมคิดแบบนั้นก็พริ้มตาหลับจนรู้สึกได้ว่าใบหน้าของอีกคนอยู่ไม่ห่างจากใบหน้าผมมากนัก เพราะผมรู้สึกได้ถึงลมหายใจร้อนนั่นที่กระจายไปทั่วหน้าผม ไม่นานแทนที่จะเป็นจูบที่เยี่ยมที่สุดของวันนี้มันกลับกลายเป็น...
     " พอกันทีสตาร์ค คุณหลอกผมให้ทำงานฟรี "
     พอเขาพูดจบก็จับมือผมออกแล้วสลับที่กับเขาทันทีกลายเป็นเขาลุกขึ้นแล้วผมลงไปนั่งกองกับโซฟานั่นแทน แล้วเขาก็เดินเข้าห้องเขาไปเลยแบบไม่หันกลับมามองผมเลยด้วยซ้ำไป 
     " เฮ้ ! สตีฟ "
     ผมได้แต่พูดไล่หลังเขาแต่เขาหันมาไหมน่ะหรอ ? คุณดูเอาเองก็แล้วกัน เขาเดินเร็วกลับห้องไปอย่างกับกลัวบ้านบึ้มก่อนจะไปถึง 
     ' เชอะ! ตาแก่บ้า...มีคุณสตาร์คมายั่วตรงหน้ายังไม่สนใจมันจะเกินไปแล้วนะ น่าโมโหที่สุด ! '
     แต่ผมก็ไม่ได้ทำอะไรนอกจากนั่งเซ็งอยู่ตรงโซฟานั่น ก่อนจะนั่งคิดไปคิดมาผมเองก็มีส่วนผิดที่ทำให้เขารู้สึกไม่ดีนี่นะ ถ้าไปขอโทษซักหน่อยก็คงไม่เสียหายอะไร...จริงๆแล้วก็ไม่เคยทำหรอกนะ เพราะฉันจ้างคนอื่นให้ขอโทษแทนฉัน แต่คงใช้ไม่ได้ในตอนนี้ เอาเถอะ...
     ผมนั่งถอนหายใจคิดอยู่ซักพัก แล้วก็ทำใจได้ก่อนถอดเสื้อสูทกับเสื้อกั๊กนั่นออกแล้วเอาไปพาดไว้ที่โซฟาเหลือเเค่กางเกงทำงานกับเชิ้ตขาวแขนยาวสบายๆไว้ใส่อยู่บ้านแบบปกติเดินไปที่ห้องของอีกคนทันที
     " ฮัลโหลล... "
     ผมเดินเข้าไปในห้องของตาแก่ ก่อนจะเข้าผมแง้มๆประตูดูก่อน แล้วส่องไปทั่วห้อง ห้องนี้ถึงจะเป็นห้องที่ผมจัดเตรียมไว้ให้เขาก็จริง แต่ผมก็ไม่เคยเข้ามาในห้องนี้มาก่อนเลย ห้องที่ค่อนข้างปิดทึบทำให้ผมอึดอัดกับบรรยากาศ
     แต่ผมก็ยังเดินเข้าไปทั้งๆที่ไม่ได้ยินเสียงเจ้าของห้องตอบกลับ อันที่จริงผมไม่ได้เกรงใจก็แค่กลัวว่าจะไปเดินชนอะไรกับสิ่งแปลกปลอมในห้องที่ไม่เคยเดินก็เพียงเท่านั้นเอง
     จนกระทั่งผมเดินมาจรดกับโต๊ะที่วางสมุดบันทึกของเจ้าตัวที่หาตัวไม่เจอนั่น ผมถือวิสาสะแอบดูมันนิดหน่อยแต่ก็ไม่ได้จับใจความ ได้แต่มองรูปสวยๆที่เขาวาดไว้ จนไปสะดุดตากับรูปที่ตั้งบนโต๊ะ มันเป็นรูปของสตีฟกับพ่อของเขายืนอยู่ข้างกันท่าทางสนิทสนม เห็นแล้วผมก็อดที่จะหมั่นไส้ไม่ได้ 
     ' ฮึ่ย...ขอทำเพื่อความสะใจซักหน่อยเถอะนะ '
     ว่าแล้วผมก็หยิบปากกาแถวนั้นมาเขียนอะไรบางอย่างลงไปในกรอบรูปนั่นแล้วหัวเราะคิกคัก จนนึกได้ว่าไม่ได้มาทำอะไรแบบนี้ จนแล้วจนรอด ผมได้ยินเสียงของน้ำ 
     ' ห้องน้ำ... '
     ผมลำพึงกับตัวเองเบาๆ ก่อนเดินแบบย่องๆไปใกล้ห้องน้ำ และมันช่างเป็นมุมที่พอดีซะเหลือเกิน โชคร้ายหน่อยนะกัปตัน นายดันลืมปิดประตูซะได้ แล้วผมก็ทำการถ้ำมองเป็นครั้งแรก ไม่น่าเชื่อเลยว่าผมจะทำไปได้ แต่ก็ทำไปแล้ว
     สายตาของผมดียิ่งกว่าเหยี่ยวซะอีก ตาสอดส่องจนไปเจอเจ้าตัวกำลังพยายามเปิดฝักบัวสุดไฮเทคของผมเอง โถ...ตาแก่ผู้น่าสงสาร เปิดไม่เป็นสินะแล้วก่อนหน้านี้นายไปอาบตรงไหนกันเนี่ย 
     จนเหมือนเจ้าตัวจะหมดหวังกับการเปิดฝักบัวแล้วจะหันไปพึ่งก๊อกน้ำอีกด้านแทน เขาก็หันมาอีกทาง 
     คุณพระคุณเจ้า...เหมือนผมจะตื่นตัวไปหน่อย ทั้งๆที่ผมก็มีเหมือนกับเขานะ แต่ทำไมถึงตกใจล่ะ ทำไมน่ะหรอ พวกคุณต้องมาอยู่ในสถานการณ์แบบผมแล้วจะเข้าใจ 
     เอาเป็นว่า ในทุกๆส่วนของเขาก็เหมือนกันไปหมด...คือ...ใหญ่เหมือนกันไปหมดทั้งร่าง ให้ตายเถอะทำไมต้องเขินด้วยเนี่ยบ้าไปแล้ว !!
     พอผมคิดแบบนั้นก็ถึงกับต้องเขกหัวตัวเองเพื่อเรียกสติให้คืนมาเหมือนเดิม แต่พอตั้งใจมองไปที่อีกคน ก็อดที่สงสารไม่ได้ คนรุ่นปู่ที่ไร้ความรู้ด้านเทคโนโลยีที่แม้แต่ฝักบัวยังใช้ไม่เป็น...
     แล้วผมก็ตัดสินใจคิดจะทำอะไรบ้าๆขึ้นมา...
     " ทำมือให้เเห้งแล้วจับที่ฝักบัวสิ "
     " สตาร์ค ! "
     น้ำเสียงเขาฟังดูตกใจนะ ก่อนผมจะเห็นเขาเอาผ้าขนหนูมาพันรอบเอวแล้วเดินมาดูผมที่นั่งขดตัวอยู่หน้าประตู เขาทำหน้าตกใจปนโมโห เรื่องตกใจก็พอจะเข้าใจเเต่มันก็คลายไปโดยง่ายเเต่เรื่องโมโหเนี่ยสิ ผมก็ได้แต่ยิ้มยีฟันและพูดให้อีกคนสงบสติอารมณ์ก่อนที่จะโมโหแล้วใช้มือหนานั่นบีบคอผมตายคามือเขา
     " ผมขอโทษ...ฮี่ๆๆ "
     " ... "
     เขาขมวดคิ้วหนักกว่าเดิม แล้วพอเขายืนนิ่งอยู่ได้ซักพักเขาก็เดินกลับเข้าไปที่เดิมแต่ไม่ได้ตอบอะไรมาแถมยังทำหน้าไม่พอใจอย่างหนัก นั่นทำให้ผมรู้สึกตะขิดตะข่วงใจจนต้องเดินเข้าไปตามแล้วจับไปที่ไหล่อีกคน
     เราทั้งคู่เหมือนน้ำที่กำลังเดือดพล่าน ต่างคนต่างไม่ยอมกัน ผมอยากจะอธิบานในส่วนของผมแต่อีกคนไม่พร้อมที่จะฟัง แต่ผมก็ยังยัดเยียด และนี่แหละนิสัยเสียของผม
     " นี่...สตีฟหยุดก่อน โทษทีนะเรื่องเงินเดือนที่ไม่ได้บอกนายให้ชัดๆ แต่ฉันไม่ได้ฮุบเงินนาย ฉันแค่ย้ายบัญชีให้ก็เท่านั้น "
     " ย้ายโดยที่ไม่บอกผมเนี่ยนะ "
     " ใช่ แล้วเรื่องค่านวม ฉันก็มีเหตุผล "
     " เหตุผลอะไรของคุณที่จำเป็นจะต้องมาโกหกด้วย ! "
     สตีฟกำลังโมโห สีหน้าของเขาแสดงมันออกมาอย่างชัดเจน เขาไม่ชอบเลยกับการโกหกของผม เขาบอกว่าเขาเกลียดการโกหก ซึ่งผมเหมือนจะทำพลาดไปอย่างแรงเลย
อีกคนย้ำพูดก่อนจะตะคอกใส่อย่างเดือดดาลแล้วใช้แขนแกร่งนั่นทุบไปที่กำแพงหลังผม ซึ่งแขนนั่นทำให้ดูเหมือนเป็นป้อมปราการของศัตรูที่หนีไปไหนไม่ได้ มันทำให้ผม...ผมยอมรับว่าผมกลัว เลยยอมที่จะบอกความจริงน่าอายพรรคนี้ไป
     " ฉัน...ฉันแค่อยากให้นายอยู่ที่นี่... "
     " ?? "
     สตีฟมองผมนิ่งเหมือนก้อนหิน ก็แน่ละใครได้ยินก็คงจะรู้สึกพิลึกใช่ไหมล่ะ โธ่เอ๊ย สตาร์คนายพลาดครั้งยิ่งใหญ่ไปซะแล้ว
     " ถ้านายไม่ต้องชดใช้อะไรฉันก็คงจะย้ายไปอยู่ที่อื่นใช่ไหม ฉันแค่ไม่อยากให้นายไปก็แค่นั้น "
     ไม่มีอะไรจะเสียอีกแล้วสตาร์ค...ทุกๆคนช่วยลืมเรื่องน่าอายของผมไปเถอะนะ ในชีวิตไม่เคยพลาดเรื่องน่าอายพรรคนี้เลย ยิ่งกว่าแก้ผ้าออกรายการทีวีเสียอีก
     หลังจากผมพูดจบก็ไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย เงียบเป็นป่าช้าไปสักพักจนผมคิดว่าทุกอย่างคงเข้าที่แล้วรวมถึงอารมณ์โกรธของสตีฟ ผมเลยหวังดี(?) เดินไปเปิดฝักบัวเป็นตัวอย่างก่อนจะไป
     " นี่สตีฟ อันนี้มันเปิดแบบนี้นะ "
     ผมเดินไปที่ฝักบัวที่อยู่ในอ่างนั่นก่อนจะเปิดมันให้สตีฟดูเป็นตัวอย่าง น้ำที่เเรงเกินกว่าจะตั้งใจนั่นรดใส่ตัวผมอย่างบังเอิญ แต่ด้วยความร้อนตั้งต้นของตัวเครื่องนั่นทำให้ผมสะดุ้งตกใจล้มไปในอ่างอาบน้ำ โถ่...วันนี้มันวันซวยชัดๆ

บรรยายโดยไรท์เตอร์...เป็นภรรยาของทั้งสองหนุ่ม//โดนตีสองเท่า

     สตีฟที่เห็นอีกคนล้มไปก็รีบรุดเข้าไปช่วยทันที แต่ทว่าด้วยอีกคนที่สวมเสื้อสีขาวเปียกชุ่มนั่นทำให้เห็นเนื้อเเทบจะทะลุออกมาจากเสื้อทำให้ดูเซ็กซี่ขึ้นไปอีกขั้นนึงทำเอาสตีฟไม่กล้าสบตาก่อนเขาจะค่อยๆช่วยอีกคนพยุงตัวขึ้นออกมาจากอ่างแบบเงียบๆ
     "ขอบใจ..งั้นนายก็อาบน้ำต่อเถอะ ฉันไปก่อน.."
     พออีกคนกำลังจะพยายามเดินออกจากห้องเขาก็ลื่นอีกครั้งที่พื้นห้องน้ำ สะโพกกลมนั่นกระทบพื้นทำเอาเจ้าตัวร้องอุทานเสียงดังก้องก่อนดิ้นไปมาบนพื้น 
     " อ๊ากก เจ็บๆๆๆ "
     สตีฟเห็นท่าไม่ดีก็รีบเดินเข้าไปทำท่าจะก้มลงไปช่วย แต่พื้นเจ้ากรรมดันทำสตีฟลื่นล้มไม่เป็นท่า ก่อนทั้งสองจะโอดโอยกันอยู่ซักพักก็ค้างนิ่งอยู่ในท่าเดิม 
     ที่สตาร์คนอนคว่ำอยู่ข้างล่าง สตีฟที่ล้มทับนั่นอบู่ในท่าคร่อมอีกคนพอดี ช่างดูไม่เหมาะสมสำหรับสตีฟเขาจึงรีบผละตัวออกทันทีที่รู้ตัว
     แต่พอรู้ตัวอีกทีเขาก็ละสายตาจากอีกคนไม่ได้อีกต่อไป...ด้วยตาคู่สวย ผิวสีคาราเมล และหุ่นที่ถูกพรางอยู่ในเสื้อสีขาวชุ่มน้ำ 
     โทนี่เองก็เหมือนจะรับรู้ได้ถึงความปราถณาแสนรุ่มร้อนนั่น เขาขยับเข้าไปใกล้ก่อนคล้องคออีกคนไว้ด้วยแขนทั้งสองข้างก่อนถามอีกคนที่ไม่ยอมละสายตา
     " คงไม่ได้โกรธฉันอยู่ใช่ไหม "
     " ไม่..ผมก็แค่พาลเรื่องบ้าๆผม.. "
     ไม่ทันที่อีกคนจะพูดจบ โทนี่รุกล้ำอีกคนประกบริบผีปากบางของตัวเองเข้าสอดประสานกับโพรงปากของอีกคนที่ไม่ทันตั้ตัวแต่ก็ปรับตัวได้เป็นอย่างดีนั่น ก่อนจะผละจูบหวานนั่นออกมาโดยที่สตีฟไม่ได้เต็มใจนัก
     " งั้นก็จูบได้แล้วใช่ไหม "
     โทนี่พูดอย่างยั่วยวน ก่อนใช้นิ้วของตัวเองคลึงไหล่ของอีกคนอย่างชำนาญการ
     " ต้องลองดูอีกที "
     สตีฟพูดจบเขาก็เปิดประตูชัยโดยการรุกก่อนอีกฝ่าย เขารุกล้ำเข้าโพรงปากอย่างเร่าร้อนและหิวกระหาย โทนี่ตอบความต้องการนั่นเป็นอย่างดีโดยการยอมให้อีกคนเป็นฝ่ายเริ่มก่อนแทนที่จะเป็นเขา
     " อื้อ..เบา..หน่อยสิ "
     โทนี่พูดแทรกระหว่างจังหวะของการหายใจที่สตีฟแทบจะไม่เว้นให้อีกคนพัก สตีฟได้ยินดังนั้นเขาก็เบาลงก่อนจะหยุดแบบนุ่มนวล
     " ต้องทำยังไงต่อ " 
     สตีฟถาม เขาไม่เคยไปไกลเกินกว่าจูบ และเขาไม่เคยแม้แต่รุกล้ำเกินใต้เข็มขัด โทนี่ยิ้มติดตลกก่อนจะยื่นตัวไปใกล้แล้วกระซิบที่ข้างหูอีกคน
     " จูบต่อสิ แล้วฉันจะบอก "
     สตีฟทำตามที่บอกทันที เขาจูบต่อจนเหมือนร่างกายรั้งมือให้ไปโอบเอวอีกคนก่อนจะชะงักเมื่อรู้ตัว ไม่ทันไรอีกคนก็รีบบอก
     " ไม่เป็นไร...ไปตามที่ร่างกายบอกสิ "
     เขาฟังเเล้วนำมาใช้ได้เป็นอย่างดี สตีฟเลื่อนมือหนานั่นไปเคล้าคลึงอกของคนตรงหน้า ก่อนที่อีกคนจะรู้สึกได้ถึงอารมณ์ที่ฉุดไม่อยู่ของอีกคน เขาผละจากจูบนั่นก่อนพรมจูบลงบนต้นคอไปถึงใบหูแล้วขบเม้มมันเบาๆ แล้วเอนกายบดสะโพกเข้ากับอีกคนอย่างช่ำชองจนอีกคนอดที่จะถามไม่ได้
     " คุณดูเคยชิน.. "
     " อ่า..ก็ไม่เชิง..จับอีกสิสตีฟ ฉันชอบมันนะ "
     โทนี่เอ่ยชมอีกคนที่ไม่เคยมีประสบการณ์นั่นพร้อมกัดริมีปากเพราะความรู้สึกที่อัดอั้นในตัวนั่นมันแทบล้มออกมา
     สตีฟเลื่อนมือของเขาไปจับที่สะโพกของอีกคนจนอีกคนต้องเอนกายไปซบที่ไหล่กว้างของเขาเพราะเจ้าตัวที่สั่นสะท้านเพราะความรักร้อนรุ่มนั่นประคองตัวของตัวเองไม่ไหวเสียแล้ว
     " หมายความว่าไง ก็ไม่เชิง "
     สตีฟหยุดทุกอย่างลงก่อนจะจับไหล่อีกคนออกมาให้อยู่ในระดับสายตาเดียวกัน 
     " คุณเคยผ่านผู้ชายมาแล้วงั้นหรอ ? "
     สายตาสงสัยนั่นมีความหึงหวงซ่อนอยู่ แต่มันไม่ได้ออกมาให้เห็นชัดเจนจนโทนี่จับได้
     " ไม่...นายก็น่าจะรู้นี่สตีฟว่าฉันไม่ได้มีรสนิยมแบบนั้น "
     " แล้วนี่มันอะไรน่ะ ที่คุณยอมผมแบบนี้ "
     " ก็นายคือคนแรกที่ฉันยอม...มันแปลกงั้นหรอ... "
     " คือ...ไม่อยากจะเชื่อ "
     สตีฟกุมหน้าตัวเองด้วยความเขินอย่างถึงที่สุด เขาไม่คิดว่าเขาจะเป็นคนแรกอะไรแบบนั้น ซึ่งมันดูพิเศษ
     " อ่า...แล้วก็อีกเรื่อง ผู้หญิงในคอแลคชั่นของฉันน่ะมีเต็มไปหมด แต่คอแลคชั่นผู้ชายน่ะยังไม่มี แต่ว่าตอนนี้ดันโล๊ะคอเเลคชั่นผู้หญิงไปหมดแล้ว นายเป็นต้นเหตุให้ฉันทิ้งไปหมดเพราะงั้นนายจะเป็นคนแรกในนั้น ไม่รู้สิ...อาจจะเป็นคนเดียวของฉัน เพราะงั้นถ้าทำให้พอใจได้ละก็ ฉันไม่ปล่อยให้หลุดมือไปหรอกนะ สตีฟน่ะ...ของฉันคนเดียว... "
     โทนี่พูดจบก็กอดคนตรงหน้าทำตัวเหมือนเด็กหวงของ สตีฟที่ได้แต่เขินนั่นคิดในใจอยู่คนเดียวว่าหลังจากนี้จะเป็นยังไง แต่ว่าคงจะย้อนกลับมานั่งเสียใจไม่ได้อีกแล้ว กับอนาคตที่เราสองจะกำหนดไปพร้อมๆกัน
     " ตกลงนะ... "
     " เคยปฏิเสธได้ด้วยหรอ สตาร์คตัวเเสบ... "
     เขาพูดจบก็หอมแก้มคนตรงหน้ายกใหญ่ ก่อนจะยิ้มสลับไปสลับมา
     " อ่อแล้วช่วยเรียกให้มันดีๆหน่อย "
     โทนี่ทำหน้าบูดใส่เพราะไม่พอใจอย่างแรงที่อีกคนเรียกเขาซะดูห่างเหินกันไปไกล ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ก็เรียกได้ถูกใจแล้วแท้ๆ
     " โอเคครับคุณหนู "
     " ไม่ใช่คุณหนู !! "
     โทนี่ตะโกนเสียงดังอย่างไม่พอใจ 
     " โทษทีๆ โทนี่...หลังจากนี้ผมต้องทำอะไรให้คุณบ้างแล้วใครฐานะอะไรช่วยบอกให้หายสงสัยจะได้ไหม "
     คนถามยิ้มอย่างที่ไม่เคยยิมออกมาก่อน เขาตั้งใจฟังอีกคนที่กำลังทำท่านึกอยู่สักพักก่อนจะยิ้มแล้วพูดพร้อมกับคล้องแขนไปที่คอของอีกคน
     " ก็แค่ทำหน้าที่บนเตียงให้ดี ในฐานะคุณสามี ก็ฟังดูดีนะ... "
.
.
.
.
.
     ผ่านจากเวลา ณ ช่วงเวลานั้นไปประมาณ 2-3 ชม. ทั้งสองนอนปวดระบมไปทั้งตัวที่เตียงในห้องพักของสตีฟ โดยที่โทนี่นอนอ่อนระทวยไม่รู้เรื่องรู้ราว ส่วนสตีฟที่ตื่นขึ้นมาได้สักพักก็ลุกขึ้นมาหยิบดินสอสมุดวาดรูปเล่มเล็กๆขนาดพกพานั่นขึ้นมาวาดรูปอีกคนที่กำลังนอนหลับปุ๋ยแบบไม่รู้สึกตัว 
     พอเขาวาดจนพอใจก็เดินไปเก็บสมุดนั่นบนโต๊ะตัวเดิม ก่อนจะสังเกตุไปเห็นสิ่งแปลกปลอมที่กรอบรูปของเขากับฮาเวิร์ดหรือคุณพ่อของสตาร์คอยู่ในสภาพที่เหมือนมีใครพยายามวาดภาพตัวเองลงไปข้างๆตัวเขา
     แต่ด้วยฝีมือระดับประถมนั่นทำให้ภาพคนกลายเป็นภาพมนุษย์ก้างปลา ยืนกอดเขาพร้อมคำพูดประกอบเต็มกรอบรูป ลายมือนั่นกับคำพูดสุดท้าทายทำให้เดาได้ไม่ยากว่าใครเป็นทำมัน ทำให้เขานึกภาพตอนอีกคนพยายามวาดนั่นออกจนหัวเราะออกมาเบาๆ 
เขาเก็บกรอบรูปนั่นไว้ในลิ้นชักก่อนจะหยิบอีกอันขึ้นมาตั้งแทน 
     ' เป็นรูปของ ผม และ เขา กับอนาคตที่เรากำลังจะก้าวเดินไปด้วยกัน '



END UNIT 9



สวัสดีคะ <3
ยำใหญ่ใส่สารพัดไหมละพวกคุณ 555 ไรท์ต้องขอโทษอีกแล้วคะที่ลงก่อนเพราะวันที่ 1-4 ไรท์จะไม่อยู่คะ เพราะฉะนั้นไรท์เลยขออนุญาติแจกความฟินล่วงหน้า 2 วันก่อนวันลงจริง 
เดือนหน้าก็เจอกันอีกช่วงกลางๆเดือนคะ ลงจนถึงตอนจบแน่นอนหายห่วงกันได้เลยจ้า ตอนนี้ไรท์แอบเล่นใหญ่ จัดฉากเซอวิสให้นักอ่านกันคะ แค่อย่ามากดรีพอร์ตกันนะคะ ไรท์ขี้เกียจตามลบจริงๆคะ ถือว่าเห็นใจกันเน๊อะ เพราะไรท์ได้แอบเขียนเตือนเด็กๆแล้วนะคะ อย่าเอาไปทำตามนะคะลูกๆ 555
ขอให้สนุกกับฟิค และเตรียมตัวกับหนัง สามีตีกันปลายเดือนหน้าคะ 555 // แอบโปรโมต



ภาพนี้เข้ากับตอนนี้มากเลยว่าไหมคะ แอร้ยยย >////<


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

87 ความคิดเห็น

  1. #39 1234 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 7 เมษายน 2559 / 00:04
    ไม่รุว่าได้ไหมนะ แต่อยากให้เปน steve x tony x bucky อยากให้บัคกี้แย่งโทนี่มาจากแคปมั่งอะ ขอแบบดุเดือดเลยได้ไหมอะอยากอ่านอะน้าาาา><~~
    #39
    1
    • #39-1 AI (@ployty2544) (จากตอนที่ 11)
      7 เมษายน 2559 / 20:40
      ไรท์ก็อยากแต่งแบบนั้นน้า จะลองดูจ้า <3
      #39-1
  2. #34 Kazeshi (@beamy2919) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 30 มีนาคม 2559 / 11:37
    ฟิน~>< มีถามด้วยว่านายรุกหรือรับ ฟินจิกหมอนเลยค่ะ
    #34
    1
    • #34-1 AI (@ployty2544) (จากตอนที่ 11)
      30 มีนาคม 2559 / 14:30
      เพื่อความแน่ใจคะ อิอิ ตอนแรกตั้งใจจะรุกแต่ไปๆมาๆรับก็สนุกน่าตื่นเต้นไปอีกแบบสำหรับสตาร์คนะคะ
      #34-1