[Yaoi][Boy's love]Brine's heart

ตอนที่ 1 : บทนำ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 67
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    16 ต.ค. 61


บทนำ

 

                คิน จะไปค่ายของมหาลัยวันไหนหรอลูก”

                เสียงหวานของคุณหญิงผกาเอ่ยถามลูกชายคนเดียวของตนด้วยรอยยิ้ม คินที่กำลังหั่นเครื่องเทศที่ใช้ใส่ในต้มยำอยู่หันมามองหน้าคุณหญิงผกาคนสวยของตน

                “อีก 2วันครับแม่ ทำไมหรอครับ” คินตอบกลับยิ้ม ๆ

                “จะทำไมล่ะ ก็เพราะลูกชายคนดีของขี้ลืมจะตายไป ครั้งก่อนตอนอยู่ ม.ก็ลืมเอาของไป เกือบแย่แหนะ ถ้าไม่มีหนูน้ำฝนไปด้วย”

                คุณหญิงผกาบ่นด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง แล้วมองค้อนไปที่ลูกชายของตน แต่ลูกชายสุดที่รักก็ยิ้มสู้อย่างออดอ้อน แล้วกลับไปหั่นผักต่อ เห็นอย่างนั้น คุณหญิงผกาก็หั่นไปทำอาหารในส่วนที่ตัวเองรับผิดชอบด้วยเช่นกัน

 

                18.00 น.

                “กลับมาแล้ว”/ “กลับมาแล้วค่ะ”

                เสียงสองเสียงดังขึ้นพร้อมกันมาจากทางประตูบ้าน ในขณะที่คินกับคุณหญิงผกากำลังจัดโต๊ะอาหารอยู่ด้วยกันในห้องอาหาร

                “คิน แม่ฝากไปรับป๊ากับน้องหน่อยสิลูก”

                คุณหญิงผกาบอกด้วยน้ำเสียงอบอุ่นพร้อมรอยยิ้มประดับที่ริมฝีปากทันทีที่ได้ยินเสียงสองเสียงนั้น คินเมื่อได้ยินแม่ของตนพูดอย่างนั้น ก็รีบเดินไปที่ประตูบ้านทันที

                “ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะครับป๊า ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะคะเมอา”

                รอยยิ้มถูกประดับที่ริมฝีปากของผู้มาใหม่ทั้งสอง ทั้งสองคนคือ ป๊า สามีที่ช่วยแม่ของเขาจากการหลงผิดเพียงชั่ววูบ และการหลงผิดครั้งนั้นของแม่ ก็เกือบทำให้ผมเกือบไม่ได้เกิดมา ส่วนสาวน้อยคนสวยหน้าตาสไตล์ลูกครึ่งไทย-ญี่ปุ่น ที่กำลังยืนส่งยิ้มแป้นแล้นมาให้ผมอยู่ ชื่อ เมอา เป็นลูกสาวของแม่กับป๊า ตอนนี้น้องอายุ 7  ขวบแล้ว

                “ไปเก็บของแล้วล้างมือเพื่อเตรียมกินข้าวกันเถอะครับลูก”

                ป๊าบอกกับลูกสาวคนสวยของตนด้วยรอยยิ้ม แล้วหันมาลูบหัวผมกับเมอาด้วย แล้วพาน้องสาวคนสวยของผมไปเก็บของ ล้างมือ แล้วพุ่งไปหาแม่ทั้งคู่ ผมมองภาพนั้นด้วยรอยยิ้ม แล้วค่อยเดินเข้าไปร่วมวงด้วย

                “ซาโต้ซัง ปล่อยก่อนสิ มากินข้าวกันก่อน มาเร็วคิน มากินข้าวกัน”

                เมื่อเข้าใกล้มากขึ้น เสียงของแม่ที่บ่นให้ป๊า หรือ ซาโต้ซัง ก็ดังขึ้น และเมื่อท่านเหลือบสายตามาเห็นผมที่กำลังเดินเข้ามา ก็เรียกผมด้วยรอยยิ้ม

                “เฮ้อ ช่วงนี้แม่ล่ะรู้สึกแก่ขึ้นทุกวัน ๆ เลย”

                แม่บ่นขึ้นมาระหว่างที่พวกเรากำลังกินข้าวกันอยู่ ป๊าหันไปมองแม่ยิ้ม ๆ แล้วแซวแม่ทันที

                “แก่อะไรกันล่ะ เพิ่งจะ 35 ปีเองนะครับ คนสวยยย”

                ใช่แล้วครับ... แม่ของผมเพิ่งอายุ 35 ปี ส่วนผมอายุ 18 ปี ฟังแบบนี้ก็รู้แล้วใช่ไหมครับ ว่าแม่ผมคลอดตอนอายุเท่าไหร่... เดี๋ยวผมขอเล่าที่มาของผมแบบคล่าว ๆ ก่อนละกันนะครับ คือ ตอนที่แม่เรียนมัธยมปลายในช่วงปลาย ๆ ม.6 แม่ของผมเผลอพลาดท่าให้กับแฟนคนแรก ที่เป็นอาจารย์ในมหาลัยนั้นแหละครับ โดยที่ทั้งสองอายุห่างกัน ปี พอแม่รู้ตัวว่าท้อง ก็เลยเอาเรื่องนี้ไปบอกพ่อ(จริง ๆ ของผม)ว่า ท้องผมแล้ว แต่พ่อก็ปฏิเสธที่จะรับผมเป็นลูก แล้วขอให้แม่ไปเอาผมออก เพราะพ่อของผมน่ะมีลูกอยู่แล้วสองคน ไม่อยากให้ภรรยาไม่สบายใจกับการกระทำของตัวเอง แล้วทั้งสองก็เลิกมาเจอกันอีก

 และเพราะการกระทำและคำพูดของพ่อผม ทำให้แม่ตัดสินใจที่จะทำแท้ง แต่พอป๊ารู้เรื่องที่แม่ตั้งท้องอยู่ ก็รีบมาขอร้องให้แม่เลิกทำแท้ง แล้วออกตัวว่าจะเป็นคนดูแลแม่กับผมเอง แต่เพราะตอนนั้นจิตใจของแม่ผมมันไม่ไหวแล้วจริง ๆ ก็เลยยอมให้ป๊าเป็นคนดูแลในระหว่างที่กำลังท้องผมอยู่ แต่ก็ยังไม่เปิดใจให้มากเท่าไหร่ เพราะแม่ของผมยังกลัวอยู่ แต่ระยะเวลาตลอด 9 เดือน ที่ผ่านมา คนที่คอยอยู่เคียงข้างแม่ของผม นอกจากคุณตา คุณยาย ก็คงเป็นป๊านี่แหละ จนพอผมคลอดออกมา คุณตา คุณยายก็ใจอ่อน ยอมให้แม่กับป๊าแต่งงานกัน ถึงแม้ว่าจะมีเสียงนินทาจากญาติๆ กล่าวหาว่าแม่ของผมท้องก่อนแต่งก็ตาม แต่ท่านทั้งสองก็ไม่ได้สนใจในคำนินทาพวกนั้นเลยแม้แต่น้อย

“จริงด้วย พวกเรามีลูกทันใช้จริงๆนะซาโต้ซัง ลูกชายตอนนี้ก็อายุ 18 ปีแล้ว แถมลูกสาวตัวน้อยก็อายุ 7 ขวบ อีก20 ปีข้างหน้า ลูกชายก็อายุ 38 ปี ส่วนลูกสาวอย่างเมอาก็อายุ 27 ปี”

คุณหญิงผกาพูดขึ้นแล้วหันมามองหน้าลูกสาวและลูกชายของหล่อนด้วยรอยยิ้ม เมื่อมองหน้าลูกชาย เรื่องราวต่างๆที่เคยเกิดขึ้น แม้จะผ่านมาเกือบ 20 ปีแล้ว ก็ยังคงเป็นเหตุการณ์ที่เธอจะไม่ลืมแน่ ตลอดชีวิตนี้...

“จริงสิ ซาโต้ซัง อีก 2 วัน คินจะต้องไปค่ายรับน้องของมหาลัยแล้วนะ”

คุณหญิงผกาบอกสามีของตนด้วยรอยยิ้ม เมื่อพูดจบ ทั้งสามก็หันมามองผู้ชายวัยมหาวิทยาลัยเพียงคนเดียวของบ้านทันที

“พี่จ๋า อย่าลืมเอาของจำเป็นไปนะคะ” เมอาพูดด้วยรอยยิ้มกว้าง

“นั้นสิ สิ่งที่สำคัญมาก ๆ ครั้งนั้นก็ลืมเอาไป ครั้งนี้จะลืมไหมครับคุณลูกชาย” ป๊าพูดแซวผมอีกแล้ว

“ซาโต้ซังคิดเหมือนฉันเลย ครั้งนี้ห้ามลืมนะลูก เดี๋ยวแม่ช่วยจัดกระเป๋าเอง” แม่พูดด้วยความมุ่งมั่น

“อืม คินว่า พวกเรากินข้าวกันต่อดีกว่าครับ เดี๋ยวอาหารเย็นหมดก่อนนะ”

ผมรีบบอกทุกคนทันที ก่อนที่จะเอาแต่คุยเรื่องนี้ จนลืมกินกันหมด และเมื่อผมพูดจบทุกคนก็หัวเราะนิดหน่อยแล้วเริ่มกินข้าวของตัวเองต่อทันที

 

“พี่จ๋าาา”

เสียงใสของเมอาดังขึ้นทันทีที่เจ้าตัวอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ แล้วเดินขึ้นมานั่งลงบนเตียงนอนข้าง ๆ ผม แล้วมองหน้าผมด้วยแววตาออดอ้อนสุดฤทธิ์

“ว่าไงคะ เมอา มองหน้าพี่แบบนี้อยากอ้อนอะไรคะ”

ผมเอ่ยเย้าน้องสาวของตัวเองกับความขี้อ้อนของเธอ เมื่อน้องสาวได้ยินอย่างนั้นก็เขยิบมานั่งชิดผมทันที แล้วแขนเล็ก ๆ นั้นก็กอดหมับเข้าที่เอวของผม พร้อมกับใบหน้าเล็ก ๆ ที่แนบกับไหล่ของผม แหนะ มีการถูหน้ากับแขนของผมด้วย

“คืนนี้ พี่จ๋ากล่อมเมอานอนได้ไหมคะ เมอาอยากนอนกอดพี่จ๋ามากเลยค่ะ” เมอาส่งรอยยิ้มหวานมาให้ทันที พร้อมกับคำที่ใคร ๆ ได้ยินเป็นต้องใจอ่อน “นะคะพี่จ๋าาา”

เมื่อเมอาคนสวยของผมพูดจบ จะเกิดอะไรขึ้นล่ะ รีบคว้าโทรศัพท์มาเข้าแอพควบคุมหลอดไฟในห้องทันที ปรับไฟให้เป็นสีสบายตาอ่อน ๆ แล้วจับน้องสาวตัวดีมานอนกอดแนบอกบนเตียงด้วยกันซะเลย

“พี่จ๋า” เมอาเรียกผมในขณะที่มือเล็ก ๆ นั้นกำลังจับปลายผมของผมเล่นอยู่

“ว่าไงคะ เมอา”

ผมตอบรับคำของเด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ที่กำลังปรือตาพร้อมที่จะหลับเต็มที แต่กำลังฝืนตาไม่ให้หลับเพื่อคุยกับผมอยู่

“ทำไมพี่จ๋า ถึงผมยาวจังเลยคะ แล้วก็ดูเหมือนคุณแม่มาก ๆ เลยค่ะ” เมอายิ้มแป้นขณะที่กำลังจับปอยผมของผมอยู่ แต่ประโยคที่ไม่คิดว่าจะมีใครพูดก็หลุดออกมาจากปากน้องสาวของผมอีกจนได้“พี่จ๋า ต้องเป็นคุณแม่ที่ดีมากได้แน่ๆค่ะ”

เมื่อเมอาพูดจบ ก็ผล็อยหลับไปในทันที คุณแม่ที่ดี งั้นหรอ ยังไงผมก็เป็นผู้ชายนะ ไม่มีทางยอมเป็นคุณแม่เด็ดขาด

เด็กผู้หญิงตัวเล็กที่กำลังนอนขดตัวอยู่ในอ้อมกอดของผู้ชายผมยาวประบ่าสีน้ำตาลเข้มที่กำลังลูบหัวลูบหลังเธออยู่บนเตียงนอนหลังใหญ่ด้วยสายเอ็นดู แล้วค่อย ๆ หลับตาแล้วเข้าสู่ห้วงนิทราตามเด็กผู้หญิงคนนั้นในเวลาต่อมา

 

เช้าวันต่อมา

“พี่จ๋าาา”

เสียงใสดังขึ้นทันทีที่เขาเดินเข้ามาในส่วนของห้องครัว เพื่อเตรียมตัวทำอาหารเช้าพร้อมกับแม่ และวันนี้คือวันศุกร์ เป็นวันพิเศษอีกวันหนึ่ง เพราะเราจะมีผู้ช่วยตัวจิ๋วอย่างเมอามาป่วนห้องครัวด้วย

“ว่าไงครับเมอา อรุณสวัสดิ์นะครับแม่”

คินลูบหัวเด็กสาวที่วิ่งมาเกาะขาของเขาทันทีที่เดินเข้ามาในครัว แล้วหันมาหอมแก้มคุณหญิงผกาเป็นการทักทายในยามเช้า

“ด้วยเหตุที่วันนี้เป็นวันศุกร์ วันที่น้องเมอาไม่ต้องไปโรงเรียนเพื่อทำกิจกรรมวันหยุด และนำไปเล่าให้เพื่อน ๆ ฟัง วันนี้แม่จะพาทำ อาหารเช้าสไตล์อังกฤษ ละกัน เมอาจะได้ช่วยทำได้ด้วย”

คุณหญิงผกาบอกด้วยรอยยิ้มหวาน แล้วเริ่มบอกหน้าที่ของแต่ละคนที่ต้องทำในมื้อเช้านี้ทันที โดยคินทำหน้าที่ทอดไข่ดาวและไส้กรอก เมอาทำหน้าที่ปิ้งขนมปังแล้วตัดเป็นสามเหลี่ยมแบบแซนวิช ส่วนตัวคุณหญิงผกานั้นจะเป็นคนทอดเฟรนฟรายและทำสลัดเอง ส่วนป๊าที่เพิ่งเดินเข้ามาเมื่อกี้ก็รับหน้าที่เป็นคนคั้นน้ำส้มสำหรับ คน

โดยตลอดระยะเวลาที่พวกเราทำอาหารเช้านั้น ก็มีเสียงของเมอาดังแทบตลอดเวลา บางครั้งป๊า แม่ แล้วก็ผมก็ร่วมวงสนทนากับน้องด้วย และอาหารเช้าพร้อมน้ำส้มคั้นสด ๆ ก็เสร็จในเวลา 7.30 น.

               

                “ม๊าคะ ป๊าคะ”

                เสียงใสของเมอาดังขึ้นในระหว่างที่พวกเรากำลังกินข้าวเช้ากันอยู่ ทุกคนหันมามองเมอาด้วยความสงสัย เด็กน้อยยิ้มแฉ่งให้ทุกคน พร้อมกับหันมามองหน้าพี่ชายต่างพ่อของตนด้วยรอยยิ้ม พร้อมกับบอกทุกคนด้วยน้ำเสียงที่สดใสร่าเริงว่า...

                “วันนี้เมอาจะไปเรียนกับพี่จ๋านะคะ”

                เมื่อเมอาพูดจบ ผมก็ถึงกับเครียดทันที ไม่ใช่ว่ามหาลัยไม่ให้พาเด็กน้อยไปนะครับ (ในความหมายของมหาลัยก็น่าจะสื่อถึง ลูกของนิสิตนั้นแหละครับ) แต่ผมแค่ห่วงน้องสาวของตัวเองนี่นา กลัวว่าพอหลงกันแปบเดียว น้องจะเผลอไปเดินกับใครก็ไม่รู้เนี่ยสิ

                “หืม จะดีหรอคะเมอา วันนี้ไม่อยากอยู่กับม๊าหรอคะ”

                แม่ที่ห่วงน้องพอ ๆ กับผมพยายามตะล่อมน้องให้อยู่บ้านกับตัวเอง อ้อ ไม่ใช่ว่าแม่ของผมไม่มีงานทำนะครับ แม่ของผมเป็นนักเขียนนิยายมือหนึ่งบนโลกออนไลน์เลยนะครับ พอแต่งลงเว็บ ก็มีคนมาอ่านเยอะแยะ แม่เลยมักจะทำนิยายขายเองไม่พึ่งสำนักพิมพ์ นอกจากสำนักพิมพ์จะมาขอให้แม่เขียนนิยายส่งให้

                “ไม่เอาค่ะ เมอาอยากลองหาประสบการณ์ใหม่ ๆ ไปเล่าให้เพื่อน ๆ ฟังกัน นะคะม๊า นะคะป๊า”

                เมื่อเมอาเห็นท่าทีของม๊าตัวเอง ก็เริ่มมองเห็นทางแล้วว่า ตัวเองไม่น่าจะได้ไปกับพี่จ๋าของตนแน่ ๆ เลยใส่ลูกอ้อนให้ป๊ากับม๊าไปหนัก ๆ ซะเลย

                “ไม่ต้องอ้อนป๊าหรอกตัวเล็ก เพราะยังไง ๆ ป๊าก็ยอมให้ไปกับพี่จ๋าของลูกอยู่แล้ว เหลือแต่ม๊านั้นแหละที่จะยอมให้เมอาไปด้วยรึเปล่า”

                พอได้ยินอย่างนั้น เมอาก็หันไปส่งสายตาเป็นประกายให้คุณหญิงผกาทันที เมื่อเห็นลูกสาวเพียงคนเดียวของตนทำท่าทางแบบนี้ใส่ มีหรือที่คนอย่างหล่อนจะไม่แพ้ทางลูกสาวขี้อ้อน ๆ แบบนี้

                “เฮ้อ ก็ได้ค่ะลูก  ว่าแต่พี่จ๋าของลูกอยากให้ไปด้วยมั้ยล่ะนั้น”

                คุณหญิงผกาเมื่อแพ้ทางลูกสาวแล้ว ก็ต้องโยนให้ลูกชายคนดีของตัวเองเจอลูกอ้อนแบบนี้ด้วย เพราะผีย่อมเห็นผี แม่ห่วงลูกสาวยังไง พีชายก็ห่วงน้องสาวอย่างนั้น โดยเฉพาะพี่ชายแบบคิน!

                “อะ ๆ ไม่ต้องมาทำสายตาอ้อนวอนกับพี่เลยค่ะเมอา ถ้าป๊ากับแม่อนุญาต พี่ก็ต้องอนุญาตอยู่แล้ว” คินบอกน้องสาวทันที เมื่อเธอหันมามองหน้าเขาตอนที่คุณหญิงผกาคนสวยกล่าวจบ เมอายิ้มกว้างส่งมาให้เขาทันที “แต่ต้องรีบหน่อยนะคะคนดี พี่จ๋ามีเรียน 9 โมงเช้า ตอนนี้ก็ นาฬิกา 20 นาทีแล้ว ต้องเผื่อเวลาเดินทางด้วยนะคะ”

                เมอารีบทานอาหารตรงหน้าของตนทันทีที่พี่จ๋าของตัวเองพูดจบ แม่และป๊ายิ้มให้กับภาพตรงหน้า ภาพที่เมอากำลังรีบทานอาหารด้วยความเร็วสูงจนเลอะขอบปาก และคินที่กำลังยกแก้วน้ำส้มดื่มเมื่ออาหารหมดจาน

                ภาพตรงหน้าทำให้คุณหญิงผกาอยากขอบคุณอดีตที่ผ่านมา ที่ทำให้เธอได้เจอกับผู้ชายที่รักเธอจนหมดใจ และคอยอยู่เคียงข้างกันมาตลอดระยะเวลาที่ลำบากหรือช่วงที่มีความสุข คนคนนี้ก็ยังคอยอยู่เคียงข้าง คอยช่วยเหลือทุกอย่าง และในวันนั้น วันที่ทุกอย่างลงตัว เราก็แต่งงานและสร้างครอบครัวที่แสนอบอุ่นนี้ขึ้นมา

                “เมอาพร้อมแล้วค่ะพี่จ๋า”

                คุณหญิงผกาออกจากห้วงภวังค์แห่งอดีต แล้วเพ่งสายตามาที่ปัจจุบัน ตอนนี้ลูกสาวตัวน้อยกำลังนั่งยิ้มพร้อมกับยกมือขึ้นข้างหนึ่ง จนอดไม่ได้ที่จะหยิบทิชชู่มาเช็ดรอบปากเลอะ ๆ นั้นด้วย

                “โอเค เดี๋ยวพี่ไปล้างจาน...”

“ไม่ต้องล้างค่ะคุณลูกชาย เดี๋ยววันนี้คุณแม่คนสวยจะเป็นคนล้างให้เอง”

พูดยังไม่ทันจบ คุณแม่คนสวยก็ยกมือห้ามพร้อมบอกด้วยรอยยิ้ม เมอายิ้มแล้วรีบไปหยิบขนมทานเล่นมาใส่กระเป๋าเป้ใบเล็กของตัวเอง ส่วนผมก็เดินไปหยิบกระเป๋าสะพายข้าง และกุญแจรถมอเตอร์ไซค์เวสป้าของตัวเอง และหมวกกันน็อค

“อย่าลืมใส่หมวกกันน็อคกันนะคะคุณลูก”

คุณหญิงผกาบอกลูก ๆ ของตนด้วยรอยยิ้ม แล้วส่งหมวกกันน็อคใบเล็กแบบปิดทั้งหน้าเหลือแค่ตาสีชมพูดำมาให้เด็กหญิงตัวน้อย

“ค่ะม๊า พี่จ๋าใส่หมวกให้เมอาหน่อยสิคะ เมอาใส่ไม่เป็น”

เมอารับหมวกมาจากคุณหญิงผกาแล้วยื่นให้พี่จ๋าของตัวเอง คินรับหมวกมาจากน้องสาวของตนแล้วสวมให้อย่างทะนุถนอมทันที

“คินไปก่อนนะครับ แม่ ป๊า สวัสดีครับ”

“เมอาไปก่อนนะคะ สวัสดีค่ะ”

พวกเราสองพี่น้องยกมือไหว้ท่านทั้งสอง ก่อนที่จะเดินไปขึ้นมอเตอร์ไซค์ด้วยกัน


___________________________________________________________


เรื่องเก่ายังไมจบ เรื่องใหม่ก็ผุดขึ้นมาเป็นดอกเห็ด T^T แหะ ๆ ยังไงก็ฝากติดตามกันด้วยนะคะทุกคน


Mr.JYP


1 ความคิดเห็น