คัดลอกลิงก์เเล้ว

มาเถอะ...หัวใจ

โดย Ploy supin

กาลครั้งหนึ่งฉันเคยเชื่อในความรัก เคยทุ่มเทให้กับมัน เคยยิ้ม หัวเราะ เคยมีความสุขเพราะมัน เคยเหงา เสร้า ร้องไห้ และเคยเจ็บเจียนตาย...เพราะคำว่า “รัก” จนในที่สุด..ฉันก็ตัดสินใจที่จะโยนใจของตัวเองทิ้ง

ยอดวิวรวม

29

ยอดวิวเดือนนี้

0

ยอดวิวรวม


29

ความคิดเห็น


0

คนติดตาม


0
จำนวนโหวต : 0
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  7 ก.ย. 60 23:58 น.

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
น้ำใส      ...........สาวสวยที่ไม่คิดจะมีความรัก จากอดีตที่เคยพังทำให้เธอกลายเป็นคนที่ไม่สนใจโลกอะไรทั้งนั้น ปิดกั้นทุกอย่างที่เข้ามา และกำลังเข้ามาจนวันนึงก็ได้มาเจอกับ ..........


ฟาร์ม     ..............ชายหนุ่มหน้าตาดี มีดีกรีความฮอตสุดๆ เขาเป็นคนที่สดใส เข้ากับคนอื่นง่าย แน่นอนว่าเขามีสาวๆ รุมล้อมอยู่ตลอดเวลา แต่นั่งก็ไม่มีใครสามารถทำให้ใจเขาเต้นได้อยู่ดี เขาคิดมาตลอดว่าไม่มีใครที่สามารถทำให้หัวใจของเขาเต้นแรงได้เลย จนวันหนึ่งเขาได้พบกับเธอ........

ความรักของทั้งคู่จะเป็นยังไง พบกันเร็วๆ นี้....



เรื่องในตอนนี้ อัพเดท 7 ก.ย. 60 / 23:58

บันทึกเป็น Favorite


               กาลครั้งหนึ่งฉันเคยเชื่อในความรัก เคยทุ่มเทให้กับมัน เคยยิ้ม หัวเราะ เคยมีความสุขเพราะมัน เคยเหงา เสร้า ร้องไห้ และเคยเจ็บเจียนตาย...เพราะคำว่า “รัก”

                จนในที่สุด..ฉันก็ตัดสินใจที่จะโยนใจของตัวเองทิ้งไป โยนมันให้ไกล ไกลพอที่ฉันจะๆได้ไม่ต้องรักใครอีก เวลาผ่านมาเนิ่นนาน จากความรักที่ฉันเคยรู้สึกกลัว ตอนนี้ฉันกับรู้สึกว่ามันไม่น่ากลัวอีกแล้ว แต่กับเป็นความรู้สึกเฉยชาที่มาแทนที่

                หลายครั้งที่เคยมีความรักวิ่งเข้ามา แต่ฉันเลือกที่จะเมินมัน และการกระทำแบบนั้นของฉันก็สามารถทำให้ความรักนั่นวิ่งกลับไปที่เดิมของมัน ซึ่งมันก็ดี แต่แล้ววันหนึ่งก็มีความรักวิ่งเข้ามาอีกครั้ง...โดยที่ฉันไม่รู้ตัว

                “น้ำใส น้องจะไปออกค่ายกี่วันนะพี่ลืม” พี่ลำธารพูดขึ้นหลังจากเดินเข้ามาในห้องของฉันและเห็นฉันกำลังแพ็คกระเป๋าใบไม่ใหญ่หนักสำหรับค่ายที่ต้องไปพรุ่งนี้

                “ห้าวันค่ะพี่ธาร” หลังจากที่ตอบพี่ธารเรียบร้อยเราก็คุยเรื่องจิปาถะกันสักพักซึ่งมันก็ไม่ได้มีสาระสักเท่าไหร่  ไม่นานพี่ธารก็ไล่ฉันเข้านอน เพราะพรุ่งนี้ฉันตองตื่นเช้า และฉันที่เริ่มง่วงแล้วก็ไม่ได้ขัดอะไร

                เช้ารุ่งขึ้นพี่ธารแกตื่นเช้ามากกก พี่ปลุกฉันให้ลุกขึ้นจัดการตัวเองให้เรียบร้อย ส่วนเขาก็เข้าครัวเพื่อทำอาหารเช้าเบาๆ ให้ฉัน หลังจากทานข้าวเช้าเสร็จเรียบร้อย พี่ก็อาสาไปส่งฉันที่มหาลัย สถานที่ที่ชมรมนัดเจอกันเพื่อออกค่าย อ้อ ลืมบอกไปอย่าง ฉันเรียนอยู่ปี 2 แล้วล่ะ แล้วค่ายนี่ก็เป็นค่ายของชมรมอาสาพัฒนาชนบทของมหาลัยฉันเอง

                “ขอนั่งด้วยนะครับ ^ ^” เสียงหนึ่งดังจากด้านซ้ายของฉัน ฉันพยักหน้าเบาๆ แล้วหันมาสนใจมือถือของตัวเองต่อโดยไม่แม้จะเงยขึ้นไปมองว่าเขามีหน้าตายังไง ดูเสียมารยาทเนอะ  ฮ่าๆๆ ตอนนี้ฉันอยู่บนรถตู้ที่ทางชมรถจัดเตรียมไว้ ซึ่งทั้งหมดมีหกคันล่ะมั้ง

                “ผมชื่อฟาร์มนะ เธอล่ะ”

                “น้ำใส...” ฉันตอบสั้นๆ แล้วใส่หูฟังทันที ถึงแม้ฉันจะดูเสียมารยาทแต่นี่คือวิธีที่ดีสำหรับการจบบทสนทนา และก็เป็นวิธีเดียวที่ฉันจะบอกให้เขารู้ได้ว่าฉันไม่ต้องการทำความรู้จักเขา

                “อ่ะ..!! นี่เพลงของ Taylor Swift นี่ ให้ตายสิเห็นเย็นชาแบบนี้ คิดว่าจะฟังเพลงร็อคๆ ซะอีก ฮ่าๆๆๆ” แต่ก็นั่นแหละ ดูเหมือนคนที่เสียมารยาทจริงๆ อาจไม่ใช่ฉันเพราะคนที่นั่งข้างๆ ฉัน กลับดึงหูฟังของฉันไปข้างหนึ่งไปใส่หูของตัวเอง

                “นี่นาย!!...” ฉันหันไปค้อนให้ แต่ก็ต้องชะงัก แบบ..เห้ยยย หล่อจังอะไรแบบนี้ แต่โทษทีฉันไม่ได้มีความรู้สึกอยากกรี๊ดเลย เพราะคนหล่อแบบนี้ดูยังไงก็อันตราย

                “ชู๊ว~~  เธอเป็นคนเสียมารยาทกับฉันก่อนนะยัยน้ำใส ^^” เจ้าตัวพ่นลมออกจากปากแล้วใช้นิ้วชี้ข้างขวาวางตรงกลางริมฝีปาก จากนั้นเขาก็พูดแล้วอมยิ้ม พร้อมด้วยคิ้วเจ้าเล่ห์ที่ยักขึ้นแบบกวนประสาท ท่าทางมั่นใจมากว่าทำแบบนี้แล้วตัวเองจะหล่อแบบควายล้มวัวล้ม ซึ่งนั่นมันก็จริง แต่มันใช้ไม่ได้กับฉัน

                “อี๋~ ปากนายเหม็นมากฟาร์ม นี่นายรีบจนลืมแปลงฟันมารึเปล่าเนี่ย แหวะ~ ” ฉันทำหน้าเหยเกแบบเหม็นสุดๆ รับไม่ได้ พอเจ้าตัวเห็นแบบนี้ เขาก็รีบหันไปเช็คกลิ่นของตัวเองอย่างเร็ว ท่าทางแบบนี้ทำให้ฉันหลุดขำขึ้นมาเบาๆ ฮ่าๆๆ 

                “นี่เธอ...” และคงเป็นเพราะเสียงหัวเราะของฉัน เขาถึงรู้ตัวว่าตัวเองโดนเข้าแล้ว หมอนี่หันมาด้วยใบหน้านิ่งๆ เขาสบตาฉันแล้วค่อยๆ ขยับเข้ามาใกล้ๆ ซึ่งมันก็ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ จนฉันรู้สึกถึงลมหายใจของเขาที่ลอยออกมาสัมผัสจมูกของฉันเชื่อไหม อร๊ายยย ฉันขนรุก ความรู้สึกเหมือนอะไรไม่รู้ รู้แค่ว่าตอนนี้หัวใจฉันเต้นแรงมาก ยิ่งเขาเข้ามาใกล้ หัวใจของฉันยิ่งเต้นแรง จนฉันไม่แน่ใจว่าคนที่อยู่ตรงหน้าฉันจะได้ยินด้วยหรือเปล่า “...เธอ...คือ  เธอมีขี้ตาแหน่ะ ฮ่าๆๆๆๆ”

                แง่มมมม!!

                “อ๊ากกกกกกก เธอกัดฉันทำไม ปล่อยฉันนะยัยหมาบ้า!!

                และนี่คือบทสนทนาสุดท้ายของเรา เพราะหลังจากที่ฉันกัดเขาด้วยความโมโห เราทั้งสองคนก็โดนรุ่นพี่จับแยกให้ไปนั่งห่างๆ กัน โดยที่ฉันนั่งที่เดิมคือแถวที่สามริมหน้าต่างที่เป็นเบาะคู่ (รถตู้มีทั้งหมดสี่แถว แถวแรกและแถวที่สี่มีสี่ที่นั่ง แถวที่สองและสามมีสามที่นั่งโดยเว้นช่วงทางเดินไว้ เป็นที่นั่งคู่และอีกฝั่งสำหรับนั่งคนเดียว) และเขาก็เปลี่ยนไปนั่งแถวแรกแทน โดยมีสาวๆ นั่งประกบซ้ายขวา ส่วนฉัน...นั่งคนเดียว ฮ่าๆๆ สงสัยคนอื่นๆ คงกลัวฉันล่ะมั้ง

                 หลังจากที่ถึงจุดหมาย พี่ๆ ก็อธิบายเกี่ยวกับหน้าที่ของแต่ละกลุ่ม โดยจะแบ่งออกเป็นสามกลุ่ม กลุ่มแรกคือกลุ่มที่จะต้องซ่อมแซมโรงเรียน กลุ่มที่สองคือต้องเข้าป่าไปสร้างฝายชะลอน้ำ และกลุ่มสุดท้ายคือกลุ่มที่ต้องคอยติดต่อประสานงานและเก็บข้อมูลของค่ายในครั้งนี้รวมไปถึงการทำอาหารแต่ละมื้อสำหรับทุกคน ซึ่งฉันก็ตัดสินใจที่จะไปกับกลุ่มที่สอง เพราะฉันอยากเห็นน้ำตก ตรรกะบ้ามาก บอกเลย ฮ่าๆ

                “ไง..ยัยหมาบ้า”

                “อ้าว..ทำบุญให้แล้วยังไม่ได้รับเหรอ ^^”  พูดจบฉันไม่รอให้เขาตอบฉันก็เดินออกมาจากตรงนั้นทันที ซึ่งหมอนั่นก็เหมือนจะเดินตามมา แต่ก็โชคดีที่จู่ๆ มีสาวๆ เดินมาล้อมแบบ...พี่ฟาร์มคะพี่ฟาร์มขา อยู่กลุ่มไหนเหรอคะ และฉันจะไม่สนใจเลยถ้าหมอนั่นไม่ตอบว่า...

                “กลุ่มที่สองครับ ^ ^” ตอบพร้อมกับแจกรอยยิ้มให้สาวๆ จากนั้นไม่กี่วิต่อมา ยัยพวกนั้นก็วิ่งหน้าตั้งไปขอเปลี่ยนกลุ่มกันให้เจ้าล่ะหวั่น ให้ตายสิ ฉันไม่อยากคิดว่าหมอนี่จงใจอยู่กลุ่มเดียวกับฉันเพราะอยากก่อกวนฉันเลย แต่รู้ไหมทันทีที่เขาหันมามองฉันแบบ..เธอโดนแน่ เท่านั้นแหละ มันก็ทำให้ฉันมั่นใจสุดๆ ว่าการมาค่ายครั้งนี้ของฉันต้องวุ่นวายแน่ๆ

                ฮู่เล่~~ วันนี้เป็นวันที่สามของค่ายแล้ว ทุกอย่างดำเนินไปด้วยดี ฝายชะลอน้ำก็เสร็จไปหลายจุดแล้ว ทุกอย่างดีหมด ใช่..ดีหมด ยกเว้นอีตาบ้าฟาร์มนั่น ที่คอยแต่จะจ้องแกล้งฉันทุกครั้งที่มีโอกาส ทำตัวติดฉันแจ! ที่สำคัญฉันใกล้ผู้ชายคนไหนไม่ได้เลย เพราะถ้าหากฉันใกล้ปุ๊บ เขาก็จะทำหน้างอใส่ฉันปั๊บ ซึ่งฉันก็ไม่ได้สนใจอะไร และคงเพราะแบบนั้นมั้งเขาถึงประชดฉันด้วยการเข้าไปช่วยผู้หญิงคนอื่นทำนู้นนี่แล้วหว่านเสน่ห์สารพัด

                ถามว่าฉันสนใจไหม...?  คำตอบคือใช่ แต่ในความสนใจนี่ของฉันคือสนใจแบบ...เห้ยยย น่ารำคาญ จะออเซาะอะไรกันขนาดนั้นมากกว่า แค่นั้นจริงจริ๊งงงง  -*-

                “หนักจังเลยค่ะพี่ฟาร์ม / มาครับพี่ช่วย /พี่ฟาร์มเหนื่อยไหมคะ/ ไม่เท่าไหร่คับ/ พี่ฟาร์มคะ....” และอีกสารพัดคำออเซาะที่ฉันได้แต่ทนฟังด้วยความรำคาญ กะอีแค่ยกก้อนหินมันจะอะไรนักหนาคะ ตอบค่ะตอบบบ  โว้ย!! เห็นละหงุดหงิด

                ฉึก! โอ๊ย!

                “..ไม่ตายค่ะใส แกถึกมาก รู้ตัวเองค่ะ ทำงานต่อ -*-”

ในขณะที่ฉันก้มหน้าก้มตาทำงานในส่วนของตัวเองด้วยความหงุดหงิดอยู่นั้น อยู่ๆ หินที่ฉันกำลังยกก็เกิดบาดเข้าที่นิ้วมือจนเลือดออก ซึ่งฉันก็ได้แต่กัดฟันยกต่อไป และปลอบใจตัวเองว่าไม่เป็นไร ยังไหวค่ะ

รู้ตัวอีกทีหมอนั่นก็ยืนอยู่ข้างฉันเรียบร้อย เท่านั้นยังไม่พอเขายังโฉยโอกาสคว้าหินในมือของฉันไปอีก ค่ะ ดีไปอีก  นี่ถ้าไม่ติดว่ามือของฉันมีแผลเพราะโดนหินบาดนะฉันคงโวยวายไปแล้ว

“มือไม่สวยระวังไม่มีใครเอาแหวนมาสวมให้นะครับ ^ ^”  เขาพูดยิ้มๆ แล้วผลักฉันเบาๆ เหมือให้รู้ว่าควรขึ้นฝั่งไปนะครับ ทางนี้ผมจะจัดการเอง โดยมีสายตาจ้องมองมาที่ฉันอย่างริษยา “ทำแผลด้วยล่ะ ยัยหมาบ้า” เขาสั่งเสียงแข็งหลังจากส่งฉันขึ้นฝั่ง สั่งเสร็จไม่รอให้ฉันตอบอะไร เขาก็หันไปพยักหน้าแบบฝากด้วยนะครับกับรุ่นพี่คนหนึ่ง จากนั้นเขาก็ลงไปในน้ำอีกครั้ง (น้ำตื้นมาก) แล้วช่วยคนอื่นๆ ทำงานต่อ

“ไม่เป็นไรค่ะพี่ ขอหนูพักแปบเดียวก็พอค่ะ ^ ^” ฉันบอกแบบเกรงใจเมื่อเห็นรุ่นพี่กำลังถือกล่องยาเดินมาทางนี้ ที่จริงแผลมันก็ไม่ได้ใหญ่อะไร ไม่ได้เจ็บอะไรมากมาย แค่แสบๆ แต่คนอย่างน้ำใสทนได้อยู่แล้วค่ะ ฮ่าๆๆ อ่ะ..! ปวดฉี่ ไปฉี่ดีกว่า..

สองชั่วโมงผ่านไป...

“แฮ่กๆๆ ไม่ใช่ทางนี้นี่” ฉันอุทานกับตัวเองแบบเหนื่อยๆ ให้ตายสิ อะไรจะซวยขนาดนี้ นี่แค่ฉันเดินออกมาหาที่ฉี่ที่คิดว่าน่าจะพ้นสายตาจากทุกคน แต่คงเพราะระแวงมากไป..ฉันเลยเดินออกมาไกลจากจุดที่ทำฝายสุดๆ และสุดท้ายน้ำใสคนนี้ก็กลายเป็นหนูน้อยผู้หลงทางอยู่กลางป่า แง~~~ ฉันพยายามแล้วนะ พยายามที่จะนึกทางที่เคยเดินมา แต่ทุกคนคะ นี่คือป่านะคะ มองไปทางไหนก็เจอแต่ต้นไม้ ....

“ฮึก...! ฮืออ... ใครก็ได้..” แล้วน้ำตาของฉันก็ไหลออกมา ยิ่งเวลาผ่านไปเท่าไหร่ ฉันก็ยิ่งรู้สึกกลัว ความรู้สึกที่ฉันบอกกับตัวเองว่า ไม่เป็นไร เราจะหาทางออกเจอในตอนแรก เริ่มหายไป มาถึงตอนนี้ทุกอย่างมันไม่โอเคแล้ว เพราะยิ่งฉันหาทางออก ฉันก็ยิ่งรู้สึกเหมือนตัวเองจมเข้าไปในป่ามากขึ้น และยิ่งฉันนึกถึงตอนที่ออกมาแล้วไม่ได้บอกใคร (เพราะทุกคนกำลังยุ่งกับงานของตัวเอง) ฉันก็ยิ่งรู้สึกแย่ ทำไมตอนนั้นฉันไม่บอกใครสักคนนะ แล้วตอนนี้จะมีใครสังเกตไหม ว่าน้ำใสคนนี้หายไปสองชั่วโมงแล้ว ฮึก~

ซ่า ซ่า ซ่า ซ่า

ให้มันได้อย่างงี้สิ...ซวยซ้ำกรรมซ้อนจริงๆ จู่ๆ ฝนก็เทลงมาอย่างบ้าคลั่ง ยิ่งเป็นแบบนี้ฉันก็ยิ่งทำอะไรไม่ถูก เพราะฉันได้แต่ยืนตากฝนอยู่อย่างนั้นแล้วปล่อยโฮออกมาอย่างสุดทน ไม่นานทั้งร่างของฉันก็เปียกชุ่มไปด้วยหยาดฝน ความรู้สึกที่ทั้งกลัว ทั้งหนาว มันทำให้ฉันตัดสินใจทิ้งตัวนั่งกอดเข่ากับพื้น

“ฮึก..ฟาร์ม ช่วยฉันด้วย..”

อยู่ๆ ชื่อของเขาก็ลอยเข้ามาในหัวของฉัน หมอนั่นจะสังเกตไหมว่าฉันหายไป ไม่สิ...ตอนนี้เขาก็คงกำลังสนุกกับบรรดาสาวๆ ของเขาอยู่แน่ๆ แต่ไม่รู้ทำไม ทั้งๆ ที่ฉันโดนหมอนั้นจ้องจะแกล้งตลอดเวลา แทนที่ฉันจะรู้สึกรำคาญ แต่ฉันกลับรู้สึกสนุกที่มีเขาคอยกวนประสาท ถ้าเกิดว่าตอนนี้เขายังไม่รู้ว่าฉันหายไป ก็คงไม่มีใครรู้แล้วล่ะ เพราะก็คงมีแค่เขาเท่านั้นที่คอยมองมาที่ฉันตลอดเวลา... มีแค่เขาคนเดียวที่เรียกฉันว่า..

“ยัยหมาบ้า!!!

ใช่...มีแค่เขาที่เรียกฉันแบบนั้น...เอ๊ะ สะ...เสียงของเขา ฉันได้ยินเสียงของเขา

“ยัยหมาบ้า!!! โธ่เว้ย เธออยู่ไหนวะ”

นั่น...นั่นเสียงของเขาจริงๆ ใช่ไหม เขาออกตามหาฉันใช่ไหม ฮึก..

“อะ...ไอ้บ้า...ฉันอยู่นี่ ฮึกๆ ฮือ..ฉันอยู่นี่!!” ฉันตะโกนกลับด้วยเสียงสะอื้น ถึงอย่างนั้นฉันก็ไม่แน่ใจ ว่าเสียงของฉันจะดังพอที่เขาได้ยินไหม ฉันใช้แรงที่มียันตัวเองขึ้นยืนช้าๆ แล้วออกเสียงเรียกเขาอีกครั้ง ขอร้องเถอะ ...ขอให้เขาได้ยินเสียงของฉัน

“น้ำใส...” นั่นไง เขาเห็นฉันแล้ว ฮึก...เขามาช่วยฉันแล้ว เขาวิ่งมาหาฉันด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความโล่งใจและกังวล ไม่รู้ทำไมท่าทีของเขาเหมือนห่วงฉันมากจริงๆ และยิ่งฉันเห็นเขาเป็นแบบนี้ หัวใจของฉันยิ่งเต้นแรง

 “ฮือ~ ฉันกลัว..ทำไมนายมาช้า ฮึก..ทะ..ทำไมนายถึงมาช้า..” ทันทีที่เขาวิ่งมาหยุดตรงหน้าฉัน ฉันก็ระเบิดความรู้สึกออกไปทั้งน้ำตา.. ทั้งๆ ที่เขาไม่ใช่คนผิด ทั้งๆ ที่ต้องเป็นเขาที่ต้องด่าฉันที่ทำให้เขาต้องลำบากแบบนี้ แต่เขากลับถอดเสื้อของตัวเองออกมาใส่ให้ฉันแล้วคว้าฉันเข้าไปกอดแนบกายแน่น

“ฉันขอโทษน้ำใส ฉันขอโทษจริงๆ ฉันอยู่ตรงนี้แล้ว..ไม่เป็นไรแล้วนะ” เขาพึมพำเบาๆ ข้างหูฉัน น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเป็นห่วงนั่น มันทำให้ฉันปล่อยโฮออกมาอีกครั้ง แต่เชื่อไหม..ครั้งนี้ฉันไม่ได้ร้องเพราะรู้สึกกลัวเหมือนครั้งก่อนแล้ว หากแต่ครั้งนี้มันเต็มไปด้วยความรู้สึกปลอดภัยและอบอุ่น “..ต่อไปนี้ฉันจะไม่ให้เธอคลาดสายตาฉันอีกเป็นครั้งที่สอง ฉันสัญญาน้ำใส ฉันสัญญา”

จบคำพูดนั้น หัวใจของฉันก็เต้นแรงอย่างบ้าคลั่ง...หัวใจของฉันที่เคยไม่รู้สึกอะไร แต่ตอนนี้มันทั้งอบอุ่น ทั้งตื่นเต้น และปลอดภัยเมื่อมีเขาอยู่ตรงนี้

“ฮึก..ฟาร์ม..นาย”

“คบกับฉันนะยัยหมาบ้า ถึงจะเป็นแค่ช่วงสั้นๆ แต่ฉันรู้สึกกับเธอจริงๆ...”

จะเป็นอะไรไหมนะ ถ้าหากฉันจะลองกลับมาใช้ใจตัดสินความรักอีกครั้ง ...ถ้าฉันเสียใจอีกครั้งล่ะ ครั้งนี้จะไม่แย่กว่าเดิมเหรอ...น้ำใส

แต่ถึงสมองจะคิดแบบนั้นจริงๆ ฉันก็อยากลองเริ่มใหม่กับเขาและถึงแม้ว่าในอนาคตฉันจะต้องเสียใจที่ตกลงคบกับเขา แต่ก็คงดีกว่าเสียใจตอนนี้...

“อื้อ..” ฉันได้แต่พยักหน้าพร้อมน้ำตาเบาๆ ภายในอ้อมออกของเขา

ครั้งนี้ช่วยอยู่กับฉันนานๆ นะ ...มาเถอะ...หัวใจ  มาเริ่มต้นใหม่กัน

 

…THE  END…

 

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ Ploy supin จากทั้งหมด 2 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น